{GOT7} MARKBAM #ฟิคแค้นรักร้าย2

ตอนที่ 18 : {แค้นรักร้าย2} Ep.14 : ความปลอดภัย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,005
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    12 ก.พ. 60






สั่งพรีฟิคได้แล้วนะคะ (ดูรายละเอียดได้ในตอนก่อนหน้านี้นะคะ) 





หลายชั่วโมงที่ต้องอยู่บนเครื่องบิน การเดินทางที่ยาวนานทำให้แบมแบมและลูกน้อย รวมไปถึงซองแจอ่อนเพลียกับการเดินทางพอสมควร เมื่อเครื่องลงแตะพื้นความรู้สึกใจหายวูบที่ต้องห่างคนรักก็กลับมาอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้แบมแบมต้องอดทน ไม่ใช่เพื่อมาร์คเท่านั้น แต่นี่มันเพื่อตัวเขาและลูกๆด้วย เมื่อเสียงเตือนสัญญาณสามารถถอดเข็มขัดออกได้แบมแบมและลูกๆก็เตรียมตัวลง ซองแจคอยดูแลแบมแบมและคุณหนูทั้งสองเป็นอย่างดี

 

วินและดีแลนก็ว่าง่าย ถึงแม้จะรู้ว่าแด๊ดดี้ไม่ได้มาด้วยก็ไม่งอแงหา เพราะแบมแบมได้บอกไปแล้วว่าแด๊ดดี้ติดธุระและจะมารับพวกเขาทีหลัง ดวงตาสีเข้มทอดมองออกไปข้างหน้า เวลาไม่มีคนรักอยู่ใกล้ๆจิตใจก็โหยหาแต่ความอบอุ่นนั้น ทั้งที่ครอบครัวของเขาพึ่งจะกลับมาเป็นครอบครัวได้ไม่นานนี้เอง ตอนนี้กลับต้องแยกกันอยู่อีกแล้ว

 

ซึ่งหวังว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้าย

 

เมื่อออกมาเรื่อยๆผ่าน ตม.เรียบร้อยจนมาถึงจุดที่มักจะมีญาติมารอรับแบมแบมและซองแจก็ได้แต่มองหาคนที่จะมารับพวกเขา ซึ่งพวกเขาไม่รู้เลยว่าจะเป็นใคร เพราะมาร์คบอกเอาไว้แค่ว่าเดินออกไปเดี๋ยวก็จะมีคนเดินมาหาเอง

 

“คนที่มารับเราเนี่ยเขาเป็นผู้หญิงหรือว่าผู้ชายเหรอ” แบมแบมหันไปถามซองแจที่อยู่ข้างๆ

 

“ผมว่าน่าจะเป็นผู้ชายนะครับ” พวกเขาพากันยืนอยู่ตรงนั้นเพื่อรอให้มีคนมารับ ซึ่งรอได้ไม่นาน จู่ๆก็มีเหล่าชายชุดดำที่มีทั้งชาวต่างชาติผิวสีและผิวขาวมายืนล้อมพวกเขาก่อนจะเอ่ยถามขึ้น

 

“คุณแบมแบมใช่มั้ยครับ”

 

“ครับ...เอ่อ...”

 

“เชิญทางนี้ครับ บอสรอพวกคุณอยู่” เอ่ยจบชายเหล่านั้นก็เดินล้อมพวกแบมแบม ช่วยถือสัมภาระและพาออกมายังด้านหน้าของสนามบินที่มีรถลีมูซีนคันหรูจอดอยู่

 

“เชิญขึ้นรถครับ” ชายคนหนึ่งเปิดประตูให้และวาดมือเชิญพวกเขาอย่างมีมารยาท

 

ขอบคุณครับ” ทั้งแบมแบมและซองแจเอ่ยก่อนจะให้เด็กน้อยค่อยๆขึ้นรถไปก่อนแล้วพวกเขาทั้งคู่ก็ตามขึ้นไป เมื่อเข้าไปในรถคันหรูคนที่แบมแบมเห็นก็คือชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่สวมชุดสูทสีดำสนิทยกยิ้มมาให้พวกเขา

 

“สวัสดี...แบมแบมใช่มั้ย ยินดีต้อนรับสู่อเมริกานะ”  เสียงนุ่มๆถูกเอ่ยออกมาชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลายกยิ้มให้แบมแบมด้วยความเป็นมิตร

 

“สวัสดีครับพี่...เอ่อ...” แบมแบมได้แต่ครางอืมอ่าเพราะเจ้าตัวไม่เคยพบกับญาติของมาร์คคนนี้มาก่อน

 

“พี่ชื่อนิชคุณ เรียกว่าพี่คุณก็ได้ พี่เป็นพี่เขยของมาร์ค”

 

“พี่เขยเหรอครับ...อืม...พี่สาวของพี่มาร์คก็มีพี่เจนสิก้า พี่วิคตอเรียแล้วก็พี่ทิฟฟานี่...เป็นสามีของพี่ทิฟฟานี่เหรอครับ”

 

“ใช่..แล้วก็เลโอกับเดนิส เราเคยเจอมั้ยสองคนนั้นเป็นลูกของพี่”

 

“อ๋อ แบบนี้นี่เอง...สองคนนี้เป็นลูกของแบมกับพี่มาร์คครับ วินกับดีแลน ส่วนคนนี้เป็นเลขาของพี่มาร์คครับ คุณซองแจ” แบมแบมเอ่ยแนะนำด้วยรอยยิ้ม รู้สึกสบายใจขึ้นเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้านั้นพยายามคุยกับเขาด้วยท่าทีสบายๆ ซองแจก็ก้มหัวน้อยๆเป็นการทักทาย

 

“ระหว่างที่อยู่ที่นี่ พี่จะให้พวกนายอยู่ที่บ้านพี่นะ ไปไหนมาไหนได้ตามที่อยากไปแต่ต้องให้คนของพี่ไปด้วยตลอดเพื่อความปลอดภัย” นิชคุณเอ่ยบอก ซึ่งพวกเขาก็พักหน้ารับคำ

 

“แล้วพี่ทิฟฟานี่ล่ะครับ”

 

“รายนั้นเขาพาลูกไปเยี่ยมญาติที่ซานฟรานซิสโกน่ะ พึ่งไปเมื่อวานเห็นว่าจำสักสองอาทิตย์ เพราะฉะนั้นทำตัวสบายๆนะ” ท่าทีที่พูดอย่างเป็นมิตรแต่แอบมีความน่าเกรงขามทำให้แบมแบมนั้นก็แอบเกรงใจอยู่ไม่น้อย

 

เมื่อมาถึงที่พักที่เป็นบ้านของนิชคุณ นิชคุณก็ให้คนรับใช้นำแบมแบมขึ้นไปบนห้องซึ่งแบมแบมก็สังเกตเห็นรูปภาพและของใช้ในบ้านที่มีสัญลักษณ์ที่เหมือนๆกันอยู่นั้นประทับไว้บนสิ่งของเกือบจะแทบทุกอย่าง แต่แบมแบมก็เก็บความสงสัยเอาไว้ และพาเจ้าตัวเล็กเข้านอนเพราะเพลียจากการเดินทางเป็นอย่างมาก

 

เมื่อจัดการเก็บของเสร็จก็เดินลงมายังชั้นล่างซึ่งก็พบกับซองแจที่เดินลงมาเช่นกัน ทั้งคู่เดินเข้ามาที่ห้องรับแขกก่อนจะทิ้งตัวลงนั่ง ถามถึงนิชคุณก็รู้ว่าเขาออกไปทำธุระข้างนอกแล้ว

 

“นี่คุณซองแจ...คุณเห็นพวกสัญลักษณ์ในบ้านนี้มั้ย ทำไมตามของใช้ถึงได้มีสัญลักษณเหมือนๆกันเต็มไปหมดเลย”

 

“อ๋อ...เห็นครับ เท่าที่ผมรู้มาน่าจะเป็นสัญลักษณ์ของแก๊งค์มาเฟียที่ชื่อ ฟอร์มิดาเบิร์ลนะครับ”

 

“แก๊งค์ฟอร์มิดาเบิร์ลเหรอครับ...รู้จักด้วยเหรอครับ” แบมแบมถามออกไปด้วยความสงสัยเพราะดูเหมือนซองแจนั้นจะรู้จักเป็นอย่างดี

 

“ตอนแรกก็ไม่หรอกครับ มารู้จักจริงๆก็ตอนที่มาทำงานกับเจ้านายนั่นแหละครับ ในบางครั้งต้องติดต่องานกับผู้ทรงอิทธิพลหลายต่อหลายคน มันเลยเป็นเรื่องปกติที่ผมจะต้องศึกษาว่า กลุ่มไหนเป็นมิตร และกลุ่มไหนเป็นอริกับเจ้านายบ้างน่ะครับ จะได้ไม่ไปทำอะไรผิดที่ผิดทาง” ซองแจเอ่ยออกมาด้วยท่าทางมีหลักการ ซึ่งแบมแบมก็เห็นด้วย ซองแจเป็นคนรอบครอบและทำงานได้ดีโดยที่มาร์คเคยเล่าว่าแทบไม่ต้องกังวลเลยว่าซองแจจะทำงานผิดพลาด

 

“สำหรับที่นี่ฟอร์มิดาเบิร์ลคงเป็นที่รู้จักมากเลยใช่มั้ยครับ”

 

“ใช่ครับ เพราะเป็นหนึ่งในสามของมาเฟียที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา โดยมีคุณนิชคุณนี่แหละครับที่เป็นบอสใหญ่ หรือจะให้พูดง่ายๆ ถ้าใครมีเรื่องด้วยก็ยากที่จะรอดนะครับ” ซองแจอธิบายเรื่องเกี่ยวกับนิชคุณให้แบมแบมได้รับรู้มากขึ้นเพื่อให้เค้าได้ไว้วางใจและอยู่ที่นี่ได้อย่างเป็นกังวล

 

ณ เวลาเดียวกัน ที่เกาหลี

อิมแจบอมเดินเข้าห้องประชุมด้วยสีหน้าเครียด เขาเปิดประตูห้องประชุมเข้าไปก่อนจะพบกับหัวหน้าจากฝ่ายต่างๆนั่งก้มหน้ากันอยู่ด้วยความเครียด แจบอมเดินเข้าไปยังที่นั่งสำหรับประธานบริษัทในการประชุมก่อนจะทุ่มแฟ้มที่ถือมาลงบนโต๊ะด้วยความโมโห

 

“ทำไมแค่คืนเดียวมันเกิดเรื่องแบบนี้ได้ ห้ะ บอกผมมา ผมต้องการคำตอบ” เขากวาดสายตามองหน้าหัวหน้าฝ่ายต่างๆพร้อมกัดฟันกรอด เพราะตอนนี้บริษัทของเขานั้นกำลังเจอปัญหาใหญ่

 

“บริษัทถูกยักยอกเงินร้อยล้านในเวลาแค่สามชั่วโมง มันเกิดเรื่องนี้ขึ้นได้ยังไงเงินพวกนี้ผมไว้ใจให้พวกคุณที่เป็นฝ่ายการเงินดูแล แต่นี่ทำไมเกิดเรื่องแบบนี้พวกคุณไม่รู้ นี่ถ้าเกิดว่าเพื่อนของผมที่เป็นเจ้าของธนาคารไม่มาแจ้งผม คิดว่าอีกนานแค่ไหนกันที่พวกคุณจะรู้ว่าเงินที่ดูแลอยู่มันหายไป” แจบอมตะหวาดเสียงดังด้วยความโมโห

 

บรรยากาศในห้องยิ่งเพิ่มความตึงเครียดเข้าไปใหญ่ ที่ผ่านมาเขาตรวจสอบพนักงานทุกคนเป็นอย่างดีและเชื่อว่าไม่น่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นแต่ว่าตอนนี้มันก็เกิดเรื่องแล้ว แจบอมเอามือเท้าโต๊ะก่อนจะกวาดสายตามองไปหาเจ้าที่ฝ่ายการเงินที่นั่งตัวสั่นอยู่ตรงเก้าอี้ตัวสุดท้ายของห้องประชุม นั่งหลบสายตาด้วยท่าทางมีพิรุจ

 

“จอง ฮันซู...คุณเป็นหนึ่งคนในบริษัทที่ทำหน้าเกี่ยวกับการเงิน...พอจะให้คำตอบกับผมได้มั้ยว่าทำไมถึงเกิดเรื่องนี้” แจบอมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นลง ไม่ใช่ว่าเขาใจเย็นลงหรอกนะ แต่เพราะเขารู้สึกถึงความผิดปกติที่เกิดกับพนักงานฝ่ายการเงินคนนี้

 

มันน่าสงสัย

 

“ดิฉัน..ดิฉันไม่ทราบค่ะ” เสียงที่สั่นเครือของหญิงสาวถูกเอ่ยออกมาโดยที่เธอเอาแต่ก้มหน้าก้มตาอยู่แบบนั้น

 

ปึง!!

เสียงทุบโต๊ะดังสนั่นทำเอาคนที่นั่งอยู่ในห้องทั้งหมดสะดุ้งจนตัวโยน หญิงสาวนั่งตัวสั่นยิ่งกว่าเดิมก่อนจะค่อยๆเหลือบมองไปยังชายวัยที่สอบกว่าๆที่เป็นหัวหน้าฝ่ายการเงินที่นั่งอยู่ไม่ห่างจากแจบอมมากนัก เหมือนเธอกำลังพยายามบอกอะไรเขาเป็นนัยๆ

 

“คุณอีคยองซิก ตอบคำถามผมได้มั้ย” เขาเริ่มไปเค้นถามจากคนข้างๆ ชายคนนั้นวางมาดและท่าทางนิ่งเฉยก่อนจะตอบออกไปด้วยน้ำเสียงสุภาพ

 

“ผมไม่ทราบครับ...ผมต้องขอโทษแทนคนในฝ่ายงานของผมด้วยนะครับ”

 

“ถ้าอยากจะรับผิดชอบก็ช่วยจัดการเรื่องนี้ให้ผมด้วย” เอ่ยจบแจบอมก็เดินออกมานอกห้อง ซึ่งมีวังยอบยืนรออยู่หน้าห้องพร้อมยื่นซองเอกสารให้แจบอม

 

“เรื่องที่ให้สืบครับ..เป็นไปตามที่สงสัยเลยครับ เงินถูกโอนออกจากบริษัทไม่ใช่ถูกคนอื่นมาดึงไปครับ”

 

“ขอบใจมากวังยอบ...เดี๋ยวตามฉันไปที่ห้องฉันด้วย” เอ่ยจบพวกเขาก็เดินกลัลไปที่ห้องทำงานของแจบอม

 

 

 

 

“นี่มีเงินโอนเข้าบัญชีของอีคยองซิกตั้งสิบล้านในคืนเดียวกับที่เงินบริษัทถูกยักยอกไปงั้นเหรอ.. ฮึ คงคิดว่าฉันจะไม่สงสัยสินะ” แจบอมยิ้มเยาะก่อนจะมองวังยอบที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะของเขา

 

“จะให้จัดการเลยมั้ยครับ”

 

“อืม...ฉันต้องการรู้ว่าใครมันเป็นคนทำ ถ้ามันเป็นคนที่คิดไว้ละก็...ฉันจะไม่ปล่อยมันไว้แน่” แจบอมเอ่ยก่อนจะกำมือแน่น ตอนนี้คนที่มาวนเวียนสร้างความวุ่นวายให้ในชีวิตของเขามันมีไม่กี่คนหรอก

 

และถ้าใช่ล่ะก็ คงจะต้องได้ปะทะกันสักครั้ง

 

“เอ่อ..เจ้านายครับ” วังยอบเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีไม่มั่นใจทำให้แจบอมเอ่ยหันมามองคนข้างๆด้วยความสงสัย เพราะนี่มันไม่ใช่ท่าทีปกติของวังยอบเลย

 

“นายมีอะไร พูดมาได้เลย”

 

“ถ้าเกิดว่า...เคลียงานที่นี่แล้ว ผมขอไปดูแลคุณแบมแบมได้มั้ยครับ” วังยอบเอ่ยออกไป ทำให้แจบอมต้องทำหน้านิ่วคิ้วขมวดมองด้วยความสงสัย

 

“มาร์คก็ส่งซองแจไปดูแลแล้วนี่..ไหนจะส่งไปอยู่กับพี่เขยอีก....อ๋อ ฉันรู้แระ” แจบอมยิ้มกริ่มก่อนจะมองคนสนิทที่ยืนนิ่งเก็บอาการอยู่ตรงหน้าเขา

 

“รู้อะไรเหรอครับ” ยังงถามออกมาหน้ตาย

 

“จะไปหาแบมแบม...หรือจะไปหาคนที่ดูแลแบมแบมกันแน่..ฉันเห็นนะตอนที่หมอนั่นมาอยู่ที่บ้าน นายแทบจะไม่ออกไปนอกบ้านเลย”

 

“ผม...”

 

“เอาเป็นว่าเครียเรื่องนี้เสร็จฉันจะให้นายพักผ่อน ไปที่ที่นายอยากไปแล้วกัน”

 

“ขอบคุณครับ!” วังยอบได้แต่รู้สึกยิ้มดีใจ บางทีอาจเป็นเขาฝ่ายเดียวที่ดีใจว่าจะได้ไปพบกับอีกคน คนที่เขาเฝ้ารอจะไปเจอนั้นจะอยากเจอเขามั้ยนะ ถ้าเกิดเขาอยากรู้สิ่งที่เขาต้องทำก็คือ ทำงานนี้ให้เสร็จเพื่อที่จะได้ไปหาคำตอบของเขา

 

มันก็น่าตลกนะ...ผู้ชายที่ทื่อๆไม่เคยสนใจเรื่องความรับแบบเขาจะแสดงออกยังไงกันนะ

 

 

 

- - - - - - - - - 

 

 

ระหว่างทางที่เขากำลังขับรถกลับมาที่คอนโดของเขา วังยอบก็ต้องหักรถหลบด้วยความเร็วเพราะจู่ๆก็มีรถคันหนึ่งพุ่งตรงเข้ามาหาเขาจนรถของเขานั้นเสียหลักเลี้ยวไปข้างทาง แต่ดีที่เขายังประคอรงรถเอาไว้ได้ เมื่อรถจอดสนิทเขาก็รีบคว้าปืนในรถก่อนจะมองไปยังรถตรงหน้า

 

“เจตนาไม่ดีแบบนี้...ลอบกัดแน่ๆ” วังยอบเหน็บปืนไว้ที่กางเกงก่อนจะดึงเสื้อลงมาปิดพร้อมกับเปิดประตูรถลงไป ซึ่งเขารู้เลยว่าถ้ารถอีกคันลงมาคงต้องได้มีเสียงปืนนำมาก่อนแน่ๆ และมันก็เป็นความจริง

 

ปัง ๆ

เสียงปืนดังขึ้นมายิงไปโดนกระจกมองข้างที่รถของวังยอบจนเป็นรู้ เขาจึงรีบวิ่งไปหลบหลังรถก่อนจะเกิดการยิงปะทะกันขึ้น ร่างสูงของวังยอบเลียปากที่แหงฝาดของตนเองก่อนจะเปิดท้ายรถของตนเองแล้วหยิบปืนออกมาอีกหนึ่งกระบอก พร้อมตั้งท่าเมื่อเห็นเสียงปืนของอีกฝั่งเงียบลงวังยอบก็ยกกระบอกปืนทั้งสองลำขึ้นมาก่อนจะกราดยิ่งอย่างต่อเนื่อง โดนคนในรถที่มีกันอยู่สี่คนตายเรียบ

 

เขาเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะสำรวจดูเพื่อความแน่ใจ และสิ่งที่เขาเจอก็ทำให้เขากระตุกยิ้มกว้าง โทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งของโจรในรถกำลังต่อสายถึง อีคยองซิก และยังไม่ได้วางสายดูเหมือนว่าก่อนหน้านี่น่าจะพูดคุยกันอยู่

 

/พวกแกจัดการมันได้แล้วรึยัง.. เงียบไปทำไมตอบฉันสิ จัดการคนของอิมแจบอมได้รึยัง/

 

“หึ...สวัสดี...”

 

/แก...วังยอบงั้นเหรอ/

 

“ก็ยังฉลาดอยู่นี่...แต่ก็โง่ที่ใช่แผนตื้นๆ คิดว่าถ้าวิธีแบบนี้จัดการฉันได้ ฉันจะอยู่มาด้จนทุกวันนี้เหรอ” วังยอบเค้นเสียงทำเอาปลายสายแบเป็นบ้ารีบกดตัดสายทิ้งไปทันที เขาโยนโทรศัพท์ทิ้งไปก่อนจะเดินกลับไปขึ้นรถแล้วขับออกไป

 

เรื่องนี้มันคงจบได้ไม่ยากหรอก..

 

ทางด้านมาร์คต้วนนั้น วันนี้เขามารอที่จะจัดการปัญหายุ่งเหยิงกับผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาปล่อยทิ้งมานานให้มันเป็นปัญหาที่ค้างคามานานจนถึงทุกวันนี้ จีอา...และตอนนี้เขามารอเธออยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง

 

และเมื่อถึงเวลานัด เธอก็มาถึงตรงตามเวลาอย่างไม่ต้องให้เขาเสียเวลารอนาน ร่างเพียวลมเดินมาในชุดเดรสฝาหลังสีดำขลับพร้อมรองเท้าส้นสูงและการแต่งหน้าที่จัดจ้านตามแบบของเธอ เรียกได้ว่าดึงดูดผู้ชายหลายต่อหลายคนได้มากทีเดียว แต่มันคงไม่ใช่กับเขา ไม่ใช่กับมาร์คต้วนคนนี้ที่เขาไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกับความสวยของเธอเลย

 

“รอนานมั้ยคะมาร์ค” จีอาเอ่ยถามเสียงอ่อนเสียงหวาน ทำเอาหนุ่มๆหลายคนในร้านผิดหวังไปตามกัน เพราะคิดว่าหัวใจของสาวคนนี้คงมีเจ้าของแล้วแน่ๆ

 

“ไม่นาน นั่งสิจะได้คุยธุระ” น้ำเสียงเย็นชาไร้ความรู้สึกมากกว่าทุกครั้ง ถูกส่งออกไปให้เธอ มันเหมือนเป็นมีดเล็กๆที่กรีดหัวใจเธอลึกจนเป็นแผล เป็นสิ่งที่ทำให้เธอได้แต่กำมือแน่นก่อนจะค่อยๆลดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับชายหนุ่มที่เป็นดั่งความรักและลมหายใจของเธอ แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกแบบเธอแม้แต่น้อย สิ่งที่เขาต้องการคือรีบเคลียปัญหาที่มันค้างคานี้อยู่จะได้จบๆไปสักที

 

“คุณมีเรื่องรอะไรเหรอคะถึงได้เรียกฉันมา” เธอก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เริ่มไม่พอใจนิดๆ

 

“เลิกยุ่งกับผม กับครอบครัวสักที ทำไมเราไม่แยกกันอยู่ ต่างคนต่างอยู่ ทางใครทางมัน” เขาจะรู้มันว่าคำพูดเหล่านั้นมันบาดใจคนฟังเหลือเกิน

 

“ถ้าฉันทำได้ คุณคิดว่าฉันจะมาอยู่ตรงนี้มั้ยคะ” คำพูดของหญิงสาวเหมือนบอกเป็นนัยๆว่าเรื่องนี้คงไม่น่าจะจบลงง่ายๆ

 

“คุณจะดันทุรังทำไม ในเมื่อก็รู้อยู่ว่าผมไม่ได้...”

 

“ฉันรู้ว่าคุณไม่ได้รักฉัน!” หญิงสาวสวนขึ้นมาทันควันทั้งๆที่มาร์คยังเอ่ยไม่จบด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

 

“รู้แล้วคุณก็ยังทำแบบนี้เนี่ยนะ”

 

“เพราะฉันไม่ได้ต้องการความรักจากคุณแล้วค่ะมาร์ค ที่ฉันต้องการคือความไม่มีความสุขของคุณและเด็กคนนั้น สิ่งที่ฉันอยากได้คือการเอาชนะ แล้วฉันจะทำให้รู้เองว่าคนที่คุณไม่มีวันลืมคือฉัน” เธอพูดกระแทกเสียงก่อนจะลุกออกจากโต๊ะไปแต่ยังไม่ทันทีจะก้าวห่างอกอไปจากโต๊ะมาร์คก็เอ่ยเรียกไว้ซะก่อน

 

“เดี๋ยวจีอา” หญิงสาวที่หันหลังให้ได้แต่แอบยิ้มกริ่มเพราะคิดว่า มาร์คคงจะง้อเธอแน่ๆ ทำให้เธอรีบหันไปหาชายหนุ่มพร้อมกับยิ้มหวาน

 

“ว่าไงคะ”

 

“ผมแค่จะบอกว่า...ถ้าคุณคิดเป็นศัตรูกับผม ผมก็จะไม่เกรงใจคุณแล้วนะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นผมจะไม่เห็นแก่หน้าคุณอีก ผมจะทำแบบที่ผมคิดว่ามันดี และคุณจะไม่ได้เรียกร้องอะไรจากผมอีกจำเอาไว้” คราวนี้กลับเป็นผ่านเธอที่ต้องยืนตะลึงกับคำพูดของอีกคน มาร์คลุกขึ้นจัดแจงสูทให้เรียบร้อยก่อนจะเดินผ่านหญิงสาวไปอย่างไม่ใยดี

 

จีอาได้แต่มองตามก่อนจะกัดฟันกรอด ก่อนหน้านี้เธอรู้ดีว่ามาร์คยอมทำตามที่เธอขอมาตลอด แต่ครั้งนี้มันคงไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว เขาคงไม่ยอมเธออีกแล้ว และเธอรู้ดีว่ามาร์ค ต้วน คนนี้ไม่เคยพูดเล่น

 

“ได้...งั้นมาลองดูกันค่ะมาร์ค ว่าใครมันจะแน่กว่ากัน” เธอได้แต่เอ่ยรำพึงรำพันอยู่คนเดียวเพราะมาร์คต้วนเดินออกไปนอกร้านแล้ว

 

คนหนึ่งก็อยากเอาชนะ อีกคนก็สู้ไม่ถอย คงมีคนต้องได้เสียใจแน่ๆ




TBC.

โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ



มาอัพแล้ววว ไม่ได้ทิ้งไปนะคะ ฮ่าๆๆ ก็ปั่นฟิคนี่แหละค่ะแล้วก็วุ่นๆเรื่องส่วนตัวนิดหน่อยน๊าา  รู้มั้ยว่าใกล้จบแล้วนะเนี่ยย อีกไม่กี่ตอนก็จบแล้วนะคะ ใครที่อยากมีไว้ในครอบครองก็ไปสั่งกันได้ที่ลิ้งค์ตอนก่อนหน้านี้ได้นะคะ แล้วก็ใครไปงานตลาดกัซ เจอกันได้ที่บูธ A3 ชั้น2 ได้นะคะ 



สปอย.


"พี่คิดถึงแบม"



O W E N TM.
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

1,259 ความคิดเห็น

  1. #1143 jinnie.gung (@jinniegung) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:50
    ฮืออ รักพี่มาร์คจัง สู้เพื่อลูก เพื่อแบม สู้สู้นะคะ กำจัดศัตรูทิ้งให้หมดค่ะ
    #1143
    0
  2. #1139 leehwayeon bb (@541378) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:26
    เราก้ะคิดถึงช่วงสวีททททท
    #1139
    0
  3. #1135 Kat (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:29
    หืมมมม ติดตามๆ ลุ้นมากจะเป็นไงต่อพี่มาร์คคคคคคค
    #1135
    0
  4. #1130 นมเย็นสีฟ้า (@alissy) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 06:58
    พังกันไปข้างแน่งานนี้...
    #1130
    0
  5. #1129 My love markbam (@a_mote3030) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:36
    ตื่นเต้นสุดๆ
    #1129
    0
  6. #1128 พี่ตูน (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:43
    เนื่อเรื่องเข้มข้นสุดๆ มาต่อนะค่ะไรต์ ตื่นเต้น เป็นกำลังใจให้คร้า
    #1128
    0
  7. #1127 Kangbeau kawaohh (@kangbeau37ts10) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:46
    ทุกคนรอนายนะ
    #1127
    0
  8. #1126 A. Wongsa (@sunghyo) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:02
    ฮืออออ รีบๆเครียนะมาร์คคคค
    #1126
    0