ตอนที่ 13 : ตอนที่ 7 ผู้ชายคนนี้...ฉันอยากได้ [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1231
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    27 เม.ย. 62

ตอนที่ 7 ผู้ชายคนนี้...ฉันอยากได้

 

            หลังถูกบังคับให้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ช่วยท่านประธานอย่างไม่เต็มใจ นันท์นภัสก็ถูกวีรวิทย์ลากตัวมาร่วมงานเลี้ยงเปิดตัวสินค้าของบริษัทแห่งหนึ่งซึ่งชายหนุ่มได้รับเชิญในฐานะคนที่อยู่ในวงการธุรกิจ ภายในงานมีคนรู้จักเข้ามาทักทายวีรวิทย์ไม่ขาดสาย และดูเหมือนว่าทุกคนจะให้ความสนใจเขาเป็นพิเศษ จะเรียกว่ารุมล้อมเลยก็ว่าได้จนนันท์นภัสแทบกระเด็นออกไปยืนห่างๆ เพราะถูกผู้หญิงของเขาเบียดออกไปอย่างจงใจ หญิงสาวจึงอดเบะปากอย่างหมั่นไส้ไม่ได้


            “เสน่ห์แรงจริงนะ เดี๋ยวก็ได้ตายเพราะผู้หญิงเข้าสักวัน หึ!”


            “ใจเย็นนะครับสาวๆ วันนี้ผมมีคู่ควงมาด้วยคงไม่สะดวกคุยกับพวกคุณ...เอาเป็นว่าไว้วันหลังค่อยเจอกันนะครับ” คนเสน่ห์แรงส่งสายตาแพรวพราวให้สาวๆ หว่านล้อมจนพวกเธอยอมสลายม็อบ จากนั้นร่างสูงจึงเดินเข้ามาหานันท์นภัสด้วยใบหน้าใสชื่อเสียเต็มประดา ทว่ายังไม่ทันถึงร่างบางจู่ๆ สาวนางหนึ่งก็เฉียดกายบางเข้ามาขวางอย่างรวดเร็ว


            “สวัสดีค่ะวิทย์” แอมมิกาทักพร้อมกับส่งสายตาเชื่อมรักไปให้


            “แอมมิกา” ชายหนุ่มเอ่ยชื่อหญิงสาวอย่างแปลกใจ


            “เฮ้อ...นึกว่าจะจำแอมไม่ได้เสียอีก”


            “คุณมางานนี้ด้วยเหรอ” ชายหนุ่มถามตามมารยาทและไม่สนใจคำพูดประชดประชันแบบไม่จริงจังของอีกฝ่าย หากสายตาคมกลับมองเลยไปยังสาวสวยด้านหลังมากกว่า แอมมิกาแปลกใจว่าเขามองอะไรอยู่จึงหันกลับไปมองด้านหลังของตนบ้าง ก่อนจะพบว่าคนที่วีรวิทย์กำลังให้ความสนใจอยู่คือนันท์นภัสนั่นเอง


            “นังน้องหนูมาทำบ้าอะไรที่นี่” แอมมิกาถามตัวเองเบาๆ อย่างแปลกใจก่อนที่ตาจะลุกเป็นไฟเมื่อวีรวิทย์เดินเข้าไปหานันท์ภัสด้วยท่าทีสนิทสนมโดยไม่สนใจเธอแม้แต่น้อย ทำเอาคนถูกทิ้งอย่างไม่ไยดีแทบเต้นเร่าๆ


            “หิวหรือยังคุณ”


            “ไม่ค่อยเท่าไรค่ะ” หญิงสาวตอบเสียงเรียบ


            แอมมิกาหมุนตัวเดินเข้าไปหาคนทั้งสองทันที ก่อนจะเกาะแขนชายหนุ่มอย่างสนิทชิดเชื้อพร้อมมองนันท์นภัสด้วยแววตาคุกคาม


            “ไม่ยักรู้ว่าหล่อนก็มาด้วยนะยะแม่น้องหนู” แอมมิกาทักทายเสียงเหยียด นันท์นภัสถอนใจอย่างเบื่อหน่ายกับนิสัยชอบหาเรื่องของอีกฝ่ายจึงตอบสั้นๆ แบบขอไปที


            “ค่ะ”


            “แล้วนี่วิทย์รู้จักกับยายน้องหนูด้วยหรือคะ”


            “รู้จักสิครับทำไมจะไม่รู้ล่ะก็น้องหนูเป็นเด็กในบ้านที่คุณบอกว่าเธอพาผู้ชายเข้าบ้านเมื่อสามปีก่อนนี่ครับ” วีรวิทย์ย้อนกลับด้วยรอยยิ้ม แอมมิกาถึงกับสะอึกที่ชายหนุ่มเอาคำพูดให้ร้ายนันท์นภัสที่เธอเคยพูดเอาไว้มาเปิดเผยต่อหน้าเจ้าทุกข์ ทว่าคนถูกใส่ร้ายกลับไม่ยินดียินร้ายต่อการกระทำของแอมมิกาเพราะหญิงสาวถูกอีกฝ่ายทำเช่นนี้เสมอมาเมื่อคู่ขาของเธอกำลังให้ความสนใจคนอื่นเกินหน้าตัวเอง


            “ก็เรื่องจริงทั้งนั้นนี่คะ...ใช่ไหมยายน้องหนู!” แอมมิกาส่งสายตาข่มขู่นันท์นภัสอย่างคุกคาม


            “ค่ะ” คนถูกข่มขู่ยอมรับอย่างไม่ใส่ใจ วีรวิทย์จึงขมวดคิ้วเข้มมองหญิงสาวอย่างหงุดหงิดที่เธอยอมให้แอมมิกาใส่ร้ายทั้งที่ไม่เป็นความจริงโดยไม่คิดอธิบายอะไรสักอย่าง แต่ยังไม่ทันได้ต่อว่าก็มีเสียงของชายวัยกลางคนคนหนึ่งทักขึ้นเสียก่อน


            “อ้าว...คุณวีรวิทย์...ได้ยินชื่อเสียงมานานเพิ่งได้มีโอกาสพบตัวจริง เชิญทางนี้สักครู่สิครับ”


            “เอ่อ ครับๆ” วีรวิทย์ตอบรับอย่างงงๆ พลางคิดในใจ


            ใครวะ?


            เมื่อวีรวิทย์ถูกชายคนนั้นลากตัวออกไป แอมมิกาก็เพ่งสายตามองที่นันท์นภัสอย่างเปิดเผยพร้อมกอดอกวางท่าข่ม


            “แกไปสนิทกับวิทย์ตั้งแต่เมื่อไร”


            “น้องหนูทำงานที่สายการบินของเขาแค่นั้นล่ะค่ะ ไม่ได้สนิทสนมอะไรเป็นพิเศษ”


            “ไม่จริง! ถ้าไม่ได้สนิทแล้วแกมางานกับเขาได้ยังไง” แอมมิกาถามต่ออย่างไม่เชื่อถือ คนถูกจับผิดจึงกรอกตาอย่างเบื่อหน่าย


            “มาตามหน้าที่ค่ะ! ถ้าไม่มีอะไรแล้วน้องหนูขอตัว” สิ้นเสียงนันท์นภัสก็เดินหนีอย่างเบื่อหน่าย


            “นังน้องหนู! ฉันไม่เชื่อคนนิสัยชอบอ่อยอย่างแกหรอก! ถ้าไม่มีอะไรจะเดินหนีทำไม ฉันไม่มีวันปล่อยให้แกแย่งวิทย์ไปแน่ๆ” ว่าแล้วคุณหนูผู้เอาแต่ใจก็เดินลิ่วๆ ตามนันท์นภัสไปอย่างโกรธๆ กระทั่งนันท์นภัสเดินเข้าไปในห้องน้ำ หญิงสาวหยุดยืนหน้ากระจก หากไม่ถึงอึดใจก็ถูกแอมมิกาจิกผมอย่างแรง


            “โอ้ย!” นันท์นภัสอุทานออกมาด้วยความเจ็บปวด พยายามดึงมือที่จิกผมตนออกไป


            “อย่าคิดว่าคุณพ่อให้ท้ายแล้วฉันจะกลัวนะ! จำเอาไว้ว่าอย่ามายุ่งกับวิทย์เพราะเขาเป็นของฉัน!”


            “ปล่อยน้องหนูเดี๋ยวนี้นะคุณแอม น้องหนูไม่อยากดึงคุณเข้ามาเกี่ยว”


            “ทำไมฉันจะเกี่ยวไม่ได้ อ้อ...นี่แกคิดจะจับวิทย์ใช่ไหม เห็นเขาหล่อรวยล่ะสิท่า เหอะ!”


            “คุณกับแม่ของคุณคงจะคิดเรื่องอื่นไม่เป็นสินะ วันๆ ในหัวถึงมีแต่เรื่องผู้ชาย!” นันท์นภัสเอ่ยเสียงเยาะมองภาพตัวเองที่ถูกแอมมิกาจิกผมผ่านกระจกด้วยความรู้สึกที่ยากจะอ่านออก ต่างจากอีกคนที่กำลังโกรธจัดถึงขีดสุดเมื่อถูกหญิงสาวลามปามไปถึงมารดา


            “นี่แกว่าฉันกับคุณแม่เหรอนังน้องหนู! ฉันจะฟ้องคุณแม่ให้ไล่แกออกจากบ้าน คอยดู!”


            นันท์นภัสยิ้มเยาะ บีบข้อมือที่จิกผมตนอย่างแรงเป็นครั้งแรกจนแอมมิกาต้องปล่อยมือออกพร้อมทำหน้าเหยเก มองคนกล้าต่อสู้กับเธออย่างอึ้งๆ


            “โอ้ย! นะ...นังน้องหนู แกบีบแขนฉัน...”


            “ทำไมคะ? รู้สึก...เจ็บเป็นด้วยเหรอ?”


            “แกพูดอะไร ฉันก็เจ็บเป็นน่ะสิยะ ฉันเป็นคนนะไม่ใช่หุ่นยนต์จะได้ถูกแกทำร้ายแล้วไม่เจ็บน่ะ!” แอมมิกาเถียงกลับเสียงดัง ทว่าครั้งนี้หญิงสาวกลับไม่กล้าเข้าไปหาเรื่องนันท์นภัสอีกเพราะแววตาขวางๆ ของอีกฝ่ายช่างน่ากลัวพิลึก


            “ใช่ค่ะ...คุณเป็นคนไม่ใช่หุ่นยนต์ ฉันเองก็เป็นคนมีความรู้สึกเจ็บเป็นเหมือนกัน” นันท์นภัสสำทับความคิดของแอมมิกาเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านฤทธิ์ฤกษ์เมื่อวาน ใบหน้าสวยใสที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบามีแววเจ็บปวดทำเอาแอมมิกาที่ไม่รู้เรื่องอะไรมาก่อนถึงกับมึนงงกับท่าทางที่เปลี่ยนไปของเด็กในบ้านอย่างนันท์นภัส


            “ถึงแกจะเจ็บแต่แกก็เป็นคนใช้! พ่อแม่ฉันมีบุญคุณกับแก ให้ที่อยู่ที่กิน แต่พอแกมีหน้าที่การงานเข้าหน่อยก็ปีกกล้าขาแข็ง แถมยังอกตัญญูแว้งกัดเจ้าของบ้าน นังคนอกตัญญู!” แอมมิกาต่อว่าด้วยความโกรธและต้องการตอกย้ำฐานะของอีกฝ่ายเพื่อกดให้นันท์นภัสต่ำทรามเพราะเห็นว่ามีคนเดินเข้าห้องน้ำทำให้คนที่เพิ่งเข้ามาได้ยินการสนทนาครึ่งหลังมองนันท์นภัสด้วยสายตาต่อว่าทั้งที่ยังไม่รู้ความจริงด้วยซ้ำว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง หากหญิงสาวก็ไม่ใส่ใจแต่กลับมองแอมมิกาด้วยรอยยิ้มเยาะ


            “คุณเหมือนแม่ของคุณจริงๆ มองเห็นแต่ตัวเอง ขี้อิจฉา ชอบป้ายสีให้คนอื่นดูเลวร้ายในขณะที่ตัวเองเป็นคนดีเหลือเกิน...แม่ของคุณมีบุญคุณท่วมหัวน้องหนู เรื่องนี้ลืมไม่ได้หรอกค่ะ ต่อให้ตายไปอีกสิบชาติก็ลืมไม่ลงจริงๆ แต่ก็ไม่รู้จะเอาอะไรมาทดแทน...คุณแอมอยากให้น้องหนูช่วยหาผู้ชายให้ไหมล่ะคะ คุณวีรวิทย์เจ้าของสายการบินน้องหนูสนิทกับเขานะ ถ้าคุณแอมสนใจเขาถึงขนาดอยากได้จนตัวสั่นก็บอกนะน้องหนูจัดการให้ได้ ถือซะว่าทดแทนบุญคุณท่วมท้นที่แม่คุณทำให้น้องหนูกับแม่ก็แล้วกัน”


            “พูดให้มันดีๆ นะยะนังน้องหนู ฉันไม่ได้อยากได้วิทย์จนตัวสั่นเสียหน่อย เขาเป็นแฟนฉันมาตั้งสามปีแล้วต่างหาก” แอมมิกาพูดแก้ต่างให้ตัวเองพลางมองนันท์นภัสและผู้หญิงที่เข้าห้องน้ำมาเมื่อสักครู่ด้วยสายตาเลิ่กลั่ก นันท์นภัสยิ้มเยาะมุมปากก่อนจะถูกแอมมิกาลากแขนเดินออกไปหน้าห้องน้ำ


            “นี่นังน้องหนู...ที่แกพูดเมื่อกี้ทำได้จริงหรือเปล่า? หรือว่าแค่พูดเพื่อเอาตัวรอด!” แอมมิกามองเด็กในบ้านด้วยสายตาจับผิด


นันท์นภัสมองคนถามนิ่งก่อนตอบ


            “ไม่เคยพูดสิ่งที่ทำไม่ได้ค่ะ”


            “แล้ว...แกจะทำยังไงให้วิทย์หันมาสนใจฉันเหมือนเดิม” แอมมิกาถามด้วยท่าทางตื่นเต้นทันทีพลางเขย่าแขน หากก็ไว้เชิงคุณหนูของบ้านฤทธิ์ฤกษ์อยู่เล็กน้อย





e book เรื่อง เสน่ห์เล่ห์ร้าย ค่ะ ราคาปกติ 209 บาท

ตอนนี้มีโปรโมชั่น 179 บาท สี่วัน เริ่มขายไปแล้วหนึ่งวันนะคะ

ฝากอุดหนุนด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ ^_^

ปล. มีแบบรูปเล่มด้วยนะคะ 


สามารถสั่งซื้อได้ที่เว็บไซต์ สำนักพิมพ์ ไลต์ออฟเลิฟ 

หรือทางเฟสบุ๊ค ไลต์อออฟเลิฟ บุ๊คส์ ค่ะ 

ราคาหนังสือ 259 บาท

อยู่ในซีรีย์ชุด เสน่ห์รัก เสน่ห์ร้าย ค่ะ 


 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

263 ความคิดเห็น