{GOT7} MARKBAM #ฟิคแค้นรักร้าย2

ตอนที่ 36 : SPECIAL PART : PAPER HEART -3- 100per.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,198
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    25 ม.ค. 61



PAPER HEART 

003




“คุณคือ คุณแจจินเป็นน้องลูกพี่ลูกน้องของคุณวินเหรอครับ ?” หยางจูเอ่ยถามหลังจากที่ทั้งคู่เอ่ยพูดคุยกันมาได้สักพัก


“ครับ ไม่ต้องเรียกคุณหรอกครับ เรียกแจจินเฉยๆก็พอ” แจจินเอ่ยด้วยท่าทีสุภาพ เอาจริงๆใจชีวิตของป๋ายหยางจูเนี่ยแทบจะไม่เคยเจอเด็กคนไหนที่ดูสุภาพเรียบร้อยขนาดนี้มาก่อนเลย จะเรียกได้ว่านี่เป็นคนแรกเลยก็ว่าได้


“อ่า ครับ ผมชื่อหยางจูนะครับ” หยางจูก็ตอบกลับไปเช่นกัน


“เป็นเพื่อนกับพี่วินเหรอครับ” เมื่อถูกถามออกมาแบบนี้หยางจูก็ชะงักไปทันที จะตอบว่าเป็นเพื่อนเหรอ ? ในความเป็นจริงพวกเขาก็ไม่ใช่เพื่อนกันเลย แล้วสัญญาที่พึ่งทำการตกลงกันล่ะ จะบอกยังไง ? หรือบอกไปเลยว่าเป็นแฟนกัน ?


“เอ่อ..คือว่า” หยางจูได้แต่ครางไปเรื่อยได้แต่สองจิดสองใจ ไม่รู้จะพูดยังไงดี แต่ยังไม่ทันจะเอ่ยออกไปแจจินก็เอ่ยถามขึ้นมาก่อน


“เป็นแฟนพี่วินเหรอครับ” คำถามนั้นยิ่งทำให้เขาตอบไม่ถูกเข้าไปใหญ่


 

ควรจะตอบรับ หรือปฏิเสธดี ?


 

“หยางจูเป็นแฟนพี่เอง” เสียงทุ้มดังมาจากด้านหลังพร้อมร่างสูงของวินที่เดินขึ้นมาพร้อมเซิร์ฟบอร์ดของเขา


“แบบนี้นี่เอง ผมว่าแล้วว่าจะต้องเป็นแฟนของพี่วินแน่ๆเลย มิน่าล่ะถึงได้น่ารักแบบนี้” แจจินเอ่ยพร้อมยกยิ้มขึ้น ซึ่งตัวเขาไม่รู้เลยว่ารอยยิ้มนั้นมันทำร้ายความรู้สึกของคนมองขนาดไหน


 

พี่ไม่ชอบรอยยิ้มยินดีของนายเลยสักนิด

 


 “ผมเนี่ยนะครับน่ารัก บอกว่าหล่อเถอะครับ เอาจริงๆผมไม่ชอบคำว่าน่ารักเลย มันแอบเขินแปลกๆ” เอ่ยจบก็แค่นั้นหยางจก็ถูกร่างสูงของวินดึงแขนให้ลุกขึ้นจากม้านั่ง


“ถอดกางเกงออก” คำพูดบ้าบิ่นแบบนั้น ทำให้หยางจูถลึงตาใส่อีกคนทันที


“จะบ้าเหรอใครจะถอด!


“นี่คิดอะไรของนาย ถอดกางเกงออก นายใส่กางเกงขาสั้นมาข้างในใช่มั้ย”


“ก็ ใส่ แล้วคุณถามทำไม”


“เออ ก็ถอดออก จะพาไปเล่นเซิร์ฟ”


“เล่นเซิร์ฟ ?” หยางจูถึงกับทวนคำพูดของคนตรงหน้าอีกครั้ง


“ใช่ ก็ไหนนายบอกฉันว่าอยากเล่นไง ที่ฉันมาถึงฟลอริด้าก็เพื่อนายเลยนะ” หยางจูได้แต่ทำหน้างง เพราะเขาจำได้ว่าตัวเขาไม่เคยพูดอะไรเลย แถมถูกลากมาด้วยซ้ำ


“ผมไม่เคย...” ยังพูดไม่ทันจบวินก็มองอีกคนเหมือนจะกินหัวทำให้หยางจูได้เออออตามไป


“ถอดออกๆ เดี๋ยวไปเล่นเซิร์ฟกัน.. แจจิน เดี๋ยวยังไงพี่มานะ” หันไปเอ่ยกับแจจินจบก็ลากหยางจูไปทันที อีกคนก็ได้แต่เดินตามไปต้อยๆจนมาถึงในทะเล เซิร์ฟบอร์ดถูกแบกลงไปด้วย ทั้งคู่เดินก้าวลงไปในน้ำโดยเมื่อมาหยุดอยู่บริเวณน้ำที่ลึกจนถึงเอวหยางจูก็เอ่ยถามออกมาทันที


“คุณหลบหน้าแจจินเหรอ...”


“ถามทำไม”


“ไม่รู้สิการกระทำมันฟ้อง แล้วที่ลากผมลงมาก็แค่ไม่อยากอยู่ใกล้ตรงนั้นถูกมั้ย” หยางจูเอ่ยถามออกไปตรงๆ


“นายนี่มันแสนรู้จริงๆนะ”


“จะว่าผมเป็นหมาเหรอ เขาเรียกว่าช่างสังเกต ลากผมมาทำไมก็ไม่รู้ผมเล่นไม่เป็น” หยางจูได้แต่ทำหน้าหน่ายๆ


“เดี๋ยวก็เล่นเป็น” วินดึงอีกคนนึงเข้ามาใกล้ก่อนจะอุ้มจนตัวลอยขึ้นไปนั่งบนเซิร์ฟ


“เฮ้ยๆ เดี๋ยวๆ เดี๋ยวผมตก” หยางจูเอ่ยด้วยความตกใจ


“ไม่ตกหรอกโวยวายจริงๆ” วินหยิบสายรัดข้อเท้ามารัดข้อเท้าอีกคนไว้ก่อนจะดันเซิร์ฟบอร์ดไปด้านหน้าเรื่อยๆ


“ทำไมคุณไม่เล่นเอง ผมไม่ได้อยากเล่นเลยนะ”


“ฉันก็อยากให้นายลองดูไง ขยับไปหน่อยฉันจะขึ้นด้วย” เอ่ยจบก็ขึ้นไปนั่งซ้อนด้านหลังของอีกคนทันทีพร้อมใช้มือวาดออกไปในน้ำเพื่อทำให้เซิร์ฟเคลื่อนไปด้านหน้า ร่างกายที่เข้ามานั่งแนบชิดนั้นทำให้หยางจูแอบรู้สึกร้อนวูบวาบแปลกๆ ก็เพราะปกติไม่เคยมีอยู่ชายคนไหนเข้ามานั่งแนบชิดกับเขาแบบนี้น่ะสิ


 

หน้าร้อนไปหมด มันแค่เพราะอากาศร้อน เพราะอากาศท่องไว้ๆ

 


“นายไม่เคยเล่นเซิร์ฟใช่มั้ย”


“จะไปเคยได้ยังไงเล่า ราคาเซิร์ฟบอร์ดเนี่ยคงเท่ากับเงินเดือนผมเลยมั้ง” เขาเอ่ยออกไปตามที่คิด เพราะเซิร์ฟบอร์ดที่ระดับลูกชายมาเฟียอย่างเขาใช้นั้น มันคงไม่ใช่ราคาเท่ากับเซิร์ฟบอร์ดทั่วๆไปแน่ๆ แค่ราคารถก็ทำเอาลมจับแล้ว


“วันนี้เดี๋ยวฉันสอนให้ เผื่อจะได้มาเล่นเป็นเพื่อนฉันแทนดีแลน”


“พูดจาอย่างกับผมจะอยู่กับคุณนาน มันก็แค่สามเดือนเองนะ”


“ฉันก็ไม่อยากให้ชีวิตสามเดือนฉันดูซ้ำซากไง เล่นๆไปเหอะน่า” เมื่อได้ข้อตกลงกันแบบนั้นหยางจูก็ยอมๆเล่นตามอีกคนไป เพราะดูท่าทางจะอยากให้เขาเล่นน่าดู พวกเขาเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้เกลียวคลื่นเรื่อยๆนหยางจูชักอยากจะกลับหลัง


“ผมว่า ..เรากลับเข้าฝั่งกันดีมั้ย”


“กลับอะไร คลื่นกำลังมาแล้ว” วินยิ่งพาเซิร์ฟบอร์ดเข้าไปใกล้เกลียวคลื่นเรื่อยๆอย่างไม่มีทีท่ากลัว ต่างจากอีกคนที่ตอนนี้หน้าซีดไปหมดแล้ว


“คุณ..ผมว่า..”


“พอฉันให้สัญญาณแล้วลุกขึ้นยืนนะ” หยางจูได้แต่เกร็งด้วยความกลัว หัวใจตุ้มๆต่อมๆ


“คุณผมว่า...อ๊าคคคคคค”


 

แจจินที่นั่งอยู่ที่ชายหาดได้แต่มองไปยังเกลียวคลื่นโดยมีร่างของวินและหยางจูอยู่บนเซิร์ฟบอร์ดก็ได้แต่ยกยิ้ม เพราะเสียงของหยางจูที่เจื้อยแจ้วอยู่ตลอดเวลา


“ท่าทางสนุกกันน่าดูเลยนะเนี่ย” แจจินเอ่ยพร้อมรอยยิ้มก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพร้อมกับกดโทรออก ซึ่งไม่นานนักปลายสายก็รับ


“อาแบมเหรอครับ...ตอนนี้ผมอยู่กับพี่วินแล้วนะครับ เป็นอย่างที่อาแบมคิดเลยครับ พี่วินน่ะเขารีบกลับมาหาแฟนอย่างที่คิดไว้เลยครับ...”


 

 

 

หยางจูเดินกลับขึ้นมานั่งบนฝั่งด้วยท่าทีโรยแรงโดยมีวินเดินตามมาด้านหลัง หยางจูทิ้งร่างนั่งบนหาดทรายก่อนจะหันไปมองคนที่เดินตามหลังมา


“นี่คุณพาผมมาเล่นอะไรเนี่ย ผมเกร็งจนปวดขาไปหมดแล้ว”


“นายไม่เคยออกกำลังกายเลยสินะ ถึงได้ไม่มีแรงแบบนี้เนี่ย” วินเอ่ยถามพร้อมปักเซิร์ฟบอร์ดลงในพื้นทรายจนตั้งตระหง่าน


“ทำไมผมต้องทำอะไรที่มันทั้งเหนื่อยทั้งเมื่อยด้วย ถ้าเป็นกีฬาที่นอนอยู่เฉยๆแล้วมันช่วยลดน้ำหนักได้ก็โอเคอยู่หรอก” หยางจูเอ่ยออกมาอีก วินยิ้มกริ่มพร้อมยกยิ้มแล้วทิ้งตัวลงนั่งข้างๆอีกคน


“จริงๆมันก็มีนะ กีฬาสบายๆในร่ม นายก็แค่นอนอยู่เฉยๆ...แถมลดน้ำหนักได้ด้วย” ไม่เอ่ยเปล่ามองไปยังอีกคนด้วยสายตามีลับลมคมนัย


“คุณนี่มัน...ผมไปอาบน้ำแล้ว” หยางจูรีบลุกหนีอีกคนเพราะทนสายตาของอีกคนไหว


 

คนอะไรใช้สายตาเจ้าชู้ได้สิ้นเปลืองขนาดนี้

 


วินมองตามอีกคนก่อนจะหัวเราะร่วง ไม่รู้ทำไมถึงได้คิดว่าการที่อีกคนทำหน้าหงุดหงิดใส่มันทั้งน่าดูและน่าแกล้งจนอดไม่ได้ที่จะแหย่สักหน่อย วินนั่งทอดสายตาอยู่ที่ชายหาดอยู่สักพักก่อนจะลุกขึ้นกลับไปยังบ้านพักและสิ่งที่ทำให้เขาต้องหยุดชะงักฝีเท้าเอาไว้ก็เพราะ ร่างเล็กที่ยืนอยู่ตรงหน้า

 


แจจิน

 


“พี่วิน..”


“พี่ขอตัวก่อน” แค่อีกคนเรียกชื่อวินก็พร้อมจะเดินหนีไป ไม่อยากจะอยู่ตรงนั้น


“เดี๋ยวสิครับ คุยกับผมก่อนนะครับ” มือเรียวดึงมืออีกคนเอาไว้ด้วยแววตาเว้าวอน เขาอยากจะคุยกับอีกคนจริงๆ แต่สิ่งที่วินก็พยายามหนีมาตลอด


“พี่ไม่อยากคุย”


“นะครับ ผมขอเวลาแค่แป๊บเดียว” แจจินเอ่ยขอร้องอีกครั้ง วินถอนหายใจออกมาหนักๆก่อนจะยอมหันไปหาอีกคน แจจินยิ้มออกมาด้วยความดีใจก่อนจะค่อยๆปล่อยมืออีกคนช้าๆ


“มีอะไรก็ว่ามา”


“ผมรู้นะครับว่าพี่ยังโกรธผม แต่...เรื่องของเรามันผิดเกินไป เราเป็นญาติกันนะครับ รักกันไม่ได้ ขอโทษถ้าหากว่าผมทำให้พี่รู้สึกแบบนั้น เรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้จริงๆนะครับ”


“รู้ ที่มาที่นี่ก็เพราะจะมาตอกย้ำพี่เรื่องนี้เหรอ” คำพูดนิ่งๆถูกส่งออกไปทำให้แจจินได้แต่ยืนก้มหน้าหน่อยๆ เขารู้ดีว่าเขาเป็นคนที่ทำให้ทุกอย่างมันแย่แบบนี้ แต่ในเมื่อมันกำลังจะเกินเลยเขาก็ต้องรีบแก้ไข


“ไม่ได้จะมาตอกย้ำนะครับ ผมแค่อยากให้เรากลับไปเป็นเหมือนเดิม...อยากให้เรากลับไปเป็นพี่น้องที่สนิทกันเหมือนเดิม”


“ถ้าอยากให้มันเป็นแบบนั้นคงต้องรอนานหน่อยนะเพราะพี่ให้คำตอบไม่ได้ มีเรื่องจะพูดแค่นี้ใช่มั้ย พี่ขอตัว เหนียวตัวจะไปอาบน้ำ” วินเดินผ่านอีกคนไปโดยไม่คิดจะสนใจสักนิด แจจินได้แต่ถอนหายใจออกมาหนักๆจริงๆเรื่องแบบนี้เขาไปเร่งเร้าอะไรไม่ได้


 

หัวใจคนเราที่กำลังเปราะบาง มันก็ต้องการการเยียวยา แล้วยิ่งหัวใจที่บอบช้ำจนแสนสาหัส ตอนนี้ความแข็งแกร่งมันแทบไม่เหลือแล้ว มันไม่ต่างอะไรกับหัวใจที่พับจากกระดาษบางๆเท่านั้น..


หยางจูเดินออกมากห้องน้ำด้วยเสื้อคลุมอาบน้ำ ตัวเดินวนไปวนมาในห้องเพราะตอนนี้เขาไม่มีเสื้อผ้าใส่น่ะสิ แต่แล้วเขาก็ตัวสินใจเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าก็พบว่ามีเสื้อผ้าราคาแพงเรียงลายอยู่มากมาย ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเสื้อผ้าที่ดุธรรมดาๆ แต่ก็รับรู้ได้เลยว่าแต่ละตัวคงมีราคาไม่น้อยเลยทีเดียว


“ยืมมาใส่ก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง” หยางจูเอ่ยกับตนเองก่อนจะเลือกหยิบเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นออกมาสวมใส่ ก่อนจะมอดสายตาออกไปมองนอกหน้าต่างพร้อมคิดในใจ ที่พักแบบนี้ สถานที่แบบนี้ ความสุขสบายแบบนี้ ถ้าแค่เงินของเขาที่มีอยู่ก็คงหาความสุขสบายแบบนี้ไม่ได้แน่ๆ


เมื่ออาบน้ำเสร็จแล้วหยางจูก็เดินออกไปจากห้องเพื่อจะรับลมเย็นๆจากทะเล ออกมาก็พบว่าไม่มีใครอยู่เลยนอกจากผู้ติดตามที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าบ้านพัก


“จะไปไหนครับ” ผู้ติดตามของวินเอ่ยถาม


“เอ่อ..เดี๋ยวจะไปเดินเล่นหน่อยน่ะครับ เดี๋ยวกลับมา” เอ่ยไปแค่นั้นก่อนจะเดินชมวินสูดอากาศไปเรื่อยตามทางเดิน แต่แล้วร่างบางก็ล้มลงไปกับพื้นเพราะดันเดินชนเขากับใครบางคนจังๆ


“โอ๊ย” หยางจูร้องออกมาเมื่อก้นกระแทกไปกับพื้นก่อนจะเงยหน้ามองคนที่เดินมาชนตนเอง


“ขอโทษครับเป็นอะไรมั้ย” เสียงชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้น


“เจ็บน่ะสิถามได้” หยางจูตะโกนลั่นก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นยืนพร้อมมองไปยังคนตรงหน้าด้วยแววตาไม่พอใจ


“ผมไม่ได้ตั้งใจ พอดีมัวแต่มองโทรศัพท์” ชายคนนั้นเอ่ยออกมาอีก


“นี่ไง พวกสังคมก้มหน้า ทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อนมากนะรู้มั้ย”


“มีเรื่องอะไรกัน” เสียงทุ้มเอ่ยดังมาจากด้านหลัง แน่นอนว่าเสียงนั้นคงไม่พ้นเสียงของเจ้าของบ้านพักหรู


“ไม่มีอะไรหรอกก็แค่เดินชนกัน” หยางจูหันไปบอกอีกคน  วินก้าวเข้ามายืนข้างหยางจูก่อนจะมองไปยังคนตรงหน้าพร้อมกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ


ดีน”  


“อ้าว นี่วินเหรอเนี่ย คิดเลยนะว่าจะมาเจอนายที่นี่” เจ้าของชื่อ ดีน เอ่ยทักทายร่างสูงตรงหน้าพร้อมกระตุกยิ้มที่มุมปาก


“ฉันก็ไม่คิดว่าจะได้เจอนายอีก..” วินเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ ทำให้หยางจูได้แต่ยืนมองทั้งคู่ตาปริบๆ


“พอดีฉันมากับแจจินน่ะ ก็อย่างว่าแหละ ฉันคงไม่ปล่อยให้แฟนฉันมาที่ฟลอริด้าคนเดียวหรอก” ดีนเอ่ยเน้นคำพูด


 วินได้แต่กัดฟันเพื่อกั้นอารมณ์ที่มันกำลังเดือดอยู่ในใจตอนนี้ให้มันมันระเบิดออกมา ไม่งั้นคงเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ  หยางจูที่มองดูอยู่ก็ได้แต่มองทั้งคู่สลับกันไปมาก่อนจะเอ่ยขึ้นเพื่อทำลายบรรยากาศตึงเครียด


“นี่คุณ ผมว่าเราไปหาอะไรกินกันมั้ยผมหิวมากเลยนะ” หยางจูยื่นมือไปจับแขนของวินเพื่อจะลากอีกคนออกไป แต่อีกคนก็สะบัดมือออกก่อนะก้าวไปใกล้ดีนมาขึ้น


“อย่าให้ฉันรู้ว่านายทำให้แจจินต้องร้องไห้นะ ไม่งั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” คำพูดที่เหมือนคำขู่ของวินนั้นไม่ได้ทำให้อีกคนรู้สึกเกรงกลัวอะไรเลย ดีนถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะหันไปเอ่ยตอบอีกคน


“โห ฉันเผลอทำแจจินร้องไห้บ่อยซะด้วยสิ ก็ไม่ได้ตั้งใจนะ แต่เวลาเห็นแจจินร้องไห้บนเตียงทีไร ฉันก็หยุดไม่ได้ทุกทีเลย”


“มันจะมากไปแล้วนะ” วินเอ่ยก่อนจะปล่อยหมัดใส่ใบหน้าหล่อของคนตรงหน้าไปไม่ยั้ง


“เฮ้ยๆ คุณอย่ามามีเรื่องกันที่ดี คุณวิน” หยางจูรีบตรงเข้าไปเพื่อห้ามอีกคนเขาไม่รู้เลยว่านั่นมันจะทำให้เขาโดนลูกหลงไปด้วยวินเหวี่ยงหมัดเข้าไปโดนใบหน้าของ หยางจูเต็มๆจนล้มไปอยู่กับพื้น 


“โอ๊ย” หยางจูร้องขึ้นมาก่อนจะยกมือแตะที่มุมปากก็พบว่าตอนนี้มีเลือดซิบออกมา คงไม่ต้องบอกก็น่าจะรู้ว่าอีกคนปล่อยหมัดมาแรงขนาดไหน หยางจูยกมือเช็ดเลือดที่ซิบอยู่ก่อนจะเดินออกไปจากตรงนั้นด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์


“ป๋ายหยางจู” วินตะโกนเรียกอีกคนแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าหยางจูจะยอมหยุดเลย ร่างสูงรีบก้าวตามอีกคนไปก่อนจะดึงแขนหยางจูเพื่อให้หันมาหาตนเองแต่หยางจูก็สะบัดแขนก่อนจะเดินหนีต่อไป


“นี่ ฉันเรียกนาย นายไม่ได้ยินใช่มั้ย” วินตะโกนออกไป หยางจูก็ยังคงเดินมุ่งกลับไปที่บ้านพัก แต่ยังไม่ทันท่ะก้าวเข้าไปวินก็กระชากแขนร่างบางตรงหน้าอีกครั้งก่อนจะดึงเข้ามาหาตัว มือหนาช้อนเข้าที่ท้ายทอยของอีกคนก่อนจะดึงเข้ามาจูบ ไม่ได้จูบแบบจาบจ้วงแต่บดริมฝีปากลงไปแรงๆเหมือนเรียกสติอีกคนหยางจูเบิกตากว้างก่อนจะดันอีกคนออกพร้อมกับยกมือขึ้นมาปิดปากตนเองเอาไว้


 

นี่มันเป็นการจูบผู้ชายครั้งแรกในชีวิตของเขาเลยนะ           

 


“ทำบ้าอะไรเนี่ย!” หยางจูเอ่ยออกไปด้วยความโมโห วินมองอีกคนด้วยแววตาดุก่อนจะเอ่ยตอบ


“ก็นายไม่ฟังที่ฉันพูด”


“แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะมาทำแบบนี้กับผมได้นะ!


“ก็ทำไปแล้วนี่”


“คุณนี่มันน่าโมโหชะมัด โว้ยยย” หยางจูเดินกระฟัดกระเฟียดเข้าไปในบ้านพักทิ้งให้วินยืนอยู่ตรงนั้นคนเดียว บางทีในบ้านพักส่วนตัวแบบนี้ พวกเขาก็ไม่ได้รู้เลยว่า มันก็ไม่ได้เป็นส่วนตัวเสมอไป


กล้องราคาแพงกดชัตเตอร์รัวไปเป็นสิบๆภาพติดกันจากมุมมืด เจ้าของกล้องลดระดับของกล้องลงก่อนจะยกยิ้มที่มุมปาก


“นั่นป๋ายหยางจูไม่ใช่เหรอ...งานนี้คงได้ข่าวเด็ดๆอีกแน่” 



50%


หยางจูเดินกลับเข้ามาในห้องที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ให้ตอนนี้เขาหัวร้อนไปหมด มันทั้งงงและไม่เข้าใจ ทำไมเขาจะต้องมาถูกผู้ชายจูบด้วย แถมเป็นผู้ชายที่พึ่งรู้จักกันได้ไม่นาน



“ฉันไม่น่าเห็นแก่เงินแล้วตอบตกลงเลย” หยางจูได้แต่เอ่ยกับตนเองพร้อมกับทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นอีกครั้ง มันไม่ใช่ความฝันและมันคือความจริงที่สัมผัสได้


 

เขาถูกจูบ เป็นจูบของผู้ชายซะด้วย ถ้าวันนี้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้แล้ววันต่อๆไปละ ? ถ้ามันเกิดเรื่องที่มากกว่าจูบขึ้นมา...

 


“ชิบหายแล้ว หยางจู ฉันว่านายควรไปบอกยกเลิกเรื่องนี้ซะ” หยางจูเรียกสติของตนเองก่อนจะเดินไปเปิดประตู้ห้อง แต่ก็ต้องสะดุ้งจนถอยไปข้างหลังแทบไม่ทัน นั่นก็เพราะวินมายืนอยู่หน้าประตูน่ะสิ



“ฉันมีอะไรจะคุยด้วย” วินเอ่ย


“คุยอะไร”


“ในใจนายอาจจะหวังให้ฉันขอโทษนะ แต่ฉันไม่ขอโทษหรอก จริงๆเรื่องแบบนี้นายต้องฝึกไว้นะ เพราะว่าเรื่องจูบมันเป็นเรื่องปกติสำหรับฉัน นายก็ควรทำตัวให้ชิน หลังจากนี้ฉันอาจจะจูบนายวันละสิบครั้งก็ได้”


“นี่พูดเรื่องนี้ออกมาหน้าตาเฉยเลยเนี่ยนะ คุณควรจะขอโทษผม”


“ไม่” เอ่ยจบก็เดินออกไปจากตรงนั้นราวกับไม่เคยผ่านมา หยางจูได้แต่พ่นลมออกมาจากจมูกก่อนจะกำมือแน่น ไม่ใช่โกรธนะแต่แค่คิดว่าตอนนี้สมองกำลังจะระเบิด จะเอายังไงกับคนคนนี้ดี


 

คงจะได้ฆ่าแกงกันสักวันแน่นอน

 

 

 

 


เวลาเดียวกัน

ณ ท่าอากาศยานนานาชาติลอสแอนเจลิส

ขณะเป็นเวลาหัวค่ำดีแลน ต้วน ชายหนุ่มร่างสูงเดินวนอยู่หน้าประตูทางออกด้วยความใจจดใจจ่อ เพราะอะไรน่ะเหรอ เมื่อวานนี้เขายังอยู่ที่เกาหลีอยู่เลยแท้ๆ แต่วันนี้เขากลับมาที่LAเพื่อมาทำภารกิจอันสำคัญ นั่นก็คือมารอรับใครบางคนที่ไม่ได้เจอกันมานานมาก ไม่รู้เลยว่าเด็กน้อยที่เขาเคยเจอเมื่อหลายปีก่อนจะเป็นยังไงบ้าง


“ใช่พี่ดีแลนรึเปล่าคะ” เสียงใสใสของหญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยดังมาจากด้านหลังทำให้ดีแลนรีบหันไปมองก็พบกับหญิงสาวที่ส่งรอยยิ้มอันสดใสมาให้


“คีร่า ไม่เจอกันนานเลยนะ”  คีร่า หรือ คีร่า คิมใช่แล้ว นามสกุลคุ้นๆสินะ นี่คือลูกสาวคนเล็กของ คิม ยูคยอม และคิมชาร์ลี เด็กน้อยที่สวยไร้ที่ติ ใครๆเห็นเป็นต้องหลงใหลแต่อาจจะไม่ใช่กับดีแลนเพราะตัวเขาน่ะกำลังรอคนที่ตามออกมาต่างหาก


 

เซน เดนิส คิม


 

“ค่ะ ไม่เจอกันนานเลย ขอบคุณพี่ดีแลนมากๆนะคะที่มารับพวกเรา พี่เดนิส ยูช้ามากๆเลยนะ” เด็กสาวลูกครึ่งไม่วายหันไปว่าคนเป็นพี่ที่เดินตามมา เด็กหนุ่มเจ้าของดวงตาโตขนตายาวเป็นแพเดินออกมาด้วยใบหน้าที่งัวเงียเพราะนอนมาตลอดทางหันมามองค้อนน้องสาวด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์


“เงียบๆน่าคีร่า ยูเสียงดังมากไปแล้วนะ”


“เพราะยูชักช้านั่นแหละ ไอเลยต้องเสียงดัง เรียกให้ยูตื่นไง” คนเป็นน้องยังไม่วายเอ่ยออกไปอีก


“ยูน่าเบื่อมาก” แดเนิสว่าออกมา ทำเอาคีร่ารีบเดินไปหยิกเอวคนเป็นพี่แรงๆทันที


พี่น้องคู่นี้เล่นแรงกันไม่เปลี่ยนเลยนะ

 

“เอาล่ะอย่าทะเลาะกัน เดี๋ยวพี่พาเราสองคนไปที่ที่พักดีกว่า คอนโดที่อายูคยอมกับอาชาร์ลีซื้อเตรียมไว้ให้พวกเราสองคนน่ะอยู่ที่ตึกเดียวกันกับพี่พอดีเลยรู้มั้ย แบบนี้เราคงได้เจอกันทุกวันจนเบื่อกันไปเลยล่ะ” ดีแลนเอ่ยก่อนะเดินตรงไปยืนอยู่ข้างๆเดนิสเพื่อที่จะช่วยอีกคนเข็นรถเข็นกระเป๋า


“ผมทำเองได้” เดนิสเอ่ยก่อนจะเข็นรถเข็นกระเป๋าไป แต่ดีแลนก็คว้าไปก่อนยื่นใบหน้าไปใกล้อีกคนจนดนิสดีดตัวออกแทบไม่ทัน


“พี่ช่วยดีกว่า เรานั่งเครื่องมาเหนื่อยๆ” ว่าแล้วก็เข็นรถเข็นกระเป๋านำอีกคนไป เดนิสได้แต่กัดปากก่อนจะเดินตามหลังอีกคนไป


 

ไม่เจอตั้งนานแต่ก็ยังทำแบบนี้อยู่สินะ...


 

“เราจะไปหาอะไรกินกันก่อนหรือว่าจะเข้าไปพักก่อนแล้วสักสองทุ่มค่อยออกไปหาอะไรกิน” ดีแลนเอ่ยถามขึ้นเมื่อพวกเขาอยู่บนรถแล้ว


“คีร่าหิวแล้วค่ะ เราแวะหาอะไรกินก่อนได้มั้ยคะ” เด็กสาวตัวน้อยรีบเอ่ยขึ้นในทันที ดีแลนยกยิ้มก่อนจะยื่นมือไปลูบกลุ่มผมนิ่มเบาๆ เพราะคีร่าเป็นเด็กที่น่ารักและน่าเอ็นดูตากลมเหมือนตุ๊กตานั้นทำให้เขาอดที่จะเอ็ดดูไม่ได้


“ยูทำตัวเหมือนหมูเลยนะคีร่า บนเครื่องยูก็กินเยอะมาก” เดนิสไม่วายหันมาพูดแขวะน้องสาวตัวเอง


“เด็กกำลังโตอ่ะยูเข้าใจมั้ย ไอจะฟ้องอัปป้า”คีร่าเอ่ยเถียงออกมาอีก นี่แหละนะความแตกต่างของพี่น้องบ้านคิมที่ตีกันทุกเวลา และบ้านอิมที่รักกันไม่เคยทะเลาะกัน คิมยูคยอมคงเลี้ยงลูกฮาร์ทคอร์ไปสินะ


“แล้วแต่เลย ยัยเด็กขี้ฟ้อง”


“อย่าตีกันๆ ใจเย็นๆนะเดี๋ยวหาอะไรกินก่อนนะ จะได้ใจร่มๆนะ” ดีแลนรีบเอ่ยห้าม ก่อนที่สงครามในครังนี้จะกระจายวงกว้างมากขึ้น


“พี่ดีแลนดูสิ พี่เดนิสเอาแต่ว่าหนู รู้แบบนี้นะหนูขออัปป้ามาเรียนคนเดียวดีกว่า” คีร่าเอ่ยก่อนจะหันไปมองค้อนพี่ชายวงโต


“อย่าทำมาเป็นพูดดียัยคีร่า ถ้ายูมาเรียนคนเดียวจ้างให้อัปป้าก็ไม่ให้มาหรอกควรขอบคุณไอนะที่ยอมตกลงมาด้วย ทั้งๆที่ไออยากเรียนต่อที่เกาหลีกับแจจิน” ก็อย่างที่พูดไป เดนิสได้มาเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย ส่วนคีร่าก็จะมาเรียนไอสคูลที่นี่ ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ของทั้งคู่ และเนื่องจากว่ายูคยอมและชาร์ลีไม่ว่างที่จะมาส่ง ทำให้ทำให้ดีแลนที่เสนอตัว(?) ช่วยเหลือนั้นได้มาเป็นคนจัดการธุระให้


“งั้นยูกลับไปเลย”


“เอ่อ..พี่ว่าเราไปหาอะไรกินกันเถอะนะ นี่ไงถึงแล้วมันเป็นร้านที่ดีมากเลยนะ ร้านนี้เป็นร้านพาสต้าร้านโปรดของพี่กับวินเลย” หลังจากที่จอดรถพวกเขาก็ลงจากรถเพื่อเข้าไปในร้าน ร้านถูกจัดอย่างเรียบหรูแต่มีมุมเป็นส่วนตัวทำให้สองพี่น้องหยุดทะเลาะกันสักครู่แล้วมาให้ความสนใจกับร้านอาหารตรงหน้า


และก็เป็นอย่างที่ดีแลนคิด อาจะเพราะเด็กๆหิวเลยพากันสงบศึก เดนิสที่ตอนแรกดูเหมือนจะไม่หิว แต่ก็ดูท่าทางจะอยากกินเมนูอาหารที่อยู่ในร้านทุกเมนูซะแล้ว


“อ้าว คุณดีแลน วันนี้คุณวินไม่มาด้วยเหรอคะ” หญิงสาวพนักงานเอ่ยถามด้วยท่าทางคุ้นเคย


“อ่อ ไม่ครับ พอดีหมอนั่นไปเที่ยว เดี๋ยวยังไงช่วยจัดโต๊ะที่มุมค่อนข้างเป็นส่วนตัวให้พวกผมด้วยนะครับ”


“ได้เลยค่ะ” หญิงสาวรับคำก่อนจะเดินนำพวกเขาไปยังชั้นสองของร้านที่เป็นมุมส่วนตัว เมื่อไปถึงโต๊ะพวกเขาก็นั่งลง โต๊ะที่นั่งนั่นเป็นโต๊ะที่ติดกับกระจกบานกว้างมองเห็นวิวทิวทัศน์ด้านนอกได้อย่างชัดเจน


“ดูเมนูไปก่อนนะคะ เดี๋ยวอีกสักครู่ดิฉันจะขึ้นมารับออเดอร์” พนักงานสาวเอ่ยก่อนจะเดินลงไปยังชั้นล่างเช่นเดิม ตอนนี้ทั้งสามคนก็พากันดูเมนูอาหารไปเรื่อยๆจนไม่นานนักโทรศัพท์ของดีแลนก็ดังขึ้น เจ้าตัวหยิบออกมาจากกระเป๋ากางเกงก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นเบอร์ที่โชว์ขึ้นมา


“เดี๋ยวเราสองคนสั่งอาหารไปก่อนนะ พี่ขอไปคุยโทรศัพท์ก่อน” ว่าแล้วดีแลนก็เดินออกจากโต๊ะอาหารไป เดนิสมองตามอีกคนก่อนจะหันกลับมาสนใจเมนูอาหารตรงหน้าต่อ


“อยากรู้ล่ะสิว่าใครโทรมาหาพี่ดีแลน” คีร่ายื่นหน้าไปใกล้ๆคนเป็นพี่ชายพร้อมกับเอ่ยถาม


“อะไร ใครอยากรู้เลือกอาหารไปเถอะน่ายัยหมู”


“ปากแข็งจังนะ ยูก็รู้ว่าพี่ดีแลนชอบยูจะตาย”


“คีร่าอย่าพูดเรื่องนี้อีก...” เดนิสหยุดคำพูดของน้องสาวได้ด้วยคำพูดนิ่งๆ ไม่ใช่เพราะมีปมเบื้องหลังหรืออะไรที่ไม่อยากพูดถึงหรอกนะ ก็แค่ไม่ชอบ... ก็แค่เดนิสไม่ได้ชอบดีแลน เหตุผลก็แค่นั้นแหละ


“จริงๆยูน่าจะลองเปิดใจนะ เอาจริงๆพี่ดีแลนหล่อจะตาย”


“อยากได้ทำไมไม่เอาไปเองล่ะยัยเด็กแก่แดด”


“นี่ อย่ามาพูดเหมือนเป็นการ์ตูนได้มั้ย ไอคิดกับพี่ดีแลนแค่พี่ชาย อยากจะให้พี่ดีแลนมาเป็นพี่เขยมากกว่า” ไม่พูดเปล่าแถมยิ้มเยาะใส่คนเป็นพี่อีกต่างหาก


“ไร้สาระ ไอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ เดี๋ยวมา” เอ่ยจบก็ลุกจากโต๊ะไปยังห้องน้ำที่อยู่ชั้นสองพอดี แต่เมื่อเดินเข้าไปก็ได้ยินเสียงของใครบางคนที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่


“อะไรนะ แจจินไปหานายที่นั่นเหรอ แบบนี้ก็เจอนายกับหมอนั่นแล้วสิ..ที่นี้นายจะทำยังไงต่อ... อืม.. ตอนนี้ฉันกำลังพาคีร่ากับเดนิสมากินข้าวก่อนจะพาไปที่ที่พัก... แล้วนายจะกลับมาเมื่อไหร่...โอเค เอาไว้เจอกันที่แอลเอ” เมื่อสิ้นคำพูดนั้นดีแลนก็กดวางสาย เดนิสจึงก้าวเข้าไปในห้องน้ำทำเหมือนไม่ได้ยินอะไร ดีแลนหันไปมองคนที่เดินเข้ามาก่อนจะยกยิ้ม


“ดีใจจังนะที่นายย้ายมาเรียนต่อที่นี่”


“ดีใจทำไม”


“เราจะได้อยู่ใกล้กันไงไม่ดีเหรอ นายเรียนมหาลัยเดียวกันกับพี่ เพราะฉะนั้นตอนเช้าพี่ไปส่งได้นะ”


“ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณ...”


“นายเนี่ยเย็นชาชะมัดเลย เพราะพี่ชอบนายใช่มั้ยถึงได้เย็นชาแบบนี้เนี่ย” ดีแลนเอ่ยพร้อมหัวเราะเบาๆ


“ผมไปรอข้างนอกนะครับ” พอล้างมือเสร็จเดนิสก็เดินออกไปจากห้องน้ำ ทิ้งให้ดีแลนได้แต่มองตามก่อนจะถอนหายใจออกมา


“เฮ้อ อุตส่าห์ได้มาอยู่ใกล้ๆกันทั้งที พี่คงไม่ปล่อยนายไปง่ายๆหรอกนะเดนิส”


ภารกิจการถล่มกำแพงความรู้สึกของ เซน เดนิส จะสำเร็จมั้ยนะ




อะเฮือกกก

มาอัพแล้วววว

อัพช้าบ้างแต่ไม่ทิ้งแน่นอนค่าา ครบ100แล้วน๊าา 

ชีวิตของวินเนี่ยจะเป็นยังไงกันนะ คนที่เคยชอบก็ดันไปคบกับเพื่อนแบบนี้

มันมีเบื้องหน้าเบื้องหลังยังไงเดี๋ยวมาติดตามกันนะคะ

ไรท์จะอัพให้อ่านในนี้กันทั้งหมด 5 ตอนนะคะ ส่วนเนื้อหาที่เหลือไปอ่านได้ในเล่มเลยค่าา

อ่อ เชียร์ดีแลนให้จีบเดนิสติดด้วยน๊าา 



แล้วก็สำหรับอิมเมจวินกับดีแลนและหยางจูหลายๆคนคงเห็นไปแล้ว

เดี๋ยวจะเอาอิมเมจของดีนและแจจินมาฝากค่าาา

แจจิน - ไม่ใช่ใครอื่นค่าา อึยอุงนั่นเองง ก็น้องคล้ายนยองตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นเลย

เลยของหยิบยืมมาหน่อยนะคะ


ส่วนอีกคนนั้น

ดีน - ก็ไม่ใช่ใครอื่นเลยค่ะ คุณดีนนั่นเองงงงง


B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

1,256 ความคิดเห็น

  1. #1228 แค่คนอินดี้ (@0942845903) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 07:05
    ฮื่ออ ใครถ่ายรูปอีกอ่ะ5555 สายเยอะจริงๆ
    #1228
    0