{GOT7} MARKBAM #ฟิคแค้นรักร้าย2

ตอนที่ 29 : SPECIAL PART : PAPER HEART - 1 - 100per.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,188
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    22 มิ.ย. 60

 



STEP 1

 



 

 

“เป็นไงได้ข่าวมามั้ย” เสียงของชายวัยกลางคนดังขึ้น พร้อมกับเอ่ยถามเด็กหนุ่มตรงหน้า เจ้าตัวยิ้มกริ่มก่อนจะยื่นSD CARDไปให้

 

“นี่เป็นภาพที่ผมถ่ายได้เมื่อวานนี้ เป็นรูปของ ลูกชายฝาแฝดของมาเฟียชื่อดัง” เจ้าตัวเอ่ยพร้อมมองซ้ายมองขวาด้วยความระมัดระวัง เพราะตอนนี้พวกเขาได้มานัดคุยกันที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งบนเกาะฮาวายกับ แคลี่ เจ้านายของเขา

 

“ทำงานได้ดีนี่ แล้วข่าวที่นายหาได้เนี่ย เป็นข่าวหัวข้อไหน”

 

“ก็พวกgossipทั่วไปแหละครับ ผมได้ข่าวมาว่าสองคนนี้กำลังเป็นที่สนใจของสาวๆ คิดว่าการเล่นข่าวแบบนี้มันน่าสนใจดีนะครับ”

 

“ฮึ ใช่ มันน่าสนใจ...แต่มันไม่ได้ถึงขั้นที่จะทำให้การฝึกงานของนายผ่านไปได้ง่ายๆหรอกนะ” ชายคนนั้นเอ่ยขึ้นมาอีก

 

“อ้าว ไหนบอกว่าแค่ผมตามมาทำข่าวของสองคนนี้ ก็จะให้ผมผ่านการฝึกงานแล้วก็จะให้ผมเข้าทำงานที่สำนักข่าวของคุณไงครับ” เด็กหนุ่มร่างบอบบางเอ่ยพร้อมกับขมวดคิ้วมองไปยังคนตรงหน้าด้วยแววตาผิดหวังเหมือนกำลังโดนหลอก

 

“นี่... ป๋าย หยางจู ถ้านายอยากจะเข้าทำงานที่สำนักข่าวของฉันละก็ หาข่าวที่น่าตื่นเต้นพอที่ฉันจะยอมเสียเวลาไปเซ็นรับนายเข้าทำงานสิ..ส่วนข่าวอันนี้ฉันก็จะเอาไปลงฆ่าเวลาก็แล้วกัน อีกอย่างอย่าให้ค่าโรงแรมค่าที่พักที่ฉันจ่ายให้สูญเปล่าล่ะ อีกแค่สองวันหวังว่าฉันจะได้รับข่าวดีๆจากนาย” เอ่ยจบชายร่างสูงก็เดินออกไปจากร้าน เมื่ออีกคนออกไป ร่างบอบบางก็ได้แต่ถอดถอนหายใจ ดวงตาสีเข้มมองทอดออกไปด้ายนอกของร้านที่เป็นกระจกด้วยความครุ่นคิด

 

“นายจะทำยังไงดีเนี่ยหยางจู” หยางจูเอ่ยก่อนจะนั่งคิดด้วยสีหน้าตึงเครียด

 

“นี่เย็นนี้เธอจะไปที่คลับของโรงแรมมั้ย ได้ข่าวว่าลูกชายของคุณมาร์คจะไปด้วยนะ” เสียงของฝรั่งสาวสวยผมบลอนเอ่ยพร้อมกับหันไปมองเพื่อนเพื่อรอคำตอบ

 

“ไปสิ อย่างน้อยฉันก็อยากจะเข้าไปทำความรู้จักเขาสักหน่อย ได้ข่าวว่ายังโสดทั้งคู่ด้วย” หญิงสาวอีกคนเอ่ยพร้อมยิ้มหวานแววตาแพรวพราว

 

แบบนี้อาจจะได้ข่าวอะไรก็ได้นะ..

 

หยางจูคิดในใจก่อนจะพยายามนั่งทำเนียนรอฟังรายละเอียดต่างๆที่หญิงสาวสองคนนั้นคุยกัน พอรู้ข้อมูลที่ต้องการเรียบร้อยแล้วร่างบางก็กลับไปยังห้องพักของตนเอง ซึ่งห้องพักของตนเองนั้นเป็นโซนของห้องพักธรรมดา ซึ่งเป็นชั้นที่อยู่ติดกับชั้นที่เป็นห้องพักVIPแน่นอนว่า วินและดีแลนต้องอยู่ด้านบนแน่ๆ ดูจากความหนาแน่นของการ์ดที่ยืนเฝ้าบันไดแล้ว คงจะกั้นไม่ให้ใครขึ้นไปด้านบนแน่ๆ

 

“ต้องดูแลเข้มขนาดนั้นเลยเหรอ” ได้แต่เอ่ยกับตนเองก่อนจะเดินเข้าไปในห้องตนเองเพื่อทำการเตรียมตัวสำหรับคืนนี้

 

จนเมื่อถึงเวลา

คลับที่เงียบในช่วงกลางวันนั้น กลางคืนก็ถูกเปิดให้ใช้งานโดยวันนี้ดูจะครึกครื้นกว่าทุกๆวัน เพราะอะไรน่ะเหรอ สาวๆต่างพากันตั้งตารอการปรากฏตัวของลูกชายฝาแฝดของ มาร์ค ต้วน น่ะสิ ไหนจะพวกนักข่าวปาปารัสซี่ที่แฝงตัวเข้ามาอีก งานนี้คงเป็นงานที่น่าสนุกแน่ๆ

 

หยางจูเข้ามาในงานโดยที่งานนี้ หากใครที่เป็นชาวต่างชาติก็จะต้องแสดงพาสปอร์ตให้ดูด้วย เพราะว่ามันเป็นหลักฐานในการแสดงและตรวจสอบอายุ เพราะงานนี้ห้ามคนที่อายุต่ำกว่า18ปีเข้าไป ถึงแม้จะเป็นคนที่พักที่โรงแรมนี้ก็ไม่ได้รับข้อยกเว้นใดใด หยางจูที่เป็นหนุ่มนักศึกษาปีสี่แล้วมีอายุ 22ปีบริบูรณ์ก็ผ่านฉลุยถึงแม้ตอนแรกเจ้าหน้าที่จะไม่เชื่อเขาก็ตาม ก็ดันเป็นเอเชียนี่นา หน้าตาที่ดูอ่อนกว่าวัยที่เหมือนจะเป็นเด็กมอปลาย ใบหน้าขาวดวงตาชั้นเดียวแต่กลมโตสดใส ริมฝีปากบาง จมูกเรียวได้รูปและรูปร่างบางๆนั่นอีก ทำให้เจ้าหน้าที่ใช้เวลาตรวจอยู่นานสองนานกว่าจะยอมให้หยางจูเข้าไปในงาน

 

เมื่อเข้าไปในงานได้แล้วเขาก็ต้องหามุมนั่งที่เหมาะสมที่สามารถมองเห็นบริเวณรอบๆได้ทั่ว เพราะเขาต้องหามุมที่ดีพอที่จะถ่ายรูปได้ชัดเจน หลังจากนั้นก็นั่งเพื่อรอเวลา ซึ่งหยางจูนั่งอยู่ตรงเคาท์เตอร์บาร์ก่อนจะหันไปสั่งเครื่องดื่ม

 

“มีน้ำผลไม้มั้ยครับ” เจ้าของใบหน้าหวานหันไปมองที่พนักงานพร้อมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ

 

“มีครับ รอสักครู่นะครับ” พนักงานตอบกลับมาก่อนจะหันไปยื่นกระดาษเมนูเครื่องดื่มให้ มือเรียวหยิบมาดูก่อนจะเอ่ยสั่งน้ำส้มไปเพราะเขาเป็นคนไม่ชอบดื่มแอลกอฮอลเท่าไหร่ ไม่นานพนักงานก็ยื่นเครื่องดื่มมาให้ หยางจูก็หยิบมาดื่ม รอเพียงไม่นานก็ได้ยินเสียงฮือฮาดังมาจากทางเขา

 

แน่นอนว่าไม่ต้องบอกก็รู้ว่า วินและดีแลน ได้มาถึงที่นี่แล้ว ดวงตากลมหันไปมองตาม ปกติแล้ววินและดีแลนนั้นก็เป็นคนที่หน้าตาดึงดูดอยู่แล้ว แต่วันนี้ยิ่งสวมเสื้อเชิ้ตสีดำยิ่งขับให้ดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น จนสาวๆอดที่จะมองตามไม่ได้ หยางจูก็ได้หยิบกล้องขึ้นมาก่อนจะ พยายามหามุมแอบถ่าย และก็ต้องคอยระวังเรื่องบอดี้การ์ดของสองแฝดอีกด้วย ซึ่งมันไม่ค่อยจะได้รูปที่โอเคเลย

 

ผ่านไปหลายชั่วโมงก็ยังไม่ได้รูปที่หยางจูพอใจ ร่างบางเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อที่จะเช็ครูป เลือกเข้าไปห้องน้ำที่อยู่ด้านในสุดก่อนจะเปิดรูปในโทรศัพท์ดูไปเรื่อยๆก็ได้แต่ถอดถอนหายใจเพราะรูปต่างๆนั้นไม่ได้ชัดเจนพอที่จะเอาไปทำข่าวให้น่าสนใจได้เลย อีกอย่างก็คงเพราะเขาเอากล้องเข้ามาไม่ได้ ทำให้เขาต้องใช้โทรศัพท์ถ่ายแทน

 

“เหลือเวลาอีกแค่สองวันเอง แบบนี้จะหาข่าวดีๆได้มั้ยเนี่ย” หยางจูได้แต่นั่งคิดก่อนจะได้ยินเสียงคนเข้ามาในห้องน้ำ ซึ่งเมื่อตั้งใจฟังดีๆก็ได้ยินว่าเป็นเสียงของชายหนุ่มและหญิงสาวที่กำลังนัวเนียกัน หยางจูก็ได้แต่ทำหน้าหน่ายใจขึ้นมาอีก เพราะแบบนี้เขาก็ต้องรอเวลาให้ทั้งสองคนนั้นเสร็จกิจกันถึงจะออกไปได้

 

“วิน...เราขึ้นไปบนห้องของคุณได้มั้ยคะ” เสียงของหญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงพร่า ทำให้หยางจูสนใจขึ้นมาทันที

 

วิน... ชื่อคนเราคงไม่โหลขนาดนั้นหรอกมั้ง.. เมื่อคิดได้แบบนั้นก็ค่อยๆแง้มประตูช้าๆทันที และมันเป็นอย่างที่เขาคิด คนคนนั้นคือ วิน ต้วน ลูกชายของมาร์ค ต้วน มาเฟียหนุ่มที่ได้รับความสนใจและเป็นที่จับตามองมากมาแต่ไหนแต่ไร และเข้าถึงยากที่สุดในตอนนี้

 

“ผมไม่ชอบพาคนที่แค่ต้องการนอนด้วยกันครั้งเดียวขึ้นห้อง” เสียงทุ้มเอ่ยตอบก่อนจะซุกไซร้ที่ซอกคอของหญิงสาวผิวสีน้ำผึ้งใบหน้าคม ชายหนุ่มอุ้มเอวของหญิงสาวขึ้นไปนั่งบนอ่างล้างมือ มืออีกข้างนึงก็ลูบไล้โคนขาเนียนของหญิงสาวจนรู้สึกเสียซ่านไปทั่วตัว

 

หยางจูรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายวีดีโอทันที ช็อตเด็ดแบบนี้คงไม่มีทางปล่อยไปง่ายๆหรอก... หยางจูถ่ายวีดีโอไปเรื่อยๆก่อนที่วินที่หันหน้าเข้าหากระจกจะมองเห็นบางคนที่อยู่ในห้องน้ำด้วย ใบหน้าคมหันไปมองหยางจูที่กำลังถือโทรศัพท์อยู่ด้วยแววตาดุ ทำให้หยางจูรีบปิดประตูล็อคกลอนก่อนจะเก็บโทรศัพท์ลงในกระเป๋ากางเกงทันที

 

ปึงปึง เสียงทุบประตูดังขึ้นพร้อมเสียงเขย่าประตู ทำให้หยางจูตกใจสั่นไปทั้งตัว พยายามมองหาทางที่จะหนีออกไปจากห้องนี้แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ง่ายเลย ภายในห้องแคบๆแบบนี้จะหาทางหนีไปทางไหนก็คงยาก

 

“เปิดประตู” เสียงนิ่งๆเย็นๆเอ่ยมาทำให้หยางจูลนจนไม่รู้จะทำยังไง แต่ตอนนี้ถ้าเกิดว่าวินเอาโทรศัพท์ไปได้ มันต้องทำให้อนาคตที่จะได้งานของเขาต้องพังลงแน่ๆ วินถกแขนเสื้อขึ้นก่อนจะทุบประตูแรงๆอีกหลายครั้ง

 

“จะออกมาหรือไม่ออก” ยิ่งพูดก็ยิ่งสร้างความกดดันให้หยางจูมากขึ้น เจ้าตัวจึงรีบถ่ายโอนวีดีโอจากโทรศัพท์ลงเมมโมรี่การ์ดแล้วถอดการ์ดใส่ในกระเป๋าทันที ส่วนโทรศัพท์ก็กำเอาไว้ในมือแน่น

 

ปัง! ประตูถูกเปิดออกด้วยแรงมหาศาลของร่างสูงที่ยืนตระหง่านอยู่หน้าประตู วินมองไปยังชายหนุ่มตรงหน้าก่อนจะกระชากคอเสื้อของอีกคนเข้ามาใกล้ตัว ทำเอาหยางจูกลืนน้ำลายตัวสั่นทันที

 

“เอาโทรศัพท์นายมาให้ฉัน” ร่างสูงเอ่ยเสียงแข็ง หยางจูเม้มปากแน่นก่อนจะยื่นโทรศัพท์ไปให้คนตรงหน้าช้าๆ วินกระชากโทรศัพท์ไปก่อนจะรีบกดดูวีดีโอทันที ร่างบางจึงใช้โอกาสนี้ออกแรงผลักอีกจนไปติดอ่างล่างหน้าพร้อมกับตัวเองที่วิ่งออกไปจากห้องน้ำอย่างไม่คิดชีวิต โดยที่ไม่ทันระวัง ทำให้พาสปอร์ตตกลงบนพื้นโดยที่ไม่รู้ตัว วินกัดฟันกรอดจะตามไปก็คงไม่ทันจึงรีบเปิดโทรศัพท์ดูก็พบว่าไม่มีข้อมูลใดใดในเครื่องเลย แม้กระทั้งคลิปก็ไม่มีพอเปิดดูช่องการ์ดถึงได้รู้ว่าเมมโมรี่การ์ดถูกถอดออกไปแล้ว ก่อนสายตาจะหันไปเห็นบางอย่างที่ตกอยู่ที่พื้น ร่างสูงจึงเดินไปหยิบมันขึ้นมาซึ่งของชิ้นนั้นก็คือพาสปอร์ตนั่นเอง มือหนากำพาสปอร์ตเอาไว้แน่นแล้วรีบเปิดดูทันที

 

“นายไม่รอดแน่ ป๋าย หยางจู”

 

บางทีการพบเจอกัน มันอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของอะไรบางอย่างก็ได้..







 

บางทีการพบเจอกัน มันอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของอะไรบางอย่างก็ได้..

หยางจูวิ่งกลับไปที่ห้องอย่างไม่คิดชีวิตปิดประตูแล้วล็อคอย่างแน่นหนา ก่อนจะมองไปที่ตาแมวเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีคนตามหา สิ่งที่เขาต้องรีบทำในตอนนี้คือการส่งไฟล์วีดีโอนี้ไปให้กับแคลี่ เจ้านายของเขา ร่างบางของชายหนุ่มเดินตรงไปยังโน้ตบุ้คที่ถูกวางอยู่บนเตียงก่อนจะใส่การ์ดเข้าไปเพื่อจะทำการส่งไฟล์คลิปไปให้ ระหว่างส่งก็คอยระแวงที่ประตูอยู่ตลอดว่าจะมีคนมามั้ย โชคดีที่ที่โรงแรมอินเตอร์เน็ตไวได้ดั่งใจ ทำให้การจัดการส่งไฟล์ในครั้งนี้นั้นเสร็จสิ้นในเวลาต่อมา ซึ่งสิ้นสุดการส่งไฟล์วีดีโอเสร็จ หยางจูก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงด้วยท่าทีโล่งใจ

 

“แบบนี้ พรุ่งนี้ก็คงกลับไปที่บ้านได้แล้วสินะ” หยางจูเอ่ยก่อนจะเอามือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง แต่กลับไม่พบสิ่งที่เขาต้องการจะหยิบขึ้นมาดู

 

“พาสปอร์ต!!” สินเสียงแค่นั้น เขาก็เด้งตัวลุกขึ้นมานั่งด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลน หาอย่างถี่ถ้วนก็ไม่พบว่าจะมีพาสปอร์ตเลย เจ้าตัวทำหน้าครุ่นคิดก่อนจะทำตาโตเมื่อนึกขึ้นได้ถึงสถานที่ที่มันน่าจะหายไป

 

อย่าบอกนะว่า ในห้องน้ำ...

 

“แบบนี้ เขาก็รู้น่ะสิว่าเราเป็นใคร” คิดได้แค่นั้นก็ยกมือขึ้นทึ้งหัวตัวเองทันที ตายๆ แบบนี้มันมีแต่ตายกับตายชัดๆ แค่ไปแอบถ่ายลูกชายมาเฟียก็เสี่ยงตายพอแล้ว นี่ดันทิ้งหลักฐานชิ้นโตให้เขาตามตัวมาได้อีก ตายแน่ๆ หยางจูได้แต่เดินวนไปมาในห้องอย่างใช้ความคิดก่อนที่เสียงเคาะประตูจะมากระชากสมาธิของเขาไป เขารีบวิ่งไปดูที่ตาแมวก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เพราะมีชายชุดดำยืนอยู่สองคน ซึ่งเขามั่นใจมากๆว่าคนพวกนั่นต้องเป็นคนที่วิน ส่งมาแน่ๆ

 

“ซวยแล้ว” พูดออกมาแค่นั้นก่อนจะไปนั่งอยู่ที่เตียงเพื่อสงบสติอารมณ์ เพราะหยางจูเป็นคนที่ตื่นตระหนกง่ายไปซะหมด แต่ก็พยายามตั้งสติก่อนจะแอบดูที่ตาแมวอีกครั้ง ไม่ส่งเสียง รอดูไปเรื่อยๆ จนเสียงเงียบไปพร้อมเสียงฝีเท้าที่ก้าวห่างออกไป ก็ทำให้หยางจูถอดถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจที่ไม่ได้โล่งใจได้อย่างสนิทใจนัก

 

“ตามมาแบบนี้ พาสปอร์ตอยู่กับผู้ชายคนนั้นแน่ๆ แล้วจะกลับยังไงละเนี่ย พังๆ” เจ้าของใบหน้ามนเอามือลูบหน้าด้วยท่าทีเหนื่อยใจ แต่วันนี้เขาก็ยังทำอะไรไม่ได้นอกจากรอให้เช้าแล้วลองให้ทางโรงแรมช่วยน่าจะพอเป็นไปได้

 

คืนนั้นร่างบางก็พยายามข่มตาข่มใจหลับ จนกว่าจะมาหลับจริงๆก็เกือบเช้า จนเมื่อแสงแดดสาดเข้ามาในห้อง หยางจูก็ค่อยๆตื่นขึ้นมา ที่ตื่นไม่ใช่เพราะว่าแสงแดดหรอกนะ แต่ที่ตื่นน่ะเป็นเพราะเสียงเคาะประตูที่เหมือนจะพังประตูห้องพักของเขาต่างหาก

 

“โอ๊ยยย อะไรกันแต่เช้าเนี่ย” ขาเรียวยาวพาร่างที่ยังงัวเงียไปที่ประตูโดยที่ประตูนั้นไม่ได้ถูกเปิดจนสุด ยังติดโซ่คล้องประตูเอาไว้อยู่ทำให้แง้มออกไปเห็นหน้าของคนที่อยู่ตรงหน้าประตูได้ และทันทีที่เห็นหน้าคนที่ยืนอยู่หน้าห้อง มันก็เป็นเหมือนน้ำเย็นๆที่สาดใส่หน้าของหยางจู ทำให้เขาตื่นจนเต็มตาทันที

 

“อรุณสวัสดิ์ ป๋าย หยางจู” เสียงเย็นๆของ วิน ต้วน ถูกส่งมาให้พร้อมเด็กหนุ่มร่างสูงในชุดราคาแพง หยางจูอยากจะปิดประตูใส่ทันที แต่ก็ติดที่วินเอามือเข้ามาขวางไว้ไม่ยอมให้อีกคนปิดประตูหนี ถึงแม้จะมีโซ่คล้องไว้ทำให้ประตูเปิดกว้างกว่านี้ไม่ได้ แต่วินก็หวั่นใจไม่น้อยว่าอีกคนจะทำให้โซ่ขาดได้ง่ายๆ

 

“คุณมีธุระอะไร” หยางจูทำใจดีสู้เสือ ถามกลับไปด้วยท่าทียียวน

 

“อยากรู้ก็ให้ฉันเข้าไป”

 

“ไม่!” ไม่พูดเปล่าแถมยังออกแรงดันเพื่อปิดประตู ยื้อแรงกับอีกคนที่ใช้มือดันเอาไว้เช่นกัน ถึงแม้หยางจูจะตัวไล่เลี่ยกับอีกคน แต่ก็ใช่ว่าเขาจะสู้แรงได้ เพราะผู้ชายที่ไม่ชอบออกกำลังกายแบบเขานั้นก็คงจะไปสู้คนบ้าพลังแบบวินไม่ได้หรอก

 

“นายทำให้ฉันเสียชื่อเสียงนายต้องรับผิดชอบ”

 

“ผมทำให้คุณเสียชื่อเสียงตรงไหน” หยางจูถามกลับ

 

“นายเอาวีดีโอฉันไปปล่อยเอาเรื่องฉันไปเขียนข่าว –ลูกมาเฟียชื่อดังอักษรย่อ M มั่วผู้หญิงในโรงแรมหรูกลางฮาวายอย่างไม่อายฟ้าอายดิน- นายคิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าเป็นนาย แล้วบอกว่ามาเฟียอักษรย่อ M เขาไม่รู้กันเลยสิว่าเป็นพ่อฉันน่ะ ข่าวปาปารัสซี่ช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาก็เป็นฝีมือนายด้วยสินะ!” วินร่ายยาวจนหยางจูได้แต่อ้าปากพะงาบๆหาช่องว่างพูดไม่ทัน ยิ่งเป็นตอนที่พึ่งตื่นนอนด้วย สมองมันยังคนรวนๆอยู่

 

“ก็มันเป็นอาชีพของผม พวกผมเป็นนักข่าว”

 

“งั้นที่นายเขียนว่าฉันเป็นลูกมาเฟีย พวกมาเฟียเขาชอบจับคนไปฆ่าเป็นว่าเล่น ฉันก็คงทำแบบนั้นกับนายได้สินะเพราะมันก็เป็นเรื่องปกติของคนเป็นมาเฟียที่เขาทำกัน” วินสวนกลับทำเอาหยางจูตอบอะไรไม่ถูก วินจึงใช้โอกาสนี้ถีบประตูไปจนเต็มแรง จนโซ่หลุดออกจากประตูทำให้หยางจูต้องถลาถอยหลังเข้าไปในห้อง

 

“คุณทำแบบนั้นไม่ได้นะ ผมแจ้งความจับคุณได้นะ” หยางจูเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงหาเรื่อง วินมองคนที่รูปร่างไม่ต่างอะไรกับเขามากนัก ขนาดตัวพอๆกันแต่ตัวเขานั้นมีกล้ามเนื้อเพราะเล่นกีฬาแต่อีกคนออกจะดูมีแต่เนื้อนุ่มนิ่ม หน้าตาไม่ได้หวานแหววแต่ก็ไม่ได้ดูหล่อเหลาแบบเขา ส่วนสูงก็เตี้ยกว่าเขาถึงอาจจะไม่มากแต่ก็ดูไม่น่าจะมีแรงสู้เขา และที่สะดุดตาคือรอยสักที่เป็นเลขโรมันที่ต้นคอ ตัดกับผิวขาวอมชมพูชัดเจน

 

“แจ้งความจับฉันเหรอ เอาเวลาที่จะมาแจ้งความไปเตรียมเงินมาจ่ายค่าเสียหายที่ฉันจะฟ้องร้องกับสำนักข่าวของนายดีกว่ามั้ย”

 

“คิดว่าคุณเป็นลูกมาเฟียแล้วจะทำอะไรก็ได้เหรอ มันก็เป็นแบบนี้กันทุกคนสินะ อะไรๆก็เอาความใหญ่คับฟ้าของพ่อตัวเองมาเบ่งอำนาจ” แค่หยางจูเอ่ยจบร่างบางก็ลอยละลิ่วไปปะทะกับอกแกร่งเพราะถูกวินจับกระชากเข้าไปใกล้ด้วยความโกรธ

 

“อย่ามาลามปามถึงพ่อฉัน!” แววตาที่ดุดันทำให้หยางจูหัวใจหล่นไปอยู่ตาตุ่ม แววตาแบบนี้มันเหมือนกระชากวิญญาณเขาออกไปเลย

 

“ผ..ผม”

 

“เฮ้ยวิน นายทำอะไรน่ะ” ดีแลนที่เดินตามมาดูเมื่อเห็นเขาก็รีบเข้ามาดึงแฝดคนพี่ออก ทำให้วินยอมปล่อยมือจากคอเสื้อของอีกคน

 

“หมอนี่มันเป็นคนถ่ายคลิปฉันเมื่อคืน!” วินหันไปบอกดีแลนด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด

 

“เออ อย่าทำแบบนี้เดี๋ยวก็ยิ่งโดนเล่นข่าวแย่ๆหรอก มัมกับแด๊ดเห็นข่าวแล้วนะ โทรมาตามบอกให้บินเกาหลีด่วน อาซองแจเลยต่อรองให้พวกเราแล้วบอกจะให้กับไปพรุ่งนี้”

 

“โดนบ่นยาวแน่” วินเอ่ยก่อนจะหันไปคาดโทษกับคนที่อยู่ห่างากตัวไปไม่มาก

 

“ผม...ผมขอโทษ ที่ผมทำก็เพราะมีเหตุผลของผมนะ”

 

“เหตุผลบ้าบออะไร หึ..ไหนๆพรุ่งนี้ฉันก็จะกลับแล้ว ถ้านายอยากได้พาสปอร์ตคืนก็ไปหาหาเอาเองแล้วกัน” เอ่ยจบก็เดินไปที่ระเบียงพร้อมเหวี่ยงแขนออกไปสุดแรงเกิด ทำให้พาสปอร์ตลอยละลิ่วออกไปไกลตกลงไปยังชั้นล่างที่เป็นต้นปาล์มที่เป็นป่ามีต้นไม้มากมาย หยางจูวิ่งตามไปที่ระเบียงก็คว้าเอาไว้ไม่ทันซะแล้วได้แต่มอง พาสปอร์ตที่ล่วงหายไปกับป่าทึบ

 

“นี่คุณ!” หยางจูขมวดคิ้วด้วยความโกรธ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ วินกระตุกยิ้มที่มุมปากก่อนจะเดินออกากห้องไปอย่างผู้ชนะ

 

“ผม...ขอโทษแทบหมอนั่นด้วยนะ” ดีแลนเอ่ยทิ้งเอาไว้แค่นั้นก่อนจะเดินตามวินออกไป เมื่อทั้งคู่ออกไป หยางจูก็รีบวิ่งลงไปข้างล่าง ตอนนี้หยางจูก็ได้มาหยุดอยู่ที่ป่าทึบแล้ว ยังดีที่ตอนนี้ยังเป็นตอนกลางวันก็พอจะมีแสงส่องลอดผ่านร่มเงาของต้นไม้ลงมาบ้าง แต่ที่ยากก็คือเมื่อกี้เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าพาสปอร์ตตกลงไปตรงไหน เขาเสียงเวลาอยู่หลายชั่วโมงก็หาพาสปอร์ตจนเจอ

 

“ขออย่าให้ได้พบได้เจอกันอีกเลย” ร่างบางได้แต่เอ่ยออกมาเบาๆก่อนจะกลับไปยังห้องพักของตนเอง

 

 

วันต่อมา

วินและดีแลนถูกเรียกตัวกลับมากะทันหันขณะที่กำลังพักผ่อนในช่วงฤดูร้อนของปิเทอมซัมเมอร์ จริงๆแล้วทั้งคู่ก็เรียนอยู่ที่อเมริกามาตั้งแต่ช่วงมัธยม จนระดับมหาลัย มาร์คก็ยังคงส่งให้ลูกทั้งสองได้เรียนในมหาลัยชื่อดังของอเมริกา โดยที่วินเลือกเรียน MBA ส่วนดีแลนนั้นชอบในด้านการทำอาหารเป็นอย่างมากทำให้ทั้งคู่มีไลฟ์สไตล์ที่ต่างกัน เป็นเด็กดีมาตลอดจนมาช่วงหลังๆนี้ที่วินค่อนข้างจะเที่ยวกับสาวๆไปทั่วจนเป็นข่าวออกมาให้คนเป็นผู้ปกครองได้เครียดอยู่ร่ำไป

 

“ข่าวนี้เป็นข่าวที่ห้าของเดือนนี้แล้วนะวิน ดูนี่สิภาพกอดจูบลูบคลำกับสาวคนอื่นๆยังไม่เท่าไหร่นะ ครั้งนี้มีคลิปวีดีโอด้วย” แบมแบม.. ผู้เป็นแม่บ่นขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ เขาไม่เคยเอ่ยกับลูกด้วยน้ำเสียงรุนแรง เขาเป็นคนที่จะบอกกับลูกด้วยเหตุผลเท่านั้นแต่ครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่แบมแบมดูดุกว่าทุกครั้ง

 

“ขอโทษครับ ผมไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องขนาดนี้”

 

“ตอนนี้ลูกทั้งคู่ แม้กระทั้งพ่อของลูกถูกนักข่าวจับตาดูมากนะ ต้องรู้จักระวังตัวมากกว่านี้ รู้มั้ยว่าพวกนักข่าวพยายามสืบว่าครอบครัวของเราทำธุรกิจอะไรบ้าง จนมันเริ่มล้ำเส้น ลูกทั้งสองก็ถูกปาปารัสซี่ตามเพราะต้องการหาข่าวฉาว” แบมแบมเอ่ยออกมาอีก เพราะตอนนี้ครอบครัวของเขากำลังถูกจับตามองจากทุกทาง คนที่หนักใจที่สุดก็หนีไปพ้นแบมแบมที่ต้องห่วงทั้งคนรักและลูกชายที่กำลังโตเป็นหนุ่มทั้งสองคน

 

“พวกเราขอโทษครับที่ทำให้เป็นห่วง” สองแฝดประสานเสียงเอ่ยออกมาพร้อมนั่งนิ่ง แบมแบมได้แต่ถอนหายใจก่อนจะเดินเข้าไปหาลูกชายทั้งสอง

 

“เวลาทำอะไรก็คิดให้เยอะๆนะเข้าใจมั้ย แล้วไปเที่ยวที่ฮาวายสนุกมั้ย” แบมแบมพยายามเปลี่ยนเรื่องชวนคุยเพราะไม่อยากให้ลูกชายทั้งสองคิดมาก

 

“ก็สนุกนะครับ ถ้าไม่รวมเรื่องที่โดนตามถ่าย” ดีแลนตอบออกมาก่อนจะยิ้มแห้งๆ

 

“เอาเป็นว่าคราวหน้ามัมจะให้คนคอยจัดการให้แน่นหนาขึ้นนะ จะได้ไม่มีเรื่องแบบนี้อีก” แบมแบมบอกลูกชายทั้งสอง วินนั่งทำหน้าครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะเอ่ยถามคนเป็นแม่ออกไป

 

“มัมครับ ผมอยากจะขอให้ห้องข้อมูลหาข้อมูลของใครสักคนได้มั้ย”

 

“ห้องข้อมูลเหรอ ได้สิตอนนี้มีคนของแด๊ดอยู่ในนั้นนะ แล้วลูกจะหาข้อมูลของใครเหรอ”

 

“ก็แค่..นักข่าวน่ะครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” เอ่ยจบก็ลุกแล้วเดินขึ้นไปยังห้องข้อมูล ซึ่งเป็นห้องที่เป็นห้องสายลับย่อยๆนี่เองสามารถหาข้อมูลของคนและสถานที่ได้จากที่นี่ เมื่อเดินเข้าไปก็พบว่าเจอลูกข้องของผู้เป็นพ่ออยู่ในนั้น หน้าจอมากมายนับร้อยทำให้ห้องนี้เหมือนในหนังสายลับไม่มีผิด

“สวัสดีครับคุณหนูวิน”

 

“สวัสดีครับ ผมขอให้คอมฯหาข้อมูลหน่อยได้มั้ย” ถึงแม้คนเหล่านี้จะเป็นลูกน้องของคนเป็นพ่อแต่วินก็สุภาพกับพวกเขาเสมอ

 

“ได้ครับ ใช้เครื่องนี้ได้เลยครับ”

 

“ขอบคุณครับ” เอ่ยขอบคุณเสร็จก็นั่งลงไปยังคอมฯที่ว่างอยู่เพื่อค้นหาข้อมูลที่ต้องการ ซึ่งสิ่งที่เขาต้องการหาก็คือ ประวัติของ ป๋าย หยางจู... ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีประวัติของหยางจูก็ขึ้นมา ซึ่งเมื่อวินไล่ดูก็ได้แต่ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ

 

“หมอนั่นอายุมากกว่าฉันจริงๆเหรอ...ตัวเท่าลูกหมา” เอ่ยจบก็ไล่ดูประวัติไปเรื่อยๆจนมาหยุดอยู่ที่ชื่อมหาวิทยาลัย

 

นี่คงเป็นที่ที่ฉันจะใช้ตามนายถ้านายไม่ยอมจบง่ายๆสินะ...

 

 

วินใช้เวลาอยู่ในห้องข้อมูลอยู่พักใหญ่ก่อนจะออกมาอีกทีก็พบว่าดีแลนมายืนรออยู่หน้าห้องแล้วทำให้วินเอ่ยถามน้องชายฝาแฝดด้วยความแปลกใจ

 

“มายืนทำอะไรตรงนี้ นายมาตามฉันเหรอ” วินถาม

 

“อืม...ก็มาตามแหละ แล้วก็มีอะไรจะบอกด้วย”

 

“บอกอะไร”

 

“ตอนเย็นหลังเลิกงาน แด๊ดจะชวนคุณลุงแจบอมกับที่บ้านมากินข้าวที่บ้านเรา” ทั้งคู่เดินคุยกันไปด้วยระหว่างที่เดินไปที่ห้องของตนเอง

 

“อืม แล้วนายจะบอกฉันทำไมเรื่องแค่นี้”

 

“ก็...แจจินจะมาด้วยนะ นายโอเคเหรอ” แค่ได้ยินชื่อนี้ไปก็ทำเอาวินถึงกับชะงัก แจจิน...เป็นชื่อที่ได้ยินมานานและ มันคงดีหากเขาลืมได้สักที

 

ความรักต้องห้ามที่มันเคยเกือบจะเกิดขึ้น นั่นเป็นสิ่งที่เขาพยายามลืม..แต่ทำไมมันดันตามมาวนเวียนอยู่รอบตัวเขาแบบนี้นะ..

 

รักครั้งเก่า..




 -ต่อ- 



“อืม..โอเคสิ” วินเอ่ยออกไปทั้งที่ตอนนี้ในใจเขามันเหมือนกับแผลที่ยังไม่หายสนิท ใครจะไปโอเคกับเรื่องนี้ ไม่มีใครพร้อมเจอหน้าคนที่เคยรักมากหรอกนะ

 

 

และเมื่อถึงเวลามื้อเย็น วินและดีแลนที่อยู่ในห้องส่วนตัวของตนเองนั้นก็ถูกตามให้ลงไปข้างล่าง เมื่อเดินลงไปก็ได้ยินเสียงของแจบอมและจินยองที่มาเยือนกำลังทักทายพ่อและแม่ของตนเองอยู่ วินและดีแลนก็เดินเข้าไปทักทายตามมารยาทด้วยเช่นกัน

 

“สวัสดีครับ” วินและดีแลนเอ่ยขึ้นพร้อมกัน แจบอมและจินยองหันไปมองหลานชายก่อนจะยกยิ้ม

 

“อ้าววิน ดีแลน นี่กลับมาจากอเมริกาแล้วเหรอ ปิดเทอมแล้วเหรอ”

 

“ครับ...ปิดเทอมแล้ว คุณลุงสบายดีมั้ยครับ”

 

“ลุงสบายดี แจจินมาสวัสดีอาแบมสิลูก” แค่สิ้นเสียงของแจบอม เด็กหนุ่มตัวเล็กก็เดินเข้ามาพร้อมกับพี่สาว เพียงแค่เห็นหน้าอีกคนวินก็ชะงักไปทันที เหมือนโลกทั้งใบของเขามันหยุดนิ่ง เขาไม่ได้ยินเสียงคนรอบข้างอีก สิ่งที่เขาให้ความสนใจในตอนนี้มีเพียงเด็กหนุ่มตากลมตรงหน้าเท่านั้น รอยยิ้มหวานและท่าทางนอบน้อมแบบที่เคยเป็น ตอนนี้แจจินก็ยังคนเป็นแบบนั้น รอยยิ้มที่แสดงออกราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับความเจ็บปวดในใจของเขา

 

“สวัสดีครับคุณอา สวัสดีครับ..พี่วิน พี่ดีแลน” เมื่อเอ่ยทักทายแบมแบมแล้วก็หันไปเอ่ยทักทายวินและดีแลนที่ยืนอยู่ไม่ไกล วินไม่ตอบอะไรไม่แม้แต่จะขานรับเขาได้แต่ก้มหน้าลงเล็กน้อยก่อนจะเดินออกปากตรงนั้น แบมแบมมองลูกชายก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ

 

ใช่ แบมแบมรู้ดีว่าลูกชายกำลังรู้สึกยังไง

 

“เดี๋ยวผมไปดูวินนะครับ” ดีแลนเอ่ยกับแบมแบม เมื่อคนเป็นแม่อนุญาตก็เดินตามแฝดออกไป แจจินได้แต่มองตามออกไป อยากจะตามออกไป...แต่เขาอยู่ตรงนี้น่าจะดีกว่า

 

“งั้นเดี๋ยวเราไปทางนู้นกันดีกว่าอาหารถูกเตรียมเอาไว้แล้ว” แบมแบมเดินนำไปที่โต๊ะอาหารที่ตอนนี้บนโต๊ะนั้นถูกวางตกแต่งอย่างสวยงาม พร้อมกับมีอาหารเรียงรายกันมากมาย

 

“น่าทานจังเลยค่ะ” ยองจูเอ่ยพร้อมยิ้มหวาน รอยยิ้มสดใสที่เหมือนกับจินยองไม่มีผิด

 

“งั้นเดี๋ยวเรานั่งกันเถอะจะได้ทานข้าว” มาร์คที่เงียบอยู่นานเอ่ยขึ้นบ้าง ทุกคนเข้าประจำที่ก่อนจะเริ่มลงมือทานข้าวซึ่งไม่ได้รอวินและดีแลนที่ยังไม่เข้ามา เพราะแบมแบมรู้ดีว่าลูกชายคงไม่เดินกลับเข้ามาง่ายๆแน่ๆ

 

 

 

 

“เฮ้ ไม่ไปกินข้าวเหรอ” เสียงของดีแลนดังขึ้น ทำให้วินที่นั่งอยู่ที่ม้านั่งต้องหันไปมอง

 

“ฉันบอกตรงๆไปนั่งที่โต๊ะอาหารคงไม่มีอารมณ์กิน” วินเอ่ยตอบแฝดคนน้องไป ก่อนที่อีกคนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ดีแลนมองไปยังคนข้างๆก่อนจะยกมือขึ้นตบบ่าอีกคนเบาๆ

 

“เอาน่า เดี๋ยววันหนึ่งนายก็ต้องลืมแจจินได้ เอาจริงๆจะให้ลืมมันก็ยากนะ ฉันขอเสนอวิธีนี้ให้นายแล้วกัน”

 

“วิธีอะไร” วินหันไปมองอีกคนพร้อมขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

 

“ก็...นายต้องมีแฟนใหม่ หาคนที่จะทำให้นายลืมแจจินได้สิ”

 

“คิดว่ามันง่ายรึไง” วินสวนกลับทันควัน

 

“เออๆก็รู้ว่ามันไม่ง่าย แต่ถ้าเกิดนายไม่มีใครสักคนละก็นายก็จะเอาแต่นึกถึงแจจิน แต่ลองนายมีคนที่นายสนใจ นายก็จะไปใส่ใจเขา”

 

“....” วินได้แต่นั่งนิ่งๆเพื่อคิดตามคำพูดของอีกคน

 

“ฉันรู้แล้วว่าใครที่จะมาทำให้นายลืมแจจิน” ดีแลนยิ้มกริ่ม ทำให้วินแอบหวั่นใจในความคิดของแฝดจริงๆ

 

“ใคร”

 

“ก็หมอนั่นไง นักข่าวที่เอาเรื่องของพวเราไปลงข่าว”

 

“นี่นายเป็นบ้ารึไง ฉันพึ่งเล่นงานหมอนั่นไปนะ ฉันไม่ชอบขี้หน้าหมอนั่น”

 

“แล้วเวลานายเห็นเขาแล้วนายรู้สึกยังไง”

 

“หงุดหงิด”

 

“ก็นั่นแหละ พอนายเอาแต่หงุดหงิดก็จะไม่ต้องมาคิดถึงเรื่องของแจจินไง” คำพูดของดีแลนคำให้วินได้แต่ครุ่นคิด

 

จริงๆมันก็น่าสนใจ..

 

“นายว่ามันดีเหรอ”

 

“ก็ใช่น่ะสิ ให้นายเอาแต่หงุดหงิดหัวจะระเบิดยังดีกว่าให้นายมานั่งเศร้าแบบนี้นะ” วินพยักหน้ารับเบาๆ คนที่รู้ใจวินดีเสมอยังไงก็คงไม่พ้นดีแลน ซึ่งในครั้งนี้เขาจะยอมทำตามที่น้องชายฝาแฝดคนนี้บอกก็ได้

 

“แล้วฉันต้องทำยังไงบ้าง” เมื่อได้ยินคำตอบของวินดีแลนก็ทำหน้าตาพอใจในคำตอบมา เขาเชื่อว่ายังไงวิธีนี้ก็ต้องดีสำหรับตัวของวินแน่ๆ

 

“ก็แค่...”

 

 

หลังจากที่คุยกันเรียบร้อยแล้ว วินและดีแลนก็มาที่โต๊ะอาหารเพื่อลงมือทานอาหารเย็น วินพยายามไม่โฟกัสกับคนตรงหน้า พยายามสนใจอาหารและการพูดคุยของเหล่าผู้ใหญ่มากกว่า ซึ่งดูเหมือนว่าการที่ทำแบบนั้นมันจะแอบทำให้แจจินที่นั่งอยู่ตรงข้ามกันแอบอึดอัดแปลกๆ เมื่อทานอาหารเสร็จ วินก็ขอตัวออกไปจากตรงนั้นเพราะว่าเขาต้องการที่จะพยายามเลี่ยงที่จะอยู่ใกล้กับเด็กคนนั้นให้มากที่สุด

 

ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งกลัวใจตัวเอง

 

ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งรู้สึกว่าว่าพยายามที่ทำมาเป็นปีมันจะสูญเปล่า

 

“พี่วินครับ...” เสียงใสใสของเด็กหนุ่มตัวเล็กเอ่ยเรียกร่างของสองแฝดที่กำลังจะเดินขึ้นไปยังชั้นบนให้หยุดชะงักลง วินและดีแลนหันไปมองหน้ากันก่อนที่ดีแลนจะเลือกเดินขึ้นไปก่อนเพื่อเปิดโอกาสให้เขาทั้งคู่ได้พูดคุยกัน

 

“มีอะไรเหรอ” น้ำเสียงนิ่งเรียบเอ่ยออกไปโดยที่ไม่แม้แต่จะหันไปมองหน้าคนตัวเล็กกว่าที่อยู่ข้างหลัง แจจินเม้มปากด้วยท่าทีขาดความมั่นใจก่อนจะเอ่ยถามออกไป

 

“พี่ไม่อยากคุยกับผมขนาดนั้นเลยเหรอครับ เราจะกลับไปเป็นพี่น้องกันไม่ได้เหรอครับ” น้ำเสียงตัดพ้อถูกส่งมาจากอีกคน เขารู้ดีว่าแจจินอยากจะกลับไปเป็นพี่น้องกับเขาจริงๆ..

 

แต่เขาทำไม่ได้...

 

“พี่ขอโทษนะ.. พี่ยังไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ พี่ขอตัวนะ” เอ่ยจบก็เดินขึ้นไปบนห้องโดยที่ไม่ได้คิดจะมองหน้าอีกคนเลย แจจินมองตามแผ่นหลังกว้างของอีกคนก่อนจะถอนหายใจออกมาหนักๆ

 

เรื่องแบบนี้คงต้องให้เวลาเป็นยารักษา

 

วินเดินกลับมาที่ห้องของตัวเอง เขารับรู้ได้เลยว่าสิ่งที่เขาคิดมาก่อนหน้านี้มันผิด เขาคิดเสมอว่ารที่เขาจะลืมแจจินได้นั้นมันคงใช้เวลาได้ไม่นาน แต่จริงๆแล้วมันไม่ได้เป็นแบบนั้น เขามันไม่เข้มแข็งพอที่จะลืมแจจินเลย แล้วทางออกของเขามันอยู่ตรงไหนเขาต้องทำยังไงถึงจะลืมอีกคนให้ได้ ลืมแบบนี้มองหน้ากันก็ยิ้มให้กันได้เหมือนเดิม ลืมแบบที่กอดกันแล้วก็ยังมีความรู้สึกดีๆให้กัน...

 

หรือต้องใช้วิธีของดีแลน

 

 

 

 

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา

“อะไรนะครับ ให้ผมรับผิดชอบเรื่องถูกฟ้องเหรอ” เสียงของหยางจูเอ่ยขึ้นมาทันทีที่เขาได้ยินเรื่องราวต่างๆจากคนเป็นหัวหน้าว่า วินและดีแลน ต้วน สั่งฟ้องสำนักข่าวที่เขาทำงานอยู่เป็นเงิน 10ล้านดอลล่า มันเป็นจำนวนเงินที่มากมายซึ่งคนอย่างป๋าย หยางจูคงชดใช้ได้ไม่หมด

 

“ใช่... ฉันจะเซ็นให้นายผ่านการฝึกงาน แต่ฉันจะไม่รับนายเข้าทำงาน เพราะนายทำให้ทางเราโดนฟ้อง”

 

“แต่ที่ผมทำก็เพราะหัวหน้าอยากได้ข่าวที่มันเด็ดๆไม่ใช่เหรอครับ แล้วข่าวของผมก็ได้รับความสนใจมากๆด้วย” หยางจูพยายามอธิบาย เพราะเขาก็คาดหวังเรื่องการได้ทำงานที่สำนักข่าวแห่งนี้ด้วย

 

“ใช่ฉันอยากได้ข่าวเด็ดๆ แต่นายดันทำให้เราโดนฟ้อง ฉันไม่เรียกเงินจากนายก็ดีขนาดไหนแล้ว นี่เอกสารนายออกไปได้แล้ว” แคลี่ยื่นคำขาดก่อนจะยื่นซองเอกสารและเงินในส่วนที่หยางจูควรจะได้ไปให้ หยางจูถอนหายใจออกมาหนักๆก่อนจะหยิบซองเอกสารและซองเงินก่อนจะออกจากห้องไป

 

เขาคาดหวังกับที่นี่มากเกินไป พอมันออกมาไม่เป็นตามที่คิดมันก็แอบเฟลอย่างบอกไม่ถูก ในระหว่างที่เดินคอตกอยู่ตามทาง จู่ๆก็มีรถสีดำคันหรูมาจอดอยู่ที่ริมฟุตบาทพร้อมกับมีชายชุดดำที่เดินลงมาพร้อมหิ้วตัวหยางจูไปแล้วยัดเข้าไปในรถทันที

 

“เฮ๊ยย นี่มันอะไรกันเนี่ยจะลักพาตัวกันเหรอ ฉันไม่มีเงินให้เรียกค่าไถ่หรอกนะ ช่วยดูด้วยถึงฉันจะแต่งตัวดีแต่ไม่ได้เสื้อผ้าแบรนด์เลยนะ แล้วก็พึ่งถูกไล่ออกจากงานด้วย ไม่มีเงินให้หรอก” หยางจูร่ายออกมายาวพยายามจะเปิดประตูรถก็เปิดไม่ออก เพราะตอนนี้ถูกล็อคจากทุกด้านแถมรถก็เคลื่อนตัวออกไปแล้ว

 

“ฉันไม่ได้ให้คนไปพานายมาเพื่อจะเรียกค่าไถ่นะ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นจากด้านข้างทำให้หยางจูรีบหันควับไปมอง

 

วิน ต้วน!

 

“จอดๆ จอดรถๆ” หยางจูรีบโวยวายขึ้นมาทันที เพราะเจ้าตัวรู้สึกกลัวตั้งแต่คราวที่แล้วที่เจอกัน คนอะไรอารมณ์รุนแรงชะมัด

 

“ฉันมีอะไรจะมาเสนอนายหน่อย...ได้ข่าวว่าสำนักข่าวนั้นไม่ได้รับนายเข้าทำงานใช่มั้ย” คำพูดของวินทำเอาหยางชะงักไปทันทีก่อนจะมองไปที่ชายหนุ่มที่นั่งทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่างนิ่งๆ

 

“ก็เพราะคุณนั่นแหละ คุณฟ้องสำนักข่าวทำให้เขาไม่จ้างผมทำงานเพราะบอกว่าผมเป็นต้นเหตุทั้งหมด”

 

“แล้วอยากให้ฉันถอนฟ้องร้องมั้ยล่ะ” คำพูดที่น่าสงสัยเอ่ยออกมากปากของชายหนุ่มตรงหน้า วินค่อยๆปรายสายตามามองที่อีกคนที่ตอนนี้ทำหน้าตาครุ่นคิด

 

ถ้าเกิด...ผู้ชายคนนี้ยอมถอนฟ้อง เราอาจจะได้กลับไปทำงานที่นั่นก็ได้นะ คำพูดที่ดึงดูทำให้หยางจูหันไปกระพริบตาปริบๆมองหน้าวินเหมือนกำลังตั้งคำถามมากมาย รถเคลื่อนมาจนมาหยุดอยู่ที่ริมแม่น้ำฮันที่เงียบสงบ วินลงจากรถก่อนจะเดินไปที่ริมแม่น้ำโดยหยางจูก็รีบลงจากรถแล้วเดินตามหลังไปทันที

 

“คุณจะถอนฟ้องจริงๆเหรอ..” หยางจูเอ่ยถาม

 

“อืม... แต่มีข้อแม้นะ”

 

“ผมว่าแล้วว่ามันต้องไม่ง่ายขนาดนั้น”

 

“แล้วนายจะยอมรับข้อเสนอของฉันมั้ยละ ถ้าเกิดว่านายยอมรับข้อเสนอของฉัน ฉันจะยอมถอนฟ้อง มันก็แค่เป็นงานเล็กๆน้อยๆ” วินหันกลับมามองหยางจูที่ยืนรอคำพูดของเขาอยู่ ให้ตายเถอะนี่เขาจะมาบ้าบอทำตามคำพูดของดีแลนถึงขั้นบินมาจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองเลยเหรอ...ทั้งๆที่นี่ยังไม่เปิดเทอมด้วยซ้ำ

 

“คุณบอกมาก่อนสิว่าข้อเสนอของคุณคืออะไร”

 

“มันก็...ไม่มีอะไรมากหรอก...แค่...” วินลากเสียงก่อนจะมองไปที่ใบหน้าของอีกคน เอาจริงๆเขาก็พึ่งได้มามองหน้าของอีกคนแบบชัดๆก็ตอนนี้แหละ.. หยางจูไม่ได้น่ารักเท่าแจจิน แต่ก็หน้าตามีความดึงดูดอย่างบอกไม่ถูก..

 

“แค่อะไรครับ”

 

“ฉันจะจ้างให้นายมาเป็นแฟนฉัน3เดือน” วินเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงนิ่งๆแต่อีกคนที่ฟังนี่สิทำตาโตจนแทบหลุดออกมาอยู่แล้ว

 

“บ้าเหรอ คุณผีเข้าเหรอ ผมเป็นผู้ชาย!

 

“อืม ก็ฉันชอบผู้ชาย” คำตอบของวินทำเอาหยางจูตอบอะไรไม่ถูก มันเป็นคำพูดที่ตรงๆแบบที่หยางจูไม่เคยคิดว่าจะได้ยินจากปากคนบุคลิกแบบนี้

 

“ถ้าผมยอมทำผมจะได้อะไร”

 

“เงิน ค่าจ้างสำหรับสามเดือนเท่าที่นายต้องการ”

 

“ถ้าผมขอ10ล้านคุณก็จะให้เหรอ” หยางจูถามกลับไปทันควัน วินเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงก่อนจะกระตุกยิ้มที่มุมปาก

 

“สิบล้านเหรอ...อืม ฉันก็ให้ได้นะ ถ้านายบริการฉันแบบVIPVIPในความหมายของวิน คงเป็นความหมายในแบบที่คนอย่างหยางจูเข้าใจแน่นอน...

 

บางทีการแนะนำของดีแลนมันก็ไม่ได้แย่อะไรนะ...






100%

- มาอัพแล้วว - 

มีคนอยากอ่านมั้ยไม่รู้ แต่ไรท์อยากแต่งรุ่นลูกมากมาย ฮ่าๆ

หวังว่าหลายๆคนจะชอบนะคะ ตอนนี้ตัวละครของเราออกมาอีกหนึ่งคนแล้วนะ

เอาจริงๆหาอิมเมจที่ถูกใจยากมากๆเลยค่ะ อ้อ แล้วก็ ป๋าย หยางจู เป็นคนไต้หวันนะคะ

แล้วชื่อนี้มีความหมายนะเดี๋ยวมารออ่านกันนะคะว่ามีความหมายยังไง 

ยังไงก็ฝากติดตามด้วยนะคะ จะใส่แท็ก #ฟิคแค้นรักร้าย หรือว่า #WynnDylan ก็ได้นะคะ

มีอะไรก็ไปคุยกันได้ที่ @jokerginger12 ได้น๊าา

หวังว่าจะชื่อชอบกันนะคะ >3<


อันนี้อิมเมจป๋าย หยางจู นะคะ 



สปอยกันสักหน่อย

"แล้ว...VIPของคุณผมต้องทำอะไรบ้าง"

"ก็...ทุกอย่างอ่ะ อาบน้ำกับฉันด้วยก็ดีนะ"

"...."

B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

1,256 ความคิดเห็น

  1. #1212 Kat (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 19:30
    อร๊ายยยย ทำไมวินเป็นคนตรงแบบนี้ งือ ชอบ~~
    #1212
    0
  2. #1211 My love markbam (@a_mote3030) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 23:06
    ร้ายกาจเหมือนพ่อเลยทีเดียว
    #1211
    0
  3. #1210 pupypoopey (@poopey555) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 01:54
    ไรท์ต๋าาาาา รออยู่น้าาาา
    #1210
    0
  4. #1209 A. Wongsa (@sunghyo) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 11:03
    ดราม่าเบาๆพอกรุบกริบ แจจินคงเป็นรักต้องห้าม แต่กับหยางจูอาจจะเป็นรีกแท้
    #1209
    0
  5. #1208 นมเย็นสีฟ้า (@alissy) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 07:04
    รุ่นลูกมีความดราม่าเบาๆ.....
    #1208
    0
  6. #1207 Yu_yuki (@Banz_Nongyu) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 21:51
    ว้าววววถึงกับเดาทางรุ่นลูกไม่ออกเลยอ่ะเรื่องนี้สนุกแน่
    #1207
    0
  7. #1206 Kat (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 14:04
    ชอบๆๆไรท์มาต่อนะ อยากอ่านรุ่นลูกมาก
    #1206
    0
  8. #1205 pcyijb (@wathanyaaa) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 06:32
    รอนะคะ
    #1205
    0
  9. #1204 Anuchu (@Anuchu) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 06:18
    ออมมอๆงานดีทั้งน้านนนนนน อยากอ่านอีกๆ รออค่าาา
    #1204
    0
  10. #1203 Kangbeau kawaohh (@kangbeau37ts10) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 02:08
    โอ้ยนยยนยย
    #1203
    0