คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย SILENCE #Jingyeom SILENCE #Jingyeom | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
B
E
R
L
I
N
 





"เพราะฉันรู้แล้วว่าฉันเคยตกหลุมรักคุณ"

"เมื่อเรานั่งอยู่ในความเงียบ"


ก็คือค้างคาในหัวมาประมาณนึงนะคะฮือ วันนี้พี่เสือน้องหมาของเราก็ได้ออกมาแล้ว เย่
เรียกว่าเป็นพาร์ทต่อได้ไหมนะ จริงๆแล้วเรื่องราวก่อนหน้าน้อนคยอมจะเจอกับคุณพี่แจบอมแหละค่ะ
จริงๆอ่านอันไหนก่อนก็ได้ เพราะงั้นใครที่ยังไม่ได้อ่านอีกเรื่องไปอ่านได้นะคะ ! เรื่องของพี่แจบอมกับน้อนคยอม จิ้มเล้ย

เนื้อเรื่อง อัปเดต 22 มี.ค. 62 / 18:11


B
E
R
L
I
N
 

ในป่าอันลึกลับลึกเข้าไปหลายพันกิโลเมตรยังมีตำนานเล่าขานถึงปีศาจต่างๆ เช่นเดียวกับป่าตอนเหนือที่แห่งนี้ที่มีตำนานเล่าขานของมนุษย์หมาป่า และปีศาจแมวอยู่


ทั้งสองเผ่าต่างทำข้อตกลงในการแบ่งพื้นที่อาศัยและออกล่าเพื่อไม่ให้เกิดการแย่งชิงอาหารกันแม้ว่าปีศาจแมวนั้นจะมีเพียงตนเดียวก็เถอะ


‘ปาร์ค จินยอง’ คือชื่อของปีศาจแมวตนนั้นหรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่าเนโกะมาตะที่ไม่ได้อยู่ในรูปแมวบ้านทั่วไปแต่กลับอยู่ในรูปของเสือโคร่งโบราณสองหางที่มีขนาดมหึมา


เชื่อเถอะว่าแมวไม่ถูกกับสุนัขยังไงในปัจจุบัน เสือ กับหมาป่าก็ไม่ถูกกันเช่นนั้นเหมือนกัน


ทั้งสองเผ่าสามารถรักษากฏนั้นได้เป็นอย่างดี ไม่มีการยุ่มย่ามอาณาเขตของอีกฝ่ายแต่อย่างใด ทำให้จินยองไม่เคยมีปัญหากับพวกหมาป่า


จนกระทั่งวันนั้น


วันที่กลิ่นสาปของหมาป่าลอยแตะจมูกเขา จะว่าเป็นกลิ่นสาปก็ไม่ได้ เพราะกลิ่นนั้นมันดูสะอาดเกินกว่าหมาป่าปกติที่ออกล่าจนขนเปรอะคราบต่างๆ


จินยองเดินตามกลิ่นนั้นไปด้วยความเงียบ ดวงตาคมสีอำพันมองหาต้นตอของกลิ่นพร้อมกระโจนตะครุบอีกฝ่ายทุกเมื่อ


ก่อนที่ทุกการกระทำจะหยุดชะงักลงเมื่อเขาเดินซุ่มมาจนถึงต้นตอของกลิ่นและพบว่ามันคือลูกหมาป่าสีขาวตัวเล็กๆตัวนึงที่กำลังวิ่งไล่งับผีเสื้ออยู่


เสือโคร่งหนุ่มหลุดถอนหายใจออกมา มองลูกหมาป่าตัวขาวที่ยังคงไม่รู้ตัว


ถ้าเป็นแค่ลูกหมาป่า คงไม่เป็นไรกระมั้ง


จินยองตัดสินใจเดินกลับเมื่อเห็นว่าอีกฝ่าเป็นเพียงลูกหมาและไม่น่าทำอันตรายใดๆได้ พลันยังเดินไปได้ไม่ไกลนัก เผลอๆแค่เขาหมุนตัวยังไม่ทันก้าวขาด้วยซ้ำ เจ้าก้อนขนสีขาวก็โผล่หน้ามาสบตาทักท้ายเขาจากข้างใต้อกซะแล้ว


ดวงตาคู่สวยที่มีสีต่างกันของลูกหมาป่าทำให้จินยองเผลออดชมอีกฝ่ายไม่ได้ แต่พอเห็นกริยาท่าทางแบบหมาๆเช่นการแลบลิ้นแฮ่กๆแล้วเอียงคอจ้องหน้าเขาจากข้างใต้นี่มันน่าเอาอุ้งเท้าเขี่ยแกล้งผลักให้ล้มสักทีจริงๆ


จินยองเลือกที่จะไม่สนใจก่อนจะเดินต่อโดยไม่สนลูกหมาป่า แต่เสียงเตาะแตะจากอุ้งเท้าเล็กๆยังตามมาไม่ขาด


พอจินยองหันไปมอง อีกฝ่ายก็หยุด


พอเขาเดินต่อ เสียงเตาะแตะนั่นก็ตามมาอีก


จนเขาต้องหันไปขู่เจ้าลูกหมาป่าที่เดินตามหลังมาต้อยๆจนเจ้าก้อนขนสีขาวเผลอสะดุ้งหูหางลู่เสียจนน่าเอ็นดู


“ตามมาทำไม”


“ค..คยอมไม่มีอะไรทำ คยอมเลยออกมาเดินเล่น” เสียงใสตอบกลับมา ใบหูน่ารักกลับมาตั้งชันอีกครั้งเมื่อคนตรงหน้าดูไม่ได้ใจร้ายเท่าที่คิด ปลายหางฟูสะบัดไปมาแสดงความดีใจอย่างปิดไม่มิด


หมาหนอหมา


“งั้นก็กลับไปเดินเล่นที่ถิ่นของเจ้าซะ”


“ไม่เอา คยอมเบื่อ คยอมเดินบ่อยจนคยอมหลับตาเดินในบ้านได้แล้ว”


จินยองถอนหายใจก่อนจะเดินต่อไป


พร้อมกับเสียงเดินเตาะแตะที่ตามมาอีกครั้ง


“นี่ !!” เสือโคร่งหนุ่มเผลอคำรามเสียงดังจนลูกหมาป่าหางลู่หูตกลงไปนั่งที่พื้นอัติโนมัติ


“ข..ขอคยอมไปด้วยนะคุณลุง”


“นี่ไม่เคยได้ยินเรื่องปีศาจเสือหรือไง แล้วนี่มันก็เขตของฉัน”


“คยอมเคยได้ยิน ! ท่านแม่เล่าให้คยอมฟังว่าปีศาจเสือน่ะน่ากลัว ให้ระวังจะโดนจับกิน”


“แล้วเห็นฉันเป็นหมาหรือไง ทำไมถึงยังมาเดินตามฉันต้อยๆแบบนี้เล่า”


“เพราะคุณลุงไม่น่ากลัว แถมคุณลุงยังไม่จับคยอมกินด้วย” ลูกหมาป่าพูดสีหน้าระรื่น


เอาล่ะ มื้อบ่ายของปาร์คจินยองวันนี้ เอาเป็นลูกหมาป่าตัวขาวดีไหมนะ


เสือโคร่งหนุ่มมองก้อนขนฟูสีขาวสะอาดประหนึ่งลูกหมาเกิดใหม่(ซึ่งนั้นก็ใกล้เคียง)ที่ยังคงนั่งจ้องหน้าทำตาละห้อยฉบับลูกหมาอยู่


นี่ก็ใกล้ได้เวลามื้อเที่ยงแล้ว ถือว่าล่าสัตว์ให้เด็กมันดูแล้วกัน


“ตามฉันมาก็ได้ แต่ห้ามเสียงดัง ไม่งั้นฉันจะกินนายแทนกวาง เข้าใจไหม”


“อื้อ ! คยอมจะเป็นเด็กดี ไม่ส่งเสียงสักนิดเลย”




การล่ามื้อเที่ยงจบลงพร้อมกับกวางผู้โชคร้ายที่กลายมาเป็นอาหารมื้อเที่ยงให้แก่หนึ่งเสือโคร่งและอีกหนึ่งลูกหมาป่า เจ้าตัวเล็กตาเป็นประกายเมื่อเห็นชิ้นเนื้อก้อนโตตรงหน้า


“คุณลุงให้คยอมกินได้เหรอ !?”


“อืม จะกินไม่กิน”


“กินสิฮะ !!” ลูกหมาตัวขาวสะบัดหางดีใจอย่างไม่คิดจะปิดความรู้สึกสักนิด


ทั้งคู่ใช้เวลาไม่นานกับมื้อเที่ยงที่ค่อนข้างเกือบบ่าย จนจัดการกับซากเรียบร้อยแล้ว ลูกหมาป่าก็ยังดึงดันจะอยู่กับจินยองต่อ แต่ก็ใกล้เวลาเย็นแล้วและมันคงไม่ดีนักที่เจ้าลูกหมานี่จะมาเพ่นผ่านนอกเขตตน


สุดท้ายเจ้าตัวเล็กเลยโดนจินยองคาบหิ้วคอกลับไปยังฟากเขตถิ่นของหมาป่าตามเดิมโดยเจ้าตัวได้แต่เบะปากส่งเสียงร้องงี้ดๆงอแงตลอดทาง


“คุณลุง ! ปล่อยคยอมนะ ! ตะวันยังไม่เลยภูเขาเลย”


เสือหนุ่มปล่อยลูกหมาลงไปก้นจ้ำเบ้าที่พื้น ก่อนจะเอาเท้าเขี่ยจนเจ้าตัวเล็กกลิ้งหงายหลังไปโดยได้รับการขู่แง้วกลับมาด้วย


นี่คือน่ากลัวที่สุดแล้วสิ นี่ลูกหมาหรือลูกแมวกันแน่ ?


“กลับไปได้แล้ว ที่บ้านคงตามหานายให้วุ่นแล้ว”


“อื้อออ แต่ว่า ..”


จินยองเลิกคิ้วมองลูกหมาที่อ้ำๆอึ่งๆอยู่


“คยอมถามชื่อคุณลุงได้ไหม คุณลุงยังไม่บอกชื่อคยอมเลยนะ”


เสือโคร่งยังมีท่าทีนิ่งเหมือนเดิมจนลูกหมาตัวขาวเริ่มตื่นตะหนกว่าอีกฝ่ายอาจจะไม่พอใจเลยเปลี่ยนคำถามแทน


“คยอมไม่อยากรู้ชื่อคุณลุงก็ได้ ..”


“งั้น ! พรุ่งนี้คยอมก็มาหาคุณลุงได้ใช่ไหม ?” ลูกหมาเอ่ยเสียงแผ่วพลางช้อนตามองอย่างน่าสงสาร


เอากับมันสิ ดูก็รู้ว่าถ้าเขาปฏิเสธมีหวังได้มีลูกหมาติดสอยกลับบ้านมาแน่ๆ หน้าดื้อขนาดนั้น จึงได้แต่จำใจรับปากไปส่่งๆ


“อืม”


สิ้นเสียงคำตอบรับ ลูกหมาตาวาวเป็นประกายทันที ก่อนจะบอกลาเสือหนุ่มอย่างว่าง่ายโดยไม่ลืมทิ้งท้ายว่าจะมาหากันอีก


เอาเถอะ เจ้าลูกหมานี่อาจจะไม่ได้มาหาเขาจริงๆก็ได้





“คุณลุงทำอะไรอยู่อ่ะ?” ลูกหมาในวัยที่เริ่มโตขึ้นกำลังอยู่ในร่างของมนุษย์อายุราว 15 ปีโผล่จากด้านหลังของจินยอง มองอีกฝ่ายที่อยู่ในร่างมนุษย์เช่นเดียวกันที่กำลังพลิกหน้ากระดาษสีเหลืองหม่นบ่งบอกถึงการผ่านการใช้งานมานานอะไรสักอย่างอยู่


“หนังสือน่ะ” จินยองตอบ


“หนังสือเหรอ ? หนังสือคืออะไรอ่ะ “ ยูคยอมในวัยอยากรู้อยากเห็นมุดใต้แขนจินยองก่อนจะโผล่หัวมามองหนังสือในมือบ้าง แต่ว่ายูคยอมน่ะอ่านไม่ออกหรอกนะ


“ของพวกมนุษย์น่ะ”


ขยายความให้ถูกอีกนิดก็คือพวกนายพรานนิสัยไม่ดีที่ถูกเขาขย้ำนั้นแหละ แต่ถ้าบอกไปหมดก็กลัวเจ้าลูกหมานี่จะตกใจเอาเสียก่อน


“คุณลุงๆ ตรงนี้เขาบอกว่าอะไรเหรอ?” ยูคยอมชี้ไปยังหน้ากระดาษที่มีรูปวาดผลเบอร์รี่สักอย่างกับเส้นสีดำยึกยือ


“มันเขียนไว้ว่ากินได้” จินยองสรุปออกมาสั้นๆ จริงๆเขาก็ไม่รู้หรอกว่าอ่านออกได้ไง อาจจะเป็นเพราะว่าเขาคงเคยเป็นแมวเลี้ยงอาศัยอยู่ในสักบ้านของมนุษย์ตอนที่ยังเป็นแมวปกติก่อนจะมาเป็นเจ้าป่าเจ้าเขาแบบนี้กระมั้ง และมันคงติดตัวมาด้วย


“งั้นคยอมก็กินได้ใช่ไหม” เด็กน้อยตาลุกวาวคาดหวังคำตอบจากปากคนแก่กว่า


“เป็นหมาไปกินอะไรผลไม้”


“ถ้าอร่อยก็กินหมดแหละน่า ~”


จินยองไม่แปลกใจสักนิดที่เจ้าลูกหมานี่ตัวเพรียวบางขนาดนี้ ล่าสุดออกล่าเป็นรึยังเหอะ วันๆไล่งับแต่ปลาในน้ำกับวิ่งเล่นไปมา เลี้ยงมาแบบประคบหงมสุดๆเลยไม่ใช่รึไงแบบนี้


หมายถึงพ่อแม่หมาป่าเจ้าเด็กนี้เหรอ


เปล่า


เขานี่แหละ ไอ้บ้าเอ๊ย




แดดที่เริ่มเปลี่ยนทิศทางเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ายามเย็นกำลังมา จินยองเดินออกมาส่งยูคยอมกลับเขตหมาป่าเช่นทุกครั้ง ตอนนี้ยูคยอมสูงแค่เท่าคางเขาแต่อีกหน่อยก็คงสูงกว่านี้อีก


“คยอมไปแล้วนะคุณลูงงงงง” หมาป่าตัวขาวในร่างเด็กหนุ่มยิ้มแฉ่งโบกมือไปมา จินยองทำแค่เพียงพยักหน้ารับ แต่ทั้งคู่ยังไม่ทันเดินกลับป่าของแต่ละคนก็มีบุคคลใหม่โผล่มาจากฝั่งหมาป่าจ๊ะเอ๋กับยูคยอมพอดี


เด็กหนุ่มน่าจะรุ่นราวๆเดียวกับยูคยอม แต่มีผมสีดำขลับตรงปลายแซมสีแดงนิดๆ กับดวงตาดุๆสีเทาเข้มดูตกใจเล็กน้อยก่อนจะร้องอ้อออกมาเมื่อเป็นเพื่อนตัวเอง


“อ้าว แบม” แบมๆมองเพื่อนที่ยิ้มแฉ่งมาให้ก่อนจะเหลือบไปเห็นชายหนุ่มแปลกหน้าที่ยืนจ้องพวกเขาอยู่อีกฟากของป่า


สัญชาตญาณส่วนตัวทำให้เขาดึงเพื่อนตัวขาวไปหลบข้างหลังก่อนจะแยกเขี้ยวขู่ฟ่อใส่คนอีกฟากทันที


ปฏิกิริยาแบบนี้แหละที่จินยองหวังไว้ว่ายูคยอมควรจะทำตอนเจอเขา แต่ในความเป็นจริงคือเจ้าลูกหมานั่นกลับวิ่งเข้าใส่ราวกับเขาเป็นพี่น้องที่คลานตามกันมา


“แบม !”


“นายถอยไปก่อนเลยยู” แบมๆยังคงจ้องจินยองไม่วางตาในขณะที่มือก็ยื่นมากันเพื่อนไว้


โอ้ การอยู่เป็นฝูงของหมาป่ามันดีแบบนี้นี่เอง


“ไม่เป็นไรน่าแบม คุณลุงเขาใจดี เขาไม่ได้จะทำอะไรเราสักหน่อย” ยูคยอมแตะแขนเพื่อนตนเบาๆ แต่ยังไงแบมก็ยังคงไม่วางใจอยู่ดี


จินยองยกยิ้มมุมปากอย่างไม่รู้ตัวเมื่อเห็นท่าทีหวงเพื่อนของลูกหมาป่าอีกตัวที่กำลังปกป้องเพื่อน


ทันทีที่จินยองยกแขนขึ้น แบมๆเผลอผงะตกใจรีบดันเพื่อนถอยจนเกือบสะดุดล้มด้วยกันทั้งคู่ จินยองหัวเราะในลำคอด้วยความเอ็นดู


เขาแค่จะยกมือโบกลายูคยอมเฉยๆ แต่เด็กผิวแทนนี่คงคิดว่าเขาจะทำอันตรายกระมั้ง


จากนั้นเขาจึงเดินหายกลับเข้าไปในป่าของตนโดยยังมีดวงตาอีกสองคู่ของลูกหมาป่ามองตามไม่วางตา




“คุณลุง ! คุณลุงอยู่ไหม คุณลูงงงงงงงง” เสียงใสของยูคยอมดังสะท้อนไปทั่วถ้ำที่จินยองไว้หลับนอนจนเขาเผลอขมวดคิ้วด้วยความรำคาญ


ไม่กี่อึดใจต่อมาร่างของเด็กหนุ่มก็กระโจนทับใส่เสือโคร่งยักษ์ที่นอนหลับอยู่อย่างไม่เกรงกลัว


“ลงไป”


“คุณลุงๆๆๆ มากับคยอมเร็ว คยอมมีอะไรให้ดูแหนะ !”


เสือหนุ่มยังคงหลับตาอยู่แต่คนที่มากวนหาได้สนใจไม่ ยังคงเขย่าตัวเขาอยู่นั้น


“มือเปียก”


“อ๋า คยอมขอโทษ แต่ว่าตอนนี้ไม่เปียกแล้วนะ ! “ อีกฝ่ายพูดพลางกางมือขาวๆอมชมพูตามข้อนิ้วตามฉบับของมนุษย์ให้จินยองดู


แหงล่ะ ก็เล่นเช็ดกับขนของเขาไปหมดแล้วนี่


“คุณลูงงงง ลุกเร็วๆ”


สุดท้ายจินยองก็ต้องจำยอมแปลงกายเป็นร่างมนุษย์เดินตามเด็กตัวขาวที่ลากแขนเขาให้เดินตามออกจากถ้ำไป


ยูคยอมจูงมือเขามาจนหยุดที่ลำธารแห่งหนึ่ง ก่อนที่จินยองจะเห็นว่ามีหมาป่าสีดำขลับอยู่ก่อนแล้วอีกตัวคาดว่าคงจะเป็นเด็กนั่นที่ชื่อแบมๆ


“คุณลุงรอตรงนี้นะ ดูนะ ห้ามแอบหลับด้วย” ยูคยอมเอ่ยอย่างกระตือรือร้นก่อนจะแปลงกลับเป็นร่างหมาป่าสีขาวกระโจนลงลำธารไป


จินยองมองลูกหมาที่ลงไปเล่นน้ำแล้วอดยิ้มไม่ได้ แต่สายตาก็เหลือบเห็นหมาป่าสีดำที่ยังจ้องเขาไม่วางตา


ไอ้ลูกหมาตัวนี้นี่ก็หวงเพื่อนจัง


“อุนอุง !! อูอี้ “ จินยองหันกลับมาสนใจลูกหมาสีขาวอีกครั้งที่คาบปลาอยู่ในปากก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินขึ้นมาหาเขา


“อย่าสะบั..”


ไม่ทันพูดจบ ยูคยอมวางปลาลงที่พื้นก่อนจะสะบัดขนเต็มแรงจนน้ำกระเซ็นใส่จินยองไปหมด


เจ้าหมาเด็กนี่ กัดสักทีไหมเนี่ย


“คยอมจับปลาได้แล้วนะ ! แบมเป็นคนสอนคยอมแหละ” ลูกหมาอวดไม่หยุดในขณะที่จินยองยุ่งอยู่กับการเช็ดหยดน้ำที่กระเซ็นมาโดนเต็มตัวอยู่


“คยอมเก่งไหม!”


รอยยิ้มถูกจุดขึ้นมาบนใบหน้าหล่ออีกครั้ง จินยองพยักหน้ารับเบาๆ เอาวะอย่างน้อยเจ้าลูกหมาก็ล่าปลาเป็นแล้ว


“วันนี้คยอมจะจับปลาให้คุณลุงเอง !!”


จินยองยิ้มค้างก่อนจะรีบปฏิเสธทันควัน


เชื่อเถอะว่าถ้ารอเด็กนี่จับปลาคงต้องรอถึงบ่ายพอดี สุดท้ายจินยองจึงอาสาออกล่าเหมือนปกติทุกครั้งแต่คราวนี้มีลูกมือเพิ่มมาด้วย


ยูคยอมน่ะเหรอ ดื้อขนาดนั้นฝันไปเถอะ


ต้องยอมรับว่าเซ้นส์หมาป่าของแบมๆถือว่าดีมากในฐานะผู้ล่า แต่เขาไม่ได้ว่ายูคยอมไม่มีเซ้นส์ เพียงแต่หมาป่าตัวขาวเหมาะที่จะทำหน้าที่วิ่งไล่ต้อนเหยื่อมากกว่า ซึ่งยูคยอมก็ทำหน้าที่นี้ได้ดีทีเดียว


บางทีเขาก็คิด ว่าเขาเคยทำอะไรกับเผ่าหมาป่ามาก่อนหรือเปล่า จากหนึ่งกลายเป็นสอง ตอนนี้จินยองมีลูกหมาป่ามาติดพันถึงสองตัวประหนึ่งเป็นคุณพ่อลูกติด


แบมๆเริ่มยอมรับเขาในฐานะที่เป็นคนสอนออกล่าเหยื่อและเทคนิคต่างๆให้อันนี้เข้าใจ แต่อีกคนเนี่ยนอกจากนั่งทำหน้าหมาๆน่าจับมาฟัดให้จมเขี้ยวก็ไม่รู้ว่าคิดว่าเขาเป็นพ่อหมาป่าหรือยังไงถึงได้ตามติดขนาดนี้


“เอ้อคุณลุง วันนั้นคยอมเจอมนุษย์ด้วย”


“หื้ม ? แล้วไปเจอได้ยังไง”


“ตอนคยอมกับท่านแม่ไปหาที่พักช่วงฤดูหนาวที่กำลังจะถึงนี้แล้วมันผ่านตรงลำธารตะวันออก”


“แล้วหมอนี่ก็โดนจับอุ้มด้วย ระวังตัวซะไม่มี” แบมรีบเอ่ยแทรกฟ้องขึ้นมาทันที


“แบมอย่าดุซี่ ก็เราตกใจนี่”


จินยองหันไปทำท่าเห็นด้วยกับแบม จนยูคยอมเริ่มทำท่างอแงที่ไม่มีใครเข้าข้าง


“อ่า จริงด้วย ใกล้ฤดูหนาวแล้วนี่นะ” จินยองรำพึงเบาๆ


“ใช่ คยอมกับแบมต้องไปอยู่ตรงภูเขาตะวันออกนู้นน คงไม่ได้มาหาคุณลุงแน่ๆ”


“ก็รอหมดฤดูหนาวค่อยมาสิ”


“คุณลุงสัญญาก่อนว่าห้ามหนีคยอมนะ”


“แล้วจะให้ฉันไปไหนล่ะถามจริง”


“ไม่รู้แหละ คุณลุงสัญญามาก่อนเลย”


“อืม ฉันจะรอ”




พอเริ่มเข้าฤดูหนาว จินยองก็เริ่มเข้าสู่ฤดูจำศีลเช่นกันแต่เขาก็ไม่ได้นอนทั้งวันขนาดนั้น ก็มีออกล่าบ้างแต่ไม่เยอะเท่าช่วงปกติ


เวลาผ่านไปหลายเดือนจนหิมะสีขาวเริ่มตกโปรยปรายลงมาจากฟ้าจนทั้งป่าและพื้นหญ้ากลายเป็นสีขาวโพลน รวมถึงฤดูผสมพันธ์ของเสือโคร่งที่กำลังมาถึงด้วย


แน่นอนว่าจินยองคงจะผ่านมันไปได้เหมือนทุกปี แค่อดทนรอเวลาผ่านไปเหมือนทุกๆครั้งเท่านั้น


แต่ว่าปีนี้กลับไม่ใช่เมื่อเขานอนอยู่ในถ้ำดีๆก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังเข้ามาในถ้ำ


เขาได้แต่ขอให้เป็นกระต่ายป่าหรือกวาง แต่กลิ่นที่ลอยมาแตะจมูกนั้นบอกชัดเจนว่าอีกฝ่ายคือสัตว์ประเภทไหน


“คุณลุงงง ?”


จินยองกำลังพยายามข่มตากลั้นหายใจก่อนจะทำตัวเงียบๆไม่สนใจหมาป่าตัวขาวที่ดันมาไม่ถูกเวลาเอาตอนนี้เสียเลย


นี่ยังไม่พ้นฤดูหนาวเลยไม่ใช่รึไง แล้วทำไมเจ้าเด็กนี่ถึงมาโผล่ที่นี้


เสียงฝีเท้าขยับมาใกล้เรื่อยๆจนเงียบหายไป จินยองคิดว่าอีกฝ่ายอาจจะเดินออกไปแล้วแต่ไม่ใช่เมื่อสัมผัสเบางบางแตะที่ใบหน้าเสือโคร่งหนุ่มเบาๆ


จินยองเบิกตาโผล่งทันที ทำเอาเด็กหนุ่มเผลอตกใจตามกันไปด้วย


“คุณลุงเป็นอะไร? ไม่สบายเหรอ”


“..” จินยองเผลอจ้องหมาป่าตัวขาวที่ตอนนี้อยู่ในร่างของมนุษย์ ก่อนจะรีบสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง เขาเพิ่งสังเกตว่าแค่ไม่กี่เดือนยูคยอมก็ดูเหมือนจะสูงขึ้นน่าจะพอๆกับเขาแต่หุ่นนั้นยังเพรียวบางกว่ามากนัก ถ้าอยู่ในร่างหมาป่าตอนนี้ขนาดก็อาจจะพอๆกับเขาแล้วก็ได้ แต่โครงร่างเขาก็ยังหนากว่าอยู่ดี


ยูคยอมขมวดคิ้วไม่เข้าใจ อะไรกันคนอุตส่าห์รีบกลับมาหาแท้ๆ ทำตัวเป็นตาแก่ขี้งอนไปได้


“คุณลุงเป็นอะไรเล่าเนี่ย อ้ะ !” มือเรียวพยายามแตะตัวอีกฝ่ายอีกครั้งแต่คราวนี้จินยองไม่ได้หลบหรืออะไรเสือหนุ่มหันมาตะปบไหล่จนคนตัวขาวล้มไปนอนที่พื้น ดวงตาคู่สวยโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ


“ออกไป ฉันไม่อยากทำอะไรนาย” จินยองแปลงกลับมาเป็นร่างมนุษย์เพราะกลัวว่ากรงเล็บของตนจะทำอันตรายอีกฝ่ายเข้าในขณะที่ยังคร่อมร่างคนตัวขาวอยู่


ยูคยอมยังคงไม่เข้าใจ แต่ก็เหมือนจะเริ่มเข้าใจนิดๆเมื่อเขาทำจมูกฟุดฟิดแล้วพบว่ากลิ่นตัวจินยองแตกต่างจากทุกครั้ง


“แต่ว่า .. “ คนตัวขาวยังคงดื้อดึงที่จะอยู่จนจินยองต้องเอ่ยต่อ


“หรืออยากให้ฉันทำกับนาย?”


ยูคยอมเม้มปากเน้นตัวแข็งนิ่งทันที เพราะน้ำเสียงที่อีกฝ่ายใช้ไม่ได้มีการล้อเล่นเหมือนปกติ


จินยองคิดว่ายูคยอมคงจะยอมถอยแล้ว แต่ว่าไม่ใช่ เขามองคนตัวขาวที่เสหน้าหนีไปทางอื่นทั้งๆที่ใบหน้าขาวนั่นเริ่มขึ้นสีจางๆ ยูคยอมหันกลับมาสบตาจินยองอีกครั้งก่อนจะที่ผลุบตาลงต่ำอย่างประหม่า


“ถ้า..ถ้าเป็นคุณลุง ผมยอมนะ ..”


เหมือนเส้นสติขาดผึงจินยองก้มลงไปบดเบียดปากนุ่มนิ่มสีสดของคนเด็กกว่าอย่างไม่ทันตั้งตัว


มือสากจับพลิกอีกฝ่ายให้อยู่ในท่าคลานเข่าในขณะที่ปากทั้งคู่ยังคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง


ยูคยอมครางรับเบาๆทุกครั้งที่อีกฝ่ายโถมตัวใส่จนเสร็จสมพร้อมกัน เหลือเพียงแค่เสียงหอบหายใจ


ยูคยอมคิดว่ามันอาจจะจบแล้ว แต่สำหรับเสือโคร่งที่อยู่ในช่วงฤดูผสมพันธุ์อย่างจินยองมันยังไม่พอ


จินยองเริ่มขยับตัวอีกครั้ง จนยูคยอมเริ่มทนไม่ไหวเด็กตัวขาวถึงเริ่มดิ้นหนี แต่มือสากยังคงจับสะโพกขาวแน่นราวกับคีมเหล็ก และเมื่ออีกฝ่ายยังไม่ยอมหยุดดิ้นจินยองจึงก้มลงไปกัดหลังคออีกฝ่ายเพื่อให้หยุดดิ้นตามสัญชาติญาณ คราวนี้ยูคยอมถึงกับร้องไห้ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่ทน


จินยองกระซิบชิดหูอีกฝ่าย


“จินยอง .. เรียกชื่อฉัน”


“อ้ะ ฮือออ ไม่เอาแล้ว”


“เรียกชื่อฉัน ... เสร็จรอบนี้แล้วฉันจะปล่อยนายไป”


“อะ พี่จ..จิน ฮือ จินยอง อ้ะ”


จินยองจูบขมับอีกคนอย่างพอใจก่อนจะขยับกระแทกแรงๆไม่กี่ครั้งแล้วปลดปล่อยออกมาพร้อมกับร่างขาวที่สลบไปแล้ว เขาได้แต่ขอโทษอีกฝ่ายในใจก่อนจะกอดร่างบางไว้แล้วหลับเข้าสู่ห้วงนิทรา




ยูคยอมขยับตัวเมื่อรู้สึกอึดอัด พอลืมตาก็เห็นจินยองจ้องเขาอยู่ตาไม่กระพริบ


“ลุง ปล่อย อึดอัดเนี่ย” จินยองทำตามอย่างว่าง่ายแต่สายตายังคงมองลูกหมาของเขาไม่วางตา


“หิวอ่ะลุง ไปหาอะไรกินกันเถอะ” จนถึงตอนนี้จินยองเริ่มเลิ่กลั่กขึ้นมาทันที อย่างน้อยเขาก็เตรียมใจว่าอาจจะโดนฝากรอยข่วนบนหน้าเป็นแผลเป็นบนเปลือกตาสักสองสามแผล แต่เด็กตัวขาวนี้กลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว


“ลุงมาเร็ว !” ยูคยอมรบเร้าอีกครั้งเมื่อเห็นว่าจินยองยังคงนั่งนิ่ง


เสือโคร่งหนุ่มเดินออกมาจากถ้ำยืนขนาบข้างหมาป่าสีขาวที่ขนาดพอๆกันแต่ตัวบางมากกว่าเสืออย่างเขานัก ขนสีขาวที่แทบกลืนไปกับหิมะไหนจะดวงตาใสๆนั้นอีก


“โง้ย ลุงอย่าเลีย !!” หมาป่าร้องแหวเหมือนจู่ๆเสือโคร่งหนุ่มก็มาเลียแก้มเขา


“ขนมันชี้” จินยองแถหน้าด้านๆออกมาอย่างไม่อาย


หิมะเบาบางลงมากแล้ว เป็นสัญญาณว่ากำลังจะเข้าสู่ฤดูใหม่


จินยองไม่ได้ทักท้วงอะไรถึงเรื่องราวความสัมพันธ์ทางกายของพวกเขาในวันนั้น รวมถึงยูคยอมเองก็ด้วย เพียงแต่ยูคยอมจะอ้อนเขามากขึ้นกว่าเดิมแค่นั้นนิดหน่อย


และแน่นอนว่าแบมๆจะไม่มีวันรู้เด็ดขาด ไม่งั้นจินยองคงได้มีรอยแผลเป็นบนหน้าจริงๆแน่




พอเข้าฤดูใบไม้ผลิ สัตว์ต่างๆเริ่มกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ และวันนี้จินยองก็ได้ล่าวัวป่าสองตัวกะเตรียมไว้ให้คู่หมาป่าเพื่อนรักขาวดำ แต่เริ่มบ่ายแล้วกลับไม่มีวี่แววหมาป่าทั้งสองสักนิด จนจินยองเริ่มใจไม่ดี


เขาตัดสินใจเดินไปยังเส้นแบ่งเขตป่ามองไปยังฟากหมาป่าอย่างเหม่อลอย แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงประหลาดดังขึ้นเรียกสติเขาขึ้นมา


ปัง !!


นกนับสิบบินออกมาจากท้องฟ้าเขตหมาป่า จินยองเบิกตากว้างก่อนจะรีบพุ่งเข้าไปยังเขตหมาป่าอย่างไม่คิดชีวิตทันที


จินยองวิ่งเข้าไปตามกลิ่นก่อนจะซุ่มหมอบเงียบเมื่อได้กลิ่นมนุษย์ เขาเห็นมนุษย์กลุ่มหนึ่งในมือถือปืนยาว พร้อมกับร่างสุนัขป่าขนาดใหญ่กว่าปกติที่นอนหอบหายใจรวยรินอยู่ที่พื้น 2-3 ตัว


จินยองเริ่มออกตัววิ่งต่อทันทีเพื่อหาคนที่ต้องการเจอมากที่สุด


หวังว่ายูคยอมคงปลอดภัย


เสือโคร่งวิ่งเร็วขึ้นเรื่อยๆเมื่อกลิ่นเริ่มชัดเจนขึ้นก่อนจะเกือบวิ่งชนกับหมาป่าขนดำแซมแดงที่คุ้นตา


“แบม ?”


“ลุง ?”


“แล้วยูคยอมล่ะ?” จินยองรีบเอ่ยถามทันที


“ผมแยกทางกับยูคยอมมา ผมล่อให้อยู่” แบมๆอธิบายด้วยความรวดเร็ว จินยองพยักหน้ารับ


“นายรีบไปเถอะ รีบข้ามลำธารตรงทางเหนือไป ตรงนี้ฉันจะจัดการต่อเอง ”


“แต่ผมบอกยูไว้ว่า..”


“รีบไปสิ ! เดี๋ยวฉันดูไปดูยูคยอมให้” จินยองหันกลับมาขู่ใส่ เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าอื่นมาใกล้เรื่อยๆ


แบมๆดูกังวลและหนักใจแต่สุดท้ายเขาก็ยอมทำตามที่จินยองบอกโดยกำชับว่าให้หาเพื่อนเขาให้เจอและระวังตัวด้วย


จินยองเริ่มวิ่งอีกครั้งจนเห็นเงารางๆของหมาป่าสีขาว จินยองยิ้มด้วยความโล่งใจรีบเร่งฝีเท้าเข้าไปเรื่อยๆ


ปัง !


เหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนทันที


ร่างหมาป่าสีขาวล้มลงต่อหน้าเลือดสีแดงสดค่อยๆกระจายเป็นวงกว้างบนขนสีสะอาด จินยองชะงักทำตัวไม่ถูก ก่อนจะมีร่างหมาป่าสีขาวอีกร่างพุ่งเข้าไปหาศพที่นอนแน่นิ่ง


“ท่านแม่ !!!”


สติของจินยองถูกดึงกลับมาอีกครั้ง เขารีบวิ่งเข้าไปคาบหลังคอลากหมาป่าตัวขาวออกมาทันทีท่ามกลางความตกใจ


“ลุงจินยอง !?”


“ลุงปล่อยผม ผมจะหาท่านแม่ !!”


หมาป่าตัวขาวยื้อตัวสุดชีวิตที่จะไม่ไปกับเสือหนุ่ม


“นายอยากตายหรือไง”


“ไม่ ! แต่ผมจะกลับไปหาท่านแม่ !!” ยูคยอมในตอนนี้ที่ดูขาดสติดื้อดึงจะวิ่งกลับไปให้ได้ จนจินยองต้องกัดหลังคออีกฝ่ายเหวี่ยงกดลงไปกับพื้นเรียกเสียงครางด้วยความเจ็บจากหมาป่าตัวขาวออกมาได้เป็นอย่างดี


“กลับไปให้โดนจับน่ะเหรอ นายคิดว่าแม่นายจะดีใจหรือไงที่ลูกตัวเองโดนจับน่ะ !” จินยองตะคอกจนหมาป่าหูลู่ตกด้วยความกลัว


“เชื่อฉันเถอะ ว่าถ้าแม่นายยังอยู่เธอก็จะบอกให้นายวิ่งหนีไป”


ยูคยอมเบือนหน้าหนีก่อนจะมุดออกจากใต้อาณัตเสือโคร่งอย่างจำยอม เมื่อจินยองเห็นว่าคนเด็กกว่าสงบลงแล้วจึงออกนำทางต่อเพื่อหนีออกไปจากการล่าบุกรุกของมนุษย์ครั้งนี้


ปัง !


เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้ง ยูคยอมสะดุ้งตัวโยนจนเกือบเสียศูนย์ จินยองต้องรีบปรี่เข้ามาดันอีกฝ่ายให้วิ่งต่อก่อนจะถูกไล่ทัน


“ทางนี้”


ทั้งคู่ออกจากป่ามาโผล่ยังลำธารกว้างที่มีปลายทางเป็นหน้าผาน้ำตก


“พี่จินยอง เราจะทำยังไงต่อดี ..” ยูคยอมเอ่ยถามด้วยความกังวลเพราะน้ำไหลเชี่ยวมาก พวกเขาข้ามไปไม่น่าได้แน่ๆ ไหนจะเสียงฝีเท้านับสิบที่เริ่มเข้ามาใกล้เรื่อยๆ


“พี่จิน—“


ยูคยอมอ้าปากค้างเมื่อจู่ๆเสือโคร่งก็คาบหลังคอโยนเขาลงไปในลำธารที่น้ำไหลเชี่ย สองขาตะเกียกตะกายไปมาด้วยความตกใจ


ยูคยอมได้แต่คิดว่าทำไม เขาอยากตะโกนถามอีกฝ่ายเหลือเกิน แต่น้ำที่ไหลเข้ามาเต็มหน้าเต็มปากทำให้เขาไม่สามารถส่งเสียงใดๆได้


ภาพเสือโคร่งที่ยืนมองดูเขาเฉยๆนั่นทำให้ยูคยอมหัวเสียเป็นบ้า ยูคยอมคิดก่อนที่เขาจะจมลึกลงไปในน้ำพร้อมกับสติที่หมดไป





“แค่กๆ” ยูคยอมฟื้นขึ้นมาอีกครั้งที่บริเวณขอบพื้นของบ่อน้ำตก เนื้อตัวหมาป่าสีขาวเปียกปอนอย่างน่าสงสาร เขาได้แต่ไอเอาของเหลวออกมาจากปอดอย่างหยุดไม่ได้


ซ่อกแซ่ก


ยูคยอมหูลู่หางตกอีกครั้งเมื่อคิดว่าตัวเองยังไม่รอดพ้นจากมนุษย์ใจร้ายพวกนั้น แต่ร่างของหมาป่าสีดำแซมแดงที่โผล่ออกมาทำเอาหมาป่าตัวขาวน้ำตาไหลออกมาอย่างช่วยไม่ได้


แบมๆรีบเดินเข้าไปหาเพื่อนก่อนจะพาขึ้นมาบนพื้นหญ้าแล้วอยู่คลอเคลียราวกับปลอบประโลมกันและกันจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ยูคยอมร้องไห้แต่ไม่มีเสียงสะอื้น มีเพียงน้ำตาที่ไหลออกมาเงียบๆเท่านั้น


เขาได้แต่เภาวนาว่าเรื่องทุกอย่างมันจบแล้ว


ถึงแม้จะโมโหแต่ยูคยอมก็ยังแอบหวังว่าจินยองจะปลอดภัย





ผ่านไปหลายปีไม่มีวี่แววของหมาป่าตัวอื่นหรือแม้กระทั่งจินยอง แม้จะไม่มีใครพูดถึงเหตุการณ์นั้นแต่มันยังคงฝังอยู่ในใจยูคยอมเสมอมา


ยูคยอมกับแบมเร่ร่อนไปเรื่อยๆพวกเขาจะไม่อยู่พักนานนักจนกว่าพวกเขาจะแน่ใจว่าพื้นที่ตรงนั้นปลอดภัยจริงๆ


จนเห็นว่าพวกเขาได้ที่อาศัยที่แน่นอนแล้ว ทั้งยูคยอมและแบมๆต่างต้องเรียนรู้ที่จะอยู่รอดด้วยตัวเอง พวกเขาเติบโตขึ้นแต่ก่อนนักหากพวกพี่หมาป่ามาเห็นคงชมกันใหญ่แน่ แต่ตอนนี้กลับเหลือแค่พวกเขาสองคน คิดแบบนั้นแล้วดวงตาคู่สวยก็ดูเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด


และในวันหนึ่งขณะที่แบมๆออกล่า ส่วนเขาไปหาน้ำกินที่ลำธาร ใบหูสีขาวของหมาป่าขยับไปมาเมื่อได้ยินเสียงแปลกๆไม่ใกล้ไม่ไกล ด้วยความสงสัยยูคยอมจึงเดินไปดูที่มาของเสียงนั้น


เขาเห็นมนุษย์สองคน หนึ่งคนอยู่บนฝั่ง อีกคนอยู่ในแม่น้ำท่าทางอายุไม่มากนักน่าจะรุ่นราววัยรุ่น

ยูคยอมมองมนุษย์คู่นั้นด้วยสายตาว่างเปล่า และเลือกที่จะไม่สนใจก่อนที่จะหันหลังกลับไป


ตู้ม !


เสียงของหนักตกลงบนผิวน้ำทำเอายูคยอมต้องหันกลับไปมองอีกครั้ง มนุษย์ที่กำลังตะเกียกตะกายในแม่น้ำไหลเชี่ยวดูท่าจะแย่ มนุษย์อีกคนดูตกใจอย่างเห็นได้ชัด ส่งเสียงร้องออกมาทันที ก่อนจะรีบวิ่งออกไปจากตรงนั้น


ยูคยอมคิดว่ามันก็ยังคงไม่ใช่ธุระอะไรของเขา แต่จู่ๆภาพตอนที่เขาตะเกียกตะกายในน้ำ วันที่เขาโดนคนใจร้ายเหวี่ยงลงน้ำก็วนเข้ามาในหัว


ถึงจะรู้ว่าจินยองทำเพื่อช่วยเขาก็เถอะ แต่เขาก็อดโมโหไม่ได้อยู่ดี


เพราะถ้าจะรอดก็ต้องรอดด้วยกันสิ


ยูคยอมขมวดคิ้วอย่างขัดใจก่อนจะกระโจนลงน้ำไปช่วยมนุษย์ผู้นั้นขึ้นมา เขาคาบคอเสื้ออีกฝ่ายลากพาว่ายขึ้นฝั่งโดยที่เขาเผลอสบตากับอีกฝ่ายแวบนึงก่อนที่อีกฝ่ายสลบไปเพราะน้ำเข้าปอดเยอะเกิน


ยูคยอมแปลงกายกลับเป็นมนุษย์จ้องมองใบหน้าคนที่สลบอยู่ก่อนจะเกลี่ยผมที่ปิดหน้าปิดตาอีกฝ่ายเผยให้เห็นจุดตำหนิสองจึดบนเปลือกตาซ้าย เขาตบแก้มอีกฝ่ายเบาๆเพื่อเรียกสติแต่คนที่นอนอยู่ก็ไม่มีท่าทีจะฟื้น


ยูคยอมไม่รู้ว่าควรทำยังไง จู่ๆเขาก็นึกได้ถึงหนังสือที่จินยองเคยอ่านให้ฟัง เขาเม้มปากอย่างชั่งใจก่อนจะก้มลงไปประกบปากเป่าลมใส่ปากอีกฝ่าย


เขาเองก็ไม่แน่ใจหรอกว่าทำถูกไหม แต่คนที่นอนอยู่ก็ยังไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ยูคยอมไม่ทันได้ก้มลงไปทำอีกรอบเขาก็ต้องรีบซ่อนตัวเพราะดูเหมือนเพื่อนของอีกฝ่ายจะกลับมาพร้อมกับมนุษย์สูงวัยอีกคนที่รีบวิ่งปรี่มาหาร่างที่นอนสลบนิ่งอยู่บนฝั่ง


“แจบอม แจบอม ตื่นสิเว้ย” มนุษย์ที่วิ่งหายไปตอนแรกตบแก้มอีกฝ่ายเหมือนที่ยูคยอมทำในตอนแรก ก่อนที่อีกคนที่มาใหม่ทำท่าเหมือนกดลงกลางอกคนสลบอยู่ ไม่กี่นาทีต่อมาร่างแน่นิ่งก็สะดุ้งขึ้นมาลุกนั่งไอจนตัวโยน ทั้งสองคนหิ้วปีกร่างที่เปียกปอนลุกขึ้นยืน


ยูคยอมมองตามอย่างเงียบๆ เขามองคนเพิ่งฟื้นที่หันซ้ายกันขวาราวกับหาบางอย่าง โดยที่ยูคยอมเองก็ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าตัวเขาเองนั้นก็ถูกจับจ้องอยู่เหมือนกัน


ดวงตาสีอำพันเหลืองที่มองยูคยอมตั้งแต่ตอนเขาเป็นลูกหมาป่าตัวเล็กๆ


ยูคยอมหันขวับเมื่อเริ่มรู้สึกแปลกๆเหมือนถูกจ้อง ก่อนจะรีบแปลงกลับร่างหมาป่าวิ่งหายเข้าไปในป่าทึบเพื่อความปลอดภัย


เมื่อเห็นว่าหมาป่าตัวขาวหายไปแล้ว ร่างของจินยองถึงยอมโผล่ออกมาจากมุมมืด เขาเห็นทุกอย่าง เห็นทั้งหมด


ความจริงจินยองแอบตามดูแลหมาป่าทั้งสองตั้งแต่วันนั้นแล้วด้วยซ้ำ เพียงแค่แบมกับยูคยอมไม่รู้ตัวก็เท่านั้น


วันนั้นก็เป็นเขาเองที่มาคาบหิ้วคอหมาป่าตัวขาวจากน้ำตกขึ้นมาขอบพื้นแม้ว่าร่างของเขาจะบาดเจ็บมาก็ตาม


และเป็นอีกครั้งที่จินยองพบว่ายูคยอมคงจะเกลียดเขาไปแล้ว แถมล่าสุดจินยองยังไม่อยากจะเชื่อว่ายูคยอมเผลอไปผูกจิตกับเด็กหนุ่มที่จมน้ำคนนั้น ไม่รู้ว่าเจ้าลูกหมาของเขารู้ตัวไหมว่าเผลอทำอะไรไป


ก็เจ้าลูกหมาของเขาน่ะซื่อบื้อจะตายนี่นา


อ่า ไม่ได้แล้วสิ


งั้นจากนี้จะเรียกว่าเป็นเจ้าลูกหมาของเขาไม่ได้แล้วสิ


จินยองยิ้มเยาะนึกสมเพชตัวเองในใจ หรือมันถึงเวลาที่เขาควรปล่อยพวกลูกหมาสองตัวที่ตอนนี้ดูแลตัวเองกันได้แล้วไป ส่วนตัวเขาก็กลับไปใช่ชีวิตคนเดียวเหมือนเดิมอีกครั้ง


ใช่ เพราะเสือน่ะไม่อยู่เป็นฝูงหรอก


จินยองไม่เหมาะกับการอยู่เป็นฝูงสักนิด นั่นน่ะถูกแล้ว


เขาได้แต่ภาวนาว่าสักวันนึงอาจจะในภพนี้หรือภพหน้า เขาจะได้เจอยูคยอมอีกครั้งในสถานที่สมควรและเวลาที่สมควร


เสือโคร่งหนุ่มแอบย่องไปดูสองหมาป่าตอนดึกอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ แบมๆชูหัวขึ้นมามองไปรอบๆในขณะที่ร่างหมาป่าตัวขาวหลับซุกอีกฝ่ายอยู่พึมพำใส่เบาๆ


“ได้ยินเสียงใช่ไหม?” ยูคยอมพูดเสียงงัวเงียทั้งๆที่ตาคู่สวยยังปิดอยู่สนิท


“ไม่มีอะไรหรอก นายนอนเถอะ” แบมๆเอ่ยก่อนจะตวัดหางโอบพวกเขาเข้าด้วยกันแล้วซุกตัวนอน


เห็นแบบนี้จินยองก็พอจะวางใจได้เปราะหนึ่ง อย่างน้อยพวกเด็กๆก็โตขึ้นเยอะแล้วและคงดูแลกันเองได้ คิดได้แบบนั้นจินยองก็ยิ้มด้วยความโล่งใจ แบบนี้เขาก็คงไม่ต้องเป็นห่วงแล้วสิ


บางทีโชคชะตาอาจจะนำพาเขาให้มาเจอยูคยอมเพื่อให้เขาเดินมาส่งอีกฝ่ายได้เพียงแค่เท่านี้ ไม่ใช่คนที่จะเดินเคียงข้างได้ตลอดกาล


แต่จินยองยังคงตัดสินใจเฝ้าหมาป่าสองตัวต่ออีกสักนิดจนเริ่มเช้ามืด หมาป่าตัวสีดำได้ลุกออกไปจากที่นอนคาดว่าคงจะออกล่า เขาถึงขยับลงมาใกล้มากกว่าเดิมจนสังเกตเห็นหมาป่าตัวขาวยังคงนอนหลับตาพริ้มอยู่


เสือโคร่งหนุ่มย่างก้าวเข้าไปด้วยความเงียบที่สุดจ้องมองใบหน้าสวยของอีกฝ่ายด้วยสายตาที่หลากหลายความรู้สึกก่อนจะก้มลงไปแนบหน้าผากกับอีกฝ่ายคลอเคลียไปมาเบาๆ


กระซิบถ้อยคำที่เขาไม่เคยบอกอีกฝ่ายแนบชิดริมฝีปาก


ยูคยอมลืมตาขึ้นมาเมื่อรู้สึกถึงการสัมผัสที่มารบกวน


แต่เขากลับพบแค่เพียงความว่างเปล่า


ทิ้งไว้แค่เพียงความรู้สึกอบอุ่นที่คุ้นเคย


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ แมวเอง จากทั้งหมด 6 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. #4 alone 007 (@moomeaw006) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 19:58
    โง้ย พี่เสือไม่น่าแอบมองเฉยๆเลยอ่ะ มนุดคาบหมาไปกินเลย555
    #4
    0
  2. วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 23:45
    เอาจริงคุณลุงเสือเขาก็รักของเขาแหละ แต่ด้วยความที่อยู่คนเดียวมานนจนไม่รู้ต้องทำยังไง และเห็นว่ายูคยอมเป็นเด็กด้วย เลยไม่ได้เริ่มความสัมพันธ์กับน้อง ประจวบเหมาะกับตอนมนุษย์บุก จุดเปลี่ยนเลยทำให้พี่เสือไม่กล้าไปเจอยูคยอมอีก ถึงแม้จะช่วยก็ตาม สุดท้ายได้แต่ตามดูอยู่ห่าง ตอนที่บอกว่าไปผูกจิตกับแจบอมนี่คือแบบ คนที่เรารักเฝ้าตามมาตลอด สุดท้ายก็ต้องปล่อย มันคงเจ็บแต่ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว แต่แบบยัยน้องตอนเด็กนี่ก็เอาเรื่องอยู่นาาาาา ยอมคุณลุงเขาหมดเลย แถมทำไม่มีอะไรเกิดขึ้นเก่งอีก รักเลยไม่มาบรรจบกัน แต่ไปผูกจิตกับแจบอมเราก็โอเคคคคคคค ????
    ป.ล.คือเพิ่งเปิดมาเจอออ คือเราอยากจะบอกว่ามันดีมากค่ะ แบบมากๆๆๆๆๆๆ ตามมาตั้งแต่เรื่อง Faded แล้วค่ะ ตอนนั้นกก็คือชอบมากๆๆๆๆๆๆๆ อ่านซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ จนอยากให้ไรท์แต่งอีก จนวันนี้มาเจอ แล้วพอรู้ว่ามีภาคต่อนี่คือน้ำตาไหลเลยค่ะ แบบเนื้อหาดีมากกกกก เป็นกำลังใจให้นะคะ หลงเข้ามาอ่านนิยายเด็กดีเพราะเรื่อง Faded เลยค่ะ
    #3
    0
  3. #2 จอมจิตรี (@enfant-408) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 15:25
    พี่เสือออออออออออโอ๊ยแม่ทำไมมันเศร้าแบบนี้ล่ะพี่คนที่ตามดูแลน้องมาตั้งแต่ยังตัวเป็นก้อนๆต้องมาทนดูน้องผูกจิตกับคนอื่นพี่เค้าโคตรจะเข้มแข็งเลยเราภาวนาว่าอยากให้คุณแต่งตอนพี่-ับน้องมาตลอดเพิ่งมาเปิดดูแล้วเห็นว่าคุณแต่งแล้วจริงๆขอบคุณมากๆนะคะมันสวยงามสมการรอคอยที่สุดเลย
    #2
    0
  4. #1 ggii_45 (@kik_8364) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 23:45
    ใจบาง หาอ่านยากมากอ่ะฮรื้อ น้ำตาจะไหลจังค่ะ55 มาอัพบ่อยๆเด้ออ
    #1
    0