Fiction EXO Heart Attack(ChanBaek ,, HunHan ,, Kaido ft.exo)

ตอนที่ 16 : ตอนที่สิบสาม (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,185
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    21 พ.ย. 56








ปาร์กชานยอล !! “

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พี่อี้ฟาน O______O “

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เด็กผู้ชายคนนั้น นอนอยู่บนเตียง...เตียงของน้องชายเค้า และกอดน้องชายเค้าอยู่ รอยที่เกิดตามเนื้อตามตัว ภาพที่เค้าเห็นตรงหน้า ทำให้เค้าเข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มันจะมากไปแล้วนะปาร์กชานยอล...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความโมโหที่พวยพุ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ทำให้อี้ฟานโถมเข้าไปก่อนจะกระชากร่างของเด็กหนุ่มขึ้นมาทันที

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ปาร์กชานยอล !!!!! “

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผลัก !!! หมัดหนักๆถูกซัดลงบนใบหน้าหล่อเต็มๆ เสียงดังโวยวาย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อี้ฟานปล่อยหมัดใส่ใบหน้าของชานยอลไม่ยั้ง แบคฮยอนที่กำลังตกใจกับเหตุการณ์รีบคว้าเสื้อผ้า มาสวมลวกๆก่อนจะรีบเข้าไปห้ามเอาไว้ทันที

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พี่อี้ฟาน.. พอแล้ว พอแล้ว ร่างบอบบางของคนเป็นน้องโอบกอดเอวของพี่ชายเอาไว้แน่น ให้พี่ชายหยุดทำร้ายปาร์กชานยอลที่ตอนนี้ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยพกช้ำ

 

 

 

 

 

 

 

 

อี้ฟานขบฟันกรามแน่นมองน้องชายตัวเล็กที่ กอดเอวตนเองอยู่ก่อนจะยอมลดมือลง แต่ความโกรธที่พวยพุ่งมันทำให้เค้าห้ามไม่ให้มันแสดงออกทางใบหน้าได้ หน้าตาเอาเรื่องที่บ่งบอกถึงความหวงน้อยชายทำให้เค้าห้ามตัวเองไม่ได้ หากแต่ต้องหยุดเพราะแบคฮยอนเข้ามาห้าม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ปล่อยพี่ !!!! “

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ไม่เอา.. พี่อย่าทำอะไรชานยอลเลยนะครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อี้ฟานก้มลงมองน้องชายอย่างอ่อนใจก่อนจะตะวัดสายตาไปมองปาร์กชานยอลที่น่วมอยู่บนเตียง มือหนายกขึ้นมาแตะที่มุมปากที่ตอนนี้มีเลือดซิปอยู่เบาๆก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นนั่ง ช้าๆ ดวงหน้าหล่อจ้องมองไปที่ใบหน้าพี่ชายของคนรักก่อนจะพยายามสกัดกั้นอารมณ์ที่กำลังพุ่งพล่านให้เย็นลง...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่เค้ายอมให้อีกฝ่ายทำขนาดนี้ ทั้งหมดเพื่อแบคฮยอนเพียงคนเดียว...หากเป็นปกติ คงได้สวนกันไปหมัดต่อหมัดแน่ๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ปกป้องมันทำไม มันทำแบบนี้เหมือนกับหยามพี่นะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แต่พี่ก็ทำร้ายชานยอลไม่ได้นะครับ คนตัวเล็กยังคงเถียงพี่ชายไม่หยุด มือเล็กๆก็ยังคงโอบรอบเอวพี่ชายไม่ปล่อย เกรงว่าถ้าปล่อยแล้วพี่ชายคนนี้จะโถมเข้าไปต่อยปาร์กชานยอลอีก อี้ฟานหลุบตาลงก่อนจะผ่อนลมหายใจเบาๆอย่างระงับอารมณ์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อี้ฟานเป็นคนอารมณ์ร้อน หากแต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเด็กคนนี้เค้ากลับเย็นลงได้ในทันที คงเพราะความรักน้องชายคนนี้ที่มันมีมากจนทำให้เค้าเปลี่ยน เปลี่ยนไปอย่างไม่รู้ตัว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ต้องพยายยามควบคุมทุกอย่างให้มันดี เพื่อพยอนแบคฮยอน..

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อีกสิบนาทีลงไปหาพี่ที่ห้องรับแขกข้างล่าง... นายด้วย ปาร์กชานยอล อี้ฟานเอ่ยก่อนจะเดินปึงปังออกไปด้วยความโกรธ... แบคฮยอนหันไปมองคนรักก่อนจะรีบเข้าไปหา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เจ็บไหม ? มือเล็กแตะเบาๆที่มุมปากที่ถูกแรงหมัดของพี่ชายของเค้าอัดเข้าไปเต็มๆจนแตก เลือดซิบ... ชานยอลถอนหายใจเบาๆก่อนจะส่ายหน้าไปมา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ไม่เจ็บหรอก... จริงๆ ไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไรปาร์กชานยอลคนนี้ก็ยังยิ้มได้เสมอ...แต่เค้าจะทนกับอู๋อี้ฟานได้เหรอ ? ดูท่าทางอี้ฟานจะโกรธมากซะด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เวลาต่อมาไม่นาน... ทั้งคู่ลงมายังห้องรับแขกตามที่อี้ฟานสั่งเอาไว้ แบคฮยอนและชานยอลนั่งอยู่บนโซฟาตัวยาว ตรงข้ามกับเจ้าของบ้านที่อยู่ในอารมณ์โมโหลึกๆ แบคฮยอนก็พึ่งเคยเห็นอี้ฟานตอนโกรธนี่แหละ มันทำให้น้องชายคนดีคนนี้กลัวจนไม่กล้าสบตาพี่ชายเลยทีเดียว คยองซูที่คอยดูอยู่ห่างๆก็ถอนหายใจยาวด้วยความเหนื่อยใจ ก็อยากช่วย แต่ไม่รู้จะช่วยยังไง...ถึงได้แต่ดูอยู่ห่างๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แบคฮยอนมานั่งข้างๆพี่ อี้ฟานเอ่ยสั่งน้องชายตัวเล็ก แบคฮยอนหันไปมองชานยอลก่อนจะฉายแววตาจนใจ ชานยอลยกยิ้มละมุนให้ก่อนจะพยักหน้าเบาๆเป็นเชิงอนุญาต คนตัวเล็กค่อยๆลุกขึ้นก่อนจะเดินไปนั่งข้างๆพี่ชาย อี้ฟานจับจ้องไปที่เด็กหนุ่มตรงหน้าด้วแววตาเชือดเฉือน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ไม่พอใจ... และไม่ชอบเด็กคนนี้เอาซะเลย..

 

 

 

 

 

 

 

 

แบคฮยอน... ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พี่ขอสั่งห้ามไม่ให้แบคฮยอนติดต่อกับหมอนี่อีก คำพูดของพี่ชายทำเอาคนเป็นน้องชายต้องหันควับไปมอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พี่อี้ฟาน.. แบบนั้น... มัน...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมรู้คุณไม่ชอบผม...แต่เรื่องห้ามไม่ให้พวกเราติดต่อกัน มันไม่มากไปเหรอ ?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แต่ฉัน...ไม่ชอบนาย ...พี่ไม่ชอบปาร์กชานยอล คำพูดที่ดูเอาแต่ใจตัวเองเอ่ยออกมาจากคนอายุมากกว่า แบคฮยอนเม้มปากแน่นเป็นขีด อย่างไม่พอใจ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แต่เค้าเป็นแฟนผมนะครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พี่อี้ฟานใจร้าย...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เหตุผลไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยเหรอ ?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ก่อนหน้านี้นายก็ทำให้น้องชายฉันร้องไห้จะเป็นจะตายไม่ใช่เหรอ ? แล้วถ้าหลังจากนี้น้องฉันต้องเสียใจเพราะนายอีกละ คำพูดของอี้ฟานทำเอาชานยอลนิ่งเงียบ... มันก็จริงอย่างที่เค้าพูด ดวงหน้าหวานของร่างเล็กๆค่อยๆหันไปมองคนรักด้วยแววตาเศร้าใจ...เหมือนเค้ากำลังขอกำลังใจ ขอความมั่นใจจากปาร์กชานยอล...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ชานยอลจะทำให้ผมเสียใจอีกรึเปล่า ?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผม... น้ำเสียงที่ไร้ความมั่นใจของปาร์กชานยอลทำเอาหัวใจดวงน้อยๆถึงกับสั่นไหว ชานยอลก้มหลบสายตาของคนตัวเล็กที่จ้องมองไป ยิ่งทำให้แบคฮยอนไร้เรี่ยวแรง... ดวงตารีเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ชานยอล..ทำไมไม่พูละว่าจะไม่ทำให้ฉันเสียใจ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทำไม นายถึงไม่พูด...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผม... คำพูดที่หาจุดจบไม่ได้ของปาร์กชานยอลยิ่งทำให้แบคฮยอนที่รอฟังเหมือนตายทั้งเป็น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เห็นรึยังว่าผู้ชายคนนี้ดูแลเราไม่ได้หรอกนะแบคฮยอน... อี้ฟานเอ่ยออกมาก่อนจะก้มลงมองน้องชายที่นั่งอยู่ข้างๆ แบคฮยอนหันไปมองคนรักอีกครั้ง... น้ำตาไหลพรากอย่างหยุดไม่ได้...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ชานยอล... เสียงสั่นๆของคนตัวเล็กที่เอ่ยออกมาทำให้ชานยอลต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง...ยิ่งเห็นมันก็เหมือนหมุดที่ตอกลงกลางหัวใจของปาร์กชานยอล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทั้งที่มั่นใจว่ารัก...ทั้งที่มั่นใจว่าดูแลได้เสมอ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แต่ทำไมตอนนี้ถึงได้รู้สึกลังเลและไม่มั่นใจ ก้มลงมองมือทั้งสองข้างที่กำลังสั่นเทา มือๆนี้จะดูแลคนที่เค้ารักได้ไหม ?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คือ... ผม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมไม่มั่นใจ... 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อีกด้านหนึ่ง ในคอนโดหรูกลางกรุงโซล บรรยากาศในห้อง เริ่มสว่างบ้างในบางส่วน ดวงตาหวานที่ตื่นนอนมาได้สักพักค่อยๆหันไปมองนอกระเบียงอย่างไร้จุดหมาย กี่วันแล้วที่เค้าตื่นเช้าขนาดนี้เพราะความเคยชิน ตื่นเช้าทั้งๆที่ไม่ได้ไปทำงาน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากเกิดเหตุกรณ์ในวันนั้น ลู่หานก็เอาแต่เก็บตัวอยู่ที่คอนโด ลาพักร้อนยาวทั้งๆที่คนอย่างเค้าไม่เคยทำมาก่อน มือเรียวยกผ้าห่มผืนหนาขึ้นก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นจากเตียงนุ่ม พาร่างที่โรยแรงของตนเองมายังระเบียง มือเรียวเลื่อนไปเปิดบานประตูกระจกช้าๆก่อนจะก้าวเท้าออกไปแตะพื้นเย็นๆข้างนอก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พระอาทิตย์กำลังขึ้น...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มันดูสวย...แต่ก็ดูน่าเศร้าใจในเวลาเดียวกัน บรรยากาศโดยรอบยังคงเงียบอยู่ เพราะยังเช้ามาก ท้องถนนดูโล่งกว่าปกติ ผู้คนที่เดินสัญจรบนท้องถนนก็ยังคงดูบางตา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตั้งแต่วันนั้น... ที่เค้าเจอโอเซฮุนที่บริษัทของอี้ฟาน เด็กคนนั้นก็หายไป มีเพียงโทรศัพท์ที่ยังคงดังต่อเนื่องไม่หยุดจากเมทเซทที่ถูกส่งมาทุกวัน อยากรับใจจะขาด หากแต่ต้องควบคุมตัวเองไม่ให้เผลอใจไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เพราะลู่หานคนนี้ขี้ขลาดเกินไปสำหรับเรื่องความรัก... เพราะเค้ากลัว กลัวว่าวันหนึ่งถ้าโอเซฮุนไม่อยู่ข้างๆ เค้าจะทำยังไง...คนคนนั้นยังเด็ก ถ้าวันหนึ่งเค้าไปเลือกคนอื่น ลู่หานคนนี้จะทำยังไง ถึงได้เลือกตัดปัญหาโดยการที่ไม่คิดจะสานความสัมพัน ให้มันเป็นแบบนี้.... ถึงจะเจ็บ แต่สักวันก็คงหาย สิ่งที่เค้าทำได้ คือต้องต่อสู้กับใจตัวเอง..

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ร่างบางพาร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของตนกลับเข้ามาในห้องก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำ ใช้  เวลาเพียงไม่นานร่างบอบบางก็ออกมาอยู่ที่ห้องครัว มือเรียวบรรจงหยิบขนมปังใส่ลงไปในเครื่องปิ้งขนมปังช้าๆ ก่อนจะเดินไปที่ตู้เย็นเทน้ำผลไม้ใส่แก้วเพื่อรอขนมปังปิ้งหอมกรุ่น เวลาที่เค้าอยู่คนเดียว เวลาที่อยู่กับความเงียบ มันก็พาลทำให้เค้าคิดถึงเรื่องของคนคนนั้นขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เซฮุน... ริมฝีปากบางเอ่ยเรียกชื่อคนคนนั้นที่เค้าคิดถึงออกมาอย่างไม่รู้ตัว... ชื่อที่ไม่ได้เรียกมานาน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ติ๊ง.. เสียงเครื่องปิ้งขนมปังดังขึ้นทำให้เค้าสะดุ้งเล็กๆ หลุดออกมาจากห้วงความคิดก่อนจะหมุนร่างกลับมายังเครื่องปิ้งขนมปังสีขาว มือเล็กบรรจงหยิบขนมปังร้อนๆออกมาวางใส่จานก่อนจะยกมาที่โซฟาตัวยาวในห้องรับแขก เช้าๆแบบนี้ไม่ค่อยมีรายการอะไรให้ดูสักเท่าไหร่ จะมีก็แต่ข่าวเช้า และรายการการ์ตูนสำหรับเด็ก ดวงตาจับจ้องไปยังจอสี่เหลี่ยมตรงหน้าที่กำลังเคลื่อนไหว หากแต่จิตใจไม่ได้จดจ่ออยู่ตรงนั้นเลย กลับเหมอลอยคิดถึงคนคนนั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะไม่ได้พบหน้ากัน แต่ลู่หานคนนี้ก็เลิกคิดถึงโอเซฮุนไม่ได้ ภาพเก่าๆตั้งแต่เจอกันครั้งแรกมันคอยวนเวียนไปมาในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพิ่งเข้าใจอย่างชัดเจนในตอนนี้ ว่าความคิดถึงมันทรมารขนาด ไหน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เสียงออดที่ดังจากหน้าประตูทำให้ลู่หานหลุดจากภวังค์อีกครั้ง ร่างบางลอบถอนหายใจก่อนจะเดินไปที่ประตู มือเรียวยกขึ้นเปิดประตูช้าๆ มาเช้าซะขนาดนี้คงไม่พ้นอี้ฟานเพื่อนรักของเค้าแน่ๆ เพราะตั้งแต่ที่เค้าหยุดพักร้อน คนที่จะคอยวนเวียนมาหาเค้าเสมอคือ อู๋อี้ฟาน คนที่คอยมาทำให้เค้ายิ้ม ไม่คิดฟุ้งซ่าน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อี้ฟานกลับมาจากฮ่องกง...แล้ว... เหรอ.....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โอเซฮุน...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อาจารย์ลู่หาน.... ลู่หานมองคนตรงหน้าดวงแววตาที่วูบไหว กี่วันที่ไม่ได้เจอกัน....กี่วันที่ไม่ได้อยู่ใกล้ มันราวกับนานเป็นปี ร่างบางเม้มปากแน่นอย่างเสียความมั่นใจ แววตาเศร้าของเด็กหนุ่มจับจ้องมายังดวงหน้าหวานของคนอายุมากกว่าอย่างจงใจ ความรู้สึกไม่ต่างกัน.. นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้เจอนะ สี่วัน ห้าวัน หนึ่งอาทิตย์ สองอาทิตย์ ที่เหมือนนานเป็นปี ลู่หานช้อนตามองเด็กหนุ่งตรงหน้าอย่างกล้าๆกลัวๆ ดูผอมลงไปรึเปล่า ? สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลย...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ไร้เสียงใดๆออกมาจากปากของทั้งคู่ ทั้งที่ในใจมีคำพูดมากมายที่อย่างพรรณนา หากแต่ต้องกลั้นเอาไว้ เพราะความกลัวที่อยู่ในใจ...ตอนนี้ถ้าปิดประตูใส่ก็คงจะดูไร้เหตุผลเกินไป ดวงตาโตได้แต่เสมองไปทางอื่นอย่างจงใจก่อนจะเอ่ยถามอีกคน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นายมาที่นี่ทำไม ? รู้อยู่เต็มอกว่าเค้ามาทำอะไร แต่ก็เลือกถามคำถามโง่ๆออกไปได้ พยายามข่มใจไม่ให้แสดงความอ่อนไหวออกมา หากแต่ดวงตาก็โกหกอะไรไม่ได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มองหน้าผมสิครับ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมทำผิดอะไร ? ยังคงเลือกมองไปทางอื่นอยู่อย่างนั้น ไม่กล้า ไม่กล้าพอจะสบตา...ไม่กลางพอที่จะตอบทุกอย่างให้ชัดเจน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผิดมากเหรอ...ที่ผมรักอาจารย์ ผิดมากเหรอที่ผมอยากจะอยู่ใกล้ๆ ทำไม...เราเป็นเหมือนคนอื่นๆไม่ได้ เสียงที่ดูเศร้า ดึงดูดให้ร่างบอบบางหัวใจโอนอ่อน หันไปมองอย่างไม่รู้ตัว เพียงแค่ดวงตาดุจกวางสบตากับดวงตาคมคายของอีกคน ร่างบอบบางก็ทำอะไรไม่ถูก แววตาที่จ้องมองมาที่เค้า ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กำลัง...เอ่อล้นไปด้วยน้ำตา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โอเซฮุน กำลังร้องไห้...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดวงหน้าหวานร้อนผ่าว...เหมือนน้ำตากำลังจะไหล ความรู้สึกในตอนนี้มันไม่ได้ต่างกันเลย...เจ็บ ทั้งๆที่คนที่รักอยู่ตรงหน้า...แต่พวกเค้าทั้งคู่กลับทำอะไรไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้...และเลือกที่จะไม่ทำอะไร...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ได้โปรด...กลับไปเถอะนะ ลู่หานกลั้นใจพูดก่อนจะปิดประตูลงอย่างรวดเร็ว...เพราะเค้าไม่อยากให้คนคนนั้นเห็นน้ำตาของเค้า...ร่างทั้งร่างทรุดลงที่พื้นก่อนจะร้องไห้ออกมาอย่างหมดความอดทน... อยากโผเข้าไปกอดอ้อมแขนอบอุ่นนั้น... แต่คนขี้ขลาดคนนี้ก็ไม่กล้า..

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อีกครั้ง...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เซฮุน... ฮือๆ อึก....ขอโทษ... ฮือ... ฉันขอโทษ... ฮือๆ... เสียงสะอื้นสลับกับคำพร่ำขอโทษ ที่แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน ไม่ได้ต้องการให้อีกฝ่ายได้ยิน..เพียงแค่ต้องการเอ่ยออกมา แค่อยากระบายในสิ่งที่อยากพูดออกมาก็เท่านั้น มือเรียวยกขึ้นมากำโทรศัพท์ในมือเอาไว้แน่น... ก่อนเครื่องมือสื่อสารขนาดเล็กจะสั่นเบาๆเพราะมีคนโทรเข้า...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อยกขึ้นดู..ก็เป็นเบอร์ของคนที่ยืนอยู่หน้าห้องของเค้าเมื่อกี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มือเรียวกดรับสายช้าๆ... ไม่เอ่ยตอบอะไร เพียงแค่นิ่งเงียบและฟัง...กลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้อย่างอดกลั้น...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

/ผม...รักอาจารย์มากนะครับ... ผมจะไม่ไปไหน จะนั่งอยู่ตรงนี้... จะนั่งอยู่จนกว่าอาจารย์จะยอมคุยกับผมดีๆ จะนั่งอยู่ตรงนี้จนกว่าอาจารย์จะเข้าใจผม... / เอ่ยเพียงแค่นั้นก่อนจะเงียบลง และตัดสายช้าๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทำไมมมมมมมมม ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วยยยย ฮือ...อึก ทำไม... มือเรียววางโทรศัพท์เครื่องเล็กไว้ข้างๆลำตัวก่อนจะร้องไห้ออกมาจนแทบไม่มีน้ำตา ร้องออกมาจนไม่รู้ว่ากี่โมงกี่ยาม...สิ่งที่จำได้ มีเพียงคำพูดของโอเซฮุนที่เอ่ยบอกว่า...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เค้าจะนั่งอยู่ตรงนี้..ไม่ไปไหน...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ลู่หานดันตัวเองขึ้นก่อนจะมองลอดออกไปที่ตาแมวของประตู...หากกลับไม่พบร่างของใครอีกคนที่บอกเอาไว้ ...ไปไหน ?? หรือไม่ได้อยู่ตรงนี้ ? มือเรียวปิดกลอนประตูออกดูด้านนอก ซึ่งไร้เงาของอีกคน...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หมายความว่ายังไง ?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ไม่นานนักเสียงของคุณลุงที่ดูแลคอนโดก็ดังขึ้น ตะโกนเรียกชื่อลู่หานจนสะดุ้งเฮือก..

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มี.. มีอะไรครับลุง ? เรียกซะเสียงดังเชียว ลู่หานเอ่ยก่อนจะยกยิ้มละมุน คุณลุงร่างใหญ่หายใจหอบก่อนจะเอ่ยออกมาช้าๆด้วยท่าทีเหนื่อยหอบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เด็กคนนั้น... เด็กผู้ชายที่ขึ้นมาหาคุณ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เด็กผู้ชาย ?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หมายถึงใครครับ ?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ก็เด็กผู้ชายตัวสูงๆที่ขึ้นมาหาคุณเมื่อช่วงเช้าไงครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โอเซฮุน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทำไมมีครับ ? เอ่ยถามด้วยท่าทีไม่สบายใจ มือเรียวกำแน่นอย่างเสียความมั่นใจ บวกกับท่าทีรีบร้อนของคนตรงหน้าด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ลู่หานกระวนกระวายใจ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ลุงครับ...เกิดอะไรขึ้นครับ ??

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คือ...เด็กคนนั้นนั่งคุกเข่าอยู่ที่หน้าคอนโด ผมพยายามบอกให้กลับก็ไม่ยอมกลับ...แล้วจู่ๆก็มีรถคันหนึ่งพุ่งเข้ามาจากไหนไม่รู้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แล้ว..ก็ชนเด็กคนนั้น...ครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รถชน...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผม...หูฟาดใช่ไหม ?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่ผมได้ยิน..มันไม่จริงใช่ไหม ??

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เซฮุน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ร่างบอบบางยืนนิ่งราวกับคนไร้จิตวิญญาณอยู่หน้าห้องไอซียู มองลอดกระจกหนาเข้าไป ในห้องกำลังง่วนอยู่กับการให้เลือด ทีมแพทย์และพยาบาลยุ่งจนคนคนนี้ที่มองอยู่เริ่มใจไม่ดี น้ำตาที่พึ่งเหือดแห้งไปไหลออกมาอีกครั้งอยู่เป็นระลอก เป็นห่วงคนที่อยู่ในนั้นจับใจ คำพูดต่างๆวนเวียนเข้ามาในหัวจนเรียบเรียงไม่ถูก เลือดหลายต่อหลายถุงที่ถูกนำออกมายิ่งทำให้เค้าใจไม่ดี ภาพที่เค้าเห็นยังติดตาเค้าอยู่ โอเซฮุนที่นอนจมกองเลือดอยู่เมื่อกี้ มันเหมือนบาดแผลที่ตอกย้ำ ความผิดของเค้า ร่างบางยกมือทั้งสองข้างของตนขึ้นมา มือที่เปื้อนเลือด มือที่เต็มไปด้วยความผิด

 

 

 

 

 

 

 

เซฮุน... ฮึก.. อึก... ฉันขอโทษ..

 

 

 

 

 

เวลาผ่านเลยไปหลายต่อหลายชั่วโมง จนรอบข้างเริ่มไม่เหลือใคร เหลือเพียงแต่ร่างบอบบางที่นั่งอยู่ด้วยท่าทีเหม่อลอย ดวงตายังคงเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา ในใจเอาแต่คิดโทษตัวเองที้องทำให้ คนคนนั้นมาเจอเรื่องแบบนี้

 

 

 

ทั้งหมดเป็นเพราะเค้า...

 

 

 

 

เพราะเค้าคนเดียว...

 

 

 

เซฮุนถึงได้เป็นแบบนี้...

 

 

 

 

ไม่นานนักเสียงประตูที่เปิดออกก็เรียกสติของลู่หานกลับคืนมา ดวงหน้าหวานหันไปมองคุณหมอในชุดกราวสีขาว มือเล็กฉวยขอมือของผู้เป็นหมอเอาไว้ก่อนจะเขย่าเบาๆ

 

 

 

หมอ... เซฮุน ...เซฮุนเค้าเป็นไงบ้างครับ ?

 

 

 

คนไข้.... ตอนนี้พ้นขีดอันตรายแล้วครับ กลีบปากสีหวานยกยิ้มอย่างดีใจก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอก ...

 

 

 

หมอครับ... ผมเข้าไปเยี่ยมเค้าได้ไหมครับ ? ลู่หานเอ่ยถาม คุณหมอใจดีพยักหน้าตอบก่อนจะยกยิ้มให้ เมื่อได้ยินถึงคำอนุญาตลู่หานก็ก้มหัวของคุณคุณหมอเป็นการใหญ่ก่อนจะรีบเดินเข้าไป เข้าไปหาเจ้าของหัวใจของเค้า...

 

 

 

ลู่หานมองร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงก่อนจะชะงักเท้าเอาไว้... เซฮุนที่ยังนอนนิ่งอยู่บนเตียงพร้อมด้วยเครื่องช่วยหายใจที่ยังถูกสวมอยู่ทำให้ความรู้สึกผิดที่มันมากล้นโถมกระหน่ำลงมาตอกย้ำลู่  หานอีกรอบ... ขาเรียวก้าวเข้าไปหาด้วยท่าทีหวาดหวั่นก่อนมือเรียวจะยื่นไปสัมผัสเบาๆที่มืออุ่นๆของอีกคน

 

 

 

ขอโทษ... ขอโทษนะเซฮุน... ฮึก... ฉันขอโทษ... ฮือ... ลู่หานกอบกุมมือของอีกคนมาวางไว้แนบอก...ก่อนจะถอนหายใจอีกครั้งอย่างโล่งอก... ขอบคุณพระเจ้าที่ช่วยให้เธอปลอดภัย..ขอบคุณครับ...  ลู่หานเอื้อมมือไปวางบนใบหน้าวีดเซียวของอีกคน ใบหน้าอุ่นๆที่บอกว่าอีกคนยังมีชีวิตอยู่...ยังมีชีวิตอยู่ให้เค้าได้เห็น

 

ขอบคุณพระเจ้าที่ไม่พรากเจ้าของหัวใจของเค้าไป...ขอบคุณ

 

 

 

ตอนนี้เซฮุนถูกย้ายมายังห้องพักเรียบร้อยแล้ว...ลู่หานหันไปขอบคุณเหล่าบุรุษพยาบาลเป็นการใหญ่ เมื่อคนเหล่านั้นออกไป เค้าก็หันกลับมามองเด็กหนุ่มที่ยังคนนอนหลับอยู่บนเตียงอีกครั้งอย่างโล่งอก ร่างกายบอบช้ำหลายจุด บริเวณหัวก็มีผ้าก็อตพันแผลเอาไว้ ยิ่งมองก็ยิ่งทำให้เค้า รู้สึกผิด เซฮุนฟื้นขึ้นมา จะโกรธเค้าไหมนะ ? ตอนนี้เวลาก็ล่วงเลยมาจนเกือบเย็น ลู่หานจึงเลือกออกมาซื้ออาหารเย็นใกล้ๆโรงพยาบาล เมื่อกลับมายังห้องเซฮุนก็ยังคงนอนหลับอยู่เช่นเดิม มือเรียววางข้าวของลงบนโต๊ะก่อนจะเดินไปจัดแจงล้างผลไม้ที่ซื้อมาและแกะอาหารเย็นของตนใส่ชาม ระหว่างที่ทานอาหารก็ไม่วายคอยหันไปมองคนที่นอนหลับอยู่บนเตียงอยู่เป็นพักๆด้วยความเป็นห่วง    

 

 

ดวงตาดุจกวางหันไปมองอีกคน จ้องมองอยู่อย่างนั้นจนไม่ทันได้สังเกตเวลา เริ่มดึก ดวงตาที่กลมโตในตอนแรกก็ค่อยๆเล็กลง เล็กลง จนปิดลงในที่สุด ... กลางดึก ใครอีกคนที่นอนหลับมาเป็นเวลานานก็ค่อยๆตื่นขึ้นมา ความเจ็บปวดตามเนื้อตามตัวแล่นปรีเข้ามาในทันทีจนรู้สึกได้ ดวงตาสีเข้มมองไปบนเพดานด้วยความรู้สึกไม่คุ้นเคย

 

 

 

ที่นี่ที่ไหน ?  ได้แต่เอ่ยถามตัวเองในใจก่อนจะมองไปรอบๆ ความรู้สึกอบอุ่นที่มือของเค้า ทำให้คนป่วยต้องหันไปมอง หัวใจสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ เมื่อเจ้าของหัวใจจที่เค้าเพียรหาตอนนี้มาอยู่ใกล้ๆ มือเล็กๆที่กอบกุมมือของเค้าเอาไว้ ยิ่งทำให้คนป่วยต้องยกยิ้มขึ้นอย่างอดไม่ได้.. มืออีกข้างที่เป็นอิสระ ยกขึ้นก่อนจะเกรี่ยพวงแก้มนวลเนียนของอีกคนอย่างเบามือ

 

 

 

นานเท่าไหร่ที่ไม่ได้สัมผัสคนตรงหน้านี้...

 

 

 

 

รู้สึกดีใจจนล้นปรี่...

 

 

 

 

ไม่นานนักคนที่ถูกรบกวนการนอนก็ค่อยๆยกหัวขึ้นมา ลืมตามองอีกคนก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นคนป่วยตื่นขึ้นมาแล้ว

 

 

 

เซฮุน... เป็นยังไงบ้าง ? เจ็บไหม ? รู้สึกไม่ดีตรงไหนรึเปล่า ? ให้ตามหมอไหม ? เอ่ยลนลานจนเรียกเสียงหัวเราะเบาๆให้ออกมาจากมุมปากของคนอายุน้อยกว่า

 

 

 

มันน่าขำนักเหรอ เอ่ยเสียงดุน้อยๆก่อนจะขมวดคิ้วเป็นปม

 

 

 

เปล่าครับ..ไม่ได้ขำ เด็กหนุ่มส่ายหน้าเบาๆก่อนจะยกมือของร่างตรงหน้าขึ้นมาทาบลงบนใบหน้าคมของตน หลุบดวงตาทั้งสองข้างลงช้าๆก่อนจะสูดหายใจเข้าออกช้าๆด้วยท่าทีโล่งใจ

 

 

 

ทำอะไรของเธอ ?

 

 

 

ผมแค่...กำลังเก็บเกี่ยวความอบอุ่นของอาจารย์ครับ เอ่ยด้วยน้ำเสียงละมุนก่อนจะค่อยๆลืมตา ขึ้นมาสบตากับอีกคนอย่างจงใจ จนลู่หานต้องเบนหน้าหนี เพราะหัวใจเจ้ากรรมดันสั่นไหวจนควบคุมไม่ได้...

 

 

 

ผม...กำลังฝันอยู่รึเปล่านะ... ช่างมันเถอะ ถึงเป็นแค่ฝัน ผมก็ดีใจ คำพูดที่เหมือนกับเอ่ยกับตัวเองของโอเซฮุน ทำให้ลู่หานลอบถอนหายใจเบาๆ... คนคนนี้รักเค้ามากขนาดนี้เลยเหรอ ?

 

 

 

โอเซฮุนคนนี้ รักเค้ามากเลยเหรอ ?

 

 

 

 

งั้นถ้าเป็นความฝัน... ผมจะถามอะไรก็ได้ใช่ไหมครับ...

 

 

 

ในฝันของผม...อาจารย์ต้องตอบตามที่ผมอยากจะให้เป็นแน่ๆเลยใช่ไหม

 

 

 

ตอบในสิ่งที่จะทำให้ผมฝันดี...

 

 

 

งั้นผมถามนะครับ...

 

 

 

ไม่ได้รับคำตอบใดๆ... แต่โอเซฮุนคนนี้ก็ยกยิ้มขึ้นมาก่อนจะเริ่มเอ่ยถามในสิ่งที่เค้าคิด... ในสิ่งที่คิดว่าคงเป็นความจริงได้แค่ในความฝัน...

 

 

 

 

อาจารย์เป็นห่วงผมไหมครับ ?

 

 

 

... ลู่หานได้แต่เงียบก่อนจะกัดปากอย่างสูญเสียความมั่นใจ..

 

 

 

รู้สึกไม่ดีรึเปล่าครับที่ผมโดนรถชน

 

 

 

... ได้แต่พยักหน้าหงึกหงักเบาๆโดนที่ยังก้มลงมองพื้นอยู่เพราะใบหน้าที่มันแดงฉ่า

 

 

 

อาจารย์ได้คิดรึเปล่า...ว่าถ้าผมเป็นอะไรไปจะไม่ยกโทษให้ตัวเอง ?

 

 

 

... ยังคงตอบด้วยการพยักหน้าแทนคำพูด

 

 

 

ถ้าไม่มีผมอยู่แล้วอาจารย์จะเสียใจมากใช่ไหมครับ ?

 

 

 

... ใบหน้าหวานยังคงพยักหน้าขึ้นลงเหมือนเดิม...ยิ่งเรียกรอยยิ้มที่ผุดขึ้นที่มุมปากของอีกคนให้ชัดเจนขึ้น...

 

 

 

รักผมรึเปล่าครับ ?

 

 

 

... เงียบ...ยังคงเงียบเหมือนเดิม..

 

 

 

 

แต่ไม่มีการพยักหน้าตอบเหมือนดังคำถามก่อนจะ... ทำให้รอยยิ้มที่มุมปากของคนป่วยเจือนลงในทันที...

 

 

 

ในความฝัน..บางทีก็อาจเปลี่ยนเป็นฝันร้ายได้อย่างไม่ทันที่จะได้ตั้งตัว..

 

 

 

เซฮุนได้แต่ถอดถอนใจอีกครั้ง...ลืมนึกไปถึงคำพูดก่อนหน้านี่ของลู่หาน... ว่ายังไง

 

 

 

 

ก็เป็นไปไม่ได้...

 

 

 

 

 

ผม... // ฉันรัก คำพูดที่สวนขึ้นมาของอีกคนทำให้เซฮุนถึงกับหยุดคำพูดของคนเอาไว้...เอ่ยอะไรต่อไม่ออก เมื่อใบหน้าหวานเองยหน้าขึ้นมาสบตาเค้าอย่างตั้งใจ ดวงตาดุจกวางที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตา ดวงตาแสนสวยที่เรียกรอยยิ้มให้ฉายขึ้นบนใบหน้าของโอเซฮุนอีกครั้ง

 

 

 

รัก... รักมากด้วย ลู่หานเอ่ยซ้ำอีกครั้งก่อนจะส่งรอยยิ้มหวานๆไปให้คนป่วยตรงหน้า...

 

 

 

ใบหน้าหวานขยับเข้าไปใกล้ก่อนจะจุมพิตเบาๆลมบนริมฝีปากของเด็กหนุ่มอย่างแผ่วเบา

 

 

 

ผมพึ่งเข้าใจ...

 

 

 

พึ่งเข้าใจว่าผมขาดเค้าไม่ได้...

 

 

 

ลู่หานถอนริมฝีปากออกช้าๆก่อนจะโผเข้าไปหาอ้อมกอดอบอุ่นของอีกคนซุกใบหน้าลงบนแผ่น อกกว้างของเด็กหนุ่มก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอก

 

 

 

เซฮุนยกมือขึ้นมากอดคนตรงหน้าเอาไว้แน่น...กอดราวกลับกลัวคนตรงหน้าหนีหายไปไหน ความฝัน..มันก็อบอุ่นได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอ ?

 

 

 

แล้วถ้าเกิด... ในฝันของผม

 

 

 

ผมถามอะไรบางอย่างไป...

 

 

 

คนคนนี้จะเอ่ยตอบตามที่ผมคิดไหมนะ...

 

 

 

อาจารย์ลู่หานครับ...

 

 

...

 

 

 

คือ....

 

 

 

...

 

 

 

ได้โปรด...แต่งงานกับผมได้ไหมครับ ?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทำไม... ไม่พูด

 

 

 

 

 

ทำไม... ถึงไม่พูด...

 

 

 

 

 

ทำไม..  ผมถึงไม่พูดออกไปนะ.....

 

 

 

ยอล... ชานยอล... ปาร์กชานยอล !!!!!! “

 

 

 

ครับ... ครับ พี่

 

 

 

 

 

ปาร์กชานยอลดึงสติกลับมาอยู่บนโต๊ะอาหารอีกครั้งก่อนจะหันไปมองหน้าพี่สาวที่ได้แต่ถอนหายใจกับท่าทีเหม่อลอยที่เกิดขึ้นประจำของน้องชาย ใบหน้าหล่อก้มลงมองอาหารในจานก่อนจะใช้ตะเกียบเขี่ยไปมาราวกับหน่ายอาหาร

 

 

 

เป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะ ...มีอะไรรึเปล่า ? ปาร์กยูรา พี่สาวคนสวยเอ่ยถามน้องชายด้วยความเป็นห่วง เพราะน้องชายตัวดีหายไปจากบ้านคืนหนึ่งเต็มๆ พอกลับมาก็เอาแต่เหม่อลอย ดูไม่เป็นตัวของตัวเองจนคนเป็นพี่อดสงสัยไม่ได้ ชานยอลวางตะเกียบลงก่อนจะหันไปสบตาพี่สาว แววตาเศร้าถูกฉายแววอย่างเด่นชัด บวกกับเสียงถอนหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อย ยิ่งทำให้คนเป็นพี่เป็นห่วงมากขึ้นไปอีก

 

 

 

มีอะไรบอกพี่ได้นะ มือเรียววางลงบนบ่าของน้องชายก่อนจะบีบเบาๆอย่างให้กำลังใจ ชานยอลได้แต่ยิ้มเจือนๆก่อนจะเอ่ยตอบ

 

 

 

ผมมีเรื่องไม่สบายใจนิดหน่อยครับ...

 

 

 

เรื่องแฟน ? พี่สาวเอ่ยอย่างรู้ทัน

 

 

 

ครับ... ผมไม่รู้ว่าทำไมความรักของผมครั้งนี้มันถึงได้ดูสับซ้อนขนาดนี้ ผม..รักเค้านะครับ รักมากด้วย... แต่ทำไมพอผมจะพูดออกไปว่ารัก พอถึงเวลาที่เค้าต้องการคำยืนยันว่าผมจะดูแลเค้าได้...ผมถึงได้กลัวอย่างบอกไม่ถูก พี่ชายของเค้าเหมือนมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของผมมากๆเลย เมื่อน้องชายเอ่ยถึงสิ่งที่ไม่สบายใจออกมาก็ทำให้ปาร์กยูราถอดถอนหายใจตามก่อนจะตบบ่าน้องชายเบาๆ

 

 

 

พี่ขอถามหน่อยนะ... ชานยอลรักคนคนนั้นไหม ?

 

 

 

รักครับ... ตอบออกมาได้อย่างไม่ต้องรีรอ พูดออกมาได้เต็มปาก ทำไมเวลาอยู่ต่อหน้าแบคฮยอน อยู่ต่อหน้าอี้ฟานเค้าถึงพูดไม่ออกนะ...

 

 

 

ก็ใช้แค่ความรู้สึกตรงนั้นตอบไปสิ... ชานยอลรู้ไหม ว่าบางที...ถ้าเกิดเค้าต้องการคำตอบจากชานยอล..ว่ารักเค้าไหม .... แน่นอนว่าในใจของชานยอลก็บอกอยู่แล้วว่ารัก... แต่แค่ไม่กล้าพูดออกไปใช่ไหมละ แล้วลองคิดดูนะ ว่าคนที่รอฟัง เค้าก็ต้องรอฟังคำตอบที่ตัวเค้าก็คิดเอาไว้ คิดไว้ว่าชานยอลต้องบอกว่ารัก รักเค้ามากๆ...แต่ท่าทีลังเล ไม่ยอมพูดของชานยอล มันอาจทำให้เค้าสูญเสียความมั่นใจทั้งหมดเลยก็ได้นะ คำพูดของคนเป็นพี่ทำให้น้องชายได้แต่ยกมือกุมหัวอย่างโทษตัวเอง... ทำไมเรื่องแค่นี้เค้าถึงคิดไม่ได้นะ

 

 

 

มิน่าละ วันนั้นแบคฮยอนถึงได้ร้องไห้วิ่งหนีขึ้นห้องไปแบบนั้น...

 

 

 

คำพูดในวันนั้นของแบคฮยอนยังคงดังอยู่ในหัวเค้าเสมอ...

 

 

 

สรุปว่าที่ผ่านมา... นายเคยรักฉันจริงๆไหม ?

 

 

 

ทั้งหมดมันเป็นเพราะเค้าไม่ชัดเจน....

 

 

 

จนทำให้แบคฮยอนต้องร้องไห้ไม่รู้กี่ครั้งกี่หน...

 

 

 

 

คนรักของเค้า...บอบบางราวกับแก้ว ที่แค่กระทบกระเทือนแรงไปก็แตกเป็นเสี่ยงๆ ยากจะทำให้กลับมาเป็นอย่างเดิม ยูรามองน้องชายอีกครั้งก่อนจะถอนหายใจเบาๆ..

 

 

 

รักเค้า... อยากดูแลเค้าก็ไปพูด ถ้ามีอะไรให้พี่ช่วย บอกพี่ได้เสมอนะ รอยยิ้มหวานถูกส่งมาเป็นกำลังใจ ให้น้องชายมีแรงก้าวไปอีกขั้น ชานยอลพยักหน้ารับหันมากอดพี่สาวเพื่อขอกำลังใจอีกครั้งแล้วรีบรุดออกจากบ้านไป ยูรามองตามน้องชายก่อนจะยกยิ้มตาม เอาใจช่วยให้น้องชายสมหวัง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แบคฮยอน เสียงทุ้มต่ำของพี่ชายเอ่ยก่อนจะวาดมือเคาะเบาๆที่ประตูไม้สีขาวที่เปิดอยู่เพื่อเป็น สัญญาณบอกเจ้าของห้องตัวเล็กที่กำลังง่วนอยู่กับการ ทำการบ้าน ให้ละสายตาขึ้นมามองพี่ชาย

 

 

 

พี่อี้ฟาน เชิญครับ แบคฮยอนวางการบ้านในมือก่อนจะหันไปมองพี่ชาย อี้ฟานทิ้งตัวลงนั่งที่ปลายเตียงก่อนจะมองน้องชายอีกครั้ง

 

 

 

แบคฮยอน... มานั่งข้างๆพี่ อี้ฟานเอ่ยก่อนจะตบลงข้างๆที่นั่งของตนเองเบาๆ น้องชายคนดีลุกจากโต๊ะทำการบ้านก่อนจะเดินนั่งข้างๆพี่ชายอย่างว่าง่าย มือหนาวางลงบนกลุ่มผมสีอ่อนของเด็กน้อยก่อนจะขยี้เบาๆด้วยความเอ็นดู

 

 

 

โอเคไหม ? คนเป็นพี่เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง ...ก็จริงอยู่ที่เค้าไม่ชอบปาร์กชานยอล แต่ที่พูดไปตอนนั้น ยอมรับว่าใช้อารมณ์ล้วนๆ เพราะเห็นภาพบาดตานั้นด้วย อารมรณ์ความรู้สึกที่ไม่ชอบปาร์กชานยอลมันถึงได้ทวีคูณ แต่พอเห็นน้องชายคนนี้ร้องไห้ที่ไร อู๋อี้ฟานคนนี้ก็ต้องยอมแพ้ทุกที

 

 

 

ใบหน้าหวานพยักเบาๆแทนคำตอบวงแขนเล็กๆจะอกขึ้นโอบเอวของคนเป็นพี่เอาไว้ ซุกใบหน้าลงที่แผ่นอกกว้างเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว ท่าทีแบบนี้ทำให้อี้ฟานรับรู้ได้ในทันที ว่าน้องชายเค้า ไม่โอเค

 

 

 

ชานยอล... ทำให้ผมรู้สึกไม่ดีอีกแล้ว เสียงเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังบ่นพึมพำกับตัวเอง อี้ฟานก้มลงมองน้องชายก่อนจะโอบกอดร่างเล็กตรงหน้าหลวมๆ ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่อู๋อี้ฟานคนนี้เอาแต่คิดเรื่องของพยอนแบคฮยอน ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่อู้อี้ฟาน คอยใส่ใจเรื่องของเด็กคนนี้ มองไม่ให้คาดสายตา เหมือนกับต้องการทดแทนในสิ่งที่พยอนแบคฮยอนไม่ได้รับเป็นเวลานาน

 

 

 

อี้ฟานจูบลงบนกลุ่มผมนิ่มเบาๆก่อนจะหลุบตาลงถอนหายใจยาว...

 

 

 

มันเหมือนกับว่าเค้ารับรู้ได้...

 

 

 

 

รับรู้ได้ว่าตอนนี้น้องชายที่น่ารักของเค้ากำลังปวดใจ เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น...

 

 

 

 

และเค้า....ก็คงทนเห็นน้องชายคนนี้เจ็บปวดไม่ได้....

 

 

 

เค้าในฐานะคนเป็นพี่ชาย จะต้องหาทางออกที่ดีให้น้องชายเสมอ...ทางออกที่เค้ามั่นใจว่าต้องดีกับน้องชายของเค้าที่สุด

 

 

 

แบคฮยอน...

 

 

 

 

... คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมองพี่ชายด้วยแววตาสงสัย รอฟังสิ่งที่พี่ชายกำลังจะพูด อี้ฟานถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะก้มลงมองแววตาของน้องชายที่กำลังจ้องมาที่เค้าอย่างรอฟัง...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พี่จะส่งแบคฮยอนไปเรียนต่อที่แคนาดา .....  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

TBC….

 

 

 

 

 

 

สปอยเล็กๆ

 

 

 

ดีโอ... ฉันคิดว่า ฉันจะไปเรียนต่อที่แคนาดา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แบคฮยอน...ได้โปรด... อย่าไปเลยนะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ลาก่อน... ปาร์กชานยอล

 

 

 

















ตอนที่สิบสามแล้วนะคะ ไม่รู้จะยังมีคนติดตามกันรึเปล่าเนอะ

เหมือนมีคนอ่านน้อยลงเลยอ่าาาา T____T  ไรท์อาจเขียนไม่เก่งก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ

มีอะไรติชมกันได้นะคะ ฉากเอ็นซี จากตอนที่แล้ว ถ้าไม่ดีก็ขออภัยด้วยนะคะ คราวหน้าไรท์จะพยายามเยอะๆนะคะ

บางทีอาจลงช้าไปบ้างก็ต้องขออภัยด้วยนะคะ โพสทวงจิกกันโลดค่าาาา






ฝากฟิคอีกเรื่องของไรท์ด้วยนะคะ ฟิคเอ็นซีด้วยยย

ฮ่าๆๆๆ ไรท์จะพยายามพัฒนาฝีมือไปเรื่อยๆนะคะ  


 

 

 EXO FICTION MOTH
 
 
:) Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

382 ความคิดเห็น

  1. #377 Ohsehun (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 23:05
    เอิ่มมมม!!! งานหน้าดราม่าอีกแล้ว
    #377
    0
  2. #345 SandDvV (@pusisand9) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2557 / 20:26
    งื้ออออเศร้าอ่าาาาา แบคจะไปเรียนที่แคนนาดา อย่าไปเลยนะแบค ชานแกไปหยุดไว้เลยนะ
    #345
    0
  3. #344 SandDvV (@pusisand9) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2557 / 20:25
    กริ๊ดดดด แบคอย่าไปเลยนะะะ มันไกลไป(?) ชานตามไปหยุดไว้ให้ได้นะะะะ
    #344
    0
  4. #260 [~Black_Pearl~] (@littlewhite) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 มีนาคม 2557 / 18:27
    ดราม่าอ่า T^T
    #260
    0
  5. #154 gift (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2556 / 16:29
    โอ้ยยยย แบคบอกหยอยไปเถอะนะๆ สงสารอิหยอยมัน TT
    #154
    0
  6. #153 atilap (@palitabam) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2556 / 02:44
    ชานยอล.......
    #153
    0
  7. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  8. #149 chabaicha (@cha-baicha) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2556 / 20:53
    ฮรืออออออออดราม่าที่สุดดดดด T^T จะร้องไห้ตามมมมมttttttt'
    #149
    0
  9. #146 ´ น้องแบคแมน๏ (@secretauy) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2556 / 22:19
    หยอยแม่มมม
    ไม่ชัดเจนเองสมน้ำหน้าา
    คือ ดีใจแทนฮุนอ่ะ
    ดีนะฮุนไม่สมองเสื่อม
    T. T
    #146
    0
  10. #144 Feliona Vanebly (@pandaib50) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2556 / 12:02
    รอมานาน ขอบคุณมากนะค้าบบบ

    เอาใจช่วยชานยอลลลน้าาาาาา
    #144
    0
  11. #143 ต้นไม้ ใบหญ้า (@chanaun) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2556 / 21:53
    ดร่าม่าทำไมอาาาาาาา
    จะร้องไห้และ
    ชานแบค ฮุนฮาน T....T
    #143
    0
  12. #141 gif (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2556 / 11:37
    อิหยอยแกใจร้ายเกินไปแล้ว บอกออกไปสิ

    พี่ลู่ไม่เห็นใจฮุนเลยอ่าอ๊ากกกกกก เศร้าไปแล้ว
    #141
    0
  13. #140 atilap (@palitabam) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2556 / 14:19
    พี่ปาร์คทำไมแกไม่พูด
    #140
    0
  14. #138 ´ น้องแบคแมน๏ (@secretauy) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2556 / 21:42
    อ๊ากกกกกกกกกกกกกก
    ฟหกด่าสว
    โอเซ !!
    ลู่หานจะได้กินข้าวต้มฟรีป่าว T^T? #โดนถีบ
    #138
    0
  15. #134 KedZ74 (@win007za) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2556 / 16:53
    อ้าก ดราม่า 
    #134
    0