{GOT7} MARKBAM #ฟิคแค้นรักร้าย2

ตอนที่ 24 : {แค้นรักร้าย2} Ep.19 : ยองแจใสใสไม่มีจริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 958
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    16 เม.ย. 60










เมื่อเรื่องราวต่างๆมันได้คลี่คลายลง วันนี้จึงเป็นวันที่แจบอมสบายใจมากที่สุด เขาตั้งใจหยุดงานก่อนจะลงมานั่งดูโทรทัศน์จิบกาแฟด้านล่าง หลังจากวันนั้นที่เขาได้ทำการจัดการชานซองไป ข่าวออกไปทั่วทุกหัวระแหง แต่ด้วยความที่แจบอม ไม่อยากจะให้จินยองมารับรู้เรื่องข่าว วันนั้นเขาจึงตัดสินใจพาภรรยาออกไปเที่ยวนอกบ้าน เพื่อจะได้ไม่ต้องเห็นข่าวของชานซองแต่เรื่องอาการของชานซองนั้นวังยอบก็คอยรายงานแจบอมอยู่เรื่องๆว่า อาการหนักแต่ตอนนี้ปลอดภัยดีแล้ว



ในขณะที่แจบอมกำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ในห้องรับแขกอยู่ได้สักพัก เสียงของภรรยาของเขาก็ดังขึ้นพร้อมร่างบอบบางที่เดินหน้าบูดเข้ามาหาเขา



“คุณแจบอม มีอะไรจะบอกผมมั้ยครับ” แค่คนเป็นภรรยาลั่นวาจาออกมาทำให้แจบอมเงยหน้าไปมองพร้อมทำหน้างุนงง



“บอกอะไรเหรอ อ๋อ หรือว่านายแอบรู้แล้วว่าฉันจะซื้อแปลอันใหม่มาให้ลูก ฉันขอโทษนะที่ไม่ได้บอกเพราะคิดว่าจะเอาไว้เซอร์ไฟร์สักหน่อย” แจบอมเอ่ยออกมา เพราะตัวเขามั่นใจมากๆว่าภรรยาตองหมายถึงเรื่องนี้แน่ๆ



“ไม่ใช่เรื่องนี้”



“งั้นเรื่องอะไรล่ะ”



“เรื่องพี่ชานซอง”



 

บางทีอิมแจบอมต้องไปเรียนมาใหม่ โกหกเมียโกหกได้ แต่ถ้าเกิดผิดแผนเมียจับได้เนี่ยสิจะทำยังไง



 

ผลสุดท้ายแจบอมก็ต้องพาภรรยาคนดีมาเยี่ยมฮวังชานซองที่โรงพยาบาลแต่แจบอมก็ขอเอาไว้แล้วว่าไม่อยากให้เข้าไปเยี่ยมในห้อง เพราะไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดกันอีก จินยองยืนมองผ่านกระจกเข้าไปด้านในห้องพัก ที่ตอนนี้ชานซองยังคงจะต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ แต่อาการไม่มีอะไรเป็นอันตรายแล้ว



“คุณแจบอม ครั้งนี้มันเกิดไปจริงๆนะครับ ถ้าเกิดว่ามันพลาดแล้วเขาตายขึ้นมา คุณจะติดคุกแล้วผมกับลูกจะอยู่ยังไง” จินยองเอ่ยกับคนรักแจบอมได้แต่ถอนหายใจก่อนจะมองหน้าคนรักนิ่งๆก่อนจะคว้ามือของอีกคนขึ้นมา ใช้นิ้วโป้งถูกไปมาหลับมือของอีกคนเบาๆก่อนจะเอ่ยตอบ



“ฉันไม่ใช่พี่ชายนายนะ ที่ทำอะไรไปก่อนอารมณ์ ฉันคิดดีแล้วเวลาจะทำอะไร ฉันไม่ได้คิดจะฆ่าไอ้หมอนี่ถึงตาย เพราะถ้าฉันคิดจะฆ่ามันจริงๆ ไม่มีใครหามันเจอหรอกแม้กระทั่งศพ ฉันแค่ต้องการสั่งสอนแบบเด็ดขาดไม่ให้มันมายุ่งกับเรื่องของพวกเราอีก” แจบอมเอ่ยบอกไปตามตรง ในจุดนี้จินยองเข้าใจคนเป็นสามีดี แต่แค่รูปแบบวิธีมันค่อนข้างเสี่ยงมากก็เท่านั้น



“ขอบคุณนะครับ ที่คอยดูแลผมกับลูกมาอย่างดี ผมไม่อยากให้คุณทำอะไรเสี่ยงๆ สัญญานะครับว่าต่อไปนี้คุณจะไม่ทำอะไรบ้าๆเสี่ยงๆแบบนี้อีก” จินยองเอ่ยพร้อมเบะปากอีกคนสายตาก็จ้องมองไปด้วยความออดอ้อน



“อืม ฉันสัญญา เรากลับกันเถอะ” จินยองหันไปมองชานซองอีกครั้งก่อนจะเดินกลับไปที่รถพร้อมคนรัก ครอบครัวของเขาคงจะได้อยู่อย่างสงบสุขสักที



 

 

“แจ็คสัน ทำไมไม่อุ้มลูกดีๆ” เสียงบ่นกรนของคนเป็นภรรยาเอ่ยดุสามีที่นั่งเกร็งยิ้มอยู่บนโซฟาในห้องรับแขก เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะยองแจกำลังจัดท่าทีจัดมุมเพื่อจะถ่ายรูปครอบครัวน่ะสิ ถ้าหากก่อนหน้านี้ยองแจกลับไปที่เกาหลีก็คงเปิดร้านถ่ายรูปแบบเดียวกับชาลีแล้ว แต่ตอนนี้เขาได้แต่ให้คนไปทำการตกแต่งร้านเอาไว้ เมื่อเขาจัดการเคลียธุระเสร็จก็คงจะพร้อมดำเนินงานเปิดกิจการทันที ยองแจไม่ได้เรียนถ่ายรูปมาแต่เขาเป็นคนชอบทางด้านนี้มากและวันนี้แจ็คสันและตระกูลหวังนั้นจะถูกเอามาเป็นนายแบบให้กับช่างภาพยองแจ



“ก็ผมอุ้มเด็กไม่เป็นนี่ครับ คุณดูชิงชิงมองหน้าผมสิ แกทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ตลอดเวลาเลยนะคุณ” แจ็คสันเอ่ยพร้อมก้มลงมองเจ้าตัวเล็กที่ตอนนี้ได้แต่เบะปากมองหน้าคนเป็นพ่อ หน้าตาตอนนี้พร้อมจะแผดเสียงร้องอยู่ตลอดเวลา



“ก็ต้องฝึก เดี๋ยวจะได้ถ่ายรูปเอาไปติดในห้องนอนของเราที่เกาหลีไง ยิ้มด้วย” ยองแจเอ่ยสั่ง ซึ่งแจ็คสันก็พยายามฉีกยิ้มสุดฤทธิ์จนยองแจต้องยืนมองด้วยแววตาเอือมระอาอีกครั้ง



“ขอยิ้มให้มันดูเป็นคนกว่านี้ได้มั้ย นี่อยากให้ลูกร้องจริงๆใช่มั้ย” ยองแจขมวดคิ้วมองไปที่คนรักอีกครั้ง จนอีกคนต้องโอนอุ้มเจ้าหนูเข้ามาใกล้ ดวงตาคมมองไปที่เด็กน้อยน่ารักด้วยความตั้งใจ จากท่าทีที่เบะปากเหมือนจะร้องไห้ กลับกลายเป็นนิ่งไปมืดเล็กๆพยายามเอื้อมมาจับใบหน้าของคนที่ตอนนี้เรียกได้ว่าเป็นพ่อของเขาก่อนเด็กน้อยจะยิ้มหวาน แก้มกลมๆนั้นทำให้แจ็คสันอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มตามพร้อมกับก้มลงจูบมือเล็กๆนั้นอย่างตั้งใจ



ยองแจมองภาพที่แสนประทับใจก่อนจะรีบกดชัตเตอร์รัวเพื่อให้ได้ภาพที่แสนน่ารักก่อนจะเริ่มถ่ายภาพครอบครัวที่มีคุณนายหวัง คุณหวัง เขา แจ็คสัน และสมาชิกใหม่ที่ยิ้มหวานให้กับกล้อง



ตอนนี้คำว่าครอบครัวของเขา มันเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้วสินะ เป็นสิ่งที่ยองแจและแจ็คสันต้องการมานาน ถึงแม้ตัวเขาจะไม่ได้ตั้งท้องลูกด้วยตนเอง แต่ยองแจและแจ็คสันก็รักเด็กคนนี้มาก และเตรียมพร้อมที่จะทำให้เด็กคนนี้เติมโตมาเป็นเด็กที่ดีและมีครอบครัวที่อบอุ่นเหมือนคนอื่นๆ



“เดี๋ยวผมเอารูปไปล้างเมื่อไหร่จะเอาใส่กรอบมาให้นะครับ คุณแม่ก็เตรียมหามุมสวยๆแขวนรูปได้เลยครับ” ยองแจหันไปบอกแม่สามี ซึ่งคุณนายหวังก็ยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มใจดี ตอนนี้อาการป่วยดีขึ้นมากแล้วทำให้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แจ็คสันก็มีแผลนว่าหากเรื่องต่างๆลงตัว เขาก็จะพายองแจและเจ้าตัวเล็กกลับไปอยู่ที่เกาหลี ให้ยองแจทำตามสิ่งที่อยากทำคือเปิดร้านถ่ายรูป ซึ่งได้รับคำแนะนำหลายๆอย่างมาจากชาลีเพราะชาลีนั้นก็ทำงานด้านนี้เช่นกัน แจบอมจะยกธุรกิจให้ยองแจดูแลห้าสิบเปอร์เซ็นเพราะยังไงก็เป็นธุรกิจครอบครัว แต่ยองแจก็ไม่ยอมเพราะตนเองไม่ถนัดงานด้านนี้ตั้งแต่แรกเลยเลือกทำในสิ่งที่ตัวเองชอบจะดีกว่า



“ดีเลยจ๊ะยองแจ ว่าแต่เย็นนี้ว่างมั้ยจ๊ะ แม่อยากจะให้เรากับแจ็คสันไปงานเลี้ยงที่ประธานจางจัดสักหน่อย แม่กับพ่อคงไปไม่ไหววันนี้เพลียมากเลย” คุณนายหวังเอ่ย



“ได้ครับ ถ้าเกิดว่าพวกเราสองคนไป ต้องฝากคุณแม่ดูแลชิงชิงแทนด้วยนะครับเพราะคงพาไปด้วยไม่ได้จะงอแงเอา”



“จ๊ะ ไม่ต้องห่วง”



“ว่าแต่งานเลี้ยงนี้เป็นงานเลี้ยงเนื่องด้วยในโอกาสอะไรเหรอครับ”



“เห็นว่าน่าจะเป็นงานเปิดตัวแบรนด์น้ำหอมของชูฉินนะจ๊ะ” แค่ได้ยินชื่อของหญิงสาวยองแจก็พยักเพยิดหน้าก่อนจะหันไปมองแจ็คสันที่ตอนนี้เอาแต่สนใจลูกชายตัวน้อย



 

บางทีงานนี้อาจจะช่วยให้เขาได้ทำอะไรสนุกๆก็ได้นะ



คืนนั้น

แจ็คสันและยองแจต่างแต่งตัวเรียบร้อยด้วยชุดสูทดูภูมิฐาน แต่ยองแจแต่งตัวเสร็จก่อนจึงของตัวลงไปรอข้างล่าง ซึ่งแจ็คสันก็ไม่คัดค้านอะไร พอเขาแต่งตัวเสร็จก็ตามลงไปด้านล่างทันทีก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเพราะเขาเห็นยองแจและอาเจี้ยนกำลังยืนคุยกันอยู่



“คุยอะไรกันอยู่เหรอ” ร่างหนาถามออกไปโดยที่ไม่ได้คิดอะไรแต่ท่าทีของยองแจกับอาเจี้ยนกลับแสดงท่าทีแปลกๆเหมือนตกใจที่จู่ๆแจ็คสันก็ลงมาแบบนี้



“เปล่านี่  เดี๋ยวอาเจี้ยนจะขับรถไปให้พวกเรานะ”



“ไม่ต้องหรอกเดี๋ยวผมขับให้คุณไง” แจ็คสันเอ่ยขึ้นเพราะเขาคิดว่า เขาขับไปเองจะดีกว่าเพราะไม่อยากจะให้อาเจี้ยนจะต้องไปรอพวกเขาเป็นเวลานาน แบบนั้นอาเจี้ยนจะเบื่อเอา



“ไม่เอาผมอยากให้อาเจี้ยนขับ” ยองแจเอ่ยขึ้นมาอีก ทำให้แจ็คสันหรี่ตามองคนเป็นภรรยาด้วยความสงสัย



“คุณแปลกๆนะ”



“ป...แปลกอะไร ไม่หรอก ก็แค่เผื่อเราทั้งสองคนดื่มหนักทั้งคู่ไง ให้อาเจี้ยนไปขับรถให้น่ะดีแล้ว เมาไม่ขับไง” ยองแจแถออกนอกโลกไปเรื่อย แจ็คสันพยักหน้ารับ ยอมตามใจคนเป็นภรรยา อยากทำอะไรเขาก็ยอมตามใจหมด



“ตามนั้นก็ได้ เราไปกันเถอะ ผมอยากจะรีบไปรีบกลับ” ร่างหนาเอ่ยอีกครั้งก่อนจะขึ้นรถไปนั่งอยู่ที่เบาะหลง ยองแจหันไปยิ้มให้อาเจี้ยนก่อนทั้งคู่จะขึ้นรถไปด้วยกันทั้งคู่



 



ใช้เวลาเพียงไม่นานก็มาถึงงาน แจ็คสันและยองแจเดินเข้าไปในงาน แขกในงานมากหน้าหลายตาไม่ว่าจะเป็นไฮโซ เจ้าของธุรกิจหรือแม้แต่ลูกเศรษฐีที่โด่งดังกันไปทั่วฮ่องกงก็มากันมากมาย ตั้งแต่ทางเขานั้นถูกประดับประดาไปด้วยรูปภาพของชูฉินที่ถ่ายออกมาอย่างสวยงาม ที่พวกเขามาในวันนี้ก็ได้เตรียมของขวัญเล็กๆน้อยๆติดมือมาด้วย แจ็คสันและยองแจเดินเข้าไปในได้ไม่นานก็มีผู้คนมองไปที่ทั่งคู่เป็นตาเดียวกัน แต่สายตาแบบนั้นทำให้ยองแจรับรู้ได้เลยว่า มันเป็นสายตาที่มองมาด้วยความสงสัยมากมาย



“เขามองพวกเราทำไม” แจ็คสันเอ่ยถามคนรักเบาๆ ยองแจมองไปรอบๆก่อนจะทำหน้าครุ่นคิด



“มันอาจจะไม่มีอะไรหรอกมั้ง รีบๆเอาของไปให้ยัย ไม่สิ คุณชูฉินเถอะไม่อยากอยู่นาน” ยองแจเอ่ยก่อนทั้งคู่จะมองเห็นชูฉินกำลังคุยกับเพื่อนๆของเธออยู่ในงาน แจ็คสันกับยองแจจึงเดินเข้าไปหาเพื่อแสดงความยินดีด้วย



“อ้าว คุณแจ็คสัน คุณยองแจ มาแล้วเหรอคะ” ชูฉินเอ่ยเสียงอ่อนเสียงหวานก่อนจะเดินเข้ามาเกาะแขนของแจ็คสันทำให้ยองแจได้แต่พยายามเก็บอารมณ์เอาไงได้แต่มองอยู่แบบนั้น



 

แบบนี้แหละนะ ถึงได้พาอาเจี้ยนมาด้วย รับรองสนุกแน่



 

“ฉันขอยืมควงคุณแจ็คสันสักครู่นะคะ หวังว่าคุณยองแจจะไม่ว่ากันนะคะ” ชูฉินกันไปเอ่ยกับยองแจ



“อ่อ ตามสบายเลยครับ เดี๋ยวผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ” เอ่ยจบก็เดินออกไปทิ้งให้แจ็คสันรับหน้าอยู่คนเดียว



“นี่เหรอคะคุณแจ็คสันลูกชายของประธานหวัง ตัวจริงหล่อมากเลยนะคะ”



“เอ่อ...ขอบคุณครับ”



“แล้วก่อนหน้านี้ไปได้ข่าวว่าไปอยู่ที่เกาหลีมาเหรอคะ ไปทำงานเหรอคะ” ตอนนี้เพื่อนๆของชูฉินต่างหากันยิงคำถามใส่แจ็คสันไปมา



“ครับ ไปทำงานน่ะครับ” แจ็คสันได้แต่ตอนพร้อมยิ้มแห้งๆ มองหาคนเป็นภรรยาที่ตอนนี้หายลับตาไปไหนแล้วก็ไม่รู้



“เนี่ย ชูฉินชอบพูดถึงเรื่องของคุณมากเลยนะคะ ยัยนี่ชอบคุณมากเลยนะคะ” เพื่อนของชูฉินเอ่ยออกมาอีก



“บ้า ซิ่วเหม่ยเธออย่าพูดแบบนี้สิ ฉันเขินนะ เอ่อ คุณแจ็คสันอย่าถือสาคำพูดของเพื่อนฉันเลยนะคะ”



“ผมไม่ถือสาหรอกครับ เพราะใครๆก็รู้ว่าผมมีภรรยาแล้ว” แจ็คสันเอ่ยออกไปด้วยท่าทีนิ่งๆ เขาไม่ได้ต้องการที่จะหักหน้าใคร เขาพูดออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจจะพูดเพื่อทำให้อีกคนเสียหน้า แต่มันกลับเป็นคำพูดที่ทำให้หญิงสาวหุบยิ้มกันแทบไม่ทัน



“เดี๋ยวนะ นี่คุณแจ็คสันเขามีภรรยาแล้วเหรอ ไหนเธอบอกว่าเธอกับเขากำลังสานสัมพันธ์กันไงชูฉิน” ซิ่วเหม่ยกระซิบถามเพื่อนสาวด้วยความสงสัย เพราะเธอเห็นเพื่อนพูดอวดนักอวดหนาว่ากำลังคบหาดูใจกับลูกชายของประธานหวัง



“มีแล้วก็เลิกได้ คอยอย่างฉันผู้ชายคนไหนก็อยากได้เธอลืมไปแล้วเหรอ”



“แต่เขามีภรรยาแล้ว ฉันละอยากเห็นจังว่าภรรยาคุณแจ็คสันจะเป็นคนแบบไหน” สองสาวยังคงกระซิบกระซาบคุยกันแบบนั้น



“ก็คนหน้าจืดๆตัวซีดๆที่ยืนข้างคุณแจ็คสันเมื่อกี้ไง”



“ห้ะ ผู้ชายเหรอ”



“ก็ใช่น่ะสิ ฉันเห็นแบบนี้ก็สงสารจริงๆเลย ฉันก็เลยอยากจะดึงเขาให้ออกมาจากความหน้ามืดตามัวไง” ชูฉินยังคนเอ่ยออกมาอีก แต่ตอนนั้นแจ็คสันไม่ได้สนใจพวกเธอเลยเพราะเขากำลังมองหาภรรยาคนดีที่หายไปนานเกินไป ก่อนสายตาของเขาจะมองไปเห็นอาเจี้ยนเดินหายเข้าทางหลังเวที



“คุณแจ็คสันจะดื่มอะไรมั้ยคะเดี๋ยวดิฉันให้คนเอามาให้” ชูฉินเอ่ยอย่างเอาใจ



“สั่งเผื่อผมด้วยได้มั้ยครับ” เสียงของยองแจเอ่ยแทรกขึ้นทำให้หญิงสาวปั้นยิ้มแทบไม่ทัน



“อะ อ้าวมาแล้วเหรอคะคุณยองแจ ไม่ทราบว่าจะรับอะไรดีคะ” เธอกลับมาปั้นหน้าเป็นหญิงสาวผู้แสนดีอีกครั้ง ยองแจได้แต่ยิ้มอยู่ในใจ รอดูอะไรดีๆที่จะเกินขึ้นจากนี้ดีกว่า...



“ขอเป็นคอกเทลก็ได้ครับ ผมอยากดื่มอะไรอ่อนๆ ไม่ชอบอะไรแรงๆน่ะครับ บางทีออกตัวแรงไปเดี๋ยวจะหน้าแหก...คือผมหมายถึง ถ้าดื่มอะไรแรงๆแล้วขับรถ ออกตัวแรงมันจะทำให้เกินอุบัติเหตุเอาน่ะครับ” ยองแจเอ่ยพร้อมรอยยิ้มแต่หญิงสาวรู้ดีว่ายองแจจะต้องว่าเธอแน่ๆแต่ก็พยายามเก็บอารมณ์เอาไว้พร้อมฉีกยิ้มออกมา



“ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันสั่งให้นะคะ” ว่าแล้วเธอก็หันไปสั่งเครื่องดื่มกับพนักงานเสิร์ฟในงาน



“คุณทำไมหายไปนานจัง”



“ก็แค่ไปทำธุระนิดหน่อย”



“ธุระอะไร”



“ไม่มีอะไรหรอกน่า” ยองแจยิ้มกริ่มก่อนจะมองไปยังเวที แจ็คสันมองตามสายตาของคนรักไปก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจที่จู่ๆบนเวทีก็มีโปรเจคเตอร์เลื่อนลงมา ทุกสายตาต่างจับตามองไปที่จอโปรเจคเตอร์ค่อยๆปรากฏวีดีโอที่เหมือนกันเป็นการแอบถ่าย แต่เสียงที่ออกมากลับชัดเจนซะจนแค่ดูก็รู้ว่าเป็นใคร



 

“ตกลงพวกคุณสองคนจะช่วยฉันยังไงคะ ฉันต้องการแต่งการกับคุณแจ็คสันมาก หวังว่าเรื่องนี้พวกคุณคงช่วยฉันได้นะคะ”



“แน่นอนสิคะ พวกเราช่วยได้แน่ แต่ว่าถ้าเกิดพวกเราช่วยแล้วพวกเราจะได้อะไรตอบแทนคะ”



“หุ้นในบริษัทของคุณพ่อฉัน มันคงจะคุ้มค่ากับการช่วยเหลือนะคะ”



“แน่นอนค่ะ ขอบคุณมากเลยนะคะ ตอนนี้ฉันกำลังพยายามพูดให้แจ็คสัน



เข้าใจอยู่ค่ะว่าการมีเมียเป็นผู้ชายมันน่ารังเกียจขนาดไหน แล้วเรื่องนี้ไว้ใจพวกเราได้เลยค่ะ พวกเราจะจัดการให้แน่”



 

วีดีโอสั้นๆนั้นจบลงไป มันเป็นวีดีโอการสนทนาอยู่ในห้องห้องหนึ่งของ ชูฉิน และน้าสาวทั้งสองของแจ็คสัน ซึ่งนั่นก็คือน้าเวยกับน้ายู่หงนั่นเอง เมื่อวีดีโอจบทุกสายตาต่างมองมาที่ร่างของชูฉินด้วยแววตาไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน



“ไม่นะคะ นั่นไม่ใช่ฉันนะคะ” ชูฉินพยายามปฏิเสธ แต่ทั้งเสียงและหน้าตามันบ่งบอกว่าเป็นเธอเลย และน้าสาวของแจ็คสันก็อยู่ในงานนี้เช่นกัน



“ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้ นี่ของที่ผมเอามาแดงความยินดี ผมขอตัวนะครับ” เอ่ยจบแจ็คสันก็วางกล่องของขวัญไว้บนโต๊ะก่อนจะเดินออกมาโดยที่ไม่ลืมที่จะดึงแขนภรรยามาด้วย เขามั่นใจว่าเรื่องวุ่นๆนี้ภรรยาตัวแสบของเขาต้องเป็นคนทำแน่ๆ



 

 



เมื่อกลับมาถึงที่บ้าน แจ็คสันก็เดินตามยองแจที่พยายามเดินหนีเขาไปติดๆก่อนจะก้าวไปขวางไว้ด้านหน้าเพื่อนที่จะสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น



“เมื่อกี้ฝีมือคุณใช่มั้ย”



“ฝีมืออะไรเหรอ นี่ฉันง่วงมากแล้วขอตัวไปอาบน้ำนอนก่อนนะ” เอ่ยจบก็ทำท่าหาวขึ้นมาซะดื้อๆโดยที่แจ็คสันรู้ดีว่าอีกคนแค่ต้องการบ่ายเบี่ยงไม่ตอบคำถามของเขา



“คุยกันก่อน บอกผมมาว่าทำไมคุณถึงไปได้คลิปพวกนั้นมา”



“ก็...อาเจี้ยนมาบอก”



“วันนี้คนที่เอาไปปิดในงานก็คืออาเจี้ยนใช่มั้ย”



“อื้ม ก็ใช่” เอ่ยจบยองแจก็เหลือบมองร่างหนาตรงหน้า แจ็คสันถอนหายใจเบาก่อนจะดึงอีกคนเข้ามากอด



“ผมไม่เคยดุ หรือว่าคุณเลยนะที่จะทำเรื่องแบบนี้ แต่ระวังหน่อยถ้าเขามาหาเรื่องคุณล่ะจะทำยังไง”



“ฉันเอาตัวรอดได้น่า นี่ใครให้มันรู้ซะบ้าง”



“นี่ยองแจเมียผมไง” ร่างหนาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหยอกล้อก่อนจะอมยิ้มทำเอาร่างบางถึงกับหุบยิ้มไม่ได้



“บ้า”



“รีบไปอาบน้ำนอนเถอะครับ เดี๋ยวผมไปรับตาหนูที่ห้องแม่เอง” คืนนี้เหมือนอะไรๆมันจะจบแต่ความเป็นจริง คลิปมันไม่ได้จบอยู่แค่นั้นหรอกนะ ยองแจยังรวบรวมวีดีโออีกมากมายที่เป็นวีดีโอฉาวที่ชูฉินไปนอนด้วยมากหน้าหลายมามาเปิดในงานด้วย ตอนนี้ไม่รู้ในงานจะวุ่นวายมากขนาดไหน



 



ทางด้านของซองแจ

หลังจากกลับมาจากอเมริกา มาร์คก็ให้เขาลาหยุดงานได้เป็นเวลาสองอาทิตย์เต็มๆ เขาจึงเลือกที่จะกลับไปหาพ่อแม่เป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ และอีกหนึ่งอาทิตย์ก็ไปเที่ยวในแบบที่เขาชอบ โดยปกติซองแจเป็นคนค่อนข้างชอบไปหาร้านนั่งดื่มชิวๆ เปิดเพลงสบายๆคลอไปด้วย เขารู้สึกเหมือนได้มานั่งพักผ่อนแบบที่ไม่ต้องสนใจใคร วันนี้ซองแจก็ได้มานั่งดื่มที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่งแถวฮงแด ร้านนี้เป็นร้านที่เขาชอบเพราะคนไม่แออัดมากบวกกับเหล้าของที่นี่ก็ถูกปากเขาอีกด้วย



ซองแจค่อยๆนั่งจิบเหล้าราคาแพงไปเรื่อยๆโดยที่สายตาก็จับจองอยู่ที่แก้วกลมๆในมืออยู่อย่างนั้นก่อนจะสะดุ้งเฮือกเมื่อมีคนมากระซิบข้างๆหูของเขา



“มาคนเดียวเหรอ” เสียงทุ้มใหญ่ของใครคนหนึ่งทำให้เขาต้องรีบหันไปมองที่ต้นเสียง ก็พบว่าตอนนี้มีชายคนหนึ่งเดินมานั่งตรงเคาท์เตอร์บาร์ข้างๆที่ยังว่างอยู่ ชายคนนั้นสวมเสื้อยืดสีดำแขนสั้นทำให้เห็นรอยสักตั้งแต่ตรงคอมาจนถึงแขนได้อย่างชัดเจน



“คุณวังยอบ...คุณมาที่นี่ได้ไง”



“ฉันก็มาดื่มไง ไม่คิดเลยนะว่าหน้าเนิร์ดๆแบบนายจะดื่มเป็นด้วย”



“ผมก็ผู้ชายนะครับ ..เอ่อ ปกติคุณมาดื่มที่นี่เหรอ” ซองแจเอ่ยถามออกไป วังยอบคลึงแก้วเหล้าของตนเองไปมาก่อนจะหันไปตอบอีกคน



“เปล่าหรอก ฉันตามนายมา” คำตอบของวังยอบทำเอาซองแจชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะหันไปมองหน้าเคาท์เตอร์ต่อ พยายามไม่ต่อบทสนทนาใดใดเพราะในบางทีซองแจก็แอบรู้สึกว่า คำพูดของวังยอบมันแฝงไปด้วยความจริงจังมากเกินไป



“เจอกันทีไรก็ชอบพูดจาแปลกๆทุกทีนะครับ”



“อืม อาจจะแปลกสำหรับนายแต่สำหรับฉันมันปกติมากเลยนะ” วังยอบเอ่ยต่อไปอีกพร้อมช้อนตามองหน้าของอีกคนไม่วางตา



“...” ซองแจนั่งนิ่งพยายามดื่มเหล้าไปโดยไม่คิดจะสนใจก่อนที่วังยอบจะเอ่ยขึ้นมาอีก



“นายจะสั่งอะไรอีกมั้ย เดี๋ยวฉันเลี้ยง”



“ไม่ดีกว่าครับ เพราะว่าเดี๋ยวผมจะกลับแล้ว” และมันก็จะจบแบบนี้ทุกครั้งที่ทั้งคู่พบกัน เจอกันเพื่อชั่วครู่ก่อนจะแยกย้ายกันไป นั่นมันเป็นสิ่งที่ทำให้วังยอบหงุดหงิดทุกครั้ง



“ดื่มด้วยกันสักแก้วก่อนแล้วค่อยไปได้มั้ย”



“ก็...ได้ครับ” ในใจของซองแจพยายามไม่คิดอะไรก่อนจะตอบตกลง แค่คิดว่าดื่มอีกักแก้วก่อนจะแยกย้ายกันกลับไปมันน่าจะดีกว่า



 

แต่มันไม่ได้เป็นแบบนั้นน่ะสิ



 

ใครเขาจะปล่อยให้ผ่านไปแค่แก้วเดียวไม่มีทาง



 

แล้วตั้งใจตามมาขนาดนี้ ใครจะยอมปล่อยไปง่ายๆล่ะจริงมั้ย

 



ผลสุดท้าย จากแก้วเดียวก็กลายเป็นสอง สามและมากไปเรื่อยๆจนจุดจบของซองแจในตอนนี้มาอยู่ในรถของวังยอบซะแล้ว ซองแจคออ่อนกว่าที่เขาคิดคอพับไปกับโต๊ะในเวลาต่อมายังไม่ถึงสองชั่วโมง วังยอบไม่รู้ว่าซองแจเอารถของเขาไปจอดไว้ที่ไหน



“งั้นไปที่คอนโดของฉันก่อนน่าจะดีที่สุดนะ” เอ่ยจบวังยอบก็เข้าไปประจำตำแหน่งที่นั่งคนขับก่อนจะขับรถมุ่งไปที่คอนโดของเขา



 

แล้วถ้าเกิดซองแจฟื้นขึ้นมามันจะเป็นยังไงละเนี่ย




TBC

โปรดติดตามตอนต่อไปเร็วๆนี้นะคะ



สำหรับตอนนี้จะเป็นการเคลียในส่วนของคู่รองนะคะ แล้วก็ตอนหน้าจะจบแล้วน๊าาา ขอโทษที่ไม่ได้มาอัพนะคะ พึ่งกลับจาดตวจ. พึ่งจะมีwifiเล่นนี่แหละค่ะพึ่งกลับมาที่บ้าน ยังไงก็ฝากติดตามต่อไปด้วยน๊าา ใครไปงานตลาดกัซวันที่ 23/4 2017 นี้นะคะ แวะไปทักทายกันได้ที่บูธ B3นะคะใกล้ๆเวทีเลย




 

O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

1,252 ความคิดเห็น

  1. #1191 A. Wongsa (@sunghyo) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 13:27
    ร้ายแพคคู่
    #1191
    0
  2. #1190 My love markbam (@a_mote3030) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 21:09
    ร้ายทั้งเจ้านาย และลูกน้อง 55555
    #1190
    0
  3. #1189 Yezo (@hemme) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 23:43
    ร้ายๆกันทั้งนั้น อิอิอิ
    รอนะจร้า
    #1189
    0
  4. #1188 Lunarita Lucia (@lunarita-toei124) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 08:00
    เอาล้าวววว คู่คุณพี่เลี้ยงกับคุณบอดี้การ์ดมาล้าวววว
    #1188
    0
  5. #1187 0942845903 (@0942845903) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 23:55
    อยากเห็นวังยอบกับซองแจอีกแล้วว555
    #1187
    0
  6. #1186 jeep_s (@pt_deda) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 23:06
    ยองแจนี่แสบจิงๆเลยนะ 555
    #1186
    0