Fiction EXO Heart Attack(ChanBaek ,, HunHan ,, Kaido ft.exo)

ตอนที่ 5 : ตอนที่ห้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,141
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    4 ม.ค. 57

 

 

อย่าอยู่เลยพวกมึง

 

 

 

 

 

ปัง ปัง ปังงงงงงงงงง

 

 



 

 

เสียงปืนดังสนันไปทั่วร้าน ทุกคนต่างคิดว่าคนในร้านคงโดนยิงกันจนล้มไปกองอยู่ที่พื้น ซึ่งคนที่โดนวิถีปืนจะเป็นใครบ้างก็ไม่รู้ เซฮุนก้มลงมองตนเองก่อนจะค่อยๆใช้มือยันให้ตัวเองลุกขึ้นนั่ง เพราะเค้าถูกแรงดันของใครบางคนผลักจนล้มไปกองอยู่ที่พื้น ที่เจ็บก็เพราะจุกจากแรงถูกผลัก

 

 

 

 

ไม่ได้ถูกยิงเหรอ ?

 

 

 

 

เซฮุนหันไปมองชานยอลที่นอนนิ่งอยู่ข้างๆก่อนจะรีบกรูเข้าไปหาเพื่อนด้วยความตกใจ

 

 

 

 

ไอชานยอล เป็นไงบ้าง ? มึงโดนยิงตรงไหน ? ชานยอลหันมาก่อนจะเอามือกุมหัวที่อาบเลือดเพราะตอนที่เค้าหลบดันล้มลงหัวไปพาดกับของโต๊ะพอดี ทำให้หัวแดกจนเลือดอาบ เซฮุนรีบเปิดเสื้อของเพื่อนตรงหน้าอย่างร้อนรนก่อนจะถอนหายใจอย่างรอดอกเพราะไม่มีปาดแผลจากการโดนยิง

 

 

 

 

งั้นใครถูกยิง ?

 

 

 

 

จงแด...

 

 

 

 

 

คิดได้แค่นั้นก็รีบตรงไปยังเพื่อนอีกคนที่นอนเจ็บปางตายอยู่ไม่ห่างจากเค้ามากนัก

 

 

 

 

จงแด จงแดเป็นยังไงบ้าง ? จุนมยอนที่โผเข้าไปก่อนเอ่ยถามน้องชายด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะรีบตรวจเช็ดทันทีว่าเป็นแผลตรงไหนบ้าง

 

 

 

 

ไม่ได้โดยยิงใช่ไหมวะ เซฮุนเอ่ยถาม เพราะแผลภายนอกที่เค้าเห็นอยู่ตอนนี้ก็ดูไม่มีอะไรร้ายแรง

 

 

 

 

 

เปล่า ไม่ได้โดนยิง

 

 

 

 

งั้นใครโดนยิงวะ ?

 

 

 

 

 

เซฮุนเอ่ยถามก่อนจะหันไปมองทางวิถีกระสุน ตอนนี้ชายคนที่ถือปืนถูกชายร่างสูงคนหนึ่งดันมือข้างที่ถือปืนขึ้นไปข้างบน ที่โดนยิง ไม่ใช่คน แต่เป็นเพดานร้านที่เป็นรูหลายรูเลยทีเดียว และผู้ชายคนนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่น

 

 

 

 

อื้ฟานนายโอเคไหม ? ลู่หานรีบเอ่ยถามผู้เป็นเพื่อนทันที อี้ฟานพยักหน้าตอบก่อนจะออกแรงแย่งปืนมาจากมือของเด็กวัยรุ่นคนนั้น เมื่อเห็นว่าท่าไม่ดีผู้บุกรุกเหล่านั้นก็วิ่งหนีไปโดนที่ลู่หานก็คุมตัวเอาไว้ไม่ทัน

 

 

 

 

 

ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยพวกเราไว้ ถ้าไม่ได้พวกคุณพวกผมคงแย่ จุนมยอนเอ่ยด้วยน้ำเสียง ราวกับจะร้องไห้เพราะถ้าเมื่อกี้อี้ฟานไม่เข้ามาช่วย หนึ่งในคนที่โดนกระสุนปืนคงไม่พ้นน้องชายของเค้าแน่ๆ

 

 

 

 

ไม่เป็นไรหรอกครับ แค่เห็นท่าไม่ดีเลยเข้ามาช่วย ตอนนี้ผมว่าคุณพาน้องๆของคุณไปโรงพยาบาลก่อนเถอะครับ อี้ฟานเอ่ย จุนมยอนพยักหน้าตอบรับก่อนจะค่อยๆพยุงน้องชายให้ยืนขึ้นโดยมีจื้อเถาคอยช่วย

 

 

 

 

จื้อเถามองไปที่อี้ฟานก่อนจะนึกสงสัยอะไรขึ้นมา...เพราะเค้ารู้สึกได้ว่าคนคนนี้เอาแต่มองเค้าตลอดตั้งแต่ที่เข้ามานั่งที่ร้าน ตอนที่อี้ฟานมาสั่งเค้กก็เอาแต่มองเค้า แม้แต่ตอนนี้ก็ยังคงเอาแต่มองเค้า

 

 

 

 

เอาแต่จ้องคนอื่นแบบนี้มันเสียมารยาทนะรู้ไหม ?

 

 

 

 

จื้อเถาได้แต่คิดในใจก่อนจะพยุงจงแดไปที่รถ

 

 

 

 

 

ตอนนี้เค้าก็ยังมองผมอยู่... จื้อเถารีบหลบสายตาก่อนจะเดินไปเปิดประตูให้ชานยอลและเซฮุน

 

 

 

 

มินซู นายดูร้านแทนฉันหน่อยนะ จุนมยอนเอ่ยสั่งกับพนักงานในร้านเอาไว้ก่อนจะเดินมาที่รถและเข้าไปนั่งประจำที่นั่งข้างคนขับโดยมีจื้อเถาเป็นคนขับรถให้

 

 

 

 

อี้ฟานมองคนที่เคลื่อนออกไปพร้อมกับถอนหายใจยาว...

 

 

 

 

 

โล่งอก..

 

 

 

 

 

ดีนะที่คนคนนั้นไม่ได้เป็นอะไร...

 

 

 

 

ฉันรู้แล้วว่านายมองอะไร ลู่หานที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ข้างๆเอ่ยขึ้นก่อนจะยกยิ้มเมื่อเห็นท่าทีที่เขินจนปกปิดไม่มิดของเพื่อน

 

 

 

 

อะไร.. ฉันมองอะไร ?   บอกปัดก่อนจะเดินนำลิ่วไปที่รถ

 

 

 

 

แหม อย่าอายน่า

 

 

 

 

อายบ้าอะไร ขึ้นรถเลยเดี๋ยวก็ปล่อยให้กลับเองซะหรอก

 

 

 

 

หูแดงซะขนาดนั้น ปิดไม่มิดหรอก อู๋อี้ฟาน

 

 

 

 

 

 

อ๊าคคคคคคคคคคคคคคคค หมอ ไม่เอาไม่ใส่แอลกอฮอร์ หมออย่าราด อย่าราดสิ อ๊าคคค มันแสบ หมอ หมอ หมอออออออ

 

 

 

 

คุณปาร์กชานยอลค่ะ จะส่งเสียงดังรบกวนคนไข้คนอื่นทำไมค่ะ นี่มันกี่โมงแล้ว เงียบๆหน่อยสิคะ คุณหมอสาวเอ็ดเสียงดัง ทำเอาปาร์กชานยอลถึงกับหง๋อยไปเลยทีเดียว

 

 

 

 

ผมเจ็บนะครับ หมอลองให้ผมเอาแอลกอฮอร์ราดแผลบนหัวหมอมั่งไหมครับ คนไข้เถียงขึ้นมาทันควัน

 

 

 

 

อดทนหน่อยสิคะ เป็นผู้ชายไม่ใช่เหรอคะ คุณหมอสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งก่อนจะเอาสำรีจุ่มแอลกอออร์จนชุ่มกดลงไปที่แผลของคนไข้ปากร้ายแรงๆอย่างจงใจจนเจ้าตัวร้องลั่น

 

 

 

 

อ๊าคคคคคคคคคคค หมออออออออออออออออออออออ  ไม่เอาแล้ว คราวหน้าจะไม่มาโรงพยาบาลอีกแล้ว ไม่เอาจริงๆ ปาร์กชานยอลได้แต่สบถในใจก่อนจะนั่งทนทำแผลไปจนเสร็จ ทำเอาโอเซฮุนที่ยืนดูได้แต่ส่ายหัวเพราะความอนาถใจกับเพื่อน

 

 

 

 

ชานยอลทำแผลเสร็จยัง ? จุนมยอนที่ได้แหกปากของเพื่อนน้องชายเงียบลงเดินเข้ามาถามเซฮุนที่ทำแผลเสร็จคนแรก

 

 

 

 

เสร็จแล้วครับ แล้วจงแดเป็นยังไงบ้างครับ ?

 

 

 

 

โชคดีที่กระดูกไม่หัก หมอบอกว่าถ้าโดนแรงกว่านี้ซีโครงอาจจะหักได้เลยนะ จุนมยอนเอ่ยด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เซฮุนลูบแขนคนตรงหน้าเบาๆเพื่อให้กำลังใจ

 

 

 

 

ตอนนี้มันปลอดภัยก็ดีแล้วนี่ครับพี่

 

 

 

 

อื้อ

 

 

 

 

จะกลับกันเลยไหมครับ เดี๋ยวผมไปส่ง จื้อเถาที่เดินมาพรางพยุงร่างของจงแดเดินมาด้วยเอ่ยถามเพราะตอนนี้ทุกคนมายืนรวมกันหมดแล้ว จื้อเถาจัดการมาส่งทุกคนที่ร้านของจุนมยอนก่อนจะเอ่ยล่ำลากัน เพราะตอนนี้ก็ได้เวลาที่เค้าควรจะกลับได้แล้ว เซฮุนและชานยอลก็ขับรถของตนกลับบ้าน มินซูพนักงานที่ร้านก็เดินเข้ามาช่วยพยุงจงแดขึ้นไปก่อน ปล่อยให้จุนมยอนส่งจื้อเถาอยู่ตรงหน้าร้าน

 

 

 

 

วันนี้ขอบใจนายมากนะที่พาพวกเราไปโรงพยาบาล จุนมยอนเอ่ยก่อนจะยิ้มจนตาปิด จื้อเถาได้แต่ยิ้มตอบก่อนจะพยักหน้าเบาๆ

 

 

 

 

พี่ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้ามือของคนตรงหน้าขึ้นมากุมมันเอาไว้เบาๆ เค้าดึงคนตรงหน้าเข้ามาก่อนจะกอดเอาไว้แน่น จุนมยอนเบิกตากว้างก่อนจะพยายามผละตัวออกห่าง แต่เพราะจื้อเถากอดเค้าเอาไว้แน่นทำให้เค้ากระดุกกระดิกไปไหนไม่ได้

 

 

 

 

จื้อเถา พี่อึดอัด

 

 

 

 

ช่วยอยู่แบบนี้ก่อนนะครับ ช่วยอยู่เฉยๆ ให้ผมได้กอดพี่แบบนี้ก่อนนะครับ เมื่อได้ยินแบบนั้นจุนมยอนก็ผ่อนมือลงก่อนจะยอมอยู่เฉยๆตามที่คนตรงหน้าร้องขอ

 

 

 

 

นานเท่าไหร่แล้วที่ผมไม่ได้กอดพี่ นานเท่าไหร่แล้วที่พวกเราเป็นแบบนี้ เสียงที่สั่นเครือทำให้จุนมยอนรู้ว่าคนตรงหน้าเค้ากำลังรู้สึกแย่มากแค่ไหน

 

 

 

 

 

 

 

นานเท่าไหร่แล้วที่พี่ปล่อยมือจากผมไป

 

 

 

 

 

นานเท่าไหร่แล้ว..

 

 

 

 

 

ที่พี่กลายเป็นสิ่งที่ผมจับต้องไม่ได้...

 

 

 

 

 

ขอโทษ ....พี่ขอโทษนะจื้อเถา ขอโทษจริงๆ คนคนนี้ก็รู้สึกแย่ไม่ต่างกัน จุนมยอนยกมือขึ้นมาก่อนจะกอดตอบเบาๆ

 

 

 

 

 

ทำไม...คนที่พี่เลือกถึงไม่ใช่ผม

 

 

 

 

 

 

.....

 

 

 

 

 

ทำไมครับ...

 

 

 

 

 

.....

 

 

 

 

 

 

 

พี่จุนมยอน ....

 

 

 

 

 

จื้อเถา พี่รู้ว่านายเจ็บ... พี่ก็เจ็บ ...แต่

 

 

 

 

 

.....

 

 

 

 

 

 

นายลืมไปแล้วเหรอ ...

 

 

 

 

 

....

 

 

 

 

 

ว่า..พี่แต่งงานแล้ว

 

 

 

 

 

 

แต่งงานแล้ว...

 

 

 

 

ทำไมผมจะไม่รู้ละ..

 

 

 

 

 

เพราะมันเป็นวันที่เหมือนกับฝันร้ายของผม..

 

 

 

 

 

วันที่ผมเห็นพี่ไปอยู่ในอ้อมแขนของคนอื่น..

 

 

 

 

 

วันที่ผม...เอาแต่ขังตัวเองอยู่ในห้อง

 

 

 

 

วันที่ผมเหมือนคนบ้า

 

 

 

 

 

วันนี้ผมก็ยังเหมือนคนบ้า...

 

 

 

 

 

 

คนที่ยังบ้ารักพี่อยู่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จื้อเถาดันร่างตรงหน้าออกห่างจากเค้าก่อนจะถอนหายใจเบาๆ ดวงตาคมที่ว่างเปล่ามองตรงไปยังร่างตรงหน้าก่อนมุมปากจะค่อยๆยกยิ้ม ดูก็รู้ว่ารอยยิ้มนั้นมันฝืนมากแค่ไหน ร่างสูงถอยห่างออกมาจากคนตรงหน้าช้าๆก่อนจะก้มหัวเบาๆเป็นการล่ำลาก่อนจะเดินไปที่รถมือหนาเปิดประตูช้าๆก่อนจะแทรกตัวเข้าไปนั่งประจำที่นั่งคนขับ ปิดประตูช้าๆ และขับมันออกไปโดยที่เค้าไม่คิดจะหันกลับไปมองข้างหลังอีกเลย

 

 

 

 

 

อื้อ....ฮือ อึก ...โธ่เว๊ยยยยยย จื้อเถาปล่อยน้ำตาออกมาอย่างหมดความอดทน ความเสียใจที่สั่งสมเอาไว้ถูกรวบรวมเอาไว้ก่อนจะปล่อยมันออกมาวันนี้

 

 

 

 

จุนมยอนมองรถที่เคลื่อนออกไปก่อนร่างทั้งร่างจะทรุดลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง...

 

 

 

 

 

พี่ก็ยังรักนาย..

 

 

 

 

รักมาก...

 

 

 

 

แต่เราทำอะไรไม่ได้แล้วจื้อเถา

 

 

 

 

เราทั้งสองคน เดินออกไปไกลจนทำอะไรไม่ได้แล้ว...

 

 

 

 

 

พวกเราทำอะไรไม่ได้แล้วใช่ไหม ? เสียงทีเอ่ยออกมามันช่างดูน่าเจ็บปวด มือเรียวกำเสื้อตัวเองแน่นกำตรงหัวใจ บ่งบอกว่ามันเจ็บมากแค่ไหน น้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง

 

 

 

 

 

พวกเค้าทั้งสองคนก็เสียใจไม่ต่างกัน...

 

 

 

 

 

แต่ตอนนี้...พวกเค้าไม่อาจเปลี่ยนอะไรได้แล้ว

 

 

 

 

 

แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว...

 

 

 

 

คงต้องปล่อยให้มันเป็นไปตามนี้...

 

 

 

 

 

เพราะมันเป็นทางออกที่ดีที่สุด..

 

 

 

 

กลางรัตติกาลที่เงียบสงัด ทีเป็นเวลานอนของใครหลายๆคน ห้องผู้ป่วยที่แบคฮยอนนอนพักอยู่ มีร่างของแบคฮยอนที่นอนหลับสนิทเพราะฤทธิ์ยาที่หมอพึ่งให้ และคยองซูที่นอนหลับสนิทอยู่ที่โซฟาตัวยาว ในความเงียบสงบของห้องที่มือสนิท จู่ๆก็มีใครคนหนึ่งเดินเข้ามา ร่างสูงโปร่งของใครคนหนึ่งเดินเข้ามาก่อนจะปิดประตูอย่างเบามือ ไม่อยากให้ร่างเล็กที่นอนหลับสนิททั้งคู่ตื่นขึ้นมาก่อน ขายาวๆก้าวเข้ามาก่อนจะหยุดอยู่ที่ข้างๆโซฟา เค้าย่อตัวลงก่อนจะมองใบหน้าที่หลับอยู่ด้วยแววตาห่วงใย

 

 

 

 

 

สบายดีใช่ไหมดีโอ เสียงทุ้มเอ่ยเบาๆก่อนจะเอื้อมมือไปเกี่ยไรผมที่บดบังใบหน้าหวานอย่างเบามือ

 

 

 

 

อื้ออออ... ร่างเล็กครางออกมาเบาๆก่อนจะขยับตัวเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ตื่นขึ้นมาแต่อย่างใด

 

 

 

 

ทำยังไงนายถึงจะยกโทษให้ฉันนะ คนพูดเอ่ยด้วยน้ำเสียงปวดใจ มือหนาลูบกลุ่มผมของคน ตรงหน้าก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปจุมพิตลงที่หน้าผากมนอย่างเบาบาง มือหนาของร่างสูงค่อยๆดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มให้จนถึงคอ ก่อนเค้าจะยืนขึ้นจนเต็มความสูง

 

 

 

 

ฉันจะทำให้นายยอมยกโทษให้ฉันให้ได้

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

วันนี้ผมมาที่นี่เพื่อมาจัดการเรื่องที่เป็นปัญหาของเด็กทั้งสองโรงเรียนให้เรียบร้อย ลู่หานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงมาดมั่น คนทุกคนที่อยู่ในห้องประชุมตอนนี้ประกอบไปด้วยผู้อำนวยการของทั้งสองโรงเรียนที่เป็นปัญหาและอาจารย์ของทั้งสองโรงเรียน ลู่หานเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาก่อนเพราะเค้าก็พึ่งประสบปัญหาเด็กทะเลาะวิวาทกันไปเมื่อคืน

 

 

 

 

 

ที่ว่าจัดการให้เรียบร้อยคุณจะจัดการยังไง ก็เห็นอยู่ว่าเด็กมันก็ทะเลาะกันมาแต่ไหนแต่ไร

 

 

 

 

 

 

ก็เพราะเรามัวแต่นิ่งเฉยกันแบบนี้ไงครับ เด็กเลยทะเลาะกันต่อมาเรื่อยๆจนไม่รู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก เด็กบางคนไม่เคยมีเรื่องกับเด็กโรงเรียนพวกคุณก็ถูกร่างแหไปด้วยเพียงเพราะโรงเรียนทั้งสองโรงเรียนไม่ถูกกัน ซึ่งเรื่องนี้ผมก็ยอมไม่ได้ เพราะเด็กนักเรียนของผมถูกทำร้ายจนต้องเข้าโรงพยาบาล

 

 

 

 

ดิฉันว่ามันก็จริงนะคะ เด็กส่วนใหญ่ก็โนร่างแหไปหมด ทั้งๆที่ตัวเองไม่ได้มีปัญหาอะไรกับอีกฝ่ายเลย อาจารย์ท่านหนึ่งเอ่ยเสริมขึ้นมาอย่างเห็นด้วย

 

 

 

 

งั้นพวกคุณคิดว่าควรจะทำอะไรดีละ

 

 

 

 

ส่วนตัวผมอยากให้เด็กที่เคยทะเลาะกัน ไปบำเพ็ญประโยชน์ครับ

 

 

 

 

บำเพ็ญประโยชน์

 

 

 

 

ใช่ครับ ส่งไปอยู่ในที่ที่อยู่นอกเมือง ไปช่วยชาวไร่ชาวสวน เอาแรงมาใช้ในทางที่ถูกประโยชน์ แบบนั้นก็น่าจะดีนะครับ เด็กที่ผมตรวจเช็ดร้ายชื่อ ที่มักสร้างปัญหาก็มีประมาณ โรงเรียนละสามสิบคน ทั้งหมดหกสิบคน ก็ส่งไปหมู่บ้านละยี่สิบคน แล้วก็ส่งอาจารย์ไปดูแล หมู่บ้านละสองท่านแบบนั้นก็น่าจะพอแล้วนะครับ ถูกจับไปบำเพ็ญประโยชน์สักอาทิตย์หนึ่ง ผมว่าเด็กพวกนั้นต้องคิดอะไรได้บ้างละครับ

 

 

 

 

 

ลู่หานเอ่ยออกมาด้วยท่าทีมาดมั่น เพราะเด็กพวกนั้นต่างก็เป็นลูกคุณหนูกันทั้งนั้น ถูกส่งไปให้ทำอะไรที่มันยากๆ ที่มันลำบากดูบางก็น่าจะเข็ดกันไปอีกนาน

 

 

 

 

 

 

แต่คุณลืมไปรึเปล่า เด็กโรงเรียนผม ปาร์กชานยอล โอเซฮุน คิมจงอิน คิมจงแด เด็กสี่คนนี้คงคุมยาก เมื่อผู้อำนวยการของอีกฝ่ายเอ่ยถึงชื่อของนักเรียนทั้งสี่คนนี้ อาจารย์คนอื่นๆต่างก็ทำหน้าเอือมไปตามๆกัน ลู่หานมองหน้าอาจารย์ท่านอื่นๆก่อนจะถอนหายใจเบาๆ

 

 

 

 

ผมจะรับผิดชอบคุมพวกเค้าเอง

 

 

 

 

อาจารย์ลู่หาน จะไหวเหรอ  ? อีกอย่างคุณเป็นอาจารย์ต่างชาติ แบบนี้เด็กพวกนั้นจะยิ่งไม่เชื่อฟังเข้าไปกันใหญ่นะ

 

 

 

 

 

เชื่อมือผมเถอะครับ ผมทำได้ ...ยังไงก็รบกวนให้ทางอาจารย์แจ้งเรื่องนี้กับเด็กนักเรียนของพวกคุณด้วยนะครับ และของความกรุณาทำยังไงก็ได้ให้เด็กสี่คนนั้นเข้าร่วมกิจกรรมด้วยนะครับ

 

 

 

 

พวกเราจะพยายามนะคะ          

 

 

 

 

 

 

 

และความพยายามของเหล่าอาจารย์ก็

 

 


 

 

 

เรียกพวกผมมารวมกันเพื่อบอกให้เราไปทำสวน ทำไร่เหรอครับอาจารย์ ?

 

 

 

 

 

ใครเค้าจะไปครับ

 

 

 

 

 

 

 

นั่นไง..

 

 

 

 

 

ใช่ นอนอยู่บ้านสบายๆดีกว่า

 

 


 

 

 

ว่าแล้วว่าต้องไม่ให้ความร่วมมือ

 

 

 

 

 

ใครออกความคิดแบบนี้ออกมาเนี่ย ? โบราณชะมัด

 

 

 

 

 

เรื่องนั้น เป็นความคิดของอาจารย์ลู่หานของทางโรงเรียนนู้นหน่ะ

 

 

 

 

 

อาจารย์ลู่หาน..




 

 

 

 

ผมไป แขนยาวๆของนักเรียนชายคนหนึ่งยกขึ้น ทำให้เพื่อนๆที่กำลังโวยวายเงียบสนิทก่อนจะหันไปมองเจ้าของเสียง

 

 

 

 

 

โอเซฮุน เธอไปจริงๆเหรอ ? อาจารย์สาวเอ่ยด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เพราะความดีใจที่เกลี่ยกล่อมนักเรียนตัวแสบได้สำเร็จ

 

 

 

 

 

มึงไปจริงเหรอวะ ? จงอินเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ

 

 

 

 

 

อื้อ ...ก็ดูน่าสนุกดี ไม่ต้องเรียนตั้งอาทิตย์นึง แล้วก็ได้ไปแกล้งไอพวกนั้นด้วย น่าสนุกออก

 

 

 

 

 

งั้นผมไปด้วย ชานยอลก็ตอบตกลงเพราะเค้าเชื่อว่าแบคฮยอนต้องไปแน่ๆ

 

 

 

 

 

ผมก็ไป เมื่อสี่หนุ่มตอบตกลง เพื่อนนักเรียนคนอื่นๆพากันคล้อยตามด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่ต้องเรียนตั้งหนึ่งอาทิตย์ แบบนี้ใครจะไม่รับขอเสนอดีๆแบบนี้

 

 

 

 

 

 

งั้นตกลงว่า พรุ่งนี้ แพตกระเป๋ามาเจอกันที่โรงเรียนรถออกเก้าโมงเช้านะคะนักเรียน รถมีสามคันพวกเธอทั้งหมดจะถูกคละกัน แบ่งกันออกเป็นสามที่ ขอให้ตรงเวลานะคะ อาจารย์สาวเอ่ยทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจะปล่อยให้เหล่านักเรียนกับไปที่ห้องของตนเอง

 

 

 

 

สี่หนุ่มเดินออกมาตามทางยาวผ่านห้องเรียนต่างๆทำเอาสาวๆที่นั่งเรียนอยู่ไม่เป็นอันเรียนเลย ก็พวกเค้าเป็นหนุ่มฮอตของโรงเรียนนี่ สาวๆคนไหนก็อยากจะครอบครองหัวใจของพวกเค้าทั้งนั้น

 

 

 

 

 

พวกเค้าเดินกลับมาที่ห้องเรียนก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งอย่างเบื่อหน่ายตอนนี้คนอื่นๆในห้องของพวกเค้าต่างก็ไปเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ที่ห้องวิทย์กันทั้งนั้น ทำให้ไม่มีใครอยู่ในห้องเลย ชานยอลลุกขึ้นมองออกไปนอกหน้าต่างก่อนจะยกยิ้ม เพราะตอนนี้เค้าเห็นใครบางคนที่คุ้นตากำลังวิ่งดุกดิ้ก อยู่ในสนามของดรงเรียนตรงข้าม ร่างเล็กๆที่ใส่ชุดวอล์มกางเกงสีเขียนน้ำทะเลกับเสื้อสีขาวเป็นชุดวอล์มประจำโรงเรียนและมีเสื้อวอล์มสีเขียวที่เหมือนกับสีของกางเกงเข้าชุดกันสำหรับหน้าหนาว ชานยอลยกยิ้มก่อนจะเดินไปหยิบชุดวอล์มของตนเองที่อยู่ในล็อคเกอร์หลังห้องออกมาก่อนจะเปลี่ยนมันช้าๆ ทำให้เพื่อนๆทั้งสามหันไปมองด้วยความงุนงง

 

 

 

 

 

มึงทำอะไร ?



 

 

 

 

กูจะไปเรียนพละ

 

 

 

 

 

วันนี้ห้องเราไม่มีเรียนพละไม่ใช่เหรอ ?

 

 

 

 

 

ใช่ วันนี้ห้องเราไม่มี แต่ว่า...ห้องนู้นมี ชานยอลเอ่ยก่อนจะชี้ออกไปนอกหน้าต่าง เพื่อนทั้งสามมองตามก่อนจะลุกขึ้นไปดู เห็นนักเรียนห้องหนึ่งที่กำลังวิ่งรอบสนามอยู่ก็เข้าใจขึ้นมาทันทีเลยว่า ปาร์กชานยอลคนนี้กำลังจะข้ามไปป่วนทางนู้น



 

 

 

 

กูไปด้วย จงอินเอ่ยก่อนจะหยิบชุดวอล์มของตนมาเปลี่ยนบ้าง ซึ่งเซฮุนและจงแดก็ขอร่วมด้วย

 

 

 

 

 

 

น่าสนุกละสิงานนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



 

 

 

 

 

 

เอิ่ม... พวกมึงว่า พวกเราเด่นไปไหมวะ จงแดเอ่ยขึ้น จงอินมองไปรอบๆก่อนจะส่ายหน้า

 

 

 

 

 

 

ไม่เด่นนะเว๊ย เพราะพวกเรามาแอบเข้าทางด้านหลังโรงเรียน ไม่มีใครเห็นหรอก ไม่เด่นเลยสักนิด

 

 

 

 

 

 

กูหมายถึงชุด !!!!!! “ จงแดเอ่ยขึ้นอีกครั้งเพื่อให้เพื่อนๆเข้าใจในความหมายคำพูดของเค้า ทุกคนต่างก้มลงมองตัวเองก่อนจะเงยหน้ามองจงแดเป็นสายตาเดียวกัน

 

 

 

 

 

 

 

เด่นยังไง ?

 

 

 

 

 

 

 

 

โรงเรียนนี้ ชุดวอล์มเป็นสีเขียวใช่ไหม ?  แล้วมึงดูชุดวอล์มโรงเรียนพวกเรา

 

 

 

 

 

 

 

 

สีเลือดหมูเด่นซะแบบนี้ ดูไม่รู้เลยว่าไม่ใช่เด็กโรงเรียนนี้...

 

 

 

 

 

 

 

 

จริงด้วยวะ - -

 

 

 

 

 

 

 

สนอะไรวะ ดูแค่หน้าแมร่งก็รู้แล้วว่าพวกเราเป็นเด็กโรงเรียนตรงข้าม  

 

 

 

 

 

แล้วจะเสียเวลาเปลี่ยนชุดกันทำไมวะเนี่ย ??

 

 

 

 

 

 

อย่าบ่นมากเลยมึง รีบๆปีนมากันได้แล้ว ชานยอลเอ่ยกับเพื่อนคนอื่นๆ เพราะตอนนี้เค้าปีบขึ้นมาอยู่บนกำแพงเรียนร้อยแล้ว เมื่อมองซ้ายมองขวาทางสะดวกเค้าก็กระโดดลงมาจากกำแพงก่อนจะคอยมองระวังให้เพื่อนๆ

 

 

 

 

 

 

ทางสะดวกเร็วๆ

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อข้ามกันมาครบ พวกเค้าก็พากันมาหยุดอยู่ที่มุมตึก

 

 

 

 

 

 

กูจะไปดูแบคฮยอนทางนู้น พวกมึงจะไปด้วยกันไหม ?

 

 

 

 

 

 

กูไป จงอินเอ่ยตอบ..



 

 

 

 

กูขอไปดูรอบๆแล้วกัน

 

 

 

 

 

 

งั้นกูไปกับไอเซฮุนละกัน

 



 

 

 

 

โอเค แล้วเจอกันไอเสื้อ ว่าแล้วพวกเค้าก็แยกออกไปเป็นสองทาง

 



 

 

 

 

 

 

 

 

 

แบคฮยอน... ไปหยิบวอลเล่ย์บอลในห้องเก็บอุปกรณ์มาให้ครูหน่อย เหมือนครูจะหยิบมาขาด หยิบมาอีกสามลูกนะ อาจารย์พละเอ่ยกับแบคฮยอน เค้าพยักหน้ารับคำอย่างนอบน้อมก่อนจะวิ่งตรงไปยังห้องเก็บอุปกรณ์กีฬาที่อยู่หลังโรงยิม วันนี้คาบพละของพวกเค้าถูกย้ายออกไปเรียนที่กลางสนามเพราะหน้าหนาวแบบนี้ เรียนในที่ร่มยิ่งหนาวเข้าไปใหญ่ ทำให้อาจารย์เลือกที่จะพานักเรียนออกไปเรียนข้างนอกเพื่อรับแดด เลยซวยแบคฮยอนเลยที่ต้องมาหยิบวอลเล่ย์บอลซะไกล  

 

 

 

 

 

แบคฮยอนเดินเข้ามาในห้องเก็บอุปกรณ์กีฬาก่อนจะมองหาวอลเล่ย์บอล ร่างเล็กก้มๆเงยๆหาอยู่นานก่อนจะหา มือเล็กจัดการหยิบวอลเล่ย์บอลขึ้นมาสามลูกตามที่อาจารย์ชลบอก แต่พอหมุนตัวกลับมาก็ต้องแปลกใจเมื่อได้ยินเสียงประตูห้องถูกปิดลง และที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือ..

 

 

 

 

 

 

นายยยยยยยย

 

 

 

 

 

 

หวัดดี นายออกจากโรงพยาบาลแล้วเหรอ ? ปาร์กชานยอลเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงสดใส ก่อน จะยิ้มแฉ่ง แบคฮยอนกัดปากก่อนจะเดินผ่านชานยอลไปอย่างไม่ใส่ใจ

 

 

 

 

 

นี่นายฉันพูดกับนายอยู่นะ

 

 

 

 

 

 

แต่ฉันไม่อยากพูดกับนาย คนตัวเล็กกว่าหันมาตอนก่อนจะเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่พอใจ แบคฮยอนเอื้อมมือไปจับลูกบิดก่อนจะบิดเบาๆ.. แต่...

 

 

 

 

 

 

 

 

แกร๊กๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แกร๊กๆๆๆๆ

 



 

 

 

 

 

 

 

แกร๊กๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

 

 

 

 

 

 

 

เฮ๊ย ทำไมมันเป็นไม่ออกอ่ะ ?

 

 

 

 

 

อ่อ ก็เมื่อกี้ฉันเห็นว่ามันมีป้ายติดไว้ว่าประตูชำรุด ห้ามปิด ได้ยินแค่นั้นพยอนแบคฮยอนถึงกับหน้าเหว๋อก่อนจะหันไปมองคนตัวสูงกว่าอย่างคาดโทษ..

 

 

 

 

 

 

นาย..

 

 

 

 

 

ไอบ้าปาร์กชานยอลลลลลลลลลลลลลลลลลล

 









ช่วยด้วยครับ ช่วยด้วยมีคนติดอยู่ข้างใน ช่วยผมด้วย ชานยอลมองคนที่เล็กที่เอาแต่ร้องโวยวายก่อนจะเดินไปยืนอยู่ข้างๆ

 

 

 

 

 

จะร้องโวยวายทำไม ?

 

 

 

 

 

ก็ต้องร้องสิ นี่เรากำลังติดอยู่ข้างในนะ แบคฮยอนหันไปค้อนให้คนที่ตัวกว่าก่อนจะปล่อยวอลเล่ย์บอลในมือลงแล้วทุบประตูพลัดกับหมุนลูกบิดหวังจะเปิดให้ออก แต่ทำไปก็ไร้ประโยชน์ เพราะห้องเก็บอุปกรณ์กีฬาไม่ใช่ที่ที่ใครจะเดินผ่านไปผ่านมาเลย

 

 

 

 

เพราะนายคนเดียวเลย จะปิดประตูทำบ้าอะไร ? ยังคงหันมาวีนใส่ปาร์กชานยอลอีกระรอก เจ้าตัวได้แต่ยกไหล่ขึ้นก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ เพราะตอนนี้มันแก้อะไรไม่ได้แล้ว

 

 

 

 

 

มีทางเดียวคือ..

 

 

 

 

 

พยอนแบคฮยอนต้องอยู่กับปาร์กชานยอลไปจนกว่าจะมีคนมาช่วย..

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อีกด้านหนึ่งของสนาม จงอินยืนอยู่ข้างหลังต้นไม้ใหญ่ก่อนจะมองคยองซูที่กำลังสนุกกับการเดาะวอลเลย์บอลอย่างสนุกสนาน รอยยิ้มที่ระบายออกมาบนกลีบปากบาง ทำให้คนที่ยืนอยู่ตรงนี้เผลอยิ้มไปด้วยอย่างไม่รู้ตัว แต่จู่ๆคยองซูก็หยุดนิ่งไป ทำให้จงอินที่มองอยู่จากตรงนี้นึกเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย

 

 

 

 

ทำไมถึงเซ..

 

 

 

 

 

เป็นอะไรรึเปล่า ?

 

 

 

 

 

คยองซูนายเป็นอะไรรึเปล่า ? เพื่อนนักเรียนคนหนึ่งเอ่ยถาม

 

 

 

 

 

เปล่า ไม่เป็นอะไรหรอก แค่หน้ามืดนิดหน่อย ...มาเล่นกันต่อเถอะ เพื่อนที่ว่าเป็นห่วง แต่ยังไงก็ไม่เท่ากับความเป็นห่วงของคิมจงอินคนนี้หรอก

 

 

 

 

คยองซูยังคงรับส่งบอลกับเพื่อนอย่างสนุกสนาน แต่จู่ๆเค้าก็หน้ามืดจนเป็นลมล้มไปกับพื้น ทำให้เพื่อนๆต่างแตกตื่นกันใหญ่ ...คิงจงอินที่ดูอยู่พอเห็นคยองซูล้มไปกับพื้นก็รีบวิ่งเข้าไปก่อนจะประคองร่างบอบบางตรงหน้าเอาไว้ในอ้อมกอด

 

 

 

 

ดีโอ ...ดีโอ นายเป็นอะไร ? ดีโอ และที่น่าตกใจกว่าคือ ทำไม คิมจงอินนักเรียนโรงเรียนคู่อริมาอยู่ตรงนี้

 

 

 

 

ห้องพยาบาลอยู่ที่ไหน ?? จงอินเงยหน้าถาม

 

 

 

 

 

คือเอ่อ... อยู่ทางนู้น

 

 

 

 

ช่วยนำทางผมหน่อย หญิงสาวคนหนึ่งพยักหน้าตอบก่อนจะนำทางให้ จงอินช้อนร่างของ    คยองซูขึ้นก่อนจะเดินตามหญิงสาวคนนั้นไป ภายใต้ความงุนงงของคนอื่นๆ

 

 

 

 

 

อาจารย์คะ มีคนเป็นลมค่ะ นักเรียนสาวที่นำทางจงอินมาเอ่ยขึ้นก่อนจะหลีกทางให้จงอินที่อุ้มร่างของคยองซูอยู่เดินเข้ามาในห้องพยาบาล ลู่หานที่พึ่งละสายตาจากเอกสารในมือถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจไม่ใช่เพราะคยองซูเป็นลมหรอกนะ แต่เพราะคนที่พาคยองซูมาคือคิมจงอินต่างหาก

 

 

 

 

นาย ? ทำไมเข้ามาได้ล่ะ ?

 

 

 

 

 

อย่าพึ่งถามผมเรื่องนั้น ช่วยดูดีโอก่อน จงอินเอ่ยก่อนจะวางคยองซูลงบนเตียงอย่างเบามือ ลู่หานลืมเรื่องของจงอินไปก่อนจะหันมาดูนักเรียนของตน

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

แค่เป็นลม เพราะพักผ่อนน้อยหน่ะ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงหรอก นอนพักสักหน่อยก็ดีขึ้นแล้ว ลู่หานหันไปบอกจงอินที่ยืนอยู่ข้างๆเตียง   จงอินพยักหน้าตอบเป็นเชิงรับรู้ก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอก ลู่หานมองสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าก่อนจะแอบสงสัยอยู่ไม่น้อย ...ทำไมเด็กคนนี้ถึงเข้ามาในโรงเรียนนี้ โดยที่ไม่ได้เกรงกลัวว่าจะโดนอะไรบ้าง แล้วไหนจะอุ้มคยองซูมาห้องพยาบาล ทั้งที่เมื่อหลายวันก่อนก็ยังทะเลาะกันอยู่หน้าโรงเรียนอยู่เลย แถมแววตาที่จงอินมองคยองซูมันก็แฝงไปด้วยความห่วงใย และในเวลาเดียวกันมันก็เต็มไปด้วยความเศร้า

 

 

 

 

 

เด็กสองคนนี้มีความสัมพันธ์แบบไหนกันนะ

 

 

 

 

 

เธอเข้ามาในโรงเรียนนี้คนเดียวเหรอ ? ไม่ดูบ้าบิ่นไปหน่อยเหรอ ? ลู่หานเอ่ยถาม ทำให้จงอินที่มัวแต่มองไปที่คยองซูต้องละสายตาออกมาชั่วขณะก่อนจะหันไปมองทางคนถาม

 

 

 

 

 

ผมมากันสี่คน ไม่ต้องบอกอาจารย์คงรู้นะครับว่ามีใครบ้าง ?

 

 

 

 

 

สี่คน..

 

 

 

 

 

งั้น...เด็กคนนั้น..

 

 

 

 

 

โอ๊ย น่าเบื่อชะมัดเลย เสียงของใครคนหนึ่งดังมาจากหน้าประตูก่อนจะเผยให้เห็นร่างสูงโปร่งที่เค้าคุ้นตาดี

 

 

 

 

 

นาย...

 

 

 

 

 

ฉันว่าแล้วไอจงอินว่าแกต้องอยู่นี่ ...เห็นมีพูดกันเต็มเลยว่าแกแบกใครมาห้องพยาบาล เอ่ยจบก็หันมามองลู่หานที่ยืนอึ้งอยู่ตรงหน้า

 

 

 

 

 

แล้วไอจงแดละ ?

 

 

 

 

 

หายไปไหนไม่รู้ เดินมาด้วยกันดีก็หายไปเฉยเลย

 

 

 

 

 

นี่พวกนายควรจะออกไปจากโรงเรียนนี้ได้แล้วนะ พรุ่งนี้จะต้องถูกส่งไปบำเพ็ญประโยชน์อยู่แล้วยังจะมาสร้างปัญหาอีก ... ลู่หานเอ่ยขึ้นแอบแฝงไปด้วยน้ำเสียงบ่นกรน

 

 

 

 

 

ผมยังไม่อยากกลับกันเลย เอ่ยมาแค่นั้นก็ทำเอาลู่หานแทบประสาทกิน

 

 

 

 

 

ผมอยากอยู่รอดีโอตื่นก่อน แล้วผมจะกลับ

 

 

 

 

 

โอเค.. ตามใจพวกนาย พวกนายอยู่ในห้องนี้ได้ แต่ห้ามส่งเสียงดัง เพราะฉันมีงานต้องทำ ลู่หานเอ่ยแค่นั้นก่อนจะเดินกลับไปประจำโต๊ะทำงานของตนเอง โอเซฮุนคว้าเก้าอี้มานั่งก่อนจะมองไปที่ร่างบอบบางในชุดกราวสีขาวสะอาดตาอย่างเพลิดเพลิน ใบหน้าเล็กๆ ดวงตากลม ปากนิดจมูกหน่อย เป็นใครก็คงปฏิเสธที่จะไม่มองคนคนนี้ได้แน่ๆ

 

 

 

 

 

เค้าก็แค่อาหารตา...

 

 

 

 

 

ไม่มีทางที่ผมจะเอามาเป็นส่วนหนึ่งในความรู้สึกของผมหรอก...

 

 

 

 

ร่างสูงเอ่ยกับตนเองในใจก่อนจะเบนหน้าหนีไปมองทางอื่น

 

 

 

 

 

ถึงตัวเองจะพูดแบบนั้น.. แต่เอาจริงๆ สำหรับคนคนนี้มันยากจะละสายตาจัง...

 

 

 

 

 

ตะวันเริ่มคล้อยต่ำลง นักเรียนเริ่มทยอยกลับจนในโรงเรียนเหลือนักเรียนอยู่ไม่ถึงสิบคน ในห้อง แต่ละห้องไม่มีนักเรียนอยู่แล้ว จะมีก็แต่ที่สนามที่ยังมีนักเรียนบางกลุ่มยังคงนุกอยู่กับกีฬาที่เล่นอยู่กับกลุ่มเพื่อน และใครคนหนึ่งก็ยังคงอยู่ในห้องเรียน นอนฝุบอยู่กับโต๊ะ กำลังหลับสบายเพราะอากาศเย็นๆ แต่แล้วเค้าก็ต้องสะดุ้งตื่น เมื่อได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น

 

 

 

 

หือ ... เช้าเหรอ ??

 

 

 

 

 

นาฬิกาปลุกไปโรงเรียนเหรอ ?

 

 

 

 

ดวงตาเรียวกระพริบถี่ก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้นมา ร่างอวบของคิมมินซอกค่อยๆยกหัวที่นอนราบไปกับโต๊ะขึ้นมาก่อนจะมองไปรอบๆ... เค้าก็ยังอยู่ในห้องเรียน... แล้วเสียงนาฬิกาปลุกมาจากไหน ? ดวงตารีมองไปรอบๆอีกครั้งเพื่อหาต้นตอของเสียงนาฬิกาปลุกที่ยังดังไม่หยุด ...เสียงมันอยู่ใกล้มาก..เค้าก้มลงมองบนโต๊ะของตนเองก่อนจะเห็นนาฬิกาปลุกขนาดจิ๋วเรือนสีขาวตั้งอยู่พร้อมกับโน้ตใบเล็กๆที่แนบมาด้วย มินซอกเอื้อมมือไปหยิบนาฬิกาจิ๋วขึ้นมาปิดเสียงก่อนจะหยิบโน้ตขึ้นมาช้า บรรจงคลี่ออกอ่านอย่างเบามือ

 

 

 

 

 

ตื่นได้แล้วนะ

 

กลับบ้านดึกเดี๋ยวก็โดนผีหลอกหรอก...

 

 

 

 

 

 

มินซอกยกยิ้มที่มุมปากก่อนจะยกมือทั้งสองข้างขึ้นบิดขี้เกียจแล้วลุกขึ้นยืนก่อนจะคว้ากระเป๋าของคนเองแล้วเดินออกมาจากห้องโดนไม่ลืมที่จะหยิบนาฬิกาและโน้ตแผ่นนั้นมาด้วย ร่างอวบใช้เวลาเพียงยี่สิบนาทีก็เดินมาถึงร้านขนมที่เป็นกิจการของบ้านเค้า ทุกวันหลังจากที่เค้าเลิกเรียน เค้าก็จะเดินกลับมาที่ร้านขนม ก่อนจะรอกลับบ้านพร้อมกับผู้เป็นแม่ เพราะทุกวันเมื่อร้านปิดพ่อของเค้าก็จะขับรถมารับเค้าและแม่กลับบ้านทุกวัน มินซอกเปิดประตูเข้าไปในร้านก่อนจะก้มหัวเบาๆเป็นการทำความเคารพผู้เป็นแม่

 

 

 

 

 

ผมกลับมาแล้วครับแม่ ร่างอวบเดินเข้าไปหาผู้เป็นแม่ก่อนจะวางกระเป๋านักเรียนลงแล้วเดินไปหยิบผ้ากันเปื้อนขึ้นมาใส่

 

 

 

 

ไงพ่อลูกชายตัวดี ได้ข่าวว่าพรุ่งนี้ต้องไปบำเพ็ญประโยชน์เหรอ ? ผู้เป็นแม่เอ่ยขึ้นทำเอาลูกชายได้แต่ยิ้มแห้งๆก่อนจะเดินเข้ามากอดเอวแม่อย่างออดอ้อน

 

 

 

 

 

ก็พวกผมแค่ทะเลาะกันนิดหน่อยตามประสาวัยรุ่นหน่ะครับ อาจารย์เค้าก็เลยให้ไปบำเพ็ญประโยชน์ ผมไม่ได้ไปทำอะไรร้ายแรงนะครับแม่ ใบหน้ามนซบบ่าผู้เป็นแม่ก่อนจะคลอเคลียไปมาเหมือนลูกแมวน้อย

 

 

 

 

 

ไม่ต้องมาอ้อนเลย ไปคิดเงินเร็วลูกค้ารอแล้ว ผู้เป็นแม่ตีแขนลูกชายเบาๆก่อนจะสั่งให้เค้าไปคิดเงินลูกค้าที่มายืนรอ

 

 

 

 

 

นี่... พ่อหนุ่มคนนั้นมาซื้อขนมที่ร้านเราอีกแล้วนะ วันนี้ซื้อไปเยอะเลย มินซอกได้แต่ยิ้มเล็กๆเมื่อแม่เอ่ยถึงชายหนุ่มนิรนามคนนั้นขึ้นมาอีกครั้ง เค้าได้ยินเรื่องของชายคนนี้จากผู้เป็นแม่ครั้งแรกเมื่อสามเดือนก่อน แม่บอกเค้าว่าผู้ชายคนนั้นมักจะมาซื้อขนมที่ร้านประจำ อยู่มาวันหนึ่ง มีพวกนักเลงเข้ามารีดไถ่เงินจากแม่ของเค้า วันนั้นไม่มีพนักงานอยู่สักคน แต่โชคดีที่ผู้ชายคนนั้นเข้ามาซื้อขนมเหมือนทุกวัน ทำให้เค้าได้ช่วยแม่ของมินซอกในวันนั้น เวลาก็ล่วงเลยมานานแล้วแต่ คิมมินซอกคนนี้ก็ยังไม่เคยเจอผู้ชายที่ได้ช่วยเหลือครอบครัวเค้าไว้เลย

 

 

 

 

 

แล้วทำไมแม่ไม่ชวนเค้าไว้ก่อน ผมอยากเจอเค้าจังเลย พ่อวีรบุรุษของแม่ มินซอกเอ่ยก่อนจะหันมายิ้มให้ผู้เป็นแม่

 

 

 

 

 

เค้าเป็นคนน่ารักมากเลยลูก แต่ดูเค้าขี้เขินนะ ...เค้าดูรูปมินซอกของแม่แล้วก็บอกว่าน่ารักด้วยนะ คุณนายคิมเอ่ยก่อนจะมองลูกชาย ที่ชายคนนั้นชมว่ารูปของมินซอกน่ารัก ก็เพราะในร้านมีรูปมินซอกและครอบครัวติดเอาไว้ทั่วร้าน

 

 

 

 

 

บ้าเหรอแม่... ผมเป็นลูกชายนะแม่ต้องชมว่าหล่อสิ

 

 

 

 

 

 

จะให้ชมว่าหล่อได้ไง ก็ลูกชายแม่น่ารัก เอ่ยอีกครั้งก่อนจะหยิกแก้มลูกชายเบาๆ

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

ฉันบอกนายแล้วใช่ไหมว่าอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก คยองซูเอ่ยขึ้นเมื่อเค้าตื่นขึ้นมาและตั้งสติได้ว่าคนตรงหน้าเค้าคือใคร ตอนนี้ในห้องมีเพียงคยองซูและคิมจงอินเท่านั้น ลู่หานและจงแดก็ถูกเซฮุนลากออกไปตามคำขอของเพื่อน

 

 

 

 

 

ฉันก็บอกนายไปแล้วไงว่าฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ.... ฉันไม่รู้จริงๆว่าเป็นนาย จงอินพยายามอธิบายเหตุผล เพราะในคืนนั้นทั้งห้องมันมืดไปหมด และเค้าก็ไม่คิดด้วยว่าเพื่อนที่ให้ไปจับตัวมินซอกจะจับมาผิดคน แถมดันจับโดคยองซูมาอีก...ใครจะไปคิดว่ามันจะเป็นแบบนี้

 

 

 

 

 

แต่ที่ฉันบอกให้นายหยุด...ทำไมนายไม่หยุด เพื่อพูดมาถึงตรงนี้ทั้งคู่ก็เงียบไปทั้งคู่ คยองซูมองคนที่ยืนอยู่ข้างเตียงด้วยสายตาตัดพ้อก่อนน้ำใสๆจะคลอเต็มดวงตาโต มันพร้อมจะไหลอาบ แก้มเนียนนี้เสมอเมื่อเค้าหวนคิดถึงค่ำคืนที่แสนจะเลวร้ายที่เค้าพบเจอ

 

 

 

 

 

จงอินได้แต่ยกมือขึ้นกุมขมับ เพราะตอนนี้เค้าไม่รู้จะพูดอะไรเพื่อให้คนตรงนี้ยกโทษ ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งตรงปลายเตียง ร่างเล็กๆถึงกับผวาด้วยความกลัวก่อนจะถอยออกไปอีกตนติดหัวเตียง

 

 

 

 

 

นี่นายกลัวฉันขนาดนั้นเลยเหรอ ?

 

 

 

 

 

 

ฉันพูดกับนายตั้งกี่ครั้ง...ว่าฉันไม่ใช่คิมมินซอก ฉันไม่ใช่พี่มินซอก ทำไมนายไม่ฟังที่ฉันพูด ไม่สนใจที่ฉันบอกเลย...ฮือ... อึก... น้ำตาสี่ร่างเล็กนี้กลั้นเอาไว้ตอนนี้มันไหลอาบแก้มเนียนไป หมด ใบหน้าเล็กหันหนีไปอีกทางเพราะไม่อยากให้คนตรงหน้ามองใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาของ ตนเอง...

 

 

 

 

 

 

ใบหน้าของคนที่พ่ายแพ้

 

 

 

 

 

ในสถานการณ์แบบนั้น ใครจะคิดว่าเป็นนายล่ะ ...ฉันคิดว่ามินซอกมันหลอกฉันนี่

 

 

 

 

 

ฉันก็พูดอยู่ไม่ใช่รึไงว่าฉันไม่ใช่ คยองซูเอ่ยออกมาราวกับหมดความอดทนก่อนจะชันเข่าทั้งสองข้างขึ้นมากอด ก่อนจะซุกใบหน้าเล็กลงไป ร้องออกมาอย่างไม่รู้สึกอายอีกต่อไป

 

 

 

 

 

แล้วทำไมนายไม่บอก.. ว่านายคือ โดคยองซู ทำไมนายไม่พูด !!! “ จงอินลุกขึ้นยืนก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างหมดความอดทนเช่นกัน ดวงตาคมมองไปที่ร่างเล็กตรงหน้า มองด้วยสายตาที่ต้องการคำตอบ

 

 

 

 

ใบหน้าเล็กค่อยๆโผล่ขึ้นมาก่อนจะหันไปมองคนที่ตัวสูงกว่าตนเองช้าๆ มองด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ก่อนริมฝีปากหยักจะค่อยๆเอ่ยออกมาเบาๆ

 

 

 

 

 

เอาอะไรมารับประกันละ...ว่าถ้าฉันบอก ว่าฉันคือ โดคยองซู แล้วนายจะหยุดและปล่อยฉันไป เมื่อได้ยินแค่นั้นร่างสูงก็ถึงกับทำอะไรไม่ถูก

 

 

 

 

 

แสดงว่า..

 

 

 

 

 

นายคิดว่าฉันจะทำร้ายนายใช่ไหม ?

 

 

 

 

 

คิดว่าฉันจะทำร้ายนายมากกว่าที่ฉันทำร้ายคิมมินซอกงั้นเหรอ ??

 

 

 

 

 

นายบอกฉันสิ ...ว่าถ้าวันนั้นฉันบอกว่าฉันคือ โดคยองซูแล้วนายจะเลือกปล่อยฉันไป คยองซูเอ่ยซ้ำอีกครั้งอย่างต้องการคำตอบ

 

 

 

 

 

 

 

แน่นอน...

 

 

 

 

 

 

 

ถ้าวันนั้นนายบอกว่านายคือ โดคยองซู ฉันจะปล่อยไปแน่ๆ

 

 

 

 

 

เค้าคิดแบบนั้น...

 

 

 

 

 

แต่ในใจกลับลังเลที่จะพูดออกไป..

 

 

 

 

 

เพราะเค้ากำลังถามตัวเองให้แน่ใจ..

 

 

 

 

 

ว่าถ้าวันนั้นเค้ารู้จริงๆ..

 

 

 

 

 

 

ถ้ารู้ว่าคนตรงหน้าคือ ดีโอ...

 

 

 

 

 

 

วันนั้นเค้าจะยอมปล่อยคนคนนี้จริงๆเหรอ ?

 

 

 

 

 

 

การที่เค้าลังเลไม่ยอมตอบ ทำให้คนที่รอฟังตีความหมายเอาเอง...

 

 

 

 

 

 

 

แต่ดันเป็นความหมายที่มันสวนทางกับเค้า...

 

 

 

 

 

 

นายคงไม่ปล่อยฉัน..

 

 

 

 

 

 

เพราะนาย....

 

 

 

 

 

 

อยากจะทำลายฉันให้อับอายใช่ไหมละ...

 

 

 

 

 

เรื่องแค่นี้นายไม่ต้องพูดออกมาฉันก็เข้าใจ...

 

 

 

 

 

คิมจงอิน..

 

 

 

 

 

 

คือฉัน...

 

 

 

 

 

 

นายไม่ต้องพูดหรอก...เรื่องแค่นี้ ฉันคิดเองได้  “

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อือ.. อื้ออออ เสียงครางออกมาจากลำคอก่อนดวงตาสีชาจะค่อยๆลืมตาขึ้น ตอนนี้รอบมันมืดไปหมด จะมีก็แค่แสงรำไรที่ไกลจะลับของฟ้าที่เป็นแสงสว่างให้เค้ามองเห็นสิ่งรอบๆ ปาร์กชานยอลรู้สึกถึงบางสิ่งที่หน่วงๆตรงแขนข้างซ้ายของเค้า ทำให้เค้าค่อยๆก้มลงดูช้าๆ ก็เห็นพยอนแบคฮยอนกำลังนอนหลับสบายซบเค้าอยู่ ก่อนหน้านี้คนคนนี้ยังทุบประตูโวยวายอยู่เลย เค้าก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าตนเองหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ และไม่รู้เหมือนกันว่า พยอนแบคฮยอนมาหลับอยู่ตรงนี้นานเท่าไหร่แล้ว.. มือหนาของร่างสูงยกมือมาก่อนจะเกลี่ยไรผมที่บดบังใบหน้าหวานให้ทัดหูอย่างอ่อนโยน

 

 

 

 

 

 

อื้อ...งือออ งืมๆ

 

 

 

 

 

 

   คนตัวเล็กครางออกมาเบาๆก่อนจะมุดหัวลงที่แขนของคนตรงหน้าเพื่อหาความอบอุ่บ เพราะอากาศในตอนนี้หนาวเกินกว่าที่ชุดวอล์มตัวเดียวของพวกเค้าจะกันอยู่แล้ว ชานยอลยกหัวคนตัวเล็กออกอย่างเบามือ เพราะไม่อยากให้คนตรงหน้าตื่นขึ้นมากลางคัน ก่อนเค้าจะค่อยๆถอดเสื้อวอล์มของตนเองออก ในขณะที่ชานยอลจะเอาเสื้อไปคลุมให้คนตรงหน้า ร่างนั้นก็โถมเค้ามากอดเค้า และดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่รู้ตัวซะด้วย วงแขนเล็กกอดคนตรงหน้าหลวมๆพร้อมกับหัวทุยที่มุดเข้าไปหาความอบอุ่นจากอกแกร่งอย่างถือวิสาสะ

 

 

 

 

 

ชานยอลฉีกยิ้มกว้างก่อนจะเอาเสื้อของเค้าคลุมให้ร่างเล็กๆนั้นเพื่อสร้างความอบอุ่นให้ แต่ร่างนั้นดูจะยังไม่พอใจในความอบอุ่นที่ได้รับ ทำให้ร่างเล็กๆนั้นยังคงบดเบียดเข้าไปใกล้ร่างสูงจนเจ้าตัวยังตกใจ

 

 

 

 

 

 

นายอย่าทำแบบนี้สิ..

 

 

 

 

 

ฉันเขินนะ...

 

 

 

 

 

ชานยอลก้มลงมองคนที่ฉวยโอกาสกอดเค้าเอาไว้แน่น ก่อนวงแขนกว้างจะค่อยๆยกขึ้นมากอดตอบ และดูเหมือนคนในวงแขนจะพอใจเอามากๆด้วย เพราะตอนนี้หยุดดิ้นดุ้กดิ้กแล้วนอนอยู่เฉยๆแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

เวลานายอยู่เฉยๆนี่ยิ่งน่ารักเข้าไปใหญ่เลยนะ ชานยอลเอ่ยก่อนจะใช้นิ้วเขี่ยเบาๆที่จมูกของคนตรงหน้า ก่อนจะยกยิ้มกับท่าทีที่แอบหงุดหงิดเล็กๆของแบคฮยอน...

 

 

 

 

 

 

เค้าว่ากันว่า...

 

 

 

 

 

 

ช่วงเวลาแห่งความสุข..

 

 

 

 

 

 

มักจะอยู่กับเราไม่นาน..

 

 

 

 

 

 

ไอชานยอล.. ไอชานยอลโว๊ยยยย อยู่แถวนี้ไหมวะ ไอชานยอล

 

 

 

 

 

 

ไอมหา…

 

 

 

 

 

 

กูอยู่นี่ กูอยู่ในห้องเก็บอุปกรณ์กีฬา เสียงทุ้มตะโกนตอบออกไป เพราะเสียงดังทำให้เด็กน้อยที่กำลังหลับฝันดีต้องตื่นขึ้นมากลางคัน

 

 

 

 

 

รอเพียงไม่นานประตูห้องก็ถูกเปิดออกก่อนจะเผยให้เห็นร่างของเหล่าเพื่อนตัวแสบที่ยืนเรียงรายกันอยู่ข้างหน้า ก่อนไฟฉายจากมือของใครคนหนึ่งจะส่องไปที่ทั้งคู่ทำให้คนอื่นๆเห็นภาพอันแสนหวานของทั้งคู่โดนไม่ได้ตั้งใจ...

 

 

 

 

 

แหม... ไม่น่ามาช่วยมันเลย โอเซฮุนเอ่ยพรางหัวเราะเบาๆ

 

 

 

 

 

 

พวกเธอสองคนเป็นอะไรไหม ? ลู่หานเอ่ยถาม

 

 

 

 

 

ผมไม่เป็นไรครับ.... แบคฮยอน ... แบคฮยอนตื่น ชานยอลเอ่ยตอบก่อนจะเขย่าร่างของคนตัวเล็กที่เมื่อกี้ตื่นขึ้นมาแล้วแต่ก็หลับต่อ

 

 

 

 

 

 

 

อื้อ... งือออออ เสียงครางเบาๆถูกส่งออกมาจากริมฝีปากบางก่อนจะค่อยๆยกหัวขึ้นมา ดวงตารี่กระพริบถี่เพราะแสงจากไฟฉายที่ถูกสาดเข้ามาให้แสงสว่างกับทั้งคู่

 

 

 

 

 

แบคฮยอน ตื่นได้แล้ว ร่างสูงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง แบคฮยอนเงยหน้าขึ้นมองชานยอลด้วยความงุนงง

 

 

 

 

 

 

 

ใครอ่ะ ??

 

 

 

 

 

 

 

และเมื่อเริ่มตั้งสติได้เจ้าตัวก็ดีดตัวเองออกทันทีก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปหาลู่หานที่อยู่หน้าประตู

 

 

 

 

 

 

นาย... นายแต๊ะอั๋งฉันนนนนนนน

 

 

 

 

 

ห๊า ...

 

 

 

 

 

 

เอาแล้วไงปาร์กชานยอล..

 

 

 

 

 

 

ทำคุณบูชาโทษ โปรดลูกหมาได้บาปจริงๆ...

 

 

 

 

 

 

 

ฉันไม่ได้ทำ...นายนั่นแหละมากอดฉัน

 

 

 

 

 

 

ไม่จริงงงงงง ไม่มีทางงงงงง คนหัวดื้อเถียงขึ้นมาทันควันจนลู่หานต้องห้ามเอาไว้

 

 

 

 

 

อย่าทะเลาะกันเลยนะ พวกเธอควรจะแยกย้ายกันกลับบ้านได้แล้วนะ ลู่หานเอ่ยด้วยน้ำเสียงแอบดุเล็กๆ ทำให้ทั้งคู่ยอมสงบปากสงบคำก่อนจะเดินออกมาจากห้องเก็บอุปกรณ์กีฬา ระหว่างทางที่เดินออกมาแบคฮยอนก็ไม่วายส่งสารตาอาฆาตแค้นให้ปาร์กชานยอลอยู่ร่ำไป

 

 

 

 

 

เมื่อเดินออกมาถึงหน้าโรงเรียนก็พบกับคยองซูและจงอินที่ยืนอยู่ คยองซูเมื่อหันมาเห็นแบคฮยอนก็รีบเดินเข้าไปหาเพื่อนทันที

 

 

 

 

 

แบคฮยอน ไม่เป็นไรใช่ไหม ?

 

 

 

 

 

 

อื้อ... ฉันไม่เป็นอะไรหรอก เจ้าตัวตอบและยังไม่วายหันไปค้อนใส่คนตัวสูงที่เดินตามมา

 

 

 

 

 

เรากลับบ้านกันเถอะนะแบคฮยอน คยองซูเอ่ยก่อนจะหันไปล่ำลาลู่หานอย่างมีมารยาทก่อนจะเดินไปจากตรงนั้นโดยไม่คิดที่จะหันหลังกลับไปเลย... จงอินมองตามคนที่เดินห่างออกไปก่อนจะถอนหายใจออกมา ท่าทีสีหน้าของเค้าตอนนี้ดูไม่สู้ดีนักทำให้จงแดที่เป็นพวกจับความรู้สึกไวกว่าใครเพื่อนเดินเข้าไปหาเพื่อนก่อนจะตบบ่าเบาๆ

 

 

 

 

 

   ก่อนหน้าที่คนอื่นๆจะเดินมาถึงตรงนี้มีเพียงเค้าและคยองซูยื่นอยู่ด้วยกันเท่านั้น สถานะการณ์ของพวกเค้าไม่สู้ดีเท่าไหร่ ถึงแม้จะมีโอกาสยืนอยู่ด้วยกันแค่สองคนแล้ว แต่นั้นก็ไม่ได้เปิดโอกาสอะไรให้เค้าได้ปรับความเข้าใจกับคยองซูเลย มีเพียงคำพูดประโยคเดียวที่คนคนนั้นพูดทิ้งเอาไว้ คำพูดที่ทำให้เค้าไร้การต่อต้าน คำพูดที่ทำให้เค้าหมดทางเลือก

 

 

 

 

 

 

คำพูดที่ทำให้เค้าต้องยอม...

 

 

 

 

 

 

เพียงเพราะความรู้สึกในหัวใจที่มันทีมากเกินไป...

 

 

 

 

 

 

มากเกินกว่าจะปฏิเสธตนเองได้..

 

 

 

 

 

มากเกินจะขัดคำขอที่เหมือนเป็นคำสั่งของคนคนนั้น...

 

 

 

 

 

 

ได้... ในเมื่อนายต้องการแบบนั้น ฉันก็จะทำให้...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

.... แบคฮยอนจ๊ะ จงจำไว้นะลูก ว่าถึงพ่อจะไม่ได้อยู่ข้างๆลูก แต่พ่อก็รักลูกมานะจ๊ะ คุณพ่อรักแบคฮยอนมากๆเลยนะลูก ...คุณพ่อเค้าให้กำไลข้อมือกับแม่ไว้ เค้าอยากให้แบคฮยอนใส่มันนะจ๊ะ แบคฮยอนต้องรักษามันดีๆนะ ....

 

 

 

 

 

     เด็กน้อยมองผู้เป็นแม่พร้อมกับมองกำไลขอมือเงินที่แม่ยื่นมาให้ มือเล็กๆรับมันมาช้าๆก่อนจะสวมมันลงที่ข้อมือของตนเอง...แต่มันก็ดูใหญ่ไปสำหรับข้อมือเล็กๆนั้น

 

 

 

 

 

 

แล้วทำไมคุณพ่อ ถึงไม่เอามาให้ผมเองละครับ...

 

 

 

 

 

 

   ผู้เป็นแม่มองมาที่ลูกชายก่อนจะลูบกลุ่มผมสีอ่อนอย่างเบามือ ริมฝีปากของเธอยกยิ้มช้าๆก่อนจะเอ่ยออกมาเบาๆ แต่มันช่างเบาบางเหลือเกิน.... เบาบางซะจน ไม่ได้ยิน...

 

 

 

 

 

 

...ฮยอน... แบคฮยอน แบคฮยอน เสียงของคยองซูพร้อมกับแรงเขย่าเล็กๆปลุกให้คนขี้เซาตื่นขึ้นมาจากความฝัน แบคฮยอนค่อยๆลืมตาขึ้นมาช้าๆก่อนจะมองไปรอบๆ มือเรียวยกขึ้นมาขยี้ตาก่อนจะมองไปรอบๆอีกครั้ง... ตอนนี้คนอื่นๆกำลังทยอยลงไปจากรถในมือทุกคนถือกระเป๋าสัมภาระของตนเดินลงจากรถด้วยสีหน้าตื่นเต้นกับสิ่งแปลกใหม่ที่จะได้เจอ

 

 

 

 

 

พวกเราถึงแล้วเหรอ ? แบคฮยอนหันไปถามคยองซูที่ยืนขึ้นพร้อมกับสะพานเป้ใบขนาดกะทัดรัด ไว้บนหลังส่วนในมือก็กอดหมอนใบขนาดกลางสีชมพูน่ารักเอาไว้ ซึ่งแบคฮยอนก็มีเช่นกัน... นั่นเป็นเพราะคุณแม่ใหญ่ของพวกเค้าทั้งสองได้จัดการเตรียมมาให้ ลูกน้อยที่เชื่อฟังแม่ทั้งสองก็ยอมเอามาด้วยตามคำสั่งอย่างไม่ปฏิเสธ

 

 

 

 

 

ใช่ ถึงแล้ว....ลงไปกันเถอะ คยองซูเอ่ยก่อนจะดึงแขนแบคฮยอนให้ยืนขึ้น หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เดินลงมาพร้อมกัน ลู่หานมองมองลกศิษย์ของตนก่อนจะตรวจเช็คจำนวนแล้วเดินไปติดต่อกับผู้ใหญ่บ้านพร้อมกับอาจารย์อีกคน ทำให้ตอนนี้มีแต่เหล่านักเรียนที่ยื่นแบ่งพวกกันอย่างชัดเจนมองหน้ากันราวกับจะฆ่าแกงกันให้รู้แล้วรู้รอด แต่เนื่องด้วยคำสั่งของอาจารย์ลู่หานทำให้พวกเค้าไม่สามารถมีเรื่องกันได้

 

 

 

 

 

ภายใต้ใบหน้าสวยๆนั้น...ไม่คิดเลยว่าเวลาโกรธจะน่ากลัวซะยิ่งกว่าอะไรดี จากนางฟ้าเปลี่ยนเป็นซาตานใช่ชั่วพริบตาเดียว

 

 

 

 

 

 

พวกนายสองคนกินขนมปังไหม ? คิมมินซอกเอ่ยก่อนจะยื่นขนมปังหอมกรุ่นในแพคเก็ตน่ารักไปให้รุ่นน้องทั้งสองคนที่นั่งนิ่งเงียบ เพราะไม่ชินกับการอยู่ในกลุ่มรุ่นพี่ เพราะแต่ละคนช่างดูน่ากลัวจนเค้าทั้งสองไม่กล้าเข้าใกล้ จะมีก็แต่มินซอกที่ทั้งคู่ไม่กลัว เพราะรูปลักษณ์ที่ผิดกับบุคลิคนี่แหละ ที่ทำให้พวกเค้าไม่นึกกลัว

 

 

 

 

 

 

แม่ฉันพึ่งทำคัพเค้กสูตรใหม่ออกมาหน่ะ เลยเตรียมมาให้แจกพวกนายด้วย ทานหน่อยสิ ร่างอวบเอ่ยก่อนจะยิ้มให้อย่างเป็นมิตร คยองซูและแบคฮยอนรับขนมมาก่อนจะค่อยๆกินช้าๆ รสชาติขนมที่อร่อยบวกกับกลิ่นหอมๆทำให้สองเพื่อนรักหันมามองหน้ากันก่อนจะยิ้มอย่างมีความสุข

 

 

 

 

 

อร่อยใช่ไหมละ ทานเยอะๆนะ

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณครับพี่มินซอก คยองซูมองหน้ามินซอกก่อนจะแอบรู้สึกแปลกๆ เมื่อเค้านึกถึงเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับเค้าในวันนั้น

 

 

 

 

 

 

เพราะจงอินคิดว่าเค้าคือคิมมินซอกถึงได้ทำเรื่องแบบนั้น..

 

 

 

 

 

 

 

เค้าสองคนมีเรื่องอะไรกันงั้นเหรอ ?

 

 

 

 

 

 

 

คยองซูมองไปยังจงอินที่ยืนจับกลุ่มอยู่กับเด็กโรงเรียนของเค้า ...เหมือนจะรู้ตัว จงอินหันกลับมามองทางเค้า..

 

 

 

 

 

 

 

แต่..

 

 

 

 

 

 

 

 

ไม่ได้มองมาที่เค้า...

 

 

 

 

 

 

 

พอมองดีๆก็จะรู้ว่า...

 

 

 

 

 

 

 

 

คิมจงอินกำลังมองมาที่..

 

 

 

 

 

 

 

 

คิมมินซอก..

 

 

 

 

 

 

 

เด็กๆ ยกของเข้ามากันได้แล้ว เอาของไปไว้ในบ้านพักกันเถอะ เด็กนักเรียนของทั้งสองโรงเรียนเดินเข้าไปยังบ้านพักก่อนจะวางข้าวของลงช้าๆ

 

 

 

 

 

เด็กๆจ๊ะ บ้านพักตรงนี้เป็นบ้านพักของคนงานในไร่ ทุกคนต้องนอนรวมกันในนี้นะ แต่ไม่ต้องห่วง ห้องมันกว้างมากเลย... ป้าเตรียมที่นอนไว้ให้ทุกคนแล้ว ป้าแบ่งให้นอนสองฝั่งก็โรงเรียนละฝั่ง ส่วนห้องเล็กที่อยู่ถัดมา เป็นของอาจารย์ทั้งสองคนนะจ๊ะ ป้าเจ้าของบ้าที่จักที่พักให้พวกเค้าเอ่ย... ทุกคนดูจะไร้ปัญหา เว้นก็แต่

 

 

 

 

 

 

นอนรวมกันเหรอครับ ??? แบคฮยอนเอ่ยขึ้นมาด้วยความตกใจ

 

 

 

 

 

ใช่จ๊ะ

 

 

 

 

 

 

แบบนี้เวลาเปลี่ยนเสื้อผ้า ก็เห็นหมดเลยเหรอครับ ?

 

 

 

 

 

 

ใช่จ๊ะ แหมมม...ก็ผู้ชายด้วยกันทั้งนั้นกลัวอะไรละ ไม่ต้องอายหรอกจ๊ะ แบคฮยอนได้แต่อ้าปากค้าง เพราะไม่คิดไม่ฝันว่าจะต้องมานอนร่วมกันกันคนที่ไม่ชอบหน้าแบบนี้... ชานยอลที่ฟังอยู่ก็หัวเราะคิกคักกับท่าทีที่ดูหวั่นวิตกเกินเหตุของคนตัวเล็ก

 

 

 

 

 

แบบนี้ต้องมีอะไรสนุกๆทำแน่ๆ

 

 

 

 

 

 

 

อ่อ...ยังมีอีกอย่าง... ห้องน้ำของที่นี่ก็เป็นห้องน้ำรวมนะจ๊ะ

 

 

 

 

 

 

 

อะไรนะครับ ?

 

 

 

 

 

 

ป้าบอกว่า ห้องน้ำก็เป็นห้องน้ำรวมนะจ๊ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

หูฟาดรึเปล่านะ ??

 

 

 

 

 

 

 

นอนก็ต้องนอนรวม..

 

 

 

 

 

 

 

 

ห้องน้ำ..

 

 

 

 

 

 

 

ก็ยังเป็นห้องน้ำรวมอีกเหรอ !!!!!! 























#เริ่มมองเห็นกันชัดขึ้นแล้วใช่ไหมค่ะว่าความรักของใครเป็นยังไงบ้าง


ยังไงก็ดูกันต่อไปนะคะ ว่าใครจะคู่ใคร


จะมีพลิกล็อครึเปล่านะ ? เรื่องนี้ก็ต้องติดตามกันต่อไปนะคะ


หวังว่าผู้อ่านทุกท่านจะชอบนะคะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านะคะ


ขอคอมเม้นสักเม้นให้กำลังใจไรท์คนนี้ด้วยนะคะ.. :)


Minor!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

382 ความคิดเห็น

  1. #372 Ohsehun (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 02:32
    พี่ชานอย่าแกล้งแบคอีกนะ...@คือบางทีเราก็คิดอ่ะค่ะว่าควรนอนนี่ตีสามครึ่งจราาาาา
    #372
    0
  2. #333 SandDvV (@pusisand9) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2557 / 23:51
    กรื๊ดดดดด อาบน้ำรวมกันนอนรวมกัน ต้องสนุกแน่55555555555 ชอบมากๆ สนุกๆค่ะ
    #333
    0
  3. วันที่ 20 พฤษภาคม 2557 / 22:50
    อร้ายฟิน เว่อร์ >\<
    #294
    0
  4. #254 [~Black_Pearl~] (@littlewhite) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มีนาคม 2557 / 14:15
    -//////-
    #254
    0
  5. #108 Zo Aon (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 / 20:08
    ชานแบค ปิ๊งๆๆๆๆ
    #108
    0
  6. #82 jiewww (@eaachh) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2556 / 15:05
    จงอินทำไมไม่บอกคยองไปว่ารักมานานแล้ว มันยากขนาดนั้นเลยเหรอ จะให้เข้าใจผิดกันไปใหญ่ใช่ไหม แค่นี้ก็น่าสงสารคยองแล้วอะ
    #82
    0
  7. #25 Fc Exoo (@beefic) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กันยายน 2556 / 23:36
    จงอิน กับหมิน มีอดีตกันเหรอ ชานแบคก็กัดกันอยู่นั่นแหละ ส่วนคยอง ก็น่าสงสารอ่ะ
    #25
    0
  8. #20 MaMeawSMILE (@5220210270) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2556 / 23:37
    ไคหมินนี่ยังไง



    มีอะไรกันรึ ?????



    แรกๆสงสารแบคคยอง



    แต่ตอนนี้สงสารแต่คยองซู



    น่าสงสารอยู่คนเดียวเลยอ่ะ



    ทำไมนะ ฮรึกกก
    #20
    0
  9. #19 Malangzz (@mymalang1127) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2556 / 10:18
    ชานแบคเริ่มแล้ว

    กะกัดไม่เลิกเลยใ่ช่ไม๊

    สรุปจงอินเป็นไรกับมินซอกอ่า
    #19
    0
  10. #18 ´ น้องแบคแมน๏ (@secretauy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2556 / 00:34
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    แสบมากค่ะลูกชยอลลลล

    *_____________*
    #18
    0