ตอนที่ 33 : ตอนที่ 9 มัดมือชก 9-1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2169
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    6 ธ.ค. 61

ตอนที่ 9 มัดมือชก

 

          เปลือกตาบางขยับขึ้นด้วยความยากลำบาก รู้สึกหนักอึ้งเหมือนสมองทุกส่วนหยุดทำงานไปหลายชั่วโมง ครั้นเมื่อลืมตาได้สำเร็จก็กวาดสายตามองสำรวจไปรอบๆ ก่อนจะตกใจแทบสิ้นสติเมื่อพบว่าตนไม่ได้ตื่นขึ้นมาในห้องนอนของตัวเองอย่างเช่นทุกวัน


            นันธิชาตกอยู่ในสภาพงงงัน รู้สึกสังหรณ์ใจอย่างไรชอบกลเหมือนว่าอีกไม่นานลางร้ายจะมาเยือนเธอ แล้วก็เป็นจริงดังที่คิด เมื่อใครบางคนเดินเข้ามาพร้อมกับพูดภาษาที่เธอไม่คุ้นหู


            “คุณเป็นใครคะ แล้วที่นี่ที่ไหน?” ครั้งแรกนันธิชาถามเป็นภาษาไทย แต่หญิงร่างท้วมกลับทำหน้างง หญิงสาวจึงเปลี่ยนมาใช้ภาษาอังกฤษแทน มาริสพยักหน้าเข้าใจก่อนจะเดินเข้าไปใกล้และยิ้มทักทาย


            “ฉันชื่อมาริส เป็นแม่บ้านแห่งอาณาจักรมุมต้าซ”


            “แล้วมุมต้าซที่ว่ามันอยู่ที่ไหนกันคะ ทำไมฉันไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน” หญิงสาวถามอย่างสงสัย และก็แทบหมดเรี่ยวแรงเมื่อได้ฟังคำตอบ


            “บริษัทผลิตปิโตเลี่ยมที่ใหญ่และดีที่สุดติดอันดับของโลก มุมต้าซเป็นภาษาอาหรับค่ะ แปลว่าดีเยี่ยม เหมือนความหมายของนามสกุลเจ้าของที่นี่ค่ะ” มาริสอธิบายเพิ่มเติม


            “ฉันหมายถึงอยู่ส่วนไหนของโลกนี้น่ะค่ะ”


            “อ๋อ...ดูไบค่ะ” มาริสตอบเสียงเรียบ แต่กลับทำให้คนฟังตกใจจนแทบประคองสติไม่อยู่


            “ดูไบ!! ฉะ ฉันมาที่นี่ได้ยังไง” นันธิชาพยายามหยิกตัวเองอยู่หลายทีแต่ก็รู้สึกเจ็บทุกครั้ง จึงมั่นใจว่านี่ไม่ใช่ความฝัน และในเมื่อไม่ใช่ความฝัน แล้วเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน? เพราะเมื่อคืนนันธิชาจำได้แม่นยำว่าเธอนอนอยู่ในห้องนอนของตัวเอง...หรือว่าเธอกำลังทะลุมิติเข้ามาในดินแดนทะเลทรายเหมือนในนิยายแฟนตาซี หากยิ่งคิดก็ยิ่งฟุ้งซ่านจนรู้สึกกลัวความคิดตัวเองขึ้นมาครามครัน


            “คุณจีสั่งให้คุณอาบน้ำแต่งตัวรอ อีกสักสามสิบนาทีท่านจะมาถึงที่นี่” นันธิชาหันขวับทันที เรื่องเก่ายังมึนงงไม่หาย ปัญหาใหม่ก็เข้ามาอีกแล้ว


            “ใครคือคุณจีหรือคะ?”


            “เจ้าของมุมต้าซ” มาริสตอบสั้นๆ ตามคำสั่งของเจ้านายหนุ่ม ก่อนจะส่งยิ้มละไมไปให้หญิงสาว เมื่อทำหน้าที่เสร็จสรรพตามคำสั่ง มาริสก็หมุนตัวออกไปจากห้องทันที โดยไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้มีโอกาสตั้งคำถามอีก


นันธิชายังคงมึนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้น และพยายามลำดับเหตุการณ์ แต่จนแล้วจนรอดก็นึกไม่ออกว่าเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร รู้เพียงว่าเธอเข้านอนตามปกติ ปิดไฟในห้องจนมืดสนิทและหลับยาว...กระทั่งตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่แล้วพบว่าทุกสิ่งรอบกายไม่เหมือนเดิม


            “นี่มัน...รูปเรานี่?” ยังไม่ทันได้ข้อสรุปในเรื่องที่กำลังสงสัย โจทย์ใหม่ก็เพิ่มขึ้นมาอีกข้อ เมื่อบังเอิญเห็นกรอบรูปขนาดเล็กตั้งอยู่บนหัวเตียง นันธิชาจะไม่ใส่ใจมันเลยหากคนในรูปนั้นไม่ใช่เธอ! หญิงสาวมั่นใจว่านี่ไม่ใช่อีกมิติหนึ่งอย่างที่คิดในตอนแรกแน่นอน เพราะภาพดังกล่าวเป็นภาพที่เธอเพิ่งถ่ายคู่กับพานุไปเมื่อวันก่อนนี่เอง แต่ภาพไม่สมบูรณ์นัก เพราะชายหนุ่มในภาพเหมือนถูกของมีคมตัดทิ้งไป เหลือเพียงส่วนของนันธิชาคนเดียวเท่านั้น


            “บอกให้ไปอาบน้ำแต่งตัวมัวทำอะไรอยู่” ร่างบางสะดุ้งตกใจ


            “คุณ!!” เมื่อใครบางคนปรากฎตัว นันธิชาก็รู้ทันทีว่าเรื่องประหลาดที่เกิดขึ้นกับเธอในวันนี้เป็นฝีมือใคร และหญิงสาวไม่ได้ฝันหรือทะลุมิติได้อย่างที่คิดฟุ้งซ่านไปก่อนหน้านี้...แต่เธอถูกจีราวัฒน์ลักพาตัวมาที่นี่ต่างหาก!  


            ดวงตากลมโตที่ใช้มองคนเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดเต็มไปด้วยความตระหนก พลันหญิงสาวก็ร้องไห้ออกมาเสียดื้อๆ ทำเอาจีราวัฒน์ถึงกับงง ก่อนจะเดินเข้าไปหาอย่างหงุดหงิด เบียดกายลงบนเตียง ร่างบางกระเถิบออกอย่างรวดเร็วราวกับรังเกียจ คนหงุดหงิดจึงจำต้องข่มอารมณ์เพราะเกรงว่าจะทำให้เธอตกใจไปมากกว่านี้


            “ร้องไห้ทำไม ฮึ?”


            “คุณเป็นคนพาฉันมาที่นี่ใช่ไหม?” นันธิชาร้องถามพลางกระถดหนีเรื่อยๆ อย่างหวาดกลัว เห็นดังนั้นชายหนุ่มจึงไม่คิดตาม


            “แล้วคิดว่าตัวเองข้ามน้ำข้ามทะเลมาเองได้หรือไง”


ริมฝีปากบางเม้มแน่นอย่างเถียงไม่ออก นึกอยากข่วนใบหน้าหล่อเหลาให้เป็นแผลเสียจริง เขายอมรับอย่างไม่ทุกข์ร้อนแถมยังทำหน้ากวนประสาทจนน่าโมโห




ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ

ขอแจ้งเกี่ยวกับการอัพนิยายนิดนุง เผื่อบางท่านไม่ได้อ่านข้างหน้า อิอิ

แจงจะลงเนื้อหาถึงตอนที่ 15 นะคะ หลังจากนั้นจิทำการติดเหรียญ

ใครชอบอ่านในเว็บ หรือชอบพี่ meb ก็จัดได้ตามสะดวกเลยจ้า

ขอบคุณทุกท่านที่อุดหนุนผลงาน ปัณฑารีย์ นะคะ ^_^ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

0 ความคิดเห็น