Fiction EXO Heart Attack(ChanBaek ,, HunHan ,, Kaido ft.exo)

ตอนที่ 3 : ตอนที่สาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,556
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    4 ม.ค. 57

    



     เรื่องที่เกิดขึ้นมันคืออะไรกัน...ผมทำอะไรลงไปกันนะ ทำไมทำอะไรบ้าบิ่นแบบนั้น ทำไมจู่ๆตัวเองถลาเข้าไปจูบคนคนนั้นได้หน้าตาเฉย แม้แต่ชื่อก็ยังไม่รู้จักด้วยซ้ำ ไม่รู้จริงๆว่าตัวเอง กำลัง คิดอะไรอยู่

 

 



 

 

ผมทำอะไรลงไปกันนะ

 




 

 

 

โอเซฮุนถอนหายใจยาวก่อนจะยกแก้วเหล้าในมือขึ้นมาคลึงเบาๆ แล้วจิบช้าๆ ทิ้งเวลาให้อยู่กับเสียงเพลงที่ดังอึกทึกครึกโครมและเหล้า ที่ดื่มไปแก้วแล้วแก้วเล่า หลังจากเค้าได้ทำเหตุการณ์เมื่อกลางวันไปอย่างไม่คาดคิด ก็โดนลู่หานต่อยเข้าให้จบปากแตก รายนั้นพอต่อยเสร็จก็รีบบึ่งรถหนีไปเลย และหลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงโอเซฮุนก็มาโผล่ที่ไนต์คลับแห่งนี้แหละ กลุ่มผมสีเทาเป็นประกายส่องแสงขับกับไฟที่สาดส่องออกมาบวกกับใบหน้าหล่อเหลาราวกับคุณชาย ทำให้ตอนนี้เค้าตกเป็นเป้านิ่งของสาวๆมากเลยทีเดียว มือหนาคว้าโทรศัพท์ออกมาจากกกระเป๋ากางเกงเพราะแรงสั่นเล็กจากเมสเซทที่ถูกส่งเข้ามา

 

 

 




 

จงแด ... ขอโทษทีวะ ฉันไปไม่ได้ แมร่งโดนพี่ซูโฮบ่นหูชาเลย คราวหน้าแล้วกัน

 

 




 

 

ตลอดไอมหา ...ช่วงนี้พอชวนเที่ยวก็ไม่ว่างตลอด

 

 




 

 

ไอคุณชานยอลก็ไม่รับโทรศัพท์ ติดต่อไม่ได้... ไอจงอินบอกจะมาก็ไม่มาสักที

 




 

 

 

เพื่อนหนอเพื่อน

 

 




 

 

ขอโทษนะคะ ขอนั่งด้วยคนได้ไหมคะ เสียงหวานใสของหญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้น เซฮุนหันไปมองก่อนจะกวาดตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า หญิงสาวหุ่นอวบอัน ผิวขาวผ่องสวมชุดรัดรูปกระโปรงสั้นเผยให้เห็นต้นขาสวย หน้าอกหน้าใจได้สัดส่วน ใบหน้าสวยริมฝีปากอิ่ม บวกกันดวงตากลมโตและผมที่ยาวเป็นลอน ถามใครก็คงพูดว่าเธอสวย แต่ความคิดนั้นไม่ได้อยู่ในหัวของโอเซฮุนเลยแม้แต่น้อย

 

 

 


 

มาคนเดียวเหรอคะ หญิงสาวเอ่ยถามเซฮุนที่หันหน้าหนีกลับไป เจ้าตัวพยักหน้าแทนคำตอบพร้อมกับยกแก้วเหล้าขึ้นมากระดกต่อ

 

 


 

 

งั้นฉันนั่งดื่มเป็นเพื่อนได้ไหมคะ

 

 

 


 

ตามสบาย ยังคงตอบออกมาโดยที่ไม่ได้หันมามองคนถามเลยแม้แต่น้อย หญิงสาวถอนหายใจอย่างไม่พอใจเล็กน้อยก่อนจะขยับเข้าไปใกล้เซฮุนจนหน้าอกที่มันถูกดันออกมาจนแถบล้นเบียดท่อนแขนแกร่ง เซฮุนก้มลงมองก่อนจะกระตุกยิ้ม เข้ายื่นใบหน้าไปที่ข้างใบหูของหญิงสาวก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบ

 

 


 

 

ขอโทษนะ ผมไม่ชอบคนง่าย เอ่ยแค่นั้นก่อนจะวางเงินค่าเหล้าเอาไว้แล้วเดินออกไปจากตรงนั้น ทิ้งให้หญิงสาวสงเสียงจิจ้ะอย่างไม่พอใจอยู่ด้านหลัง ยายาวๆพาร่างของตนเองออกมาหยุดอยู่หน้าไนต์คลับก่อนจะยกมือขึ้นมาลูบบริเวณต้นคอของตนเองด้วยความเหนื่อยล้า ตอนนี้คำถามที่วิ่งอยู่ในหัวคือ

 

 



 

 

จะไปที่ไหนต่อ

 

 

 



 

 

เพราะเค้ายกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูมันแค่สามทุ่มกว่าๆเท่านั้น... บ้านก็ยังไม่อยากกลับ ถ้าออกมาเที่ยวแล้วละก็ไม่มีทางที่โอเซฮุนคนนี้จะกลับก่อนสว่างแน่ๆ

 

 



 

 

แล้วสถานที่แรกที่เค้านึกถึงก็คือ

 

 



 

 

 

อ้าวเซฮุนหวัดดี ไม่ได้มาที่ร้านซะนานเลยนะ ร้อยยิ้มจนใสจากบุคคลที่มีศักดิ์เป็นพี่ชายของเพื่อนเอ่ยทักเค้าอย่างเป็นมิตร ผิวขาวๆดุจนีออนเคลื่อนที่ทักทายเค้าอย่างเป็นมิตรดังเช่นทุกครั้งที่พบเจอ ที่นี่คือที่ไหนหน่ะเหรอ ...ร้านกาแฟของ คิมจุนมยอน หรือพี่ซูโฮ พี่ชายของ จงแด หรือที่รู้จักในชื่อ

 

 

 



 

เฉิน หรือ มหา นั่นเอง..

 

 

 



 

 

ตอนนี้จงแดกำลังร้องเพลงอยู่หน่ะ ซูโฮเอ่ยกับเซฮุนก่อนจะชี้ไปทางส่วนเอ้าท์ดอร์ของร้าน ที่มีการจัดร้องเพลง เล่นดนตรีสดทุกวันในเวลาสองทุ่มถึงสี่ทุ่มครึ่ง ซึ่งคนที่ร้องเพลงก็ไม่พ้น คิมจงแดน้องชายแท้ๆของเค้านั่นเอง ตอนนี้จงแดกำลังร้องเพลงดึงดูดลูกค้าได้เป็นอย่างดี จะว่าไปที่ร้านนี้ ลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะเป็นสาวๆกันทั้งนั้น จะเรียกว่าสองพี่น้องเนื้อหอมก็ได้

 

 



 

 

เซฮุนมองไปทางจงแดที่กำลังร้องเพลงและเล่นกีต้าร์ไปด้วย เพลงอะคูสติกสบายๆถูกร้องด้วยน้ำเสียงละมุนทำให้สะกดทุกคนในร้านได้เป็นอย่างดี

 

 





 

 

จนวันหนึ่งที่เธอได้ผ่านเข้ามา ความอ่อนล้าที่มีก็จางหายไป เธอคือคนที่ทำให้ฉันเป็นคนใหม่ เธอคือหัวใจ ของฉันตั้งแต่นี้ ... เธอคือคนที่ฉันตามหา มาแสนนาน และเป็นคนที่ฉันใฝ่ฝันในหัวใจ แม้ชีวิตของฉันตอนนี้จะเป็นเช่นไร แต่อยากให้รับรู้เอาไว้   

 

 

 

อยากบอกว่ารัก

 

 
 

 

รักเธอเหลือเกิน

 

 

 

แม้วันคืนล่วงเลยพ้นเป็นปี

 

 
 

 

แต่คืนนี้จะบอกเธอนะคนดี

 

 
 

 

อยากให้เธอเชื่อฉันคนนี้.... ฉันรักเธอ  

 

 


 

 

แปลกนะทำไมโอเซฮุนคนนี้ถึงได้เผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัวนะ อินกับเพลงเหรอ ...

 

 

 

 

มึงร้องเพลงให้ใครวะ ทำอย่างกับคนมีความรัก เซฮุนแซวขึ้นมาทันทีเมื่อเพื่อนของเค้าเดินเข้ามาหาหลังจากหมดช่วงร้องเพลงไป คนถูกแซวได้แต่หัวเราะแห้งๆกลบเกลื่อน

 

 

 


 

แสดงว่าจริง...

 

 


 

โอเซฮุนผู้รอบรู้

 

 


 

 

 

อย่าถามมากดิวะ แล้วนี่ทำไมมาที่ร้านกูวะ ไม่ได้ไปเที่ยวไนต์คลับเหรอ จงแดเอ่ยถามผู้เป็นเพื่อน คนถูกถามวางแก้วกาแฟในมือลงก่อนจะพยักหน้าเบาๆ

 



 

 

ไป...แต่มีกูคนเดียวมันจะสนุกไหมละ มึงก็ไม่ว่าง ไอชานยอลก็ติดต่อไม่ได้ ไอจงอินก็เบี้ยว พวกมึงแมร่งทอดทิ้งกู เริ่มเข้าโหมดดราม่าขึ้นมาซะไม่ให้เพื่อนได้ตั้งตัว

 

 

 

 

พร่ำอะไรของมึง กูต้องช่วยงานที่ร้านจริงๆ พี่กูให้กูร้องเพลง ถ้าไม่ร้องมีหวังบ่นหูชา แถมขู่กูอีกว่าจะฟ้องพ่อให้ตัดเงินเดือนกูเพราะกูชอบโดดเรียนแล้วก็ชอบมีเรื่อง

 



 

 

 

ชีวิตโอเซฮุนที่ว่าดราม่า

 



 

 

 

มหาเฉินดราม่ากว่า...

 

 



 

 

ไอชานยอลกูฟันธงว่าหลับ ไอจงอินกูไม่อาจเดาได้ จงแดวิเคราะห์ให้เพื่อนเสร็จสรรพ

 

 
 

 

เออๆ ช่างมันเหอะ เซฮุนบอกปัดไป ก่อนจะจะมองนู้นนี้ไปเรื่อย เพราะร้านกาแฟร้านนี้บรรยากาศมันช่างดี มองไปทางไหนก็ทำให้อดยิ้มออกมาไม่ได้

 
 

 

 

ฮยอง เสียงนุ่มของชายร่างสูงคนหนึ่งเอ่ยขึ้นก่อนจะเดินตรงไปที่เค้าน์เตอร์ที่ซูโฮยืนอยู่ เซฮุนมองตามก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย จงแดมองหน้าตาที่แสดงออกถึงความสงสัยอย่างชัดเจนของเพื่อนตัวดีออก จึงจัดการตอบให้เสร็จสรรพ

 

 
 

 

หมอนั่นมาหาพี่ซูโฮ มาได้สองสามวันแล้ว เห็นว่ารู้จักกันเมื่อหลายปีก่อน ...เป็นพวกลูกนักธุรกิจชาวจีน ชื่อ...ฮวางจื้อเถาอะไรนี่แหละ เซฮุนพยักหน้ารับรู้ก่อนจะหันมาสนใจกับการดื่มกาแฟต่อ

 

 
 

 

อ้าว จื้อเถา นั่งก่อนสิ เดี๋ยวพี่ยกกาแฟไปให้ ซูโฮเอ่ยพร้อมกับโปรยยิ้ม ผู้มาเยือนพยักหน้ารับและทำตามอย่างว่าง่ายก่อนจะเดินไปนั่งยังโต๊ะที่วางอยู่

 

 
 

 

จะว่าไป ที่มีเรื่องกันเมื่อวาน ต่างฝ่ายต่างดูเงียบไปเลยนะ เซฮุนเอ่ย

 

 
 

 

ก็จริง ทั้งที่ไม่น่าเงียบขนาดนี้ แต่ส่วนใหญ่ก็ฝ่ายเราบุกไปถล่มตลอดนี่หวา

 

 
 

 

คอยดูเหอะ ไม่นานไอจงอินคงยกพวกไปตีอีกแน่

 
 

 

 

ก็พอจะรู้อยู่หรอก...ว่าโรงเรียนทั้งสองโรงเรียนไม่ถูกกันมานานมากแล้ว แต่ว่าเรื่องนี้ ดูเหมือนคนที่รู้เหตุผลดีที่สุดคงเป็น คิมจงอิน แล้วแหละ

 

 
 

 

 

พรุ่งให้ผมไปทำธุระให้เหรอครับ เสียงใสๆของแบคฮยอนเอ่ยถามผู้ที่เคารพเหมือนแม่ ในขณะที่มือก็กำลังพับเสื้อผ้าของน้องๆที่พึ่งเก็บเข้ามาหลังจากแห้งแล้ว หญิงมีอายุพยักหน้าตอบเบาๆก่อนจะหยิบกระดาษออกมาหนึ่งแผ่นแล้วยื่นไปให้แบคฮยอน

 

 

 

 

เอาของไปให้เพื่อนของแม่หน่ะ ไม่ได้เจอกันนานมากแล้ว เมื่อวานเค้าโทรศัพท์มาหาก็เลยอยากจะให้แบคฮยอนเอาของฝากไปให้เค้าแทนแม่หน่อย พรุ่งนี้แม่ต้องอยู่ที่บ้าน เพราะเดี๋ยวจะมีช่างมาล้างแอร์ พรุ่งนี้คยองซูก็ไปทำธุระให้แม่ที่ร้านเบเกอร์รี่เหมือนกัน นี่เป็นที่อยู่ แม่เขียนไว้ให้แล้วนะ

 


 

 

   แบคฮยอนรับกระดาษแผ่นเล็กมาก่อนจะพยักหน้าเบาๆ

 

 


 

 

โอเคครับ เดี๋ยวผมจัดการให้เอง

 

 

 

 

ขอบใจมากนะลูก แม่ฝากขนมไปให้หน่อย แม่เตรียมไว้แล้ววางอยู่บนโต๊ะในห้องครัว เดี๋ยวพรุ่งนี้แบคฮยอนก็ยกออกไปเลยนะลูก

 

 

 

 

ครับ

 

 

 

 

หลังจากที่พับผ้าและจัดแจงเอาเก็บใส่ตู้เสื้อผ้าให้เด็กๆเรียบร้อยแล้ว แบคฮยอนก็กลับไปที่ห้องของตนเองก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงช้าๆ ไม่นานนักคยองซูก็เดินตามเข้ามา

 

 

 

 

ไปอ่านนิทานให้เด็กๆฟังมาเหรอ ?

 

 

 

 

ใช่ อ่านตั้งหลานเรื่องหน่ะ กว่าจะยอมหลับกัน

 

 

 

 

เวลาผ่านไปเร็วจังเลยเนอะ พรุ่งนี้ก็วันอาทิตย์ พอวันมะรืนก็วันจันทร์ ต้องไปโรงเรียนอีกแล้ว พูไปแค่นั้นแบคฮยอนก็รู้สึกถึงความผิดปกติของเพื่อนทันที

 

 

 

 

ดีโอ....

 

 

 

 

 

ฉัน.... ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมจู่ๆรู้สึกแบบนี้ ดวงตาโตหันมาสบตากับแบคฮยอนก่อนจะฉายแววเศร้า

 

 

 

 

รู้สึกเหมือน...พรุ่งนี้จะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นเลย

 

 

 
 

 

 

รู้สึกว่า...

 

 



 

 

กำลังจะมีเรื่องแย่ๆเกิดขึ้น...

 

 

 

 

 

เป็นเรื่องที่ไม่คาดคิด...

 

 


 

 

 

และหยุดมันเอาไว้ไม่ได้...   



















 

 

 

 

 

 

บ่ายของวันต่อมา แบคฮยอนและคยองซูแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย แบคฮยอนได้แต่ถอนหายใจเบาๆอย่างปลงตก เพราะในตอนนี้เค้าเอาแต่คิดถึงคำพูดของดีโอเพื่อนรัก ท่าทางและน้ำเสียงที่เอ่ยออกมาของผู้เป็นเพื่อนดูวิตกกังวลอย่างบอกไม่ถูก ใบหน้าหวานๆของแบคฮยอนในตอนนี้ดูจะแสดงท่าทีวิตกออกมามากกว่าคยองซูซะอีก

 

 

 

ถึงแล้วครับ เสียงของคนขับรถแท็กซี่เอ่ยบอกกับร่างบอบบางที่นั่งอยู่ที่เบาหลัง ดึงให้เค้าหลุดจากผวังค์ความคิด มือเรียกหยิบเงินในกระเป๋าสตางค์ก่อนจะยื่นไปจ่ายค่ารถแล้วลงจากรถ สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเค้าคือ บ้านหลังใหญ่โตอย่างกับคฤหาสน์ ทำให้เค้าเริ่มไม่แน่ใจว่านี่แท็กซี่มาส่งเค้าถูกที่รึเปล่า มือเรียวยื่นไปกดกริ่งอย่างกล้าๆกลัวๆ

 

 

 

 

มาหาใครครับ  เสียงของชายคนหนึ่งดังออกมาจากที่ไหนสักที ทำให้แบคฮยอนสะดุ้งเล็กน้อย พอมองหาดีๆ

 

 

 

 

อ่อ ที่แท้ก็ดังมาจากจอตรงหน้านี่เอง แบคฮยอนยืนตื่นตาอยู่กับนวัตกรรมอันทันสมัยอยู่พักหนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบ ไม่นานนักประตูบานใหญ่ก็ค่อยๆเปิดออกพร้อมกับเสียงเชื้อเชิญที่เอ่ยอนุญาตให้เค้าเข้าไปในบ้านอย่างสุภาพ

 

 
 

 

โหหหหหหหหห เบิกตามองอย่างตื่นเต้นราวกับเด็กน้อยที่พึ่งไปเที่ยวสวนสนุก

 

 

 

 

 

ใหญ่ชะมัด

 

 
 

 

 

ในขณะที่แบคฮยอนกำลังตื่นตาอยู่นั้นชายมีอายุคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหาเค้า

 

 
 

 

 

สวัสดีครับ คุณแบคฮยอนใช่ไหมครับ ที่เอาของจากคุณ โจฮยอนจินมาให้ใช่ไหมครับ ผมเป็นพ่อบ้านของที่นี่ครับ แบคฮยอนได้แต่พยักหน้ารัวเพราะยังตื่นเต้นกับสิ่งแปลกใหม่ที่พบเจอไม่หาย

 

 

 

งั้นเชิญเข้าไปข้างในก่อนครับ ร่างบอบบางเดินตามเข้าไปในบ้านอย่างว่าง่าย เมื่อเค้าเข้าไปถึงก็มีคนเข้ามาช่วยถือของให้ แบคฮยอนส่งกล่องขนมที่คุณแม่ใหญ่ฝากให้นำมาให้เจ้าของบ้านนี้ให้กับคนรับใช้ถือก่อนเจ้าตัวจะยืนเหรอหลา มองนู้นมองนี่อย่างตื่นตาตื่นใจ

 

 

 

วันนี้มีอะไรกินมั้งเนี่ย เสียงทุ้มต่ำของชายคนหนึ่งเอ่ยมาจากทางบันได

 

 

 

 

 

เสียงคุ้นๆ

 

 

 

 

วันนี้คุณหนูจะรับอะไรดีคะ มีทั้งข้าวต้มแล้วก็สปาเก็ตตี้ที่คุณหนูชอบเลยคะ หญิงรับใช้คนหนึ่งเอ่ย

 

 

 

แบคฮยอนหันไปมองทางบันได เพื่อดูให้แน่ใจว่าคนคนนั้นเป็นใคร แต่เสียงของพ่อบ้านก็ดึงดูดความสนใจของเค้าไปซะก่อน

 

 

 

คุณแบคฮยอนครับ วันนี้ต้องของอภัยจริงๆนะครับ คุณผู้หญิงกับคุณผู้ชายออกไปข้างนอกแล้วครับ แต่ท่านได้ฝากของชิ้นนี้ไปให้คุณ ฮยอนจินครับ คุณพ่อบ้านเอ่ยก่อนจะส่งกล่องเล็กๆบางอย่างมาให้แบคฮยอน

 

 

ถ้าเป็นอย่างนั้น ผมก็ขอตัวก่อนเลยดีกว่าครับ แบคฮยอนก้มหัวให้คุณพ่อบ้านอย่างนอบน้อมพร้อมกับยกยิ้มละมุน

 

 

 

พยอนแบคฮยอน

 

 

 

 

เสียงคุ้นอีกแล้ว...

 

 

 

 

 

แบคฮยอนหันไปมองตามเสียงก่อนจะพบกับคนบางคนที่เค้าไม่คิดว่าจะได้พบกันที่นี่

 

 

 

 

ปาร์กชานยอล

 

 

 

เจ้าของขายาวรีบวิ่งลงมาจากบันไดก่อนจะมาหยุดอยู่ตรงหน้าแบคฮยอนพรางยกยิ้มร่าจนแทบเห็นฝันครบทุกซี่

 

 

 

 

ไอหูกาง

 

 

 

 

ย่าห์ ! เรียกให้มันดีดีหน่อย ฉันมีชื่อนะ “ แล้วชานยอลก็ต้องยกยิ้มออกมาเมื่อเค้ามองเห็นบางอย่างที่อยู่บนใบหน้าของแบคฮยอน

 

 

 

 

พาสเตอร์ที่ฉันให้

 

 

 

 

 

นายใช้มันจริงๆเหรอเนี่ย...

 

 

 
 

 

ยิ้มบ้าอะไรของนาย...

 

 

 

 

นายใช้พาสเตอร์ที่ฉันให้จริงๆด้วย

 

 

 

 

ก็... ก็.... นั่นเพราะว่าพาสเตอร์ที่บ้านมันหมดพอดีหรอก ชานยอลได้แต่หรี่ตามองคนตัวเล็กก่อนจะพยักหน้าเบาๆ

 

 

 

 

ฉันจะกลับแล้ว... ขอตัวนะ

 

 

 

 

เดี๋ยว... อย่าพึ่งกลับสิ อยู่กินข้าวด้วยกันก่อน

 

 

 

 

ห๊า ....อยู่กินข้าว กับไอหูกางนี่เนี่ยนะ ?

 

 

 

 

ไม่ ...ฉันกินมาแล้ว

 

 

 

 

แต่ฉันยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย อยู่กินเป็นเพื่อนกันหน่อย

 

 

 

 

บ่ายสามเนี่ยนะ... นี่มันใช่เวลาทานข้าวเช้าของคนปกติเหรอ ?

 

 

 

 

ไม่เอา

 

 

 

 

ผมไม่เข้าใจตัวเองเลย...

 

 

 

 

ไม่เข้าใจจริงๆ

 

 

 

 

ไม่เข้าใจมากๆ

 

 

 

 

ไม่เข้าใจว่าผม..

 

 

 

 

มานั่งเป็นเพื่อนไอหูกางนี่กินข้าวทำไม ??

 

 

 

 

นี่ฉันจะบ้าไปแล้วเหรอ    

 

 

 

 

 

นี่นาย ทำไม่กินละ ไม่อร่อยเหรอ ? ชานยอลใช้ตาโตๆของเค้าช้อนมองคนตรงหน้าที่เอาแต่นั่งนิ่งหน้าบูดมาสักพัก คนถูกถามไม่ได้ตอบอะไรก่อนจะใช้ซ้อนตักสปาเก็ตตี้ใส่ปากไปคำโตๆ

 

 

 

 

รสชาติอาหารอร่อยมาก

 

 

 

 

แต่นายกำลังทำให้มันเสียรสชาติ

 

 

 

 

ปาร์กชานยอล

 

 

 

 

ว่าแต่วันนี้นายมาทำอะไรที่บ้านฉันเหรอ ?

 

 

 

 

ฉันแค่มาทำธุระให้แม่ ตอบอย่างไม่ได้ใส่ใจมากนักก่อนจะวางซ้อมลงช้าๆ

 

 

 

 

แม่นาย...แม่นายเสียไปแล้วไม่ใช่เหรอ ? คนตัวโตพูดพรางตักสปาเก็ตตี้เข้าปาก

 

 

 

 

 

 

พูดไม่คิด..

 

 

 

 

 

 

 

 

ฉันหมายถึงคนที่ฉันนับถือเหมือนแม่ ...ก็ฉันไม่มีแม่นี่นา เสียงเริ่มแผ่วลงจนคนตัวสูงถึงกับชะงัก

 

 

 

 

 

เอาแล้วไงปาร์กชานยอล..

 

 

 

 

 

 

ฉันหมดธุระแล้ว ขอตัวกลับก่อนนะ เอ่ยแค่นั้นก็ลุกออกไปโดยไม่ทันจะให้ชานยอลได้พูดอะไร จะทักท้วงยื้ดยื้อ ดึงดันอะไรเอาไว้ก็คงไม่ทัน เพราะตอนนี้แบคฮยอนวิ่งลิ่วไปนู้นแล้ว ต่อให้ตะโกนไล่หลังไปก็คงไม่หันกลับมามองแน่ๆ

 

 

 

 

 

ฉันพูดอะไรผิดวะ ?

 

 

 

 

 

 

ปาร์กชานยอลจอมซื่อบื้อ...

 

 

 

 

 

 

 

 

ทางด้านคยองซู เมื่อมาถึงร้านเบเกอร์รี่ก็รีบเดินเข้าไปทันที มือเรียวผลักประตูเข้าไปช้าๆ กลิ่นหอมกรุ่นของเบเกอร์รี่หลากหลายชนิดก็ลอยมาชนจมูกเล็กๆจนต้องเผลอยิ้มออกมา

 

 

 

 

 หอมจัง..

 

 

 

 

ขนมหลากกลายชนิดถูกจัดวางอย่างสวยงาม มีป้ายชื่อติดเอาไวให้ลูกค้าได้เลือกซื้อตามใจ คยองซูรีบเดินไปยังเค้าน์เตอร์ที่อยู่ด้านในของร้าน เมื่อเดินไปถึงก็มีร่างของใครคนหนึ่งกำลังก้มๆเงยๆอยู่กับบิลของร้าน คยองซูมองอยู่พักหนึ่งก่อนจะส่งเสียงเล็กๆให้เค้ารับรู้ว่าตอนนี้มีลูกค้ามาแล้วนะ

 

 

 

 

ขอโทษครับ

 

 

 

ร่างๆนั้นค่อยๆเงยหน้าขึ้นก่อนจะยกยิ้มให้คุณลูกค้า

 

 

 

 

ขอโทษครับ... ปังปังเบเกอร์รี่ยินดีต้อนรับครับ

 

 

 

 

พี่มินซอก คยองซูเอ่ยก่อนจะก้มหัวเล็กๆเป็นการทำความเคารพเมื่อเจอรุ่นพี่ที่โรงเรียน

 

 

 

 

อ้าวนาย...ดีโอใช่ไหม ?

 

 

 

 

ครับ ...ที่นี่เป็นร้านของพี่เหรอครับ

 

 

 

 

ใช่...เป็นร้านของบ้านพี่หน่ะ เจ้าของร้านเอ่ยพร้อมกับฉีกยิ้มจนแก้มแทบแตก ...พี่มินซอกแก้มซาลาเปา เป็นลูกเจ้าของร้านเบเกอร์รี่เหรอเนี่ย ?

 

 

 

 

คือว่า ช่วยจัดขนมตามรายการนี่ให้ผมได้ไหมครับ คยองซูเอ่ยก่อนจะยื่นกระดาษแผ่นเล็กไปให้ มินซอกรับกระดาษแผ่นนั้นมาช้าๆก่อนจะพยักหน้าเบาๆ

 

 

 

 

ได้ๆ งั้นเดี๋ยวนายไปนั่งรอตรงนั้นก่อนนะ เดี๋ยวพี่จะให้คนจัดให้

 

 

 

 

ครับ คยองซูขานรับก่อนจะพาตัวเองเดินไปนั่งตรงเก้าอี้ที่อยู่ในมุมเล็กๆของร้าน ที่จัดเอาไว้สำหรับลูกค้าที่นั่งทานขนมที่ร้าน ร่างเล็กๆทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้สีขาวช้าๆก่อนจะมองไปรอบๆ ร้านเบเกอร์รี่ตกแต่งอย่างน่ารักและไม่เหมือนใคร ในร้านมีรูปของมินซอกและครอบครัวเต็มไปหมด ราวกับจัดร้านให้เหมือนกับบ้าน

 

 

 

 

ดีโอ ทานน้ำหน่อยนะ คยองซูที่กำลังมองดูรูปอย่างเพลิดเพลินสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ ทำให้มือปัดแก้วน้ำที่มินซอกพึ่งยื่นมาให้หกเลอะตัวเองจนเปียกปอน ที่สำคัญคือมันดันเปียกเสื้อ กันหนาวของเค้านี่สิ ถ้าออกไปข้างนอกได้หนาวหนักกว่าเดิมแน่ๆ เพราะน้ำเปียกชุ่มขนาดนี้

 

 

 

 

เฮ๊ยยย พี่ขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจทำให้ตกใจ มินซอกเอ่ยก่อนจะแสดงสีหน้ารู้สึกผิด

 

 

 

 

ไม่เป็นไรหรอกครับพี่ ผมเองต่างหากที่ผิด ดันเซ่อซ่าปัดแก้วน้ำจนหกเลอะตัวเองแบบนี้

 

 

 

 

เอางี้เดี๋ยวพี่ไปเอาเสื้อมาให้เปลี่ยนนะ ว่าแล้วก็วิ่งหายเข้าไปหลังเค้าน์เตอร์ทันที

 

 

 

 

มินซอกก้มๆเงยๆหาเสื้ออยู่นานสองนาน เพราะว่าร้านและบ้านของเค้าอยู่แยกกัน ทำให้เสื้อที่มีอยู่ในตอนนี้มีจำกัด มินซอกก้มหาอยู่พักหนึ่งก่อนจะตัดสินใจหยิบสูทยูนิฟอร์มของโรงเรียนที่เค้าไม่ได้เอากลับบ้านตั้งแต่วันศุกร์มาให้คยองซูใช้แทนไปก่อน เพราะสูทก็หนาอยู่พอสมควร ถึงมันจะไม่ได้หนาเท่ากับเสื้อกันหนาวตัวที่เปียกน้ำของคยองซู แต่อย่างน้อยมันก็ดีกว่าที่เค้าจะต้อง ใส่เสื้อกันหนาวเปียกๆแบบนั้น

 

 

 

 

เอาสูทของพี่ไปใส่ก่อนนะ ยูนิฟอร์มโรงเรียนที่มีป้ายชื่อพร้อมทำให้คยองซูแอบขัดเขินแปลกๆ เพราะเสื้อมีป้ายชื่อของ คิมมินซอกหนุ่มซ่าของโรงเรียน แต่คนใส่จริงๆคือโดคยองซูผู้เรียบร้อย คยองซูยื่นมือไปรับมาอย่างช้าๆก่อนจะค่อยๆเปลี่ยนชุดช้าๆ

 

 

 

 

พี่ต้องขอโทษจริงๆนะ ไม่ได้ตั้งใจ

 

 

 

 

ไม่เป็นไรหรอกครับพี่มินซอก คยองซูยกยิ้มให้อีกฝ่ายที่กำลังทำหน้าตาราวกับตัวเองทำความผิดร้านแรง   

 

 

 

 

ขนมได้แล้วคะ พนักงานเอ่ยพร้อมกับยกขนมสองถุงใหญ่ๆมาให้ มินซอกรับถุงขนมมาจากมือพนักงานก่อนจะยื่นไปให้คยองซู เค้ารับขนมมาช้าๆก่อนจะจัดการจ่ายเงินเสร็จสรรพ

 

 

 

 

งั้นผมขอตัวกลับเลยนะครับ เดี๋ยวจะมืดซะก่อน คยองซูเอ่ยล่ำลากับมินซอก เพราะเค้าก็ไม่อยากกลับบ้านช้า ร่างบอบบางหิ้วขนมมาเต็มสองไม้สองมือก่อนจะเดินออกมาจากร้านเบเกอร์รี่ ขาเล็กๆพาตัวเค้ามาหยุดอยู่ที่บ้านรถเมล์ เค้าเลือกที่จะโดยสารรถเมล์กลับ เพราะถนนสายนี้เป็นถนนสายที่เค้าคุ้นเป็นอย่างดี วันนี้ที่ป้ายรถเมล์แทบไม่มีคนเลย ทำให้คยองซูนึกยิ้มอยู่ในใจว่าถ้าขึ้นไปบนรถเมล์เค้าจะต้องได้นั่งแน่ๆ

 

 

 

 

เค้ายืนรอรถเมล์อยู่นานแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะมาเลย

 

 

 

 

 

วันนี้ทำไมรถมาช้าชะมัด

 

 

 

 

คยองซูได้แต่สบถในใจก่อนจะชะเง้อคอมองต่อไป

 

 

 

 

จู่ๆเค้าก็รู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่าง... รู้สึกเหมือนมีใครอยู่ข้างหลัง

 

 

 

 

พอหมุนตัวหันไปดูก็พบกับผู้ชายสี่คนที่ยืนอยู่

 

 

 

 

แมร่งให้กูหาตั้งนาน

 

 

 

 

หา ? หาฉันเหรอ ??

 

 

 

 

เอาไงต่อวะ ?

 

 

 

 

จับมันไป

 

 

 

 

อะไร ??

 

 

 

 

จับฉันทำไม ??

 

 

 

 

คยองซูกำลังจะก้าวเท้าหนี แต่ก็ไม่ไวเท่าชายเหล่านั้น หมัดหนักๆถูกอันเข้าที่ท้องของร่างบอบบางจนทรุดลงกับพื้นก่อนจะตามด้วยไม้ที่ฟาดลงที่ท้ายทอยทำให้คยองซูสลบไปในทันที

 

 

 

 

ชายเหล่านั้นยกยิ้มอย่างพอใจกับผลงานก่อนจะรีบแบกร่างของคยองซูไปขึ้นรถโดยพวกเค้าคอยดูอย่างดีว่าปลอดคนแล้วจึงรีบขับรถออกมาจากตรงนั้นทันที

 

 

 

 

มึงแน่ใจนะว่าไม่ผิดตัว ? ชายคนหนึ่งเอ่ยถาม

 

 

 

 

แน่ใจ... ไม่มีทางผิดตัวหรอก มึงก็ดูเสื้อมันดิชื่อมันก็บอกอยู่ ...นี่แหละคิมมินซอก ไม่ผิดตัวแน่ๆ

 

 

 

 

แล้วเอาไงต่อวะ

 

 

 

 

เอาไปส่งให้ไอจงอิน เดี๋ยวมันจัดการเองแหละ

 

 

 

 

ว่าแล้วก็ตรงมายังโมเทลแห่งหนึ่งที่อยู่แถบชานเมือง

 

 

 

 

ไอมินซอกอยู่ไหน ?

 

 

 

 

พวกกูเอามันไปไว้ในห้องแล้ว มึงก็จัดการมันเองแล้วกัน ชายคนหนึ่งเอ่ยพร้อมกับส่งกุญแจห้องให้กับคิมจงอิน เจ้าตัวยกยิ้มอย่างพอใจก่อนจะตบบ่าชายตรงหน้าเบาๆ

 

 

 

 

ขอบใจมาก

 

 

 

 

พวกกูหมดหน้าที่แล้ว ขอตัวก่อนนะเว๊ย

 

 

 

 

โอเค พรุ่งนี้เจอกันที่โรงเรียน จงอินร่ำลาเพื่อนที่ช่วยแบ่งเบาภาระของเค้าที่ขึ้นรถยนต์ที่ขาวหรูกลับไปก่อนจะหมุนตัวหันไปมองทางโมเทล

 

 

 

 

คราวนี้แหละคิมมินซอก

 

 

 

 

ฉันกับนายจะได้เคลียกันแล้ว...

 

 

 

 

 

มือหนาของจงอินใช้กุญแจที่พึ่งได้มาไขประตูก่อนจะบิดเข้าไปช้าๆ ตอนนี้สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเค้าคือร่างบอบบางของชายคนหนึ่งที่นอนตะแคงหันหลังให้เค้าอยู่ ใบหน้าที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความโกรธจ้องมองไปที่ร่างนั้นอย่างไม่ลดละ แววตาในตอนนี้ราวกับมีเปลวไฟเล็กๆที่กำลังพุ่งพล่านอยู่ในนั้น มือทั้งสองข้างกำแน่น สิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีตมันวิ่งเข้ามาตีกันในหัวเค้าจนแทบไม่เป็นเรื่องราว แล้วจู่ๆร่างตรงหน้าเค้าก็ค่อยๆขยับตัวขึ้นมา คยองซูมองไปรอบๆก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ

 

 

 

 

 

 

ที่นี่ที่ไหน ??

 

 

 

 

 

ตอนนี้เค้าอยู่ในสภาพที่ทำอะไรแทบไม่ได้ มือทั้งสองข้างถูกมัดไขว่หลังเอาไว้แน่น ปากหยักก็ถูกปิดด้วยเอาไว้แทบกาวแน่นจนแทบส่งเสียงออกมาไม่เป็นคำ ได้แต่ส่งเสียงอู้อี้จนฟังไม่รู้เรื่อง

 

 

 

 

จงอินยืนมองพฤติกรรมของคนตรงหน้าก่อนจะกระตุกยิ้ม  นิ้วยาวๆเลื่อนไปที่สวิตไฟก่อนจะปิดมันลงช้าๆทำให้ร่างบองบางเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

 

 

 

 

ตกใจใช่ไหมที่ตัวเองถูกจับมาแบบนี้ เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่ในห้องที่เงียบสนิท ทำให้  คยองซูคนนี้ได้ยินมันอย่างชัดเจน

 

 

 

 

ใคร ??

 

 

 

 

 

นานแค่ไหนแล้วนะที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกันตามลำพังแบบนี้

 

 

 

 

 

เสียงของใคร ??

 

 

 

 

 

 คยองซูรู้สึกได้ถึงเสียงที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ก่อนปลายเตียงจะค่อยๆยวบลงช้าๆทำให้เค้ารู้เลยว่าคนคนนั้นเข้ามาใกล้ตัวเค้ามาขึ้นเรื่อยๆแล้ว คยองซูรีบดันตังเองขึ้นก่อนจะมองไปยังทิศทางที่เค้ารู้สึกได้ว่ามีคนอยู่ แต่มันก็มืดซะเหลือเกิน มืดจนมองไม่ออกว่าคนตรงหน้าของเค้าคือใคร

 

 

 

 

ฉันยังจำทุกคำพูดที่นายพูดกับฉันได้ดี ...และที่จำได้แม่นที่สุด คือคำพูดสุดท้ายที่นายพูด ก่อนจะนายจะหายหัวไปสองปีเต็ม

 

 

 

 

 

เค้ากำลังพูดเรื่องอะไร ??

 

 

 

 

เค้าหมายถึงใคร ?

 

 

 

 

นายจะกลับมาที่นี่อีกทำไม ?

 

 

 

 

เค้ากำลังพูดในสิ่งที่ผมไม่เข้าใจ

 

 

 

 

คยองซูได้แต่ขมวดคิ้วด้วยความงุนงง อยากจะบอกคนตรงหน้าเหลือเกินว่าไม่เข้าใจในสิ่งที่เค้ากำลังพูด ...แต่ตอนนี้สิ่งที่คยองซูควรจะทำคือ

 

 

 

 

หนี

 

 

 

 

 

หนีออกไปจากที่นี่

 

 

 

 

คยองซูค่อยๆขยับถอยหลังช้าๆก่อนจะยื่นขาข้างหนึ่งไปแตะพื้น เมื่อทรงตัวได้เค้าก็หย่อนขาอีกข้างตามลงไปก่อนจะค่อยๆยืนขึ้นช้าๆ พยายามทำทุกอย่างให้เงียบที่สุด

 

 

 

 

 

รู้ไหมว่าเวลาฉันเห็นหน้านายฉันรู้สึกยังไง ?

 

 

 

 

 

ฉันไม่รู้หรอกว่านายรู้สึกยังไง สิ่งที่ฉันรู้คือ ใครควรหนี

 

 

 

 

 

เมื่อก้าวออกมาอีกก้าว คยองซูก็รู้สึกเหมือนบางสิ่งบางอย่างที่ขวางทางเค้าอยู่

 

 

 

 

 

จะไปไหน ?

 

 

 

 

ซวยแล้ว...

 

 

 

 

จงอินออกแรกเพียงเล็กน้อยก่อนจะเหวี่ยงร่างบอบอบบางของคยองซูลงไปที่เตียงอย่างแรง

 

 

 

 

นายนี่เสียมารยาทชะมัด ฉันยังพูดไม่จบเลยนะ จะรีบหนีกันไปแบบนี้ได้ยังไง เสียงที่เย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็งบวกกับมือหนาที่กดไหล่ราบติดไปกับเตียงทำให้คยองซูต้องร้องออกมาดังๆเพราะเจ็บ... เพราะมือของเค้าถูกมัดเอาไว้ข้างหลัง

 

 

 

 

อื้อออออออออออ จงอินก็เหมือนจะรับรู้ว่าเชือกที่มัดอยู่เป็นอุปสรรคให้คนตรงห้า เค้าจำค่อยๆแกะมันออกช้าๆ ปล่อยข้อมือเล็กๆให้เป็นอิสระ ในขณะที่มือของคยองซูกำลังจะยกขึ้นมาแกะเทปก้าวที่ปิดปากอยู่นั้น มือเล็กๆนั้นก็ถูกมือหนาของคนตรงหน้ากุมเอาไว้ก่อนจะกดมันลงไปกับเตียง..

 

 

 

 

อะไร ?

 

 

 

 

 

หมอนี่จะทำอะไร ??

 

 

 

 

ตอนนี้ขอฉันชำระแค้นเลยแล้วกันนะ คิมมินซอก

 

 

 

 

คิมมินซอก..

 

 

 

 

ไม่นะ ฉันไม่ใช่คิมมินซอก

 

 

 

 

ไม่.......................................

 

 



















 

คยองซูพยายามใช้แรงที่มีทั้งหมดขัดขืนดิ้นไปมาจนมันทำให้จงอินรู้สึกรำคาญ ร่างสูงขึ้นคร่อมร่างบางเอาไว้ก่อนจะนั่งทับจนคยองซูดิ้นไปไหนไม่ได้

 

 

 

 

นายจะดิ้นทำไม ? ของแบบนี้ก็เคยอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ?

 

 

 


 

 

เคย ?

 

 


 

 

 

 

นายกำลังพูดบ้าอะไร ?

 

 

 

 

สนุกนักใช่ไหมที่ทำให้ฉันเหมือนคนบ้าได้

 

 

 





 

 

พระเจ้าได้โปรด..

 

 

 





 

 

บอกเค้าทีว่าผมไม่ใช่ คิมมินซอก

 

 

 

 


 

ความหวาดกลัวเริ่มเข้าครอบงำจนทำให้ดวงตาสีนิลเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา ข้อมือเล็กๆพยายามจะ ดิ้นให้หลุด แต่ไม่ว่าทำยังไง ก็ไม่ทีทางสู้แรงของคนตรงหน้าได้เลย แค่ดูขนาดตัว มันก็ต่างกันมากแล้ว แล้วแบบนี้

 

 

 

 

 

โดคยองซู จะหนีไปจาก คิมจงอินได้ยังไง ?

 

 

 

 

 

แล้วคยองซูก็ต้องเบิกตากว้างอีกครั้งเมื่อใบหน้าคมของร่างสูงซุกไซร์ลงไปที่ซอกคอขาว ตอนนี้สิ่งต่างๆที่กำลังเกิดขึ้น ทำให้คยองซูเข้าใจมากขึ้นว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับเค้า นั่นยิ่งทำให้เค้าดิ้นหลักขึ้น ความกดดันที่อยากจะหนีออกไปจากที่นี่ หนีไปจากตรงนี้ทำให้เค้ารวบรวมแรงที่มีอยู่นั้นอีกครั้งก่อนจะสลัดมือของจงอินให้หลุดออกไป แล้วใช้มือผลัก จงอินจนกระเด็กไปอยู่ปลายเตียง ขาเล็กๆเมื่อก้าวแตะพื้นได้ก็รีบวิ่งตรงไปที่ประตูทันที

 

 

 

 

ถึงจะมองไม่เห็นอะไร แต่เค้าก็ใช้เซ็นนำพาตัวเองวิ่งต่อไปข้างหน้า มือเล็กกระชากเทปกาวที่ปิดปากเอาไว้แน่นออก ...แสงเล็ดๆที่ลอดเข้ามาจากช่องใต้ประตูทำให้คยองซูยกยิ้ม เพราะนั้นมันทำให้เค้ารู้ทางออก ตอนนี้สิ่งที่ควรทำคือต้องไปให้ถึงประตูให้เร็วที่สุด เมื่อมือเล็กเอื้อมไปถึงลูกบิดก็ถูกมือของจงอินกระชากแขนเอาไว้ จงอินดึงให้ร่างบอบบางหันมาเผชิญหน้ากับเค้า ก่อนร่างบอบบางจะถูกดันไปติดกำแพง

 

 

 

ยังไม่ทันี่ริมฝีปากสีหวานที่พึ่งถูกปล่อยให้เป็นอิสระจะได้เอ่ยอะไร ก็ถูกกดทับสะกัดกั้นความเป็นอิสระอีกครั้งจากริมฝีปากของใครอีกคนหนึ่ง ด้วยความตกใจมือเล็กๆทั้งทุบทั้งพยายามดึงให้ร่างสูงตรงหน้าออกไปห่างๆจากตนเองแต่ไม่ว่าจะทำยังไงก็ไม่เป็นผลสำเร็จ น้ำใสๆไหลอาบแก้มเนียน มือเล็กๆนั้นหยุดการกระทำลงอย่างไร้เรี่ยวแรง

 

 

 

 

จงอินกระตกยิ้มอย่างพอใจที่คนตรงหน้าเริ่มหมดฤทธิ์สักที เค้าใช้วงแขนกำยำทั้งสองข้างช้อนร่างบางขึ้นก่อนจะก้าวเท้าเดินไปข้างหน้า

 

 

 

 

 

 

เค้าจะไปไหน ?

 

 

 


 

 

รู้สึกตัวอีกทีร่างเล็กๆนั้นก็ถูกพากลับมาที่เดิม..

 

 

 





 

 

บนเตียง

 

 





 

 

 

นายเป็นใคร ? นายจะทำอะไรฉัน ? คยองซูเอ่ยถามเสียงสั่นพรางตระเกียดตะกาดหนี

 

 





 

 

 

ทำไมเสียงคุ้นอย่างบอกไม่ถูก..

 

 





 

 

 

จงอินฉุกคิดขึ้นมา

 

 

 

 

นานแล้วนะที่ฉันไม่ได้ยินเสียง... มันดูเปลี่ยนไปนะ

 

 

 

 

เปลี่ยนอะไรกัน... ก็ฉันไม่... อุ๊บ

 

 

 

 

ยังไม่ทันที่คยองซูจะได้เอ่ยอะไรต่อ ริมฝีปากของอีกคนก็กดลงมาที่ริมฝีปากของเค้าอีกระรอก เรียวลิ้นลุกล้ำเข้าไปดูดซับความหวานจากคนตรงหน้าอย่างเร้าร้อน โดยไม่ทิ้งช่วงให้คยองซูได้เอ่ยอะไรต่อเลย

 

 

 

 

จงอินจูบคนตรงหน้าอยู่เนิ่นนาน..

 

 

 

 

จูบโดยที่ไม่รู้ว่าคนตรงหน้า

 

 

 

 

ไม่ใช่คิมมินซอก

 

 

 

 

จูบโดยที่ไม่รู้ว่า..

 

 

 

 

คนตรงหน้าเค้า..

 

 

 

 

คือ โดคยองซู

 

 

 

 

คนที่เค้าหลงรักจนหมดหัวใจ...

 

 

 

จงอินถอนจูบออกช้าๆอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะเลื่อนไปที่ค้างใบหูของคยองซู แล้วเอ่ยมันออกมาเบาๆ

 

 

 

 

ต่อจากนี้... ฉันจะชำระแค้นระหว่างเราแล้วนะ

 

 

 

 

คิม มินซอก

 

 

 

 

 

ไม่นะ..

 

 

 

 

มันต้องไม่เป็นแบบนี้..

 

 

 

 

 

ไม่จริงงงงงง...   

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

หาไม่เจอเลยครับ ผมไปหาดูจนทั่วแล้ว ก็เจอแค่ถุงขนมที่คุณแม่ใหญ่ให้ดีโอไปซื้อให้ตกอยู่ตรงป้ายรถเมล์ แบคฮยอนเอ่ยบอกกับผู้มีพระคุณ

 

 

 

 

คยองซูจะหายไปไหนได้ เค้าไม่ใช่เด็กเหลวไหล ปากก็พร่ำบ่นออกมาเบาๆ แต่สีหน้าของผู้เป็นแม่ในตอนนี้เผยไปด้วยความวิตกกังวล ครั้นจะไปแจ้งตำรวจ ตอนนี้ก็ตำรวจก็คงทำแค่รับแจ้งเรื่องเอาไว้ เพราะคยองซูยังหายไปไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง  โทรไปถามเพื่อนๆก็ไม่มีใครเจอเลย แบคฮยอนไปตามหาเพือนรักในทุกที่ที่ไปด้วยกัน แต่ก็ไร้วี่แวว

 

 

 

 

 

หรือว่า

 

 

 

 

จะถูกพวกโรงเรียนนั้นจับไป...

 

 

 

 

 

แต่ต่อให้จับไป...

 

 

 

 

แล้วเค้าจะรู้ได้ยังไงว่าจับไปที่ไหน ตอนแรกที่เหมือนจะมีแสงสว่างโผล่มาอย่างริบรี่ แต่ตอนนี้แสงสว่างนั้นกลับมอดมิดสนิทไปอีกครั้ง แล้วถ้าเกิดว่าคนของทางนั้นจับเพื่อนรักของเค้าไปจริงๆ เค้าควรจะไปตามหาที่ไหนกัน

 

 

 

 

ที่ที่พวกนั้นชอบไปรวมตัวกัน...

 

 

 

 

มันที่ไหนกัน

 

 

 

 

    ตัวเค้าก็แน่ใจหรอกว่าคนพวกนั้นจะไปรวมตัวกันที่ไหน ...แต่ความคิดมันดันพาร่างบางตรงมายังสถานที่แห่งนี้ ไนต์คลับ...ที่ย่านนี้ไม่ได้มีแค่ไนต์คลับแต่ที่นี่ที่เดียวหรอกนะ แต่ว่า...ใครๆก็รู้ดีว่าที่นี่ ที่ไนต์คลับแห่งนี้คือสถานเริงรมย์ที่เด็กโรงเรียนนั้นชอบมากันประจำ แบคฮยอนแฝงตัวเข้ามากับกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มใหญ่ที่กำลังจะเดินเข้ามาพอดี ทำให้เค้าไม่ตกเป็นเป้านิ่ง เมื่อเข้ามาถึงข้างใน คนตัวเล็กก็มองไปข้างหน้าด้วยความตื่นตาตื่นใจ เสียงเพลงที่ดังสนั่น บวกกับจังหวะกลองและเบสที่ดังกระหึ่มจนสั่นไปถึงลำคอ แสงไฟที่วูบวาบสาดส่องเป็นจังหวะรับกับดนตรี แบคฮยอนพยายามกวาดสายตามองไปรอบๆ มองหาใครสักคนที่เค้าคุ้นตาบ้าง มองหาใครสักคนที่จะหาคำตอบให้เค้าได้ว่า ดีโอเพื่อนรักหายไปไหน

 

 

 

 

พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นใครบางคนที่แบคฮยอนจำได้แม่นว่าคนคนนั้นคือคนที่เข้ามาทำร้ายเค้าและคยองซูในวันที่มินซอกเข้ามาช่วยเอาไว้ แบคฮยอนเม้มปากเล็กๆก่อนจะพยักหน้าเบาๆเป็นการรวบรวมความกล้าให้ตนเองและก้าวขาออกไปจากมุ่งมั่น เดินเบียดเสียดผู้คนเข้าไปด้านใน ไปยังโต๊ะที่ชายกลุ่มนักเรียนคู่อริกำลังนั่งดื่มเหล้ากันอย่างครื้นเครง แล้วสายตาของชายคนหนึ่งในนั้นก็หันมาเห็นแบคฮยอนก่อนจะกระตุกยิ้มก่อนจะสะกิดคนอื่นๆในวงเหล้าให้หันมามองพยอนแบคฮยอนที่มายืนอยู่ผิดที่ผิดทาง

 

 

 

 

ลมอะไรหอมมาเนี่ย ?? มาเดี่ยวเหรอวันนี้ ชายคนหนึ่งเอ่ยถาม

 

 

 

นั่นดิ เอาไอมินซอกไปไว้ไหน มันไม่มาคุ้มกะลาหัวเหรอ ??

 

 

 

มันจะมาช่วยได้ยังไง ป่านนี้ไอจงอินคงจัดการไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

 

 

 

 

พูดบ้าอะไรกัน ?

 

 

 

 

แบคฮยอนไม่ได้คิดจะสนใจคำพูดเหล่านั้น เพราะมันไม่ใช่ประเด็นที่เค้าเอาตัวเองเข้ามาเสี่ยงแบบนี้ สิ่งที่เค้าต้องการรู้คือเพื่อนของเค้าอยู่ที่ไหน

 

 

 

 

พวกนายรู้ไหมว่าคยองซูอยู่ที่ไหน ?

 

 

 

 

ใครวะคยองซู ชายคนหนึ่งเอ่ยพร้อมกับหันไปขอความคิดเห็นจากเพื่อน ก่อนจะหันมามองแบคฮยอนด้วยท่าทียียวนกวนประสาท แบคฮยอนถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะพยายามข่มอารมณ์ไม่ให้พุ่งพล่าน เพราะตอนนี้เค้าคนเดียวจะไปสู้อะไรได้

 

 

 

 

เพื่อนฉัน โดคยองซู พวกนายเห็นบ้างไหม ? ชายคนหนึ่งลุกจากเก้าอี้ก่อนจะมาหยุดยืนอยู่ที่ข้างหน้าแบคฮยอน

 

 

 

 

ใครจะไปเห็นวะ เพื่อนแกหายมันเป็นหน้าที่ที่พวกฉันต้องคอยดูให้เหรอ ? แบคฮยอนเม้มปากแน่นสกัดความโกรธก่อนจะหมุนตัวเพื่อเดินออกไปจากตรงนั้น แต่ก็ถูกชายคนนั้นคว้าแขนเอาไว้ซะก่อน

 

 

 

 

คิดว่าเดินเข้ามาแล้วจะออกไปได้ง่ายๆเหรอวะ ?? เอ่ยก่อนจะเหวี่ยงร่างของแบคฮยอนเข้าไปกลางวง

 

 

 

 

ชายเหล่านั้นค่อยลุกขึ้นยืนทีละคนจนล้อมแบคฮยอนเอาไว้จนหนีออกไปไหนไม่ได้ ดวงตารีมองไปรอบๆด้วยแววตาวิตก

 

 

 

 

จัดการมันเลย สิ้นเสียงของชายคนหนึ่ง ทั้งหมดก็กรูกันเข้ามาหาแบคฮยอนก่อนจะทั้งต่อยทั้งกระทืบจนแบคฮยอนร่วงลงไปอยู่กับพื้น

 

 

 

 

เจ็บ...

 

 

 

 

แม่ครับผมเจ็บ...

 

 

 

 

แม่ช่วยผมด้วย..

 

 

 

 

 

ตอนนี้ร่างกายมันเจ็บไปหมด มื้อทั้งสองข้างที่ยกขึ้นมาป้องกันหัวของตัวเองเอาไว้ ตอนนี้ร่างกายมันเจ็บจนชาไปทั่วร่างแล้ว

 

 

 

 

ใครก็ได้ช่วยผมที

 

 

 

 

ใครก็ได้....

 

 

 

 

 

สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าค่อยๆเลือนรางไปช้าๆ ร่างที่สะบักสะบอมในตอนนี้ทำให้แม้แต่แรงที่จะยกมือขึ้นยังไม่มีเลย จะเปล่งเสียงออกไปก็ไม่มีแรงเหมือนเสียงมันติดแน่นอยู่ที่หน้าอก สิ่งที่ปรากฏมันไม่ได้ชัดเจนเป็นรูปเป็นร่าง มันเหมือนกับคนเหล่านั้นที่รุมกระทืบเค้าอยู่ในตอนแรก ค่อยๆถอยออกห่าง ก่อนจะมีร่างของใครคนหนึ่งโถมเข้ามาหาเค้า...

 

 

 

 

ใคร ??

 

 

 

 

เสียงที่เลือนรางที่ได้ยินกำลังเอ่ยถามผมว่าผมเป็นยังไงบ้าง..

 

 

 

 

มือใหญ่ๆของใครคนหนึ่งลูบมาที่ใบหน้าผม..

 

 

 

 

น้ำเสียงเค้าดูร้อนรน...

 

 

 

 

เค้าเป็นใครกันนะ..

 

 

 

 

เค้าเป็นใคร...

 

 

 

 

 

 

 

 

ใคร...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

ฝันร้าย

 

 

 

มันเป็นแค่ฝันร้าย

 

 

 

 

 

รีบๆตื่นขึ้นมาสิ..

 

 

 

 

 

 

รีบๆตื่นขึ้นมา โดคยองซู

 

 

 

 

 

 

ดวงตากลมค่อยๆลืมตาขึ้นมาช้าๆก่อนจะมองไปรอบๆ... ม่านสีขาวพริ้วสไหวบวกกับลมหนาวที่พัดเข้ามา

 

 

 

 

เมื่อคืนมันเป็นแค่ฝันใช่ไหม ...

 

 

 

 

มันไม่ใช่เรื่องจริงใช่ไหม ?

 

 

 

 

 

คิดแค่นั้นน้ำตาก็เอ่อล้นเต็มดวงตาโตทันที มือเรียวยกขึ้นมาก่อนจะปาดน้ำตาเบาๆ ดวงตาที่บวมวมแดงเป็นตัวบ่งบอกเลยว่าเค้าผ่านการร้องไห้มาหลายต่อหลายครั้ง เพียงแค่ขยับตัวก็ทำให้เจ็บไปทั่วร่าง...

 

 

 

 

 

     ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ทุกการกระทำที่เค้าได้รับ ทุกสัมผัส ทุกคำพูด...มันจดลึกอยู่ในความทรงจำที่ไม่อาจลบออกไปได้ ราวกับตราบาปที่ฝังลึกอยู่ในตัว ร่องรอยที่เกิดขึ้นจากความเจ็บปวด ทั้งทางร่างกาย และทางจิตใจในตอนนี้...ทำยังไงมันก็ลบออกไปไม่ได้แล้ว

 

 

 

 

ตื่นแล้วเหรอ ? เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม ...

 

 

 

 

คยองซูตัดสินใจหันไปมอง... เมื่อเค้าเห็นว่าคนตรงหน้าเป็นใครเค้าก็ถึงกับเบิกตากว้าง...

 

 

 

 

 

ทำไม..

 

 

 

 

 

 

 

ทำไมเค้า..

 

 

 

 

 

 

 

ทำไมเค้าถึงมาอยู่ตรงนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นาย   ....................................................คิมจงอิน

 

 

 

 

 

นาย .......................................................โดคยองซู

 

 

 

 

 

 

ไม่จริง

 

 

 

 

 

มันเป็นไปไม่ได้

 

 

 

 

 

 

ผู้ชายเมื่อคืนที่ผม.... เค้าคือดีโอเหรอ ??

 

 

 

 

ผู้ชายคนที่ทำร้ายผม... ทำให้ชีวิตผมเป็นเหมือนฝันร้ายคือผู้ชายคนนี้เหรอ ?

 

 

 

 

ดีโอ... คือ ฉัน.... ฉัน....ขอโทษ จงอินเอ่ยด้วยท่าทีและน้ำเสียงที่เค้าทำอะไรไม่ถูกเพราะเค้าไม่รู้เลยว่าผู้ชายที่เค้าทำร้ายเมื่อคืนคือ...ดีโอ

 

 

 

 

...... เสียงใดตอบกลับมาจากริมฝีปากรูปหัวใจมือเรียวยกขึ้นปาดน้ำตาก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นจากเตียง มือข้างหนึ่งดึงผ้าห่มขึ้นมาห่อตัวเองก่อนอีกมือจะหยิบชุดของตนที่ถูกคนตรงหน้าถอดมันออกอย่างไร้เยื่อใยจนไปกองกระจัดกระจายอยู่ตรงพื้น ขายาวจะก้าวเข้าไปใกล้แต่ก็ถูกเสียงของคนตัวเล็กร้องห้ามเอาไว้ก่อน

 

 

 

 

อย่าเข้ามานะ...

 

 

 

 

ดีโอฉัน... ฉันขอโทษ ฉัน... จงอินถึงกับพูดอะไรไม่ถูก เพราะเค้ารู้ว่าตอนนี้ไม่ว่าจะอธิบายอะไรไป มันก็ลบความผิดไม่ได้แล้ว

 

 

 

 

 

ไม่ต้องพูดอะไร... ฉันไม่อยากฟัง

 

 

 

 

 

เอ่ยแค่นั้นก็รีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำก่อนจะล็อคประตูแน่น คยองซูแนบแผ่นหลังไปกับประตูก่อนจะทรุดลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง

 

 

 

 

 

ทำไม..

 

 

 

 

 

ทำไมถึงเป็นแบบนี้...

 

 

 

 

 

 

ทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับผม...

 

 

 

 

 

ทำไมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม เสียงเล็กตะโกนออกมาอย่างสุดเสียงจนคนที่อยู่อีกด้านหนึ่งของประตูถึงกับสะดุ้งด้วยความตกใจ

 

 

 

 

ดีโอ... ฉันขอโทษ ดีโอ.... ผมไม่รู้จริงๆว่าเป็นเค้า...

 

 

 

 

 

 

ผมไม่รู้จริงๆ

 

 

 

 

 

 

ถ้าผมรู้...

 

 

 

 

 

 

 

ถ้าผมรู้ว่าเป็นดีโอ..

 

 

 

 

 

 

 

ผมไม่มีทางที่จะทำแบบนั้นแน่ๆ...

 

 

 

 

 

 

 

 

ไม่มีทาง...

 

 

 

 

 

 

ไม่มีทางจะทำร้ายเค้าแน่ๆ

 

 

 

 

 

เสียงสะอื้นที่ดังออกมายิ่งทำให้คนที่ยืนอยู่หน้าประตูยืนอยู่อย่างไม่เป็นสุข เอาแต่เดินไปเดินมาพยายามข่มจิตใจที่วิ่งพล่านให้สงบลง แต่ยิ่งเดิน มันก็ยิ่งทำให้เค้ายิ่งร้อนใจ ตอนนี้จงอินแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว เค้าเอาได้แต่เป็นห่วงคนที่อยู่หลังประตูนั้น เพราะเข้าไปตั้งนานก็ยังไม่ยอมออกมาสักที

 

 

 

 

 เค้าตัดสินใจเคาะประตูเบาๆ ก่อนจะเรียกคนข้างในหวังจะให้เค้าขานรับ แต่ก็ไร้เสียงใดๆตอบกลับมา

 

 

 

 

ดีโอ.... ดีโอ แม้แต่เสียงสะอื้นที่ดังอยู่เมื่อกี้ก็เงียบลงไป

 

 

 

 

 

 

เป็นอะไรรึเปล่า ?

 

 

 

 

 

ดีโอ... ดีโอ ตอบฉันหน่อย เมื่อไร้เสียงตอบรับจงอินจึงถอยห่างออกมาจากประตูหวังจะพังเข้าไป แต่ยังไม่ทันที่เค้าจะก้าวขาออกไป ประตูที่ปิดอยู่นานก็เปิดออกมา พร้อมกับร่างของคยองซูที่ในตอนนี้ใส่เสื้อผ้าแต่งตัวเรียบร้อบแล้ว...

 

 

 

 

และเสื้อที่คยองซูใส่ มันก็ทำให้เค้าเข้าใจได้ทันทีเลยว่าทำไมคยองซูถึงได้มาอยู่ที่นี่..

 

 

 

 

เสื้อของคิมมินซอก...

 

 

 

 

 

ดีโอ... ฉัน... ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ร่างบางถอนหายใจยาวก่อนจะเดินไปใส่รองเท้าที่ถูกถอดกระจัดกระจายอยู่ปลายเตียง เมื่อสวมรองเท้าเสร็จเค้าก็เดินผ่านร่างสูงไปโดยที่ไม่คิดจะหันกลับมามองเลยแม้แต่น้อย...มือหนารีบคว้าข้อมือเล็กเอาไว้ก่อนที่เค้าจะเดินพ้นไป ...ร่างบางนั้นไม่มีทีท่าว่าจะหันกลับมามองเค้าเลยแม้แต่น้อย

 

 

 

 

เพราะตอนนี้เค้าไม่อยากจะมองหน้าคนคนนี้...

 

 

 

 

ไม่อยากเห็นหน้า..

 

 

 

 

หรือแม้แต่เข้าใกล้ก็ไม่อยาก

 

 

 

 

ฉันขอโทษ... ฉันรู้ว่านายต้องไม่ยกโทษให้ฉันแน่ แต่ฉันขอโทษฉันไม่ได้ตั้งใจ

 

 

 

.....

 

 

 

 

ฉันขอโทษ...ฉันยอมทำทุกอย่าง ขอแค่นายบอกมา

 

 

 

 

....

 

 

 

 

จะให้ฉันทำอะไรก็ได้... ขอแค่นายบอกฉันมา แต่อย่าเงียบแบบนี้ได้ไหม ?

 

 

 

 

....

 

 

 

 

 

ขอร้องละดีโอ บอกฉันมาฉันยอมทำให้หมดทุกอย่าง...

 

 

 

...

 

 

 

 

ขอแค่นายบอกมา “ปากยังคงพร่ำคำพูดเดิมๆซ้ำไปซ้ำมาหวังจะให้คนตรงหน้ายกดทษให้ ถึงแม้จะดูไม่มีโอกาสเลยก็ตาม

 

 

 

งั้น...

 

 

 

 

.....

 

 

 

 

อย่ามายุ่งกับฉันอีก อย่ามาให้ฉันเห็นหน้า... อย่ามายืนอยู่ตรงหน้าฉัน อย่าแม้แต่มาหายใจรวมกับฉัน... อย่าแม้แต่จะมาใช้อากาศร่วมกัน

 

 

 





 

 

ไปให้พ้นหน้าฉัน...

 

 

 





 

 

คิมจงอิน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

ตอนนี้แบคฮยอนปลอดภัยดีครับ คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ลู่หานเอ่ยกับแม่ของลูกศิษย์เมื่อมาถึงโรงพยาบาล ...เพราะเมื่อคืนเค้าเป็นคนเฝ้าแบคฮยอนทั้งคืน

 

 

 

 

เรื่องมันมีอยู่ว่า

 

 

 

 

ก็มีคนมีเรื่องกันในไนต์คลับของฉัน เห็นว่ามีเด็กคนหนึ่งโดนรุมกระทืบ ฉันเลยให้ รปภ.เข้าไปจัดการก่อนฉันจะพาเด็กคนนี้มาที่โรงพยาบาล ในคลับฉันตอนนั้นมีเด็กโรงเรียนนายเที่ยวอยู่ เค้าก็เลยบอกฉันว่าเด็กคนนี้เป็นเด็กโรงเรียนนาย ฉันก็เลยโทรหานายนี่แหละ อี้ฟานผู้อยู่ในเหตุการณ์และพาแบคฮยอนมาโรงพยาบาลเอ่ยกับผู้เป็นเพื่อนก่อนจะหันไปมองแบคฮยอนที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ ลู่หานที่ถูกปลุกใต้ตื่นขึ้นมากลางดึกหันไปมองทางนักเรียนของตนก่อนจะถอยหายใจเบาๆ

 

 

 

 

เด็กพวกนั้นก็ทำเกินไป ...จะบาดหมางอะไรกันนักหนา คนตัวเล็กถือโอกาสบ่นเล็กๆให้ผู้เป็นเพื่อนฟัง

 

 

 

 

ช่างมันเถอะ...ยังไงฉันก็ฝากนายดูเด็กคนนี้ด้วยนะ เรื่องค่าใช้จ่ายเดี๋ยวฉันจัดการให้เอง หมอบอกว่ามะรืนก็น่าจะกลับได้  ...แล้วผู้ปกครองเด็กฉันว่านายก็โทรไปบอกเค้าหน่อยแล้วกัน แต่ให้เค้ามาเยี่ยมตอนเช้าดีกว่า เพราะตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว

 

 

 

อื้อๆ ขอบใจนายมากนะ...

 

 

 

 

ฉันไปก่อนนะ อี้ฟานเอ่ยก่อนจะเดินออกจากห้องคนไข้ไป ลู่หานถอนหายใจเบาๆก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ข้างเตียงคนไข้ ใบหน้าเล็กๆที่เต็มไปด้วยรอยพกซ้ำจากการชกต่อย จะพูดให้ถูกคือโดยกระทืบต่างหาก

 

 

 

 

ต้องขอบคุณอาจารย์มากนะคะที่ช่วยแบคฮยอนเอาไว้ คุณแม่ใหญ่เอ่ยขอบคุณลู่หานเป็นการใหญ่

 

 

 

 

ไม่ต้องขอบคุณขนาดนั้นหรอกครับ ผมแทบไม่ได้ช่วยอะไรเลย แค่มานอนเฝ้าเท่านั้นแหละครับ คนช่วยจริงๆคือเพื่อนผมหน่ะครับ

 

 

 

 

งั้นก็ฝากขอบคุณเพื่อนของอาจารย์ด้วยนะคะ

 

 

 

 

ได้ครับแล้วเดี๋ยวผมจะบอกให้ ลู่หานเอ่ยพร้อมกับยกยิ้มละมุน คุณแม่ใหญ่เดินเข้าไปหาแบคฮยอนที่พึ่งเสร็จจากการตรวจร่างกายโดยพยาบาล เธอลูบกลุ่มผมนิ่มของลูกชายเบาๆก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอก

 

 

 

 

เรื่องของเด็กสองโรงเรียนนี้มันชักจะบานปลายเกินไปแล้ว

 

 

 

 

แบบนี้ควรจะจัดการอะไรสักอย่าง...

 

 

 

 

เจ็บไหมลูก...โธ่ แบคฮยอนลูกแม่ ทำไมต้องทำกันขนาดนี้ด้วยเนี่ยลูก ดีนะที่ไม่ต้องเข้าเฝือก ดีนะที่แขนขาไม่หัก มือของหญิงมีอายุลูบเบาๆที่ใบหน้าหวานด้วยความห่วงใยแบคฮยอนมองหน้าผู้เป็นแม่ก่อนจะยกมือขึ้นมาทาบทับบนมือนั้นพร้อมกับซุกใบหน้าลงที่มือนั้นอย่างออดอ้อนเหมือนลูกแมวน้อย

 

 

 

 

ผมไม่เป็นอะไรมากแล้วครับ

 

 

 

 

ดีนะที่เพื่อนของอาจารย์ของลูกช่วยเอาไว้ทัน...ไม่งั้นแบคฮยอนของแม่จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้

 

 

 

 

เพื่อนของอาจารย์ลู่หานเหรอ.. ?

 

 

 

 

คนที่ช่วยผม...

 

 

 

 

คนที่ผมเห็นเลือนรางตอนถูกซ้อมปรางตาย

 

 

 

 

คนคนนั้นที่ช่วยผมเอาไว้คือเพื่อนของอาจารย์ลู่หานสินะ

 

 

 

 

   ลู่หานมองไปยังแบคฮยอนที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ เพราะในหัวตอนนี้มันมีคำพูดของอี้ฟานวนเวียนอยู่ในหัวอย่างหาคำตอบไม่ได้ คำพูดของอี้ฟานที่พูดกับเค้าเมื่อพาแบคฮยอนมาส่งโรงพยาบาล...

 

 

 

 

คำพูดเหล่านั้น...

 

 

 

 

มันเป็นปริศนาที่ลู่หานต้องไขให้ออก

 

 

 

 

เหมือนสิ่งล้ำค่าที่อยู่ในหีบรอการไขกุญแจเข้าไป

 

 

 

รอให้ไขเข้าไปพิสูจน์ว่าในนั้นมันมีอะไรอยู่...

 

 

 

 

และในนั้นจะมีในสิ่งที่เราคิดอยู่ในนั้นไหม...

 

 

 

 

ไม่ต้องห่วงนะอี้ฟาน... เรื่องนั้น ฉันจะช่วยนายหาคำตอบมันเอง...














 



 

 

 



#ครบหนึ่งร้อยแล้วค่าาาาา ตอนนี้ถือว่าเป็นตอนที่ยาวพอสมควรเลยทีเดียว

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านมากๆนะคะ

ถ้ารัก ถ้าชอบฟิคเรื่องนี้ ก็ช่วยเม้นให้กำลังใจไรท์ตาดำๆคนนี้ด้วยนะคะ

ตอนต่อไป จะมีจื้อเถาโผล่มาด้วยยยย เมนของไรท์เองงง ฮ่าๆๆ

ยังไงก็ช่วยติดตามกันต่อไปนะคะ แล้วไรท์จะตั้งใจปั่นเพื่อนทุกคนนะคะ


ขอบคุณที่ติดตามค่าาา TT^TT
Minor!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

382 ความคิดเห็น

  1. #370 Ohsehun (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 01:57
    ดึกๆดื่นๆเราจะไม่นอน...จะพยายามไม่ลืมเม้นนะ^^"
    #370
    0
  2. #330 SandDvV (@pusisand9) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2557 / 19:58
    เรื่องมันชักจะไปดันใหญ่และนะ จงอินไมแกทำกับคยองซูอย่างนี้ละ คยองซูเสียใจมากเลยนะTT อี้ฟานนายเปนคนดีมากเยี่ยมๆ555555 อ่านต่อๆมันนนนนส์
    #330
    0
  3. วันที่ 18 พฤษภาคม 2557 / 23:16
    เห้ยชานยอล !!!0.0
    #292
    0
  4. #184 b-byun (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มกราคม 2557 / 13:30
    คิมไค นายมัน.....ฮึ๋ยยยยยย นิสัยไม่ดี (#ไม่อยากจะด่า)

    นี่แกขืนใจคนอื่นทั้งๆที่ไม่ได้ดูหน้านี่นะ ไรว่ะ

    สงสารดีโออ่าาาาาา

    ส่วนแบค โดนรุมตี๊บตลอด แบคมันก็ตัวแค่นั้น

    จะไปสู้อะไรใครได้ล่ะเนี่ย TT^TT
    #184
    0
  5. #106 Zo Aon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 / 20:06
    ไคกับหมิน เป็นไรกัน?
    #106
    0
  6. #80 jiewww (@eaachh) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2556 / 14:05
    มีความรู้สึกเหมือนจงอินกะมินซอกเคยรักกัน แล้วมินซอกทิ้งไป...หรือไม่งั้นก็ มินซอกเคยแย่งแฟนจงอินไป...ไรงี้



    เดาไปเรื่อย 555
    #80
    0
  7. #61 ISPRT KSTMR (@ka-nomwan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2556 / 19:34
    เเล้วไคกับหมินมีเรื่องอะไรกันหว่าาาา -,,,,,,,,-
    #61
    0
  8. #46 Sutthida Denklang Exofan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2556 / 23:53
    อร๊ากกก โด้พูดเด็ดเว่อร์อ่า

    เสี่ยไคน๊าเสี่ยไค ไม่ยอมฟังโด้เลยง่าาาาTT^TT
    #46
    0
  9. #24 Fc Exoo (@beefic) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กันยายน 2556 / 23:27
    เอ๊ ไค กับมิน มีเรื่องค้างคาอะไรกัน 
    #24
    0
  10. #16 Malangzz (@mymalang1127) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2556 / 15:11
    จงอินกับมินซอกเคยผิดใจกันเรื่องไรอ่า

    แล้วทำไมต้องพามาโมเตล แกจะทำอะไร ปิดไฟทำไม

    โดโด้จะเป้นไรรึเปล่าเนี่ย
    #16
    0
  11. #13 lalalr3 (@lalalr) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2556 / 12:32
    จงอินกับมินซอกมีซัมติงอะไรกันนนนนน ไรท์ต่อไวๆน้า
    #13
    0
  12. #12 ScrT๛OuY๏ (@secretauy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2556 / 23:39
    รอออออออออออออ
    รอไรท์มาต่อ
    มันค้างงงงงงงงงง
    #12
    0