Fiction EXO Heart Attack(ChanBaek ,, HunHan ,, Kaido ft.exo)

ตอนที่ 17 : ตอนที่สิบสี่ (100%) #HBD PCY

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,942
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    27 พ.ย. 56









ผมมาหาแบคฮยอนครับ เด็กหนุ่มเอ่ยด้วยท่าทีไร้ซึ่งความมั่นใจ เมื่อคนตรงหน้าที่เค้าเพชิญอยู่คือ...

 

 

 

อู๋อี้ฟาน...

 

 

 

 

คนอายุมากกว่าทอดสายตามองไปยังเด็กหนุ่มที่สูงไล่ๆกับเค้าก่อนจะหรี่ตาเล็กน้อย มองด้วยแววตาราวกับผู้ชนะที่ทำเอาปาร์กชานยอลคนนี้แทบจะวิ่งหนีไปเลยทีเดียว

 

 

 

แบคฮยอนไม่อยู่... ออกไปข้างนอกกับดีโอ อี้ฟานเอ่ยตอบ เด็กหนุ่มก้มหน้าลงเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ

 

 

 

แล้ววเค้าจะกลับมาตอนไหนครับ ?

 

 

 

ไม่แน่ใจ...

 

 

 

เหรอครับ... น้ำเสียงที่บั่นทอนถามมั่นใจทำให้อู๋อี้ฟานต้องช้อนสายตามองแววตาเศร้าที่ฉายแววออกมาทางแววตาโตของเด็กหนุ่มตรงหน้า

 

 

 

ฉันจะส่งแบคฮยอนไปเรียนต่อที่แคนนาดา ประโยคที่ถูกเอ่ยออกมาทำเอาคนฟังหัวใจแทบหล่นลงพื้น ชานยอลเงยหน้ามองคนพูดก่อนจะถอนหายใจอย่างหมดแรง... คนคนนี้คดจะแยกแบคฮยอนออกไปจากเค้าจริงๆใช่ไหม

 

 

 

ชานยอลไร้คำพูดใดจะเอ่ย เพราะต่อให้เค้าดึงดันต่อปากต่อคำไป ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมาเลย ดวงหน้าของอีกคนมองไปที่คนอายุมากกว่าที่กำลังรอเอ่ยอะไรบางอย่างออกมา เมื่อแววตาของเค้าสบตากับอื้ฟาน คนอายุมากกว่าก็เอ่ยวาจาที่เหมือนมีดแหลมทิ่มแทงลงมากลางใจ

 

 

 

ฉันไม่ต้องการให้น้อยชายฉันร้องไห้อีก... นายเคยจำที่ฉันพูดกับนายได้ไหม... ฉันบอกนายแล้วนะ ให้โอกาสนายได้ดูแลเค้าดีดี แต่ที่ฉันเห็น... น้องฉันร้องไห้เพราะนายตลอด คนเป็นพี่อย่างฉันไม่อยากให้น้องชายเสียใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าหรอกนะ

 

 

 

ก็เลยคิดจะแยกเค้าให้ห่างจากผมอย่างนั้นใช่ไหม ?

 

 

 

ใช่...แล้วแบคฮยอนก็ตอบตกลงแล้วด้วย ฟังแค่คำพูดที่บอกว่าจะต้องจากกันก็ว่าแย่แล้ว... แต่ที่แย่ยิ่งกว่าคือ แบคฮยอนก็เลือกที่จะจากเค้าไป เลือกที่จะเดินห่างจากจุดๆนี้ไป ทำเอาชานยอลแทบล้มทั้งยืน สมองมันว่างเปล่าไปหมด

 

 

 

 

ขายาวก้าวถอยห่างออกมาจากคนตรงหน้าโดยไม่คิดจะเอ่ยลา คิ้วเข้มขมวดเป็นปมอัตโนมัติ มือหนากำแน่นอย่างระบายอารมณ์ ขาแต่ละข้างที่ก้าวออกมาเหมือนไร้ซึ่งเรี่ยวแรง...ร่างสูงหมุนตัวเดินตรงกลับไปที่รถ รถที่จอดอยู่ตรงหน้ามันใกล้แค่นี้...

 

 

 

แต่ทำไม มันถึงได้ดูเหมือนไกลนัก ดวงตาเริ่มพล่ามัว น้ำตา ไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ความเสียใจมันถาโถมเข้ามาหาเหมือนพายุที่พัดเข้ามากระทบร่างกาย

 

ฮึก... อึก... เสียงสะอื้นที่ดังขึ้นมาอย่างปิดไม่มิดทำให้อี้ฟานที่กำลังจะเดินกลับเข้าไปในบ้านต้องหันไปมองเจ้าของแผ่นหลังกว้างที่เดินห่างบ้านของเค้าออกไปเรื่อยๆ

 

 

 

ไม่รู้น้ำตามันมาจากไหนมากมาย ...

 

 

 

 

ไม่รู้ทำไมถึงได้เสียใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน...

 

 

 

ไม่รู้ทำไม...ความรักของเค้าครั้งนี้มันถึงได้เต็มไปด้วยเรื่องเศร้าใจ

 

 

 

 

ชานยอลกลับมาที่รถ ทำอะไรไม่ถูก..ร่างทั้งร่างมันไร้เรี่ยวแรง ไม่รู้จะไปที่ไหน ไม่รู้ควรจะทำอะไรก่อน ในหัวมีแต่คำพูดของอี้ฟานวิ่งไปทั่ว...  รู้ตัวอีกที ชานยอลก็พาร่างของคนเองมายังร้านคอฟฟี่ช็อปของจงแด ร่างที่เดินเข้าไปอย่างไร้เรี่ยวแรง ทำให้จงแดที่ยืนอยู่ที่เค้าเตอร์ต้องหันไปมองผู้เป็นเพื่อนด้วยความสงสัย ปาร์กชานยอลทิ้งตัวลงนั่งบนโซเก้าอี้นุ่มก่อนจะยกมือทั้งสองข้างขึ้นมากุมขมับอย่างปลงตก

 

 

 

ชานยอล... เป็นอะไรรึเปล่าวะ ? จงแดเดินออกมาจากเค้าเตอร์ก่อนจะเอ่ยถามผู้เป็นเพื่อนที่สีหน้าไม่ค่อยดี ดวงหน้าหล่อหันไปมองเพื่อนก่อนจะถอนหายใจหนักๆ ไม่รุ้ควรจะเอ่ยอะไรออกมาก่อน จงแดทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามก่อนจะเอ่ยถามอีกครั้ง

 

 

 

มีอะไรไม่สบายใจรึเปล่าวะ ? สีหน้าดูไม่ดีเลย ชานยอลเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้เป็นเพื่อนก่อนจะแสยะยิ้มเจือนๆ รอยยิ้มของคนหมดหวัง รอยยิ้มของคนไร้หนทาง...

 

กู...รู้สึกมืดแปดด้าน คิดอะไรไม่ออก ไม่รู้จะทำอะไรต่อดี

 

ค่อยๆคิด... อย่าพึ่งรีบร้อน

 

หมอนั่นจะส่งแบคฮยอนไปเรียนต่อที่แคนาดา ที่แย่ไปกว่านั้น...แบคฮยอนก็เลือกที่จะไปด้วย

 

ได้ยินแบบนั้นจงแดก็ได้แต่ถอนหายใจเบาๆควรจะช่วยเพื่อนคนนี้อย่างไรดี เค้าก็ไม่ได้รู้เรื่องระหว่างชานยอลและแบคฮยอนมากนัก รู้แค่ว่าพวกเค้าทั้งคู่คบกัน แต่ก็ไม่ได้ไปยุ่งวุ่นวายกับเรื่องของทั้งคู่ อยากจะช่วย แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง...จึงได้แต่ตบบ่าเพื่อนเบาๆเป็นการปลอบใจ

 

 

 

 

งั้นเอาแบบนี้ไหม ชานยอลหันไปมองทางเพื่อนที่เอ่ยบางอย่างขึ้นมา ดวงหน้าหล่อของคิมจงแดฉีกยิ้มกว้าง

 

แบบนี้ ? หมายถึงอะไร ?

 

 

ก็หมายถึงกูคิดวิธีช่วยคุณมึงออกแล้วนะสิครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดีโอ... ฉันคิดว่าฉันจะไปเรียนต่อที่แคนาดา เสียงหวานเอ่ยออกมาทำเอาเพื่อนที่นั่งร่วมโต๊ะอาหารถึงกับมือไม้อ่อน ช้อนในมือหลุดลงกระทบจานจนดังลั่น

 

ไปเรียนต่อ ? ทำไมจู่ๆถึงคิดจะไป ? คนตาโตเอ่ยถามเพื่อนรักด้วยท่าทีตกใจอยู่ไม่น้อย แบคฮยอนถอนหายใจเบาๆก่อนจะระบายรอยยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่อ่อนล้า

 

ฉันอยากไปที่ไกลๆสักที

 

นายคงไม่ได้กำลังหนีปัญหาอยู่ใช่ไหม ? ถูกเอ่ยถามขึ้นมาแบบนี้ก็ทำให้แบคฮยอนตอบอะไรไม่ถูก ทำไมคยองซูคนนี้จะไม่รู้ ทำไมจะไม่รู้ว่าเพื่อนคนนี้เป็นยังไง.. ที่อยากไปเพราะแค่อยากหนีปัญหา... และมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ

 

 

แบคฮยอนวางช้อนลง หยุดการทานอาหารลง ดวงตารีหันมามองเพื่อนรัก รอยยิ้มเจือนๆยังคงฉายขึ้นมาที่มุมปากของอีกคน แต่รอยยิ้มกลับดูเศร้ากว่าเดิม

 

 

ฉัน... อยากไปให้ห่างจากที่นี่สักพัก ...ฉันไม่อยากคิดอะไรแล้ว ดีโอ...ฉันเหนื่อย

 

คยองซูดึงเพื่อนที่ตัวเท่าๆกันเข้ามากอด กอดเอาไว้แน่นๆอย่างต้องการปลอบโยน น้ำตาไหล อาบ แก้มนวลเนียนเพื่อนคนนนี้กำลังบอบช้ำ เพื่อนคนนี้ต้องการคนปลอบโยน และคยองซูก็พร้อมจะทำหน้าที่นั้นเสมอ

 

นายยังมีฉันอยู่นะ “  เอ่ยเบาๆที่ข้างใบหูของผู้เป็นเพื่อนก่อนจะกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น หัวใจตอนนี้มันช่างเปราะบางเหลือเกิน เพียรนึกถึงแต่ใบหน้าของปาร์กชานยอลที่ดูอึดอัดในวันนั้น มันก็ทำให้คิดอะไรไม่ออก นอกจากอยากหนีไปจากตรงนี้...

 

 

 

สองเพื่อนรักกลับมาที่บ้านในเวลาต่อมา ก็พบกับพี่ชายที่ยืนรออยู่ที่หน้าประตูกว้างพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่น น้อยครั้งที่อู๋อี้ฟานจะได้มายินรอแบบนี้ เพราะปกติแล้วตัวเค้าจะงานยุ่งตลอดจนแทบไม่ได้กลับมารอรับน้องชายแบบนี้

 

 

 

 

เป็นไง วันนี้ไปทำอะไรมาบ้าง ? อี้ฟานเ่อ่ยถามก่อนจะขยี้กลุ่มผมนิ่มเบาๆ น้องชายระบายยิ้มจางๆก่อนจะเอ่ยตอบช้าๆ

 

ไปกินข้าว กินไอศครีม แล้วก็ไปเดินเล่น... ไปเยี่ยมคุณแม่ใหญ่มาด้วยครับ แบคฮยอนเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ดูไม่ร่าเริงเหมือนก่อนๆ คนเป็นพี่ชายรู้ถึงเหตุผลดี แต่ก็ได้แต่เงียบเอาไว้อย่างนั้น... มืออีกข้างก็เอื้อมไปคว้ามือของคยองซูก่อนจะจูงมือน้องทั้งสองเดินเข้าไปในบ้าน ทั้งสามคนเดินมานั่งที่ห้องรับแขกก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟากว้าง

 

ดีโอรู้เรื่องที่พี่จะส่งแบคฮยอน ไปเรียนต่อที่แคนาดาแล้วใช่ไหม ? อี้ฟานเอ่ยถามน้องชายตัวเล็กอีกคน คนถูกถามพยักหน้าเบาๆเป็นคำตอบแทนก่อนจะลอบถอนหายใจเบาๆ

 

งั้น..ดีโอจะเอายังไง ? จะไปกับแบคฮยอนไหม ? ถามจบ ยังไม่ทันที่คนถูกถามจะเอ่ยตอบอะไรน้องชายคนดีของอี้ฟานก็ตอบตัดขึ้นมาซะก่อน...

 

ผมว่า ให้ดีโออยู่ที่นี่ดีกว่าครับ... ได้ยินอย่างนั้นก็ทำเอาผู้เป็นพี่ชายและเพื่อนรักถึวกับขมวดคิ้วด้วยความสงสัย แบคฮยอนระบายยิ้มบางๆก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง...

 

 

ผมไม่อยากให้ตัวเองเป็นสาเหตุที่ทำให้ดีโอกับจงอินต้องแยกกัน

 

แต่..แบคฮยอน ฉันไปกับนายก็ได้ จงอินต้องเข้าใจอยู่แล้ว

 

ไม่ได้หรอก... อย่าทำเพื่อฉันมากขนาดนั้น จงอินต้องเสียใจมากๆแน่ๆถ้าหากว่าต้องแยกกับดีโอ แบคฮยอนยังคงเอ่ยด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม  เพียงแต่สิ่งที่ฉายออกมาทางแววตากลับมีเพียงความหมองหม่น ที่กำลังฝืน...

 

 

 

 

ฝืนยิ้ม..

 

 

 

 

ไม่ต้องให้ดีโอไปกับผมหรอกครับ... แบคฮยอนหันไปบอกกับผู้เป็นพี่ชายอีกครั้ง...อี้ฟานถอนหายใจยาวก่อนจะดึงน้องชายคนดีเข้ามากอด เจ็บมากใช่ไหมแบคฮยอน... พี่รู้ว่านายเจ็บรู้  ว่านายพยายามแค่ไหนที่จะปกปิดมันเอาไว้...จูบลงบนกลุ่มผมนุ่มนิ่มอย่างแผ่วเบา

 

 

สงสารน้องชายคนนี้จับใจ เค้าจึงไม่ขอขัดใจ ถ้าหากแบคฮยอนอยากไป...เค้าคนนี้ก็พร้อมจะทำให้น้องคนนี้เสมอ..

 

พี่จะจองตั๋วเครื่องบินให้เมื่อนายพร้อมนะ

 

ถ้างั้น... ผมขอเป็นอาทิตย์หน้าเลย... จะได้ไหมครับ...

 

 

 

สิ่งที่ตั้งใจเอาไว้แล้ว ...ยังไงก็ไม่มีวันล้มเลิกแน่ๆ...

 

 

 

 

 

วิธีนี้มันจะดีจริงๆเหรอวะ ?

 

ดีสิ

 

แน่ใจนะ

 

แน่ใจสิวะ... ไม่เชื่อใจกันรึไง ?

 

เชื่อใจ..

 

งั้นจะลังเลอะไรอีกวะ

 

ก็... บุกเข้าบ้านเค้ากลางดึกแบบนี้ เค้าจะไม่แจ้งตำรวจจับกูเหรอครับคุณเพื่อน !!!! “ ปาร์กชานยอลเอ่ยก่อนจะหันไปมองเพื่อนตัวดีที่เดินตามหลังมาด้วย คิมจงแดหยิ้มแห๋ยๆก่อนจะหันมาเอ่ยกับเพื่อนตัวสูง..

 

บ่นไปก็เท่านั้น... นี่คุณมึงเข้ามาจะถึงในบ้านเค้าแล้วนะ ปาร์กชานยอลได้แต่ส่ายหัวไปมากับความคิดแปลกของผู้เป็นเพื่อน ที่บอกใ้ห้เค้าบุกมาคุยให้รู้เรื่องกันไปเลย ตัวเค้าก็ไม่รู้ไปตอบตกลงทำไม...นี่มันเป็นวิธีที่ส่งผลเสียให้ตัวเองทุกด้านเลย ถ้าโดนอี้ฟานจับได้ก็คงโดนยำเละ แล้วถ้าหากเค้าโมโหถึงขั้นส่งไปให้ตำรวจก็ยิ่งแล้วใหญ่...

 

ตอนนี้คุณมึงรีบปีนขึ้นไปเลย เดี๋ยวกูช่วยดูต้นทางให้ คิมจงแดมองซ้ายมองขวาก่อนจะหันไปบอกผู้เป็นเพื่อน ชานยอลมองขึ้นไปด้านบน ระเบียงข้างบนหัวเค้าในตอนนี้เป็นห้องของแบคฮยอน ถ้าปีนขึ้นไปได้ก็จะได้คุยกัน ซึ่งเค้าเชื่อว่า ตอนนี้คนในบ้านคงพากันนอนหมดแล้วถึงได้บุกมาแบบนี้...

 

 

 

ร่างสูงค่อยๆปีนขึ้นมายังระเบียงห้องของแบคฮยอนอย่างยากลำบาก ใช้เวลาอยู่พักหนึ่งก่อนจะขึ้นมาได้ ประตูกระจกถูกปิดเอาไว้สนิท แต่ในห้องยังมีแสงไฟอยู่...

 

 

ดึกขนาดนี้ยังไม่นอนอีกเหรอ ?

 

 

ชานยอลเดินเข้าไปใกล้ๆ ก็เห็นร่างเล็กๆเจ้าของหัวใจของเค้ากำลังทำการเก็บเสื้อผ้าและข้าวของใส่ลงไปในกระเป๋าใบโต มันยิ่งตอกย้ำว่า...คนคนนี้ต้องการไปจากเค้าจริงๆ...

 

แบคฮยอน... ปาร์กชานยอลเปล่งเสียงเรียก ทำให้คนตัวเล็กที่นั่งอยู่บนเตียงหันมามองก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจ  คนตัวเล็กลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ประตูกระจกบานกว้าง... ที่อีกฝากมีคนรักของเค้ายืนอยู่... หากแต่่เค้าไม่คิดจะเปิดประตูบานนั้นออกให้คนรักได้เข้ามา หลบลมหนาวที่กำลังส่งผลให้คนที่อยู่ข้างนอกตัวสั่นเทา... มือหนาวางลงนกระจกเย็นเพราะอากาศข้างนอกก่อนจะมองคนที่อยู่ข้างในด้วยแววตาเศร้า มองร่างเล็กๆที่อยากโอบกอด อยากบอกสิ่งที่อยู่ในใจให้คนที่เข้าใจผิดคนนั้นได้เข้าใจ

 

แบคฮยอน.. ถ้าร่างข้างในจะได้ยินเสียงไม่ได้ดังมากเท่าที่คนพูดได้ยิน แต่เค้าก็ได้ยินทุกอย่างชัเจน ใบหน้าหวานก้มหลบสายตาของที่คนที่จับจ้องมาอย่างจงใจ ไม่อยากมอง..ไม่อยากเห็น ไม่อยากสบตาคนใจร้าย..

 

 

แบคฮยอนเปิดประตูให้ฉันเข้าไปหน่อยได้ไหม ? ฉันมีเรื่องจะคุยกับนาย

 

เรายังต้องมีอะไรต้องคุยกันอีกเหรอ ? มือเรียวกำแน่นพยายามอดกลั้นเสียงที่สั่น พยายามกลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมา...

 

 

 

อยากเข้าไปหา... อยากเข้าไปโอบกอดร่างของคนตรงหน้าเอาไว้... ร่างเล็กๆที่กำลังสั่นเพราะแรงสะอื้น

 

 

ฟังฉันก่อน.. ฉัน....

 

 

ฉันจะไปเรียนต่อที่แคนนาดา ร่างเล็กกลั้นใจเงยหน้าขึ้นมามอง พร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาอาบแก้มนวลเนียนทั้งสองข้าง ยิ่งเห็นภาพแบบนั้น ความเจ็บปวดก็ตรงเข้ามาบีบให้ก้อนเนื้อตรงทรวงอก บีบตัวแน่นจนปาร์กชานยอลต้องยกมือขึ้นมากำเสื้อเอาไว้แน่น

 

 

 

ต่างฝ่ายต่างรู้สึกเหมือนกัน...

 

 

เจ็บ...

 

 

 

ปาร์กชานยอลคนนี้อยากเข้าไปหา... ไปกอดคนตรงหน้าแน่นๆ...

 

 

 

หากแต่พยอนแบคฮยอนก็เลือกที่จะสร้างกำแพงเอาไว้...

 

 

 

เพราะความกลัว...

 

 

 

แบคฮยอน.. ได้โปรด ..อย่าไปเลยนะ ปาร์กชานยอลคนนี้กำลังหายไปไม่ออก... ปาร์กชานยอลคนนี้เหมือนกำลังจะขาดใจ

 

 

ได้แต่อ้อนวอน...ได้แต่ยืนอยู่ตรงนี้... เข้าไปหาไม่ได้้...

 

 

ทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้..นอกจากยืนพร่ำเหมือนคนบ้า...

 

 

ได้โปรด... ได้โปรด... ได้โปรดเถอะ พร่ำเอ่ยอย่างนั้นก่อนจะทรุดลงนั่งกับพื้น มือเย็นๆกำแน่นอย่างอดกลั้น...

 

 

อย่าทำแบบนี้.... แบคฮยอนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

 

 

 

ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายต่างไม่รู้ว่าจะทำยังไง.... ไม่รู้ควรจะทำยังไงดี

 

 

 

มือเล็กเอื้อมไปก่อนจะดึงม่านปิด.... ปิดเพื่อไม่อยากเห็นอีกคน ปิดเหมือนกับเป็นการตัด... ตัดทุกอย่างให้จบลง...

 

 

 

ต่างฝ่ายต่างได้ยินเสียงของกันและกันดี...

 

 

ว่าเป็นเสียงร้องไห้...

 

 

 

ลาก่อน... ปาร์กชานยอล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ถ้าถึงที่นู้นต้องรีบโทรหาพี่นะ... พี่ให้เอซไปรอรับที่สนามบินแล้ว อี้ฟานเอ่ยกับน้องชายคนดีอีกครั้งเมื่อถึงเวลาต้องส่งแบคฮยอนขึ้นเครื่อง มือหนากระชับหมวกไหมพรมและผ้าพันคอให้น้องชายคนดีก่อนจะถอนหายใจอีกครั้ง... ตัวเค้าเองยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าน้องชายคนนี้จะเลือกไปเรียนต่อตามที่เค้าพูด ในตอนนั้นตัวเค้าก็แค่เอ่ยไปเพื่อช่วยหาทางออกให้เท่านั้น ไม่ได้คิดว่าน้องชายจะเด็ดเี่ดี่ยวขนาดนั้น...

 

 

แน่ใจนะ... เอ่ยถามน้องชายอีกครั้ง...เด็กหนุ่มพยักหน้าเบาๆแทนคำตอบก่อนจะระบายรอยยิ้มบางๆ ในตอนนี้ ตัวเค้าไม่คิดจะเปลี่ยนใจแล้ว.... ไม่คิดจะเปลี่ยนใจจริงๆ..

 

 

 

ขอให้ความเจ็บปวดมันจบอยู่แค่ตรงนี้...

 

 

 

ให้มันหยุดอยู่แค่นี้...

 

 

 

แบคฮยอนโผเข้ากอดพี่ชายและเพื่อนรักอีกครั้งก่อนจะเดินเข้าเกทไป... ไม่รู้ทำไมถึงได้ก้าวขาไม่ออก... พยายามอ้อยอิ่ง... เหมือนกำลังรอใครบางคน เหมือนกับในใจยังแอบหวัง...

 

 

 

หวังว่าใครคนนั้นจะมาหา...

 

 

 

หวังจะได้เจอกันอีกครั้ง...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หากแต่กลับไร้ซึ่งเสียงของใครคนนั้น... ไม่มี...

 

 

 

 

เครื่องบินลำใหญ่ทะยานขึ้นสู่น่านฟ้า ทยานขึ้นไปพร้อมกับหัวใจดวงน้อยที่เจ็บปวด ไม่มีแม้เงาของอีกคนในวันนี้... หรือว่า ปาร์กชานยอลคนนั้น จะทอดทิ้งเค้าไปแล้ว...

 

 

ปาร์กชานยอลคนนั้น...เลือกที่จะให้มันจบลงตรงนี้

 

 

เลือกที่จะเจ็บ...ทั้งสองฝ่าย...

 

 

 

น้ำตาไหลคลอดวงตาคู่รี ริมฝีปากบางได้แต่เม้นแน่นเป็นขีด พยายามกลั้นเสียงสะอื้นที่ออกมาจากความเสียใจ หากแต่เค้าก็ห้ามมันเอาไว้ไม่ได้... หยุดไม่ไหว...

 

 

ฮึก...อึก... ฮือ... ชานยอล... ฮึก ... ได้แต่พร่ำเรียกชื่อของอีกคน ในช่วงเวลาที่ใครคนนั้นไม่ได้อยู่ข้างๆ ได้แต่พร่ำร้องจะเ็ป็นจะตาย มันเจ็บ... เจ็บที่ไร้บาดแผล แต่มันเหมือนมีมีดฝั่งลงกลางใจ... ไม่รู้จะทำยังไง... ไม่รู้ควรจะทำยังไง... ให้ความเจ็บปวดนี้มันจากหายไป..

 

 

 

ยิ่งห่างออกมาจากเกาหลี... ความเจ็บปวดเหมือนยิ่งทวีคูน น้ำตามันหยุดไม่ได้เหมือนจะขาดใจ มือเรียวกำเสื้อเอาไว้แน่น กำแน่นจนมือแดงไปหมด... ความเจ็บนี้ควรจะจัดการยังไง... ควรทำยังไง...

 

 

 

 

 

ชานยอล... ปาร์กชานยอล...ฮึก...อึก 

 

 

 

 

 

 

 

ฉันรักนาย...

 

 

 










 

เครื่องบินทะยานอยู่เหนื่อนน่านฟ้ามาหลายชั่วโมงก่อนจะลงจอดในที่สุด แบคฮยอนมองซ้ายมองขวาอย่างตื่นตากับสิ่งรอบข้าง ก่อนจะสูดหายใจเข้าจนเต็มปอด ที่นี่ คือที่ที่เค้าจะเริ่มชีวิตใหม่... ชีวิตใหม่มีไม่มี

 

 

ปาร์กชานยอล...

 

 

กว่าเค้าจะได้ออกมาจากสนามบินก็ใช้เวลาเกือบชั่วโมง มือเล็กลากกระเป๋าใบโตพร้อมเป้ที่สะพานมาด้วยก่อนจะสอดส่องมองหาเลขาของพี่ชาย...

 

ไม่นานนักชายหนุ่มร่างสูงโปร่งใบหน้าหล่อเหลาก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าร่างเล็กพร้อมรอยยิ้มสุภาพ

 

คุณแบคฮยอน... ผมมารับแล้วครับ... แบคฮยอนก้มหัวน้อยๆเป็นการทำความเคาารพคนอายุมากกว่าตรงหน้าก่อนจะระบายรอยยิ้มจางๆ

 

คุณเอซใช่ไหมครับ ?

 

ครับ... จำผมได้ใช่ไหมครับ เราเคยเจอกันตอนที่ผมไปทำเรื่องขอให้คุณย้ายมาอยู่กับคุณอี้ฟาน เอ่ยขึ้นมาแค่นั้นคนตัวเล็กก็พยักหน้ารัว เพราะเอซคนนี้ก็ช่วยจัดการเรื่องต่างๆให้เค้าตลอดเมื่อเค้าย้ายมาอยู่กับอี้ฟาน มือหนาวาดไปตรงหน้าเป็นการเชื้อเชิญอย่างสุภาพก่อนจะเดินนำแบคฮยอนไปยังรถที่จอดรอรับอยู่

 

 

 

 

ข้างของถูกขนขึ้นไปบนหลังรถก่อน ร่างเล็กจะขึ้นไปนั่งบนรถคันหรู ข้างในรถชั่งอบอุ่นจริงๆ แบคฮยอนขอใช้ดทรศัพท์ของเอซเพื่อโทรกลับไปหาพี่ชาย เมื่อเห็นว่าน้องชายคนดีไปถึงแล้ว เค้าก็ดล่งใจมากทีเดียว... ใช้เวลาเดินทางต่ออีกไม่ถึงชั่วโมงแบคฮยอนก็ถูกพามาที่คอนโดหรูที่มองเห็นเมืองท่าของ แวนคูเวอร์ได้เป็นอย่างดี หาดทรายกว้างที่ทอดยาวตรงหน้าทำให้คนตัวเล็กยกยิ้มละมุนด้วยท่าทีสบายใจ

 

ที่นี่เป็นคอนโดของคุณอี้ฟานที่อยู่ตอนเรียนมหาลัยครับ ตอนนี้เป็นของคุณแบคฮยอนแล้วนะครับ อาหารต่างๆผมจัดเตรียมซื้อไว้ในตู้เย็นแล้วนะครับ แล้วก็อาหารสำเร็จรูปต่างๆก็อยู่ในครัว มีอะไรขาดเหลือก็โทรบอกผมได้เลยนะครับ...

 

 

เด็กน้อยพยักหน้าเบาๆเป็นเชิงรับรู้

 

 

แล้วนี่ก็เป็นโทรศัพท์... มีซิมการ์ดของทีนี่แล้วนะครับ ในนี้มีเบอร์โทรของผมอยู่ โทรหาได้ตลอดเวลาเลยนะครับ

 

ขอบคุณมากนะครับ

 

ถ้างั้นวันนี้ผมขอตัวก่อนนะครับ ต้องไปจัดการธุระให้คุณอี้ฟานต่อ เพียงแค่เลขาของพี่ชายออกไปจากห้อง ร่างเล็กๆก็เดินออกไปตรงระเบียงห้อง วิวข้างนอกสวยงาม จนมันทำให้คนตัวเล็กเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว ดวงหน้าหวานมองไปรอบๆ ตื่นตาตื่นใจกับสถานที่ใหม่ แบคฮยอนเดินกลับเข้ามาในห้องก่อนจะจัดการเปิดกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ก่อนจะเริ่มจัดข้าวของของตนเอง เมื่อจัดข้าวของเรียบร้อยแล้ว หันมาดูเวลาก็ล่วงเลยไปเกือบเช้า เพราะการเดินทางจากเกาหลีมาถึงแวนคูเวอร์ก็ใช้เวลาสิบกว่าชั่วโมง กว่าจะมาถึงที่คอนโด กว่าเค้าจะจัดของเสร็จ ก็ผ่านพ้นช่วงเวลากลางคืนไปแล้ว

 

 

ร่างเล็กลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูงของตน จัดการเดินไปหยิบผ้าขนหนูและเข้าไปอาบน้ำก่อนจะออกมาใหญ่พร้อมกับกลิ่นหอมฉุย มือเล็กหยิบเสื้อกันหนาวตัวหนาขึ้นมาสวมเพราะวันนี้เค้าจะใช้เวลาเดินสำรวจรอบๆ เพื่อให้ชิน... ตอนนี้ยังเช้ามากอยู่ ทำให้ผู้คนดูบางตา ร่างเล็กๆพาตนเองเดินมาจนถึงหาดทรายกว้างขวางสุดลูกหูลูกตาก่อนจะยกยิ้มน้อยๆ สูดหายใจเข้าจนเต็มปอดก่อนจะทอดสายตามองไปรอบๆ..

 

 

 

พลันสายตาก็ไปสะดุดกับใครบางคนที่คุ้นตา... แต่เมื่อเพ่งมองอีกทีคนคนนั้นกลับหายไป...

 

 

จินตนาการ...

 

 

คนคนนั้นจะมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง...

 

 

แบคฮยอนเดินมาเรื่อยตามหาดทรายขาว...ลมเย็นๆปะทะเข้ามาที่ร่างเล็กจนต้องกระชับผ้าพันคอที่พันรอบคออยู่... ทอดถอนหายใจทิ้งไปอย่างนั้นจนไมู่้รู้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่ขาเรียวพาร่างของตัวเองเดินมาอย่างล่องลอย  เดินมาจนถึงท่าเรือใหญ่ ดวงหน้าหวานทอดสายตามองเรือลำใหญ่ตรงหน้าอย่างตื่นใจ เรือลำใหญ่ที่ตอนนี้กำลังจะออกจากท่า ใบหน้าหวานเงยหน้ามองเรื่อขนาดใหญ่ที่กำลังเคลื่อนตัวออกไปช้าๆก่อนจะระบายรอยยิ้มบางๆ เมื่อเด็กน้อยผมทองบนลำเรือดบกมือมาให้เค้าทีอยู่ข้างล่าง... แบคฮยอนยกมือขึ้นโบกตอบก่อนจะยกยิ้มละมุนส่งไปให้เด็กน้อยคนนั้น...

 

 

 

เวลาที่มีคนมองอยู่.. คนเรามักจะรู้สึกได้ใช่ไหม..

 

 

แบคฮยอนก็รู้สึกอย่างนั้น.. รู้สึกเหมือนกำลังถุกจ้องมอง หากแต่เค้าไม่รู้ว่าคนคนนั้นมองเค้ามาจากตรงไหน มองไปทางไหนก็ไม่เจอ...

 

 

หรือจะคิดไปเอง.. ได้แต่สบถกับตัวเองก่อนจะส่ายหัวไปมาเบาๆเพื่อสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกไป...แบคฮยอนเดินกลับมายังห้องของเค้า ก่อนจะเริ่มรู้สึกแปลกใจ เมื่อเข้ายังไม่ได้ ได้แตะคีย์การ์ดลงที่ประตู แต่เหมือนกับประตูห้องของเค้าจะถูกเปิดเอาไว้แล้ว...

 

คุณเอซ ?

 

 

มือเรียวผลักประตูเข้าไปช้าๆก่อนจะก้าวขาเข้าไป ก่อนกลิ่นหอมๆของอาหารจะลอยเข้ามาแตะจมูก มองไปเบื้องหน้าก็พบอาหารเช้าเรียบง่ายที่ถูกจัดวางเอาไว้... อาหารเกาหลี ข้าว และซุกกิมจิพร้อมเครื่องเคียงถูกตั้งวางเอาไว้ พร้อมซุปสาหร่ายถ้วยใหญ่...

 

 

 

ยังไม่มันจะได้ก้าวเท้าออกไว้ก็ถูกวงแขนของใครคนหนึ่งโอบกอดเอาไว้จากด้านหลัง อ้อมแขนอบอุ่น..

 

 

 

ที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี...

 

 

 

ไม่ต้องหันไปมอง แบคฮยอนก็รู้ดี... ว่าใครคนนั้นคือ..

 

 

 

ปาร์กชานยอล...

 

 

 

ใบหน้าหล่อวางลงบนไหล่ลาดก่อนจะเอ่ยเรียกชื่อคนรักอย่างแผ่วเบาราวกับเสียงของลมที่พัดอย่ด้านนอก... เสียงที่คุ้นเคยดี

 

 

ร่างสูงกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นก่อนจะหลุบตาลง...ระบายรอยยิ้มบางๆออกมาอย่างเต็มตื้น...ร่างเล็ก เพียงแค่สัมผัสได้ถึงอ้อมกอดของอีกคน ก็ถึงกับกั้นอารมณ์เอาไว้ไม่อยู่...น้ำตามันไหลออกมาในทันที...จนเปอะเปื้อนพวงแก้มใสๆ

 

 

แรงสะอื้นน้อยๆทำให้ปาร์กชานยอลลืมตาขึ้นก่อนจะดึงให้คนตัวเล็กหันมาหาเค้า ปลายนิ้วมนยกขึ้นปาดหยาดน้ำตาที่ไหนรินของอีกคนช้าๆก่อนจะระบายรอยยิ้มอีกครั้ง...

 

 

รอยยิ้มที่อบอุ่นเหมือนทุกครั้ง...

 

 

อย่าร้องนะคนดี คำพูดอ่อนโยนมันทำให้หัวใจดวงน้อยดวงนี้เต็นรัวไม่เป็นจังหวะ ทั้งที่ไม่คิดว่าจะได้เจอกันแล้ว... ตั้งที่คิดว่าจะตัดให้ขาด

 

 

แต่เมื่อมาเจอปาร์กชานยอลที่อยู่ตรงหน้าตรงนี้ มันก็ทำให้เค้ารู้ว่า ตัวเค้าทำไม่ได้...

 

 

พยอนแบคฮยอน...ขาดปาร์กชานอยลไม่ได้

 

 

ฮึก..ฮือ... ชานยอลใจร้าย พร่ำด่าคนรักก่อนจะฟาดฝ่ามือลงไปกลางอกด้วยความโมโหครั้งแล้วครั้งเล่า ปาร์กชานยอลก็ยืนอยู่อย่างนั้น ปล่อยให้อีกคนทุบตีแบบนั้น.. ตุบตีให้พอใจ กับที่เค้าทำให้เสียใจ..

 

ใจร้ายที่สุดเลย...

 

ขอโทษ...

 

 

ฮึก...ฮือ.. อึก..

 

 

ขอโทษ...

 

 

 

...

 

ขอโทษนะแบคฮยอน... ขอโทษ... ขอโทษ พร่ำเอ่ยออกมาไม่หยุดก่อนจะลูบใบหน้าเนียนของอีกคนเบาๆ วางหน้าผากของตนเองแนบกับหน้าผากมนของอีกคน พร่ำขอโทษอยู่อย่างนั้นอย่างไม่มีทีท่าจะหยุด

 

 

นั่นเพราะปาร์กชานยอลไม่รู้ว่าต้องขอโทษมากเท่าไหร่ ต้องขอโทษมากแค่ไหนถึงจะทดแทนความเจ็บปวดที่พยอนแบคฮยอนคนนี้ได้รับ..

 

 

ขอโทษนะแบคฮยอน.. ขอโทษจริงๆ

 

 

...

 

 

ฉันขาดนายไม่ได้... ขาดนายไม่ได้จริง

 

....

 

อย่าทิ้งฉันไปนะ...อย่าทิ้งฉันไปไหนเลยนะ

 

...

 

 

อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียว...

 

...

 

ฉันขอโทษ...ขอโทษทุกอย่าง.. ขอโทษทุกเรื่อง

 

...

 

 

ให้ฉันทำอะไรก็ได้ แต่ฉันขอแค่อย่างเดียว ...อย่าทิ้งฉันไปเลยนะ อย่า... คำพูดที่พร่ำออกมาไม่หยุดทำให้แบคฮยอนหยุดมือลงก่อนจะมองคนรักตรงหน้า ปาร์กชานยอลที่กำลังทุกข์ใจในตอนนี้ก็ส่งผลให้คนคนนี้ปวดใจอยู่ไม่น้อย... ดวงหน้าหวานมองใบหน้าหล่อของอีกคนก่อนมือเรียวจะวางลงบนใบหน้าหล่อ มือทั้งสองข้าง...ค่อยๆจับใบหน้าของอีกคนให้มองมาที่เค้า..

 

ฉัน...รักนายมากจริงๆนะ รักมากๆ ไม่เคยรักใครเท่านี้เลย ปาร์กชานยอลเอ่ยด้วยแววตาเศร้าก่อนจะยกมือขึ้นโอบกอดเอวบางๆของอีกคนดึงให้เข้ามาหาตนเอง

 

 

 

ผมก็รัก...

 

 

ก่อนหน้านี้..ที่สนามบิน

 

 

คิดว่าถ้าปาร์กชานยอลปารกฏตัว... รั้งเค้า ยื้อเค้าไม่ให้ไป..เค้าก็พร้อมจะยกโทษให้

 

 

แต่คนคนนี้ทำให้เค้ามากกว่านั้น... ตามมาที่นี่เพื่อจะมาหาเค้า

 

ถ้างั้นวันนี้ที่เค้ารู้สึก วันนี้ที่เค้าเห็นปาร์กชานยอล... มันก็เป็นเรื่องจริง...

 

 

ไม่ได้ฝันไป...

 

 

นายมาที่นี่จริงๆเหรอ ? อยู่ตรงหน้าฉันจริงๆเหรอ ? ปาร์กชานยอล แบคฮยอนเอ่ยทั้งน้ำตา แต่มุมปากกลับระบายรอยยิ้มจางๆ

 

จริง...ฉันอยู่ตรงนี้จริงๆ เอ่ยจบก่อนจะโน้มลงไปทาบทับริมฝีปากหยักลงที่กลีบปากของอีกคนอย่างแผ่วเบา

 

 

 

ปาร์กชานอยลไม่ใช่ความฝัน...ปาร์กชานยอลเป็นความจริง...

 

 

ต่อไปนี้ฉันจะไม่ทำให้นายเสียใจอีกแล้วนะ ได้โปรดอย่าหนีฉันไปไหนเลยนะ รู้ไหมเหมือนใจมันจะขาด เหมือนมันจะหายใจไม่ออก ชานยอลเอ่ยก่อนจะจูบลงอย่างแผ่วเบาที่ปลายจมูกมนของอีกคน..

 

 

จูบที่ปลายจมูกที่มีเพียงปาร์กชานยอลคนเดียวเท่านั้นที่ทำแบบนี้...

 

 

แบคฮยอนพยักหน้ารัวเบาๆก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆอย่างอารมณ์ดี...ชานยอลขยี้กลุ้มผมนิ่มของอีกคนก่อนจะจูบลงไปที่กลุ่มผมนิ่ม

 

 

พยอนแบคฮยอนคนนี้... เป็นของจริง...ไม่ใช่ความฝัน..เช่นกัน..

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทั้งคู่นั่งทานอาหารด้วยกัน ชานยอลมองดวงตาที่ปวดแดงของคนรักอย่างรู้สึกผิดได้แต่เอื้อมมือไปเกี่ยคาบน้ำตาบนพวงแก้มใสเบาๆ มองคนรักทานอารหารฝีมือของเค้าอย่างสบายใจ...

 

อร่อยไหม ? ร่างสูงเอ่ยถาม คนตัวเล็กพยักหน้ารัวเหมือนลูกหมาน้อยๆก่อนจะยกยิ้มให้อย่างน่ารัก...

 

ทานเยอะๆนะ เอ่ยจบก็ใช้ตะเกียบคีบกิมจิใส่ถ้วยอาหารของคนรัก ชานยอลนั่งมองคนรักอยู่อย่างนั้นด้วยใบหน้าที่แต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้ม ดีใจอย่างหาอะไรเปรียบไม่ได้ ดีใจมากที่สุด... แบคฮยอนหยิบช้อนขึ้นก่อนจะตักซุปส่าหร่ายแล้วยื่นไปให้คนตรงหน้า ปาร์กชานยอลมองตามก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ

 

 

เพราะตอนนี้เค้าอิ่มอกอิ่มใจจนทานอะไรไม่ลงแล้ว แต่ก็ถูกคนตรงหน้าอมลมแสดงความไม่พอใจใส่ซะได้..

 

กินเลย เอ่ยเหมือนออกแนวสั่ง

 

อิ่มแล้ว... แค่มองแบคฮยอนห็อิ่มมากๆแล้ว

 

ไม่ได้นะ ...กินเลย ด้วยความเอาแต่ใจคนตรงหน้า ปาร์กชานยอลถึงได้แต่ระบายรอยยิ้มก่อนจะยอมเป็นตุ๊กตาให้คนตรงหน้าป้อนซุปส่าหร่ายให้ช้อนแล้วช้อนเล่าจนแทบหมดถ้วย...

 

พอแล้วแบคฮยอน.. ท้องจะแตกแล้ว

 

ไม่ได้นะ ...กินเลย !!! “ ยังคงเอ่ยดุไม่มีทีท่าจะยอมเลิกราง่ายๆ ทำให้ปาร์กชานยอลต้องยอมทานต่อจนพุงจะแตก...

 

อิ่มยัง ? คนตัวเล็กเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม...แต่อีกคนนี้สิต้องแสยะยิ้มเพราะท้องจะแตก

 

อิ่มแล้ว อิ่มไปยันพรุ่งนี้เลย...

 

ดีแล้ว... วันนี้มีแค่นายคนเดียวที่สมควรจะกินซุปสาหร่ายนี่...

 

...

 

 

 

 

 

ร่างเล็กลุกจากเก้าอี้ก่อนจะยันตัวขึ้นโน้มไปหาอีกคนที่นั่งอยู่ที่อีกฟากหนึ่งของโต๊ะก่อนจะฝากรอยจูบอบอุ่นลงบนหน้าผากของอีกคนเบาๆ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สุขสันต์วันเกิดนะ... ปาร์กชานยอล “  










สปอยเล็กๆ 

" ผม...จะเป็นคนดูแลแบคฮยอนเองครับ " 









Happy Chanyeol Day :)


วันเกิดชยอลแล้วน๊าาาาา.. เย้ๆๆๆๆๆ วันเกิดทั้งที่ไรท์ไม่ทำร้ายชยอลแน่ๆค่ะ 

รอติดตามกันนะคะ.. สามสิบเปอร์เซ็นที่เหลือไรท์ลงจนครบร้อยแล้วนะคะ

ไม่รู้จะมีคนรอติดตามไหมนะ... แบคกับชยอลจะเป็นยังไงต่ออย่าลืมติดตามน๊า 

หรือวันเกิดชยอลปีนี้จะให้แบคเป็นของขวัญดีนะ ฮ่าๆๆ หวังว่าจะรออ่านกันนะคะ..

อีกไม่กี่ตอนก็จะจบแล้วนะคะ...แต่ไรท์ก็มีเรื่องที่เขียนต่อแล้ว ไปติดตามกันด้วยน๊าา

หนึ่งคอมเม้นคือหนึ่งกำลังใจ ขอกำลังใจเยอะๆนะคะ.. >3<

โหวตให้ไรท์ก็จะขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง...




 

:) Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

382 ความคิดเห็น

  1. #346 SandDvV (@pusisand9) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2557 / 20:51
    กริ๊สสสส คืนดีกันแล้ว *จุดพลุฉลอง*
    #346
    0
  2. #322 Pcy Pcy (@pcy0127) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2557 / 19:45
    ขอ nc nc ตัวใหญ่ๆ ค่ะ 55555555 nattapat.jan@gmail.com
    #322
    0
  3. วันที่ 25 พฤษภาคม 2557 / 23:05
    สั้นๆเลยนะไรท์ 'ฟิน' >\\<
    #301
    0
  4. #168 ´ น้องแบคแมน๏ (@secretauy) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2556 / 01:20
    เห้ยยยย
    ลืมอ่านตอนนี้
    5555555555555

    #168
    0
  5. #162 gif (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2556 / 19:36
    โอ้ยยยยย นึกว่าจะดราม่าซะเเล้ววววว

    เย้ๆๆๆดีกันเเล้ว
    #162
    0
  6. #157 KedZ74 (@win007za) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2556 / 16:24
    กริ้ดๆ 27 จริงๆนะไรท์รอๆๆ แบคทำงี้ทำไม ฮืออออ
    #157
    0