{GOT7} MARKBAM #ฟิคแค้นรักร้าย2

ตอนที่ 39 : SPECIAL PART : PAPER HEART -4-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 507
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    16 ต.ค. 62




PAPER HEART

-4-



OPEN THE DOOR !!” เสียงดังตะโกนขึ้นมากลางดึกทำให้หยางจูที่กำลังฝันหวานกลางดึกนั้นต้องตื่นขึ้นมาด้วยใบหน้าบึ้งตึงกว่าจะหลับได้ก็ยากแล้ว เพราะเขาเป็นคนนอนไม่ได้ถ้าแปลกที่ ร่างบางพาร่างอันอิดโรยมาที่ประตูก่อนจะแง้มมันออกเล็กน้อยก็พบว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าห้องนั้นไม่ใช่ใครอื่น



“คุณ..วิน มาส่งเสียงดังอะไรกลางดึกเนี่ย หัดเกรงใจคนอื่นบ้าง”หยางจูเอ่ยพร้อมมองร่างของอีกคนที่แค่ดูก็รู้แล้วว่าดื่มไปเยอะขนาดไหน



“ทำไมต้องเกรงใจ ที่นี่เป็นบ้านพักของฉัน” เอ่ยจบก็แทรกตัวเข้าไปในห้องของอีกคน ร่างบางได้แต่มองตามอีกคนที่เมื่อเดินเข้าไปก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงทันที



“นี่คุณจะมานอนตรงนี้ไม่ได้นะ นี่มันที่นอนของผมนะ”



“เราเป็นแฟนกันนี่ นอนด้วยกันก็ไม่เป็นอะไรหรอก” อีกคนยังคนเถียงหน้าตาเฉย หยางจูได้แต่ถอนหายใจก่อนจะมองอีกคนแล้วเอ่ยขึ้น



“โอเคถ้าคุณอยากนอนที่นี่ก็นอน เดี๋ยวผมจะไปนอนที่อื่นเพราะบ้านพักของคุณมีหลายห้องอยู่แล้วนี่” เอ่ยจบก็หมุนตัวเพื่อจะเดินออกจากห้องไป แต่ก็มีแรงดึงจากด้านหลังคว้าเข้าที่แขนของร่างบางพร้อมกระชากลงไปบนเตียง รู้ตัวอีกทีร่างของวินก็ คร่อมร่างหยางจูเอาไว้แล้ว



“มีอะไรกับฉันได้มั้ย”



“ห้ะ...” คำถามที่ไม่คิดว่าจะได้ยินถูกเอ่ยออกมาจากทำเอาหยางจูทำตัวไม่ถูกก่อนที่วินจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง



“ฉันอยากกอดนาย”



“อย่ามาบ้านะคุณ ผมยอมเป็นแฟนคุณมันไม่ได้หมายความว่าผมจะยอมทำเรื่องแบบนั้นนะ” เอ่ยจบก็พยายามจะลุกขึ้นจากเตียงแต่ก็ถูกร่างสูงกดลงไปกับเตียงทันที



“ฉันจะจ่ายให้นายมากเท่าที่นายต้องการ”



“มันไม่เกี่ยวกันกับเงินเลย เรื่องแบบนี้ใครเขาจะมาทำกันได้ง่ายๆกรุณาลุกออกไปด้วย”



“ขอดีๆไม่ได้ใช่มั้ย”



“แบบนี้ใครเขาเรียกขอดีๆ เขาเรียกบังคับ..อื้อ” เอ่ยจบริมฝีปากหยักของวินก็ทาบทับไปยังริมฝีปากของอีกคนแรกๆ หยางจูพยายามดันตัวอีกคนออกพร้อมกับกัดปากของคนตรงหน้าแรงๆ



“โอ๊ย..ฉันเจ็บนะ”



“เออก็ทำให้เจ็บ.. มีสติซะบ้าง ถึงใครๆเขาจะต่อแถวอยากได้คุณแต่มันไม่ใช่กับผม” เอ่ยจบก็ผลักอีกคนออกไปสุดแรงพร้อมกับตรงไปที่ประตูแต่ยังไม่ทันที่จะก้าวพ้นประตูจู่ๆหยางจูก็สะดุดขากางเกงของตนเองล้มเข่ากระแทกพื้นอยู่ตรงนั้น วินหันไปมองอีกคนก่อนจะถอนหายใจออกมาหนักๆ เขาย่อตัวลงเพื่อช้อนตัวอุ้มอีกคนขึ้นก่อนจะพากลับไปที่เตียง



“หยุดนะ ผมไม่ทำนะ ไม่กลับไปที่ที่เตียงนะ..นี่คุณ”



“เออ ไม่ทำหรอก ฉันก็แค่ลองเชิงนายดูก็เท่านั้นแหละ”



“ลองเชิง ?”



“อืม.. ก็แค่ลองดูว่าถ้าเกิดฉันเสนอเงินให้นายจะยอมมั้ยแต่นายไม่ยอมแบบนี้ก็แค่คิดว่าอย่างน้อยก็ไม่ต้องเป็นห่วง”



“ห่วงเรื่องอะไร”



“นายไม่จำเป็นต้องรู้หรอกน่า..คืนนี้ฉันจะปล่อยไปแล้วกัน ถึงแม้จะอยากลองทำดูมากก็ตาม” เอ่ยจบก็วางอีกคนลงบนเตียงพร้อมกับย่อตัวลงกับพื้นเพื่อดูข้อเท้าอีกคน



“อยากลองทำ ? นี่ก็แสดงว่าในใจก็คิดเรื่องลามกถูกมั้ย”



“อืม ก็คิด...” วินตอบกลับมาหน้าตาเฉย



“คุณนี่เป็นคนที่โคตรจะทำให้อารมณ์เสียเลย”



“ทำไม ฉันคิดว่ามันก็ไม่แปลกนะ คนเราจูบกัน..แล้วก็มีอะไรกันเป็นเรื่องปกติ”



“แต่ไม่ใช่กับผม...” หยางจูเอ่ยก่อนจะก้มลงมองอีกคนที่กำลังก้มๆเงยๆกับข้อเท้าของเขาอยู่



“ข้อเท้าไม่ได้แพลงโชคดีไป ..แต่คืนนี้ฉันนอนห้องนี้จริงๆนะ”



“โน...ไปนอนห้องคุณสิ”



“ไม่เอาฉันจะนอนห้องนี้”



“ผมว่าคุณแปลกๆนะ ผมถามอะไรหน่อยได้มั้ย”



“อะไร”



“แจจิน...เป็นคนรักเก่าของคุณเหรอ” เมื่อถูกถามแบบนั้นวินก็นิ่งไปทันที  ไม่ได้แสดงอารมณ์โกรธหรืออะไรทั้งสิ้น แค่นิ่งเงียบไปก่อนจะเอ่ยตอบ



“อืม ฉันง่วงอยากนอนแล้ว พรุ่งนี้หกโมงเช้าปลุกฉันด้วย”



“ห้ะ หกโมงเช้านี่คุณจะรีบตื่นไปไหน”



“ไปวิ่ง” เอ่ยแค่นั้นก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอีกฝั่งที่ยังว่างอยู่



“ไปวิ่ง.. อยู่แอลเอไม่มีที่ให้วิ่งเหรอถึงได้ถ่อสังขารมาวิ่งถึงที่นี่”



“ถ้าไม่ให้ฉันวิ่งตอนเช้า จะให้ฉันตื่นมาออกกำลังกายใต้ผ้าห่มกับนายมั้ยล่ะ” ไม่พูดเปล่า หันหวับไปมองอีกคนที่นั่งหน้าเหว๋ออยู่ข้างๆ หยางจูได้แต่เม้มปากแน่นก่อนจะคว้าหมอนข้างมาวางข้างๆก่อนจะทิ้งตัวลงนอนช้าๆเหมือนหนังที่กดทำเป็นภาพสโลว์ ก่อนจะมุดหายไปในผ้าห่ม



“ฝันดี” สิ้นเสียงอันแผ่วเบาของหยางจูก็ทำให้วินเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆพร้อมรอยยิ้มก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบ้าง ร่างสูงถอนหายใจออกมาหนักๆก่อนจะนอนมองเพดานไปนิ่งๆ



นี่ฉันจะเอาหมอนี่เข้ามาเป็นคนช่วยทำให้ลืมแจจินได้จริงๆเหรอ



 

วินได้แต่นอนคิดพร้อมมองคนข้างที่ดูท่าทางน่าจะหลับไปแล้วอยู่นาน มองเหมือนกำลังหาคำตอบบางอย่าง คำตอบที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังหาคำตอบอะไรไม่ได้ เพราะเรื่องแบบนี้มันต้องใช้เวลา ในตอนแรกเขาคิดว่าแจจินมาที่มันเป็นเรื่องที่แย่อย่างบอกไม่ถูก แต่พอมาคิดดูอีกทีมันก็อาจจะเป็นวิธีที่ทำให้เขาตัดใจจากแจจินได้ง่ายขึ้นก็ได้



“ให้ตายเถอะ ทำไมคนที่ฉันรักคนแรกในชีวิตจะต้องมาเป็นลูกพี่ลูกน้องของตัวเองด้วยนะ” วินได้แต่บ่นกับตัวเองก่อนจะข่มตานอนหลับ ถึงมันจะใช้เวลานานไปสักนิด แต่ในที่สุดเขาก็หลับสนิทไปได้




 

 

 

 

ณ ประเทศเกาหลี

“พี่มาร์คแน่ใจเหรอครับว่าจะทำแบบนี้จริงๆ” เสียงของแบมแบมเอ่ยถามขึ้นพร้อมกับมองเอกสารตรงหน้าอย่างชั่งใจ



“แน่ใจสิ...ในเมื่อเจ้าวินไม่ยอมบอกเรื่องนี้กับเรา เราทั้งคู่ก็ต้องไปดูด้วยตาตัวเอง แถมได้คำยืนยันจากแจจินแล้วด้วยนี่ ว่าวินมีแฟนไหนจะภาพจากที่แจจินถ่ายมาให้ดูอีก แล้วเมื่อไม่กี่ชั่วโมงมานี่คนที่ดูแลบ้านพักของเราที่ฟลอริดาก็รายงานมาด้วยว่าเจอพวกนักข่าวมาป้วนเปี้ยนแถวบ้านพัก ร้อยทั้งร้อยพรุ่งนี้ภาพวินกับเด็กคนนั้นลงข่าวหน้าหนึ่งอีกแน่” มาร์คเอ่ยบอกภรรยาที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ไม่ไกลจากเขา



“แต่บางทีลูกอาจจะไม่ได้จริงจังแบบพวกคนที่ผ่านๆมาก็ได้นะครับ”



“แต่ไม่เคยมีใครที่วินพาไปนอนที่บ้านพักตากอากาศของตระกูลเราเลยนะแบมแบม”



“มันก็จริงอย่างที่พี่มาร์คพูดนะครับ...แล้วแบบนี้เราจะเอายังไงละครับ”



“เราต้องไปหาลูก ไปดูให้เห็นกับตาว่าวินมีแฟนจริงๆรึเปล่า เพราะถ้าเกิดว่ามีจริงๆจะได้จัดการหมั้นหมายกันไว้เลย ลูกเราจะได้ไม่ต้องมาคิดถึงเรื่องของแจจินอีกด้วย”



“มันก็เป็นความคิดที่ดีนะครับ ว่าแต่พี่มาร์คให้คนสืบประวัติเด็กคนนั้นแล้วเหรอครับ”



“อืม เรียบร้อยแล้ว มันน่าแปลกนะ”



“น่าแปลกยังไงเหรอครับ”



“ก็...เด็กคนนั้นเป็นคนที่เคยตามทำข่าวGossipของพวกเราน่ะสิ รวมไปถึงข่าวของวินกับดีแลนด้วย มันเลยทำให้รู้สึกว่า ทำไมวินถึงคบกับเด็กคนนี้” มาร์คเอ่ยก่อนจะยื่นภาพของหยางจูไปให้ภรรยาดูอีก



“แบบนี้มันดูไม่ธรรมดาแล้วนะครับ”



“ใช่.. เพราะแบบนี้แหละ พี่ถึงอยากจะไปดูว่าสองคนนี้มันยังไงกันแน่” การที่แฟนของลูกชายเขาจะเป็นนักข่าวเขาก็ไม่เคยห้าม แต่นี่มันก็แปลกเกินไปตรงที่ ทำไมถึงได้เป็นนักข่าวที่เคยทำข่าวเสียๆหายๆของพวกเขามาก่อน เพราะที่ผ่านมานั้นมาร์คต้วนให้คนคอยตามดูลูกชายหัวแก้วหัวแหวนทั้งคู่ของเขาอยู่เสมอ เพราะด้วยความเป็นห่วงและเพราะความเป็นเด็กที่คนเป็นพ่อมักจะไม่ปล่อยให้คลาดสายตา



“พี่มาร์คไม่คิดว่ามันอาจะเป็นการคบกันแบบธรรมดาๆของเด็กๆทั่วไปเหรอครับ”



“ไม่...พี่ว่าเจ้าลูกคนนี้ต้องทำเรื่องอะไรอยู่แน่ๆ”



“งั้นเราโทรไปบอกลูกก่อนมั้ยครับว่าเราจะไปหา”แบมแบมเอ่ยถามความเห็น



“ไม่ต้อง ถ้าเราโทรบอกจะไม่มีทางได้เจอความจริงแน่ๆ” เมื่อได้ยินมาร์คบอกแบบนั้นแบมแบมก็พยักหน้ารับก่อนจะมองไปยังกรอบรูปที่มีภาพลูกชายฝาแฝดแขวนอยู่ตรงนั้นเรา



“จะว่าไปลูกๆก็โตเร็วเหมือนกันนะครับ แป๊บเดียวก็เข้ามหาลัยแล้วทั้งคู่” แบมแบมมองภาพลูกชายพร้อมรอยยิ้ม เพราะครอบครัวของเขาเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาเยอะกว่าจะมาถึงจุดนี้  เขาหวังอยากจะสร้างครอบครัวที่เรียบง่าย แต่ดูเหมือนอะไรๆมันก็จะไม่ง่ายตามที่คิด เลยทำให้เวลามีคนเพิ่มเข้ามาในครอบครัวของพวกเขา พวกเขาจึงต้องตรวจสอบเป็นพิเศษ



“ใช่ พอโตมาเนี่ยก็รู้เลยว่าตัวเองตอนหนุ่มๆเป็นยังไง เพราะเจ้าลูกชายตัวแสบหาเรื่องมาให้ปวดหัวได้ตลอด” มาร์คเอ่ยพร้อมส่ายหัวด้วยท่าทีหน่ายๆ



“ลูกก็ได้พี่มาร์คมาทั้งหมดนั่นแหละครับ” แบมแบมไม่วายแขวะใส่อีกคนก่อนจะหัวเราะเบาๆ



“งั้นเหรอ จริงๆพี่คิดว่าถ้าเรามีลูกสาวอาจจะไม่วุ่นวายขนาดนี้ก็ได้นะ มามีน้องให้วินกับดีแลนกันมั้ย” เอ่ยพร้อมกับเอามือรั้งเอวคนเป็นภรรยาเข้ามาใกล้



“พอเลยครับ ดูอายุด้วย”



“ทำไมล่ะ แบมแบมยังหน้าเหมือนวันแรกที่พี่เจอไม่มีผิดเลยนะ”



“อย่ามาปากหวานเลยครับ แล้วนี่ไม่ไปบริษัทเหรอครับ”



“ไม่หรอก วันนี้พี่อยากอยู่บ้านมากกว่า เดี๋ยวซองแจจะเอาเอกสารมาให้เซ็นที่นี่” เอ่ยพร้อมกับใช้นิ้วมือเกลี่ยแก้มเนียนของคนเป็นภรรยา ถึงแม้ว่าลูกชายของทั้งคู่จะโตมากแล้ว แต่ความหวานของทั้งคู่ก็ยังมีให้คนรอบข้างอิจฉาอยู่เสมอ ทั้งมาร์คต้วนและแบมแบมนั้นไม่เปลี่ยนไปจากวันแรกที่ทั้งคู่เจอกันเลย เหมือนเวลาทำอะไรพวกเขาไม่ได้ ยิ่งทำให้พวกเขาทั้งคู่น่าสนใจ ไหนจะลูกชายฝาแฝดทั้งสองคนของเขาอีกที่โตขึ้นมาหล่อเหลาจนเป็นเป้าสายตาของนักข่าวตั้งแต่เด็กจนโต



สำหรับมาร์คและแบมแบมแล้ว ดีแลนนั้นไม่ได้มีความน่าเป็นห่วงเลย แต่วินนี่สิ ดื้อตาใสมาตั้งแต่เด็ก โตมาถึงแม้จะฟังคำพูดของพ่อแม่มาตลอด แต่ก็ชอบมีเรื่องมาให้ปวดหัวอยู่เสมอเช่นกัน และด้วยความที่วินเป็นคนใจร้อนและถอดนิสัยมาร์คมาเต็มๆทำให้คุณพ่อคนนี้ต้องกวดขันกับลูกชายคนนี้เป็นพิเศษ



"ดีแลนเคยพูดอะไรกับแบมเรื่องแฟนบ้างมั้ย" มาร์คถามคนเป็นภรรยา



"แฟนเหรอครับ..ไม่เคยนะครับ ไม่เคยพูดถึงเลย"



"พี่ว่ามันก็น่าแปลกใจอยู่นะ จู่ๆเจ้าดีแลนก็อาสาจะไปรับคีร่ากับเดนนิสที่สนามบินเอง"



"ก็อาจจะไม่มีอะไรเป็นพิเศษก็ได้นะครับ"



"น้อยไปสิ พี่ว่าจากที่พี่ห่วงแต่เจ้าวิน พี่ต้องห่วงดีแลนด้วยแล้วตอนนี้"



"พี่มาร์คก็พูดเว่อร์ไปครับ"



"ไม่เว่อร์หรอก พี่กลัวเจ้าดีแลนไปวอแวกับลูกชายของยูคยอมมากๆ มันจะเอาตำรวจมาจับพี่น่ะสิ เพราะลูกชายมันยังไม่บรรลุนิติภาวะ" มาร์คพูดปนขำ



"ลูกชาย ? เดนนิสน่ะเหรอครับ"



"ใช่.. เซน เดนนิส.. หมอนั่นคงอยากให้ลูกชายมีแฟนเป็นสาวสวยมากๆเลยล่ะ แต่คิดผิดแล้ว พี่ว่าคู่ของเจ้าดีแลนก็น่าสนุก"



"พูดเป็นละครไปได้นะครับ"



"ก็คอยดูแล้วกัน ทีนี้เรามาลุ้นกันดีกว่าว่าคู่ของใครจะวุ่นวายกว่ากัน" มาร์คเอ่ยพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะกดโทรออกไปหาเลขาของเขา ซึ่งต่อสายเพียงไม่นานปลายสายก็รับ



"ฮัลโหล ซองแจเหรอ..เดี๋ยวนายช่วยจัดการให้คนไปตามดูวินกับดีแลนหน่อยนะ แต่ขอแบบห่างๆอย่าให้เจ้าสองคนนั้นรู้ตัวแล้วถ่ายรูปส่งมาให้ฉันทุกวัน... อืม ขอบใจมาก" เมื่อคุยเสร็จก็กดวางสายไป แบมแบมได้แต่ส่ายหัวไปมากับการตามติดลูกชายของคนเป็นสามี ซึ่งถ้าเขารู้สึกว่าหากการกระทำของมาร์คมันไม่ได้เยอะจนเกินไป เขาก็ไม่เคยขัด แต่หากอันไหนที่มันล้ำเส้นของลูกชายเกินไปแบมแบมก็จะคอยบอกเสมอว่ามันไม่เหมาะสม

 

 

 


 

 

เช้าวันรุ่งขึ้นที่ฟลอริดา

เสียงนาฬิกาปลุกที่ตั้งเอาไว้ดังสนั่นขึ้นมา เสียงนาฬิกาปลุกที่ไม่คุ้นเคยทำให้วินตื่นขึ้นมาทันที เพราะเขาเป็นพวกตื่นง่าย เมื่อตื่นขึ้นมาก็มองหาที่มาของเสียงนาฬิกาก็พบว่ามันมาจากโทรศัพท์ของอีกคนที่นอนอยู่ข้างๆเขา ซึ่งเจ้าตัวนั้นนอนหลับไม่รู้เรื่องอะไรเลยด้วยซ้ำ วินยกมือขึ้นลูบหน้าเพื่อเรียกสติในการตื่นนอนตอนเช้าก่อนจะหันไปมองคนที่ยังหลับเป็นตายอีกครั้ง



เขาเอื้อมมือไปกดปิดนาฬิกาปลุกแล้วลุกขึ้นจากเตียงเพื่อออกไปวิ่ง เขาสวมเสื้อยืดกางเกงวอล์มและรองเท้าผ้าใบพร้อมวิ่งก่อนจะเลือกวิ่งลงไปตามถนนที่เลียบชายหาดเพื่อรับลมเย็นๆ เขาวิ่งไปเรื่อยๆก่อนสายตาจะไปสะดุดกับร่างของใครคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนม้านั่งไม่ห่างจากทางที่เขาวิ่งมานัก



"แจจิน.." วินเอ่ยออกมา ไม่ได้ตั้งใจจะเรียกอีกคน แต่ดูเหมือนเจ้าของชื่อจะได้ยินพราะอยู่ไม่ห่างมาก



"พี่วิน มาวิ่งเหรอครับ"



"อืม...ตื่นเช้านะ" วินตอบไปพร้อมถามกลับ ไม่ได้อยากคุยแต่มันก็เลี่ยงไม่ได้แล้ว



"ผมยังไม่ได้นอนต่างหากครับ" แจจินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้า



"ยังไม่ได้นอน ? ทำไมล่ะ"



"ก็...พี่ดีนเขาออกไปเที่ยวยังไม่กลับมาเลยครับ"



"นี่รออยู่ที่นี่ทั้งคืนเลยเหรอ"



"ครับ" แจจินเอ่ยพร้อมพยักหน้าเบาๆ



"ไปนอนได้แล้ว นี่มันเช้าแล้วเดี๋ยวป่วยขึ้นมาคุณลุงคงเป็นห่วงนายน่าดู เดี๋ยวหมอนั่นมันก็กลับมาเองแหละ"

"แต่ผมไม่อยากอยู่คนเดียว..." เอ่ยแค่นั้นก่อนจะมองกลับไปที่บ้านพักของตนเองที่อยู่ไม่ห่างจากตรงนั้นมากนัก บ้านหลังใหญ่แต่อยู่คนเดียวมันก็ทำให้คนไม่ชอบนอนแปลกที่แปลกทางอย่างเขายิ่งรู้สึกไม่ดีเข้าไปใหญ่



"โตขนาดนี้แล้วนะ เดี๋ยวหมอนั่นก็กลับมา"



"แต่ว่า..." แจจินได้แต่กระพริบตาปริบๆเหมือนกับกำลังขอร้องให้อีกคนอยู่ด้วย



"เฮ้อ งั้นไปนอนที่บ้านพักของพี่ก่อนแล้วกัน" เอ่ยจบก็ทำท่าจะวิ่งต่อแต่แจจินก็ร้องเรียกเอาไว้



"พี่วิน"



"อะไร"



"แล้วพี่จะไปไหนครับ"



"ไปวิ่งต่อ นายเดินเข้าไปแล้วก็เข้าไปนอนก่อนเดี๋ยวพี่กลับไป" เอ่ยแค่นั้นก็วิ่งออกไปต่อ แจจินได้แต่ชะเง้อคอมองซ้ายขวาหาคนรักอีกครั้ง แต่ก็ไม่มีวี่แววทำขาเลือกที่จะเดินไปยังบ้านพักของวินตามที่เขาบอก



จนเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงหยางจูที่นอนหลับอยู่บนเตียงก็ค่อยๆตื่นขึ้นมาพร้อมกับมองไปรอบๆห้องซึ่งไม่พบแม้แต่เงาของเจ้าของบ้านทำให้เขาลุกขึ้นจากเตียงด้วยท่าทีงัวเงียก่อนจะเดินออกมาจากห้อง



"คุณวิน...คุณ คุณอยู่รึเปล่า" หยางจูตะโกนเรียกแต่ก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรตอบกลับมา หยางจูจึงเดินตรงไปยังห้องที่น่าจะเป็นห้องนอนของวิน มือเรียวยื่นไปจับลูกบิดก่อนจะเปิดเข้าไปช้าๆ แล้วสิ่งที่เขาเห็นก็ทำให้เขาตกใจอยู่ไม่น้อยเพราะบนเตียงนั้นมีร่างเล็กของแจจินที่กำลังนอนอยู่ เห็นแบบนั้นหยางจูก็รีบออกจากห้องไปทันทีก่อนจะยืนกระพริบตาปริบๆอยู่หน้าห้อง



"ทำไมมานอนที่นี่ได้..." ในขณะที่ยืนสงสัยอยู่นั้นร่างสูงของวินก็เดินกลับขึ้นมา เขามองไปยังหยางจูที่ยืนเหม่ออยู่ตรงนั้นจึงเอ่ยถามขึ้น



"ตื่นแล้วเหรอ นายมาทำอะไรตรงนี้"



"อ้าวคุณวิน...ไปไหนมาครับ"



"ไปวิ่งมาไง คนบ้าอะไรตั้งนาฬิกาปลุกแต่ไม่ยอมตื่น"



"ก็ผมไม่ได้ตั้งปลุกให้ตัวเองตื่นนี่" ยังไม่วายเถียงออกไป วินมองอีกคนที่ยืนหัวยุ่งพร้อมสุดนอนบางๆก็ได้แต่ยกยิ้มน้อยๆที่มุมปาก



"มายืนอ่อยฉันเหรอ"



"นั่นใช้หัวหรือใช้นิ้วเท้าคิดน่ะ ผมก็แค่ตื่นแล้วเดินออกมาจากห้องเฉยๆ ไปนอนต่อดีกว่า" พูดจบก็ทำท่าจะเดินกลับเข้าไปในห้องแต่วินก็คว้าเอวอีกคนเข้าไปจนหน้าท้องของทั้งคู่แนบกัน หยางจูใบหน้าร้อนผ่าวทันทีเมื่อรู้สึกได้ว่าช่วงล่างของทั้งคู่มันก็แนบชิดกันมากเช่นกัน แล้วยิ่งเช้าๆแบบนี้แล้วละก็...



 

ได้ออกมาทักทายกันแน่ๆ..

 



"ทำอะไรของคุณเนี่ย"



"ฉันไปออกกำลังกายมา แต่ร่างกายมันอยากเสียเหงื่ออีก นายว่าฉันทำไงดี" เอ่ยกระซิบเบาๆข้างใบหูของอีกคนจนหยางจูทำตัวไม่ถูก



"จะไปรู้เหรอ ไปนอนแผ่หน้าบ้านให้แดดเลียไปจะได้เสียเหงื่อ" หยางจูเอ่ย วิน ยิ้มกริ่มก่อนจะกระซิบเบาๆอีกครั้ง



"แล้วออกกำลังกายกับนายไม่ได้เหรอ" สิ่งที่วินพูดทำให้หยางจูยกเท้าขึ้นพร้อมออกแรงกระทืบไปบนฝ่าเท้าของคนอายุน้อยกว่าตรงหน้าจนอีกคนร้องออกมา



"โอ๊ยยย นายเป็นบ้าเหรอ ทำแบบนี้ทำไม ฉันเจ็บนะ"



"ผมว่าคุณชักจะล้ำเส้นขึ้นทุกวันแล้วนะ" หยางจูบ่นพร้อมกับดึงแขนอีกคนเข้าไปในห้องนอน



"นายบ่น แต่นายก็ลากฉันเข้ามาในห้องแบบนี้เหรอ"



"อย่าเอาแต่คิดเรื่องแบบนั้นจะได้มั้ย ผมแค่จะพาคุณมาคุยเรื่องข้อตกลงต่างหาก" เมื่อเข้ามาในห้องหยางจูก็เดินไปที่กระเป๋าของตนเองพร้อมกับหยิบเอกสารบางอย่างออกมา



"นี่อย่าบอกนะว่านายเอาสัญญามาด้วย"



"ใช่ อ่านแล้วเซ็นให้ผมด้วย"



"เดี๋ยวฉันอาบน้ำเสร็จแล้วจะมาอ่าน"



"ไม่ได้ ต้องอ่านตอนนี้เดี๋ยวนี้" หยางจูยื่นเอกสารไปให้คนตรงหน้าอีกครั้ง วินยื่นมือมารับไปก่อนจะเดินไปนั่งยังโซฟาที่อยู่ปลายเตียงแล้วตั้งใจอ่านเอกสารในมือโดยมีหยางจูยืนอยู่ใกล้ๆ



"ถ้าคุณอ่านเสร็จแล้วกรุณาเซ็นชื่อด้านล่างด้วยนะ เดี๋ยวผมจะไปอาบน้ำรอ" เอ่ยจบก็เดินหยิบผ้าเช็ดตัวเข้าไปในห้องน้ำทันที วินนั่งอ่านเอกสารในมือก่อนจะขมวดคิ้ว



"หืม ? ถ้าหากล่วงเกินนอกเหนือจากที่ตกลงกันเอาไว้ จะไม่มีการทำงานต่อ และต้องจ่ายค่าเสียเวลาพร้อมค่าชดเชย..นายคิดว่าสัญญาแค่นี้จะทำให้ฉันกลัวเหรอ" เอ่ยจบก็วางเอกสารลงบนโซฟาก่อนจะลุกขึ้นถอดเสื้อออกพร้อมหยิบผ้าเช็คตัวแล้วเดินตรงไปหยุดอยู่ที่หน้าห้องน้ำ จะว่าไปมันก็มีอีกอย่างที่เขาอาจจะยังไม่ได้บอกหยางจู



ห้องน้ำห้องนี้ล็อคไม่ได้...



 

ร่างสูงค่อยๆเปิดประตูเข้าไปในห้องน้ำที่อีกคนกำลังอาบน้ำอยู่ดวงตาสีเข้มมองไปยังร่างของคนตรงหน้าที่เห็นเลือนลางอยู่หลังกระจกที่ตอนนี้มีหยดน้ำเกาะอยู่มากมายทำให้ภาพของคนที่อยู่หลังกระจกนั้นเบลอมากขึ้น

วินพาดผ้าขนหนูไว้ที่ราวแขวนผ้าก่อนจะถอดเสื้อของตนเองออกจนตอนนี้ไม่เหลืออะไรสักชิ้น ขายาวก้าวเข้าไปในเขตอันตราย ที่บอกว่าอันตรายก็เพราะอันตรายต่อหัวใจน่ะสิ วินก้าวไปอยู่ใกล้กับหยางจูโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวสักนิด รูปร่างของคนตรงหน้าไม่ได้ดูเพียวบางเหมือนแจจิน แต่ถ้าเทียบกับตัวเขาแล้วล่ะก็ ตัวบางกว่าเขาอยู่พอสมควรมันไม่ได้เป็นร่างกายที่ทำให้เขาเกินอารมณ์ แต่ก็เป็นเรือนร่างที่ทำให้เขาละสายตาไม่ได้ ขับกับผิวที่ขาวเนียนทั่วตัวแล้วด้วยยิ่งน่ามองเข้าไปใหญ่



"เฮ้ย เข้ามาได้ยังไง" หยางจูร้องออกมาด้วยความตกใจเพราะพอหันไปมองก็เห็นว่าวินมายืนอยู่ด้านหลังเขาแล้ว



"ก็เดินเข้ามา"



"บอกทีว่าไม่ได้กำลังกวนประสาทผมอยู่"



"เปล่านิ" ก็ยังคงตอบคำถามด้วยใบหน้ากวนๆแบบนั้นอยู่ร่ำไป ถ้าเกิดว่ามีการโหวตรางวัลคนน่ารำคาญแห่งปี หยางจูบอกเลยว่าเขาจะโหวน วิน ต้วน ที่สาวๆหลงไหลนักหนาเนี่ยแหละ ในชีวิตเขาไม่เคยมีใครมาวอแวขนาดนี้เลย



"ออกไปก่อนสิผมจะอาบน้ำ"



"ฉันก็เหนียวตัวเหมือนกัน"



"ห้องน้ำมีเยอะแยะไม่ใช่เหรอ"



"อืม แต่อยากอาบห้องนี้" ว่าแล้วก็แทรกตัวไปอยู่ใต้ฟักบัวกับอีกคนจนหยางจูต้องถอยหลังเข้าไปจนหลังติดกำแพง


โอ๊ย หน้าจะทิ่มกันอยู่แล้ว.. ไม่ใช่แค่หน้าด้วยนะ แซ่ต้วนที่ไม่ได้ต้วนตามชื่อ มันกำลังชี้หน้าผม (ต้วน ในภาษาจีน จะแปลว่า ขาดตอน ท่อนสั้นๆ) หยางจูได้แต่กัดฟันแน่นก่อนจะเอียวตัวหลบ



"งั้นผมไม่อาบแล้ว ให้คุณอาบก่อนแล้วกัน" ยังไม่ทันทีจะเดินหลบไปวินก็เดินไปขวางเอาไว้พร้อมก้มลงมองอีกคน



"ทำไม นายกลัวเหรอ หรือว่า...หวั่นไหว"



"หวั่นไหวบ้าอะไร ที่บ้านผมไม่เคยสอนให้อาบน้ำกับผู้ชายด้วยกัน มันแปลก"



"แปลกอะไร ฉันกับดีแลนยังเคยอาบด้วยกันเลย"



"ก็ผมไม่เคย"



"อ่อ....บางทีนายก็ต้องเรียนรู้นะว่า อะไรที่เราไม่เคย..ก็ต้องลอง"



 

  ผิดมั้ยถ้าเกิดว่าผมจะกลัวกับการลองครั้งนี้...






ยังมีคนอ่านกันอยู่มั้ยคะ 
;---------;
ตอนแรกว่าจะอัพเรื่องนี้ถึงแค่ตอนที่ 5
แต่ต่อจากนี้ไปคงอัพไปน่าจะถึงตอนที่8เลยค่ะ

สำหรับรุ่นลูกนี้ วินกับดีแลนเป็นคนที่ได้พ่อมาเต็มๆเลยนะคะ
มาดูกันนะคะว่า2คู่นี้จะลงเอยกันยังไง

ขอโทษที่ห่างหายไปนาน เอาจริงๆก็น่าจะตั้งแต่ต้นๆปีได้เลยที่หายไปไม่ได้อัพฟิคเลย
เพราะตอนนั้นเป็นช่วงเปลี่ยนที่ทำงานใหม่ไรท์ต้องตื่นตี4ทุกวันเพราะที่ทำงานอยู่ข้ามจังหวัดเลย
แล้วก็ไม่ค่อยอยากย้ายที่อยู่เพราะความไม่สะดวกหลายๆอย่าง
เลิกงาน 5โมงเย็นแต่กว่าจะกลับถึงห้องเนี่ยก็เกือบ1ทุ่มถ้าบางวันมีสอนต่อก็ยาวเลยค่ะ
เลิก3ทุ่มแล้วกว่าจะทำนู้นทำนี่แล้วเข้านอนมันเลยแทบไม่มีเวลาเลยค่ะ
แต่ตอนนี้ก็เริ่มชินแล้วไรท์จะกลับมาอัพฟิคหลายๆเรื่องที่ดองไว้แล้ว
หวังว่าจะยังมีคนติดตามอ่านกันนะคะ
ขอบคุณค่ะ 


------
ขอพื้นที่ขายของสักครู่
ใครที่ต้องการฟิคแค้นรักร้าย หรืออยากสั่งซื้อแค่เฉพาะคู่ขอรุ่นลูกๆ
พร้อมส่งรอบสต๊อก
สามารถติดต่อมาได้ที่ทวิตเตอร์ @jokerginger12 ได้เลยค่าาา




B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

1,256 ความคิดเห็น

  1. #1243 .귀엽다. (@wearevaria) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 03:12

    ยังรออยู่ค่าา
    #1243
    0
  2. #1241 My love markbam (@a_mote3030) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 23:37
    ยังอยู่จ้า รอเสมอ
    #1241
    0
  3. #1239 k.tyls9597 (@pim_salisa) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 01:52
    ติดตามอยู่ตลอดค่าาาา ยิ่งรุ่นลูกยิ่งน่าลุ้นกว่าพ่อแม่อีก5555
    #1239
    0
  4. #1238 Jjenell (@ikan2kw) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 17:25

    รออยู่นะจ๊ะ
    #1238
    0
  5. #1237 Pepzi Naruemon (@pepzi2013) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 09:46

    รอนานมากๆ ;___; นึกว่าไรท์จะไม่แต่งต่อแล้ว
    #1237
    0
  6. #1236 Ajuu (@Anuchu) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 08:28
    ฮืออออไรต์ต่อให้ ดีต่อใจค่ะ รอเทอเสมออออออออ
    #1236
    0
  7. #1235 jampshot (@jampshot) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 06:27
    รอเสมอคร้าาา
    #1235
    0