Fiction EXO Heart Attack(ChanBaek ,, HunHan ,, Kaido ft.exo)

ตอนที่ 19 : ตอนที่สิบห้า (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,987
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    21 ธ.ค. 56










บางที... คนที่ทำให้เรารู้สึกผูกพันได้.. ก็ไม่จำเป็นจะต้องเป็นคนที่เราเจอหน้าทุกวัน เพราะบางที คนที่เรารู้สึกผูกพัน อาจจะเป็นคน...เราไม่เคยพบเค้าก็ได้ มือเรียวของคิมมินซอก ยกโน๊ตน่ารักขึ้นมาก่อนจะเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว ก่อนจะแปะโน๊ตแนบลงไปที่กำแพงสีขาว ที่เต็มไปด้วยโน๊ตหลากสีสัน โน๊ตทุกใบที่ได้มาโน๊ตที่สีสันแตกต่างกันออกไป แต่ลายมือของคนที่เขียนมามีเพียงลายมือของคนเดิม... คนเดิมที่เค้าไม่รู้ว่าเป็นใคร...

 

 

 

สองปีแล้วนะที่เค้ามักจะได้รับของจากคนคนเดิม... แต่เค้าก็ไม่รู้สักทีว่าคนคนนั้นเป็นใคร จะหาคำตอบที่ไหนก็ไม่แน่ใจ เพราะคนคนนั้นอยู่รอบๆตัวเค้า บางทีก็มีของมาวางให้ที่ห้องเรียน บางทีก็มาที่บ้าน หรือบางทีก็มาที่ร้าน... จะมองว่าคนคนนั้นดูแอบน่ากลัวไปสักนิดก็ว่าได้ เพราะมักจะรู้ไปซะหมดว่าเค้าอยู่ที่ไหน... ลองถามจากเพื่อนๆก็ไม่มีใครรู้สักคน...

 

 

 

 

วันนี้ก็เป็นอีกวันที่เค้ามาอยู่ช่วยงานที่ร้าน เช้าวันอาทิตย์ที่ลูกค้าจะดูหนาตากว่าปกติ

 

 

ขอบคุณครับ โอกาสหน้าเชิญใหม่นะครับ ใบหน้ากลมๆน่ารักเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มสดใส ทำให้ใครต่อใครหลงไหลได้ไม่ยาก

 

ทั้งหมด...สามพันวอนครับ คิดเงินเสร็จก็หยิบขนมปังหอมกรุ่นของลูกค้าขึ้นมาใส่ถุงกระดาษสีหวานน่ารัก ก่อนจะส่งไปให้และรับเงินมาช้าๆ

 

อ้าวนาย เจ้าของแก้มกลมๆเอ่ยก่อนจะยกยิ้มให้ ลูกค้าคนดีได้แต่พยักหน้าเบาๆก้อนจะยิ้มตอบ...

 

สวัสดี

 

นายชื่อคิมจงแดใช่ไหม ?

 

อื้ม...ใช่

 

ไม่เจอกันนานเลยนะ.. เจ้าของปากหยักยกยิ้มอีกครั้งก่อนจะยมือขึ้นมาเกาหัว ท่าทีดูเคอะเขินไม่เป็นปกติ

 

นั่นสินะ... ตอบกลับมาเพียงแค่นั้นก่อนจะรับเงินทอนมาจากคนตรงหน้า ท่าทีดูไม่เป็นตัวของตัวเองของคิมจงแด..ทำให้เค้ากลัว

 

 

กลัวใครบางคนจับได้...ว่าหัวใจของเค้ากำลังเต้นแรง... เมื่อเจอคนตรงหน้า..

 

 

ชานหนุ่มหยิบถุงขนมสีหวานขึ้นมาก่อนจะเดินออกจากร้านไปช้าๆ วันนี้ลูกค้าเยอะจนเจ้าของใบหน้ากลมๆนี้แทบไม่ได้พัก ใบหน้าหวานมองลูกค้าที่ดูบางตาไปบ้างก่อนจะเดินออกมาจัดขนมที่ถูกเลือกกระจัดกระจายไปบ้างให้เข้าที่เข้าทาง

 

มินซอก... เดี๋ยววันนี้แม่ออกไปทำธุระก่อนนะจ๊ะ พอถึงเวลาปิดร้านลูกก็ปิดร้านแล้วกลับบ้านเลยนะ ไม่ต้องรอแม่ ผู้เป็นแม่ที่เดินออกมาจากหลังร้านเอ่ยบอกกับลูกชายก่อนจะจัดการหยิบของใส่กระเป๋าหิ้วใบเล็กๆของเธอ

 

ลูกชายคนดีพยักหน้าเบาๆก่อนจะยกยิ้มให้ผู้เ็ป็นแม่อย่างว่าง่าย

 

ครับ...

 

ผู้เป็นแม่ยิ้มให้ลูกชายก่อนจะเดินออกไป มินซอกมองนาฬิกาข้อมือในมือก่อนจะถอนหายใจเบาๆ อีกตั้งสามชั่วโมงกว่าจะถึงเวลาปิดร้าน

 

 

ทุกๆวันร้านขนมปังหอมกรุ่นร้านนี้จะปิดตอนเวลา สามทุ่ม ดวงตาโตมองออกไปข้างนอกก่อนจะถอนหายใจเบาๆเมื่อเห็นหิมะที่กำลังตกลงมาเป็นปุยฝ้ายบางๆ อากาศที่หนาวอยู่แล้วคงหนาวกว่าเดิม

 

 

ตอนนี้ในร้านมีเพียงคิมมินซอกเพียงคนเดียวเท่านั้น คนที่เดินอยู่ข้างนอกก็ดูบางตาลง เมื่อเหลือบไปดูนาฬิกาก็เห็นว่าเวลาล่วงเลยมาจวนจะถึงเวลาปิดร้าน เจ้าของแก้มกลมๆค่อยๆเดินไปจัดแจงข้างของต่างๆเพื่อเตรียมปิด แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอย่างใจนึก ร่างของใครคนหนึ่งก็เดินเข้ามา ส่งเสียงดังโวยวายจนคิมมินซอกคนนี้ต้องสะดุ้งเฮือก

 

 

ชานหนุ่มร่างสูงใหญ่ ซึ่งเค้าจำได่ดีว่าเป็นใคร คนคนนี้เป็นพวกเด็กเกเรที่ชอมมาหาเรื่องร้านของเค้าอยู่บ่อยๆ เค้ามักจะได้ยินมาจากผู้เป็นแม่เสมอ ไม่คิดว่าจะมาตอนที่เค้าอยู่คนเดียวเลย มินซอกพยายามทำเป็นไม่สนใจ จัดแจงข้าวของไปเรื่อย ร่างสูงโปร่งเดินเข้ามาใกล้ก่อนจะกระชากข้อมมือบางๆขึ้นมา ทำให้คนตัวเล็กกว่า้ต้องหันไปนิ่วหน้าใส่ด้วยท่าทีไม่พอใจ

 

ปล่อยฉัน ถ้าว่างนักก็หันไปทำตัวให้เป็นประโยชน์ของสังคมบ้าง เอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบก่อนจะสะบัดมือที่เกาะกุมตนเองออกด้วยท่าทีไม่ชอบใจ

 

นี่แกคิดว่าตัวเองเป็นใคร ? อย่าลีลาแล้วรีบส่งเองินมาดีกว่า

 

แกไม่มีปัญญาหาเงินเองรึไงถึงได้เที่ยวระรานคนอื่นเค้าแบบนี้

 

แกว่าฉันเหรอ ?

 

ก็ใช่หน่ะสิ หูหนวกรึไง !!! “ ชายหนุ่มร่างสูงกำหมัดด้วยความไม่พอใจก่อนจะเหวี่ยงหมัดเข้าไปที่ใบหน้ากลม ซัดเข้าไปที่มุมปากเข้าอย่างจังจนล้มไปกองอยู่ที่พื้น มองคนที่อยู่ต่ำกว่าด้วยสายตาดั่งผู้ชนะก่อนจะยกเท้าขึ้นหวังจะกระทืบซ้ำหากแต่ยังไม่ทันได้ลงมือ เสียงของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้น

 

จงแด... มินซอกเอ่ยเบาๆก่อนจะถอยกรูออกมา มองดูคิมจงแดและชายคนนั้นต่อสู้กันอยู่ชั่วครู่ ก่อนชายคนนั้นจะสู้ไม่ได้และเลือกที่จะหนีไป...

 

 

คิมจงแดหายใจหอบก่อนจะหันไปมองร่างที่นั่งกองอยู่ที่พื้น ชายหนุ่มก้าวมาใกล้ก่อนจะยื่นมือส่งไปให้เพื่อจะช่วยดึงร่างของอีกคนขึ้น มือเรียวยื่นไปให้อีกคนช้าๆ เพียงมือสัมผัสมือของอีกคน ความเย็นวาบก็แผ่ซ่านเข้า

 

ทำไมมือเย็นขนาดนี้...

 

 

โอ๊ย.. เบาๆสิ มินซอกบ่นอุบเบาๆเมื่อคนตรงหน้าเริ่มลงมือทำแผลให้ มุมปากเล็กๆที่เป็นรอยแตกทำให้คิมจงแดต้องถอนหายใจเบาๆ

 

ทำไมไม่ระวังตัว เอ่ยเหมือนบ่นเล็กๆก่อนจะมองใบหน้ากลมของคนตรงหน้า ก่อนจะระบายรอยยิ้มบางๆ

 

ระวังแล้ว...

 

ถ้าระวังจริงต้องไม่ปล่อยให้ตัวเองโดนต่อยแบบนี้สิ ถึงปากจะยังบ่นแต่ก็ทำแผลให้ต่อไปเรื่อยๆ

 

รู้แล้วน่า... ว่าแต่ทำไมนายมาอยู่แถวนี้ละ เอ่ยถามตาแป๋ว คำถามง่ายๆที่ทำเอาคนตอบเอ่ยอะไรไม่ถูก

 

ก็....เอ่อ.... เจ้าของใบหน้ากลมมองอีกคนอย่างรอคำตอบ หากแต่คนถูกถามกลับทำท่ายึกยัก ไม่คิดจะตอบ เมื่อทำแผลให้เรียบร้อยแล้ว จงแดก็ตั้งท่าจะลุกหนี หากแต่กลับถูกมืออบอุ่นของอีกคนคว้าเอาไว้ ความเย็นที่ส่งมาจากมือหนาทำให้ดวงตากลมหันไปจับจ้องคนที่กำลังหนี

 

ทำไมมือนายเย็นแบบนี้ ?

 

มือเย็นๆที่บ่งบอกว่าคนคนนี้... อยู่ข้างนอกตลอดหลายชั่วโมงหลังจากที่ซื้อขนมจากร้านเค้าไป

 

นายไปทำอะไรทำไมมือเย็นแบบนี้ ? เอ่ยถามคนตรงหน้าอีกครั้ง หากแต่เจ้าตัวกลับไม่คิดจะตอบ...แค่ระบายยิ้มก่อนจะส่ายหน้าไปมาเบาๆ

 

ไม่เป็นไรหรอก เลือกตอบมาไม่ได้ตรงกับคำถามสักนิด

 

ฉันถามนายว่าทำไมมือนายเย็นแบบนี้... ไม่ได้ถามว่าเป็นอะไรรึเปล่า เจ้าของใบหน้ากลมเริ่มขมวดคิ้วเล็กๆกับคนที่ยังคนระบายยิ้ม ...หมดหนทางจะเค้นจริงๆ คิมจงแด...

 

งั้นเดี๋ยวฉันปรับฮิตเตอร์ให้อุ่นกว่านี้หน่อยละกัน... ว่าแต่รีโมทมันอยู่ไหนนะ บ่นอุบไปมาก่อนจะสอดส่องสายตามองหารีโมทฮิตเตอร์

 

นายเอาวางไว้ตรงไหน เดี๋ยวฉันไปหยิบให้ก็ได้

 

น่าจะอยู่ตรงหลังเค้าเตอร์... งั้นนายไปหยิบรีโมท เดี๋ยวฉันไปหาอะไรอุ่นๆมาให้นายดื่มแล้วกัน เอ่ยจบทั้งคู่ก็แยกย้ายไป มินซอกเดินไปหยิบนมร้อนๆจากในครัวของร้านก่อนจะเดินออกมายังม้านั่งตัวเดิม หากแต่อีกคนยังคงง่วนอยู่กับการหารีโมท เค้าวางนมอุ่นๆลงก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นกระเป๋าของคิมจงแดที่เปิดอยู่...

 

 

ของที่อยู่ในกระเป๋ามันคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก มือเรียวล้วงเข้าไปในกระเป๋าเป้สีเข้มก่อนจะหยิบกล่องของขวัญสีหวานออกมาอย่างถือวิสาสะ

 

สิ่งที่ทำให้เค้าหยิบออกมาไม่ใช่เพราะกล่องของขวัญกล่องนี้ หากแต่เป็น โน็ตสีหวานใบเล็กๆที่แปะอยู่บนกล่อง

 

โน๊ตสีหวาน...

 

กับลายมือของใครสักคนที่คุ้นตา...

 

...หรือว่า...

 

 

คนที่คอยส่งของให้เค้า...

 

 

คนที่คอยทำเรื่องดีๆให้เค้าจะเป็น...

 

 

 

คิมจงแด...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เจ็บปวดทุกครั้ง... เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ได้แค่มอง... จับต้อง สัมผัสไม่ได้ เจอแบบนี้มาเป็นปี แต่ทำยังไง ใจมันก็ไม่เคยชิน แทนที่จะพาตัวเองเดินหนีไปให้พ้นจากความเจ็บปวดตรงนี้ แต่ก็ยังโง่งมงาย ทำเรื่องโง่ๆให้ตัวเองเจ็บซ้ำซาก ตั้งแต่วันที่เกิดเรื่องวันนั้น ฮวางจื่อเทาคนนี้ก็ไม่ได้มาที่นี่อีกเลย

 

 

ที่่ร้านกาแฟโปรด...

 

 

ที่มันเป็นที่โปรด เพราะมีใครคนนั้นอยู่ ... คิมจุนมยอน  

 

ตอนนี้หิมะกำลังโปรดปราย... อากาศหนาวจนหายใจไม่สะดวก ถ้าเข้าไปหลบในร้านกาแฟ ดื่มกาแฟอุ่นๆสักแก้ว ก็คงช่วยให้ร่างกายอบอุ่นอยู่ไม่น้อย หากแต่...เค้าเลือกที่จะยืนอยู่ตรงนี้ เลือกที่จะยืนมองคนที่เค้ารักหมดหัวใจจากมุมนี้ที่ไม่มีใครเห็น มุมนี้ที่คนคนนั้นไม่สามารถเห็นเค้าได้ เหมือนที่มักจะทำอยู่ตลอด...เหมือนที่ทำอยู่ร่ำไป

 

ไม่กล้า... ไม่กล้าพอที่จะเข้า

 

เพราะกลัวใจตัวเอง...

 

 

 

กลัวหัวใจมันจะได้รับบาดเจ็บไปกว่านี้...

 

 

 

ยังไม่อยากให้มันแหลกสะลายไปตอนนี้... ร่างโปร่งของเด็กหนุ่มยืนพิงรถคันหรูก่อนจะระบายยิ้มออกมาอย่างเลื่อนลอย มองคนที่อยู่ในร้านที่เค้ามองได้จากตรงนี้อย่างมีความสุข

 

 

ทั้งๆที่คนข้างในนั้นกำลังมีความสุข... มีความสุขกับ สามี ของเค้า...

 

 

แต่ทำไมฮวางจื่อเทาคนนี้ถึงได้เจ็บปวดขนาดนี้นะ เมื่อเห็นคนที่เรารักมีความสุขผมก็ควรจะดีใจไม่ใช่เหรอ แต่ทำไมมันกลับรู้สึกเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก มือทั้งสองข้างยกขึ้นกอดตัวเองเอาไว้หลวมๆ เสื้อโคทตัวนี้ เสื้อที่เค้ากำลังสวมใส่... อีกคนจะจำได้ไหม ว่าเป็นคนที่ซื้อให้เค้า เสื้อที่แสนอบอุ่น... แต่ทำไมกลับรู้สึกหนาวเหน็บที่ขั้วหัวใจ...

 

 

รอบกายเป็นถนนสีขาวไปโดยที่เค้าไม่ทันได้สังเกตุ ไม่รู้ว่ายืนอยู่ตรงนี้นานเท่าไหร่แล้ว... แต่รู้ตัวอีกที ถนนรอบข้างก็เปลี่ยนเป็นสีขาวโพนเพราะหิมะไปแล้ว

 

 

ยืนอยู่ตรงนั้น... ยืนมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มที่ออกมาจากคนไร้ความหวัง... ไม่ที่ทางทวงความรักในอดีตคืนมา เมื่ออีกฝ่ายไม่ได้เลือกเค้า...

 

 

 

 

 

นายคิดจะยืนอยู่รงนี้อีกนานไปอีกนานแค่ไหน เสียงทุ้มต่ำของใครบางคนเอ่ยขึ้นมาจากด้านหลังของเค้า เสียงของคนที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเค้าไม่ต่างจากคนที่อยู่ข้างในร้านกาแฟนั่น... จื่อเทาหลุดจากภวังค์ความคิดก่อนจะหันไปมองทางต้นเสียง ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดโคทสีดำดูสง่าก้าวมาหยุดอยู่ตรงหน้าเค้าก่อนจะถอนหายใจเบาๆ...

 

 

พี่...เอ่อ... คุณอี้ฟาน จื่อเทาเอ่ยเรียกอีกคนด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาก่อนจะหลบสายตาของอีกคนที่จ้องมองมา แววตาที่เจ็บปวด...

 

สรุปว่านายก็ยังไม่ตัดใจจากคิมจุนมยอนใช่ไหม ? ท่าทีนิ่งเฉยที่ไม่ยอมตอบของร่างโปร่ง มันเหมือนกับมีดแหลมคมที่ทิ่มแทงลงมาที่กลางหัวใจของอู๋อี้ฟานคนนี้...

 

 

คนที่เค้ารัก... รักมาตลอด

 

 

 

ให้อะไรไป...ก็ไม่เคยได้อะไรตอบแทน รวมถึง...ความรักที่ให้ไป ทำยังไงก็ไม่ได้กลับมา...

 

ตอบฉัน... ไม่ได้ใช้น้ำเสียงกระโชกโฮกฮาก หากแต่กลับทำให้อีกคนรับรู้ได้ดีว่าอู๋อี้ฟานคนนี้กำลังโกรธ...

 

 

ไหนนายเคยบอกว่า... จะเป็นเจ้าสาวของฉัน อี้ฟานเอ่ยท้วงคำมั่นสัญญาในอดีตขึ้นมาอีกครั้ง..

 

มันก็แค่เรื่องตอนเด็ก

 

 

แต่ฉัน...ไม่เคยลืม พูดเรื่องที่เอามาเป็นหลักประกันอะไรไม่ได้... พูดแต่เรืื่องนี้ นั่นเพราะ..อู๋อี้ฟานคนนี้ไม่รู้... ไม่รู้จริงๆว่าควรทำยังไงถึงจะรั้งฮวางจื่อเทาคนนี้เอาไว้ได้...

 

 

 

ถึงจะใช้ข้อเสนอโง่ๆแบบนั้นเค้าก็ยอม... ยกเรื่องสัญญาที่เด็กคนหนึ่งพูดโดยไม่ทันคิดขึ้นมาเป็นข้ออ้าง...รู้ทั้งรู้ว่ารั้งเอาไว้ไม่ได้แต่ก็จะยังทำแบบนี้ต่อไป...

 

 

 

แต่ผม... ลืมมันไปแล้ว เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสบตาดวงตาคมของอีกคนอย่างไม่คิดจะหนี...ดวงตาของทั้งคู่ที่เต็บไปด้วยความเจ็บปวด และ น้ำตา...

 

 

ฉันจะไปจัดการทำเรื่องนี้ให้ทันถูกต้อง...

 

นี่คุณ..

 

ฉันคงไม่จำเป็นต้องฟังคำตอบตกลงจากนายหรอกฮวางจื่อเทา... เพราะฉันขอยึดคำพูดจากฮวางจื่อเทาเด็กน้อยห้าขวบคนนั้นที่พูดกับฉัน ...ไม่ใช่ยึดคำพูดของนายในตอนนี้

 

นี่คุณคิดจะทำบ้าอะไร !!!! “

 

 

นายคงเข้าใจฉันนะ.... เพราะคนเรามักจะทำเรื่องบ้าๆได้เสมอ... เมื่อถึงเวลาที่กลัวว่าตนเองจะเสีย ของรัก ไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

... ดวงตาโตของปาร์กชานยอลทอดสายตาไปยังระเบียงด้านนอกที่ถ่ายทอดวิวสวยงามของท่าเรือแวนคูเวอร์ ระบายรอยยิ้มบางๆก่อนจะก้มลงมองเจ้าของร่างเล็กๆที่นอนหนุนตักเค้าหลับไปได้สักพัก เผลอหลับกลางวันไปในขณะที่อ่านหนังสืออยู่ มือหนาคว้าหนังสือเล่มหนาที่มือเรียวถือไว้หลวมๆ จัดแจงวางไว้บนโต๊ะก่อนจะหันกลับมามองคนรักอีกครั้ง

 

 

มือหนายกขึ้นเกี่ยไรผมสีอ่อนที่ปกคลุมใบหน้าหวานออกเบาๆก่อนจะระบายยิ้มขึ้นมาอย่างอ่อนโยน ตอนนี้พวกเค้าทั้งคู่ผ่านช่วงแย่ๆมาแล้ว ตอนนี้จะต้องเจอแต่เรื่องดีดี แต่มันก็ยังไม่ใช่ว่าจะโล่งไปซะหมด เพราะปาร์กชานยอลยังมีเรื่องที่ต้องคิดหนักอยู่

 

 

 

เรื่องของอู๋อี้ฟาน... พี่ชายที่ออกตัวกีดกันเค้ากับแบคฮยอนมาตั้งแต่แรก...

 

 

จะทำยังให้พี่ชายใจร้ายคนนั้นยอมรับ... มือหนาเลื่อนไปกุมมือเล็กของอีกคนก่อนจะบีบเบาๆ ยกขึ้นมาจูบเบาๆอีกครั้ง ลอบยิ้มอยู่คนเดียวอย่างมีความสุข...

 

 

ตัวฉันในตอนนี้... มีแค่นายอยู่ใกล้ๆ ก็มีความสุขมากๆแล้วนะ พร่ำเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกที่เต็มเปี่ยม แม้อีกฝ่ายจะไม่ได้ยินก็ตาม

 

 

 

 

 

 

จนเวลาล่วงเลยไปคนถึงมื้อเย็น ร่างเล็กๆของพยอนแบคฮยอนก็เริ่มดิ้นไปดิ้นมาก่อนจะลืมตาขึ้นมามองคนรักที่กำลังจ้องมองมาที่เค้า..

 

 

งื้ออออ... ชานยอลลลล ดวงตารีลืมๆขึ้นมาก่อนจะเอ่ยเรียกคนรักด้วยท่าทีงัวเงีย

 

หือ... ว่าไง ? หิวรึยัง ?

 

หิวแล้ว.... เอ่ยโดยที่ยังไม่ยอมลุกขึ้นมานั่งดีๆจนชานยอลต้องทำการดึงร่างเล็กๆขึ้นมานั่งก่อนมือหนาจะจัดทรงผมให้กลุ่มผมสีอ่อนตรงหน้า...

 

หิวแล้วก็ออกไปหาอะไรกินกันนะ...

 

อื้อ...

 

งั้น รอตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวฉันไปหยิบเสื้อโคทให้ ปาร์กชานยอลเอ่ยก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องนอนพร้อมกับหยิบเสื้อดคทตัวหนาและผ้าพันคอผืนใหญ่มาให้ จัดการจับพยอนแบคฮยอนแต่งตัวจนเหมือนตุ๊กตาหิมะ

 

 

 

 

 

 

งื้ออออ ชานยอลอ่า ผ้าพันคอผืนใหญ่จนแทบจะปิดตาฉันแล้วนะ แอบบ่นเล็กๆเมื่อผ้าพันคอพันขึ้นมาจนถึงครึ่งใบหน้า ร่างสูงระบายรอยยิ้มน้อยๆก่อนจะหันไปมองคนรักที่เดินจับมือมาด้วยกัน

 

 

แบบนี้แหละจะได้อุ่น...วันนี้อากาศหนาวมากเลยนะ

 

งื้ออออ...ไม่เอาผ้าพันคอแล้ว มองไม่เห็นทาง งอแงเป็นเด็กจนปาร์กชานยอลต้องส่ายหัวเบาๆ ชานยอลจัดการเลื่อนกระชับผ้าพันคอไม่ให้บังหน้าบังตาคนรักก่อนจะก้มลงมองอีกครั้ง

 

แบบนี้ก็ไม่บังหน้าบังตาแล้วนะ

 

อื้อ คนตัวเล็กกว่าระบายยิ้มออกมาบางๆก่อนจะเดินไปตามแรงดึงของอีกคนเช่นเดิม

 

แบคฮยอนอยากกินอะไร ?

 

อยากกินพิซซ่าถาดใหญ่ๆ

 

ไม่กลวอ้วนเหรอ ?

 

ไม่กลัว.. ทำไม ถ้าฉันอ้วนนายจะไม่รักฉันแล้วรึไง ? เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแอบไม่พอใจ ทำเอาคนตัวโตหัวเราะร่วน

 

เปล่าๆ ...รักสิยังไงก็รักเหมือนเดิมนั่นแหละ

 

ต่อให้ฉันไม่เหมือนตอนนี้... ก็ยังจะรักใช่ไหม ?

 

รักสิ...แบคฮยอนเป็นยังไงฉันก็จะยังรักเหมือนเดิม ระบายรอยยิ้มออกมาอย่างเคยชิน...

 

 

ไม่ว่ายังไง... ปาร์กชานยอลก็ยังจะรัก พยอนแบคฮยอนคนนี้ไม่เปลี่ยนแปลง...

 

 

 

 

 

 

 

ปรี๊นนนนนนนนนนนนนนนนน...

 

 

 

 

 

 

แบคฮยอนระวังงงงงงงงงงงงงงง

 

 

 

 

 

เอี๊ยดดดด

 

 

 

 

 

 

 

โครมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม !!!!!!








 

แบคฮยอน...อย่าพึ่งเป็นอะไรนะ แบคฮยอน...แบคฮยอน
เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมาอย่างโรยแรงพร้อมกับพาร่างที่สะบักสบอมของตนเองเดินมายืนอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน หลังจากที่เกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด ที่มีรถยนต์เสียหลักพุ่งเข้ามาหาทั้งคู่ตอนที่กำลังทำการรอสัญญาณไฟเพื่อข้ามถนน
ทำให้พยอนแบคฮยอนต้องถูกหามเข้าสู้ห้องฉุกเฉิน ส่วนชานยอลก็ได้รับบาดเจ็บแผลเต็มตัว
หากแต่มันก็คงไม่หนักเท่ากับที่คนรักเจอ

 

คุณค่ะไปทำแผลก่อนนะคะ นางพยาบาลคนหนึ่งที่พยายามร่ำรองขอให้เค้าไป
ทำแผล เดินเข้ามาหาชานยอลเป็นรอบที่สาม เพราะตั้งแต่ที่มาถึงโรงพยาบาล ชานยอลก็เอาแต่ยืนอยู่หน้าห้อง
ฉุกเฉิน ไม่ยอมไปไหน เพราะความเป็นห่วงที่มันทำให้เค้าไม่เป็นอันทำอะไร
ความเป็นห่วงที่กำลังบีบหัวใจให้หายใจแทบไม่สะดวก

 

 

ร่างทั้งร่างค่อยๆทรุดลงพื้นอย่างรวดเร็วเพราะความเหนื่อยแรงและแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามา
ร่างสูงสลบนิ่งไป บุรุษพยาบาลหลายคนรีบพาเข้าไปยังห้องพักฟื้นทันที

 

 

เวลาล่วงเลยไปหลายชั่วโมง กว่าปาร์กชานยอลจะฟื้นขึ้นมา เค้าตื่นขึ้นมาอีกทีตัวเองก็นอนอยู่บนเตียงคนไข้
เสื้อผ้าของเค้าถูกเปลี่ยนมาเป็นชุดของโรงพยาบาล แผลตามเนื้อตามตัวที่เกิดจากอุบัติเหตุก็ได้ทำแผลเรียบร้อยแล้ว
ใบหน้าหล่อมองไปรอบๆด้วยความสงสัยมากมาย..

 

 

แบคฮยอน.. แบคฮยอนอยู่ที่ไหน

 

 

ตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาสิ่งแรกที่เค้านึกถึงก็คือคนรัก...

 

 

 

 

หมอครับ...แบคฮยอนเป็นไงบ้างครับ
ชานยอลเอ่ยถามคุณหมอที่ยืนอยู่ข้างๆด้วยท่าทีร้อนรนพร้อมกับเขย่าแขนคุณหมอในชุดกราวสีขาวไม่หยุด ดวงตาโตก็จับจ้องมองไปที่คนรักด้วยแววตาราวกับจะขาดใจ คนรักที่ยังไม่ฟื้นขึ้นมาทำให้คนคนนี้ใจไม่ดี...

 

ทำไมเค้ายังไม่ฟื้นอีกครับ

 

คุณหมอวัยกลางคนแสดงสีหน้าหนักใจก่อนจะถอนหายใจเบาๆ ท่าทีที่ดูลำบากใจของคนเป็นหมอยิ่งทำให้ปาร์กชานยอลใจไม่ดี

 

คือ... ตอนนี้คนไข้...

เอ่ยมาถึงแค่นั้นก็หยุดพูดไปอีก... คนรอฟังคนนี้หัวใจกระตุกไหวเหมือนรับรู้ถึงลางไม่ดีที่กำลังจะถูกส่งออกมาจากคุณหมอ
ปาร์กชานยอลกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนจะกำเสื้อของคุณหมอแน่นขึ้นด้วยท่าทีตึงเครียด...


 

 

คนไข้ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุ....

 

...

 

 

 

 

 

ตอนที่เกิดเหตุคนไช้ถูกชนเข้าเต็มๆ ทำให้กระแทกเข้ากับกระจกหน้ารถเข้าอย่างจัง..

 

...

 

 

 

 

 

 

 

ส่งผลให้ดวงตาของคนไข้...

 

...

 

 

 

 

ได้รับผลกระทบในการมองเห็น... ตอนนี้ึคนไข้ก็ไม่ต่างอะไรกับ... คนตาบอด ครับ “  

 

...

 

 

 

 

 

ตาบอด..

 

 

 

 

 

คำพูดที่เอ่ยออกมาของผู้เป็นหมอทำเอาร่างสูงรู้สึกราวกับถูกตรึงด้วยหมุดขนาดใหญ่ที่ตอกลงกลางใจ... มือทั้งสองข้างถูกทิ้งลงข้างลำตัวอย่างไร้เรี่ยวแรง ดวงตาที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตาหันไปมองคนรักที่ยังคนนอนไร้สติอยู่บนเตียงอย่างไร้เรี่ยวแรง... ภาพต่างๆของคนรักของเค้ามันวิ่งเข้ามาในหัวมากมาย

 

 

ต่อให้ฉันไม่เหมือนตอนนี้... ก็ยังจะรักใช่ไหม ?

 

รักสิ...แบคฮยอนเป็นยังไงฉันก็จะยังรักเหมือนเดิม

 

 

 

 

ประโยคที่ถูกเอ่ยไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงนี้วนเข้ามาในหัวเค้าในทันที.... ทำไมต้องมาถามคำถามอะไรแบบนี้...
ทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้ รึว่าคนบนฟ้าอยากพิสูจน์คำพูดของปาร์กชานยอลคนนี้ ว่าจะรัก อย่างที่พูดไหม...
มือหนาเอื้อมไปกอบกุมมือเล็กๆของคนรักก่อนจะยกมันขึ้นมาช้าๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หน้าโรงเรียนมัธยมชื่อดัง เผยให้เห็นร่างของเด็กหนุ่มร่างสูงที่กำลังยืนรอบางใครบางคนอย่างใจจดใจจ่อ
ใบหน้าหล่อมองไปยังประตูโรงเรียนครั้งแล้วครั้งเล่า คนที่เดินออกมาก็ไม่ใช่คนที่เค้ารอสักมทีมือหนายกขึ้นมามองกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มก่อนจะลอบยิ้มอย่าง
อดไม่ได้เค้าสอดกล่องกำมะหยี่สีเข้มกลับเข้าไปไว้ในกระเป๋าเสื้อโคทตัวหนาอีกครั้งก่อนจะหันไปจับจ้องที่หนาประตูต่อ... ไม่นานนักคนที่เค้ารอคอยก็เดินออกมาด้วยท่าทีรีบร้อน วิ่งเข้ามาหาเค้าก็จะมาหยุดอยู่ตรงหน้าพรางหายใจหอบ
บ่งบอกให้รู้ในทันทีว่าคนคนนี้รีบวิ่งมาขนาดไหน..

 

ขอโทษทีที่มาช้า....พอดีว่าจู่ๆก็ถูกผู้อำนวยการเรียกเข้าไปพบด่วนหน่ะ ร่างบอบบางเอ่ยกับเด็กหนุ่มตรงหน้า คนอายุน้อยกว่าได้แต่ระบายรอยยิ้มบางๆอย่างไม่ถือโทษก่อนจะเอื้อมมือไปกอบกุมมือเรียวของคนตรงหน้าเบาๆ

 

ไม่เป็นไรครับอาจารย์ลู่หาน“ ร่างบอบบางได้แต่เสหลบสายตาคมของคนตรงหน้าก่อนจะเผลอกัดปากก้มหน้างุด
ด้วยท่าทีเขินอาย

 

เราไปหาอะไรทานกันนะครับ เอ่ยก่อนจะเริ่มก้าวเท้าเดิน จูงมืออีกคนให้เดินตามมาด้วยแรงเพียงน้อยนิด
ทั้งคู่เลือกมาหามื้อเย็นทานในห้างสรรพสินค้าหรูกลางกรุงโซล ดวงหน้าหวานเอาแต่หลบสายตาของอีกคนอย่างจงใจ
เพราะนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่ได้มาทานข้าวด้วยกันข้างนอกหลังจากที่ความสัมพันธ์ของพวกเค้าได้พัฒนาไปอีกขั้น
หนึ่ง...

 

 

 

ทำลายกำแพงของ นักเรียน และ อาจารย์...

 

 

ผันไปเป็นคนรัก...

 

 

 

อาจารย์อยากทานอะไรครับ ?

หันไปถามคนข้างที่เอาแต่เงียบมาตลอดทาง... ร่างบอบบางมองร้านอาหารที่ตั้งอยู่รายรอบก่อนคิ้วเรียวจะขมวดเล็กๆอย่างใช้ความคิด
ก่อนมืออีกข้างที่เป็นอิสระไม่ได้ถูกกุมเอาไว้จะยกขึ้นมาและชี้ไปยังร้านอาหารอิตาเลี่ยนที่อยู่ถัดไปไม่ไกล


 

ร้านนั้นไหม ?

 เอ่ยเหมือนถามความคิดเห็นจากอีกคน
เด็กหนุ่มพยักหน้าเบาๆก่อนจะปล่อยให้ร่างบอบบางเป็นฝ่ายจูงมือเค้าไปในร้าน
ทั้งคู่เดินตามพนักงานเข้ามาจนมาถึงที่นั่งที่อยู่ด้านในสุดที่วางอยู่เพียงโต๊ะเดียว มุมที่ดูเงียบๆและเป็นส่วนตัว
ทั้งคูาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้นิ่มก่อนลู่หานจะระบายรอยยิ้มบางๆ มองไปรอบๆอย่างพึงพอใจกับบรรยากาศที่สบายตา

 

ทั้งคู่จัดการสั่งอาหารไปหลายอย่าง เมื่อพนักงานเดินไป ความเงียบก็เข้ามาครอบคลุมทั้งคู่อีกครั้ง
ลู่หานรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะกดเข้าไปดูนู้นนี่ไปเรื่อย นั่นเพราะเค้าเขินที่จะต้องมองคนข้างหน้าหน่ะสิ
เซฮุนมองคนอายุมากกว่าก่อนจะยื่นมือออกไปบังหน้าจอโทรศัพท์เครื่องกระทัดรัดเอาไว้ทำให้คนที่กำลังเล่นเกมส์อยู่
ต้องเงยหน้าขึ้นมามองอีกฝ่ายอย่างเลี่ยงไม่ได้

 

เกมส์มันน่าสนใจกว่าผมอีกเหรอครับ ?

แกล้งถามไปก่อนจะยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้ทำเอาหัวใจดวงน้อยๆของอีกคนแถบหลุดออกมาอยู่ข้างนอกกลีบปากบาง
เม้มหลวมๆก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ

 

 

เปล่า...

 

 

งั้นทำไมไม่คุยกับผมเลยละครับ... ?

เอ่ยถามด้วยท่าทีทะเล้นก่อนจะลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูงแล้วเดินอ้อมไปนั่งกับร่างบางอีกฝ่ายได้แต่ถอนหนีจนไปติด
กำแพงก่อนจะมองเด็กหนุ่มตัวโตที่เอาแต่ลอบยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

 

กลัวผมเหรอ ?

 

 

 

เปล่า... ไม่ใช่สักหน่อย

ตอบสวนขึ้นมาทันควันก่อนจะเสมองไปทางอื่นอีกครั้ง... เซฮุนมองดวงหน้าหวานของคนข้างๆก่อนจะกดจมูกลงไปที่แก้มเนียนแรงๆครั้งนึงอย่างจงใจไ่ม่วายให้คนอายุมากกว่า
ต้องหันมาค้อนวงใหญ่ให้

 

เซฮุน !!! “ ได้แต่เอ่ยเสียงดังก่อนจะฟาดเข้าไปที่แขนของอีกคนจังๆ

 

โอ๊ย... ผมเจ็บนะ บนอุบก่อนจะทำหน้าตาราวกับเจ็บปวดเจียนตายจนคนลงมือไปเต็มแรงเริ่มรู้สึกไม่ดี

 

ขอโทษ.. ไปโดนแผลตอนรถชนเหรอ ? เป็นไงบ้าง ? ยังไม่หายอีกเหรอ ?

ร่างบอบบางก้มลงไปใกล้เพราะความเป็นห่วง เด็กตัวโตได้แต่ลอบยิ้มเพราะแกล้งคนตรงหน้าได้สำเร็จก่อนจะหันหน้าไปจุมพิตลงที่ริมฝีปากสีหวานของคนอายุมาก
กว่าเบาๆ

 

 

เพียงแค่จุมพิตเบาๆก่อนจะถอนริมฝีปากออกแล้วยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
ทำเอาลู่หานถึงกับเขินจนปิดไม่มิด ฟาดเข้าไปอีกป๊าบ

 

 

 

นายนี่มันจริงๆเลยนะ... ร้ายที่สุด

 

 

 

 

 

 

 

ผมร้ายแบบนี้...แล้วรักไหมล่ะครับ ?

 

 

 

 

 

เอาแล้วไง... อย่ายิ้มแบบนี้สิ รู้ไหมใจมันเต้นนะโอเซฮุน...
เด็กหนุ่มระบายรอยยิ้มก่อนจะกดจมูกลงไปหอมแก้มคนตรงหน้าอีกครั้ง พวงแก้มเนียนขึ้นสีระเรื่ออย่างไม่ต้องหาสาเหตุ จนใบหน้าหวานต้องหันหนีไปอีกข้าง
เพราะใบหน้าทั้งหน้ามันแดงจนปิดไม่มิดแล้ว

 

 

 

อาจารย์ครับ... หันมามองผมหน่อยสิ เซฮุนเอ่ยเบาๆ คนอายุมากกว่าได้แต่นั่งนิ่งก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ

 

ไม่เอา...

 

 

หันมามองผมหน่อยนะ

 

...

 

 

 

 

หันมามองผมหน่อยนะครับ นะครับๆ เสียงออดอ้อนที่น่ารักมันก็ทำให้คนตรงนี้ต้องใจอ่อนขึ้นมา
ดวงหน้าหวานหันไปหาเด็กหนุ่มตามที่ถูกร้องขอ เมื่อหันกลับไปโอเซฮุนก็ลงไปนั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้น
เรียกความสงสัยให้ฝุดขึ้นมาบนดวงหน้าหวานได้ไม่น้อย

 

 

กำลังจะเอ่ยถามด้วยความสงสัยที่ล้นปรี่ แต่ก็ถูกกล่องกำมะหยี่สีเข้มที่คนตรงหน้ากำลังหยิบออกมาดึงความสนใจไป...
มือหนาของเด็กหนุ่มค่อยๆเปิดกล่องกำมะหยี่ออก เผยให้เห็นแหวนสีเงินวงเรียบ
โอเซฮุนได้แต่ยิ้มอยู่อย่างนั้นก่อนจะเกาหัวเบาๆแก้เขินก่อนจะกระเอมเสียงสองสามครั้ง และตัดสินใจเอ่ยบางสิ่งบางอย่างในใจออกมาด้วยความมาดมั่น...

 

 

 

ผมอาจจะยังไม่โตพอที่จะดูแลใครสักคน อาจจะยังมีเรื่องหลายเรื่องที่ต้องเรียนรู้
แน่นอนครับว่าผมไม่ใช่ผู้ชายที่ดีที่สุดในโลก... แต่ถ้าหากคนที่อยู่ข้างๆผมคืออาจารย์ลู่หาน
ผมสัญญา... สัญญา ว่าผมจะดูแลให้ดีที่สุด



 

 

...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ได้โปรด.... แต่งงานกับผมนะครับ “  

 

 

 

 

 

ดวงตาดุจกวางจ้องมองไปยังเด็กหนุ่มตรงหน้าก่อนจะเผยรอยยิ้มบางๆที่มุมปาก คนตรงหน้าอายุน้อยกว่าเค้าหลายปี
แต่เด็กคนนี้ก็พยายามทุกอย่าง พยายามทำอะไรต่างๆให้เค้า
จนบางทีคนอายุเท่าเค้าก็ไม่จำเป็นต้องมาแบกรับอะไรแบบนี้ด้วยซ้ำ มือเรียวยื่นไปหาคนตรงหน้าช้าๆ...

 

 

 

ถ้างั้น... ก็สวมแหวนให้ฉันสิ เด็กหนุ่มมองคนตรงหน้าก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง รีบสวมแหวนให้ด้วยท่าทีเต็มตื้น
ก่อนจะโผเข้ากอดร่างบอบบางเอาไว้แน่น เด็กหนุ่มดีใจจนปิดเอาไว้ไม่มิด
ร่างสูงดันร่างบอบบางออกก่อนจะยกมือขึ้นมาเกี่ยแก้มนวลเนียนอย่างแผ่วเบาหัวเราะออกมาน้อยๆดวงแววตาที่เต็มตื้น

 

เหมือนฝันไปเลย เอ่ยออกมาราวกัยกำลังพร่ำเพ้ออย่างล่องลอย เรียกรอยยิ้มหวานๆจากคนตรงหน้าได้เป็นอย่างดี

 

 

ในตอนนี้ผมไม่ต้องการใครแล้ว...

 

 

ไม่ต้องการอะไรแล้ว...

 

 

แค่มีโอเซฮุนคนนี้อยู่ข้างๆผม ก็พอ....

 

 

ในระหว่างที่ทั้งคู่กำลังดื่มด่ำกับมื้อเย็นที่ดำเนินไปด้วยความเปรมปรี ไม่นานโทรศัพทเครื่องสะอาดตาก็ดังขึ้นขัดบรรยากาศหวาน โอเซฮุนล้วงดทรศัพท์เครื่องกระทัดรัดออกมาจากกระเป๋ากางเกงก่อนจะ คิ้วเข้มขมวดปมน้อยๆเพราะเบอร์ที่แสดงอยู่เป็นเบอร์ส่วนตัว นิ้วเรียวกดรับสายก่อนจะกรอกเสียงลงไปช้าๆ

 

 

ยอโบเซโย

 

 

/เซฮุน... /

 

 

 

ชานยอล ?

เซฮุนเอ่ยด้วยน้ำเีสียงแปลกใจที่จู่ๆเพื่อนตัวดีโทรมาในเวลานี้
ไม่ใช่ว่าตอนนี้อยู่ที่แวนคูเวอร์กับแบคฮยอนหรอกเหรอ ?
ได้แต่คิดในใจก่อนจะเอ่ยถามต่อเมื่อน้ำเสียงของเพื่อนเริ่มฟังดูไม่ดี...

 

 

เป็นอะไรรึเปล่าว่ะ ?

 

/ช่วยกูที... กูไม่รู้จะทำยังไงดี / น้ำเสียงลนลานปนกับเสียงร้องไห้น้อยๆทำให้คนเป็นเพื่อนเริ่มรู้สึกม่ดี

 

มีอะไรว่ะ

 

/แบคฮยอน... แบคฮยอนตาบอด กูจะทำยังไงดีเซฮุน /
เมื่อฟังเรื่องราวจากปลายสายก็ทำเอาเซฮุนถึงกับเบิกตาโพลงด้วยความตกใจเรื่องที่ได้ยินเป็นเรื่องที่ไม่เคยคาดคิด
เลยว่าจะเกิดขึ้น ใบหน้าหล่อหันไปมองคนอายุมากกว่าตรงหน้าด้วยท่าทีกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

 

เซฮุน... มีอะไรเหรอ ?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมคิดว่า... พวกเราต้องไปแวนคูเวอร์ครับ

 

 

 

 

 

 

ปาร์กชานยอลได้แต่นั่งมองคนรักที่ยังคงนอนอยู่บนเตียงด้วยแววตาเลื่อนลอยมือทั้งสองข้างยกขึ้นประสานกันก่อนจะกำแน่นใบหน้าหล่อก้มลงวางหน้าผากลงบนมือทั้งสองข้างอย่างคนหมดหนทางลมหายใจที่ยังส่งออกมาอย่างต่อเนื่อง
อย่างสม่ำเสมอคอยบอกว่าคนตัวเล็กตรงหน้ายังไงฝันหวานอยู่กับห้วงนิทราสีสดใส

 

 

แต่หากเมื่อใดที่พยอนแบคฮยอนตื่นขึ้นมา ...เค้าคงพบว่าตัวเองกำลังใช้ชีวิตอยู่กับฝันร้าย

 

 

 

 

 

อ้าวคุณ...ยังไม่กลับห้องตัวเองไปพักผ่อนอีกเหรอค่ะ

นางพยาบาลคนหนึ่งที่เข้ามาตรวจอาการของแบคฮยอนเอ่ยขึ้น เพราะเวลานี้ก็ดึกมากแล้ว
หากแต่ปาร์กชานยอลคนนี้ยังไม่ไปไหน..ยังนั่งอยู่ทีเดิมชานยอลหันไปมองตามต้นเสียงเล็กน้อยด้วยท่าที
เลื่อนลอยก่อนจะยกยิ้มเจือน

 

ผมขออยู่ที่นี่นะครับ

 

 

ไม่ได้นะคะ คุณก็ต้องพักผ่อนนะคะ

 

 

แต่...ผมคงนอนไม่หลับ

เอ่ยก่อนจะทอดสายตามองคนรักอีกครั้ง... พยาบาลสาวำด้แค่ถอนหายใจเบาๆก่อนจะเดินเข้าไปอยู่ข้างๆชายหนุ่ม

 

 

งั้นเดี๋ยวดิฉันเอายานอนหลับให้ทานนะคะ จะได้พักผ่อน..ร่ายกายคุณก็ได้รับบาดเจ็บ ไปพักเถอะนะคะ
เธอเอ่ยด้วยเหตุผล ชานยอลพยักหน้ายอมทำตามอย่างว่าง่าย
มือหนาคว้ามือเรียวของคนรักขึ้นมาจูบเบาๆก่อนจะเดินตามพยาบาลออกไป...

 

 

ตอนนี้ในหัวเค้ามันคิดอะไรไม่ออก... มันเหมือนหมดหนทาง ทำอะไรไม่ได้...

 

 

และที่กลัวที่สุด...

 

 

ถ้าเกิด อู๋อี้ฟานรู้... มันจะเกิดอะไรขึ้น...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความมืด... คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด

 

แต่สิ่งที่น่ากลัวไปกว่านั้น... คือการที่ไม่มี ปาร์กชานยอลอยู่ข้างๆ...

 

 

 

 

 

 

 

... ยอล... ชานยอล... นายอยู่ที่ไหน ?

 

 

 

 

 

ชานยอล... ชานยอล เสียงหวานเอ่ยอย่างแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงโรยแรง เอ่ยเรียกคนรักอยู่หลายครั้ง...
แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงตอนกลับมา ยกมือขึ้นไคว่คว้ากลางอากาศอย่างไร้จุดหมาย เค้ากำลังลืมตาอยู่ใช่ไหม ?
เป็นเพราะตอนนี้รอบๆด้านเค้า.. มืดสนิท

 

 

 

หรือว่าเป็นเพราะอย่างอื่น...

 

 

 

ชานยอล... ฮึก... ชานยอล นายอยู่ที่ไหน ? เสียงหวานเริ่มสั่นเพราะแรงสะอื้นที่กำลังก่อตัวขึ้น ตอนนี้เค้ากลัว
ทำไมรอบกายมันถึงได้มืด มองอะไรไม่เห็น...

 

 

 

 

และที่สำคัญ...

 

 

 

 

ปาร์กชานยอลหายไปไหน ? ....

 

 

 

ชานยอล... นายอยู่ที่ไหน ? ชานยอล.. ฮึก ฮือ....ชานยอล ฮือๆ มือเล็กไขว่คว้าอย่างไร้จุดหมาย
ความกลัวปกคลุมในใจก่อนมือเล็กๆจะดันตัวเองขึ้นจากเตียง...ขาเรียวค่อยๆหย่อนลงไปแตะพื้นช้าๆด้วยท่าทีเก้ๆกังๆ
เพราะ ความมืด... ความมืดที่เค้ายังไม่รู้สาเหตุ..

 

 

 

 

ฮื้อ... อึก.... ชานยอล ฮึก... ปาร์กชานยอล นายอยู่ที่ไหน ??

ร่างเล็กเดินก้าวไปข้างหน้าทีละก้าวด้วยท่าทีไม่มั่นใจ ใบหน้าเล็กหันซ้ายขวาอย่างเคว้งคว้าง
มือทั้งสองข้างไขว่คว้าไปกลางอากาศอีกครั้งพร้อมกับเสียงสะอื้นไห้ที่พร่ำเรียกชื่อเจ้าของหัวใจที่ตอนนี้ต้องการเจอ
มากที่สุด...

 

 

 

 

นายอยู่ที่ไหนชานยอล....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แบคฮยอน... เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ก่อนร่างสูงโปร่งจะโถมเข้ามากอดร่างเล็กเอาไว้แน่น...เมื่อเปิดประตูเข้ามา..
สิ่งแรกที่เค้าทำคือใช้วงแขนโอบกอดคนตรงหน้าเอาไว้ก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอก...

 

 

 

พี่อี้ฟาน... เสียงหวานเอ่ย เค้าจำได้ดีดว่าเสียงนี้คือเสียงของอู๋อี้ฟาน พี่ชายของเค้า
อี้ฟานจูบลงบนกลุ่มผมนิ่มของน้องชายก่อนจะผละออกช้าๆมือหนาลูบใบหน้าเล็กของคนตรงหน้าเบาๆก่อนจะใช้นิ้วมือปาดน้ำตาที่ประดับอยู่บนพวงแก้มใสอย่างทะนุถนอม

 

 

แบคฮยอน... ไม่เป็นอะไรใช่ไหม ? ไม่เจ็บตรงไหนใช่ไหม ?

อี้ฟานถามก่อนจะก้มลงสำรวจแผลตามเนื้อตามตัวของน้องชายคนดี คนตัวเล็กส่ายหน้าไปมา

 

 

ดวงหน้าหวานที่หันไปหันมา... มองผ่านพี่ชายคนนี้ไปมาอย่างล่องลอยทำให้อี้ฟานรู้สึกประหลาดใจ
ใบหน้าหล่อเหลาขมวดคิ้วเป็นปมก่อนจะเอ่ยถามน้องชายคนดี

 

 

 

แบคฮยอน... มองหาอะไร ?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ชานยอล... ผมมองหาชานยอล...

 

 

...

 

 

 

 

 

 

 

แต่ทำไมในห้องมันมืดแบบนี้ละครับ ? ทำไมไม่เปิดไฟล่ะครับ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แบบนี้มันหมายความว่ายังไง...

 

 

 

 

 

 

มือหนาลูบกลุ่มผมของน้องชายเบาๆก่อนจะถอนหายใจเบาๆ

 

 

แบคฮยอน... ตอนนี้พี่อยู่ตรงหน้าแบคฮยอนนะ แบคฮยอนเห็นพี่ไหม ?

ร่างสูงย่อตัวลงเล็กน้อย ก้มใบหน้าต่ำลงมาให้อยู่ในระดับเดียวกันกับน้องชายคนดี ดวงตารีของน้องชายมองตรงมา..
. หากแต่...

 

 

 

ทำไมคนตรงหน้าเหมือนกับมองเลยเค้าไป...

 

 

 

เหมือนกับมองไม่เห็นว่าเค้าอยู่ตรงนี้...

 

 

 

 

 

ก็ในห้องมันมืดนี่ครับ... พี่อี้ฟานเปิดไฟสิครับ ผมจะได้มองเห็น

 

 

 

 

 

 

คำตอบของคนเป็นน้องชายทำเอาอี้ฟานแถบล้มทั้งยืน เค้าเงยหน้ามองดวงไฟสีนวลที่กำลังส่องสว่างอยู่เหนือหัว
แต่คำพูดของน้องชายเค้ากลับสวนทางกัน...

 

 

 

สรุปว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่...

 

 

 

ตาบอด...

 

 

 

คำตอบที่ได้จากผู้เป็นหมอทำให้เค้าพูดอะไรไม่ออก...ไม่รู้ควรจะทำยังไง ร่างสูงโปร่งเกือบสองร้อยเซ็นเดินมาตามทางยาวอย่างไร้เรี่ยวแรงมือทั้งสองข้างกำแน่นจนเส้นเลือดขึ้นดวงหน้า
หล่อกรอกตาไปมาอย่างล่องลอยจับจุดไม่ได้ก่อนเดินไปถึงห้องพักคนไข้ที่น้องชายอยู่หากแต่ยังไม่ทันเปิดเข้าไปเค้า
ก็ต้องหยุดนิ่งเมื่อได้ยินเสียงโวยวายดังมาจากข้างใน... เสียงน้องชายคนดี...

 

 

 

อี้ฟานก้าวไปหยุดอยู่หน้าบานประตูกว้างที่เปิดออก เห็นแบคฮยอนที่วิ่งพล่านไปทั่วห้องกระจัดกระจายไปทั่ว
เรียกให้น้ำตาเอ่อล้นที่ดวงตาของผู้เป็นพี่ชาย...

 

 

 

ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย.. ทำไม !!!! “

เสียงของน้องชายคนดีที่ตะโกนออกมาสุดเสียงพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้มนวลเนียน ปาร์กชานยอลที่มีสภาพไม่ต่างกันนักโอบกอดร่างเล็กเอาไว้ กอดแน่น...ก่อนจะหลุบตาลงช้าๆปล่อยให้น้ำตาไหลเอ่อล้นออกมาจากดวงตาคู่นั้น...

 

 

 

ไม่เป็นไรนะแบคฮยอน... ฉันจะอยู่กับนายนะ จะไม่ทิ้งนายไปไหน... จะทำอย่างที่เคยพูด...

 

 

 

 

 

ไม่ว่านายจะเป็นยังไง... ฉันก็จะรักเหมือนเดิม

 

 

มือหนายกขึ้นมากำเสื้อแน่น กำตรงหัวใจที่มันเต้นรัว... หัวใจที่กำลังเจ็บปวด เมื่อเห็นน้องชายต้องเสียน้ำตา
เค้าในฐานะพี่ชายคสรทำยังไง ?

 

 

 

ควรจะช่วยน้องชายยังไง ? ....

 

 

 

 

ดวงตาโตของชายหนุ่มมองคนรักที่นอนอยู่บนเตียงลมหายใจสม่ำเสมอทำให้เค้ามั่นใจว่าแบคฮยอนหลับสนิทแล้ว
เพราะฤทธิ์ยานอนหลับชานยอลก้มลงมองมือเล็กของอีกคนที่เค้ากำลังกอบกุมเอาไว้ก่อนจะยกขึ้นมาจูบลงอย่างแผ่ว
เบา...ดวงตาโตหลุบตาลงอย่างเหนื่อยล้า คำพูดของคนรักที่เอ่ยก่อนจะหลับไปมันยังคงวิ่งวนไปมาอยู่ในหัว...
ดวงตาคู่สวยที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตา น้ำตาที่เค้าเป็นคนสร้าง... น้ำตาที่เค้าทำให้พยอนแบคฮยอนร้องไห้...

 

 

 

 

เสียใจที่สุด...เสียใจที่ทำอะไรไม่ได้...

 

 

 



 

นอนนะแบคฮยอน... ฉันนะอยู่ตรงนี้... ไม่ไปไหน

 

 

ไม่เอา... ฉันกลัว

 

ไม่ต้องกลัวนะ.. คุณหมอฉีดยานอนหลับให้นาย นายจะได้พักผ่อนเยอะๆนะ

 

ไม่เอา.. ไม่ฉีดได้ไหมชานยอล ไม่เอา... ใบหน้าหวานเ่อ่ยพร้อมกับสายหน้ารั่ว ใบหน้าหวานอาบไปด้วยน้ำตา...
ชานยอลยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาเบาๆให้คนรักก่อนจะถอนหายใจเบาๆ

 

 

ทำไมถึงไม่อยากฉีดยา... บอกฉันได้ไหม ?

 

...

 

 

 

ร่างเล็กเงียบไปครู่หนึ่ง...ก่อนจะกัดริมฝีปากเบาๆสะกัดเสียงสะอื้นที่เล็ดลอดออกมา...

 

ฉันกลัว...

 

 

...

 

 

 

กลัวว่าถ้าตื่นขึ้นมา... นายจะไม่ได้จับมือฉันแล้ว ...กลัวว่านายจะทิ้งฉันไป...

 

 

 

 

คำพูดนั้นมันวิ่งวนไปวนมาในหัวจนเค้าคิดอะไรไม่ออก...
ร่างสูงประทับริมฝีปากหยักลงที่หน้าผากมนของคนรักก่อนจะลูบกลุ่มผมนิ่มเบาๆ...

 

 

ฉันจะไม่ทิ้งนายไปไหน...ฉันสัญญา

 

 

 

 

 

ชานยอลแอบออกมาจากห้องคนไข้เมื่อมั่นใจว่าแบคฮยอนจะไม่ตื่นขึ้นมากลางคันเมื่อเค้าออกมาก็พบกับอู๋อี้ฟานที่นั่ง
อยู่หน้าห้องคนไข้เค้ามาถึงตั้งนานแล้วแต่เลือกที่จะไม่เข้าไปเพราะอยาหชกจะให้น้องชายได้อยู่กับปาร์กชานยอลคน
นั้น...

 

ดวงตาคมเงยหน้ามองร่างสูงของเด็กหนุ่มก่อนจะวาดมือไปยังที่นั่งข้างๆที่ว่างอยู่เพื่อเป็นการเชิญให้เด็กหนุ่มนั่ง
ชานยอลก้มหัวเล็กน้อยตามมารยาทก่อนจะเดินไปนั่งลงยังเก้าอี้ที่ว่างอยู่...อี้ฟานทิ้งความเงียบอยู่พักนิ่งก่อนจะ
เริ่มการสนทนาขึ้น...

 

น้องฉัน... รักนายมากนะ ร่างสูงเอนหลังพิงกับพนักพิงก่อนจะทอดสายตาไปด้านหน้าพรางถอนหายใจยาว
เพราะมันไม่มีประโยชน์ิัไรที่เค้าจะกีดกันน้องชายคนดีกับปาร์กชานยอลอีกต่อไป..

 

 

ครับ...

 

 

แล้วนายละ... รักเค้ามากแค่ไหน ?

 

 

 

 

 

 

สำหรับผม...

 

 

 

 

 

 

 

แบคฮยอนเป็นเหมือนชีวิตของผม... ที่ผมยอมให้ได้ทุกอย่าง

 

 

...

 

 

 

 

 

 

เพราะฉะนั้น ...ผมจะมอบดวงตาของผมให้แบคฮยอนครับ

 

 











 

 

 


Coming soon




คุยกับไรท์หน่อยนะคะ ...ตอนที่สิบห้ามาแล้ววว ไม่รู้จะยังมีคนติดตามกันรึเปล่าเนอะ... อีกไม่กี่ตอนก็จะจบแล้วนะคะทุกท่านนนน มีใครรอกันอยู่ไหมนะ  เฮ้ๆ (ดีใจอยู่คนเดียว - -") เม้นให้กำลังใจไรท์ด้วยนะ
เม้นเยอะมันก็กระตุ้นให้มาต่อเร็ว ไม่เม้นไรท์ก็ไร้เรี่ยวแรงงง ไม่มีแรงเอามาลง ช่วยไรท์เรทติ้งน้อยคนนี้ด้วยนะคะ T^T


PS. special part ทุกตอนมีเนื้อหาเกี่ยวกับเนื้องเรื่องหลักหมดนะคะ ถ้าเกิดไม่ได้อ่าน ระวังบางตอนจะไม่เข้าใจนะคะ อย่างเช่นตอนด้านบนของคู่เฮียและอาเทา ไปอ่าน Let's it rain แล้วจะเข้าใจมากขึ้นนะคะ..





ไรท์เปิดเรื่องใหม่แล้ววว  เข้าไปติดตามกันด้วยนะคะ...


 EXO FICTION MOTH







สปอยเล็กๆ






" เอาตาของผมไปให้แบคฮยอนเุอะนะครับ " 











 

:) Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

382 ความคิดเห็น

  1. #348 SandDvV (@pusisand9) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2557 / 02:17
    ฮืออออ ร้องไห้เลยง่าาา เศร้า ชานนายต้องดูแลแบคให้ดีเลยนะTT
    #348
    0
  2. #208 atilap (@palitabam) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 มกราคม 2557 / 23:33
    อาวพี่ปาร์คไม่ใช่พ่อน้องวีหรอกรี๊ดดดดดด;-;
    #208
    0
  3. #172 Toshiya Kasamatsu (@toshiya1234) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2556 / 00:30
    แงๆๆๆๆๆ ไรท์ จาเศร้าไปไหนเนี่ย แบคแกต้องหายนะ ยอลใจเย็นแซ่ ไม่เอาจบแบบดราม่านะไรท์ไม่เอาๆๆ TT
    #172
    0
  4. วันที่ 23 ธันวาคม 2556 / 00:06
    เฮ๊ย!!!!!! ยอล!!!!!!!
    อย่าพึ่งสิ!!!!!! มันต้องมีทางแก้ที่ดีำกว่านี้สิ!!!!!
    ถ้าแกตาบอดแบคเองก็ต้องเสียใจไม่น้อยเลยนะ!!!!!!
    #171
    0
  5. #170 ´ น้องแบคแมน๏ (@secretauy) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2556 / 09:12
    กรี๊ดดดดด
    อิยอลลลลลลล ใจเย็นๆนะลูกนะ
    มันต้องมีคนมาบริจาคบ้างเซ่
    #170
    0
  6. #169 BYun (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2556 / 00:19
    จบดราม่าหรอ 

    ไม่เอาแบบนี้ได้ป่ะ T^T 

    หวานมาตั้งแต่แรก จะมาหน่วงอะไรตอนใกล้จบ 

    ต้องมองเห็นกันทั้งคู่นะ ไม่งั้นไม่ยอม ฮือออออออออออออ
    #169
    0
  7. #165 ´ น้องแบคแมน๏ (@secretauy) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2556 / 19:03
    ไรท์ทำร้ายยยสามีหนู ㅠ ㅠ
    #ยอลไล่เตะ
    #165
    0