Oh Host! จำกัดหัวใจอันตราย ในพื้นที่เสี่ยงตายความรัก

ตอนที่ 4 : HOST 3 : Plan of Awake

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 704
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    30 ก.ย. 51









3

 

ทำใจหน่อยนะฮะ ถ้าเป็นเรื่องเงินทองเนี่ย ผู้จัดการจะเป็นอย่างนี้

ก่อนที่โมจิโต้จะจากไป เขาได้ทิ้งประโยคเด็ดไว้ข้างหูของฉันด้วยเสียงกระซิบ

มาบอกฉันทำไมตอนนี้ ไม่บอกตั้งแต่ตอนแรกกันเล่า จะได้เตรียมใจทันกับการกลับจากหน้ามือเป็นเล็บขบที่นิ้วเท้าของผู้จัดการแบบนี้ TOT

เฮ้อ สุดท้ายแล้วฉันก็ต้องนอนตรงนี้ใช่มั้ยเนี่ย?! TwT

ฉันมองรอบด้านที่มีโซฟาสีแดงเข้มกระจายตัวอยู่อย่างปลงๆ หลังจากขับไล่ไสส่งไอ้หน้าหื่นนั่นให้ขึ้นไปห้องของตัวเองได้แล้ว

เฮอะ จะอะไรซะอีกล่ะถ้าไม่ใช่หมอนั่นพยายามจะให้ฉันขึ้นไปนอนบนห้องของเขาให้ได้ -O-^ ส่วนคนอื่นๆ น่ะเหรอ ก็แค่เดินขึ้นห้องไปอย่างปกติเท่านั้นแหละ

ปิดไฟได้แล้ว มันเปลือง เข้าใจมั้ย!!!”

เสียงตะโกนแหกปากดังมาจากด้านบนซึ่งบอกไม่ยากเลยว่าเป็นเสียงของใคร

เข้าใจเลยว่าทำไมเจ้าของร้านถึงให้เขาเป็นผู้จัดการ ก็ช่วยชาติประหยัดพลังงานซะขนาดนี้ =__=;;

เมื่อบ่นกับตัวเองเสร็จแล้วฉันก็เดินไปยังด้านในเคาน์เตอร์เพื่อปิดไฟทั้งหมด เพราะนายหน้าหล่อบอกกับฉันเอาไว้ก่อนที่จะขึ้นไปข้างบนนั่นแหละว่าสวิตช์ไฟทั้งหมดจะอยู่ตรงนั้น

อย่าลืมปิดฮีทเตอร์นะ ถ้าไม่ปิดล่ะก็ ไม่ต้องบอกสินะว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไร!!!”

เสียงพญามารดังขึ้นอีกครั้งจนฉันต้องรีบปิดสวิตช์เครื่องทำความร้อนที่อยู่ข้างๆ สวิตช์ไฟทันที

ความแตกต่างแบบสุดขั้วของผู้จัดการมันน่ากลัวจริงๆ นะเนี่ย =[]=;

หลังจากปิดทุกสิ่งที่จะเป็นการเปลืองไฟฟ้าแล้ว ฉันก็ต้องคลำทางเพื่อไปยังโซฟาตัวที่ใกล้ที่สุดก่อนจะทิ้งตัวลงนอนอย่างเรียบง่าย จากนั้นก็ครุ่นคิดถึงสิ่งที่ทำให้ฉันต้องมาอยู่ที่นี่ในตอนนี้

เมื่อเย็น อยู่ๆ ก็มีโทรศัพท์จากพ่อโทรไปหาฉัน บอกว่าจะไปซื้อของที่ยุโรปเข้าร้านอาหารของตัวเอง และเผลอๆ อาจจะเที่ยวพักผ่อนอีกสักหน่อย ซึ่งยังไม่มีกำหนดกลับที่แน่นอน เลยให้ฉันถ่อสังขารจากแทกูมาเฝ้าร้านให้ในช่วงที่ไม่อยู่ และหากเป็นไปได้ก็อยากจะให้มาภายในวันนี้

ถึงแม้ว่าตอนนี้พ่อกับแม่จะแยกทางกันแล้ว แต่ว่าทั้งคู่ก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันอยู่เพราะไม่ได้เลิกรากันด้วยปัญหาอะไร เพียงแค่ต่างคนต่างชอบชีวิตอิสระเท่านั้นเอง

ดังนั้นในเมื่อพ่อขอร้องมา คนเป็นลูกอย่างฉันก็ต้องช่วยเหลือ อีกอย่าง ตอนนี้ฉันก็ว่างๆ เพราะเพิ่งปิดเทอมเมื่อวานด้วย กว่าจะเปิดเทอมก็มีนาคมนู่น

เฮ้อ เพราะพ่อแท้ๆ ดันบอกแค่ว่าร้านอยู่แถวนี้ แต่ว่าชื่อร้านอะไรก็ไม่ยอมบอก แล้วดูซิ ย่านนี้น่ะ ร้านอาหารมันน้อยๆ ซะเมื่อไหร่กันล่ะ แหล่งรวมร้านอาหารชัดๆ ฉันถึงต้องเดือดร้อนเดินหาจนหลงเข้ามาในซอยที่เป็นหลังร้านของร้านนี้เข้าแล้วโดนไอ้แก่นั่นจี้นั่นแหละ =O=”

ฉันได้แต่พร่ำพรรณนากับตัวเองพร้อมกับถอนหายใจเป็นระยะ ความร้อนจากเครื่องทำความร้อนที่ปิดไปก่อนหน้าเริ่มจางลงไปเรื่อยๆ เพราะสภาพอากาศด้านนอกที่หนาวเหน็บ

กึ๋ย~ คืนนี้ฉันจะหนาวตายมั้ยเนี่ย >_< ถ้าเป็นหน้าร้อนก็ว่าไปอย่าง ต้องมานอนแช่แข็งบนโซฟาแล้วยังไม่มีผ้าห่มสักผืนตอนหน้าหนาวอย่างนี้ได้ตายกันพอดี

ทำไมไม่มีใครใจดีเอาผ้าห่มมาให้ฉันบ้างนะ

บอกตัวเองแล้วก็ได้แต่นอนขดอยู่บนโซฟา ถูมือเพื่อให้เกิดความร้อนก่อนความคิดอันชาญฉลาดจะแวบเข้ามาในหัว

เสื้อกันหนาวที่เอามาด้วยก็มีตั้งหลายตัวนี่นา

คิดได้อย่างนั้นฉันก็ต้องลุกขึ้นมาเดินสะเปะสะปะเพื่อหากระเป๋าเสื้อผ้าของตัวเองที่วางกองไว้กับพื้นทั้งที่มองอะไรไม่เห็น จะให้ไปเปิดไฟเพื่อหากระเป๋าก็ไม่กล้า กลัวว่าผู้จัดการรู้แล้วจะเป็นเรื่องอีก -_-^

จนในที่สุดก็หอบร่างตัวเองไปยังกระเป๋าได้สำเร็จและรื้อค้นเอาเสื้อกันหนาว 2-3 ตัวมาใส่ทับ รวมทั้งสวมกางเกงทับอีกสองชั้นด้วย นอกจากนั้นก็ยังมีถุงเท้าหนาพิเศษและถุงมือไหมพรม

อ่า อุ่นสุดๆ อย่างนี้ก็นอนสบายไม่หนาวตายแล้วเรา >w<

หลังจากหาวิธีแก้หนาวได้ ฉันก็คลานกลับไปยังโซฟาที่อยู่ใกล้ที่สุดซึ่งไม่ใช่ตัวเดียวกับเมื่อครู่ แต่จะสนทำไมล่ะ ขอแค่นอนได้ก็พอแล้ว >O< คิกๆ

 

เมื่อได้เวลารวมตัวของพนักงานในร้านเพื่อเตรียมการเปิดร้านในภาคเช้าแล้ว พวกหนุ่มๆ ทั้งสิบสองคนก็มารวมตัวที่โซฟาตัวหนึ่ง ซึ่งมีก้อนกลมๆ ฝังรากอยู่บนนั้น และก้อนกลมที่ว่านั่นก็คือ...ร่างของหญิงสาวเพียงคนเดียวภายในร้านนี้

นี่มันก้อนอะไรเนี่ย

ชายหนุ่มผมสีขาวอมเทาในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสแลคสีดำผูกด้วยผ้ากันเปื้อนสีเดียวกันตรงเอวยาวถึงกลางหน้าแข้งซึ่งเป็นชุดพนักงานของร้านในภาคเช้าเอ่ยถามออกมากับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า ทั้งที่เห็นว่า ก้อน ที่ว่านี่เป็นใคร แต่ก็อดที่จะพูดถึงขึ้นมาไม่ได้

นายลองเขี่ยดูซิว่ายังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า

คนที่ขึ้นชื่อว่าหล่อที่สุดในร้านและมีรอยยิ้มน่าหลงใหลเพราะลักยิ้มเต็มแก้มเสนอความคิดขึ้นมา ซึ่งคนอื่นๆ อีกสิบเอ็ดคนต่างก็เห็นด้วย ผู้ชายตาตี่ที่มีนามแฝงว่ารัมจึงเริ่มปฏิบัติการเอานิ้วจิ้มไปที่ก้อนกลมๆ นั่น

จึกๆ

ผมว่ายัยนี่ขี้เซาแน่นอนเลย

เมื่อเห็นว่าแรงสะกิดอันเล็กน้อยของคนตาตี่ไม่เป็นผล คนหน้าหวานก็พูดออกมาอย่างเซ็งๆ

แรงแค่นั้นจะไปตื่นได้ยังไง มานี่ ฉันเอง

แล้วคนที่ชอบใช้พละกำลังที่สุดก็เสนอตัว พร้อมกับปราดเข้าไปหาร่างบนโซฟาอย่างรวดเร็วราวกับกลัวว่าจะโดนคนอื่นแย่งหน้าที่

ตุ้บๆ ตุ้บๆ

จากนั้นร่างสูงใหญ่ก็ยกเท้าที่ถอดรองเท้าออกแล้วขึ้นยันที่ต้นขาของคนที่นอนอยู่อย่างแรงจนร่างทั้งร่างกระเทือน ทว่าคนขี้เซาก็ยังคงหลับตาพริ้มสบายอยู่เหมือนเดิมราวกับไม่ได้รับรู้ถึงแรงนั้นแม้แต่น้อย

ขนาดแรงของพี่วอดก้ายังไม่รู้สึกอีก คนหรือเปล่าเนี่ย

หุบปากหมาๆ ของนายไปเลย ไอ้คามิคเซ่

ผมว่าวิธีของผมดีกว่า

ทั้งที่โดนด่ากลับมาแต่เหมือนว่าเจ้าตัวจะไม่จำ ซ้ำยังเสนอความเห็นและวิธีการของตัวเองต่อไปอีกด้วย แต่แล้วคนที่รู้ทันก็สกัดดาวรุ่งไปซะก่อน

ไม่ต้องเลย วิธีของนายมันคงไม่พ้นหื่น

โธ่ ทำไมพูดอย่างนี้ล่ะครับพี่บูลส์อาย

คนหน้าหื่นพยายามออดอ้อนโดยการส่งสายตาน่าสงสารทำหน้าแบ๊วๆ ไปยังพี่คนโตสุดในร้าน เหมือนจะทำให้รู้ว่ามันเป็นการปรักปรำ แต่ว่ามันก็สายไปเสียแล้ว เพราะตอนนี้ทุกคนรู้สันดานไอ้หัวน้ำเงินคนนี้แล้วว่ามันหื่นขนาดไหน

ทำไมไม่ใช้สกรูดี้ล่ะ ต่อให้ขี้เซาแค่ไหนก็ตื่น

ท่ามกลางการระดมความคิดเพื่อปลุกคนขี้เซาที่นอนอยู่นั้น เสียงหวานเกินชายของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้น...เสียงของเตกีล่า ผู้ชายที่ชอบสีชมพูเป็นชีวิตจิตใจ เพราะแม้แต่ในตอนนี้ผ้ากันเปื้อนของเขาก็เป็นสีชมพูในขณะที่ของทุกคนเป็นสีดำ

ความคิดเยี่ยมมาก ไอ้น้องรัก

ร่างใหญ่สุดของวอดก้ากอดคอคนเสนอความคิดที่ถูกเรียกว่าน้องรักอย่างภาคภูมิใจ มันต้องอย่างนี้สิ ถึงจะเข้ากับเขาได้

ทว่าในสายตาของคนอื่นที่มองสองคนนี้แล้วนั้นกลับมีควาคิดเห็นตรงกันว่า สายสัมพันธ์อันน่าพิศวงของความเถื่อนกับความโหด

แล้วนี่จะให้สกรูดี้ทำอะไรเหรอ

คงมีเพียงแค่คนคนเดียวเท่านั้นที่เกิดอาการไม่รับมุก คนที่ได้ชื่อว่า เอ๋อ ยังไงก็ยังคงสมองช้ารับข้อมูลไม่ทันชาวบ้านอยู่ดี เดือดร้อนให้คนหน้าหวานสุดต้องรีบปรามความสงสัย

หยุดเอ๋อสักห้านาทีได้มั้ยเนี่ยพี่ ดูไปก็รู้เอง

มานี่มา สกรูดี้

ไม่รอช้าวอดก้าผละจากคนที่นับเป็นน้องแล้วไปกระชากร่างโปร่งบางของคนหัวส้มทันที

เฮ้ย ไม่เอานะพี่

แต่เจ้าของร่างก็ขัดขืนอย่างเต็มที่ ไม่ใช่ว่าไม่เห็นด้วย ไม่ใช่ว่าไม่อยากทำหรือสงสาร แต่กลัวว่าจะกลายเป็นฆาตกร!

มาเหอะน่า

สุดท้ายแล้วทุกคนก็ร่วมด้วยช่วยกันจับตัวคนค้านเสียงแข็งเอาไว้แล้วลากไปยังโซฟาด้านหน้า จะยกเว้นก็แค่...

โมจิโต้...ที่มองหญิงสาวซึ่งกำลังจะเป็นเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายด้วยใจหวาดหวั่น พลางภาวนาขอให้ตื่นขึ้นมาโดยเร็วก่อนจะเกิดเหตุการณ์ไม่น่าจดจำขึ้น

ยิน...ผู้ไม่เคยแสดงสีหน้าและยินดียินร้ายกับอะไร เพียงแค่ยืนเงียบๆ และทอดสายตาไปยังคนที่กำลังจะเป็นเจ้าทุกข์

เฮนเนสซี่...หนุ่มร่างกลมที่ได้แต่ส่ายหัวไปมา รู้สึกทั้งอนาถใจและสงสารคนที่นอนอยู่

และเตกีล่า...ซึ่งมองไปยังร่างบนโซฟาด้วยใบหน้าน่ารัก ริมฝีปากฉาบด้วยรอยยิ้มอย่างสะใจ เขาไม่ต้องทำอะไรหรอก ในเมื่อเสนอความคิดแล้ว

ไม่เอา ไม่อาวววว~ พี่ปล่อยผมเถอะ

ไม่ได้ เอาเลย รัม นายถอดของมันออกเลย

คนชอบความสนุกและชอบใช้กำลังว่าพลางออกคำสั่งกับเพื่อนที่อายุมากกว่าครึ่งปี

หูย นี่ฉันลงทุนสุดๆ เลยนะ

เจ้าของชื่อบ่นออกมาเล็กน้อยพร้อมกับทำหน้าเหยเกไปด้วย ก่อนจะค่อยๆ จับเท้าของคนหัวส้มขึ้นมาแล้วถอดถุงเท้าออก จากนั้นก็เหวี่ยงไปไกลๆ อย่างรังเกียจ

เสร็จแล้ว นายจัดการต่อเองแล้วกัน ฉัน...ไม่ไหวแล้ว จะไปอ้วก

พูดเสร็จก็ทิ้งขาของร่างโปร่งบางที่จับไว้เมื่อครู่ลงพื้นอย่างไม่สนใจใดๆ ทั้งสิ้น แล้วก็วิ่งฉิวไปยังหลังร้านทันที

กลิ่นมันอานุภาพรุนแรงขนาดนั้นเลยเหรอวะ

คนหน้าหล่อมองตามไปด้วยความสงสัย ก่อนจะถูกคำสั่งใหม่ของวอดก้าเจาะจงมาที่ตัวเอง

เวอร์มุท นายจัดการต่อซิ

บอกพลางดันหลังของคนที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือที่ยังมีฤทธิ์ดิ้นอยู่ให้ใกล้โซฟามากขึ้น เวอร์มุทจึงจับขาขาวๆ ของสกรูไดรเวอร์ขึ้นไปใกล้ร่างที่นอนหลับอยู่ก่อนจะต้องเบนหน้าหนีเพราะอานุภาพมันช่างรุนแรงจริงๆ

วอดก้า ฉันไม่ไหวแล้ว อยากจะตามพี่รัมไป เดี๋ยวนี้!”

เฮ้ย อดทนหน่อยสิวะ

มันไม่ไหวแล้วจริงๆ

เมื่อเห็นว่าเพื่อนรักทำหน้าพะอืดพะอมเต็มที่ก็รีบเร่งให้การกระทำนี้สำเร็จโดยไว ออกแรงผลักร่างผอมบางของคนโดนบังคับเข้าเต็มแรงจนคนทั้งหมดที่ช่วยออกแรงเสียการทรงตัวล้มคว่ำไปตามๆ กัน และมันคงไม่พ้นไปทับร่างบางที่ยังคงนอนขี้เซาอยู่

พลั่ก พลั่ก พลั่ก พลั่ก ตุ้บ!

ฟุดฟิด ฟุดฟิด

กลิ่นอะไรเนี่ย? มันเหมือนอะไรสักอย่างตายแล้วเน่า -*- หรือว่าใครมาทำรถขยะคว่ำ?

ตากลมค่อยๆ ลืมขึ้นทีละนิด รู้สึกเจ็บลำตัวแบบแปลกๆ ราวกับโดนน้ำหนักสามสิบตันล้มทับ ภาพตรงหน้าที่เป็นสีดำค่อยๆ สว่างขึ้น และสายตาปรับโฟกัสจนเห็น...

กรี๊ดดดดด

ฉันส่งเสียงโหยหวนดังยิ่งกว่าเกาหลีเข้ารอบบอลโลก ก่อนจะผลักสิ่งที่อยู่บนหน้าของตัวเอง ย้ำว่าบนหน้า! ออกอย่างรังเกียจที่สุดพร้อมกับดิ้นเร่าๆ เหมือนเจออะไรที่ขยะแขยงสุดชีวิต

พวกนาย ไอ้พวกทุเรศออกไปจากตัวฉันนะ

เมื่อรับรู้ว่าไม่สามารถดีดดิ้นวี้ดว้ายได้อย่างใจ ฉันก็ผลักไอ้พวกที่กองกันอยู่บนตัวฉันออก

แค่เท้าของนายหัวส้มสกรูไดรเวอร์ที่ส่งกลิ่นชวนอ้วกมันก็มากพอแล้ว พวกนายยังมานั่งบนตัวฉันอีกเหรอ เห็นฉันเป็นตัวอะไรฮะ! >[]<;;

โอ๊ย! ส่งเสียงปวดหูอะไรแต่เช้าเนี่ย

ยังไม่ทันที่เสียงหวีดร้องของฉันจะจบลง เสียงของบุคคลอีกคนหนึ่งก็ดังออกมาจากทางเดินซึ่งมาจากชั้นบน เขาพูดอย่างไม่สบอารมณ์พร้อมกับเอานิ้วแคะหูเหมือนรำคาญเสียงที่ได้ยิน

ผู้จัดการ ช่วยฉันด้วย ไอ้บ้าพวกนี้แกล้งฉัน ทำร้ายฉัน!”

ฉันรีบฟ้องทันทีเมื่อพวกนั้นลุกออกไปจากตัวของฉันแล้ว เพราะแน่ใจว่านอกจากเรื่องเงินเรื่องทองแล้ว ผู้จัดการจะเป็นคนใจดีมีเมตตาและมีเหตุผล

แล้วพวกนั้นทำอะไรเธอล่ะ

ก็...พวกเขามานั่งทับตัวฉัน แล้วก็...

อี๋~ แค่คิดก็อยากจะอ้วกแล้ว ฉันยังรู้สึกว่ากลิ่นมันติดจมูกอยู่เลย >_<

แล้วก็อะไร?

แล้วก็เท้าของหมอนั่น

ฉันพูดแค่นั้นก่อนจะชี้ไปที่นายหัวส้มที่กำลังทำหน้าแหยๆ อย่างรู้สึกผิด

อย่ามาทำหน้าแบบนี้กับฉันนะ เพราะยังไงความผิดของนาย ฉันก็ไม่ให้อภัยอยู่ดี! =[]=

เท้า? เฮ้ย! พวกนายเล่นอะไรกันเนี่ย

หลังจากรับฟังคำฟ้องร้องของฉันแล้ว ผู้จัดการคนสวยที่วันนี้ปล่อยผมสีแดงสยายระต้นคอก็กวาดสายตาไปที่นายสกรูไดรเวอร์จากหัวจรดเท้า เมื่อพบว่าเท้าข้างขวาของคนถูกมองเปลือยเปล่า ดวงตาที่กลมโตของเขาก็ต้องเบิกโพลงขึ้นมาก จนน่ากลัวว่ามันอาจจะกลิ้งออกมาได้

ไม่ได้เล่นอะไรหรอกฮะ ก็แค่…”

คนหัวทองที่ดูเหมือนจะอายุมากสุดพูดออกมาด้วยหน้าแหยงๆ แต่ก็พูดได้แค่นั้น

ก็แค่อะไร

ก็แค่จะปลุกยัยโซจูนี่ขึ้นมาเฉยๆ

แค่จะปลุกเนี่ยนะ? แล้วใครคือโซจูฮะนายหมีอ้วน! -O-^

ใช่ พอดีพวกเราเห็นว่าใกล้เวลาร้านเปิดแล้ว แต่ว่ายัยนี่ไม่ยอมตื่นสักทีก็เลยช่วยกันปลุก แต่ว่ายัยนี่น่ะขี้เซาจะตาย ทำยังไงก็ไม่ตื่น พวกเราก็เลยต้องทำแบบนี้ จริงๆ เราไม่ได้อยากทำเลยนะฮะผู้จัดการ แต่ว่าสถานการณ์มันบีบบังคับ

ยกรางวัลหาข้อแก้ตัวดีเด่นให้นายเลย นายหน้าหวาน! เมื่อวานก็ทีนึงแล้วนะ วันนี้นายยังลื่นไหลเป็นปลาไหลได้อีกอย่างนั้นเหรอ เรื่องเอาตัวรอดน่ะ เก่งจริงๆ เลย -__-**

แล้วนายล่ะว่ายังไงมาร์ติน

ได้ฟังคำแก้ตัวเป็นฉากๆ ของนายมาร์การิต้าไปแล้ว ผู้จัดการก็หันไปถามคนผมเทาที่ดูน่าเชื่อถือ (คนซื่อ) ที่สุดบ้าง

ก็อย่างที่พวกนั้นบอกนั่นแหละครับ

แล้วโมจิโต้ล่ะ

คือ...

เฮนเนสซี่

เอ่อ...

ยิน

...

ไร้คำตอบหรือแม้แต่เสียงอึกอัก ไม่อยากจะบอกว่าตั้งแต่เมื่อวานฉันก็ยังไม่ได้ยินเสียงของผู้ชายคนนี้เลยสักแอะ -_-“

เต๊กกี้

ผมเป็นคนเสนอวิธีนี้เองแหละ

คำตอบของนายชมพูทำให้ฉันอึ้ง ไอ้วิธีการทุเรศๆ มันออกมาจากปากของผู้ชายที่ชอบสีหวานแหววแบบนี้ได้ยังไงกัน! O[]O

แล้วนายล่ะ

สุดท้ายผู้จัดการก็หันไปหาคามิคาเซ่ที่ยิ้มมุมปากนิดๆ อยู่ข้างบูลส์อาย

ความจริงผมเสนอวิธีการของผมแล้ว แต่ว่าพวกพี่เขาไม่ยอมเอง วิธีการของผมออกจะนุ่มนวล

เอาล่ะ หุบปากของนายไปเลย ฉันพอจะรู้ว่าวิธีการที่นายว่ามันคืออะไร และฉันก็เห็นด้วยกับพวกนี้!”

เหอะๆ ไม่ใช่แค่ผู้จัดการที่เห็นด้วยหรอก เพราะฉันเองก็เห็นด้วยเหมือนกัน ยังไงฉันก็ยินดีให้นายสกรูไดรเวอร์เอาเท้าลูบหน้าดีกว่าต้องเสียอะไรต่ออะไรให้ไอ้หน้าหื่นนี่ -O-^

แล้วนี่รัมไปไหน

ไปอ้วกครับ

นายหน้าหล่อที่ไม่ได้โดนถามด้วยเมื่อครู่ตอบกลับมา เรียกความสงสัยได้จากทั้งฉันและผู้จัดการ หมอนั่นเลยต่อประโยคของตัวเองอีกครั้ง

หมอนั่นเป็นคนถอดถุงเท้าสกรูดี้

ถึงว่า

ผู้จัดการครางออกมา พร้อมกับร่างของนายตาตี่วิ่งกลับมารวมกลุ่มกับพวกเรา

นี่ฉันพลาดอะไรไปเหรอ

ไม่มีอะไร งั้นก็แยกย้ายกันไปทำงานได้แล้ว ใกล้ได้เวลาเปิดร้านแล้ว

คนสวยหันไปตอบคนที่เพิ่งมาใหม่ ก่อนจะบอกกับทุกคน ซึ่งทุกคนก็ตอบรับคำสั่งนั้นอย่างดีโดยการแยกย้ายสลายตัวกันไปอย่างรวดเร็ว

แล้วเรื่องของฉันล่ะ? ค่าเสียหายของฉันล่ะ?

ผู้จัดการคะ แล้วเรื่องของฉัน

ฉันเรียกร้องความเป็นธรรมของตัวเองก่อนที่ผู้จัดการจะเดินจากไปอีกคน ทว่าสิ่งที่ได้รับตอบกลับมากลายเป็นว่า...

อ้อ งานของเธอเหรอ ไม่ต้องกลัว เธอได้ทำงานชดใช้หนี้ล้านสองแบบถึงใจแน่ๆ

ฉันไม่ได้ถามเรื่องนี้สักหน่อย พูดถึงมันทำมายยย~ TOT

แล้ว...การใช้หนี้ของฉันมันจะสากรรจ์ขนาดไหนกันล่ะเนี่ย T[]T

---------------------

สำหรับคนที่ถามถึงอิมเมจ จัดให้แน่นอนจ้า อาจจะคืนนี้ถ้าทำเสร็จนะ เพราะคิดคอนเซปต์ของรูปไว้แล้วว่าให้ออกมาเป็นแบบนี้ไหน (ไม่ได้เอารูปมาแปะเป็นคนๆ นะ) แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำได้อย่างที่ใจคิดรึเปล่า เพราะว่ายังไม่ได้เตรียมหาของอะไรไว้เลย (ต้องใช้อะไรเยอะขนาดนั้นเหรอ? OoO)

ตอนนี้เปิดเรื่องใหม่อีกเรื่องนึงแล้วนะ ความจริงมันเป็นเรื่องเก่าที่มาแก้ใหม่บางจุด ถ้าหากว่าใครตามอ่านมาตลอดก็คงจะจำกันได้
ยังไงก็ฝากสำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่านหรือว่าอยากจะอ่านใหม่อีกรอบแล้วกันนะ ตอนนี้อยู่ในช่วงกระจายต้นฉบับสู่สำนักพิมพ์ 55+ มันจะออกเดือนตุลาในงานหนังสือนั่นแหละ เรื่องนี้จ้า จิ้มเลย >> Dangerous Harem ก๊วนป่วนกวนหัวใจแสบ

ส่วนเรื่อง SOS ตอนนี้ต้นฉบับอยู่ในไหของ บ.ก. จ้า ยังไม่ได้ล้วงออกมา คิดว่าคงจะรอไปถึงปีหน้า T_T

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

100 ความคิดเห็น

  1. #56 SSSSBBDD (@SBSD) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2551 / 18:50
    ชอบอ่ะปลุกด้วยกลิ่นเท้า
    #56
    0
  2. #38 VC_DAnGeR_doG (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2551 / 10:15
    เพิ่งได้อ่านครั้งแรกค่า

    ฮากร๊ากกก

    ปลุกด้วยกลิ่นเท้าฮยอก

    กร๊ากกกกกกกกก

    อาจถึงสิ้นชีพได้ 555+

    ถ้าได้ดูรายการสำรวจร่างกายมนุษย์

    จะรู้ทันที ว่ากลิ่นคงแรงใช่เล่น

    ขนาดน้องหมาดมยังสะดุ้งเฮือก

    555+
    #38
    0
  3. #20 ~_*คนน่ารัก~_* (@0802422868) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กันยายน 2551 / 12:37
    ซาหวาดดีค่า


    นู๋ชื่อนู๋เมย์น้าค้า


    อยากถามว่า


    ร้านที่นางเอกอยู่เนี่ย


    ใช่ของพ่อตัวเองรึเปล่าคะ


    ช่วยตอบนู๋หน่อยน้าค้า


    จะขอขอบพระคุณอย่างสูง
    #20
    0
  4. #15 bumyaa (@bumyaa) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กันยายน 2551 / 23:21
    อยากเห็นอิมเมจๆ

    เอามาลงเร็วๆ นะคะพี่บิว

    นิยายสนุกๆ แต่แอบงงว่าใครเป็นใครนี่แหละ

    ผู้ชายเย๊อะเกิ๊น
    #15
    0