เสน่ห์น้ำผึ้ง (Re - Up 2018) - [e book]

  • 100% Rating

  • 8 Vote(s)

  • 314,370 Views

  • 1,334 Comments

  • 704 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    165

    Overall
    314,370

ตอนที่ 52 : ตอนที่ 13 จะแต่งหรือไม่แต่ง! 13-4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1460
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    12 ธ.ค. 61




            จีรายุสั่งห้ามทุกคนให้ข่าวกับจีราวัฒน์ว่าเขาพาตัวนันธิชากลับมาถึงมุมต้าซแล้ว โดยชายหนุ่มเลือกที่จะพาคนหมดสติกลับมานอนพักที่ตึกพักของตนซึ่งเป็นคนละหลังและคนละฝั่งกับตึกของจีราวัฒน์ แต่ยังอยู่ในเขตของมุมต้าซ


            “มาริสดูแลเธอด้วย ดูเหมือนจะเป็นไข้” เสียงเย็นตามแบบฉบับสั่งเรียบๆ ก่อนที่เจ้าของห้องจะเดินออกไป


มาริสมองร่างบางอย่างเวทนาก่อนจะหาผ้าชุบน้ำเช็ดตัวให้เพื่อให้เธอได้นอนสบาย และมาริสก็ต้องคอยเช็ดตัวให้ทุกสิบนาทีเพราะตัวของนันธิชาร้อนระอุเพราะพิษไข้เพิ่มอุณหภูมิสูงขึ้น


            ทางด้านจีราวัฒน์ก็หัวเสียสุดๆ เมื่อพี่ชายเดินเข้ามาหาเขาในห้องทำงาน ซึ่งมีทั้งบิดาและเจมส์อยู่ด้วย หากเขากลับปรากฏตัวคนเดียว ไม่มีร่างบางที่เขารอคอยอยู่เลย


            “เฮีย น้ำผึ้งล่ะ?”


            “อยู่ในที่ที่ควรอยู่” คนเป็นพี่ตอบเสียงเรียบนั่นยิ่งทำให้จีราวัฒน์หัวเสียและโมโหพี่ชายมากขึ้นเรื่อยๆ


            “แล้วมันที่ไหนล่ะ ผมอยากเจอเธอ เฮียพาน้ำผึ้งไปไว้ไหนก็บอกมาสิ อย่ามาปั่นหัวตอนนี้ ผมเป็นห่วงเธอจะแย่แล้วเฮียรู้ไหม!


            “ถ้าอยากเจอก็มาตกลงกันก่อน”


            “ตกลงอะไร?” จีราวัฒน์ชักสีหน้าหงุดหงิดใส่คนเป็นพี่ โดยมีบิดาและเจมส์คอยดูอยู่ห่างๆ จีรายุมองหน้าน้องชายนิ่งก่อนจะเอ่ยอะไรออกมา


            “ก่อนอื่นเฮียอยากรู้ว่าแกไปลักพาตัวผู้หญิงคนนั้นมาทำไม?”


            “ผม...” คนถูกถามไม่ได้ให้คำตอบเพราะเขาเองก็ไม่เคยถามตัวเองเหมือนกันว่าทำแบบนั้นทำไม รู้แต่ว่าต้องพาเธอมาให้ได้เท่านั้น เมื่อเห็นท่าทางอ้ำอึ้งสายตาเย็นเยือกจึงมองนิ่งและถามคำถามต่อไป


            “รู้ใช่ไหมว่าเฮียไม่ชอบให้ทำกับผู้หญิงอย่างไร้เกียรติแบบนี้”


            “ผมก็ยังไม่ได้ทำอะไรนี่” ชายหนุ่มเถียงข้างๆ คูๆ เริ่มรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่าง เพราะรู้ดีว่าพี่ชายไม่ชอบพฤติกรรมเอารัดเอาเปรียบผู้หญิงซึ่งเป็นเพศที่อ่อนแอกว่า


            “นิสัยของลูกผู้ชายคือกล้าทำต้องกล้ารับจำได้ใช่ไหม?”


            “ผมก็ไม่ได้จะทิ้งขว้างเสียเมื่อไรกัน นี่คือวิธีรับผิดชอบของผมครับเฮีย ผมยอมยกย่องให้เธอเป็นผู้หญิงของผม...” คราวนี้จีราวัฒน์ทำเสียงและสีหน้าเคร่งขรึมลงบ้าง เพราะเริ่มรู้ถึงจุดประสงค์ของพี่ชาย ซึ่งมันกำลังสวนทางกับความต้องการของเขา


            “แกใช้คำว่ายอมหรือเจ้าวัฒน์?”


            “ใช่! คนอย่างผมไม่คิดจะให้ใครจับได้ง่ายๆ หรอก เฮียอย่ามาไล่ต้อนให้ผมต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ...เพราะมันสูญเปล่า!” เสียงจีราวัฒน์เริ่มเน้นหนักหากสีหน้าเรียบเฉยของพี่ชายยังคงรักษามาตรฐานเดิมไว้


            “ถ้าอย่างนั้นแกก็ต้องปล่อยเธอกลับบ้านไป”


            “เฮียอย่ายุ่งได้ไหม ก็บอกแล้วไงว่าผมรับผิดชอบเธอได้!” คนเป็นน้องเริ่มโกรธขึ้นมาจริงๆ เมื่อถูกพี่ชายพูดในทำนองจะให้เขาเลือก คนอย่างจีราวัฒน์ไม่มีอะไรหรือใครบังคับได้! ชายหนุ่มคิดอย่างมั่นใจ


            จิราและเจมส์ยังมองอยู่ในท่าเดิมและไม่คิดจะเข้าไปยุ่งเรื่องของสองพี่น้องที่กำลังถกเถียงกันอย่างถึงพริกถึงขิง...เขาก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าคราวนี้ใครจะชนะ


            “หึ ถ้าไอ้การที่แกลักพาตัวผู้หญิงมาไกลถึงต่างประเทศ โดยที่เขาไม่ยินยอมเรียกว่าการรับผิดชอบก็อย่าทำ เฮียบอกเป็นครั้งสุดท้ายว่าให้ปล่อยเธอกลับไปซะ!


            “ไม่มีทาง!” จีราวัฒน์ตอบกลับทันควัน


            “งั้นแกก็ต้องแต่งงานกับเธอ”


            “ผมไม่แต่ง” 


จีรายุนิ่งขรึมกับความดื้อแพ่งของน้องชายที่เขาเองก็พอจะรู้ว่ามันมากมายพอตัว อาจจะเป็นเพราะเป็นลูกชายคนเล็กจึงทำให้จีราวัฒน์มีนิสัยเอาแต่ใจอย่างหาตัวจับได้ยากแบบนี้


            “แกมีทางเลือกอยู่สองทางเจ้าวัฒน์ คือจะแต่ง...หรือจะปล่อย!


            จีราวัฒน์ยิ้มกวนๆ เมื่อสีหน้าของพี่ชายเริ่มเยือกเย็นขึ้นเรื่อยๆ บ่งบอกให้รู้ว่ากำลังโมโหเข้าแล้ว แต่เขาหาได้กลัวไม่


            “ผมไม่แต่งและไม่คิดจะปล่อย...เฮียจะทำไม?”


            คำตอบของน้องชายจอมดื้อทำเอาจีรายุยิ้มมุมปากก่อนจะหมุนตัวกลับโดยไม่พูดอะไร ทุกคนที่ตามเกมชายหนุ่มไม่ทันถึงกับงุนงง จีราวัฒน์ทำหน้าเหลอหลางงเป็นไก่ตาแตกเช่นกันที่จู่ๆ พี่ชายก็หมุนตัวหนีเสียดื้อๆ


            อะไรจะยอมง่ายขนาดนี้ จีราวัฒน์คิดในใจอย่างไม่อยากเชื่อ ไวเท่าความคิด เท้าหนักๆ วิ่งเข้าไปขวางหน้าพี่ชายก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงกระเดียดไปทางหาเรื่อง


            “เฮียจะเอายังไง?” 


            “เรื่องอะไรล่ะ” จีรายุยิ้มมุมปากอย่างจงใจกวนประสาท ซึ่งคนเป็นน้องเห็นแล้วรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาติดหมัด


            “ก็เรื่องที่เราคุยกันเมื่อครู่นี้ไง”


            จีรายุรับฟังเงียบๆ ก่อนจะตอบเสียงเรียบ ทว่าจริงจังจนคนฟังถึงกับชาดิกไปทั้งร่าง


            “ในเมื่อแกไม่แต่ง...งั้นเฮียจะแต่งเอง!





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

0 ความคิดเห็น