Fiction EXO Heart Attack(ChanBaek ,, HunHan ,, Kaido ft.exo)

ตอนที่ 6 : ตอนที่หก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,811
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    15 ก.ย. 56

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

 

 

 

 

 

เสียงเสียงหนึ่งร้องดังขึ้นในระหว่างที่นำเรียกทุกคนกำลัง แยกย้ายกันไปทำงาน ทำให้ลู่หานที่กำลังจะนำนักเรียนกลุ่มหนึ่งไปที่คอกวัวต้องหยุดเดินก่อนจะรีบวิ่งกลับไปยังแปลงผักที่เค้าพึ่งจะเดินห่างออกมาเมื่อไม่กีนาทีที่ผ่านมา

 

 

 

 

 

 

 

อะไร ? เกินอะไรขึ้น ?? ลู่หานวิ่งเข้าไปด้วยท่าทีตื่นตะหนกกลัวว่านักเรียนของตัวเองจะได้รับอันตราย

 

 

 

 

 

 

แต่..

 

 

 

 

 

 

 

พอไปถึงก็เห็นแบคฮยอนที่วิ่งพล่านไปทั่ว โดยมีปาร์กชานยอลวิ่งตามก้นพร้อมกับถืออะไรบางอย่างไว้ในมือ แล้ววิ่งไล่กันอยู่แบบนั้น

 

 

 

 

 

พยอนแบคฮยอนเมื่อหันไปเห็นอาจารย์ผู้เป็นที่พึ่งก็รีบวิ่งตรงไปหาก่อนจะหลบอยู่ด้านหลัง ทำให้ปาร์กชานยอลถึงกับชะงักก่อนจะยอมหยุดฝีเท้า เลิกวิ่งตามแล้วไปยืนอยู่ตรงหน้าลู่หานด้วยท่าทีสงบเสงียม

 

 

 

 

 

พวกเธอทำอะไรกัน ?

 

 

 

 

 

หมอนี้เอาหนอนมาแกล้งผมครับ หนอนตัวใหญ่ๆ หนอน หนอนเขียวๆ หนอน อี๋ หนอน คนถูกแกล้งฟ้องด้วยใบหน้าออดอ้อน

 

 

 

 

 

เด็กสองคนนี้ - -

 

 

 

 

 

นี่ปาร์กชานยอล เธอจะแกล้งคนอื่นเค้าทำไม ? รีบไปช่วยกันทำงานสิ พวกเธอมาที่นี่เพื่อมาทำประโยชน์นะ ไม่ใช่มาหาเรื่องสนุกๆทำไปวันๆ พอถูกดุไปแบบนั้นปาร์กชานยอลก็ถึงกับหง๋อยเป็นหมาหูตกก่อนจะยอมเดินกลับไปช่วยคุณลุงชาวไร่ลงต้นกล้า

 

 

 

 

 

แบคฮยอนก็กลับไปทำหน้าที่ของตัวเองเถอะ

 

 

 

 

 

 

แล้วถ้าหมอนั้นแกล้งผมอีกละครับ ?

 

 

 

 

 

เค้าไม่กล้าหรอก...

 

 

 

 

 

อาจารย์ให้ผมไปช่วยงานดีโอที่เล้าไก่ไม่ได้เหรอครับ ? หรือว่าให้ไปช่วยพี่มินซอกที่คอกหมูก็ได้ ผมไม่อยากทำงานกับหมอนั่น...

 

 

 

 

 

ไม่ได้หรอกแบคฮยอน...หน้าที่ของพวกเธอพวกครูไม่ได้เป็นคนจัดนะ พวกคุณลุงคุณป้าเจ้าของสวนต่างหาก ถ้าจู่ๆไปเปลี่ยนแบบนั้น ก็เป็นการไม่ให้เกรียติท่านนะ เด็กหัวดื้อยอมฟังตามเหตุผลที่ลู่หานเอ่ยก่อนจะกลับไปทำงานของตนเองต่อ เมื่อลู่หานเดินออกไปชานยอลก็ยกยิ้มอีกครั้งก่อนจะปล่อยเจ้าหนอนตัวโตในมือลงที่พื้น ส่วนตัวเองก็เดินไปนั่งข้างๆแบคฮยอนอย่างถือวิสาสะ

 

 

 

 

 

 

ออกไปนั่งห่างๆฉันนะ

 

 

 

 

 

... ทำหูทวนลมหน้าตาระรื่นก่อนจะเอาต้นกล้าต้นเล็กๆปลูกลงดินอย่างหน้าตาเฉย

 

 

 

 

 

 

นี่... ปาร์กชานยอล

 

 

 

 

 

อ้าว เรียกฉันทำไมเหรอ ? พยอนแบคฮยอน ทำหน้าทะเล้นพร้อมกับยิ้มหวาน แบคฮยอนกัดปากตัวเองด้วยความหมั่นไส้คนตรงหน้าก่อนคิ้วเล็กๆจะขมวดขึ้นมาด้วยความไม่พอใจ

 

 

 

 

 

นายนี่มัน..... แบคฮยอนเอ่ยก่อนจะค้างเอาไว้แค่นั้นเพราะตอนนี้เค้าไม่รู้จะเอ่ยด่าคนตรงหน้ายังไงดี

 

 

 

 

 

 

หล่อใช่ไหมละ ฉันรู้ตัวดี นายไม่ต้องบอกหรอก...ระวังนะ

 

 

 

 

 

ระวังอะไร ? คนถูกถามโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกของแบคฮยอนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆที่ถูกส่งมาจากคนตรงหน้า ชานยอลฉีกยิ้มกว้างอีกครั้งก่อนน้ำเสียงทุ้มต่ำจะเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา

 

 

 

 

 

ก็...ระวังจะตกหลุมรักฉันนะ

 

 

 

 

 

 

โอแม่เจ้าปาร์กชานยอล...

 

 

 

 

 

 

ไอบ้าปาร์กชานยอลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลล แบคฮยอนผลักคนตรงหน้าออกก่อนจะถีบเข้าไปที่ท้องของร่างสูงแรงๆจนหงายหลังไปกองอยู่ที่พื้น คนตัวเล็กลุกขึ้นยืนจนเต็มตัวก่อนจะก้มลงมองคนที่นอนหงายหลังอยู่ตรงหน้าอย่างสะใจ แบคฮยอนทำท่าปัดมือสองสามทีก่อนจะสะบัดหน้าหนีเดินไปนั่งตรงอื่น ปล่อยให้ปาร์กชานยอลนอนอยู่กับความเจ็บปวด

 

 

 

 

 

 

 

ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ พยอนแบคฮยอน..

 

 

 

 

 

 

ลุงครับ หมอนั่นไม่ตั้งใจทำงานครับ เอาแต่แกล้งผม แบคฮยอนวิ่งดุ้กดิ้กไปอยู่ข้างๆลุงเจ้าของไร่ก่อนจะฟ้องเหมือนเด็ก นิ้วเล็กๆก็ชี้หน้าปาร์กชานยอลอย่างไม่เกรงกลัว คุณลุงเจ้าของไร่ก็ได้แต่ขำกับท่าทีที่เถียงกันเป็นเด็กๆของทั้งคู่ก่อนจะหันไปแกล้งดุชานยอล ทำให้เด็กน้อยที่นั่งอยู่ข้างๆได้ยิ้มออกมาด้วยความพอใจที่ปาร์กชานยอลโดนดุ

 

 

 

 

 

 

ทุกคนทำงานล่วงเลยมาจนถึงเที่ยงก็ถึงเวลากินข้าวเที่ยงซึ่งทุกคนก็กลับมารวมกันที่บ้านพักก่อนป้าเจ้าของบ้านจะจัดอาหารไว้ให้ อาหารส่วนใหญ่ก็เป็นอาหารพื้นๆที่ทำจากผลผลิตในไร่ ชานยอลและแบคฮยอนก็เดินกลับมาที่บ้านพักพร้อมกัน แต่ก็ไม่วายทะเลาะกันมาตลอดทาง แม้จะมาอยู่บนโต๊ะอาหารก็ไม่วายทะเลาะกันทางสายตา

 

 

 

 

 

 

ดีโอ ฉันอยากไปทำงานที่เล้าไก่กันดีโอจังเลย อยู่ในแปลงผักเจอแต่หนอน มีปลวกด้วย ปลวกชอบมากัด หันไปถามไถ่เพื่อนรักแต่ไม่วายที่จะหันมาจิกกัดชานยอลเบาๆ

 

 

 

 

 

มีปลวกด้วยเหรอ ? ในแปลงผักเนี่ยนะ

 

 

 

 

 

ใช่ ปลวกหูกาง คำพูดของแบคฮยอนทำเอาชานยอลที่กำลังตักข้าวใส่ปากถึงกับสำลักเลยทีเดียว เจ้าตัวรีบหยิบน้ำขึ้นมาดื่มก่อนจะเม้มปากแล้วดุคนตัวเล็กด้วยสายตา

 

 

 

 

 

ร้ายนักนะพยอนแบคฮยอน..

 

 

 

 

 

ปลวกมีหูด้วยเหรอ ? คยองซูที่ไม่ได้คิดตามก็แอบตื่นเต้นไปกับคำบอกเล่าของเพื่อนรัก

 

 

 

 

มีสิ ....แต่อย่าสนปลวกเลย กินข้าวกันดีกว่าเนอะ เอ่ยจบก็พากันตั้งหน้าตั้งหน้ากินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย

 

 

 

 

ระหว่างที่เหล่านักเรียนกำลังทานข้าวกันอยู่ จู่ๆนักเรียนคนหนึ่งก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา ทำเอาคนอื่นๆที่นั่งทานข้าวอยู่ต้องหันไปมองกันทุกคน

 

 

 

 

แย่แล้วครับ แย่แล้ว !!!! “

 

 

 

 

 

พี่จินอู มีอะไรเหรอครับ ? คยองซูเอ่ยถามรุ่นพี่ของโรงเรียนตัวเอง รุ่นพี่คนนั้นหันมามองทางพวกเค้าทั้งสองคนก่อนจะเอ่ยบอกด้วยท่าทีร้อนรน

 

 

 

 

มินซอก... มินซอกโดนรุมอยู่ตรงคอกหมูนู้น ไปช่วยมันที คยองซูและแบคฮยอนหันมามองหน้ากันก่อนจะเบิกตากว้าง เพื่อนนักเรียนของมินซอกเมื่อยินแบบนั้นก็รีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว และในขณะที่ร่างเล็กทั้งสองกำลังจะวิ่งตามไป ร่างของใครอีกคนก็วิ่งผ่านเค้าไป และการรีบร้อนออกไปของคนคนนั้นทำให้โดคยองซูถึงกับแข็งทื้อไปทั้งตัว

 

 

 

 

คิมจงอิน...

 

 

 

 

 

ดีโอ...เป็นอะไรรึเปล่า ? ไม่สบายเหรอ ? งั้นนายอยู่นี่นะ

 

 

 

 

ไม่... ไม่เป็นไร ฉันไม่เป็นไร

 

 

 

 

 

นายโอเคแน่นะ

 

 

 

 

ฉันโอเค...ฉันจะไป

 

 

 

 

 

ฉันจะไป..

 

 

 

 

 

 

ฉันจะไปดูสิ่งที่ฉันคาใจ..

 

 

 

 

 

จะไปหาคำตอบในสิ่งที่ฉันสงสัย..

 

 

 

 

 

 

แบคฮยอนคยองซูและคนอื่นๆพากันวิ่งมายังสถานที่เกิดเหตุก่อนจะเห็นมินซอกที่กำลังตะลุมบอลอยู่กับนักเรียนฝ่ายตรงข้าม ตัวเค้าคนเดียวที่กำลังสู้กับคู่ต่อสู้สามคนทำให้คนอื่นๆที่มาช่วยถึงกับเดือดไม่ใช่น้อย แต่บรรยากาศที่กำลังจะประทุเป็นความร้ายแรกที่มากกว่าเดิม จู่ๆก็สงบลง..

 

 

 

 

 

เพราะ...

 

 

 

 

 

จงอินรีบเข้าไปยืนขวางตรงหน้ามินซอกก่อนจะกันนักเรียนของโรงเรียนตนเองออก

 

 

 

 

เฮ๊ย พวกมึงทำบ้าอะไรวะ ...ใจเย็นดิ

 

 

 

 

 

นั่นดิ แมร่งจะมีเรื่องทำไมวะ ? ชานยอลเอ่ยเสริมด้วยน้ำเสียงที่แอบหงุดหงิดอยู่เล็กๆเพราะ พวกเค้าถูกส่งให้มาที่นี่เพื่อให้ปรองดองกัน แต่ไม่คิดเลยว่าจะกลายเป็นแบบนี้ไปได้

 

 

 

 

 

ก็มันเจอหน้าแล้วแมร่งของขึ้นนี่หว่า ชายหนึ่งในคนที่มีเรื่องเอ่ยตอบ

 

 

 

 

พอเถอะ จงอินเอ่ยแค่นั้นก่อนจะพาเหล่านักเรียนเหล่านั้นเดินห่างออกไป ทุกคนมองสถานการณ์อย่างเข้าใจดี จะมีก็แต่..

 

 

 

 

โดคยองซู...

 

 

 

 

ที่เห็นอะไรบางอย่างที่มันแฝงอยู่ภายใต้เหตุการณ์ครั้งนี้...จงอินเข้าไปขวางข้างหน้ามินซอก เพื่อหยุดไม่ให้มินซอกโดนทำร้าย เมื่อกี้ก็วิ่งออกมาด้วยท่าทีรีบร้อน ทั้งๆที่คนไม่สนโลกอย่างเค้า ไม่จำเป็นจะต้องออกมาช่วยก็ได้ ...แต่เหมือนกันว่าแค่เค้าได้ยินชื่อของคนคนนั้น...ได้ยินชื่อของ

 

 

 

 

คิมมินซอก..

 

 

 

 

แค่ได้ยินชื่อนี้ก็ดูเหมือนมันจะไวต่อความรู้สึกของเค้ามากๆ...

 

 

 

 

นี่มันเรื่องอะไรกัน ?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คยองซู ยังไงก็วานนายช่วยทำแผลให้มินซอกด้วยนะ เดี๋ยวเรื่องงานที่เล้าไก่พี่จะทำต่อให้เอง ฝากด้วยนะ จินอูเอ่ยหันไปเอ่ยกับคยองซู เจ้าตัวพยักหน้ารับคำก่อนจะหยิบกล่องเครื่องมือปฐมพยาบาลมาจากจินอู

 

 

 

 

นายทำแผลเป็นใช่ไหม ? ครูก็อยากอยู่ช่วยนะ แต่ครูของไปเคลียปัญญาเรื่องนี้กับฝั่งนู้นก่อน ลู่หานเอ่ยกับลูกศิษย์ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้คยองซูและมินซอกอยู่กันแค่สองคน คยองซูค่อยๆเปิดกล่องเครื่องมือพยาบาลออกช้าๆก่อนจะค่อยๆหยิบอุปกรณ์ต่างๆขึ้นมาทำแผลให้รุ่นพี่อย่างเบามือ

 

 

 

 

 

เวลามองหน้ามินซอก มันทำให้เค้าพาลคิดถึงแต่เรื่องของจงอิน ไม่รู้ทำไมมันถึงได้มาวนเวียนอยู่ในหัวจนตอนนี้เค้าอึดอัดไปหมด

 

 

 

 

 

นายโอเคไหม ? มินซอกเอ่ยถามเมื่อคนตรงหน้านิ่งไปแล้วเอาแต่จ้องหน้าเค้าด้วยแววตาสงสัยอย่างไม่วางตา...

 

 

 

 

 

..อะ... โอเคครับ... ผมโอเคดี คยองซูสะบัดหัวเบาๆเพื่อให้เรื่องที่คิดอยู่หลุดออกไปก่อนจะลงมือทำแผลให้มินซอกต่อ

 

 

 

 

เสร็จแล้วครับ

 

 

 

 

 

ขอบใจนายมากนะ...

 

 

 

 

ไม่เป็นไรครับ...พี่หิวไหมครับ เดี๋ยวผมไปยกอาหารมาให้ ยังไม่ทันที่คนตรงหน้าจะเอ่ยตอบ คยองซูก็รีบเดินออกมาจากห้อง...ไม่รู้ทำไม เวลาเค้ามองหน้ามินซอกก็เอาแต่คิดอะไรพุ้งซ่านจนมึนหัวไปหมด

 

 

 

 

นายจะไปคิดทำไม....ไม่ต้องคิดสิดีโอ คยองซูเอ่ยกับตนเองก่อนมือเรียวจะหยิบอาหารที่ป้าเจ้าของไร่แยกเอาไว้ให้ขึ้นมาเพื่อยกไปให้มินซอก แต่เมื่อเค้าเดินไปถึงห้าประตูห้องก็ต้องสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจเมื่อได้ยินเสียงตะหวาดเสียงดังของใครคนหนึ่ง

 

 

 

 

 

ฉันไม่มีทางลบเรื่องนั้นไปจากความทรงจำของฉันได้ง่ายๆหรอกนะ

 

 

 

 

 

คิมจงอิน..

 

 

 

 

 

ทำไมนายไม่พูดละ

 

 

 

 

.....

 

 

 

 

 

เห็นฉันเป็นอะไร ? ตัวตลกเหรอ ?

 

 

 

 

 

....

 

 

 

 

 

นี่เหรอความสุขของนาย..

 

 

 

 

 

....

 

 

 

 

 

ตอบสิวะคิมมินซอก

 

 

 

 

 

ฉันไม่มีอะไรจะพูด...ออกไปซะ มินซอกตอบด้วยน้ำเสียงเรียบก่อนจะเงยหน้ามองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยแววตานิ่งเฉย

 

 

 

 

 

ฉันไม่ออก...จนกว่าจะเคลียกันให้รู้เรื่อง

 

 

 

 

 

ฉันไม่มีอะไรจะพูดอีก

 

 

 

 

 

ทั้งๆที่มันเป็นความผิดของนาย...นายก็จะยังบอกว่าไม่มีอะไรจะพูดงั้นเหรอ ?

 

 

 

 

 

....

 

 

 

 

 

 

นายมันเห็นแก่ตัว....เห็นแก่ตัวที่สุด

 

 

 

 

 

....

 

 

 

 

 

 

เพราะนาย...ทุกอย่างมันถึงได้แย่แบบนี้

 

 

 

 

 

 

ฉันจะพูดกับนายอีกครั้ง...

 

 

 

 

 

 

....

 

 

 

 

 

ออกไปซะ!!!!!!! “ เสียงตะหวาดเสียงดังของมินซอกทำให้คยองซูที่ยืนฟังอยู่ถึงกับมือไม้อ่อน ถาดอาหารที่ถือมาร่วงลงสู้พื้นพร้อมกับร่างบอบบางที่ทรุดลงที่พื้นอย่างไร้เรี่ยวแรงเพราะความตกใจ

 

 

 

 

 

เสียงดังโครมครามทำให้จงอินและมินซอกรีบเดินออกมาดูหน้าห้อง ก็พบกับคยองซูที่นั่งทรุดอยู่กับพื้นใบหน้าหวานเงยหน้ามองมินซอกและจงอินก่อนจะลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีออกไปจากตรงนั้น...จงอินก็ไม่รอช้ารีบวิ่งตามออกไปโดยปล่อยให้มินซอกงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น..

 

 

 

 

 

สองคนนั้น...

 

 

 

 

 

 

ดีโอ...หยุดก่อน ดีโอหยุดวิ่งก่อน จงอินตะโกนไล่หลังไป แต่ไม่มีทีท่าว่าคนตรงหน้าจะยอมหยุดวิ่งเลย ทำให้เค้ารีบเร่งฝีเท้าขึ้นก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าแขนของคยองซูเอาไว้ทำให้เค้ายอมหยุดนิ่งเพราะแรงเหนี่ยวรั้ง..

 

 

 

 

 

นายวิ่งหนีทำไม ? จงอินเอ่ยถาม...แต่ก็ไร้เสียงใดๆตอบกลับมา มีเพียงเสียงหายใจแรงๆเพราะเหนื่อยจากการวิ่งหนีส่งมาให้ร่างสูงได้ยินเท่านั้น

 

 

 

 

 

....

 

 

 

 

 

ดีโอ...

 

 

 

 

 

ปล่อย

 

 

 

 

 

ฉันไม่ปล่อย คนกว่านายจะยอมฟังฉันก่อน

 

 

 

 

 

ฉันไม่มีอะไรต้องฟัง...เพราะฉันไม่อยากรับรู้เรื่องของนายกับพี่มินซอก

 

 

 

 

ดีโอ..นายต้องฟังฉันก่อนนะ

 

 

 

 

 

ฉันไม่ฟัง...ไม่อยากฟัง แล้วก็ไม่ได้อยากรู้ตั้งแต่แรก ไม่ได้อยากจะเข้าไปยุ่งด้วยเลย แต่เพราะนาย...เพราะนายทำให้ชีวิตฉันมันวุ่นวายไปหมด เพราะนายคนเดียว

 

 

 

 

 

.....

 

 

 

 

 

ไหนบอกจะทำตามที่ฉันขอไง... ฉันขออะไรนายไปจำไม่ได้เหรอ ?

 

 

 

 

 

จำได้

 

 

 

 

 

แล้วยังจะมายืนอยู่ตรงหน้าฉันทำไม

 

 

 

 

แล้วนายคิดว่ามันง่ายนักเหรอ ? ที่จะอยู่ห่างจากคนที่ตัวเองอยากอยู่ใกล้

 

 

 

 

 

คนที่อยากอยู่ใกล้ ?

 

 

 

 

 

เค้ากำลังพูดอะไร ?

 

 

 

 

 

ฉันไม่ตลกนะคิมจงอิน ...ปล่อยฉันแล้วนายจะไปไหนก็ไป

 

 

 

 

 

ฉันก็ไม่ตลก แววตาที่มุ่งมั่นของจงอินมองทะลุเข้าไปในดวงตาคู่โตของคนตรงหน้า ทำเอาคยองซูถึงกับเบนหน้าหนีหลบสายตาที่คนตรงหน้ามองมา

 

 

 

 

 

ปล่อย เอ่ยออกมาอีกครั้งโดยที่ไม่ได้มองหน้าร่างสูงตรงหน้าเลย

 

 

 

 

 

ฉันพร้อมจะรับผิดชอบทุกอย่าง

 

 

 

 

 

....

 

 

 

 

 

ฉันพร้อม...จะชดใช้ในสิ่งที่ฉันทำร้ายนาย

 

 

 

 

 

ฉันเคยร้องขอเหรอ ?

 

 

 

 

 

....

 

 

 

 

 

มันไม่จำเป็นสำหรับฉัน

 

 

 

 

 

แต่การรับผิดชอบนาย...มันจำเป็นสำหรับฉัน

 

 

 

 

 

หยุดพูดจาเพ้อเจ้อได้แล้ว...

 

 

 

 

 

แววตาโตที่ถูกส่งไปที่ร่างสูง มันทำให้เค้าแทบไร้เรี่ยวแรง...จงอินค่อยๆปล่อยมือออกจากแขนของคนตัวเล็กกว่าช้าๆก่อนจะถอยหลังออกไปหนึ่งก้าวเพื่อทิ้งระยะห่างให้ทั้งคู่

 

 

 

 

 

ได้โปรด...อย่ามาใกล้ฉันอีก คยองซูเอ่ยเพียงแค่นั้นก่อนจะเดินห่างออกไป จงอินมองตามคนที่เดินห่างออกไปเรื่อย อยากจะตามไป อยากจะอธิบาย อยากจะพูดคุยให้เข้าใจ แต่ดูเหมือนคยองซูจะไม่อยากฟัง ไม่ว่าเค้าจะพยายามอธิบายขนาดไหน เพราะในตอนนี้ความคิดเค้ามันสับสนไปหมด เหมือนตอนนี้คยองซูพยายามจะสร้างกำแพงระหว่างพวกเค้าให้มันสูงขึ้น ด้วยเหตุผลบางอย่าที่มีเพียงเจ้าตัวเท่านั้นที่รู้  

 

 

 

 

เพราะเค้าเดาความคิดของอีกฝ่ายไม่ได้ ทำให้เค้ายากจะหาคำตอบ...ยากจะหาคำอธิบาย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เฮ้อออออออออออ เหนื่อยชะมัดเลยยยยยยย พยอนแบคฮยอนเอ่ยขึ้นก่อนจะบิดขี้เกียจไปมาเมื่องานของวันนี้จบลง ร่างเล็กๆทิ้งตัวลงบนที่นอนของตนก่อนจะหันไปมองเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆ ซึ่งตอนนี้กำลังลื้อกระเป๋าเป้ของตนเองเพื่อหาบางสิ่งบางอย่างอยู่ แบคฮยอนยกหัวขึ้นก่อนจะถามเพื่อเบาๆ..

 

 

 

 

 

ดีโอหาอะไร ?

 

 

 

 

 

 

หาพาสเตอร์หน่ะ เหมือนฉันจะลืมเอามา ...เดี๋ยวฉันไปขอที่อาจารย์ลู่หานดีกว่า

 

 

 

 

 

หาพาสเตอร์ไปทำไม ? เป็นอะไรเหรอ ?

 

 

 

 

 

วันนี้ตอนเข้าไปเก็บไข่ไก่ แม่ไก่หวงไข่มากเลย ...ก็เลยโดนจิกทีมือด้วย...เจ็บ เอ่ยก่อนจะยื่นมือไปให้เพื่อนดูแผลที่มือ...แบคฮยอนดึงมือเพื่อนมาดูก่อนจะเบิกตาด้วยความความตกใจ ทั้งๆที่มันไม่ได้ร้ายแรงอะไรมากมาย

 

 

 

 

 

โห... แม่ไก่ใจร้าย ...ฉันมีพาสเตอร์ เดี๋ยวแปะให้นะ เอ่ยก่อนจะหยิบเป้ของตนเองออกมาก่อนจะควานหาพาสเตอร์ออกมา เพียงแค่หยิบออกมาก็ทำให้คยองซูนึกยิ้มอยู่ไม่น้อย

 

 

 

 

 

นั่นมันพาสเตอร์ที่ปาร์กชานยอลให้ไม่ใช่เหรอ ?

 

 

 

 

 

เดี๋ยวแปะให้นะ เอ่ยก่อนจะค่อยๆบรรจงแปะพาสเตอร์สีเหลืองน่ารักให้เพื่อนรักอย่างเบามือ ก่อนจะมองผลงานตัวเองอย่างภาคภูมิใจ

 

 

 

 

 

ไม่กินข้าวกันเถอะ รีบกินจะได้รีบไปอาบน้ำ ตอนนี้ฉันเหนียวตัวจะแย่แล้ว แบคฮยอนเอ่ยก่อนจะดึงมือของเพื่อนให้เดินออกมาด้วยกัน ตอนนี้อาหารพึ่งถูกตั้งลงแบคฮยอนและคยองซูทิ้งตัวลงนั่งช้าๆก่อนจะมองอาหารบนโต๊ะด้วยแววตาหยาดเยิ้ม ก็ตอนนี้ท้องเล็กๆมันกำลังคำรามเสียงดังแล้วหน่ะสิ

 

 

 

 

 

เป็นไงเด็กๆวันนี้เหนื่อยกันไหม ? ลู่หานเอ่ยถามเหล่านักเรียน

 

 

 

 

 

เหนื่อยครับ แต่สนุกมากเลย แบคฮยอนเอ่ยก่อนจะยิ้มร่าเป็นเด็ก

 

 

 

 

 

แหม ขอให้คิดไปแบบนี้เรื่อยๆนะ

 

 

 

 

 

อ้าว...แล้วตัวแสบทั้งสี่คนหายไปไหนละ ? อาจารย์ของอีกโรงเรียนเอ่ยถามนักเรียนของตน เพราะตอนนี้พ่อนักเรียนตัวแสบทั้งสี่คนหายไปไหนก็ไม่รู้

 

 

 

 

 

ไปสร้างเรื่องที่ไหนอีกรึเปล่าเนี่ย ? ลู่หานเอ่ยขึ้นก่อนจะหันไปมองหน้าอาจารย์อีกคน... ไม่นานนักคนที่พึ่งถูกเอ่ยถึงก็เดินกลับมา

 

 

 

 

 

แต่..

 

 

 

 

สภาพมันช่าง...

 

 

 

 

 

โหย...กินไม่รอกันเลย ปาร์กชานยอลเอ่ยก่อนจะมองหน้าแบคฮยอน

 

 

 

 

 

อะไรกัน ? ไม่ใช่ฉันคนเดียวที่กินข้าวก่อนนายนะ

 

 

 

 

นี่พวกเธอไปทำอะไรมากันเนี่ย ? ทำไมเปียกปอนกันแบบนี้ ลู่หานเอ่ยถาม

 

 

 

 

เบื่อๆหน่ะครับ ก็เลยกระโดนน้ำเล่น เห็นอ่างเก็บน้ำตรงท้ายไร่มันกว้างดี เลยกระโดดเล่น

 

 

 

 

 

คำตอบของเหล่าหนุ่มๆทำเอาสองอาจารย์ถึงกันเครียดก่อนจะมองไปที่เจ้าวายร้ายทั้งสี่อีกครั้ง

 

 

 

 

 

กระโดดลงอ่าวเก็บน้ำกลางฤดูหนาวเนี่ยนะ..

 

 

 

 

 

ไปอาบน้ำกันก่อนไป ...เดี๋ยวครูจะแยกอาหารไว้ให้ อาจารย์ของทางโรงเรียนของสี่หนุ่มเอ่ย เด็กหนุ่มทั้งสีพยักหน้ารับคำก่อนจะวิ่งกรูกันไปที่ห้องน้ำ

 

 

 

 

 

ไม่ไหวจริงๆเด็กพวกนี้

 

 

 

 

 

ทนหน่อยนะครับ อาจารย์

 

 

 

 

ขอบคุณครับอาจารย์ลู่หาน

 

 

 

 

 

อาจารย์ !!!!!!! น้ำมันเย็นนนนนนนนนนนนนนนน “ เสียงโหวกเหวกโวยวายดังมาจากโรงอาบน้ำ ทำเอาอาจารย์ที่กำลังจะตักอาหารเข้าปากถึงกับหยุดชะงัก

 

 

 

 

 

เจ้าเด็กพวกนี้...

 

 

 

 

 

เดี๋ยวผมมานะครับ หันมาเอ่ยกับลู่หานก่อนจะเดินออกไปจัดการเหล่าเด็กแสบ

 

 

 

 

 

พวกนายก็ต้มน้ำเซ่ !!!!!!!! เจ้าเด็กพวกนี้

 

 

 

 

 

 

ผมต้มไม่เป็นนนนนนน

 

 

 

 

 

โรงอาบน้ำก็ห่างจากบ้านพักไปพอสมควร แต่ทุกคนที่นั่งทานข้าวอยู่ก็ได้ยินมันอย่างชัดเจน ก่อน จะพากันขำออกมาเบาๆ

 

 

 

 

 

ถ้าไม่มีเด็กสีคนนี้ มันก็คงไม่สนุกหรอก...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดีโอดูดิ ห้องน้ำโล่งมากๆเลย แบคฮยอนเอ่ยด้วยท่าทางดีใจ จะไม่ให้โล่งได้ยังไงละ ก็ตอนนี้มันเที่ยงคืนแล้ว คนอื่นก็พากันหลับหมดแล้ว

 

 

 

 

 

นี่แหละที่พยอนแบคฮยอนต้องการ..

 

 

 

 

 

รอเวลาให้คนหลังหมดแล้วค่อยมาอาบน้ำ เพราะไม่อยากแก้ผ้าอาบน้ำร่วมกับคนอื่นหน่ะสิ

 

 

 

 

 

 

ไอน้ำที่ลอยขึ้นมาคละคลุ้งไปทั่วห้องน้ำ ทำให้ร่างเล็กๆทั้งสองคนรับรู้ได้ว่าตอนนี้ น้ำในอ่างกว้างตรงหน้านั้นกำลังเชิญชวนให้พวกเค้าลงไปแช่แล้ว ในห้องน้ำนี้มีทั้งพักบัวที่ทำขึ้นด้วยวิธีบ้านๆและอ่างน้ำที่ถูกสร้างขึ้นด้วยถังไม้ขนาดใหญ่ที่ดึงน้ำเข้ามาจากอ่างน้ำที่เป็นเตาขนาดใหญ่ข้างนอก ไฟที่กำลังช่วงโชติก็เป็นตัวทำให้น้ำในอ่างกำลังอบอุ่นน่าอาบ

 

 

 

 

 

ร่างบอบบางทั้งสองตอนนี้สวมเพียงบ็อกเซอร์ก่อนจะค่อยๆเริ่มหย่อนเท้าลงไป แล้วค่อยๆหย่อนตัวลงไปแช่ด้วยความสบายใจ

 

 

 

 

 

น้ำอุ่นจังเลยยย แบคฮยอนเอ่ยออกมาก่อนจะยิ้มจนหน้าพริ้ม เรียกเสียงหัวเราะน่ารักๆออกมาจากคนข้างๆ ทั้งคู่น้ำแชมพูและสบู่มาสระผมและถูตัวจนกลิ่นคลุ้งไปทั่ว โชยมาไกลแตะจมูกคนที่นอนหลับใหลอยู่ให้ตื่นขึ้น

 

 

 

 

 

กลิ่นอะไร ปาร์กชานยอลได้แต่สบถกับตนเองเบาๆก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นนั่ง แสงไฟที่ส่องผ่านช่องหน้าตาเข้ามาทำให้ในห้องได้รับความสว่างไปด้วย แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นสว่างจนรบกวนการนอนของพวกเค้า... ดวงตาโตของปาร์กชานยอลมองไปยังตำแหน่งที่นอนของพยอนแบคฮยอนก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความสงสัยไม่ใช่น้อย

 

 

 

 

ดึกดื่นป่านนี้หายไปไหน ?

 

 

 

 

 

หรือว่า...ไอกลิ่นหอมๆนั่น คิดแค่นั้น ปาร์กชานยอลก็ค่อยๆลุกขึ้นจากที่นอนก่อนจะคว้าเสื้อโค้ดตัวหนาขึ้นมาสวม แล้วสวมรองเท้าคู่เก่งก่อนจะเดินไปที่ห้องน้ำที่ตอนนี้มีแสงสว่างอยู่

 

 

 

 

 

ร่างสูงเลือกเดินไปยังด้านหลังของห้องน้ำ เพราะตรงนั้นจะมีช่องเล็กๆที่มองเห็นข้างในได้

 

 

 

 

 

ปาร์กชานยอล เป็นพวกถ้ำมองเหรอ ??

 

 

 

 

 

ดวงตาโตมองผ่านช่องเล็กๆเข้าไปก่อนจะเห็นพยอนแบคฮยอนและโดคยองซุที่แช่น้ำอยู่อย่างสบายใจ ผิวขาวๆของคนตรงหน้า เรียกเลือดให้ปาร์กชานยอลได้เป็นอย่างดี

 

 

 

 

แม่เจ้า...

 

 

 

 

 

ปาร์กชานยอลรีบหมุนตัวออกมาหันหน้าหนีเข้าป่าไปก่อนจะยกมือขึ้นกุมหัว

 

 

 

 

 

 

นี่แกจะเป็นพวกโรคจิตแอบดูเค้าอาบน้ำรึไงวะเนี่ย  ชานยอลสบถกับตัวเองก่อนจะส่ายหน้าไปมา

 

 

 

 

 

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด เสียงกรี๊ดร้องของพยอนแบคฮยอนดังสนั่นขึ้นทำให้ปาร์กชานยอลถึงกับสะดุดเฮือกก่อนรีบวิ่งไปดูด้วยความเป็นห่วงโดยลืมนึกไปว่า...

 

 

 

 

 

พยอนแบคฮยอนโป๊อยู่...

 

 

 

 

 

ชานยอลผลักประตูเข้าไปเต็มแรง ประดุจว่าตนเองเป็นพระเอกที่กำลังบุกเข้าดงคนร้ายเข้าช่วยนางเอกด้วยความกล้าหาญแต่สิ่งที่ได้กลับตอบแทนวีรบุรุษผู้กล้าหาญคือ...

 

 

 

 

 

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด เสียงกรี๊ดร้องที่ดังกว่าเดิมที่ดังขึ้นพร้อมกับของสารพัดที่ปาออกมาจนปาร์กชานยอลต้องถอนออกมาตั้งหลักเพราะความเจ็บปวด

 

 

 

 

 

ปาร์กชานยอล นี่นายมาแอบดูพวกฉันอาบน้ำเหรอ เสียงที่ตะโกนถามออกมาบ่งบอกเลยว่าฟิวขาดขนาดไหน ชานยอลยกมือขึ้นกุมหัวสำรวจบริเวณที่โดนบางสิ่งบางอย่างจากการปาออกมาของคนข้างในกระแทกเข้าว่ามันไม่ได้เป็นแผลอะไร

 

 

 

 

 

ฉันเปล่า ก็นายกรี๊ดฉันก็นึกว่าเป็นอะไรเลยจะเข้าไปดูเฉยๆ

 

 

 

 

 

ไม่จริง... ตอนนี้นายน่าจะนอนอยู่นี่ ทำไมมาเร็วแบบนี้ละ นายมาแอบดูพวกฉันนานแล้วใช่ไหมนายต้องคิดไม่ซื่อแน่ๆเลย

 

 

 

 

 

นี่...สรุปฉันผิดอีกแล้วใช่ไหม ?

 

 

 

 

ใช่ ตอบอย่างไม่รีรอ

 

 

 

 

 

แล้วถ้างั้นนายจะกรี๊ดทำไม ฉันก็ตกใจนึกว่าเป็นอะไร

 

 

 

 

 

ฉันแค่ตกใจนิดหน่อย ก็มันมีแมลงสาบ แค่นั้นแหละ เสียงแหลมๆตะโกนออกมาบอกกับคนทีอยู่ข้างนอก ปาร์กชานยอลหลุบตาลงก่อนจะถอนหายใจด้วยท่าทีหน่ายจนหาคำใดมาเปรียบเปรยได้ แต่สิ่งที่ทำให้ปาร์กชานยอลต้องเครียดหนักไปกว่าเดิมก็คือ ร่างของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเค้าในตอนนี้..

 

 

 

 

อาจารย์ลู่หาน ! “

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พวกเธอทำอะไรอีกแล้วเนี่ย ทำไมต้องเป็นพวกเธอตลอดเลย ไม่เคยจะเป็นคนอื่นเลยจริงๆ ปาร์กชานยอล พยอนแบคฮยอน ลู่หานเลือกที่จะละชื่ออีกคนนึงเอาไว้ เพราะตัววุ่นวายหนีไม่พ้น สองคนที่เค้าได้เอ่ยชื่อไปจริงๆ เด็กทั้งสามคนนั่งคุกเข่าพร้อมกับยกมือทั้งสองข้างขึ้นเพราะโดนทำโทษ

 

 

 

 

 

เธอรู้ไหมว่าเสียงพวกเธอ ทำคนอื่นเค้าตื่นกัน

 

 

 

 

 

ครับ ตอบขึ้นมาอย่างยอมรับผิด เพราะไร้ข้อแก้ตัวใดๆ

 

 

 

 

 

งั้นพรุ่งนี้ ปาร์กชานยอลกับพยอนแบคฮยอน พวกเธอสองคนต้องเอาผักไปขายที่ตลาดในหมู่บ้านเป็นการทำโทษ สิ่งเสียงคำพิพากษา ผู้ต้องหาทั้งสองก็ได้แต่อ้าปากค้าง ทำหน้าราวกับจะร้องไห้ออดอ้อนให้อาจารย์หน้าสวยเห็นใจ แต่ดูเหมือนมันจะไม่ง่ายอย่างนั้นเพราะลู่หานดูจะไม่สนใจพวกเค้าเลย

 

 

 

 

 

คยองซูเธอเข้าไปนอน ส่วนพวกเธอสองคน นั่งคุกเข่าอยู่ตรงนี้อีกหนึ่งชั่วโมงแล้วค่อยเข้าไปนอน อาจารย์หน้าสวยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ก่อนจะหันไปดุคยองซูเล็กๆด้วยสายตาเพราะเจ้าตัวไม่ยอมลุกไปสักที แต่พอหันมาเห็นแววตาที่จ้องเขม็งมาของอาจารย์คยองซูก็ได้แต่หันไปลาเพื่อนด้วยสายตาก่อนจะเดินเข้าห้องนอนไป

 

 

 

 

 

อย่าให้รู้นะว่าพวกเธอสองคนหนีไปนอนก่อน เอ่ยเพียงแค่นั้นก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าห้องตนเองไป เมื่อตอนนี้เหลือเพียงแค่พวกเค้าสองคน ปาร์กชานยอลก็ค่อยๆลดมือลงเพราะตอนนี้ความเจ็บปวดเพราะอาหารเมื่อยวิ่งไปทั่วแขนทั้งสองข้างจนชาไปหมดแล้ว

 

 

 

 

ฮะ... ฮัดเช้ย!!!!!! “ ปาร์กชานยอลจามเสียงดังก่อนจะยกมือขึ้นมาขยี้ปลายจมูกเบาๆ คนตัวเล็กข้างหันไปมองก่อนจะเอ่ยถามเบาๆ

 

 

 

 

 

นายไม่สบายเหรอ ??

 

 

 

 

 

อื้อ... ก็คงเพราะเล่นน้ำนั่นแหละมั้ง ชานยอลแปลกใจไม่ใช่น้อยที่คนตรงหน้าไม่เลือกบ่นเค้าที่ทำให้ต้องโดนทำโทษแต่เลือกที่จะถามไถ่แทน

 

 

 

 

 

กินยายัง คนถูกถามส่ายหน้าเบาๆแทนคำตอบ คิ้วเล็กๆของพยอนแบคฮยอนเริ่มขมวดเป็นปมก่อนร่างเล็กๆจะวิ่งดุ้กดุ้กหายเข้าไปในห้องนอน ชานยอลมองตามจนร่างๆนั้นเดินออกมาพร้อมกับของเต็มมือ ดวงตาโตของปาร์กชานยอลเบิกกว้างด้วยความสงสัยกับสิ่งที่พยอนแบคฮยอนวางลงตรงหน้าเค้า

 

 

 

 

 

นี่ยาแก้ไข้ นี่ยาแก้หวัด อันนี้แก้น้ำมูกไหล อันนี้แก้ปวดหัว อันนี้วิตามิน นายกินทุกอย่าง อย่างงละหนึ่งเม็ด แล้วก็ไปนอนซะ ปาร์กชานยอลยังคงงุนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า เค้ามองใบหน้าของตนตรงหน้าอีกครั้งก่อนจะหลี่ตาด้วยความสงสัย

 

 

 

 

 

มองอะไร ?

 

 

 

 

 

ทำไมเอายามาให้ฉันละ ? นายไม่ชอบฉันไม่ใช่เหรอ ?

 

 

 

 

 

ก็.... ก็นายบอกว่ายังไม่ได้กินยา ฉันก็แค่เอามาให้ แค่นั้นแหละ... คนถูกถามบอกปัดๆก่อนพวงแก้มหวานจะขึ้นสีระเรื่อใบหน้าเล็กเลือกที่จะเบนหนีเสมองไปทางอื่นหลบเลี่ยงหารถูกจับผิด ชานยอลมองคนตรงหน้าก่อนจะยิ้มจนแก้มปริ

 

 

 

 

 

ไม่รู้ทำไมถึงได้มีความสุขมากขนาดนี้...

 

 

 

 

 

ดีใจคนหุบยิ้มไม่ได้...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ครบชั่วโมงแล้ว ฉันไปนอนแล้วนะ แบคฮยอนเอ่ยก่อนจะหันไปมองคนที่นั่งข้างๆที่พึ่งจะทานยาเสร็จ ชานยอลวางแก้วน้ำลงก่อนจะหันมามองพยอนแบคฮยอนที่ตอนนี้ลุกขึ้นยืนจนเต็มตัว ด้วยท่าบิดขี้เกียจก่อนจะหาวจนปากกว้าง

 

 

 

 

 

เดี๋ยวก่อน เสียงทุ้มเอ่ยก่อนจะลุกขึ้นยืนบ้าง

 

 

 

 

 

อะไรของนายอีกละ ?

 

 

 

 

 

 

หลับตาก่อน

 

 

 

 

 

จะมาไม้ไหนอีกละ ?

 

 

 

 

 

เร็วเหอะน่า

 

 

 

 

 

เออๆ ดวงตารีค่อยๆหลุบตาลงช้าๆตามที่คนตรงหน้าเอ่ยของ ก่อนแบคฮยอนจะสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆที่สัมผัสเบาๆตรงปลายจมูกมนของเค้า...

 

 

 

 

 

 

และนี้ก็เป็นอีกครั้ง ที่เค้าได้รับสัมผัสแบบเดิมที่เคยได้รับมาแล้วครั้งหนึ่ง...

 

 

 

 

แต่ครั้งนี้คำพูดมันต่างออกไป...

 

 

 

 

และที่ต่างกันอีกคือ..

 

 

 

 

 

เมื่อพยอนแบคฮยอนลืมตาขึ้นมา..

 

 

 

 

ปาร์กชานยอลก็ยังคงยืนอยู่ตรงหน้า..

 

 

 

 

 

ไม่ได้หายไปแบบคราวก่อน..

 

 

 

 

 

และคำพูดที่ตอนนี้มันดังไปทั่วห้วงความคิดของพยอนแบคฮยอนคือ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณนะนางฟ้าตัวน้อย      












ดวงตารีมองคนตรงหน้าด้วยแววตาตกใจเล็กๆกับคำพูดที่ได้ยินแบบไม่ทันตั้งตัว ปลายจมูกมนยังรับรู้ได้ถึงสัมผัสอุ่นๆที่คนตรงหน้ามอบให้ จุมพิตเบาๆที่ปลายจมูกเหมือนครั้งที่โรงพยาบาล

 

 

 

 

 

จะต่างกันก็แค่....

 

 

 

 

 

ครั้งนั้น...ปาร์กชานยอลทิ้งไว้เพียงดอกกุหลาบสีขาวสวยหนึ่งดอกที่วางเอาไว้ให้..

 

 

 

 

 

แต่ตอนนี้... สิ่งที่อยู่ตรงหน้าของพยอนแบคฮยอน... คือคนนั้นที่กำลังยิ้มให้เค้าด้วยรอยยิ้มละมุน

 

 

 

 

ทำบ้าอะไรของนายปาร์กชานยอล...

 

 

 

 

 

ฉันก็เขินเป็นนะเว๊ย !

 

 

 

 

นาย...

 

 

 

 

 

หือ คนหูกางตรงหน้าเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถามเมื่อคนตรงหน้าพูดไม่จบ..

 

 

 

 

 

ที่นายทำแบบนี้...

 

 

 

 

 

หมายถึง ?

 

 

 

 

 

ที่นายทำแบบนี้ เพราะนายชอบฉันใช่ไหม ? แววตารีเอ่ยโดยที่ไม่ได้มองคนตรงเลยแม้แต่น้อย...เอาแต่หลบสายตาที่อีกฝ่ายกำลังจ้องมองมา จนปาร์กชานยอลอดยิ้มออกมาไม่ได้ คนตัวสูงกว่าก้าวเท้าไปใกล้ก่อนใบหน้าหล่อเหล่าจะค่อยๆลดลงริมฝีปากหนาเลื่อนใบใกล้ใบหูของคนตัวเล็กก่อนน้ำเสียงทุ้มต่ำเป็นเอกลักษณ์จะเอ่ยออกไปช้าๆ...

 

 

 

 

 

ใครบอก...นายต่างหากที่ชอบฉัน.. แต่นายแค่ไม่รู้ตัว เอ่ยจบก็ถอยใบหน้าออกมา ยืนมองคนตรงหน้าที่ตอนนี้ใบหน้าแดงกร่ำจนไปถึงหู ใบหน้าหวานเม้มปากแน่นจนเป็นขีดก่อนจะเผลอกัด ปากอย่างลืมตัว..

 

 

 

 

บ้า ! ใครชอบนาย… พูดเองเออเอง ปลายเสียงสั่นเบาๆเพราะข้างในใจมันวาบหวิวเพราะคำพูดของร่างตรงหน้า จนมันทำให้พยอนแบคฮยอนคนนี้ทำตัวไม่ถูก

 

 

 

 

ฉันไม่ได้พูดเองเออเองนะ... แต่ฉันแค่รู้สึกได้

 

 

 

 

 

ไม่จริง !!!!! “ คนหัวรั้นเถียงเสียงดังก่อนจะวิ่งหนีกลับเข้าไปในห้องนอนปล่อยให้ปาร์กชานยอลยืนมองร่างดุกดิ้กที่วิ่งหายไปพร้อมกับยกยิ้มกันท่าทีน่ารักนั้น..

 

 

 

 

 

ยอมรับเถอะ พยอนแบคฮยอน ว่านายกำลังตกหลุมรักฉัน

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

อี้ฟาน ! นายมาได้ยังเนี่ย ?   เสียงใสเอ่ยถามผู้เป็นเพื่อนที่กำลังเดินเข้ามาด้วยความแปลกใจ ร่างสูงเด่นเดินเข้ามาด้วยชุดสูทดูเรียบร้อยและสง่างาม มือหนายกขึ้นมาถอดแว่นดำที่สวมอยู่ช้าๆก่อนมุมปากจะยกยิ้มให้เพื่อนที่อยู่ตรงหน้า

 

 

 

 

 

ฉันไปหานายที่โรงเรียน แต่เค้าบอกว่านายพานักเรียนมาที่นี่ ฉันก็เลยตามมา ...พอดีฉันต้องแวะมาทำธุระแถวนี้ด้วย อี้ฟานเอ่ยตอบเพื่อนด้วยน้ำเสียงละมุม คนตัวเล็กแสดงอาการดีใจที่ได้เจอเพื่อนออกมาอย่างปิดไม่มิด จนมันทำให้ใครบางคนที่ยืนมองอยู่ตรงนี้แอบหงุดหงิดโดยไม่รู้ตัว..

 

 

 

 

 

จะมาทำไมวะ !

 

 

 

 

นายทำธุระเสร็จแล้วเหรอ ?

 

 

 

 

 

ยังหรอก... แต่อยากแวะมาดูนายก่อน

 

 

 

 

 

แหมมมมม คิดถึงฉันละสิ

 

 

 

 

คนถูกถามได้แต่อมยิ้มก่อนจะเอื้อมมือมาขยี้กลุ่มผมของผู้เป็นเพื่อนจนยุงเหยิง ทำให้คนตัวเล็กกว่าแกล้งชักสีหน้าเล็กๆก่อนจะยกมือขึ้นมาจัดทรงผมของตนเอง

 

 

 

 

 

โอเซฮุนที่ยืนมองอยู่พ้นลมหายใจออกทางจมูกแรงๆก่อนจะเดินตรงรี่เข้าไป และผ่ากลางลู่หานและอี้ฟานไปอย่างหน้าตาเฉย และไม่วายที่จะหันไปค้อนวงใหญ่ให้กับทั้งคู่อย่างไร้เหตุผลก่อนจะเดินห่างออกไปจากคอกวัวที่ยังอยู่ในหน้าที่และเวลางาน ทำให้ทั้งลู่หานและอี้ฟานได้แต่หันมามองหน้ากัน...

 

 

 

 

นักเรียนของนายดูอารมณ์ไม่ดีนะ

 

 

 

 

เป็นบ้าอะไรของเค้า ? ลู่หานเอ่ยเหมือนเป็นเชิงตั้งคำถามก่อนจะหันมามองหน้าอี้ฟานที่งุนงงไม่แพ้กัน

 

 

 

 

 

เดี๋ยวฉันขอตัวไปตามหมอนั่นกลับมาทำงานก่อนนะ นายก็เดินๆแถวนี้รอฉันก่อนนะ อี้ฟานพยักหน้าตอบรับคำพูดของผู้เป็นเพื่อนก่อนที่ลู่หาน จะวิ่งตามเจ้าเด็กตัวโตเจ้าปัญหาไป

 

 

 

 

ขายาวๆของอี้ฟานเดินมาตามทางเล็กๆในหมู่บ้าน ตอนนี้เด็กนักเรียนหลายคนกำลังตั้งใจทำงานอย่างขะมักเขม้น ส่วนตัวเค้าก็กำลังอิ่มเอมกับธรรมชาติอันแสนสบาย ที่ต่างจากในเมืองอย่างสิ้นเชิง นานแล้วที่เค้าไม่ได้สูดอากาศสดชื่นจนเต็มปอดแบบนี้มันทำให้เค้าอดไม่ได้ที่จะหลงใหลกับธรรมขาติโดยรอบ จนไม่ได้มองว่า... ข้างหน้ามีร่างร่างหนึ่งเดินมา

 

 

 

 

ร่างเล็กๆของพยอนแบคฮยอนที่อุ้มตะกร้าที่ใส่ผักมาซะสูงจนแทบมองไม่เห็นทาง เดินตรงมาโดยที่ไม่รู้เหมือนกันว่าข้างหน้ามีคนเดินมาเช่นกัน...

 

 

 

 

 

ด้วยความที่ทั้งคู่ไม่ทันระวังทางทำให้ชนกันเข้าอย่างจัง อี้ฟานไม่เป็นอะไร แต่พยอนแบคฮยอนนี่สิ ล้มก้นจ้ำเป้าอยู่ที่พื้น ผักในตะกร้าก็กระจัดกระจายไปหมด ร่างสูงโปร่งก้มลงมองร่างเล็กๆด้วยความตกใจก่อนจะรีบรุดลงนั่งพร้อมกับเอ่ยน้ำด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด

 

 

 

 

นายเป็นอะไรรึเปล่า ? ฉันขอโทษนะ ไม่ได้ตั้งใจ... อี้ฟานยกมือขึ้นปัดฝุ่นที่เปื้อนเสื้อผ้าสีอ่อนของคนตรงหน้าเบาๆก่อนจะมองหาว่าแบคฮยอนนั้นได้รับบาดเจ็บอะไรรึเปล่า

 

 

 

 

คนตัวเล็กส่ายหน้าเบาๆก่อนจะยกยิ้มให้

 

 

 

 

ผมไม่เป็นอะไรครับ... ไม่ต้องขอโทษหรอก ผมซุ่มซ่ามเอง ริมฝีปากบางยิ้มจนตาหยี

 

 

 

 

นาย... นายนั่นเอง อี้ฟานเอ่ยก่อนจะยิ้มให้...

 

 

 

 

ผม... คุณรู้จักผมเหรอครับ ?

 

 

 

 

แบคฮยอนถามกลับด้วยความแปลกใจ เพราะเค้าแน่ใจว่าไม่เคยรู้จักกับคนตรงหน้านี้มาก่อน แต่ดูท่าทางของคนตัวสูงคนนี้ จะมั่นใจเอามากๆเลยว่ารู้จักเค้า

 

 

 

 

ก็...ฉันเป็นคนพานายไปโรงพยาบาล ตอนที่นายมีเรื่องที่ไนต์คลับไง

 

 

 

 

 

แบคฮยอนนึกอยู่พักหนึ่งก่อนจะร้องอ๋อออกมา..

 

 

 

 

 

อ๋อ.... คุณเป็นเพื่อนของอาจารย์ลู่หานใช่ไหมครับ ?

 

 

 

 

ใช่

 

 

 

 

 

ตอนนั้นผมยังไม่มีโอกาสขอบคุณเลย ...ขอบคุณมากนะครับ คนตัวสูงกว่าส่งสายตาเอ็ดดูมาให้ก่อนจะช่วยดึงเก็บผักที่ตกกระจัดกระจากกลับไปไว้ในตะกร้าดังเดิมและช่วยดึงคนตัวเล็กๆตรงหน้าให้ยืนขึ้น  

 

 

 

 

ตอนนี้อี้ฟานเอาแต่ยิ้มไม่หยุด...

 

 

 

 

 

ไม่รู้ทำไมเวลามองหน้าเด็กคนนี้ถึงได้รู้สึกถูกชะตาอย่างบอกไม่ถูก

 

 

 

 

 

นายกำลังจะเอาผักพวกนี้ไปไหนเหรอ ?

 

 

 

 

 

อ่อ ผมจะเอาไปขายในตลาดหน่ะครับ ...เพราะโดนอาจารย์ลู่หานทำโทษ ปลายเสียงออกแนวเศร้าใจราวกับโดนกลั่นแกล้ง ทำให้อี้ฟานที่มองอยู่เผลอเอื้อมมือไปลูบกลุ่มผมของเด็กชายตรงหน้าเบาๆด้วยความเอ็นดู

 

 

 

 

 

ไม่เป็นไรนะ

 

 

 

 

 

แบคฮยอนเงยหน้าคนตัวสูงตรงหน้าก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง..

 

 

 

 

 

ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกอบอุ่นเวลาอยู่ใกล้คนคนนี้ ทั้งที่เราพึ่งเจอกัน...

 

 

 

 

 

พยอนแบคฮยอน... นายทำไมไม่รอฉัน....บ้าง ปาร์กชานยอลเอ่ยด้วยน้ำเสียงบ่นกรนแต่ก็ต้องเงียบเสียงลงเมื่อเห็นแบคฮยอนกำลังยืนอยู่กับชายแปลกหน้า... คิ้วเรียวก็ขมวดปมด้วยความสงสัยปนความไม่พอใจทันที

 

 

 

 

 

เพื่อนอาจารย์ลู่หานนี่หว่า  

 

 

 

 

 

ทำไมต้องลูบหัวด้วยฟะ !!!

 

 

 

 

 

นี่... นายมาทำอะไรตรงนี้ห๊า ชานยอลเดินเข้าไปแทรกตรงกลางระหว่างทั้งคู่ก่อนจะหันไปถามคนตัวเล็ก เจ้าตัวชักสีหน้าเล็กๆก่อนจะยู่หน้าด้วยความไม่พอใจ

 

 

 

 

ปาร์กชานยอล ทำไมต้องทำตัวติดกันด้วยนะ !

 

 

 

 

 

ผมขอตัวก่อนนะครับ แบคฮยอนหันไปเอ่ยลาอี้ฟาน เจ้าตัวก็พยักหน้าพร้อมยิ้มละมุนให้ก่อนเจ้าตัวเล็กจะเดินเชิดหน้าสะบัดบ็อบหนีชานยอลไป

 

 

 

 

 

หนอยไอตัวแสบ..

 

 

 

 

 

คุณมาที่นี่ทำไม ? คนที่แอบหึงได้แต่หันไปมองอี้ฟานด้วยแววตาหึงหวงอย่างออกนอกหน้า ราวกับเด็กตัวเล็กๆที่หวงขนมของตน ซึ่งความรู้สึกนั้นอู๋อี้ฟานรัยรู้มันได้เป็นอย่างดี จึงขอแกล้งเด็กล่นสักหน่อย คนตัวสูงร้อยเก้าสิบเซ็นมองคนอายุน้อยกว่าตรงหน้าก่อนจะ ยกยิ้มเบาๆ

 

 

 

 

ฉันจะมาทำอะไรดีนะ อี้ฟานพูดเหมือนเป็นเชิงถาม เอ่ยก่อนจะแสร้งมองตามแบคฮยอนก่อนจะหันกลับมายิ้มให้ปาร์กชานยอล... การกระทำแบบนี้มันเลยทำให้ ปาร์กชานยอลคนนี้เข้าใจว่า.. อู๋อี้ฟานกำลังสนใจ

 

 

 

 

 

พยอนแบคฮยอน !

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อมาถึงตลาด แบคฮยอน ชานยอลและลุงๆป้าๆก็ช่วยกันยกผักสดลงมาวางไว้ที่แผงขาย ผัดสดๆปลอดสารพิษถูกวางเรียงรายกันจนเต็มแผง โดยในตอนนี้มีแม่ค้าคนสวย(?) กำลังยืนเรียกลูกค้าที่กำลังจับจ่ายซื้อของ ให้เข้ามาซื้อผัก แต่ตอนนี้ก็มีใครบางคนที่เอาแต่ยืนทื้อเป็นตอไม้ ไม่คิดจะช่วยเหลืออะไรจนคนตัวเล็กๆต้องหันไปดุเสียงดัง

 

 

 

 

นี่ปาร์กชานยอล ทำไมนายไม่ช่วยฉันตะโกนเรียกลูกค้าเนี่ย ฉันแหกปากอยู่คนเดียวจนเจ็บคอไปหมดแล้วนะ เสียงแหลมๆบ่นพร้อมกับยู่หน้า คนถูกบ่นหันมามองก่อนจะหันหน้าหนีราวกับเค้าไม่คิดจะสนใจคำพูดเหล่านั้น

 

 

 

 

 

นี่

 

 

 

 

 

......

 

 

 

 

 

ชานยอล

 

 

 

 

 

.....

 

 

 

 

 

ปาร์กชานยอล

 

 

 

 

 

.....

 

 

 

 

 

ปาร์กชานยอล ไอหูกาง ! “ เมื่อชื่อที่ถูกเรียกเริ่มเป็นชื่อที่ไม่เข้าหูคนตัวสูงกว่าก็หันไปมองใบหน้าเล็กที่กำลังบึ้งตึงเพราะความไม่พอใจก่อนจะถอนหายใจหนักๆ ขายาวๆก้าวไปยืนข้างๆคนตัวเล็กกว่าก่อนจะเริ่มส่งเสียงเรียกลูกค้าด้วยท่าทีร่าเริงในแบบที่แบคฮยอนตามอารมณ์ไม่ทัน..

 

 

 

 

 

นี่สินะ... แฮบปี้ไวรัส

 

 

 

 

 

คนตัวเล็กเงยหน้ามองคนที่ตัวสูงกว่าก่อนใบหน้าจะแสดงออกถึงความสงสัยอย่างชัดเจน เพราะวันนี้ปาร์กชานยอลไม่กวนประสาทเค้าเหมือนทุกวัน ดูเงียบผิดปกติ

 

 

 

 

แม้กระทั้งตอนที่พวกเค้ากำลังนั่งรถกลับเพราะขายผักหมดเร็ว ก็ยังไม่มีคำพูดใดๆที่ปาร์กชานยอลเอ่ยคุยกับเค้าเลย ถามคำตอบคำจนมันยิ่งทำให้คนตัวเล็กๆคนนี้หงุดหงิด

 

 

 

 

 

ชานยอลและแบคฮยอนนั่งอยู่ที่กระบะหลังของรถ ตอนนี้ในกระบะโล่งลงไปมาก จะมีก็แต่ตะกร้าใส่ผักที่วางกินพื้นที่ไปครึ่งหนึ่งของพื้นที่ของกระบะรถ

 

 

 

 

พยอนแบคฮยอนหันไปมองคนข้างๆอีกครั้งก่อนจะเอ่ยเรียกชื่อคนตรงหน้าเบาๆ แต่อีกฝ่ายก็ดูเหมือนจะไม่ได้ยิน จนมันทำให้คนตัวเล็กตะโกนเสียงเข้าไปใกล้ๆหูจนชานยอลต้องหันมามองเพราะเสียงแหลมๆที่เข้าไปถึงโสตประสาท คนตัวสูงหันมาก่อนจะมองค้อนเล็กๆด้วยความไม่พอใจ ทำให้แบคฮยอนถอยห่างออกมาก่อนจะอมลมจนแก้มป่อง

 

 

 

 

ก็นายไม่ขานรับฉันเอง

 

 

 

 

.... ยังคงเงียบจนคนตัวเล็กยิ่งอารมณ์เสียงเข้าไปอีก

 

 

 

 

 

นายเป็นอะไร ?  

 

 

 

 

 

.....

 

 

 

 

 

นี่ปาร์กชานยอล !

 

 

 

 

 

นายเงียบๆได้ไหมแบคฮยอน คนตัวสูงเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุจนคนตัวเล็กเริ่มเสียความมั่นใจ ใบหน้าหวานแสดงสีหน้าวิตกเล็กๆ คิ้วเรียวขมวดเป็นจบก่อนจะหันหน้าหนี จนคนตัวโตตกใจ เพราะเค้าพึ่งรู้ตัวว่าตัวเองตะคอกแรงเกินไป จากตอนนี้ที่ปาร์กชานยอลแกล้งงอนแบคฮยอนเล่นๆ ตอนนี้มันกลายเป็นว่า

 

 

 

 

 

พยอนแบคฮยอน.. โกรธจริง

 

 

 

 

ซวยแล้วปาร์กชานยอล..

 

 

 

 

 

 

แบคฮยอน

 

 

 

 

..... เหตุการณ์ช่างคุ้นพิกล เหมือนพึ่งผ่านพ้นไปได้ไม่นาน

 

 

 

 

 

พยอนแบคฮยอน

 

 

 

 

.....

 

 

 

 

แบคฮยอนเมื่อกี้ฉันแค่แกล้งเล่นเฉยๆ

 

 

 

 

..... ท่าทางจะกลายเป็นปัญหาใหญ่แล้วละ ปาร์กชานยอล

 

 

 

 

แบค....

 

 

 

 

 

เงียบไปเลยไอหูกาง ! “ ยังไม่ทันที่ชานยอลจะได้เอ่ยชื่อคนตรงหน้าจบแบคฮยอนก็สวนขึ้นมาจนตอนนี้บรรยากาศเริ่มครุกรุ่น

 

 

 

 

 

นี่นายว่าใคร ? คนตรงนี้ไม่ได้โกรธจริงเลยสักนิด แค่อยากปั้นหน้าโหดแกล้งคนตัวเล็กตรงหน้าก็เท่านั้น และดูเหมือนจะได้ผลเมื่อสีหน้าของคนตรงหน้าเริ่มสลดลง

 

 

 

 

 

.....

 

 

 

 

 

เด็กนิสัยไม่ดี

 

 

 

 

นายนั่นแหละนิสัยไม่ดี... อีกอย่างฉันไม่ใช่เด็กนะ

 

 

 

 

เด็กนิสัยไม่ดี

 

 

 

 

ฉันบอกว่าฉันไม่ใช่เด็ก

 

 

 

 

ก็ตัวเล็กกว่าฉันแบบนี้..นายก็ต้องเป็นเด็ก

 

 

 

 

ฉันบอกว่าฉันไม่ใช่ไงเล่า !! “ คนตัวเล็กเริ่มเถียงเสียงดังเพราะเค้าไม่ชอบให้ใครมาว่าเค้าว่าเป็นเด็ก รึตัวเล็กเลย... ทั้งหมดมันเป็นเพราะครอบข้างมันตัวใหญ่กว่าเค้าทั้งนั้น  ไม่ใช่ความผิดเค้าสักนิด

 

 

 

 

 

ทำไมจะไม่ใช่ ... เอ่ยเสียงเรียบก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปใกล้ใบหน้าหวานจนตอนนี้อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ แบคฮยอนก็อยากจะถอยหนี ...แต่มันดันติดกระบะรถ สิ้นสุดอยู่แค่ตรงนั้น รถก็กำลังแล่นอยู่ จะหนีลงก็คงไม่ได้ ความเงียบครอบงำทั้งคู่

 

 

 

คนตัวเล็กที่ตอนแรกเอาแต่เถียงอย่างไม่ลดละ ตอนนี้ก็เอาแต่นั่งนิ่ง ดวงตาเรียวพยายามเสมองไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่แสดงออกมาจากดวงตาที่วูบไหว ใบหน้าหล่อเหล่าโน้มลงไปหาคนตรงหน้าเรื่อยๆ ก่อนริมฝีแกหยักจะทาบทับลงบนกลีบปากสีสวยอย่างแผ่วเบา ดวงตาโตของร่างสูงหลุบตาลงก่อนจะบรรจบจูบคนตรงหน้าอย่างทะนุทนอม

 

 

 

 

มือหน้าของร่างสูงยกขึ้นมาก่อนจะจับท้ายทอยของคนตรงหน้าเอาไว้ นิ้วเรียวแทรกไปตามไรผมนุ่มก่อนเรียวลิ้นจะลุกล้ำเข้าไปในโพรงปากของตนตรงหน้าดูดกลืนความหวานก่อนร่างสูงจะค่อยๆถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ดวงตาคมมองคนตรงหน้าอีกครั้งก่อนจะจูบลงที่ปลายจมูกมนอย่างแผ่วเบา...

 

 

 

 

 

ไร้คำพูดใดๆหลุดออกมาจากทั้งคู่... มีเพียงแววตาที่อบอุ่นของปาร์กชานยอลที่ส่งผ่านมาให้ พยอนแบคฮยอนได้รับความอบอุ่นที่ไม่มีวันสิ้นสุด...

 

 

 

 

 

......มันเป็นความรู้สึกที่ไร้การอธิบาย...

 

 

 

 

แต่สื่อไปถึงทั้งคู่ ...เพียงแต่..

 

 

 

 

 

ทั้งสองคนจะคิดเหมือนกันหรือไม่ก็เท่านั้น...

 

 

 

 

แบคฮยอน.... ฉัน...

 

 

 





ดวงตาโตประสานมองคนตรงหน้า มองลึกเข้าไปในดวงตาของอีกคน มองราวกับต้องการสื่ออะไรบางอย่าง ริมฝีปากหยักก็เหมือนจะพยายามเอ่ยบางอย่างออกมา.. แต่ไม่รู้ทำไมเค้าถึงไม่ยอมพูด

 

 

 

 

 

แบคฮยอนแถบกลั้นหายใจเพราะรอฟังคำพูดของอีกฝ่าย

 

 

 

 

แบคฮยอน... ฉัน......

 

 

 

 

 

ปังงงงง...

 

 

 

 

เสียบางอย่างที่ดังสะนั่นหวั่นไหวขึ้นมาพร้อมกับคำพูดคำสุดท้ายของปาร์กชานยอล... คำพูดคำสุดท้ายที่พยอนแบคฮยอนกำลังตั้งใจฟัง... คำพูดคำสุดท้ายที่เหมือนกับเค้ากำลังรอคอย..

 

 

 

 

แต่มัน..

 

 

 

กลับไม่ได้ยิน..

 

 

 

 

 

เพราะเสียงที่ดังขึ้นมากะทันหันเมื่อกี้ทำให้คำพูดคำสุดท้ายที่ในตอนนี้สำหรับแบคฮยอนแล้ว เป็นเสมือนกับปริศนาที่ยากแก เพราะอีกคนเอาแต่ยิ้มละมุนราวกับโล่งอกกับการได้พูดออกไปแล้ว...

 

 

 

 

แต่คนตรงนี้นี่สิ..

 

 

 

 

ไม่รู้ว่าคนตรงหน้าพูดอะไร ?

 

 

 

 

 

เสียงที่ดังขึ้นเมื่อกี้ ไม่ได้เกิดขึ้นกับปริศนาที่แบคฮยอนต้องแก้เพียงอย่างเดียว แต่มันดันเกิดขึ้นพร้อมกับการเสียหลักเอียงไปข้างหนึ่งของรถ ชานยอลดึงคนตัวเล็กเข้ามาในอ้อมกอดเพราะรถมันเอียงลงทางด้านเค้า ลุงเจ้าขอสวนลงจากรถก่อนจะรีบวิ่งมาดูทั้งคู่ที่นั่งอยู่หลังรถด้วยความเป็นห่วง

 

 

 

 

 

เจ็บตรงไหนกันรึเปล่า ??

 

 

 

 

 

ไม่เป็นอะไรครับ มีเพียงชานยอลที่เอ่ยตอบ เพราะตอนนี้แบคฮยอนเอาแน่นั่งนิ่งเพราะความเขินอาย บรรกาศช่างเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ในตอนนแรก แบคฮยอนยังโวยวายเสียงดังอยู่เลย แต่ในตอนนี้ กลับนั่งนิ่งเงียบสนิทเป็นคนละคน คงเพราะการกระทำของใครบางคนเมื่อกี้

 

 

 

 

ตอนนี้ทั้งคู่คงจากรถมายืนอยู่ที่ใต้ร่มไม้ใหญ่ข้างทาง เพราะรยางค์แตก ทำให้ต้องรอรถจากที่ไร่มารับ ใต้ร่มเงาของต้นไม้ มีเพียงแบคฮยอนและชานยอลยืนอยู่ คนตัวเล็กเอาแต่นิ่งเงียบ โดยมีคนตัวสูงยืนอยู่ใกล้ไม่ห่างไปไหน ใบหน้าหวานเหลือบมองคนข้างๆพร้อมกับคำถามมากมายที่ก่อตัวขึ้น..

 

 

 

 

เมื่อกี้นายพูดว่าอะไร ?

 

 

 

 

ฉันควรถามดีไหม ?

 

 

 

 

แล้วสิ่งที่นายพูดมันเป็นไปในทางบวกหรือว่าลบ..

 

 

 

 

ถ้าสิ่งที่ได้ยินเป็นคำพูดในทางบวก... เค้าจะทำยังไงต่อ..

 

 

 

 

แล้วถ้าคำพูดนั้นเป็นไปในทางลบ...

 

 

 

 

เค้าควรจะทำหน้ายังไง ?

 

 

 

 

ตอนนี้หลายสิ่งหลายอย่างมันวิ่งพล่านเต็มหัวจนแบคฮยอนเริ่มเรียบเรียงไม่ถูก

 

 

 

 

ชานยอลก้มลงมองคนตัวเล็กข้างๆที่ตอนนี้ปลายจมูกเปลี่ยนเป็นสีแดงเพราะอาหารหนาวที่ก่อตัวรอบๆ มือหนาถอดหมวกไหมพรมที่สวมอยู่บนศรีษะของตนเองออกก่อนจะสวมมันให้กับแบคฮยอน ร่างเล็กตกใจเล็กน้อยกับการกระทำของคนตัวสูง แต่ก็ไม่ได้เอ่ยปัดแต่อย่างใด ยอมยืนนิ่งๆให้คตรงหน้าสวมหมวกให้ พร้อมกับจัดแจงให้เรียบร้อย

 

 

 

 

ขอบใจนะ แบคฮยอนเอ่ยเสียงอู้อี้จนคนตรงหน้าจับใจความแทบไม่ได้..

 

 

 

 

นายว่าอะไรนะ ?

 

 

 

 

ฉันบอกว่า...ขอบใจนะ เมื่อได้ยินคำตอบของคนตรงหน้า ปาร์กชานยอลก็ยกยิ้มละมุนก่อนมือหนาจะค่อยๆผละออกจากหัวทุยของคนตรงหน้าช้าๆ

 

 

 

 

 

ความเงียบเริ่มครอบงำทั้งคู่อีกครั้ง ...แบคฮยอนลอบมองคนข้างๆอีกครั้งด้วยใบหน้ากลัดกลุ้มใจ ควรจะถามดีไหม ? คำถามคำถามนี้วนอยู่ในหัวเค้าเป็นร้อยๆรอบจนแบคฮยอนต้องส่ายหน้าเบาๆเพื่อสะลัดความคิดอันหนักอกออกไป...

 

 

 

 

ถามก็ถาม...

 

 

 

 

ชานยอล คนตัวเล็กเอ่ยเสียงแผ่วเบาแสดงออกถึงความไม่มั่นใจ ร่างสูงเมื่อได้ยินเสียงเรียกก็หันมามองก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม..

 

 

 

หืม ??

 

 

 

 

คือ....

 

 

 

 

.....

 

 

 

 

คือว่า....

 

 

 

 

.....

 

 

 

 

 

คือ....คือว่าเมื่อกี้

 

 

 

 

.....

 

 

 

 

นาย...พูดอะไรกับฉันเหรอ ? คือว่าฉัน...ได้ยินมันไม่ถนัด

 

 

 

 

ตัดสินใจถามออกไปโดยที่ไม่คิดจะสบตากับคนตรงหน้า เพราะเค้ากลัวว่าปาร์กชายอลจะจับได้ว่าเค้ากำลังอ่อนไหว... ร่างสูงเงียบอยู่นาน เงียบจนคนตัวเล็กต้องลอบถอนหายใจยาวๆ ก่อนจะเม้มปากแน่นเป็นขีดอย่างเสียความมั่นใจ

 

 

 

 

ไม่น่าถามเลย...

 

 

 

 

ได้แต่สบถกับตัวเองเบาๆก่อนจะเสมองไปทางอื่น..

 

 

 

 

ชานยอลหันไปมองคนตัวเล็กข้าง ก่อนขายาวๆสาวเท้าเข้าไปใกล้ๆ ...ดวงหน้าหวานเมื่อรู้สึกว่าคนข้างๆเข้ามาใกล้ก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้นไปมอง ซึ่งชานยอลก็ยังคงสาวเท้าเข้ามาใกล้ไม่หยุดจนแบคฮยอนต้องถอยเท้าหนี แต่ก็ต้องชะงักนิ่งเมื่อเค้าถอยมาจนติดต้นไม้ต้นใหญ่ ไร้ซึ่งทางหนีคิ้วเล็กๆเริ่มขมวดเป็นปมก่อนจะเงยหน้ามองร่างสูงตรงหน้าอีกครั้ง...

 

 

 

 

ทั้งคู่สบตากันด้วยความรู้สึกไม่มั่นใจ...

 

 

 

 

แววตาที่ถูกส่งมาทำให้พยอนแบคฮยอนต้องเบนหน้าหนี...

 

 

 

 

มันทนมองไม่ไหว...

 

 

 

 

หัวใจพาลจะหลุดออกมาเต้นข้างนอกอยู่แล้ว..

 

 

 

 

ไม่รู้ทำไมแววตาของปาร์กชานยอลถึงได้มีอิทธิพลกับหัวใจของพยอนแบคฮยอนมากมายขนาดนี้นะ...

 

 

 

 

 

แบคฮยอน...

 

 

 

 

เวลาคนตรงหน้าเรียกชื่อ...หัวใจก็เต้นรัวไม่เป็นจังหวะ...

 

 

 

เหมือนมันกำลังรอ..

 

 

 

 

รอให้คนตรงหน้าเอ่ยบางสิ่งบางอย่างออกมา...

 

 

 

 

เอ่ยในสิ่งที่เหมือนเค้ากำลังรอคอย...

 

 

 

 

เอ่ยในสิ่งที่หัวใจของเค้าก็รู้สึกเหมือนกัน...

 

 

 

 

 

พวกเรา....

 

 

 

 

ยิ่งพูดช้าหัวใจก็ยิ่งเต้นแรง...

 

 

 

 

พวกเรามาลองเป็นมากกว่าเพื่อนกันดูไหม ?

 

 

 

 

ยิ่งฟังแบบนั้นหัวใจของพยอนแบคฮยอนก็เต้นรัวไม่เป็นจังหวะ...

 

 

 

 

เค้าควรตอบยังไง... ตอนนี้หัวใจกับสมองมันสวนทางกันไปหมด..

 

 

 

 

ในหัวเอาแต่บอกว่า.... คนคนนี้คือคนที่เค้าไม่ชอบ...

 

 

 

 

แต่หัวใจ...มันดังกึงก้องไปทั่ว

 

 

 

 

ดังเป็นชื่อใครบางคน...

 

 

 

 

ที่ชื่อ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ปาร์กชานยอล..

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 

 

  

 

 

 

 

TBC........  

 

 

 

 

 














#ขอให้ชยอลได้หยอดแบคหน่อยเถอะ มันคือความสุขของไรท์ TT^TT

ตอนนี้ก็ยังคงความไร้สาระ...แต่ตอนต่อจากนี้ต้องจับตาดูให้ดีๆนะคะ


เพราะจะมีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นเยอะแยะเลย..

ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านะคะ... ถ้าจะให้ดี ช่วยเม้นให้กำลังใจไรท์กันด้วยนะคะ ...

ขอบพระคุณอย่างสูงค่าาาาาาาาาา :)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

382 ความคิดเห็น

  1. #373 Ohsehun (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 20:37
    เป็นมากกว่าเพื่อนนี่คือ?...
    #373
    0
  2. #334 SandDvV (@pusisand9) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2557 / 00:30
    รักกันชอบกัน ทำไมไม่บอกไปละะะะ ลุ้นอีกและะะๆๆๆๆ โอ้ยยยยย ฟินจนวันตายเลยอ่ะะะ >////<
    #334
    0
  3. #175 PuyFaaiz (@puyfaaizd) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มกราคม 2557 / 13:02
    พี่คริสแลดูเป็นบุคคลที่ไม่ต้องการ เป็นตัวมารของทุกคู่ 55556 ชอบตอนอิเน่หึงเฟ่อออออ ปล. ขอคู่ฮุนฮาน ชานแบค คริสเลย์ ไคโด้ เทาโฮ เฉินหมิน น่อววว
    #175
    0
  4. #109 Zo Aon (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 / 20:09
    ลุ้นนะเนี่ย 55555555555555 >[]
    #109
    0
  5. #83 jiewww (@eaachh) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2556 / 15:45
    คู่อื่นเค้าไปกันถึงไหนต่อไหนแล้ว  แต่ไคโด้นี่ยังอึมครึมอยู่...



    จงอิน แกมีเรื่องอะไรกับหมินก็พูดออกไปสิ ถึงคยองจะเดินหนีก็พูดออกมาเลย เดี๋ยวก็หยุดฟังเองแหละ (มั้ง)
    #83
    0
  6. #27 ´ น้องแบคแมน๏ (@secretauy) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 กันยายน 2556 / 13:47
    ไรท์ทำให้ลุ้น
    !!
    >.,<
    #27
    0
  7. #26 Fc Exoo (@beefic) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กันยายน 2556 / 23:40
    แบคฮยอน  ฉัน.... ฉันอะไร ล่ะ!!!!!
    #26
    0
  8. #21 ´ น้องแบคแมน๏ (@secretauy) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กันยายน 2556 / 11:13
    แอร๊งงงงงงงงงงง
    ต่อๆ
    หวานๆ ><

    ไคโด้ให้เคลียร์ๆ =0=
    #21
    0