Oh Host! จำกัดหัวใจอันตราย ในพื้นที่เสี่ยงตายความรัก

ตอนที่ 10 : HOST 9 : Revenge

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 581
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 ต.ค. 51









9

 

และแล้วบทลงโทษจากสวรรค์ก็เริ่มขึ้น ฉันต้องมานั่งซักเสื้อผ้าของไอ้พวกนั้นจริงๆ แต่ว่าของนายวอดก้าน่ะไว้หลังสุดเลย -O- ฉันไม่อยากจับให้มันเป็นเสนียดติดมือเลยจริงๆ ให้ตายสิ เพราะขนาดตอนไปทำความสะอาดห้องหมอนั่นแล้วเจอของพวกนี้เกลื่อนกลาดอยู่ที่พื้น ฉันยังใช้ด้ามไม้กวาดเหวี่ยงมันจนกระเด็นไปลงตะกร้าเลย นับประสาอะไรกับการต้องมาซักให้ -.,-

ฉันเอาอันเดอร์แวร์ของหมอนั่นใส่ในกะละมังเสร็จแล้วก็จัดการกระโดดเหยียบ กระทืบๆ ด้วยแรงสุดตัว ใช้เท้าที่อ่อนบางของฉันในการขยำขยี้ของของหมอนั่นพลางจินตนาการถึงใบหน้าอันกวนส้นนั้น หึๆ นึกแล้วสะใจไม่น้อย >O<

เมื่อซักน้ำผงซักฟอกเสร็จฉันก็ทำเช่นเดียวกันเมื่อซักด้วยน้ำเปล่า จนตอนนี้มันมาถึงน้ำสุดท้ายแล้ว อ่าฮ่า ฉันช่างเป็นคนที่มีความอดทนและความเป็นคนดีสูงจริงๆ -O-^ ถึงจะโดนพวกนั้นกลั่นแกล้งแค่ไหนก็ไม่ยอมแพ้ แล้วสักวันฉันต้องเอาคืนให้ได้เลยคอยดู =O=

โซฮี พวกเรามาช่วยน่ะ

ก่อนที่ฉันจะสลัดของน่ารังเกียจของนายวอดก้าออกไปจากชีวิตได้สำเร็จ เสียงของพี่เฮนเนสก็ดังขึ้นพร้อมๆ กับตัวที่อ้วนกลมค่อยๆ กลิ้ง (ความจริงเขาก็เดินอ่ะนะ) เข้ามา และมีโมจิโต้กับสกรูดี้ตามหลัง

พวกนายสมควรจะโผล่มาตอนที่ฉันกำลังซักสิ ไม่ใช่มาเอาตอนจะเสร็จแล้ว -__-^

ถึงแม้ว่าจะคิดอย่างนั้นแต่อย่างน้อยก็ยังนึกขอบคุณที่พวกเขายังนึกถึงจิตใจอันอ่อนไหวของฉันนะเนี่ย เพราะฉะนั้นก็คงจะพออภัยได้ล่ะ ^_^

อืม ใกล้เสร็จแล้วล่ะ ขอบคุณที่มาช่วย

อันนี้ฉันไม่ได้ตั้งใจพูดประชดนะ ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ก็แค่พูดไปตามความจริงเท่านั้นล่ะ ^O^

เอ่อ โซ...โซฮี

ทว่าเมื่อฉันหันหน้าไปขอบคุณพวกเขา ทั้งสามคนก็ต้องทำตาถลนออกมากันหมด และทำท่าช็อกค้างอย่างกับเจอเรื่องแปลกมหัศจรรย์จนไม่สามารถเก็บความตื่นตระหนกเอาไว้ได้

มันมีอะไรหรือไงกัน?

มีอะไรแปลกเหรอ หรือว่าหน้าฉันมีอะไร?

ฉันถามพลางชี้หน้าตัวเอง พวกเขาก็เลยหันไปมองหน้ากันเอง แล้วก็ได้แต่อึกอักๆ เหมือนกับพยายามเกี่ยงกันอยู่ว่าใครจะพูด และเมื่อต่างคนต่างคิดว่าตัวเองจะต้องพูดอะไรสักอย่าง ก็ได้แต่บุ้ยๆ ใบ้ๆ กันไปหมด

ตกลงมันมีอะไรกันแน่ จะพูดหรือไม่พูด ฉันเริ่มเซ็งขึ้นมานิดๆ แล้วนะ -*-

คือ หะ หัว หัว

ในที่สุดพวกเขาก็สามารถหลุดคำพูดออกมาได้หนึ่งคำ และเป็นคำเดียวกันทุกคน แถมแต่ละคนยังพูดออกมาด้วยเสียงที่ค่อนข้างจะเหมือนคนสะอึก

หัวฉัน? หัวฉันมีอะไร?

คำถามวิ่งวนอยู่ในหัวของฉันพร้อมกับมือที่ตอบรับคำพูดนั้นอย่างดี มันยกขึ้นไปปัดสะเปะสะปะบนหัวของฉันก่อนที่จะได้พบกับสิ่งแปลกปลอม ลักษณะของมันเหมือนเนื้อผ้านุ่มๆ

ใช่ เนื้อผ้านุ่มๆ =.,=

เมื่อคิดว่าสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่อยู่บนหัวของตัวเองแล้ว ความทรงจำอะไรบางอย่างที่หลงลืมไปชั่วคราวก็ฟื้นคืนขึ้นมา

มะ ไม่จริงหรอกมั้ง มันไม่จริงใช่มั้ย? ฉันลืมไปได้ยังไงกันเนี่ย!! O[]O

ฉันลืมว่ากางเกงใน (ที่ใช้แล้ว) ของนายวอดก้ามันยังครอบอยู่บนหัว T[]T

โฮ พระเจ้า ได้โปรดส่งฟ้าผ่ามาตัดหัวลูกที TOT

พี่ช่วยฉันด้วย ไม่เอาแล้ว ไม่เอาแล้ว

ฉันร้องไห้น้ำตาทะลักลงไปคุดคู้อยู่บนพื้นแล้วร้องขอความช่วยเหลือจากพี่เฮนเนส พวกที่เหลือจึงรีบปลอบใจฉันทันที

ไม่เอาน่า อย่าร้องนะ

เข้มแข็งไว้

สกรูดี้กับโมจิโต้เข้ามาประกบฉันทั้งสองข้างและใช้มือตบที่บ่าเบาๆ อย่างให้กำลังใจ ส่วนพี่เฮนเนสพยายามถอดไอ้สิ่งน่ารังเกียจนั่นออกจากหัวของฉัน

พี่ถอดออกแล้วนะ อย่าร้องไห้อีกเลย

เมื่อได้ยินสิ่งที่พี่เฮนเนสบอกฉันก็ค่อยๆ หยุดน้ำตาของตัวเองไม่ให้ไหล พร้อมทั้งยกมือขึ้นลูบหัวตัวเองอีกครั้ง

ไม่มีแล้ว ^O^ ไม่มีมันแล้ว >O< อยากจะกระโดดกอดพี่เฮนเนสจริงๆ ฉันรักพี่เหลือเกิน >w<

หลังจากสิ่งเลวร้ายผ่านพ้นไป ฉันก็รู้สึกสงบใจได้มากขึ้น น้ำตาที่เกลื่อนใบหน้าก่อนหน้านี้ถูกมือแดงๆ ที่เปื่อยและแตกจากการซักผ้าและน้ำเย็นๆ ปาดออกจนเกลี้ยง

หึ ได้เวลาแก้แค้นคืนแล้ว อยากให้ฉันซักให้มากนักใช่มั้ย ได้เลย (>O<)//

ฉันหันกลับไปที่กะละมังซึ่งมีอันเดอร์แวร์ของหมอนั่นแล้วจัดการรวบก้อนนั้นทั้งหมดขึ้นมา คราวนี้ไม่มีท่าทีรังเกียจแล้ว ก็ฉันซักมันเองกับเท้าเลยนี่นา -.,- จากนั้นก็เดินไปที่ขอบระเบียงของดาดฟ้า แล้วก็จัดการปล่อยเจ้าพวกที่อยู่ในมือนั่นลงไป

หิมะยุคใหม่ มันต้องอย่างนี้! >O<

อยากรู้นักว่า...ถ้าไม่มีของพวกนี้แล้วนายจะทำยังไง เจ้าหมี! ^O^

เอา เอาอย่างนี้เลยเหรอ

สกรูดี้หันมาถามฉันเสียงสั่น เขาเองก็คงรู้แหละว่าเจ้าของของพวกนั้นคือใครก็เลยทำท่าหวาดกลัวแบบนี้

ใช่ แล้วนายก็ช่วยหยิบอันนั้นน่ะ มาโยนลงไปให้หน่อย

ฉันบอกพลางชี้นิ้วไปที่ชิ้นส่วนที่เหลืออีกหนึ่งชิ้นซึ่งมันเพิ่งถูกถอดออกจากหัวของฉัน

ไม่อยากจะนึกถึงมันเลยจริงๆ ฉันต้องรีบไปสระผมอย่างเร่งด่วนแล้ว TOT

สกรูดี้มองอย่างชั่งใจไม่รู้ว่าจะทำตามที่ฉันบอกดีหรือไม่ทำดี แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ทำใจได้ ยอมหยิบมันแล้วเดินมาทางฉัน

แต่ใครๆ ก็รู้ว่าหมอนี่น่ะซุ่มซ่ามมากแค่ไหนซึ่งฉันประมาณมันไปเอง มันก็เลยส่งผลเช่นนี้

กรี๊ดดดด ออกไป เอามันออกปายยย~”

หมอนั่นเดินขัดขาตัวเองอีกแล้ว แล้วมันจะไม่เดือดร้อนอะไรเลยถ้าหากว่าเขาไม่ได้สะดุดขาตัวเองแล้วล้มมาทับฉันพร้อมกับมือที่ตะปบลงมาบนหน้าของฉันโดยมีของแถมในมือมาด้วย

ตอนนี้ไอ้กางเกงในผีสิงนี่มันกลับมาอยู่บนหน้าฉันแล้ว! TOT

โฮกก ทำไมฉันถึงได้เป็นคนที่ซวยเช่นนี้ T[]T

เมื่อเห็นฉันชักตาตั้งน้ำลายเกือบฟูมปากแล้ว พี่เฮนเนสกับโมจิโต้ก็เลยรีบวิ่งเข้ามาช่วย โดยโมจิโต้เป็นคนดึงสกรูดี้ออกจากตัวฉัน ส่วนพี่เฮนเนสก็จัดการกับของแถมนั่นให้ลอยละลิ่วปลิวละล่องลงไปจากชั้นดาดฟ้า

ขอบคุณพระเจ้า!

 

หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและกลับมานั่งแป้นแล้นที่ด้านล่างแล้ว ฉันก็ได้แต่มองมือของตัวเองที่มันมีสภาพน่าทุเรศและเจ็บไปหมด

ดูสิ ตรงนี้ก็ลอก ตรงนี้ก็แตก ตรงนั้นเลือดซิบ เหมือนกับมือจะไม่มีแรงทำอะไรเลยจริงๆ T^T

โซจู พี่เอายามาให้น่ะ

ฉันเงยหน้ามองบุคคลที่พูดด้วย เมื่อเห็นว่าเป็นพี่มาร์ตินก็อยากจะยิ้มออกมา ทว่าชื่อที่เขาใช้เรียกฉันเนี่ยแหละที่ทำให้ฉันยิ้มไม่ออก -__-^

ทำไมพี่ต้องเรียกฉันว่าโซจูตามแก๊งเจ็ดอุบาทว์นั่นด้วย (ก็เจ็ดคนที่เอาเสื้อผ้ามาให้ฉันซักนั่นแหละ)

ขอบคุณค่ะ

ฉับรับกระปุกยาทามือที่พี่มาร์ตินส่งให้พร้อมกับที่ร่างสูงของพี่ชายหน้าตาดีดูอบอุ่นนั่งลงบนโซฟาเดี่ยวตัวข้างๆ กับฉัน

ความจริงพี่มาร์ตินก็เป็นคนที่ดีกับฉันเหมือนกันนะ เพียงแต่ว่าเขาไม่ค่อยจะแสดงตัวออกมาสักเท่าไหร่ ไม่เหมือนพี่เฮนเนส โมจิโต้ แล้วก็สกรูดี้ที่แสดงออกค่อนข้างชัดเจน แต่...มันจะเป็นอย่างนั้นก็ต่อเมื่อลับหลังพวกนั้นเท่านั้นล่ะนะ ก็ใครจะไปกล้าต่อกรกับแก๊งโหดนั่นกันล่ะ -O-^

ฉันเปิดฝากระปุกครีมออกพร้อมกับจ้วงครีมจำนวนหนึ่งขึ้นมาป้ายๆ มือของตัวเองก่อนจะนวดๆ เพื่อให้ครีมมันซึมซาบลงไปบนผิวของฉันดีขึ้น เผื่อว่าอาการเจ็บและแห้งแตกจะหายเร็วขึ้น ทว่า...

ฟุดฟิด =.,= ฟุดฟิด =,.=

พี่มาร์ติน พี่ได้กลิ่นอะไรหรือเปล่า

อยู่ดีๆ ฉันก็ได้กลิ่นโชยของอะไรบางอย่าง มันค่อนข้างรุนแรงทีเดียวเชียวล่ะ - -

กลิ่นหอมๆ นะ

อืม นั่นสิ พี่ว่ากลิ่นมันคล้ายอะไรมั้ย

ฉันรู้สึกว่ากลิ่นมันให้ความรู้สึกเย็นๆ สดชื่นๆ นะ แต่ว่ามันคุ้นๆ เหมือนเคยได้กลิ่นที่ไหน -*-

ไม่รู้เหมือนกัน แต่พี่ว่าเคยได้กลิ่นนี้นะ

เราสองคนยังคงสงสัยกับกลิ่นที่อบอวลออกมาจากที่ไหนสักแห่ง พวกเราก็เลยฟุดฟิดจมูกสูดอากาศรอบตัวเพื่อหาต้นตอของกลิ่น

เจอแล้ว!!”

และในที่สุดฉันกับพี่มาร์ตินก็ร้องออกมาพร้อมๆ กัน ทว่าต้นตอของกลิ่นที่เราค้นพบมันมาจากคนละที่กันน่ะสิ

พี่มาร์ตินยกกระปุกครีมขึ้นดมจนจมูกจิ้มลงไปในกระปุก ครีมเนื้อเนียนนุ่มสีขาวที่อยู่ด้านในจึงติดจมูกขึ้นมาด้วย ส่วนฉันได้กลิ่นจากมือของตัวเองทั้งสองข้างที่ชโลมไปด้วยครีมจากกระปุกนั้น และยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อจากนั้น ฉันกับพี่มาร์ตินก็กรีดร้องออกมาพร้อมๆ กัน

กรี๊ดดดด/อ๊ากกกกก

มือ มือของฉันมันปวดแสบปวดร้อนไปหมดเลย TOT

ฉันมองมือตัวเองพลางสะบัดไปมาเหมือนกับว่ามันจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้น แต่ว่าก็เปล่าเลย มันยังคงเจ็บปวดไม่ต่างไปจากเดิมเลยสักนิด และเหมือนจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก

ใครก็ได้ช่วยฉันด้วย มือช้านนน~ T[]T

เป็นอะไรน่ะ

แล้วอยู่ๆ พี่บูลส์อายก็วิ่งมาจากที่ไหนสักที่เข้ามาหาพวกเรา และถามอย่างหน้าตาตื่น

พี่ พี่ช่วยฉันด้วย ปวด แสบ แสบไปหมดแล้ว มือฉันกำลังจะใช้ไม่ได้แล้ว

ฉันร้องอย่างมั่วซั่วเพราะความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามา น้ำตาไหลทะลักออกมากบเต็มดวงตากลม มือที่ว่าแดงแล้วกลับแดงก่ำขึ้น ตอนนี้ฉันไม่รับรู้อะไรอีกแล้วนอกจากความทรมานที่มือทั้งสองข้าง

ช่วยฉันที ช่วยฉันที ไม่ไหวแล้ว ฉันรู้สึกเหมือนว่าจะตาย TTOTT

ปวด ทรมาน ช่วยด้วย

ฉันยังคงสะบัดมือต่อไป ร่างกายก็ดีดดิ้นเพื่อแสดงออกมาให้เห็นว่าทรมานอย่างที่สุด

โอ๊ย แล้วฉันจะทำยังไงเนี่ย คนอื่นๆ หายไปไหนกันหมด แล้วนายน่ะเป็นอะไร

พี่บูลส์อายดูจะงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากๆ จนทำตัวไม่ถูก ยิ่งเห็นว่าท่าทางของฉันดูทรมานเจียนตายดิ้นพราดๆ เขาก็ยิ่งร้อนรน แถมพี่มาร์ตินที่อยู่ข้างๆ นี่ก็ร้องเสียงหลงไม่แพ้ฉัน ตอนนี้น้ำตาของเขาไหลพรากออกมาเช่นกัน

จมูก จมูกฉัน

มือฉัน มือ ปวด เจ็บ

แสบจมูก แสบ

โอ๊ยๆ เลิกร้องได้แล้วทั้งคู่ มานี่มา

สุดท้ายแล้วพี่บูลส์อายที่ทนเห็นพวกเราร้องไห้ราวกับจะขาดใจตายไม่ได้ก็กระชากต้นแขนเราคนละข้างแล้วลากไปที่ห้องน้ำ ก่อนจะเอามือของฉันจุ่มลงไปในอ่างล้างหน้าที่เปิดน้ำเอาไว้ ส่วนพี่มาร์ตินก็ถูกพี่บูลส์อายเอาสบู่ฟอกที่จมูกแรงๆ และราดน้ำล้างให้

เป็นยังไง ดีขึ้นบ้างมั้ย

พี่มาร์ตินพยักหน้าหงึกหงักๆ นิดนึง ส่วนฉันไม่อยากจะบอกเลยว่ายิ่งจุ่มในน้ำเย็นแบบนี้มันก็ยิ่งชาไปหมด T^T

พี่ ช่วยฉันด้วย

ฉันร้องออกมาอีกครั้ง พี่บูลส์อายก็เลยต้องหันมาสนใจฉันแทน เพราะดูเหมือนพี่มาร์ตินจะดีขึ้นแล้ว แต่ว่าตอนนี้เขาก็ยังคงฟอกสบู่ที่จมูกของตัวเองอยู่เป็นรอบที่สาม

เธอก็ทำเหมือนหมอนั่นแหละ มาๆ เดี๋ยวพี่ช่วย

พี่บูลอายส์ดึงมือของฉันขึ้นมาจากน้ำก่อนจะปล่อยน้ำทิ้งแล้วค่อยๆ ถูสบู่ให้อย่างเบามือ เพราะเห็นว่ามือของฉันเป็นแผลเหวอะหวะอยู่ และตอนนี้มันก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม

ทำอีท่าไหนถึงได้แหกปากร้องลั่นกันทั้งคู่ล่ะเนี่ย

ก็...กระปุกครีมนั่นแหละ

ฉันบอกออกมาด้วยเสียงที่ผ่านลำคอซึ่งตีบตันไปหมด น้ำตายังคงไหลออกมาจากตาฉันเรื่อยๆ อย่างไม่หมดสิ้น

ก็มันยังเจ็บอยู่เลยนี่นา แสบด้วย ปวดด้วย ทรมานที่สูดดดด~ TTOTT

กระปุกครีม?

อือ พอเอามันมาทาแล้วมันก็ร้อน แล้วก็เป็นอย่างที่เห็นนั่นแหละ

แล้วนายล่ะ

พี่บูลส์อายไปถามพี่มาร์ตินบ้าง ฉันว่าตอนนี้จมูกพี่แกเปื่อยไปหมดแล้วล่ะ

ฉันก็แค่ได้กลิ่นมาจากกระปุกนั่นเลยยกขึ้นมาดม

แล้วนายก็เอาจมูกจุ่มลงไปเพราะว่าแค่เอาไปสูดๆ มันคงได้กลิ่นไม่ถึงใจงั้นสิ

...

แล้วก็ไม่มีคำตอบจากพี่มาร์ตินอีกเลยเมื่อพี่บูลส์อายต่อประโยคที่ดูเหมือนเขาเป็นคนโง่ที่สุดให้

ใครเป็นคนเอากระปุกครีมนั่นมาน่ะ

พี่มาร์ติน

เสียงของฉันหงอยลงเมื่อพี่บูลส์อายทำท่าเหมือนจะปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้

แล้วนายเอากระปุกครีมนั่นมาจากไหน

วะ วอด วอดก้า หมอนั่นบอกว่ามือโซจูแตกเพราะทำงานหนัก ให้ฉันเอาครีมทามือมาให้ เพราะว่าถ้าเขาเอามาให้โซจูคงจะไม่ใช้ ฉันกลัวเขาเสียน้ำใจก็เลยเอามาให้แทน

เสียงสั่นประหม่าค่อยๆ เล็ดลอดออกมาอย่างยากลำบาก เพียงได้ยินคำตอบจากพี่มาร์ตินฉันก็พอจะเข้าใจสถานการณ์ดีขึ้นแล้ว แต่ว่าพี่บูลส์อายนี่สิตอกกลับพี่มาร์ตินไปแบบกระแทกหน้าเลยทีเดียว

นายมันโง่จริงๆ

...

นายคิดว่าหมอนั่นจะหวังดีกับโซจูจริงๆ เหรอ แค่หมอนั่นอ้าปากก็รู้แล้วว่ามันต้องเป็นเรื่องแบบนี้ นายนี่มันสมองช้าจริงๆ นะ ถึงได้คิดตามหมอนั่นไม่ทันแบบนี้ มิน่าเล่า มันถึงได้เลือกใช้นาย

อ่า พี่บูลส์อายมาเป็นชุดเลย พี่มาร์ตินก็ได้แต่ก้มหัวอย่างเงียบๆ รับฟังคำด่าจากคนที่อาวุโสกว่า

แล้วแทนที่จะโดนคนเดียว นายดันโง่โดนไปด้วย ป่านนี้ไอ้หมีนั่นมันร้องก๊ากดีใจตายไปแล้ว

...

ฉันได้แต่อึ้ง อึ้ง อึ้งกับพี่บูลส์อายที่เป็นแบบนี้ เหมือนกับว่าเขาไม่เห็นด้วยกับการกระทำของนายวอดก้าเท่าไหร่ ทั้งที่ก่อนหน้าเขาก็เพิ่งร่วมมือกับหมอนั่นมาแกล้งฉันแท้ๆ -O-;

ฉันรู้ว่านายเหนื่อยที่ต้องควบคุมสมาธิทั้งหมดเพื่อใช้ในการทำงาน แล้วยิ่งเบอร์หนึ่งของค็อกเทลอย่างนายจะผิดพลาดไม่ได้เลย แต่ว่านายช่วยเพิ่มความคิด ความเฉียบคม สุขุมรอบคอบอย่างเวลาทำงานในเวลาส่วนตัวบ้างก็ได้นะ เพราะว่านี่มันเกินไปแล้ว นายปล่อยตัวเองสบายและไม่คิดอะไรเลยมันไม่ได้ เข้าใจมั้ย

คำสั่งสอนของพี่คนโตของร้านทำให้ฉันอึ้งไปอีกรอบ เขาดูเป็นผู้ใหญ่มีหลักการ มีเหตุมีผล ไม่ใช่คนรั่วๆ อย่างที่ฉันเคยคิดเลย

แล้ว...ที่บอกว่าพี่มาร์ตินเป็นเบอร์หนึ่งของค็อกเทลเนี่ย จริงเหรอ? O_O

อืม ฉันเข้าใจ ฉันขอโทษ คราวหลังฉันจะไม่ปล่อยให้มันเป็นอย่างนี้อีก

รับปากด้วยเสียงเบาๆ เพียงเท่านั้นพี่มาร์ตินก็เดินจากไป เหลือเพียงฉันกับพี่บูลส์อายสองคนที่ยังอยู่ในห้องน้ำ

เอ่อ...

หมอนั่นน่ะสมาธิสั้น ถ้าไม่จดจ่อกับอะไรก็มักจะทำผิดพลาดอยู่ตลอด เวลาทำงานก็เลยจะต้องตั้งสมาธิมาก ผลที่ออกมาอย่างที่เห็น เหนื่อย ก็เลยคิดว่าเวลาส่วนตัวจะไม่คิด ไม่ใช้สมาธิ ไม่จดจ่อ ไม่ใช้สมอง เพื่อผ่อนคลายร่างกาย มันเลยกลายเป็นว่าตามคนอื่นไม่ทัน เป็นคนซื่อ และเอ๋ออย่างที่เห็นนั่นแหละ

เหมือนพี่เขาจะรู้ว่าฉันอยากถามอะไร เขาก็เลยบอกฉันออกมาเสียก่อน ฉันว่าตอนนี้เขาเหมือนเป็นพี่ชายตัวอย่างของร้านนี้เลยล่ะ

แล้วนี่หายแสบมือหรือยัง

หลังจากจบเรื่องของพี่มาร์ติน พี่บูลส์อายก็กลับมาสนใจบาดแผลที่มือของฉันอีกครั้ง

ก็ดีขึ้นแล้วค่ะ แต่ว่าก็ยังแสบๆ อยู่

เธอรู้หรือเปล่าว่าที่เธอโดนน่ะมันคืออะไร?

( - -)(- - )( - -)(- - ) ฉันส่ายหัวหงึกหงัก

ยาทาแก้ปวดกล้ามเนื้อ หรือกล้ามเนื้ออักเสบ แค่กลิ่นก็ชัดเจนอยู่แล้ว พี่ว่า เจ้าวอดก้าคงลงทุนคว้านครีมทั้งหมดทิ้งแล้วบีบยานั่นใส่กระปุกแทน

(- -)(_ _)(- -)(_ _) หงึกๆ ฉันพยักหน้า เข้าใจที่เขาพูดมาทั้งหมด

มิน่าว่ากลิ่นมันคุ้นๆ แต่ว่าตอนนั้นมันนึกไม่ออกจริงๆ

แล้วเราไปทำอะไรให้เจ้านั่นโกรธขนาดนี้กันล่ะ เล่นซะหนักเชียว

( - -)(- - )( - -)(- - ) หวืดๆ ฉันส่ายหน้าอีกครั้ง

ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย แค่ปล่อยกางเกงในหมอนั่นกระโดดตึกลงมาจากดาดฟ้าเท่านั้นเอง =O= แต่...หมอนั่นจะรู้ได้ยังไง

เอาเถอะ ยังไงก็อย่าไปทำให้หมอนั่นโกรธเลย ยิ่งเป็นพวกเจ้าคิดเจ้าแค้นอยู่ด้วย

ค่ะ

แล้วน้ำตาเนี่ย เมื่อไหร่จะหยุดไหลสักที

เขาถามพลางใช้นิ้วโป้งปาดน้ำตาออกจากแก้มของฉันเบาๆ ฉันซึ่งไม่รู้คำตอบก็เลยได้แต่ยิ้ม ทว่าเพียงเสี้ยววินาที เขาก็ทำให้ฉันเปลี่ยนจากสีหน้ายิ้มเป็นงงได้

กินอมยิ้มมั้ย?

“-_-?”

ขโมยมาจากห้องผู้จัดการน่ะ

คนพูดยิ้มกว้างโชว์ฟันที่เรียงตัวเป็นระเบียบก่อนจะหยิบอมยิ้มที่ว่าขึ้นมากแกะออกจากห่อแล้วยัดใส่ปากฉันทันที

ไม่นะ นี่มันของผู้จัดการ!! T[]T

ฉันได้แต่อื้ออ้ออยู่ในปากเพราะอมยิ้มที่ยัดเข้ามาอันใหญ่ไม่ใช่เล่น ซึ่งคนที่ยัดมาก็ดูท่าจะภูมิใจอยู่ไม่ใช่น้อย

อย่าให้ถูกจับได้ล่ะ ^O^”

บอกเสร็จตัวการก็วิ่งฉิวออกจากห้องน้ำไปเลย แถมยังยิ้มซะมีความสุขขนาดนั้นอีก

นี่ตกลงว่ามาเพื่อแกล้งฉันโดยเฉพาะเลยใช่มั้ยเนี่ย!! T[]T

อ่า ถ้าผู้จัดการรู้ฉันต้องเสียสองร้อยวอนแน่ๆ T^T

ว่าแต่ ผู้จัดการกินอมยิ้มด้วยเหรอ?





------------------

เหมือนว่าจะดี ได้แก้แค้น แต่ทำไมกลับกลายเป็นแบบนี้ล่ะเนี่ย 

นึกสภาพ ผู้จัดการกินอมยิ้ม น่าร้ากกกกกกกกก (บ้าผู้จัดการและยิน >_<)

100 ความคิดเห็น

  1. #54 VC_DAnGeR_doG (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2551 / 15:10
    ทึกกี้ จริงจังได้ไม่ถึง 10 วิ ก็กลับมารั่วอีกแล้วววว

    555+ สงสารโซฮีจริงจริ๊งงงงงงงงง

    ซ่อนให้ดี อย่าให้เจ๊จับได้เชียว
    #54
    0
  2. #53 ericmun (@jj_ys) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2551 / 11:14
    โฮกกก ผู้จัดการกินอมยิ้ม อ๊ากกก น่าร้ากก ฮ่าๆๆ
    #53
    0
  3. #51 •ลอเรอไล` (@lolite14) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2551 / 18:58
    ซาดิส ที่สุด ใจร้าย ๆๆๆ


    วอดก้า ใจร้ายมากๆเลย แล้วโซจู เอ้ย โซฮี ยังต้องเจอกับอะไรแบบนี้อีกมั้ยค้า...
    #51
    0
  4. #50 popopop (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2551 / 17:28
    โหดดดดดดไปป่าววอดก้า TT^TT
    #50
    0