Fiction EXO Heart Attack(ChanBaek ,, HunHan ,, Kaido ft.exo)

ตอนที่ 11 : ตอนที่เก้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2276
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    4 ม.ค. 57

 







 

ยังไม่พร้อม...

 

 

 

 

ยังไม่พร้อมที่จะเจอหน้ากัน..

 

 

 

 

แต่มันก็เลี่ยงไม่ได้

 

 

 

 

ในระหว่างมื้อค่ำของวัน วันนี้ดูเป็นวันที่อึดอัดที่สุดของพยอนแบคฮยอน... เพราะตอนนี้หน้าที่ที่เพิ่มขึ้นมาอีกอย่าหนึ่งของเค้าคือ ต้องเป็นคนดูแลคนป่วยที่ชื่อว่า ปาร์กชานยอล เพราะคำพูดที่ชานยอลพูดออกมาเมื่อกลางวัน มันทำให้เค้าไม่กล้าสบตา ไม่กล้ามองหน้าคนตัวโตกว่าเลย

 

 

 

 

มือเล็กๆค่อยๆตักข้าวต้มฟักทองป้อนให้คนตรงหน้าช้าๆ ระวังไม่ให้ข้าวต้มร้อนเกินไป และไม่ป้อนเร็วเกินจนคนตรงหน้าสำลัก ใบหน้าหวานไม่กล้าสบตาคนตรงหน้าตรงๆ เพียงเพราะความรู้สึกที่สับสนอยู่ภายใน และไหนจะสายตาของปาร์กชานยอลที่เอาแต่จ้องมองมาที่เค้าอีก

 

 

 

ขอน้ำหน่อย เสียงแหบแห้งจากอาการป่วยเอ่ย ทำให้คนตัวเล็กวางถ้วยข้ามต้มลงก่อนจะยื่นแก้วน้ำไปให้ มือ หนารับแก้วไปช้าๆก่อนจะค่อยๆยกดื่ม เมื่อดื่มเสร็จก็ส่งแก้วคืนมาให้แบคฮยอน เจ้าตัวรับแก้วน้ำมา แต่ชานยอลกลับไม่ปล่อยแก้วคืน จนคนตัวเล็กต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง โดยมี ดวงตาโต ของ ร่างสูงจับจ้องมาที่เค้าอยู่แล้ว คราวนี้ถ้าเค้าก้มหลบ มันจะชัดเจนเกินไปจึงแสร้งทำเป็นมองไปทางอื่นแทน

 

 

 

 

แบคฮยอน...นายหลบหน้าฉันทำไม ?

 

 

 

ฉันเปล่า...

 

 

 

ก็ที่นายทำอยู่ตอนนี้มันเรียกว่ากำลังหลบ

 

 

 

ฉันไม่ได้หลบ...ก็แค่.... เอ่ยก่อนเสียงจะแผ่วเบาลง...

 

 

 

 

 

ก็แค่..... เขิน

 

 

 

 

 

แค่อะไร ? คนตัวโตที่เดาคำพูดต่อจากนั้นเองไม่ได้ก็ถามต่อไปอีก แต่คนตัวเล็กก็ไม่ยอมตอบอะไร ยังคงหันหนาหนีไปทางอื่น จนชานยอลต้องเอื้อมมือไปจับใบหน้าเล็กให้คนตรงหน้าหันกลับมามองเค้า มือหนาของชานยอลประครองใบหน้าเล็กเอาไว้ พวงแก้มใสแดงจนเห็นได้ชัด ริมฝีปากเล็กเม้มแน่นจนเสียความมั่นใจ ดวงตาคู่สวยจ้องมองมาที่ดวงตาโตของอีกฝ่ายอย่างเลี่ยงไม่ได้

 

 

 

ตอนนี้ปาร์กชานยอลเข้าใจชัดเจนแล้วว่าทำไม แบคฮยอนพยายามหลบหน้า...ก็เพราะพวงแก้มที่แดงระเรื่อนั้น มันบอกคำตอบมาให้เค้า มือเล็กยกขึ้นมาจับข้อมือของคนตัวสูงกว่าก่อนจะเอ่ยเรียกชื่อคนตรงหน้าเบาๆ

 

 

 

 

ชานยอล...ปล่อย น้ำเสียงไม่ได้เอ่ยสั่ง หรือขึ้นเสียงแต่อย่างใด หากแต่เอ่ยเบาๆเพื่อบอกให้ ปาร์กชานยอลคนนี้ปล่อยเค้า เพราะถ้าเค้าตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้มันทำให้เค้าถูกสังเกตเห็นได้ง่ายเกินไป...ทำให้ถูกจับผิดได้ง่ายเกินไป..

 

 

 

ฉันไม่ปล่อย...ถ้านายไม่ตอบฉัน ว่านายคิดยังไง...กับเรื่องที่ฉันพูดกับนายไปเมื่อตอนบ่าย

 

 

 

 

ยิ่งถูกยิงคำพูดมาแบบนั้น พวงแก้มที่แดงอยู่แล้วก็ยิ่งแดงเข้าไปใหญ่... จะหลบก็หลบไม่ได้จะให้หนีสายตาซุกซนของปาร์กชานยอลที่มองมา ก็คงหนีไม่พ้น...

 

 

 

หัวใจเจ้ากรรม ก็เต้นรัวจนกลัวคนตรงหน้าจะได้ยิน...

 

 

 

 

ไม่รอให้คนตัวเล็กกว่าตอบอะไร ใบหน้าหล่อเหลาก็โน้มลงไปหาก่อนริมฝีปากหยักจะทาบทับลงบนกลีบปากบาง เรียวลิ้นลุกล้ำเข้าไปในโพรงปากหวานของคนตรงหน้าอย่างถือวิสาสะ มือเล็กที่จับข้อมือของชานยอลอยู่เลือนต่ำลงมาก่อนจะกำเสื้อของคนตรงหน้าแน่น มือข้างหนึ่งของชาน ยอลเลื่อนลงมาโอบเอวเล็กเข้ามาใกล้ก่อนจะดึงร่างเล็กขึ้นมานั่งบนตัก

 

 

 

 

อ๊ะ... ชานยอล

 

 

 

 

ฉันขอจูบนายอีกนะ

 

 

 

แต่นายเป็นหวัดนะ ถ้าฉันติดหวัดจะทำยังไงเล่า เสียงบ่นอู้อี้ทำให้ปาร์กชานยอลเผยยิ้มละมุน เพราะคนตรงหน้าไม่ได้เอ่ยปฏิเสธ หากแต่ใช้คำพูดที่หลีกเลี่ยงได้อย่างน่ารัก

 

 

 

ไม่เป็นไร ถ้านายเป็นหวัดเดี๋ยวฉันรักษาเอง เอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ก่อนจะจูบคนตรงหน้าอีก ครั้ง แบคฮยอนไม่มีท่าทีขัดขืนแต่อย่างใด วงแขนเล็กโอบรอบคอของคนตรงหน้าก่อนจะคล้อยตามแรงจูบของคนตัวสูงอย่างว่าง่าย โอนอ่อนตามอย่างไม่ขัดขืน

 

 

 

 

อื้อ... เสียงเล็กๆที่ครางประท้วงว่าเริ่มหายใจไม่ออก ทำให้ปาร์กชานยอลถอนริมฝีปากออกก่อนจะเปลี่ยนเป็นกดจมูกลงที่พวงแก้มเนียนแทน ใบหน้าที่อยู่ห่างไม่ถึงคืบ ทำให้ปาร์กชานยอลฉวยโอกาสกดจมูกลงที่พวงแก้มใสซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแทบช้ำ วงแขนแกร่งโอบเอวบางเอาไว้ แน่นอย่างหวงแหนก่อนจะยกยิ้มละมุนกับท่าทีเขินอายของคนตรงหน้า...

 

 

 

 

แล้วตำตอบของฉันละ...หืม ?

 

 

 

ชานยอลคนบ้า   บ่นอุบอิบก่อนจะทำแก้มพองลมใส่ปาร์กชานยอลอย่างน่ารัก   

 

 

 

ถ้าฉันบ้า ก็คงบ้ารักนายนั่นแหละ ตอนนี้กลายเป็นว่าพูดคำว่ารักโดยไม่รู้สึกอายอะไรอีกต่อไปแล้ว...จะอาย ก็คงมีแค่พยอนแบคฮยอนเท่านั้นแหละ ที่ยังอายอยู่...

 

 

 

นายมันบ้าที่สุดเลย...

 

 

 

บ้าอะไร....ฉันพูดความจริงนะ

 

 

 

ไม่พูดกับนายแล้ว ...ปล่อยเลย ฉันจะออกไปกินข้าวแล้ว คนตัวเล็กดิ้นดุ้กดิกไปมาในวงแขนของคนตัวสูง แต่ดูเหมือนว่าเค้าจะไม่ยอมปล่อยคนตัวเล็กง่ายๆ จนแบคฮยอนต้องส่งค้อนวงใหญ่ไปให้

 

 

 

นายยังไม่ได้ตอบฉันเลยนะ

 

 

 

ตอบอะไร.... แสร้งทำเป็นไม่รู้ขึ้นมาซะงั้น..

 

 

 

ก็...เรื่องที่ฉันพูดกับนายไปไง

 

 

 

...ฉันจำไม่ได้แล้ว... ใบหน้าเล็กก้มหน้างุดเพราะความเขินอายก่อนจะพูดอู้อี้จนแทบไม่ได้ยิน ชานยอลระบายยิ้มน้อยๆก่อนจะจมพิตเบาๆลงที่ปลายจมูกมน

 

 

 

ฉันรักนาย...แล้วนายรักฉันรึเปล่า ? เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างแผ่วเบา ทำแบบนี้ยิ่งทำให้ใบหน้า สวย ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมามองคนตรงหน้า จนชานยอลต้องใช้มืออบอุ่นช้อนคางมนขึ้นให้คนตัวเล็กได้เงยหน้าข้นมาเผชิญหน้ากัน

 

 

 

คำตอบล่ะ ? นายรักฉันรึเปล่า ?

 

 

 

อย่าทำแบบนี้...

 

 

 

อย่ามองแบบนี้สิปาร์กชานยอล..

 

 

 

ฉันเขินจะแย่อยู่แล้วนะ..

 

 

 

รักฉันรึเปล่า ? ถามขึ้นมาอีกครั้งนึงจนร่างเล็กยิ่งทำตัวไม่ถูก

 

 

 

ทำไมชอบทำให้ใจเต้นอยู่เรื่อยเลยนะ...

 

 

 

ชานยอลนิสัยไม่ดี..

 

 

 

ทำไมไม่ตอบน๊า

 

 

 

ก็...

 

 

 

ก็อะไรเหรอ ?

 

 

 

ก็.....อืม

 

 

 

 

อืมอะไร ? ความจริงก็เข้าใจความหมาย...แต่ก็ขอแกล้งคนตรงหน้าอีกสักนิด เพราะเวลาได้เห็นคนคนนี้เขิน

 

 

 

 

มันน่ารักจนอดแกล้งไม่ได้...

 

 

 

อย่าแกล้งสิ

 

 

 

ไม่ได้แกล้ง...ก็นายพูดไม่ชัดเจน

 

 

 

...

 

 

 

คำตอบของฉันละ ?

 

 

 

รัก...

 

 

 

ว่าไงนะ...พูดดังๆหน่อยสิ

 

 

 

 

รัก....เหมือนกัน เสียงแผ่วเบา แต่ชัดเจนในใจของปาร์กชานยอลจนเผลอกดจมูกลงที่แก้มเนียนอีกครั้ง..

 

 

 

 

ทำไมน่ารักแบบนี้นะ...

 

 

 

 

แบคฮยอน...

 

 

 

ริมฝีปากหยักทาบทับลงไปที่ริมฝีปากสีหวานของอีกคนอย่างแผ่วเบาก่อนทั้งคู่จะหลุบตาลงช้าๆ โดยมีเสียงหัวใจที่ร่ำร้องดังกึกก้องภายในใจทั้งสองดวงเป็นตัวเชื่อมช่องว่างระหว่างกันและกัน ทั้งคู่จูบกันซ้ำไปซ้ำมาอย่างไม่รู้สึกเบื่อหน่าย เพราะความรักที่ก่อตัวขึ้นห่อหุ้มพวกเค้าเอาไว้ ทำ ให้พวกเค้าทั้งคู่ ขาดกันไม่ได้โดยไม่รู้ตัว..

 

 

 

คืนนี้นายนอนที่นี่นะ

 

 

 

หือ ? ชานยอลคนบ้า!!

 

 

 

 

ฉันไม่ทำอะไรหรอกน๊า... แค่อยากนอนกอด...เห็นใจคนป่วยมั้งสิ ฉันอยากได้กำลังใจนะ จะได้หายไวๆ นะ พูดออดอ้อนเป็นเด็กจนแบคฮยอนต้องเบ้ปากเพราะเสียงออดอ้อนที่รุมเร้า

 

 

 

อื้อ... ก็ได้

 

 

 

 

 

นายจำครั้งแรกที่เราเจอกันได้ไหม ? จู่ๆคนตัวสูงก็ถามขึ้นมา ใบหน้าหวานทำหน้าคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะพยักหน้าเบาๆ

 

 

 

จำได้

 

 

 

แล้ว...จำได้ไหม ว่าฉันพูดอะไรกับนายไปบ้าง ?

 

 

 

ก็.... ร่างเล็กลากเสียงยาวก่อนพวงแก้มใสจะแดงระเรื่อขึ้นมาอีกระลอก..เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น...

 

 

 

เหตุการร์ที่ไม่มีวันลืม...

 

 

 

ให้ฉันพูดอีกครั้งไหม ?

 

 

 

ไม่เอาแล้ว... ก็เพราะจำได้หน่ะสิ...

 

 

 

 

 

จำได้ขึ้นใจ..

 

 

 

 

แต่ฉันอยากพูด... ถ้าเจอนายอีกครั้ง... ไม่ว่าจะในสถานะใดก็ตาม ฉัน...จะทำให้นายเป็นของฉัน ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีที่แย่ขนาดไหนก็ตาม  

 

 

 

 

 

คนบ้า !! “

 

 

 

 

ถึงบ้าก็บ้ารักพยอนแบคฮยอนคนเดียวนะ

 

 

 

 

ไม่พูดด้วยแล้ว

 

 

 

รักนะ...แบคฮยอน

 

 

 

ชานยอลนิสัยไม่ดี

 

 

 

อย่าทำให้เขินไปมากกว่านี้ได้ไหม.. แกล้งกันอยู่ได้

 

 

 

รักนะครับ...พยองอารีของผม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นี่ทำไมกลับมาสภาพนี้ล่ะ ? เสียงหวานของอาจารย์คนสวยเอ่ยถามจงแดที่หิ้วปีกร่างที่สลบ สไหลของเซฮุนเข้ามา กลิ่นเหล้าที่โชยมาทำให้เค้ารับรู้ได้ดีเลยว่าเด็กคนนี้คงไปดื่มเหล้ามาแน่ๆ

 

 

 

คือ...เซฮุนมันชวนผมไปกินเหล้าหน่ะครับ ผมก็ไม่ได้คิดอะไร...แค่คิดว่ามันจะไปหาเหล้าดื่มเพราะอากาศหนาว แต่พอไปถึงร้าน มันก็ดื่มเอาดื่มเอาไม่หยุดเลย เลยกลายเป็นสภาพแบบนี้แหละครับ จงแดตอบกลับมา... ลู่หานถอนหายใจยาวก่อนจะช่วยเข้าไปประครองอีกข้างหนึ่งก่อนทั้งคู่จะพาเซฮุนเข้าไปวางตรงที่นอนของเค้า

 

 

 

จงแด...เธอไปเตรียมน้ำอุ่นกับผ้าให้ครูหน่อยนะ เดี๋ยวครูจะเช็ดตัวให้เค้า

 

 

 

ได้ครับอาจารย์ลู่หาน

 

 

 

ตอนนี้นักเรียนคนอื่นๆยังไม่มีใครกลับมาที่ห้อง บ้างก็ไปที่ร้านค้าของหมู่บ้าน หาอะไรกินไปเรื่อยเปื่อย บ้างก็ขอเข้าไปเที่ยวในตัวเมือง บางก็ออกไปเดินเล่น จนตอนนี้ในบ้านเหลือนักเรียนอยู่แค่ไม่กี่คน

 

 

 

ลู่หานมองใบหน้าที่แดงกร่ำเพราะพิษเหล้าของคนตรงหน้าก่อนจะถอนหายใจหนักๆทีหนึ่ง มือ เรียวค่อยๆถอดรองเท้าให้คนอายุน้อยกว่าอย่างเบามือ ก่อนจะเอาออกไปวางเอาไว้ข้างนอก และเดินไปปรับฮิตเตอร์เพื่อสร้างความอบอุ่นให้ร่างตรงหน้า ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆร่างของเด็กหนุ่มอีกครั้ง

 

 

 

ได้แล้วครับอาจารย์ จงแดเดินเข้ามาพร้อมกาละมังใบเล็กที่ใส่น้ำอุ่นเอาไว้ พร้อมกับ ผ้าขนหนูสีขาวผืนเล็กที่เอาไว้เช็ดตัว

 

 

 

ความจริง..ให้ผมทำก็ได้นะครับ อาจารย์จะได้พักผ่อน

 

 

 

ไม่เป็นไรหรอก...เธอไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวทางนี้ครูจัดการเอง  ลู่หานเอ่ยกับเด็กหนุ่มที่อยู่ข้าง เค้าพยักหน้ารับก่อนจะเดินออกไปจากห้องเพื่อไปอาบน้ำ... เมื่ออยู่กันสองคน ความอึดอัดก็ก่อตัวขึ้นอีกครั้ง ลู่หานค่อยๆหยิบผ้าผืนเล็กขึ้นมา จุ่มลงไปใบน้ำก่อนจะยกขึ้นมา บิดหมาดๆแล้ว เช็ดเบาๆที่ใบหน้าหล่อเหลา

 

 

 

 

ยิ่งมอง...

 

 

 

ยิ่งใจสั่น...ยิ่งคิดถึงเรื่องเมื่อคืน ยิ่งไม่กล้าสู้หน้า

 

 

 

ในตอนนั้นที่เซฮุนพยายามจะบอกอะไรกับเค้า...ตอนนั้นเค้ากลัวถึงได้รีบบอกปัด เพราะกลัวความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่จะเปลี่ยนไป เพราะกลัวหัวใจดวงนี้จะเข้มแข็งไม่พอ อาจารย์คนสวยลอบถอนหายใจเบาๆก่อนจะค่อยๆเช็ดตัวให้เด็กหนุ่มที่นอนนิ่ง มือเรียวค่อยๆถอดเสื้อที่สวมอยู่หลายต่อหลายชั้นของเด็กหนุ่มออกอย่างยากลำบาก ก่อนจะเช็ดตัวให้และจัดแจงเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ใหม่และจัดแจงให้เด็กหนุ่มได้นอนในท่าที่สบายที่สุด 

 

 

 

ยังไม่ทันที่จะได้ลุกออกไปจากตรงนั้น มือของใครคนหนึ่งก็กระชากข้อมือเล็กก่อนร่างทั้งร่างของลู่หานจะล้มลงไปทับอยู่บนตัวของเด็กหนุ่มที่เค้าพึ่งเช็ดตัวให้เมื่อครู่ ดวงตาดุงกวางเบิกตากว้างเมื่อคนที่ดึงเค้าเอาไว้คือ..

 

 

 

โอเซฮุน...

 

 

 

เรียกผมทำไมครับ...อาจารย์ลู่หาน เด็กหนุ่มตอบกลับมาก่อนจะจับจ้องไปยังดวงตาคู่สวยที่กำลังวูบไหว ...ดวงตาที่กำลังแสดงอาการอ่อนแอออกมา... ใบหน้าหวานเบือนหนีไปทางอื่นอย่างจงใจก่อนจะพยายามดันตัวเองขึ้น แต่ก็ต้องถูกแรงจากวงแขนแกร่งของเด็กหนุ่มตรงหน้าโอบรั้งเอาไว้

 

 

 

เซฮุน... ปล่อย

 

 

 

ทำไมครับ ....ผมมันไม่ดีขนาดนั้นเลยเหรอ ? ผมมันแย่มากนักเหรอครับ ถูกยิงคำถามนี้ขึ้นมาด้วยใบหน้าเศร้าๆที่แสดงออกมาบนดวงตาคู่นั้น....ใบหน้าที่ปกติไม่ค่อยจะแสดงอารมณ์อะไร แต่ในตอนนี้มันกลับฉายแววเศร้าอย่างชัดเจน

 

 

 

อาจารย์เป็นของผมแล้ว ...ทำไมต้องหนีกันด้วย

 

 

 

 

อย่าพูดแบบนี้....

 

 

 

มันเป็นไปไม่ได้

 

 

 

นั่นเป็นเพราะอาจารย์เลือกให้มันเป็นแบบนั้นเองต่างหาก !!! “

 

 

 

เธออย่าทำเหมือนกับรู้ความรู้สึกของคนอื่นเค้าไปซะหมดจะได้ไหม เสียงหวานใสเอ่ยสวนขึ้นมาทันควัน ก่อนดวงหน้าหวานจะหันมาเผชิญกับใบหน้าของเด็กหนุ่มตรงๆ

 

 

 

ทำไมผมจะไม่รู้...

 

 

 

เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้ว...ปล่อย

 

 

 

เพราะผมเด็กกว่าเหรอครับ ?

 

 

 

ถูกถามขึ้นมาตรงประเด็นแบบนี้ก็ทำให้ลู่หานแน่นิ่งไปในทันที

 

 

 

แค่เหตุผลนี้เหรอ ?

 

 

 

...

 

 

 

งั้นก็ช่วยมองผมใหม่ด้วย... เอาสถานะที่มันแขวนคอพวกเราอยู่ออกไป แล้วช่วยมองผมใหม่ ...ในสถานะของผู้ชายคนหนึ่ง ไม่ใช่เด็กคนหนึ่ง

 

 

 

 

แววตามุ่งมั่นที่ถูกส่งมา มันทำให้ลู่หานพูดอะไรไม่ถูก ....

 

 

 

ใช่..

 

 

 

สิ่งที่ขวางพวกเราอยู่

 

 

 

คือคำว่า...นักเรียน กับครู...และ อายุที่มันต่างกันเกินไป...

 

 

 

แหวนวงนี้ อาจารย์ก็น่าจะรู้ใช่ไหม..ว่ามันมาจากผม เด็กหนุ่มเอ่ยก่อนจะจับมือนุ่มนิ่มของอีกคนขึ้นมา ลู่หานก้มมองมือตัวเองก่อนจะแสดงอาการแปลกใจไม่ใช่น้อย...

 

 

 

มีแหวนตั้งแต่เมื่อไหร่ ?

 

 

 

ผมสวมให้อาจารย์ตั้งแต่เมื่อคืน ...แหวนของผม ... น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยก่อนจะจูบเบาๆลงบน      มือเรียวของคนตรงหน้า   ยิ่งทำแบบนี้อาจารย์คนสวยยิ่งใจสั่น...

 

 

 

...

 

 

 

ผมให้แล้วจะไม่มีวันเอาคืน... เพราะที่ผมสวมแหวนให้ ผมอยากให้คนอื่นรู้ว่าอาจารย์เป็นของผม ...อยากให้รู้ทุกคนเลย... ว่าอาจารย์ลู่หานมีเจ้าของแล้ว ผมรู้ว่าความคิดและการกระทำของผมมันดูงี่เง่า แต่เพราะผมกลัวคนอื่นจะเข้าใกล้อาจารย์ ...รวมถึงเพื่อนอาจารย์คนนั้นด้วย

 

 

 

 

เพื่อน ? อี้ฟาน ??

 

 

 

 

...

 

 

 

 

ผมรู้ว่าอายุผมไม่ได้เท่าเค้า... ผมไม่ได้มีเงินมากเท่าเค้า ผมไม่ได้รู้จักอาจารย์มากเท่าเค้า ...แต่.....

 

 

 

...

 

 

 

ผมจะทำให้อาจารย์มีความสุขได้มากกว่าเค้า...

 

 

 

ทำไม...

 

 

 

ทำไมต้องเป็นผมที่เจอเรื่องแบบนี้...

 

 

 

ทำไมต้องเป็นผมที่เจอสถานการณ์แบบนี้...

 

 

 

ทำไมนะ...

 

 

 

ลู่หานได้แต่ก้มหน้านิ่งก่อนจะเม้มปากแน่นจนเป็นขีด ...เด็กคนนี้มีความเป็นเจ้าของสูง จนเค้าควบคุมไม่ได้ ใบหน้าหล่อเหลายังคงจับจ้องมาที่เค้าอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ใบหน้านิ่งเฉยที่ฉายแววตาเศร้า เหมือนกำลังรอฟังคำตอบ...

 

 

 

 

 

 

คำตอบจากเค้า...

 

 

 

 

คำตอบที่เป็นเหมือนสิ่งที่ตัดสินอนาคตของพวกเค้าทั้งคู่...

 

 

 

 

คำตอบที่เค้าต้องคิดให้ดีก่อนพูด..

 

 

 

เค้าควรตอบ.. ในสิ่งที่ส่งผลดีต่อทั้งคู่มากที่สุด..

 

 

 

 

แต่...

 

 

 

 

 

มันเป็นไปไม่ได้หรอก...

 

 

 

 

แต่เค้ากลับเลือกที่จะโกหกตัวเอง..

 

 

 

ปฏิเสธคำพูดของอีกฝ่ายอย่างไร้เยื่อใย...

 

 

 

ทั้งที่ในใจ...

 

 

 

 

ก็เจ็บจนแทบขาดใจ...

 

 

 

 

เราเลิกทำในสิ่งที่มันฝืนความจริงเถอะนะ ...เซฮุน

 

 

 

 

 

รู้ว่ามันทำร้ายความรู้สึกของอีกฝ่าย...

 

 

 

 

แต่ความแตกต่างของพวกเค้า มันทำให้คนคนนี้กลัว...

 

 

 

 

กลัวว่าเมื่อวันหนึ่งที่ไม่มีคนตรงหน้าอยู่....มันจะแย่กว่านี้

 

 

 

 

เพราะฉะนั้น ควรทำตัวให้ชินกับการไม่มีเค้าอยู่ใกล้ๆตั้งแต่ตอนนี้มันน่าจะดีกว่า...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แบคฮยอน...

 

 

 

 

 

...

 

 

 

นายจะนั่งตรงนั้นอีกนานไหม ?

 

 

 

ดวงตาโตของปาร์กชานยอลจับจ้องไปยังคนตัวเล็กที่นั่งนิ่งอยู่ที่พื้นโดยในมือกอดหมอนใบโตเอาไว้แน่น เพราะถึงเวลานอนแล้ว แต่แบคฮยอนก็ไม่มีทีว่าจะขึ้นมานอนบนเตียงเลย ทำให้ชานยอลต้องเอ่ยทัก คนตัวเล็กเงยหน้ามามองชานยอลที่นั่งอยู่บนเตียงก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นแล้วเดินไปยังอีกฝั่งของเตียงที่ยังว่างอยู่ วางหมอนในมือลงช้าๆก่อนจะค่อยๆทิ้งตัวนั่งลงบนเตียง แต่ก็นั่งซะริม จนเกือบหงายหลังตกลงไป แต่ดีที่ชานยอลยืนแขนมาคว้าเอาไว้ทัน

 

 

 

เขยิบเข้ามาดีดีสิ ดวงตารีเหลือบมองคนตรงหน้าก่อนจะขยับเข้าไปอีกนิดก่อนจะรีบทิ้งตัวลงนอนดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงจนโผล่ออกมาแค่ปลายผมสีอ่อนจนชานยอลอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปดึงผ้าห่มออก

 

 

 

ห่มผ้าแบบนั้นเดี๋ยวก็หายใจไม่ออกหรอก คนตัวเล็กหันมามองคนพูดก่อนจะรีบหันกลับอย่างรวดเร็ว

 

 

 

 

ราตรีสวัสดิ์ เสียงอู้อี้ที่เบาจนแทบไม่ได้ยินถูกเอ่ยออกมาจากริมผีปากบางก่อเจ้าตัวจะหลุบตาลงเพื่อเข้าสู่ห้วงนิทรา ชานยอลมองแผ่นหลังเล็กก่อนจะเผยยิ้มบางๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปกดปิดโคมไฟอันเล็กที่ตั้งอยู่ที่หัวเตียงก่อนจะโน้มลงไปกดจมูกลงเบาๆที่แก้มเนียนของคนข้างๆและเอ่ยเบาๆที่ข้างหูของอีกคน..

 

 

 

ฝันดีนะ แบคฮยอน

 

 

 

 

คำคืนที่สงบเงียบ หากแต่มีคนสองคนที่หลับตาไม่ลง แบคฮยอนที่หันหลังให้อีกฝ่ายอยู่นาน ค่อยๆหมุนตัวหันหน้าไป สิ่งที่เค้าคิด เค้าคงได้พลเจอกับแผ่นหลังกว้างๆของอีกคน หากแต่เค้าคิดผิด เพราะเมื่อหันไป ก็ปะทะกับดวงตาของอีกฝ่ายที่มันยังไม่หลับ

 

 

 

 

ยัง... ยังไม่หลับเหรอ ? เสียงเล็กๆเอ่ยถาม.. คนตัวสูงเผยยิ้มละมุนก่อนจะพยักหน้าตอบเบาๆ

 

 

 

นอนนับแกะมาตั้งสามพันตัวแล้ว ก็หลับไม่ได้... มันนอนไม่หลับ

 

 

 

 

ไม่ได้นะ ไม่สบายก็รีบๆนอนสิ

 

 

 

ก็มันนอนไม่หลับนี่นา

 

 

 

งั้นทำยังไงนายถึงจะหลับ ? หนาวไปเหรอ ? ฉันปรับฮิตเตอร์ให้ไหม ?

 

 

 

... ชานยอลไม่ได้เอ่ยตอบอะไร หากแต่ส่ายหน้าเบาๆ จนคนตัวเล็กต้องเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย

 

 

 

ถ้างั้นทำยังไงล่ะ ?

 

 

 

อยากกอด เสียงทุ้มเอ่ยมาก่อนจะเบ้ปากเหมือนเด็ก เมื่อได้ยินคำตอบมาแค่นั้นก็ทำเอาคนฟังตอบอะไรไม่ถูก ร่างเล็กเลื่อนผ้าห่มของตนเองออกก่อนจะมุดเข้าไปอยู่ในผ้าห่มผืนหนาของอีกคน พร้อมกับหัวเล็กๆที่นอนหนุนแขนของอีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะ วงแขนเล็กๆก็กอดคนตรงหน้าหลวมๆ

 

 

 

แบบนี้ก็หลับได้แล้วใช่ไหม ? คนตัวโตเบิกตากว้างก่อนจะกอดตอบอย่างไม่รีรอ

 

 

 

 

 

กลิ่นตัวของชานยอลหอมจัง...

 

 

 

 

 

กลิ่นของแบคฮยอนเหมือนกลิ่นเด็กเลย...

 

 

 

 

 

ไม่รู้ทำไมพอได้กอดคนตรงหน้า มันก็ทำให้สบายใจ จนหลับไปได้ง่ายๆ

 

 

 

รุ่งเช้า... วันนี้ชานยอลตื่นขึ้นมาเพราะเสียงของเหล่าเพื่อนนักเรียนที่กำลังจะออกไปทำงานเหมือนดังทุกเช้า เจ้าตัวค่อยๆลืมตาขึ้นก่อนจะกระพริบตาถี่ปรับสายตาให้เข้ากับแสงแดดรำไรที่ลอดผ่านม่านสีอ่อนเข้ามาในห้อง ชานยอลจะลุกขึ้นเพื่อออกไปทำงานเหมือนคนอื่น เพราะเค้ารู้สึกสบายตัวขึ้นมากแล้ว หากแต่ต้องชะงักลงเมื่อรู้สึกถึงแรงหน่วงๆบนแขนข้างหนึ่ง ร่างสูงก้มลงมองก็พบกับใบหน้าหวานละมุนของใครคนหนึ่งที่กุมหัวใจของเค้าไว้ นอนหลับสบายอยู่ ริมฝีปากหยักจุมพิษลงที่หน้าผากมนเบาๆก่อนจะเอ่ยปลุกเจ้าของร่างเล็กในวงแขนเบาๆ

 

 

 

แบคฮยอน เช้าแล้วนะ ตื่นได้แล้ว คนถูกปลุกดิ้นไปมาก่อนจะค่อยๆลืมตาช้าๆพร้อมกับมือเล็กๆที่ยกขึ้นมาขยี้เปลือกตาเบาๆ

 

 

 

เช้าแล้วเหรอ ?? เอ่ยถามด้วยเสียงงัวเงียก่อนจะซุกใบหน้าลงบนอกแกร่งอีกรอบ

 

 

 

อื้อ เช้าแล้ว...ไปล้างหน้าอาบน้ำกันได้แล้วคนอื่นออกไปทำงานหมดแล้วนะ เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างอ่อนโยนก่อนจะค่อยๆดึงร่างเล็กๆให้ลุกขึ้นนั่ง

 

 

 

นายจะออกไปทำงานด้วยเหรอ ? แบคฮยอนเอ่ยถามคนป่วย

 

 

 

อืม...ก็ค่อยยังชั่วแล้ว อีกอย่างวันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายที่จะทำงานแล้ว พรุ่งนี้ก็จะกลับกันแล้ว ไม่อยากอู้ คนตัวเล็กพยักหน้าตอบก่อนจะลุกไปจัดแจงตัวเองให้พร้อมที่จะออกไปทำงาน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อากาศวันนี้หนาวกว่าวันก่อนๆเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรค์ในการทำงานของเหล่าหนุ่มๆเลย วันนี้ทุกคนตั้งใจทำงานกันอย่างขะมักเขม้น รวมไปถึงคิมมินซอกคนนี้ด้วย

 

 

 

วันนี้เค้ามาทำงานเก็บสตอเบอร์รี่ที่ไร่ มือเล็กๆที่ได้รับความอบอุ่นจากถุงมือสีหวานน่ารัก ก็ยิ่งทำงานได้อย่างไม่มีบ่น

 

 

 

 

 

ถุงมือน่ารัก..จากบุคคลปริศนา

 

 

 

 

 

 

คนเดิม...

 

 

 

ตั้งแต่เมื่อสองปีก่อน เค้ามักจะได้รับของจากบุคคลปริศนาที่ส่งนู้นนี่มาให้เค้าอยู่เรื่อย ในตอนแรกเค้าก็คิดว่าคงเป็นพวกนักเรียนหญิงที่โรงเรียนส่งมาให้ แต่พอพักหลังๆเค้าเริ่มรู้สึกได้ว่า คนที่ส่งมาน่าจะเป็นผู้ชาย...และเมื่อมาบำเพ็ญประโยชน์ที่นี่ก็ทำให้คนที่น่าสงสัยตีวงแคบลงมา เพราะต้องเป็นหนึ่งในคนที่มาเข้าค่ายด้วยกันแน่ๆ เพราะเมื่อมาถึงที่นี่เค้าก็มักจะได้รับของนู้นนี่อยู่เสมอ และที่ได้รับไม่ขาดสาย ก็คือโน้ตสีเหลืองที่ถูกแป๊ะเอาไว้บนหมอนของเค้าทุกวัน

 

 

 

วันนี้ก็เช่นกัน..

 

 

 

โน้ตที่เหลืองที่มาพร้อมกับถุงมือสีฟ้าน่ารักที่เค้าใส่อยู่ในตอนนี้...

 

 

 

 

อยากรู้ว่าคนคนนั้นเป็นใคร...แต่ก็ไม่รู้ว่าจะตามหาคนคนนั้นยังไง เพราะถ้าเดินไปถามทีละคน คงมีคนคิดว่าเค้าบ้าไปแน่ๆ

 

 

 

ตะกร้าของนายจะเต็มแล้ว เดี๋ยวฉันเอาตะกร้ามาเปลี่ยนให้นะ เสียงของใคนคนหนึ่งเอ่ยขึ้นทำให้เจ้าของแก้มนุ่มนิ่มหันไปมองก่อนจะพยักหน้าตอบเบาๆ เพราะตอนี้ตะกร้าใส่สตอเบอร์รี่ของเค้ามันกำลงจะล้นอยู่แล้ว  คนเอ่ยถามเดินไปหยิบตะกร้าใบใหม่มาให้ก่อนจะรับตะกร้าที่เต็มไปด้วยสตอเบอร์รี่ลูกโตมาจากมินซอก แล้วยื่นตะกร้าเปล่าใบใหม่ไปให้

 

 

 

นายชื่ออะไรเหรอ ? มินซอกเอ่ยถาม คนถูกถามหันไปมองก่อนจะตอบด้วยรอยยิ้ม

 

 

 

 

ฉันคือจงแด... คิม จงแด

 

 

 

อ่อ... ยินดีที่ได้รู้จักนะ ฉันชื่อมินซอก

 

 

 

อื้อ... ฉันรู้

 

 

 

นายรู้จักชื่อฉันด้วยเหรอ ? มินซอกหันไปถามคนที่ตัวเท่าๆกันด้วยความแปลกใจก่อนจะระบายยิ้มละมุน

 

 

 

ก็... ใครๆเค้าก็รู้จักนายนี่นา หัวโจกเลยนี่

 

 

 

มันก็จริงอะนะ... ฮ่าๆๆๆ เสียงหัวเราะเบาๆหลุดออกมาจากกลีบปากสีหวาน จงแดหันไปมองคนข้างๆก่อนจะเหม่อไปชั่วขณะ

 

 

 

คนคนนี้จะรู้บ้างไหมนะ...

 

 

 

 

ว่าเค้าแอบมองมานานแค่ไหน...

 

 

 

 

ตั้งแต่ที่มีเรื่องกันแรกๆ...

 

 

 

ในตอนนั้นเค้าเกือบจะปล่อยหมัดใส่ใบหน้านี้แล้ว... หากแต่เมื่อดวงตาคู่นี้สบตากับเค้าก็ทำเอามือไม้มันอ่อนปวกเปียกไปหมด จนวันนั้นเค้าโดนมินซอกต่อยกลับมา โดนจังๆจนเลือดกำเดาไหล... แต่เค้าก็ไม่คิดจะโกรธสักนิด

 

 

 

ถุงมือนายน่ารักดีนะ มินซอกมองหน้าคนเอ่ยทักก่อนจะก้มลงมองถุงมือไหมพรมที่สวมอยู่

 

 

 

อ่อ... น่ารักมากเลยใช่ไหมละ

 

 

 

...

 

 

 

มีคนคนหนึ่งให้ฉันมา มินซอกเอ่ยบอกทั้งๆที่อีกฝ่ายยังไม่ได้ถามอะไร

 

 

 

แฟนนายเหรอ ?

 

 

 

เปล่าหรอก... ใครก็ไม่รู้ รู้แต่ว่า...เค้าทำนู้นทำนี่ให้ฉันมาสองปีเต็มแล้ว แต่ฉันยังไม่รู้เลยว่าเค้าเป็นใคร จงแดพยักหน้าตามเบาๆก่อนจะเก็บสตอเบอร์รี่ต่อ

 

 

 

ฉันถามอะไรอย่างได้ไหม ?

 

 

 

อื้อ..ว่ามาสิ

 

 

 

 

ระหว่างสตอเบอร์รี่กับส้ม นายชอบกินอะไรมากกว่ากัน ? มินซอกขมวดคิ้วเล็กๆกับคำถามที่ดูไม่มีต้นสายปลายเหตุของอีกฝ่ายเท่าไหร่ แต่เค้าก็เลือกตอบไปโดนไม่ได้เอ่ยท้วงอะไร

 

 

 

คงเป็นส้มมั้ง เพราะว่าแม่ฉันของคั้นน้ำส้มให้ดื่มบ่อยๆ

 

 

 

แล้วนายไม่ชอบกินสตอเบอร์รี่เหรอ ?

 

 

 

ก็ชอบนะ..แต่บางที ฉันรู้สึกว่ามันเปรี้ยวไป ฉันไม่ค่อยชอบอะไรเปรี้ยวๆ

 

 

 

งั้นลองใหม่... ลองกินดู จงแดเอ่ยก่อนจะเลือกสตอเบร์ร่ลูกโตลูกหนึ่งที่มีสีแดงสดจากในตะกร้าที่มินซอกเก็บก่อนจะยื่นไปจ่อตรงปากคนข้างหน้า

 

 

 

ไม่เอา เอ่ยก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ

 

 

 

ลองดู ไม่เปรี้ยวหรอก...ฉันรับรอง

 

 

 

มินซอกมองหน้าคนตรงหน้าอีกครั้งก่อนจะกัดสตอเบอร์รี่ลูกโตตรงหน้าเบาๆ สิ่งแรกที่รับรู้ได้คือ รสชาติเปรี้ยวจางๆแต่แฝงไปด้วยความหวานที่ตามมาทำให้รสชาติที่ได้รับมันอร่อยจนมินซอกระบายยิ้มออกมา...

 

 

 

อร่อยใช่ไหม ? จงแดเอ่ยถาม ดวงตากลมเหลือลมองคนเอ่ยถามก่อนจะนิ่งไปพักหนึ่ง เพราะรอยยิ้มของคนตรงหน้า มันเป็นรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก

 

 

รู้คิดไปเองรึเปล่า ...

 

 

 

พอมองหน้าคนตรงหน้าที่ยื่นสตอเบอร์รี่มาให้...มันกลับทำให้รู้สึกว่า รสชาติของสตอเบอร์รี่

 

 

 

 

มันหวานกว่าเดิม...

 

 

 

 

 

อ้าว...จงอิน จงแดเอ่ยทักผู้เป็นเพื่อนที่เดินเข้ามาใกล้ก่อนจะยกมือทักทาย ทำให้มินซอกหลุดจากภวังค์ความคิด หันไปมองผู้มาเยือน จงอินยกมือทักทายตอบผู้เป็นเพื่อนของเค้าก่อนจะหันมามองหน้ามินซอก

 

 

 

สายตาที่สื่อมา  มันบอกให้เค้ารู้ว่า ...คิมจงอิน มีบางสิ่งบางอย่างจะบอกเค้า...

 

 

 

คิมมินซอก... เรามีเรื่องต้องคุยกัน เสียงที่นิ่งและดูจริงจังของคิมจงอินในครั้งนี้ทำให้มินซอกหลีกเลี่ยงอะไรไม่ได้อีก ทั้งที่ผ่านๆมาเค้าพยายามปัดมันไปเรื่อยๆ เพราะในความคิดของเค้าก็แค่อยากปล่อยมันไว้ เพราะคิดว่าเวลาจะช่วยทำให้มันจางหายไป แต่ดูเหมือนความคิดของเค้าจะไม่เหมือนกับความคิดของคิมจงอิน เพราะคนคนนี้อยากเคลียให้มันจบ จะได้ไม่ต้องติดค้างอะไรอีก...  

 

 

 

จงอิน...

 

 

 

 

ไปคุยกับฉันทางนู้นหน่อย ...จงแดพวกฉันขอตัวก่อนนะ หันไปบอกกับผู้เป็นเพื่อน จงแดพยักเพยิดหน้าตามก่อนจงอินและมินซอกจะเดินแยกออกไป..

 

 

 

พวกเค้าทั้งคู่เดินแยกออกมาหยุดอยู่หน้าสวนผักกว้างที่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่นอกจากทั้งคู่...จงอินและมินซอกยืนทิ้งระยะห่างซึ่งกันและกัน...ความเงียบเริ่มปกคลุมทั้งคู่ แต่จงอินก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบลง

 

 

 

 

เรามาเคลียกันให้จบๆไปดีกว่า

 

 

 

ก็ดี...

 

 

 

งั้นฉันขอถามนายเรื่องแรก...

 

 

 

....

 

 

 

 

ตอนนั้น.... ที่นายมาคบกับฉัน มันเพราะอะไร ?

 

 

 

....

 

 

 

แค่แก้แค้นให้น้องสาวนายเหรอ ? แค่นั้น...โดยไม่มีความรู้สึกส่วนตัวเลยใช่ไหม ?  

 

 

 

ใช่... ก็แค่อยากให้นายชดใช้กับการที่นายทิ้งน้องสาวฉัน

 

 

 

เลยมาทำให้ฉันรัก... แล้วทิ้งฉันไป ทำให้ฉันเหมือนคนบ้าใช่ไหม

 

 

 

ใช่ ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงนิ่ง และนั้นก็ทำให้อีกฝ่ายฉายแววตาเศร้าขึ้นมา...

 

 

 

ถ้านายคิดจะทิ้งฉันไป...แล้วนายจะกลับมาทำไม ? กลับมาเพื่ออะไร ?

 

 

 

ฉันก็แค่... กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ

 

 

 

 

กลับมาดูนาย…ว่านายโอเคดีไหม

 

 

 

 

 

แล้วทำไมไม่ไปใช้ชีวิตอันปกติสุขของนายที่อื่น... เพราะการที่นายกลับมาแบบนี้ มันทำให้ฉันใช้ชีวิตแบบปกติสุขไม่ได้

 

 

 

 

มินซอกมองแววตาเศร้าของคนตรงหน้าก่อนจะถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ...

 

 

 

ขอโทษ... เสียงแผ่วเบาเอ่ยออกมาก่อนจะจ้องไปในแววตาของอีกคน... ขายาวของจงอินก้าวเข้าไปใกล้ก่อนจะโผเข้ากอดอีกฝ่ายเอาไว้แน่น...

 

 

 

นานเท่าไหร่ที่ไม่ได้กอด...

 

 

 

 

นานเท่าไหร่ที่ทำได้แค่มอง...

 

 

 

นานเท่าไหร่ที่ต้องสกัดกั้นอารมณ์เอาไว้ไม่ให้ใครรู้...ถึงความสัมพันธ์ในอดีตของเรา...

 

 

 

 

แต่ตอนนี้นายไม่เสียใจแล้วใช่ไหม ...ที่เราแยกจากกัน มินซอกเอ่ยก่อนจะออกแรงดันเบาๆให้หลุดจากอ้อมกอดของคนตรงหน้า...จงอินขมวดคิ้วด้วยความสงสัยก่อนจะเอ่ยถาม

 

 

 

นายหมายถึง ?

 

 

 

ตอนนี้...หัวใจของนายมีเจ้าของแล้ว... ที่ไม่ใช่ฉัน มินซอกเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มละมุน จงอินยกมือขึ้นมาเกาหัวแก้เขินก่อนจะเผยยิ้มออกมา...

 

 

 

นายรู้เหรอ ?

 

 

 

รู้สิ...นายคิดว่าฉันรู้จักนายมากี่ปี... ทำไมเรื่องแค่นี้ฉันจะไม่รู้ สายตาเวลานายมองดีโอ มันเต็มไปด้วยความเป็นห่วง

 

 

 

แต่เค้า... คงเกลียดฉันน่าดู...

 

 

 

นายรู้สึกยังไงกับเค้า...

 

 

 

 

ก็รัก...รักมาก....  อยากจะเป็นคนดูแลเค้า.... ถ้าเค้าอนุญาต แต่เค้าคงไม่อยากจะให้ฉันเข้าไปยุ่งย่ามกับชีวิตเค้าหรอก...

 

 

 

ไม่หรอก... จริงไหมดีโอ ? มินซอกเอ่ยก่อนจะมองไปยังใครคนหนึ่งที่อยู่ข้างหลังจงอิน เจ้าตัวมองตามทิศทางที่มินซอกมองไปก่อนจะเห็นร่างเล็กๆของคนที่คุ้นตาดียืนอยู่ คยองซูมองมายังทั้งคู่ก่อนพวงแก้มใสจะขึ้นสีระเรื่อ ...นั่นคงเพราะคยองซูคนนี้คงมาทันได้ยินอะไรบางอย่าง..  

 

 

 

 

 

เรื่องของพวกเรา...ก็เคลียกันแล้วนะ ต่อไปก็จัดการเรื่องของนายเอาเองนะ มินซอกตบบ่าคนตัวสูงกว่าก่อนจะเดินจากไป ปล่อยให้เหลือเพียงคิมจงอิน และ โดคยองซูอยู่ตรงนั้น...

 

 

 

ดีโอ... นายมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ?  เจ้าของดวงตาโตเหลือบมาก่อนจะเอ่ยตอบ

 

 

 

ก็...พึ่งมา

 

 

 

แล้ว...นายได้ยินอะไรมั้งรึเปล่า ?

 

 

 

ได้ยินอะไร ?

 

 

 

ก็.... ก็... เอ่อ.... คือ... นายไม่ได้ยินจริงๆเหรอ ? คนตัวเล็กเม้มปากแน่นก่อนจะพยักหน้าเบาๆ ใบหน้าหวานเงยหน้ามองคนตรงหน้า พวงแก้มใสที่แดงระเรื่อทำให้เค้าเข้าใจคำตอบได้ดีเลยว่า...

 

 

 

 

คนคนนี้ได้ยินทุกคำที่เค้าพูดหมดแล้ว...

 

 

 

 

ไม่ได้ยินจริงๆเหรอ ? เอ่ยเหมือนแกล้งก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้ ใบหน้าหล่อลดลงไปข้างๆใบหูเล็กก่อนจะเอ่ยเบาๆจนหัวใจของร่างเล็กตรงนี้แทบหยุดเต้น..

 

 

 

 

 

รัก... รักมากนะดีโอ ยกโทษให้ฉันนะ 









TBC.....










สปอยเล็กๆ




" คุณอี้ฟาน.... ทำไมมาอยู่ที่นี่ครับ ? "


" แบคฮยอนน้องพี่ "




...



" ทำไมหมอนั่นต้องมาส่งนายที่โรงเรียนด้วย ? "


" ก็... "






" คุณ... ช่วยออกมาคุยกับผมหน่อยได้ไหม ? "


" นายคงชื่อชานยอลสินะ... "









 

 

 



เสร็จไปอีกตอนนนน ตอนนี้ก็เดินทางมาถึงตอนที่เก้าแล้วนะคะ

ชานแบค ไคโด้เค้าดีกันแล้วนะ..

จะเหลือก็แต่ฮุนฮัน... คู่นี้ต้องค่อยเป็นค่อยไปนะคะ...

ตอนหน้าอย่าลืมติดตามกันด้วยนะคะ เพราะเฮียจะมีบทบาทอย่างมากเลย..

แล้วก็เป็นการปะทะคารมของเฮียและชยอลด้วย..

ตอนหน้าก็จะมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นเยอะแยะเลย..ยังไงก็ฝากให้ติดตามกันต่อไปด้วยนะคะ



Ps.ถ้ารักถ้าชอบก็ฝากบอกต่อกันด้วยนะคะ ขอบพระคุณอย่างสู้นะคะ และคอมเม้นให้กำลังใจที่ไรท์โหยหาเสมอ

Minor!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

382 ความคิดเห็น

  1. #339 SandDvV (@pusisand9) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2557 / 22:58
    กริ๊ดคู่จงอินกับคยองซูฟินนนน ชานแบคก็พอกันเลยน่ารักมากๆ คู่จงแดกับมินซอกแอบเอาของมาให้ด้วยนารักจับ แต่คู่ฮุนฮันชักจะไปกันใหญ่เศร้าเนอะ ไรท์สู้ๆนะ ติดตามอยู่ๆ
    #339
    0
  2. #268 TAO OPPA (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 เมษายน 2557 / 12:09
    ไคโด้ ดีกันแล้ว เย้ๆ
    #268
    0
  3. #112 Zo Aon (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 / 20:13
    ไคโด้ >,.
    #112
    0
  4. #55 Fc Exoo (@beefic) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2556 / 01:06
    เย่ จงอิน กับ เหลือก ดีกันแล้ว สงสาร ฮุนจัง แต่เชื่อว่าความรักต้องนำพาทุกอย่างไปเองเเหละ อายุไม่เกี่ยวกันหรอก
    #55
    0
  5. #50 memory (@99456) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2556 / 12:28
    เย้ๆ..ไคโด้ดีกันแล้ว
    สงสารฮุน
    #50
    0
  6. #49 อปป้าขาวจัง~~ (@piyamas2310) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2556 / 20:36
    ฟินนนนน ฮุนฮานดีกันเร็วๆนะ มาต่อไวๆนะค้าาอิอิ ไรท์เตอร์ไฟท์ติ้ง!!
    #49
    0
  7. #48 ´ น้องแบคแมน๏ (@secretauy) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2556 / 19:24
    แย๊กกกกกกกก ไคโด้ดีกันสักทีเยสสสๆๆๆ
    ลู่หานเปิดใจหน่อยจิอิติ๋มมันเจ็บนาาา
    เดี๋ยวนะ. สปอยชานแบคมีเคลียร์ยาววววว

    มาต่อเลยนะไรท์แง่งๆๆๆ =[, ,]=
    #48
    0
  8. #47 Sutthida Denklang Exofan (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2556 / 02:26
    ย๊ากกก ไคโด้มาแล้วๆ

    ไรท์มาต่อเร็วๆเน้อ

    #47
    0