{GOT7} MARKBAM #ฟิคแค้นรักร้าย2

ตอนที่ 2 : {แค้นรักร้าย2} Ep.01 : ความจำเสื่อม (100per.)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,356
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    21 ก.ย. 59










แค้นรักร้าย2

 

 

 

 

ถ้าหากขอพรได้ข้อหนึ่ง.

 

 

 

 

คนเราจะนึกถึงอะไร ? เงินทอง ? ชื่อเสียง ? เกียรติยศเหรอ ?

 

 

 

 

ถ้าเป็นคนอื่นคงคิดแบบนั้นละมั้ง..อะไรอีก ? สมหวัง.

 

 

 

 

ได้ครองคู่กับคนที่รัก ?

 

 

 

 

แบบนั้นสินะ..

 

 

 

 

แต่สำหรับผม...ถ้าขอพรได้จริงๆ

 

 

 

 

ผมคงขอให้สิ่งเลวร้ายที่กำลังก้าวเข้ามาในชีวิตผมหายไป..

 

 

 

 

หายไปโดยไม่ต้องพบเจอมันอีกเลย

 

 

 

ขอให้เค้า...

 

 

 

กลับมาจำผมละลูกๆได้อีกครั้ง...

 

 

 

 

 

แต่มันจะเป็นไปได้ไหมนะ ??

 

 

 

มันไม่น่าเกิดขึ้นกับเค้าเลย...ไม่น่าเลย ทำไมต้องเกิดขึ้นกับครอบครัวของผมเลย..ดวงตากลมทอดมองไปยังร่างสูงของคนรักที่ตอนนี้นอนนิ่งอยู่บนเตียง โดยที่ยั่งใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ อาการของคนบนเตียงแปรเปลี่ยนไปในทางที่ดีแล้ว มือเรียวเอื้อมไปกุมมือหนาของคนรักเอาไว้แน่น...

 

 

มาร์คต้วน.. นอนนนิ่งอยู่บนเตียงมาสามวันติดกันแล้วไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาเลย ที่เค้าเป็นแบบนี้ก็เพราะเค้าโดนคานเหล็กหล่นลงมาทับระหว่างที่กำลังเดินตรวจงานการก่อสร้างตึกที่จะสร้างคอนโดใหม่กลางใจเมืองเพื่อเปิดเป็นธุรกิจใหม่กระแทกโดนศรีษะเข้าอย่างจัง โชคดีที่สมองไม่บวมแต่ถึงยังไงก็ต้องรอดูอาการไปก่อนว่าจะมีผลข้างเคียงอะไรรึเปล่า..

 

 

แต่สิ่งที่คุณหมอเอ่ยไว้ก่อนจะย้ายมาร์คต้วนออกมาจากห้องไอซียูคือ.. มีความเป็นไปได้สูงที่ร่างสูงจะ...

 

 

 

 

 

สูญเสียความทรงจำ.. 








 

“ม่ามี๊...ม่ามี๊ฮับ” เสียงใสใสของเจ้าตัวเล็กวัย19เดือนดึงให้ร่างเล็กของผู้เป็น แม่ ที่กำลังเหม่อลอยให้หันกลับมามองลูกแฝดตัวน้อยที่เดินจูงมือกันเข้ามาในห้องคนไข้ พร้อมกับชาลีและยูคยอมที่เดินตามเข้ามาด้วย เพราะวันนี้ชาลีและยูคยอมทำหน้าที่ช่วยพาเจ้าตัวเล็กออกไปเดินห้างมา พึ่งพากลับเข้ามาส่งตอนนี้

 

 

“วิน ดีแลน เป็นไงครับไปเที่ยวมาสนุกไหม” แบมแบมรีบหันมายิ้มให้ลูกตัวเล็ก พยายามปั้นหน้ายิ้มไม่แสดงออกถึงความผิดปกติใดใดที่จะทำให้เจ้าตัวเล็กรู้สึกได้ น้ำตาที่จะไหลในตอนแรกก็ย้อนกลับไปในทันที

 

 

“หนุกฮับ แต่ว่าไม่หนุกเท่าไปกับม่ามี๊กับแด๊ดดี้ฮับ” ดีแลนเป็นฝ่ายเอ่ยตอบออกมายิ่งทำให้ร่างเล็กอยากจะร้องไห้ออกมาใหญ่ ชาลีและยูคยอมที่มองอยู่ก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆเพราะก็ไม่รู้ควรจะช่วยยังไง

 

 

“แบมแบม ฉันซื้ออาหารมาให้นายด้วยนะ มาทานหน่อยไหม เดี๋ยวจะล้มป่วยไปอีกคนนะ” ชาลีเอ่ยพร้อมกับวางอาหารไว้บนโต๊ะที่อยู่ไม่ห่างจากตรงนั้นมากนัก ถ้าเอาตามความจริงแบมแบมกินอะไรไม่ลงหรอกแต่พอฟังจากคำพูดของชาลีแล้วก็จริง ถ้าเค้าล้มป่วยไปอีกคนก็คงไม่ดีเพราะตอนนี้เค้าต้องดูแลลูก

 

 

ร่างเล็กเดินตรงไปหาชาลีก่อนจะนั่งลงทานอาหาร ยูคยอมก็เป็นเพื่อนเล่นให้เจ้าสองแฝดไปพรางๆ ชาลีมองเพื่อนที่ค่อยๆตักอาหารเข้าปากช้าๆด้วยความเห็นใจ เค้ารู้ว่าแบมแบมเครียดมากขนาดไหนแต่ก็ไม่รู้จะช่วยยังไงนอกจากให้กำลังใจและช่วยดูแลแฝดตัวน้อย

 

 

“วินอย่าปีนขึ้นไปแบบนั้นสิครับ” เสียงของยูคยอมเอ่ยขึ้น ทำให้แบมแบมและชาลีหันไปมองทางต้นเสียงก็เห็นยูคยอมทำท่าจะเข้าไปอุ้มวินที่ปีนเก้าอี้จากข้างเตียงขึ้นไปนอนซุกอยู่บนอกผู้เป็นพ่อ

 

 

“ม่ายเอา วินจะนอนกับแด๊ดดี้ แด๊ดดี้ไม่เล่นกับวินหลายวันแย้ว ฮึก..จะนอนกับแด๊ดดี้” เด็กนอนเอ่ยก่อนจะซุกไปที่อกของพ่ออย่างที่ชอบทำบ่อยๆทำเอาแบมแบมถึงกับกั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เพราะลูกไม่รู้เลยว่าพ่อเค้าตื่นจะมาอาจจะไม่เหมือนเดิม

 

 

“วินครับลงมาก่อนนะไปนอนทับแด๊ดดี้แบบนั้นไม่ได้นะ” ชาลีรีบเข้ามาช่วยเพราะรู้ว่าตอนนี้เพื่อนไม่ไหวแล้ว แต่ยังไม่ทันที่จะเข้าไปอุ้มเด็กน้อยออกมาจากอกของผู้เป็นพ่อ ร่างสูงที่นอนนิ่งอยู่ก็ค่อยๆขยับจนยูคยอมและชาลีที่ยืนอยู่ข้างเตียงถึงกับตกใจไม่น้อย

 

 

“อือ...อืมมมม” เสียงทุ้มติดแหบนิดๆดังขึ้นเรียกให้แบมแบมหันไปมองด้วยความตกใจ เด็กน้อยที่ตอนแรกซุกอกผู้เป็นพ่ออยู่ตอนนี้ค่อยๆลุกขึ้นนั่งก่อนจะยิ้มร่า

 

 

“แด๊ดดี้ตื่นแย้วววว” ดีแลนที่ยืนเกาะอยู่ข้างเตียงพูดขึ้นก่อนจะกระโดดไปมาด้วยความดีใจ ร่างสูงค่อยๆพยุงตัวขึ้นก่อนจะมองไปรอบๆห้องด้วยความประหลาดใจ แบมแบมก้าวเข้าไปหาคนรักก่อนจะยกยิ้มทั้งน้ำตา

 

 

“พี่มาร์ค..ฮึก..พี่มาร์คฟื้นแล้ว” ร่างเล็กก้าวไปใกล้แขนทั้งสองข้างกำลังจะยกขึ้นโอบกอดคนรักเพราะความดีใจ แต่มันก็ถูกสะกัดกั้นด้วยคำพูดที่ทำเอาจุกจนพูดไม่ออก

 

 

“นายเป็นใคร..”

 

 

แค่ได้ยินประโยคนั้นร่างทั้งร่างก็แข็งทื้อไปหมด ทำอะไรไม่ถูกน้ำตาในตอนนี้แรกที่ไหลเพราะความดีใจตอนนี้ก็ยังคงไหลเหมือนเดิม หากแต่มันไหลเพราะความรู้สึกที่ตรงกันข้าม ทำไมสิ่งที่ไม่อยากเกิดขึ้นต้องเกิดขึ้นด้วย

 

 

“พี่มาร์คนี่แบมเอง..”

 

 

“แบมไหน?...ฉันไม่รู้จักนาย” มาร์คขมวดคิ้วเข้มพร้อมตอบออกมาอย่างไม่ต้องคิด มองมาที่ร่างเล็กด้วยความงุนงง ใครๆก็รับไม่ได้ และไม่คิดว่าสิ่งน่ากลัวแบบนี้ต้องมาเกิดกับตัวเอง

 

 

 

 

 

 

และนั่นก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อหนึ่งสับดาห์ที่แล้ว.. วันนี้เป็นวันที่มาร์คกลับมาที่บ้านเป็นวันแรก เค้ามองไปรอบๆอย่างไม่คุ้นตาเท่าไหร่ อะไรๆรอบตัวดูแปลกใหม่สำหรับเค้า รวมไปถึง ภรรยาและลูก ดีที่วันนี้มีจินยองและแจบอมอยู่ด้วยทำให้แบมแบมไม่อึดอัดมากนัก เหหมือนคนที่มาร์คจำได้ในตอนนี้จะมีเพียงจินยอง และแจ็คสันเท่านั้น แม้แต่แจบอมที่เคยเรียนมาด้วยกันตอนนี้ก็ถูกลืมเลือนไปจากความทรงจำของมาร์คแล้ว

 

 

“ถ้ายังไงพวกผมกลับก่อนนะครับ ผมต้องไปรับลูกสาวที่เนิร์ดเซอรี่” จินยองเอ่ยก่อนจะหันไปมองที่แบมแบมด้วยความเป็นห่วง เพราะรู้ว่าแบมแบมมีสภาพจิตใจที่ไม่โอเคเพราะมาร์คเย็นยากับตนเอง มันแย่กว่าตอนที่ร่างสูงเคยเคยทำร้ายเค้าซะอีก

 

 

“แบมแบม...” แจบอมเอ่ยเรียกชื่อคนเป็นน้องเบาๆ

 

 

“แบมโอเคครับ พี่แจบอมกลับไปเถอะครับ” ร่างเล็กเอ่ยพร้อมรอยยิ้มที่ดูยังไงก็ฝืน แต่แบมแบมก็คงไม่ให้เค้าอยู่เป็นเพื่อนแน่ๆ

 

 

“มีอะไรโทรหาพี่...ถ้าไม่โอเคเดี๋ยวพี่ให้คนมารับ” แจบอมเอ่ยก่อนจะลูบหัวน้องชายเบาๆ แบมแบมพยักหน้ารับก่อนจะเดินไปส่งแจบอมและจินยองขึ้นรถ ร่างเล็กเดินกลับเข้ามาในบ้านก่อนจะยืนมองร่างสูงที่กำลังทำท่าจะเดินกลับขึ้นไปยังชั้นบนของบ้าน ดวงตาสีนิลมองตามแผ่นหลังกว่าไปอย่างตัดพ้อ เพราะมาร์คไม่คิดแม้แต่จะเข้ามาโอบกอด ไม่หยอกล้อเหมือนเดิม มันเหมือนความรู้สึกเดิมๆมันหายไป...

 

 

“ม่ามี๊...ดีแลนอยากนอนฮับ” ลูกตัวน้อยเดินเข้ามาหาร่างเล็กช้าๆ มืออูมๆขาวๆยกขึ้นขยี้เปลือกตา ซึ่งหันไปมองวินก็มีอาการไม่ต่างกันเพราะตอนนี้เป็นเวลานอนกลางวันของเด็กๆแล้ว

 

 

“งั้นไปนอนกันนะครับ” แบมแบมเอ่ยก่อนจะพาเจ้าตัวเล็กไปยังห้องนอนที่แยกมาอยู่ตรงข้ามกับห้องนอนของมาร์คและแบมแบม เวลาผ่านไปไม่นานเจ้าตัวเล็กทั้งสองก็เข้าสู้ห้วงนิทราไป แบมแบมก้มลงมองเจ้าตัวเล็กก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มให้และค่อยๆลุกจากเตียงเล็กช้าๆ แบมแบมก้าวออกมาจากห้องลูกน้อยโดยพยายามทำให้เสียงเบามากที่สุดและปิดประตูลงอย่างเบามือ

 

 

“เด็กๆหลับแล้วเหรอ?” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม ทำให้ร่างเล็กสะดุ้งน้อยๆก่อนจะหันไปมองต้นเสียง ก็เห็นคนเป็นสามีกำลังยืนมองมาด้วยแววตานิ่งๆ

 

 

“ชะ...ใช่ครับ” แบมแบมตอบเสียงสั่น ดวงตากลมก็หลบสายตาของอีกคนที่จ้องมองมาอย่างจงใจ

 

 

“อ่อเหรอ..” ร่างสูงตอบออกมาแค่นั้น ร่างเล็กได้แต่ลอบถอนหายใจก่อนจะเงยหน้ามองคนตรงหน้าอย่างกล้าๆกลัวๆ

 

 

“คือว่า...เดี๋ยวแบม...เอ่อ เดี๋ยวแบมมานอนกับเด็กๆนะครับ แบบนั้นพี่น่าจะสบายใจมากกว่า” แบมแบมเอ่ยเบาๆ เอาจริงๆมันก็เพื่อความสบายใจของตัวเค้าด้วยที่จะได้ไม่อึดอัดเวลาที่ต้องอยู่ด้วยกันสองคนเพราะตอนนี้มาร์คคนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว

 

 

“อืม..ก็ตามสบาย” ร่างสูงตอบออกมาแค่นั้นก่อนจะเดินหันหลังกลับเข้าห้องนอนไป..ร่างเล็กได้แต่มองตาม พร้อมความรู้สึกจุกอกที่ไม่เคยคิดว่าจะได้รับเมื่อแต่งงานกัน คนคนนั้นหันหลังเดินออกไป...

 

 

 

นี่คือชะตากรรมของเค้าตอนนี้จริงๆเหรอ...





Uploading...




 

 

 

 

ร่างเล็กนำของใช้ที่จำเป็นบางส่วนมาไว้ยังห้องนอนของลูกน้อยทั้งสองก่อนจะลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่คนรักถึงจะจำเค้าได้ มาร์คถึงจะจำเค้ากับลูกได้ รูปถ่ายที่ติดอยู่ข้างฝานั้นมันทำให้เค้านึกอะไรออกบ้างไหมนะ

 

 

 

 

 

“แบมแบม แบมว่าเอารูปไหนห้อยไว้ตรงหัวเตียงดีมั้ย” ร่างสูงหันมาถามคนตัวเล็กที่กำลังพับเสื้อผ้าตัวเล็กๆเก็บเข้าชุดให้เรียบร้อย เสื้อผ้าของลูกตัวน้อยที่ตอนนี้นอนอยู่บนเบาะนุ่มนิ่มใกล้ๆกับที่แบมแบมนั่งอยู่ เงยหน้าขึ้นมามองคนถามที่ตอนนี้ยืนถือกรอบรูปใหญ่ที่เป็นรูปจากตอนที่พวกเค้าพึ่งไปเที่ยวกันมาสี่คนพ่อแม่ลูก มาร์คพึ่งไปสั่งอัดกรอบสั่งมาเพื่อเอามาติดไว้ในหลายจุดทั้งห้องนอนของพวกเค้า ห้องนอนของสองแฝด และห้องนั่งเล่น

 

 

“เอาไว้ตรงหัวเตียงก็ดีนะครับ ตื่นมาจะได้มองทุกวันเลย” ร่างเล็กเอ่ยพร้อมกับยกยิ้ม

 

 

ทุกความทรงจำมันเด่นชัดเกินกว่าที่จะลบเลือน..

 

 

 

ร่างเล็กนอนมองลลูกน้อยทั้งสองก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจแล้วเดินไปยังเตียงเดี่ยวที่แยกเอาไว้ไม่ห่างจากเตียงของเด็กๆมาก ซึ่งเป็นเตียงที่มาร์คและแบมแบมจะเอาไว้นอนเฝ้าตอนเจ้าตัวเล็กไม่สบาย เพราะต้องคอยเช็ดตัวให้อยู่ตลอด แต่วันนี้กลับกลายเป็นว่าเตียงนี้กลายเป็นเตียงนอนที่ดูเหมือนจะเป็นเตียงนอนประจำของแบมแบมซะแล้ว

 

 

อีกฝั่งหนึง มาร์คที่นอนอยู่บนเตียงก็ได้แต่มองไปรอบๆ อะไรๆในห้องนี้มันดูคุ้นเคยไปหมด มันดูคุ้นตา แต่เค้าก็นึกอะไรไม่ออก จำไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องของแบมแบมกับลูก เอาจริงๆในความคิดของเค้าตอนนี้ก็ตกใจอยู่ไม่น้อยที่เด็กตัวเล็กๆคนนั้นจะเป็นคนรักของเค้า โครงหน้าเรียว ริมฝีปากอิ่มจมุกได้รูปดวงตากลมสีเข้มทุกอย่างมันดูถูกสร้างมาอย่างลงตัวอย่างบอกไม่ถูก

 

 

 

“ความทรงจำของคุณมันแค่หายไปชั่วขณะครับ แค่ช่วงเวลาสั้นๆ อาจจะใช้เวลาตั้งแต่สามเดือนถึงหนึ่งปีก็น่าจะกลับมาเป็นปกติแล้วครับ”

 

 

นั่นคือคำพูดของคุณหมอที่บอกกับมาร์คเอาไว้ก่อนจะอนุญาตให้เค้ากลับมาที่บ้านได้ ซึ่งเรื่องนี้มีเพียงมาร์ครู้ โดยที่เจ้าตัวขอร้องว่าไม่ให้บอกใคร มาร์คหันไปมองเตียงีกฝั่งที่ว่างอยู่ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็คงเป็นที่ที่เค้ากอดคนตัวเล็กคนนั้น มาร์คหันไปปิดไฟที่หัวเตียงก่อนจะข่มตาหลับ

 

 

“พรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกทีแล้วกัน” เสียงทุ้มเอ่ยออกมาก่อนจะนอนหลับไป

 

 

เช้าวันรุ่งขึ้น

“ม่ายยยยย ม่ายเอา งืออออออ ม่ามี๊งือออ ดีแลนมะกินผักกกกก” เสียงของลูกน้อยตัวเล็กดังลั่นบ้าน เรียกให้คนเป็นพ่อที่นอนคุดคู้อยู่บนเตียงให้ลุกขึ้นมาพร้อมกับเดินออกมาจากห้อง เพื่อเรียนรู้เช้าวันใหม่ มาร์คเดินลงบันไดมาก็เห็นลูกแฝดที่นั่งเบะปากอยู่บนโต๊ะอาหาร

 

 

“ม่ามี๊วินก็ม่ายกินผักกกก ไม่อะหย่อยเยย” วินเอ่ยบ้างก่อนจะยกมือขึ้นไปดันจานข้าวใบเล็กออกไปห่างๆ มาร์คยืนมองลูกตัวน้อยก่อนจะยกยิ้มน้อยๆ ร่างสูงค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ซึ่งเจ้าตัวเล็กทั้งสองเมื่อเห็นคนเป็นพ่อก็รีบกระโดดลงจากเก้าอี้แล้ววิ่งไปเกาะขาทันที

 

 

“แด๊ดดี้ๆๆ งือออออ ม่ามี๊ให้กินผัก วินม่ายกินนน”

 

 

“ดีแลนก็ม่ายกินน๊า” เจ้าสองแฝดจอมป่วนเกาะขอผู้เป็นพ่อก่อนจะแข่งกันฟ้องจะหาคนช่วยเพราะไม่อยากกินผัก ซึ่งคิดว่ามาร์คต้องช่วยได้แน่ๆ แบมแบมหันมามองลูกน้อยก่อนจะชะงักไปเพราะมาร์คกำลังมองมาที่ตนเอง

 

 

“เด็กๆไม่ยอมกินผักเหรอ?” มาร์คเอ่ยถาม

 

 

“ครับ...ถั่วลันเตาในข้าวผัดน่ะครับ พวกเด็กๆไม่ค่อยชอบกินผัก” แบมแบมตอบออกมาเบาๆโดยเลี่ยงการสบตากับอีกคน เพราะเค้ายังทำใจไม่ได้จริงๆที่อีกคนมองกลับมาด้วยแววตาที่ไม่เหมือนเดิม ซึ่งมาร์คก็รู้สึกได้ว่าอีกคนคงแอบรู้สึกแย่อยู่ไม่น้อย

 

 

“แล้วทำยังไงถึงจะยอมกินละครับเนี่ย รู้ไหมว่าผักมันมีประโยชน์นะครับ” มาร์คเอ่ยกับลูกน้อย เพราะถ้าเอาตามความจริงเวลาลูกๆไม่กินผัก คนที่ทำให้เด็กยอมกินก็จะมีแต่มาร์คนี่แหละ แต่ตอนนี้จะไปพูดให้อีกคนที่จำอะไรไม่ได้เลยคอยช่วยก็ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์ ร่างเล็กหันไปมองสามคนพ่อลูกก่อนจะถอนหายใจเบาๆแล้วเดินไปหยิบจานข้าวของเด็กๆขึ้น

 

 

“จะทำอะไร เด็กๆยังกินไม่หมดเลยนะ” มาร์คเอ่ยถาม

 

 

“ก็มันไม่มีวิธีทำให้เด็กๆกินนี่ครับ เดี๋ยวทำแพนเค้กให้เด็กๆก็ได้” ร่างเล็กเอ่ยออกมาอีก

 

 

“อย่าพึ่ง..เดี๋ยวฉันจัดการเอง” คำพูดของร่างสูงเรียกให้คนตัวเล็กต้องหันไปมอง ร่างสูงค่อยๆย่อตัวลงก่อนจะมองเด็กน้อยทั้งสอง ที่หน้าตาถอดแบบเค้าออกมาไม่มีผิดเพี้ยน

 

 

“แด๊ดดี้ดีแลนม่ายชอบผัก”

 

 

“วินด้วย” แฝดอีกคนเอ่ยตอบ มาร์คก้มลงไปใกล้ๆก่อนจะเอ่ยกับเจ้าตัวเล็กเบาๆ

 

 

“ม่ามี๊เค้าเสียใจนะครับถ้าไม่ยอมกิน ม่ามี๊ตั้งใจทำให้นะ” ร่างสูงเอ่ย

 

 

“แต่ผักไม่อะหย่อยนี่ฮับ”

 

 

“ช่ายๆไม่อาหย่อยเยย” แฝดน้อยยังคงเป็นลูกรับลูกส่งต่อคำพูดกันเป็นอย่างดี

 

 

“งั้นเอาอย่านี้มั้ย ถ้าเกิดว่าฉัน..เอ๊ย ถ้าเกิดว่าแด๊ดดีทำตามที่เราสองคนขอ เราจะยอมกินผักมั้ยครับ” มาร์คยื่ยข้อเสนอ ซึ่งดูเหมือนเจ้าตัวเล็กทั้งสองคนจะพึงพอใจเป็นอย่างดี เจ้าแฝดจอมป่วนยิ้มร่าก่อนจะกระซิบข้างหูของร่างสูง

 

 

ซุบซิบๆๆๆ

“หือ ???? เดี๋ยวนะ เอาแบบนี้เลยเหรอ?” มาร์คที่ฟังเจ้าตัวเล็กพูดก็ทำตาโตใส่ผู้เป็นลูกทันที เพราะสิ่งที่เจ้าตัวเล็กขอมามันเป็นเรื่องที่เค้าไม่คิดเลยว่าเด็กน้อยสองคนนี้จะขอ

 

 

“ฮับบบ แบบนี้เยยฮับ *^*” เจ้าสองแฝดประสานเสียงกันขึ้นมาพร้อมยิ้มร่า มาร์คยกมือขึ้นเกาหัวก่อนจะมองไปยังคนตัวเล็กที่ตอนนี้กำลังเคลียข้าวของแล้วล้างจานอยู่ มาร์คยืดตัวขึ้นเต็มความสูงก่อนจะก้มลงมองเจ้าตัวเล็กทั้งสองอีกครั้ง

 

 

“อย่าลืมนะครับ ถ้าแด๊ดดี้ทำเราสองคนต้องกินข้าวที่ม่ามี๊ทำจนหมดนะ” มาร์คย้ำกับเจ้าตัวเล็กอีกครั้ง

 

 

“ฮับบบบบบ” เสียงเจื้อยแจ้วของเจ้าแฝดประสานเสียงตอบกันเป็นอย่างดี มาร์คเดินตรงเข้าไปหาคนตัวเล็กวงแขนแกร่งจะโอบรอบเอวบางเอาไว้หลวมๆแล้วกดจมูกโด่งลงไปที่แก้มนิ่มๆของอีกคนจนคนตัวเล็กสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ

 

 

ดวงตากลมหันมามองคนรักก่อนจะเม้มปากแน่น พวงแก้มแดงระเรื่อทำตัวไม่ถูกเพราะตั้งแต่ที่มาร์คประสบอุบัติเหตุมาร์คก็แทบจะไม่เคยได้มากอดมาหอมแบมแบมแบบนี้เลย แถมประสบอุบัติเหตุอีก เรื่องจะให้เค้ากลัมาทำอะไรๆเหมือนเมื่อก่อนก็คงเป็นเรื่องที่ยากไปซะหน่อย แต่ตอนนี้ดันมาหอมแก้มร่างเล็กแบบนี้มันทำให้คนตัวเล็กหัวใจเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก

 

 

“พะ..พี่มาร์ค” ร่างเล็กเสียงอีกคนเสียงแผ่วก่อนจะมองเลยไปที่เจ้าตัวเล็กทั้งสองที่ตอนนี้กำลังหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุขก่อนจะวิ่งกลับมาที่โต๊ะกินข้าวอีกครั้งแล้วลงมือทานข้าวผัดพร้อมรอยยิ้ม

 

 

“คือ..ลูกบอกว่าให้ฉันหอมแก้มนาย แล้วลูกจะยอมกินข้าว” มาร์คเอ่ยตอบโดยที่วงแขนแกร่งยังไม่ยอมปล่อยออกจากเอวบางของอีกคนเลยแม้แต่น้อย

 

 

“งะ...งั้นก็ปล่อยได้แล้วมั้งครับ คือ...แบมจะล้างจาน” ร่างเล็กบอกด้วยท่าทีเขินๆก่อนจจะหันหน้าหนีร่างสูงไปล้างจานต่อ หัวใจตอนนี้เต้นแรงอย่างบอกไม่ถูกที่ถูกอีกคนโอบกอดเอาไว้แบบนี้ ร่างสูงค่อยๆปล่อยเอวของอีกคนออกช้าๆก่อนจะเดินไปนั่งกับเจ้าตัวเล็กทั้งคู่ แบมแบมถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะเดินไปเตรียมมื้อเช้าแล้วเอาไปวางให้มาร์ค เป็นมื้อเช้าง่ายๆแบบยุโรปที่ถูกจัดใส่จานเอาไว้เรียบร้อย พร้อมกับกาแฟอีกหนึ่งแก้ว มาร์คหันไปมองคนตัวเล็กน้อยๆก่อนจะเอ่ยขอบคุณแล้วลงมือทานอาหารตรงหน้าต่อ

 

 

 

ถึงสถานะการ์ณจะดูน่าอึกอัดไปสักนิด แต่อย่างน้อยก็ดูโอเคขึ้นมานิดนึงแล้วนะ ขอให้พี่มาร์คจำแบบกับลูกได้เร็วๆด้วยนะครับ..






Uploading...30%






 

 

หลังจากนั้นเพียงไม่นานชาลีและยูคยอมก็มาหาพวกเค้า เหตุผลแรกที่มาก็เป็นห่วงสถานะการณ์ของพวกเค้านี่แหละ ชาลีแยกมานั่งคุยกับแบมแบมที่ห้องรับแขกปล่อยให้มาร์คคุยกับยูคยอมอยู่ที่สวน ส่วนเด็กๆก็นั่งเล่นของเล่นอยู่ในห้องรับแขกกับแบมแบมและชาลี

 

 

“พี่มาร์คเค้าโอเคขึ้นไหม?” ชาลีหันไปถามเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆ แบมแบมหันมายิ้มเจือนๆให้เพื่อนก่อนจะถอนหายใจออกมายาว

 

 

“ก็...โอเคในระดับหนึ่งนะ เค้าปฏิบัติกับฉันอาจจะดูเย็นชาไปสักนิด แต่กับลูกเค้ายังดูอบอุ่นเหมือนเดิม” ร่างเล็กตอบออกมาด้วยน้ำเสียงเหนื่อยๆ ชาลีเอื้อมมือไปกุมมือเพื่อนก่อนจบีบเบาๆอย่างให้กำลังใจ

 

 

“ฉันว่าพวกนายสองคนควรมีเวลาอยู่ด้วยกันสองคนมากกว่านี้นะ”

 

 

“ตอนนี้ก็อยู่นะ” แบมแบมหันไปตอบ

 

 

“ไม่ใช่แบบนี้สิ ฉันหมายถึงว่านายน่าจะอยู่กับพี่มาร์คแค่สองคน มันอาจจะทำให้พี่เค้าจำอะไรได้เร็วขึ้นก็ได้นะ” ชาลีเอ่ยออกมาอีก

 

 

“จะเอาเวลาไหนไปอยู่กันสองคนละ ฉันมีลูกอีกสองคนต้องดูแลนะ” ร่างเล็กเอ่ยตอบออกไปเพราะตอนนี้เค้ามีครอบครัว มีลูกอีกสองคนที่ห้องดูแล ไม่ใช่คนที่ไม่มีพันธะอะไรแบบเมื่อก่อน ที่อยากไปไหนก็ไปได้โดยไม่ต้องคิดถึงอะไร สถานะการณ์มันค่อนข้างต่างกัน

 

 

“เอางี้ไหม นายไปเที่ยวกับพี่มาร์คสองคน แบบไปรื้อฟื้นความหลังไง เดี๋ยววินกับดีแลนฉันดูแลให้เอง ฉันพาเด็กๆไปที่ที่ทำงานได้สบายๆเลย พี่ยูคยอมก็ดูแลได้เพราะสองแสบชอบเล่นกับพี่ยูคยอมจะตาย” ชาลีเอ่ยต่อไปอีก

 

 

และไม่คิดเลยว่าวันนั้นมันจะเกิดขึ้นรวดเร็วอะไรแบบนั้น หลังากนั้นเพียงหนึ่งอาทิตย์มาร์คและแบมแบมก็มาอยู่ที่เกาะส่วนตัวของมาร์คที่อยู่ที่เกาะไต้หวัน ซึ่งมีบ้านพักส่วนตัวของมาร์คอยู่ที่นี่ กว่าพวกเค้าจะเดินทางมาถึงก็เกือบเย็นแล้ว ซึ่งมาร์คเคยพาแบมแบมมาตอนที่ทำการกักขังตัวแบมเอาไว้เพื่อแก้แค้นเจบี แล้วหลังจากนั้นก็ไม่ได้มาอีกเลยจนตอนที่ทั้งคู่แต่งงานกันมาร์คก็พาคนตัวเล็กมาฮันนีมูลที่นี่ และพอมีเจ้าตัวเล็กก็ไม่ได้มาอีกเลย

 

 

“คุณชายคุณแบมแบม ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ” ป้าช่ายลี่คนดูแลบ้านเดินออกมาพร้อมกับลุงห่านเฟิงเพื่อต้อนรับทั้งคู่ มาร์คและแบมแบมลงมาจากเรือก่อนจะยกยิ้มให้ทั้งคู่แล้วเดินตามเข้าไปในบ้านพัก

 

 

“เดินทางมาเหนื่อยไหมคะคุณแบมแบม คุณชาย ทำไมไม่พาคุณหนูตัวน้อยมาด้วยละคะ” ป้าช่ายลี่เอ่ยถามแบมแบมหันไปยิ้มให้ก่อนจะเอ่ยตอบช้าๆ

 

 

“คือเด็กๆต้องไปเรียนน่ะครับ แล้วผมก็อยากพาพี่มาร์คมาพักผ่อนด้วยน่ะครับ เลยให้เพื่อนช่วยดูแลเด็กๆให้”

 

 

“อ๋อ เป็นแบบนี้นี่เอง แต่ป้าก็อยากเห็นเด็กๆเหมือนกันนะคะต้องน่ารักมากแน่ๆเลย”

 

 

“น่ารักครับ หน้าตาถอดแบบพี่มาร์คมาเลย” ร่างเล็กเอ่ยก่อนจะยกยิ้มหวาน ซึ่งป้าช่ายลี่ก็พอจะนึกออกว่าเด็กๆคงออกมาน่ารักน่าชังขนาดไหน หลังจากที่พูดคุยกันไปสักพักก็ถึงเวลาอาหารเที่ยง ซึ่งป้าช่ายลี่ได้เตรียมอาหารไว้ให้พวกเค้าแล้ว

 

 

อาหารมื้อนี้เป็นอาหารง่ายๆเพียงไม่กี่อย่างสำหรับแค่มาร์คและแบมแบมเท่านั้น ทั้งคคู่ทานอาหารไปเรื่อยๆด้วยบรรยากาศที่เงียบสนิทมีเพียงเสียงช้อนและจานที่กระทบกันเบาๆเท่านั้น แบมแบมทานอาหารเพียงไม่กี่คำก็วางช้อนลงแล้วหยิบผ้าเช็ดปากขึ้นมาเช็ด มาร์คเมื่อเห็นว่าอีกคนหยุดกินแล้วก็เงยหน้าขึ้นไปมองก่อนจะขมวดคิ้วเข้ม

 

 

“ทำไมกินน้อยแบบนั้น” ร่างสูงถามเสียงนิ่ง

 

 

“ช่วงนี้ไม่ค่อยเจริญอาหารน่ะครับ คงเพราะเครียด แล้วก็เดินทางหลายชั่วโมงคงมึนๆด้วยเลยกินไม่ค่อยลงน่ะครับ” ร่างเล็กตอบออกมาเสียงแผ่ว เพราะรู้สึกมึนหัวจากการเดินทางอยู่ไม่น้อย ร่างสูงมองคนตัวเล็กที่ตอนนี้หน้าซีดๆก่อนจะเอื้อมมือไปแตะหน้าผากอีกคนเบาๆ

 

 

“นี่นายมีไข้ด้วยนี่...ป้าช่ายลี่ ป้าช่ายลี่มาหาผมหน่อย” ร่างสูงตะโกนเรียกป้าช่ายลี่เสียงดัง ซึ่งไม่นานเจ้าของชื่อก็เดินมาหยุดยืนข้างๆ

 

 

“เรียกป้าซะเสียงดังมีอะไรรึเปล่าคะ?” ป้าช่ายลี่หันไปถามร่างสูง เจ้าตัววมองหน้าคนตัวเล็กก่อนจะหันไปบอกป้าช่ายลี่

 

 

“เตรียมยาให้แบมแบมด้วย เค้าไม่ค่อยสบายน่ะครับ อ่อแล้วก็เดี๋ยวยังไงพรุ่งนี้เช้าเตรียมข้าวต้มไว้ให้เค้าด้วยนะครับ ข้าวต้มหมูนะครับ ระหว่างที่ผมอยู่ที่นี่ก็ไม่ขอรับอาหารที่เป็นกุ้งเลย เพราะแบมแบมแพ้” ร่างสูงเอ่ยออกมาด้วยใบหน้านิ่งๆ คำพูดของเค้าทำให้ร่างเล็กแปลกใจอยู่ไม่น้อย

 

 

...เค้าความจำเสื่อม แล้วจำได้ยังไงว่าแบมแบมแพ้กุ้ง..

 

 

“คะได้เลยคะคุณชาย เดี๋ยวป้าจัดการให้นะคะ” ป้าช่ายลี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่ม แบมแบมเลือกเก็บความสงสัยเอาไว้ในใจยังไม่พูดอะไรเพราะเค้าคิดว่ามันอาจเป็นความทรงจำบางอย่างที่มาร์คจำได้เท่านั้น ซึ่งถ้ามันเป็นแบบนั้นจริงๆก็คงดี

 

 

“งั้นเดี๋ยวแบมขอขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะครับ แบมเหนียวตัว” ร่างเล็กหันมาเอ่ยกับร่างสูงและป้าช่ายลี่ก่อนจะเดินขึ้นห้องไป มาร์คมองตามร่างเล็กก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะวางช้อนลงแล้วยกมือขึ้นลูบหน้า

 

 

เอาเป็นว่าฉันจะใช้เวลาที่นี่อยู่ให้มีค่าที่สุดนะ...

 

 

ร่างเล็กอาบน้ำเสร็จก็เดินออกมานั่งอยู่ที่ปลายเตียงก่อนจะหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กขึ้นมาเช็ดหัวแล้วคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ในใจได้แต่หวังว่าระยะเวลาที่พามาร์คมาที่นี่ ขออย่างเดียวอย่าให้มันสูญเปล่าไปเลย ในขณะที่กำลังคิดอะไรไปเรื่อยร่างสูงก็เปิดประตูเข้ามาในหห้องพร้อมถือยาและแก้วน้ำเข้ามาด้วย ขาเรียวก้าวมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าอีกคนก่อนจะยื่นแก้วน้ำและยาให้

 

 

“กินยากันเอาไว้ เพราะดูเหมือนนายจะไม่สบายพรุ่งนี้จะได้ไม่เป็นหนัก” ร่างสูงเอ่ย คนตัวเล็กเงยหน้ามองอีกคนก่อนจะรับยามากินแล้วดื่มน้ำตามก่อนจะส่งแก้มคืนให้ร่างสูง ซึ่งเจ้าตัวก็รับมาก่อนจะเอาไปวางไปบนโต๊ะก่อนจะยกมือขึ้นแตะหน้าผากของอีกคนเบาๆ

 

 

“ตัวรุมๆแบบนี้ต้องปรับแอร์หน่อยแล้ว แล้วนี่รู้ตัวว่าไม่สบายจะสระผมทำไม?” ร่างสูงถามออกมานิ่ง คำพูดนิ่งๆแต่แฝงไปด้วยความห่วงใยทำให้ร่างเล็กรู้สึกดีอยู่ไม่น้อย ดวงตากลมมองไปร่างสูงก่อนจะยกยิ้มละมุน

 

 

“แบมติดน่ะครับต้องสระผม”

 

 

“อืมๆรีบไดร์ผมให้แห้งก่อนจะดีกว่านะ ว่าแต่...รู้สึกว่าที่นี่จะไม่มีไดร์ใช่ไหม? งั้นรอก่อนนะฉันอาบน้ำเสร็จแล้วจะมาเช็ดผมให้” มาร์คเอ่ยก่อนจะเดินไปหยิบผ้าขนหนูแล้วเข้าไปในห้องน้ำ ทิ้งให้คนตัวเล็กนั่งทำท่างุนงงอยู่ที่ปลายเตียง

 

 

“เดี๋ยวนะ...พี่มาร์ครู้ได้ไงว่าไม่มีไดร์เป่าผม เพราะมันพึ่งพังไปเมื่อรอบที่แล้วที่พวกเรามากัน แถมพี่มาร์คก็เป็นคนบอกป้าช่ายลี่ว่าไม่ต้องซื้อมาใหม่...มันชักจะยังไงยังไงแล้วนะทำไมจำเรื่องที่ไม่น่าจะจำได้ได้ตั้งสองเรื่อง” แบมแบมได้แต่บ่นพึมพำกับตนเองเบาๆ แต่เค้าก็พยาพยามไม่อยากจะคิดอะไร หรือจับผิดมาร์คเพราะตอนนี้เค้าเหนื่อยกับการเดินทางเกินกว่าที่จะมาจับผิดใคร

 

 

ใช้เวลาเพียงไม่นานร่างสูงก็ออกมาจากห้องน้ำพร้อมเสื้อกล้ามสีขาวและกางเกงนอนขาสั้นร่างสูงเช็ดตัวเช็ดหน้าเรียบร้อยก็เอาผ้าขนหนูไปตากที่ราวแขวนผ้าขนหนูที่มุมห้องก่อนจะเดินไปหาคนตัวเล็กที่ยังคงนั่งเช็ดผมอยู่

 

 

“ฉันเช็ดให้” มาร์คนั่งลงก่อนจะดึงผ้าขนหนูผืนเล็กมาจากมือของร่างเล็กแล้วค่อยๆเช็ดผมให้อีกคนหนึ่งอย่างเบามือ ร่างเล็กได้แต่นั่งนิ่งให้อีกคนเช็ดผมไปเรื่อยๆโดยที่ไม่ได้พูดอะไร ร่างสูงก้ใลงมองเสี้ยวหน้าหวานของอีกคนอย่างพิจารณา ก่อนจะไล่สายตาลงมาที่ลำคอขาวที่เผยให้เห็นอยู่ตรงหน้า ร่างสูงหยุดมือลงก่อนจะโน้มลงไปใกล้อีกคน ริมฝีปากหยักจูบซับลงที่ท้ายทอยขาว จนคนตัวเล็กต้องหดคอหนี

 

 

“อื้อออ...พะ..พี่มาร์ค ทะ..ทำอะไร” ร่างเล็กเบนตัวหนีก่อนจะหันหน้าไปหาคนรัก เปิดโอกาสให้มาร์คกดคนตัวเล็กลงไปบนเตียงกว้างได้อย่างง่ายดาย ดวงตาคมจ้องมองใบหน้าหวานของอีกคนก่อนจะยกมือขึ้นมาเกลี่ยพวงแก้มใสช้าๆ

 

 

“พวกเราสองคนเคยมีอะไรกันใช่ไหม?” ร่างสูงยิงคำถามออกมาทำเอาคนตัวเล็กหน้าร้อนผ่าวไปทั้งหน้า

 

 

“คะ...เคยครับ”

 

 

“บ่อยรึเปล่า?..” ยิ่งเป็นคำถามนี้ก็ยิ่งทำเอาคนตัวเล็กหน้าแดงขึ้นไปอีก

 

 

“กะ..ก็...เอ่อ..คือ” ร่างเล็กอ้ำอึ้งตอบไม่ถูก เพราะถ้าตามความเป็นจริงก็คงต้องตอบว่าบ่อย

 

 

“แสดงว่าบ่อยใช่ไหม?”

 

 

“อะเอ่อ...คือว่า..ก็..” แบมแบมยิ่งอ้ำอึ่งมาร์คก็ยิ่งแกล้ง ถึงเค้าจะสูญเสียความรงจำไป แต่มันมีความรู้สึกลึกๆอยู่ข้างในว่าเค้ารักเด็กคนนี้มาก และตอนนี้เค้าก็ต้องการคนคนนี้มาก เอาจริงๆที่ก่อนหน้านี้เค้าไม่ทำอะไร อาจเป็นเพราะอีกคนแยกไปนอนที่ห้องของลูกด้วยเลยทำให้ทำอะไรไม่สะดวก แต่ตอนนี้เค้าอยู่กันสองคนเค้าก็คงไม่ต้องห่วงว่าจะมีใครมารู้มาเห็น

 

 

“ฉันจะกอดนาย”

 

 

“อะไรนะครับพี่มาร์ค...ดะ..เดี๋ยวก่อน อุ๊บ...อื้ออออ” ยังไม่ทันที่คงตัวเล็กจะพูดจบร่างสูงก็ประกบริมฝีปากลงไปที่ริมฝีปากอิ่มของอีกคน มาร์คยังไงก็ยังเป็นมาร์คคนเดิม ทุกการกระทำยังคงเป็นการกระทำที่ร้อนแรงและหนักหน่วง แต่ก็แฝงความอ่อนโยนไว้เสมอ ลิ้นอุ่นๆค่อยๆแทรกเข้าไปในโพรงปากของอีกคนเพื่อดูดซับขุมน้ำหวานขุมใหญ่ ลิ้นของทั้งคู่เกี่ยวกระหวัดกันไปมาตอบสนองกันเป็นอย่างดี ดวงตากลมของคนตัวเล็กมองไปทีร่างสูงด้วยแววตาฉ่ำปรือ ยิ่งปลุกอารมณ์ให้ร่างสูงได้เป็นอย่างดี

 

 

“วันนี้ฉันคงต้องใช้เวลารื้อฟื้นความทรงจำนานหน่อยนะ..แบมแบม”

 

 

 

ตัดให้ขาดเลย ฉับบบบบบบบบบ

หูยยยยยยยยยยย เอ็นซีตอนแรกของภาคสองค่า

เหมือนเดิมคะตามอ่านกันได้ในธันวลัยนะคะ

ซึ่งจะอัพพรุ่งนี้ค่ำๆนะคะ หรือรอลิ้งค์ในแฟนเพจในเฟสบุ้คและทวิตได้เลยนะคะ 

 

 

 

เช้า

ร่างเล็กตื่นขึ้นมาพร้อมกับความเจ็บปวดที่แล่นปรี่เข้ามาจนแทบขยับร่างกายไม่ได้ ดวงตากลมค่อยๆลืมตาขึ้นก่อนจะมองไปรอบๆห้องซึ่งตอนนี้เช้าแล้ว มือเรียวค่อยๆดันตัวเองขึ้นก่อนจะนั่งพิงหัวเตียง แบมแบมก้มลงมองตนเองก่อนจะยกมือขึ้นเกาหัวอย่างงุนงง เพราะจำไม่ได้เหมือนกันว่าเมื่อคืนตนเองหลับไปตอนไหน แต่จำได้ว่าเมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็เล่นเอาเกือบเช้า

 

 

แกร๊ก..

เสียงเปิดประตูห้องน้ำออกมาเรียกให้ร่างเล็กหันไปมองก่อนดวงหน้าหวานจะร้อนผ่าวเมื่อเห็นหน้าคนรัก เพราะนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน มาร์คสวมกางเกงขาสั้นกับเสื้อยืดก่อนจะเดินมานั่งลงบนเตียงช้าๆพร้อมกับยกยิ้มให้อีกคน

 

 

“เป็นไงบ้าง?” ร่างสูงถามออกมาสั้นๆ คนตัวเล็กหันไปมองก่อนจะเม้มปากแน่น

 

 

“ก็ไม่เป็นไงครับ..” ร่างเล็กตอบเสียงเบา ร่างสูงยกยิ้มร้ายก่อนจะยื่นหน้าไปใกล้อีกคนแล้วเอ่ยออกมาอีกครั้ง

 

 

“ฉันหมายถึงว่า เมื่อคืนน่ะลีลาฉันยังเย้ายวนใจเหมือนเดิมไหม? ถ้าเกิดขาดตกบกพร่องอะไร เดี๋ยวคืนนี้เอาใหม่ละกัน” ร่างสูงเอ่ยก่อนจะจุ๊บลงที่ริมฝีปากหวานของอีกคนเบาๆแล้วผละออก ก่อนจะเดินหนีออกไปจากห้องนอน ทิ้งให้คนตัวเล็กนั่งอ้าปากค้างอยู่ตรงนั้น

 

 

“พี่มาร์คคคคค ไอ้คนบ้า!!!!”

 

 

นี่เค้าสูญเสียความทรงจำ ทำไมไม่สูญเสียความหื่นไปบ้างนะไอ้คนบ้า ผมอยากกลับไปหาลูกแล้ว จะไปบอกลูกว่าโตมาอย่าเป็นแบบพ่อ !!!

 

 

 

 

 



TBC...

ติดตามตอนต่อไปเร็วๆนี้นะคะ 




คุยกันหน่อยนะคะ 


มาอัพแล้วเย้ๆๆๆ ไรท์จะกลับมาอัพฟิคตามปกติแล้วน๊า โดยจะอัพฟิคเด็กเถื่อน และฟิคแค้นรักร้าย2สลับกันไปนะคะ และจะมีฟิคIKONอีกหนึ่งเรื่องที่จะเปิดเร็วๆนี้ ยังไงก็รอติดตามดูกันนะคะ แค้นภาคสอง อาจจะไม่ดราม่าอย่างที่คิดนะคะ 



สปอยเล็กๆน้อยๆ 



"คุณลุงงงง ทำไมแด๊ดดี้กับม่ามี๊ยังไม่กลับมาละฮับบ"


"อ๋อ แด๊ดดี้กับม่ามี๊ไปปั้มน้องให้วินกับดีแลนไงครับ"


บี๋...แกสอนอะไรหลาน



"คุณแจบอมผมจะอ้วกอ่ะ.."


"เดี๋ยวไปหาหมอไหม?"


เนียร์เป็นอะไรน๊าาา











 

B E R L I N ❀
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

1,259 ความคิดเห็น

  1. #1230 bbboobb (@bbboobb) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 12:36
    สงสารนุ่งแบม
    #1230
    0
  2. #1137 ayumikimlee (@ayumikimlee) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:02
    หื่นไม่เลิกรา555
    #1137
    0
  3. #1094 พยอซัล. (@pyosun) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 20:56
    ควรสงสารแบมเรื่องไหนดี ระหว่างพี่มาร์คความจำเสื่อมหรือพี่มาร์คหื่นไม่หายสักที 55555555
    #1094
    0
  4. #1038 Baifern-fgf (@Baifern-fgf) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 15:32
    ไรท์เก่งอ่ะแต่งเรื่องได้ดึงดูดให้อ่านแบบไม่เบื่อเลย
    #1038
    0
  5. #985 immy97 (@immy97) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2559 / 22:55
    คิดถึงเปลี่ยนแอคมาอ่านอีก ????
    #985
    0
  6. #975 Irish_pp (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 12:55
    ก็ยังหื่นเหมือนเดิม
    #975
    0
  7. #906 AartzMark (@AartzMark) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 14:25
    พี่มาร์คคึความจำเสื่อมความหื่นยังคงเดิม-///-
    #906
    0
  8. #802 Sudaratchompoo (@Sudaratchompoo) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มีนาคม 2559 / 12:33
    เออ....แน่ใจนะว่ามาร์คความจำเสื่อม ความจำไม่น่าเสื่อมอย่างเนอะอย่างอื่นน่าจะเสื่อมด้วย
    #802
    0
  9. #755 ไม่บอกกก1 (@30267) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:48
    มาร์คหื่นนนน ><
    #755
    0
  10. #754 ไม่บอกกก1 (@30267) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:47
    พี่มาร์คนี่ความจำเสื่อมจริงดิ อิอิอิอิ #เนียร์จะท้อง ?
    #754
    0
  11. วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 15:19
    พี่มาร์คคนเจ้าเล่ย์555555
    #673
    0
  12. #671 แพร&#128513;&#128513; (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 / 14:14
    ดูก้อรู้ อิมาร์คแกมารยาใช่ม่ะ เด่วโดนน้องงอลอีกหรอก แกทำเป็นจำไม่ได้ใช่ม่ะ ตอบ.....แต่ยอมแกเรื่องหื่น หื่นจริงไไรจิง
    #671
    0
  13. #563 Moncy Pikul (@moncy-1999) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 กันยายน 2558 / 21:19
    พี่มาร์คความจำเสื่อมจริงป๊ะเนี่ย 555
    #563
    0
  14. #507 13ploymin_elf (@13phoenix) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2558 / 15:21
    ความทรงจำเสื่อมจริงไหมเนี้ย
    #507
    0
  15. #502 Babala nells (@sataangg) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 10:56
    ความหื่นยังอยุ่ใน จิตใต้สำนึก555
    #502
    0
  16. #497 poppoka (@poppap24_elf) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2558 / 16:32
    พี่มาร์คเสื่อมจริงป่ะเนี่ย ตะไมหื่นเหมือนเดิมเลย5555
    #497
    0
  17. #460 Lunacy (@earnzung) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2558 / 23:02
    เนียร์ท้องไง กรี๊ดดดดดดดด>< มาร์คนี่ความจำเสื่่อม แต่ความหื่นนี่ไม่ได้หายไปด้วยเลยน้าาา
    #460
    0
  18. #452 justmarkbam (@justmarkbam) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2558 / 11:03
    อร๊ายยยยยยยยยยยยย เขินนนนนนนนนน
    #452
    0
  19. #409 kannfonza_Ajumma (@kannfonza) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2558 / 12:10
    อย่างแบมบอกความจำเสื่อมทำไมไม่ลืมความหื่นบ้างนะ55555
    #409
    0
  20. #372 Nine99 (@warn1478) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2558 / 21:42
    นี่เสื่อมจริงๆป่ะเนี่ยพี่มาร์ค 5555
    #372
    0
  21. #369 Princess of snow (@loveoly) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2558 / 21:12
    พี่มาร์คแกล้งความจำเสื่อม แน่ๆเยยย
    #369
    0
  22. #362 Lana Summer (@lanasummer) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2558 / 21:47
    แน่ใจน่ะมาร์คว่าความจำเสื่อมจริงๆ
    #362
    0
  23. #357 แก้ม (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2558 / 08:56
    โถ่มาร์คขนาดความจำเสื่อม
    #357
    0
  24. #348 A. Angkhana Wongsa (@sunghyo) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2558 / 13:57
    มาร์คความหื่นยังคงที่ แล้วตาแจบอมสอนอะไรหลานนะห๊ะ จุเนียร์ถ้าจะท้องซะแล้ววว
    #348
    0
  25. #343 n_mb (@new_tmtc) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2558 / 15:55
    กลับมาแล้วววว ดีใจมากที่มีภาคต่ออ >< แต่มาร์คนี่ก็นะ 555 หื่นตลอดด
    #343
    0