{GOT7} MARKBAM #ฟิคแค้นรักร้าย2

ตอนที่ 12 : {แค้นรักร้าย2} Ep.10 : โชคดีที่แฝงไปด้วยโชคร้าย (110per.)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,577
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    4 พ.ย. 59

 

            


               ชายหนุ่มรูปร่างสันทัดยืนมองตัวเองในกระจกก่อนจะถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะไม่พอใจกับชุดที่สวมใส่อยู่ถึงขั้นจะขนออกมาหมดตู้แล้วก็ยังรู้สึกได้ว่ายังไม่พอใจอีก

            “คุณเซฮุน จวนจะได้เวลาแล้วนะครับ” จงอินลูกน้องคนสนิทเดินเข้ามาบอกกับเจ้านาย จนเจ้าตัวต้องหันไปมองด้วยความแปลกใจ

 

            “ใกล้จะถึงเวลาแล้วเหรอ?”

 

            “ครับ...อีกยี่สิบนาทีก็ถึงเวลานัดแล้วครับ มันคงไม่เป็นการดีเท่าไหร่ถ้าเกิดว่าเจ้านายจะไปช้า” จงอินเอ่ยบอกอีก ทำให้เซฮุนคว้าสูทสีเทาของเขามาก่อนจะเดินออกไปจากห้อง ซึ่งจงอินก็เดินตามออกไป

 

            “งั้นเราไปที่ร้านได้เลย ไม่ต้องให้คนตามไปเยอะนะ ฉันต้องการเวลาส่วนตัว” เซฮุนเอ่ยทิ้งคำพูดเอาไว้ก่อนจะขึ้นรถ ซึ่งลูกน้องคนอื่นๆก็พยักหน้ารับคำ เมื่อเซฮุนขึ้นไปนั่งบนรถจงอินก็รอปิดประตูก่อนจะไปประจำที่นั่งคนขับรถ ก็เท่ากับว่าตอนนี้มีเพียงเซฮุนและคนติดตามคนเดียวคือจงอินเท่านั้น

 

            “เจ้านายแน่ใจนะครับว่าจะไม่ให้ใครตามไปเลย...ถ้าเกิดว่า...”

 

            “อืม แค่นายคนเดียวก็พอ...มันคงไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก” เอ่ยจบร่างสูงก็ทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง นี่เป็นอีกวันหนึ่งที่เขารอคอยมานานมากแค่ไหนไม่มีใครรู้ คนที่รู้ชัดเจนที่สุดมีเพียงเขา วันที่เขาจะได้เจอคนที่เขาหลงรัก จากวันนั้นจนมาถึงวันนี้ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลงไปแม้แต่น้อย

 

            เซฮุนมาถึงร้านอาหารเวลาต่อมาซึ่งเป็นเวลาที่นัดกับอีกคนเอาไว้พอดี เมื่อเขาไปถึงก็เห็นว่าคนตัวเล็กนั่งรออยู่ที่นั่นแล้ว ทำให้เขารีบก้าวขาเดินไปหาอีกคนทันที ซึ่งเท่าที่ดูแล้วก็พบว่าแบมแบมนั้นมาเพียงคนเดียว ซึ่งมันค่อนข้างดูแปลกกว่าทุกครั้ง

 

            “แบมแบม” ร่างสูงใช้มือจัดสูทก่อนจะเอ่ยเรียกคนตัวเล็ก เจ้าของชื่อที่ถูกเรียกหันมามองก่อนจะยกยิ้มเจือนๆมาให้ก่อนจะยืนขึ้นเหมือนต้อนรับอีกคน

 

            “พี่เซฮุนนั่งก่อนสิครับ”

 

            “มารอนานรึยังครับ ? ขอโทษนะพี่มาช้า”

 

            “ไม่เป็นไรครับ...” ร่างเล็กยกยิ้มอ่อนๆไปให้ ซึ่งเซฮุนรับรู้ได้ดีว่ารอยยิ้มนั้นแฝงไปด้วยความไม่สบายใจ

 

            “แบมมาคนเดียวเหรอครับ ปกติเห็นคุณมาร์คเขาตามคุมเราแจเลย” ร่างสูงเอ่ยเหมือนจะดูเชิงอีกคน แบมแบมได้แต่ยิ้มเหมือนหัวเราะเยาะตัวเองเบาๆ

 

            “แบมมากับคนขับรถน่ะครับ คนขับรถรออยู่ที่รถ แบมอยากมาคุยกับพี่เซฮุนเป็นการส่วนตัว”

 

            “คุยเรื่องอะไรเหรอครับ?” เซฮุนแสร้งถาม ทั้งที่รู้ทั้งรู้ว่าร่างเล็กคงไม่พ้นมาคุยเรื่องของลูกๆแน่ๆ

 

            “ตอนนี้ลูกๆของแบมหายไปครับ แบมอยากให้พี่เซฮุนช่วย เพราะแบมจนปัญหาแล้วจริงๆ”

 

            “เด็กๆหายเหรอครับ...แต่จริงๆเรื่องแค่นี้คุณมาร์คน่าจะจัดการได้นะ” เซฮุนเอ่ยออกไปอีก แบมแบมได้แต่ถอนหายใจก่อนจะยกมือขึ้นมาลูบหน้า

 

            “ใช่ครับ...ถ้าเกิดว่าไม่ใช่ตอนที่พี่มาร์คจำอะไรไม่ได้แบบนี้ ความรักที่เขามีให้ลูกมันหายไป ถ้าเขารักและเป็นห่วงลูก เด็กๆคงได้กลับมาหาแบมแล้ว” แบมแบมเอ่ยตัดพ้อ ซึ่งมันเป็นแค่การแสดง แต่เหมือนคำว่ารักและเป็นห่วงของโอเซฮุนที่มีต่อแบมแบมมันบังตาจนทำให้เขาไม่รับรู้อะไรเลยว่าคนตัวเล็กกำลังคิดจะทำอะไร

 

            เพราะแบมแบมก็ได้ข้อมูลจากมาร์คมาแค่ว่า เซฮุนคือคนที่จะบอกได้ว่าเด็กๆอยู่ที่ไหน ให้แบมแบมใช้วิธีไหนก็ได้ที่จะทำให้เซฮุนยอมปริปาก โดยที่เขาได้ติดเครื่องดักฟังเอาไว้ที่ด้านในปกเสื้อของคนตัวเล็ก

 

            “พี่พอจะมีวิธีช่วยนะ”

 

            “จริงเหรอครับ ช่วยยังไงครับ” แบมแบมรีบโพลงถามออกไปเพราะความตื่นเต้น ทำให้เซฮุนยิ้มน้อยๆในใจอย่างผู้ชนะ

 

            “แต่พี่ขออะไรแลกหน่อยได้มั้ยครับ รับปากกับพี่ก่อนสิครับว่าได้” เซฮุนเหมือนยื่นคำขาดที่ตีกรอบคำตอบมาให้อีกคนแล้ว แบมแบมได้แต่ขมวดคิ้วแต่ยังไม่ทันที่จะเอ่ยตอบไปจู่ๆโทรศัพท์ของเซฮุนก็ดังขึ้นมา ทำให้เขาต้องหยุดบทสนทนาไว้แค่นั้นก่อนจะกดรับโทรศัพท์

 

            “ฮัลโหล โทรมามีอะไร”

 

            /นายครับ เด็กแฝดนั้นอ้วกไม่หยุดเลยครับ/

 

            “ห้ะ อะไรนะ นี่พวกแกทำอะไรทำไมเด็ก...เอ้ย ทำไมเขาถึงเป็นแบบนั้น” เซฮุนที่ลืมตัวลืมเปลี่ยนคำพูดไปทันที ทำให้ดวงตากลมของแบมแบมจับจ้องด้วยความสงสัย

 

            /เด็กสองคนนี้ไม่ยอมกินข้าวครับ ตอนนี้ตัวร้อนแล้วก็อ้วกไม่หยุดเลยครับ/

 

            “รีบพาไปโรงพยาบาลสิ ถ้าเกิดพวกแกทำให้สองคนนั้นเป็นอะไรละก็ฉันจัดการพวกแกแน่ๆ” เอ่ยจบเซฮุนก็รีบกดวางสายก่อนจะหันมาปั้นหน้าปกติใส่คนตัวเล็ก

 

            “มีอะไรรึเปล่าครับ?” ร่างเล็กเอ่ยถาม แต่ในใจก็แอบสงสัยอยู่ไม่น้อยกับการพูดการจาของเซฮุนเมื่อกี้

 

            “เปล่าหรอก..พอดีลูกน้องของพี่ป่วยนิดหน่อย เลยจะให้พาไปโรงพยาบาลน่ะครับ” ร่างสูงเอ่ยบอกคนตัวเล็ก ซึ่งพยายามวางตัวให้เป็นปกติมากที่สุด

 

            “เหรอครับ...พี่เซฮุนสะดวกคุยกับแบมต่อมั้ยครับ หรือว่าจะไปหาลูกน้อง ไปดูอาการเขาสักหน่อยมั้ยครับ” ร่างเล็กเอ่ย

 

            “สะดวกครับ เดี๋ยวคุยกับแบมเสร็จพี่ค่อยไปดู” ร่างเล็กก็นั่งคุยต่อไปเรื่อยๆ แต่อีกฝั่งหนึ่งของมาร์ค ยูคยอม และวังยอบที่กำลังดักฟังอยู่นั้นหันมามองหน้านั้นพร้อมกับยกยิ้มขึ้นมา เพราะแค่ข้อมูลแค่นี้ก็พอจะทำให้เขามีสิทธิ์ที่จะเจอลูกๆแล้ว

 


คุณวังยอบที่เป็นเหมือนพี่เลี้ยงของคุณหนูทั้งสามมา ในวัย34ปีค่ะ..

(แค่รูปอิมเมจน๊า)

 

            “วังยอบ ลองดูโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดสิ ยูคยอมนายลองดูสิว่ามีการเคลื่อนไหวของพวกของหมอนั่นที่ไหนบ้าง”

 

            “ตอนนี้มีรถคันหนึ่งที่มีทิศทางมุ่งไปโรงพยาบาล SEOUL NATIONAL UNIVERSITY HOSPITAL ครับ จะให้คนไปดักเลยมั้ยครับ” วังยอบเอ่ย

 

            “ไม่มีการเคลื่อนไหวทางอื่นใช่มั้ย” มาร์คเอ่ยถามเพื่อความชัวร์ เพราะเขาคิดว่าเซฮุนอาจจะให้ลูกน้องออกมาหลอกล่อเขาจากหลายๆจุด

 

            “ไม่มีครับ” วังยอบเอ่ยด้วยความมั่นใจ เพราะก่อนหน้านี้เขาส่งให้คนเอาเครื่องติดตามไปติดไว้ที่รถทุกคัน ทำให้ตามหาจุดเวลารถเคลื่อนไหวได้

 

            “งั้นฉันฝากนนายด้วย แจ็คสันไปทำธุระที่นอกเมืองฉันไม่อยากเรียกหมอนั่นกลับมา จะให้ซองแจไปจัดการ หมอนั่นก็ไม่ถนัดเรื่องบู๊ซักเท่าไหร่ จะให้ไปจัดการก็คงไม่ไหวหมอนั่นถนัดแต่ใช้สมองไม่ถนัดใช้กำลัง” มาร์คเอ่ยออกมา เมื่อนึกถึงเลขาของเขา ซึ่งตอนนี้เขาได้ให้ซองแจออกไปเคลียงานที่บริษัท

 

            “ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะจัดการให้ ตอนนี้คุณมาร์คบอกให้คุณแบมแบมพยายามถ่วงเวลาหมอนั่นไว้ให้มากที่สุดนะครับ หากผมพาตัวคุณหนูทั้งสองกลับมาได้แล้วผมจะแจ้งมานะครับ”

 

            “ได้ เดี๋ยวฉันจะให้คนไปสมทบ ฝากด้วยนะวังยอม”

 

            “ครับ” เอ่ยจบวังยอบก็ออกจากห้องไป

 

            “ช่วงนี้หมอนี่มาเยี่ยมนายบ่อยกว่าแจบอมที่เป็นพี่เขยนายอีกนะ” ยูคยอมเอ่ยพร้อมทำหน้าตาสงสัย

 

            “ฮึ เหตุผลแรกก็เพราะวินกับดีแลนนั่นแหละ แต่เหตุผลรองนี่สิน่าสนใจ”

 

            “แบบนี้แสดงว่านายยังไม่ให้ฉันติดต่อไปหาแทยงใช่มั้ย?”

 

            “อืมยัง ฉันว่าเซฮุนไม่จบแค่นี้หรอก ค่อยให้หมอนั่นเข้ามาช่วยตอนนั้นดีกว่า ฉันว่าวันนี้วังยอบน่าจะเอาอยู่” เอ่ยจบทั้งคู่ก็มองหน้ากันก่อนมาร์คจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วส่งข้อความไปหาแบมแบม

 

            ถ่วงเวลาให้หมอนั่นอยู่ในร้านอาหารให้ได้นานที่สุด ไม่ว่ายังไงภายใจหนึ่งชั่วโมงนี้อย่าให้หมอนั่นออกมาจากร้านเด็ดขาด

 

            หลังจากส่งข้อความเสร็จแล้ว มาร์คก็นิ่งเงียบไปพักหนึ่งเหมือนกับใช้ความคิด เพราะตอนนี้จริงๆแล้วเขาก็อยากจะลุกไปช่วยลูกด้วยตัวเอง แต่สภาพร่างกายมันไม่ไหวจริงๆ ไหนจะแขนที่หักด้วยยิ่งส่งผลทำให้เขาจะกลายเป็นตัวถ่วงในการออกไปช่วยลูกๆมากกว่า

 

            “นายเป็นอะไรรึเปล่า ทำไมนิ่งไปแบบนั้น” ยูคยอมเอ่ยถาม เพราะเห็นเพื่อนนั่งนิ่งไป

 

            “ไม่มีอะไร ฉันแค่อยากให้เรื่องนี้มันจบเร็วๆ” มาร์คเอ่ยก่อนจะถอนหายใจออกมาหนักๆแน่นอนว่าเขาอยากจะให้เรื่องวุ่นๆนี้มันจบเร็วๆ แต่มันอาจจะไม่เป็นแบบี่เขาคิดน่ะสิ...

 

           

            ในช่วงขณะเดียวกัน วังยอบได้ขับรถของเขาออกไปตามทิศทางที่รถต้องสงสัยกำลังมุ่งหน้าไป ซึงตอนนี้เขาได้ขับรถเข้าไปใกล้รถคันนั้นมากแล้วแต่เขาก็ต้องแปลกใจเมื่อจู่ๆทิศทางของรถคันนั้นก็เปลี่ยนจุดมุ่งหมาย เลี้ยวไปอยู่ข้างแม่น้ำฮัน วังยอบตามไปติดๆก่อนจะซุ่มดูโดยทิ้งระยะห่างเอาไว้ ดูเหมือนว่ารถคันนั้นจะแวะมาเพื่อมาเจอใครคนหนึ่ง แต่วังยอบก็เห็นไม่ถนัด รู้แค่ว่าเป็นชายหญิงคู่หนึ่ง เหมือนคนขับรถจะลงไปพูดคุยอะไรกับสองคนนั้นเล็กน้อยก่อนที่รถคนขับรถจะขึ้นมาประจำที่แล้วขับรถต่อไป ซึ่งมุ่งหน้าไปที่เดิม นั่นคือโรงพยาบาล

 

            “สองคนนั้นเป็นใคร...” วังยอบได้แต่คิดสงสัย แต่ก็ไม่ได้สนใจสองคนนั้น ตอนนี้เขาสนใจที่จะช่วยวินและดีแลนมากกว่า ซึ่งเขาอยากจะรอชิงตัวของเด็กๆระหว่างทางมากกว่า เพราะหากไปอยู่ที่โรงพยาบาลแล้วการชิงตัวกลับมาโดยที่ไม่ให้เกิดความวุ่นวายนั้นมันจะยาก

 

            “ตอนนี้แหละวะ” วังยอบเอ่ยก่อนจะเร่งความเร็วรถขึ้นไปพร้อมกับปาดหน้ารถคันนั้นเพื่อสกัดเอาไว้

 

            “เฮ๊ยอะไรวะ” ชายคนขับรถเอ่ยขึ้นด้วยความไม่พอใจก่อนจะลงมาจากรถแล้วมาเคาะที่ประตูรถของวังยอบด้วยความไม่พอใจ

 

            “เฮ๊ยทำไมทำแบบนี้วะ ลงมาคุยกันดิ๊” ชายคนนั้นโวยวายด้วยความไม่พอใจ แต่ก็ไม่มีคนเป็นประตูหรือแม้แต่ลดกระจกลงมาเลย ก่อนจะได้ยินเสียงปืนดังมาจากด้านหลัง ซึ่งวังยอบแอบลงไปจากรถตอนไหนรู้ แต่มารู้ตัวอีกทีก็ยิงชายในรถคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บไปแล้ว

 

            ปังๆ เสียงปืนยังคนดังต่อเนื่องโดยที่วังยอบพยายามจะพาเด็กน้อยทั้งสองที่ร่างกายอ่อนแอลงมาจากรถ แต่มันก็เป็นไปได้ยากพอสมควรที่เขาคนเดียวจัดการคนทั้งหมด ไม่นานนัก ก็มีรถอีกสองคันมาจอดล้อมเอาไว้พร้อมกับชายชุดดำอีกเกือบสิบคนที่เขามาหาวังยอบ

 

            “พาคุณหนูหนีไปครับ เดี๋ยวทางนี้พวกผมจัดการเอง” ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้น ซึ่งนี่ทำให้วังยอบรู้ได้ทันทีว่าคนพวกนี้คงเป็นคนของมาร์คต้วนแน่ๆ

 

            ชายเหล่านั้นล้อมวังยอบเอาไว้เพื่อกันให้เขาได้พาเด็กน้อยทั้งสองหนีออกไป โดยผลัดกันยิงสกัดเอาไว้ไม่ยั้ง เพราะมาร์คได้บอกก่อนหน้านี้แล้วว่า หากมันพูดกันไม่รู้เรื่องก็ไม่ต้องเก็บเอาไว้

 

            “คุณลุงวังโยบบบ” เจ้าแฝดตัวน้อยเอ่ยก่อนจะกอดวังยอบเอาไว้แน่น พร้อมร้องไห้โฮ อาจเป็นเพราะกลัวและป่วยอยู่ด้วย ตอนนี้วังยอบรีบพาเด็กๆไปที่บ้านของแจบอมก่อน เพราะหากพาไปโรงพยาบาลอาจจะเกิดความวุ่นวายได้ เมื่อมาถึงวังยอบก็รีบจอดรถก่อนจะเรียกให้คนอื่นๆมาช่วยกันอุ้มคุณหนูตัวน้อยเข้าไปในบ้าน

 

            “พวกนายพาคุณหนูเข้าไปในบ้าน นายไปตามหมอมา ส่วนนายไปคุมคนให้จัดเวรดูแลรอบๆให้แน่นหนาขึ้น หามีคนของคุณมาร์คเข้ามาให้เข้ามาในบ้านได้ แต่ถ้าเป็นคนอื่นอย่าให้เข้ามา ถ้ามันมีอาวุธก็จัดการเลย” เอ่ยจบวังยอบก็รีบเข้าไปในบ้านก่อนจะรีบเข้าไปหาแจบอมที่กำลังวิ่งออกมาทันที

 

            “มีเรื่องอะไรกันวังยอบ...อ้าวนั่นวินกับดีแลน นายไปพาหลานฉันกลับมาได้ยังไง”

 

            “เดี๋ยวผมเล่าให้ฟังทีหลังนะครับ ว่าแต่ทำไมตอนนี้คุณแจบอมอยู่ที่บ้านละครับ”

 

            “ฉันกลับมาดูจินยอง เห็นว่าตั้งแต่กลับมาก็ไม่ค่อยกินอะไรเลย แล้วหลานฉันเป็นยังไงบ้าง” แจบอมเอ่ยถาม

 

            “ตอนนี้คุณหนูทั้งสองก็เหมือนจะไม่สบายเหมือนกันครับ แต่ผมให้คนตามหมอมาแล้วครับ ตอนนี้คงต้องเอาตัวคุณหนูทั้งสองไว้ที่นี่ก่อนจะครับ”

 

            “เรื่องนี้ฉันให้นายัดการเลย เพราะฉันต้องไปจัดการธุระที่บริษัท”

 

            “ครับ เดี๋ยวทางนี้ผมดูแลให้ครับ” เอ่ยจบแจบอมก็พยักหน้าก่อนจะเดินออกจากบ้านไป วังยอบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะโทรไปหามาร์คทันที

 

            “ฮัลโหล คุณมาร์คครับ ตอนนี้คุณหนูทั้งสองอยู่ที่บ้านคุณแจบอมแล้วนะครับ รีบๆให้คุณแบมแบมออกมาจากตรงนั้นก่อนที่มันจะรู้ตัวนะครับ”

 

            /โอเคได้...ลูกฉันเป็นยังไงบ้าง/

 

            “ขวัญเสียน่าดูเลยครับ แต่ไม่ต้องห่วงครับเดี๋ยวผมจะตามหมอมาให้ครับ”

 

            /ฉันฝากนายด้วย เดี๋ยวฉันจะให้ซองแจไปดูแลเด็กๆ ส่วนแบมถ้าเกิดมีอะไรเดี๋ยวฉันจะจัดการเอง/

 

            “โอเคครับ”

 

 

            เมื่อวางสายไปร่างสูงก็รีบส่งข้อความไปหาคนตัวเล็กอีกรอบทันทีจนเมื่อเจ้าตัวได้รับก็เหลือบมองโทรศัพท์ก่อนจะพยายามเก็บรอยยิ้มเอาไว้ คนตัวเล็กปั้นหน้านิ่งก่อนจะมองไปที่เซฮุนที่กำลังมองมาที่เขา

 

            “แบม...จะให้พี่ช่วยใช่มั้ย ?”

 

            “ครับ...อยากให้พี่เซฮุนช่วยตามหาลูกๆของแบม” ร่างเล็กยังคงเอ่ยต่อไป เพราะอยากจะดูปฏิกิริยาของอีกฝ่าย ดวงตากลมมองไปที่ร่างตรงหน้าไม่วางตา

 

            “เรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องยากหรอกครับ...แต่พี่ขออะไรแลกหน่อยได้มั้ย”

 

            “ขออะไรเหรอครับ” แบมแบมถามออกไป เซฮุนยกยิ้มมุมปากก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้อีกคน

 

            “พี่ขอแบมเป็นของแลกเปลี่ยน” ร่างเล็กถึงกับนิ่งไปทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของนั้นของเซฮุน

 

            “ทำไม...ขอแบมละครับ” ร่างเล็กถามออกไปด้วยความรู้สึกตกใจอยู่ไม่น้อย

 

            “พี่ยังรู้สึกเหมือนเดิมนะ แล้วถ้าหากว่าคุณมาร์คเขาไม่ได้ดูแลแบม ไม่ได้รักแบมแบมแบบเมื่อก่อน พี่ก็ยินดีดูแลแบมนะครับ” เซฮุนเอ่ยพร้อมกับจะยื่นมือมาหาคนตัวเล็ก แต่อีกคนได้แต่ขยับมือออกช้าๆ ไม่อยากให้อีกคนเสียหน้า

 

            “แบม...ไม่ได้คิดกับพี่เซฮุนแบบนั้น...แบมมีลูกแล้วนะครับ พี่เซฮุนก็รู้”

 

            “พี่รู้ พี่พร้อมดูแลแบมแบมกับลูกๆ”

 

            “แต่แบม...อยู่กับคนที่แบมไม่ได้รักไม่ได้หรอกครับ...งั้นวันนี้แบมขอตัวก่อนนะครับ แบมมีธุระต่อ” ร่างเล็กเอ่ยก่อนจะลุกขึ้นจากที่นั่งโดยที่เซฮุนได้แต่มองตามไม่ได้ตามไปแต่อย่างใด เขาได้แต่กำมือแน่นมองตามคนตัวเล็กออกไปก่อนจะเอามือลูบหน้า

 

            “แย่แล้วครับคุณเซฮุน” ร่างสูงของจงอินเดินเข้าไปหาเจ้านายด้วยท่าทีรนรานทำให้เซฮุนต้องหันไปมองคนสนิทของเขา

 

            “มีอะไรจงอิน”

 

            “รถที่พาคุณหนูแฝดทั้งสองคนไปโรงพยาบาล ตอนนี้มีคนแจ้งมาว่ารถตกสะพานจมไปในแม้น้ำครับ ส่วนคนของเราทั้งหมดตาย จากบาดแผลพบว่ามีรอยกระสุนทุกคน และไม่เจอตัวของคุณหนูแฝดทั้งสองคนด้วยครับ” จงอินรีบแจ้งให้เจ้านายทราบ ทำให้เซฮุนกัดฟันกรอดพร้อมกำมือแน่น เพราะเขาพึ่งรู้ตัวว่าตัวเองนั้นถูกหลอก

 

            “ไอ้มาร์ค !! จงอินให้คนไปพาตัวแบมแบมมาอย่าให้แบมแบมหลุดรอดไปได้”

 

            “ครับ”

 

 

            ในเมื่อจะเล่นไม่ซื่อกันแบบนี้...ก็คงต้องตอกกลับด้วยวิธีที่คิดไม่ซื่อแบบนี้แหละ

 

           

            แบมแบมเมื่อแยกมาจากเซฮุนก็รีบไปยังลานจอดรถเพื่อไปที่รถ โดยที่เขาบอกกับเซฮุนนั้นมันก็เป็นเรื่องจริงที่มีแค่เขากับคนขับรถเท่านั้นที่มาในวันนี้ ความจริงมาร์คจะให้คนติดตามแบมมาด้วย แต่ว่าแบมแบมขอเอาไว้ว่าจะมาเอง เพราะไม่อยากให้เซฮุนสงสัย ซึ่งมันน่าจะเป็นเรื่องที่แบมแบมคิดผิด

 

 

            เมื่อขึ้นรถแล้วรถก็เคลื่อนออกมายังไม่พ้นโค้งแรก เสียงปืนก็ดังลั่นพร้อมกระจกหน้ารถที่แตกละเอียด คนขับถูกยิ่งเข้ากลางหัวในนัดเดียว ทำให้แบมแบมที่อยู่ในรถถึงกับตกใจตาค้าง มือก็รีบกดโทรศัพท์ไปหาคนรักทันที

 

            /แบมแบม อยู่ที่ไหนพี่ได้ยินเสียงปืน/ เมื่อมาร์คต้วนรับสายสิ่งแรกที่เขาเอ่ยกับคนตัวเล็กคือถามถึงเสียงปืนที่ได้ยิน

 

            “พี่มาร์คแบมอยู่ที่ลานจอดรถที่ร้านอาหารครับ คนขับรถถูกยิงตายแล้ว..พี่มาร์คช่วยแบมที” ร่างเล็กร้องบอกอีกคนด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว

 

            /แบมรีบวิ่งไปหายามหรือไปหาที่ที่คนเยอะๆเข้าไว้เดี๋ยวพี่จะจะไปหาเดี๋ยวนี้/

 

            “คะ..ครับ พี่มาร์ครีบๆมานะครับ” ร่างเล็กตัดสายก่อนจะเปิดประตูแล้ววิ่งลงไปจากรถ ก็พบกับลูกน้องของเซฮุนที่กำลังเดินตรงมาทางรถของเขาทำให้แบมแบมวิ่งแบบไม่คิดชีวิตเข้าไปในร้านอาหารทันที ซึ่งนั่นเป็นทางหนึ่งที่ทำให้คนพวกนั้นใช้ปืนไม่ได้ เพราะที่นี่เป็นร้านหรูและมีคนอยู่เยอะแยะมากมายแต่เสียงปืนนั้นก็ทำให้คนในร้านแตกตื่นอยู่ไม่น้อย แบมแบมวิ่งฝ่าเข้าไปในร้านเพื่อที่จะทะลุออกไปทางประตูหลังซึ่งจะไปโผล่ที่ถนนอีกเส้นนั่นอาจเป็นทางที่ทำให้แบมแบมหนีออกไปได้

 

            แต่เขาคิดผิด...

 

            เมื่อวิ่งออกมายังประตูหลังร้านก็พบกับเซฮุนที่ยืนรออยู่พร้อมกับยืนพิงรถด้วยท่าทีเรียบเฉย แต่ในมือกลับถือปืนอยู่พร้อมจะยกขึ้นมาได้ทุกเมื่อ

 

            “ที่มาในวันนี้ เพราะหลอกให้พี่สนใจแต่แบมสินะครับ...ร้ายนะครับ แบบนี้” เซฮุนเอ่ยก่อนจะกระตุกยิ้มร้าย แบมแบมได้แต่กำมือแน่นพร้อมกับมองหาทางที่จะหนี ซึ่งเมื่อมองไปก็พบแค่เซฮุนยืนอยู่คนเดียวเท่านั้น ทำให้แบมแบมเลือกที่จะวิ่งหนีโดยไม่คิดกลัวปืนในมือนั้นเลย

 

            “พี่มาร์ค รีบมาช่วยแบมที” แบมแบมได้แต่พร่ำเอ่ยบอกหวังว่าอีกคนจะได้ยินจากเครื่องดักฟังที่ติดอยู่ แต่ทุกอย่างก็ต้องหยุดลงเมื่อเสียงปืนดังขึ้น

 

            ปัง !!

 

            เสียงปืนที่ดังขึ้นนั้นทำให้คนตัวเล็กล้มลงไปกับพท้นทันที เพราะอะไรน่ะเหรอเพราะเสียงปืนนั้นคือเสียงปืนที่เซฮุนยิงไปที่ขาของคนตัวเล็กน่ะสิ เขาไม่ได้มีเจตนาจะทำให้อีกคนตายหรอกนะ แค่ตัดกำลังที่จะหนีก็เท่านั้น ร่างเล็กล้มลงไปกับพื้นก่อนจะหันไปมองต้นขาของตนเองที่มีเลือดไหลออกมา

 

            “โอ๊ย” ร่างเล็กได้แต่ร้องออกมาเพราะความเจ็บปวด แต่ก็ยังพยายามที่จะพาตัวเองหนีไปจากตรงนั้น มือเล็กๆนั้นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะพยายามกดโทรหาคนรัก แต่ก่อนที่แบมแบมจะได้ทำแบบนั้นมือของใครบางคนก็กระชากโทรศัพท์ไปจากมือของอีกคน

 

            ตุ้บ

            โทรศัพท์ถูกปาลงพื้นพร้อมกับรอยเท้าหนักๆที่เหยียบซ้ำลงไปจนโทรศัพท์เครื่องกะทัดรัดของคนตัวเล็กแตะกระจายจนใช้งานต่อไม่ได้ ใบหน้าหวานรีบตะหวัดสายตาไปมองก็พบว่าลูกน้องของเซฮุนเป็นคนทำแบบนั้น

 

            “ขอบใจมากจงอิน...นายไปเตรียมรถมา”

 

            “ครับ” จงอินรับคำสั่งเจ้านายก่อนจะเดินไปเพื่อไปเตรียมรถ แบมแบมพยายามกระเสือกกระสนหนีแต่ก็ถูกเซฮุนกระชากแขนเอาไว้พร้อมกับดึงให้ลุกขึ้นยืน โดยไม่สนใจเลยว่าเลยว่าอีกคนจะเจ็บมากน้อยแค่ไหน

 

            “พี่เซฮุนปล่อยแบมนะครับ..แบมเจ็บ” ร่างเล็กเอ่ยก่อนจะเอามือกุมที่ต้นขาเอาไว้แน่นเลือดก็ยังคงไหนลงมาจนตอนนี้กางเกงนั้นอาบด้วยเลือดเป็นทางยาว

 

            “แบมเป็นคนเดินมาหาพี่เองนะ พี่คงไม่โง่ปล่อยแบมไปหรอก พี่รอเวลานี้มาตั้งหลายปี” เอ่ยจบเซฮุนก็พยายามลากคนตัวเล็กไปที่รถซึ่งจงอินกำลังขับมาหาพวกเขา ซึ่งตอนนี้เริ่มมีคนในร้าอาหารออกมาดู เพราะตอนนี้ก็เป็นเขตชุมชนพอสมควร

 

            “นี่คุณทำอะไรน่ะ” เสียงของชายตัวใหญ่ที่คาดว่าน่าจะเป็นเจ้าของร้านอาหารเอ่ยขึ้นพร้อมทำท่าเหมือนจะเดินเข้ามาจัดการ เพราะตอนนี้มีเรื่องเกิดที่ลานจอดรถของร้านเขา

 

            “ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะต้องมายุ่ง” เซฮุนเอ่ย พร้อมออกแรงดึงคนตัวเล็กต่อไป แต่อีกคนก็ออกแรงฝืนเอาไว้เต็มแรง ดวงตากลมหันไปมองเจ้าของร้านพร้อมกับร้องขอความช่วยเหลือ

 

            “ช่วยผมด้วยครับ เขาทำร้ายผม”

 

            “นี่ถึงขึ้นต้องยิงกันเลยเหรอคุณ รีบๆปล่อยผู้ชายคนนั้นซะไม่งั้นผมจะแจ้งตำรวจนะ” ชายเจ้าของร้านเริ่มเอ่ยขู่ เซฮุนกระตุกยิ้มร้านก่อนจะยกปืนหันไปทางชายคนนั้นพร้อมยิงไปเต็มๆถึงสองทีเข้าเต็มๆที่แขนและหน้าท้องจนชายคนนั้นล้มลงไป

 

            ปัง ปัง

            ทุกคนต่างวิ่งกรูออกไปนอกร้านด้วยความตกใจ ก่อนรถจะเคลื่อนมาจอดข้างหน้าทั้งคู่ เมื่อรถมาจอดเซฮุนก็เปิดประตูรถแล้วยัดอีกคนเข้าไปในรถ ถึงแม้จะพยายามขืนเอาไว้แต่ก็ไม่มีแรงมากพอ เพราะแผลที่โดนยิงด้วย

 

            ประตูรถปิดลงพร้อมกับรถที่เคลื่อนออกไป แบมแบมมองออกไปนอกรถก่อนจะมองไปรอบๆพร้อมกำเครื่องดักฟังเอาไว้ เพราะตอนนี้สิ่งเดียวที่จะช่วยให้มาร์คตามเขามาได้คงมีแค่สิ่งนี้เท่านั้นแล้ว...

 

            ตอนนี้เราต้องจดจำเส้นทางที่รถคันนี้ผ่านไปให้ได้...



50%




            “จะจำเส้นทางเพื่อเอาไว้โทรหาไอ้หมอนั่นใช่มั้ย โอเคตามสบายเลยพี่จะให้แบมดู จำให้แม่นนะ” เซฮุนเอ่ยเยาะก่อนจะมองไปที่ต้นขาของคนตัวเล็กที่ตอนนี้มีเลือดไหลออกมาเต็มจนเลอะมาที่เบาะรถ ร่างเล็กได้แต่กัดปากแน่นสกัดกั้นความเจ็บปวดไม่สนใจคำพูดของอีกคน

 

            “คุณเซฮุน องการเร่งแอร์มั้ยครับ” จงอินถามเจ้านายด้วยน้ำเสียงเรียบ เซฮุนยกยิ้มก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าขึ้นมา

 

            “ก็เอาสิ” เขาใช้ผ้าเช็ดหน้านั้นปิดไว้ที่จมูก ก่อนที่จงอินจะเอื้อมมือไปเร่งแอร์ ควันสีขาวๆออกมาจากช่องแอร์พร้อมกับกลิ่นหอมๆที่ทำให้แบมแบมเคลิ้มไปกับกลิ่นนั้นอย่างลืมตัวโดยไม่ได้รู้เลยว่ากลิ่นนั้นคือยาสลบ..

 

            เพียงไม่กี่นาทีร่างของแบมแบมก็ฮวบลงเพราะฤทธิ์ยาก่อนจะสลบฟุบไปกับประตูรถ ดวงตากลมปิดลงสนิท ลมหารใจที่เขาออกมาอย่าสม่ำเสมอทำให้รับรู้ได้ว่าคงหลับสนิทแล้วแน่ๆ เซฮุนสั่งให้จงอินปิดช่องปล่อยยาสลบ เมื่อกลิ่นจางหายไปเขาก็เอาผ้าออกก่อนจะหันไปมองร่างเล็กที่หมดฤทธิ์ไปแล้ว

 

“มันจะไม่ได้ง่ายแบบนั้นหรอกแบมแบม...” เซฮุนมองร่างเล็กพร้อมกับเอ่ยออกมา หากในหลายปีก่อนนั้น เขาได้สูญเสียอะไรไป ตอนนี้คงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะค่อยๆเอาทุกอย่างกลับมา

 

รถขับมาเรื่อยๆอย่างไม่ได้รีบร้อน จนมาถึงบ้านของเซฮุน ซึ่งเป็นบ้านที่อยู่นอกเมืองและเป็นที่ที่คนรู้น้อย ซึ่งเขามั่นใจว่ามาร์คต้วนไม่มีทางรู้แน่ๆ เพราะจะมีการต่อสู้แบบประจันหน้าแล้ว หลังจากที่เขาอยู่เบื้องหลังมาหลายเรื่อง แต่ตอนนี้เขาจะต่อสู้กับคนที่แย่งความรักจากเขาไป เขาจึงต้องมีที่สำหรับพักพิง หรือจะเรียกง่ายๆก็ที่ซ่อนตัวที่ต้องไม่ให้อีกฝ่ายรู้นั่นเอง

 

“ถึงแล้วครับ...จะให้ผมอยู่ด้วยมั้ยครับ หรือว่าไม่ต้องครับ” จงอินเอ่ยถามเมื่อรถจอดสนิทอยู่หน้าบ้าน

 

“ไม่เป็นไร นายไปจัดการเตรียมของกินมาแล้วกัน ฉันไม่อยากจะติดต่อกับคนด้านนอกมาก เพราะตอนนี้หมอนั่นคงจับตาดูเราอยู่แน่ๆ” เซฮุนเอ่ย

 

“ได้ครับ แล้วต้องการอย่างอื่นอีกมั้ยครับ”

 

“หาซื้อเสื้อผ้าของใช้ส่วนตัวมาให้แบมแบมด้วย พวกเราคงจะอยู่ที่นี่อีกสักพัก นายก็ระวังตัวด้วยล่ะ”

 

“ได้ครับ” หลังจากนั้นเซฮุนก็อุ้มแบมแบมที่ไร้สติเข้าไปในบ้านของเขาก่อนจะพาอีกคนขึ้นไปบนห้อง จงอินมองดูเจ้านายจนมั่นใจว่าเจ้านายจะไม่เรียกใช้อะไรก่อนจะกลับเข้าไปในรถแล้วขับออกไปอย่างระมัดระวัง

 

เซฮุนพาร่างเล็กมาวางไว้บนเตียง เลือดก็ยังคงไหนออกมาอยู่ไม่หยุด จนผ้าปูที่นอนนั้นเต็มไปด้วยเลือด เขาเดินไปหยิบกล่องประถมพยาบาลที่เก็บไว้ในตู้มาเพื่อจะเอามาทำแผลให้คนตัวเล็ก กระสุนนั้นไม่ได้ฝังในตอนยิงเขารู้สึกได้ว่ากระสุนนั้นทะลุออกไปอีกด้าน

 

เขาทำแผลให้อีกคนไปเรื่อยๆ และพันแผลเอาไว้เรียบร้อยละทำการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ ซึ่งเมื่อเขาเอื้อมมือไปเพื่อที่จะแกะกระดุมเสื้อของร่างเล็กออกนั้นก็รู้สึกได้ว่ามันมีบางอย่างติดอยู่หลังกระดุมนั้น เมื่อหยิบขึ้นมาก็เห็นว่ามันเป็นเครื่องดักฟังขนาดเล็ก ทำให้เซฮุนกระตุกยิ้มร้าย

 

“ฮึ..ว่าไงมาร์ค นายคงฟังฉันอยู่สินะ เฮ้อ ครั้งนี้นายมันโง่ปล่อยเมียนายมาเองนะ เพราะฉะนั้นก็อย่าหวังว่าฉันจะปล่อยเขากลับไปหาแกง่ายๆเลย” เซฮุนเอ่ยออกไปแบบนั้นเพราะเขามั่นใจเต็มร้อยว่ามาร์คจะต้องได้ยินที่เขาพูดแน่ๆ หลังจากที่เอ่ยจบเขาก็ปาเครื่องดักฟังนั้นออกไปนอกหน้าต่างอย่างไม่ใยดี ถึงแม้มาร์คจะไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน แต่มันน่าจะดีกว่าถ้าเขาพาร่างเล็กไปซ่อนไว้ในห้องที่ปลอดภัยกว่านี้ ห้องที่คนข้างนอกจะไม่มีวันหาเจอ..

 

ห้องใต้ดิน..

 

จากคำพูดนั้นแน่นอนว่ามันทำให้คนที่อยู่ปลายสายอย่างมาร์คต้วนถึงกับจะเป็นบ้าเลยทีเดียวที่ได้ยินเสียงของเซฮุน นั่นแสดงว่าเซฮุนรู้แล้วว่าตอนนี้ติดเครื่องดักฟัง และที่แย่ไปกว่านั้นแบมแบมบาดเจ็บจากฝีมือผู้ชายคนนั้น...

 

มาร์คหันไปมองสายน้ำเกลือก่อนจะกระชากออกอย่างไม่ได้รู้สึกสะถกสะท้านเลยแม้แต่น้อยก่อนจะลุกจากเตียง ถึงแม้แขนข้างหนึ่งของเขาจะหักแต่มันก็ไม่ได้เป็นอุปสรรค์กับเขาเลย เขาลงจากเตียงก่อนจะพยายามเปิดประตูออกไป ซึ่งในเวลานี้ไม่มีคนเฝ้าเขาอยู่เลย เพราะยูคยอมไปส่งชาลีที่คอนโด เพราะชาลีพักผ่อนไม่ค่อยพอตั้งแต่มานอนที่โรงพยาบาลมันผิดที่ทำให้นอนไม่ค่อยหลับเขาเลยตัดสินใจพาคนรักไปส่งที่คอนโดจะดีกว่า และโชคดีที่ยูคยอมกลับมาทันเห็นมาร์คกำลังจะออกไปจากห้อง

 

“มาร์คนายจะไปไหน” ยูคยอมรีบเอ่ยถามเพื่อนก่อนจะเข้าไปห้าม

 

“หลีกไปยูคยอม ฉันจะไปหาแบมแบม”

 

“ไปหาที่ไหน ?”ยูคยอมเอ่ยถาม

 

“ไม่รู้ แต่ฉันต้องไป ฉันจะไปจัดการมัน” มาร์คเอ่ยแล้วพยายามจะเดินผ่านเพื่อนตัวโตของเขาไปเพื่อไปช่วงคนรัก

 

“จะบ้ารึไงนายเจ็บอยู่นะเว้ย”

 

“ฉันไม่สน ฉันจะทำให้มันเจ็บกว่าฉันหลายเท่าเลยคอยดู” มาร์คกำมือแน่นด้วยความโกรธ ยูคยอมยกมือขึ้นมาลูบหน้าพร้อมถอนหายใจออกมาหนักๆเพราะดูท่าทางเขาคงจะห้ามอะไรเพื่อนคนนี้ไม่ได้

 

“โอเคฉันคงห้ามอะไรนายไม่ได้สินะ แต่นายจะไปทั้งแบบนี้เนี่ยนะ ดูสภาพตัวเองบ้าง”

 

“ต่อให้แขนฉันหักทั้งสองข้าง ฉันก็จะหักคอมันให้ได้” มาร์คเอ่ยด้วยความรู้สึกโกรธเกรี้ยว เขารอต่อไปนานกว่านี้ไม่ได้แล้ว เพราะแบมแบมจะยิ่งเสี่ยง สำหรับเรื่องูกเขาไว้ใจได้เปราะหนึ่งแล้วว่าไม่ต้องเป็นห่วง สำหรับเรื่องของแบมแบมนั้นเขามั่นใจอยู่อย่างหนึ่งว่าเซฮุนจะไม่ทำร้ายแบมแบมถึงชีวิต

 

นั่นแหละคือจุดอ่อน...หมอนั่นรักแบมแบมและเปราะบางเกินไปถึงได้ตัดแบมแบมไม่ขาด แค่จี้จุด ความรู้สึกคงแตกกระเจิง

 

 

“นายจะไปนายรู้เหรอว่าหมอนั่นพาแบมแบมไปไหน” ยูคยอมเอ่ยถามต่อขึ้นมาทำให้มาร์คต้วนถึงกับชะงักกึก เพราะตัวเขาก็ไม่รู้ว่าตอนนี้หมอนั่นจับแบมแบมไปไว้ที่ไหน

 

“ไม่รู้...”

 

“แล้วนายจะทำยังไง จะให้ฉันติดต่อหาแจ็คสันหรือคนอื่นๆมั้ย”

 

“ตอนนี้ฉันคงต้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนนายแล้วแหละ” มาร์คเอ่ยพร้อมหันไปมองหน้าเพื่อนตัวโตของเขา ซึ่งยูคยอมก็เข้าใจดี ตอนนี้ที่น่ากลัวคือถ้ามาร์คต้วนยิ่งเคลื่อนไหวเซฮุนจะพาแบมออกไปไกล เพราะตอนนี้เขายังจับจุดไม่ได้ว่าแบมแบมของเขาถูกพาไปที่ไหน

 

.

 

 

.

 

 

.

 

เวลาเดียวกันที่บ้านของแจบอม

 

ตอนนี้จินยองได้พาคุณหนูทั้งสองเข้านอนไปแล้วหลังจากที่ให้หมอมาตรวจร่างกาย เพราะเด็กๆอ่อนเพลียมาก ได้กินข้าวกินยาไปก็ทำให้เด็กๆนั่นมีแรงมากขึ้นแล้วยิ่งได้กลับมาอยู่ในสภาพแวด้อมที่คุ้นเคยทำให้เด็กๆกับมาร่างเริงได้ไม่ยาก

 

“ตอนนี้ให้เด็กๆพักก่อนนะ แต่ว่าไม่แน่อาจจะตื่นขึ้นมาก็ได้ ยังไงต้องมีคนเฝ้านะครับ” จินยองหันไปบอกกับวังยอบที่เฝ้าอยู่หน้าห้องเพราะตอนนี้เขามีหน้าที่ดูแลแฝดทั้งสอง

 

“ครับ ตอนนี้คุณจินยองไปพักผ่อนเถอะครับ เดี๋ยวทางนี้ผมดูแลให้เองครับ” วังยอบเอ่ยอย่างสุภาพ

 

“โอเคครับ ฝากด้วยนะครับ ผมไปดูยองจูก่อน” ว่าแล้วก็เดินออกจากห้องไปทิ้งให้วังยอบได้อยู่กับเด็กๆตามลำพัง เขามองไปที่เด็กน้อยทั้งสองอย่างเอ็นดูก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ เพราะไม่คิดเลยว่าเด็กตัวเล็กๆแค่นี้ต้องมาเจอเรื่องแย่ๆแบบนี้ คงขวัญเสียกันน่าดูแต่ก็ถือว่าเด็กๆเข้มแข็งกันมาก

 

ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูดังขึ้นมาทำให้วังยอบหันไปมองก็พบกับร่างของชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าประตูด้วยท่าทีงกๆเงิ้นๆ เพราะไม่ได้มายังที่นี่บ่อยนัก ซึ่งคนคนนั้นก็คือ ซองแจเลขาของมาร์คนั่นเอง

 

“สวัสดีครับ...คุณมาร์คให้ผมมาดูแลคุณหนูครับ” ซองแจเอ่ยขึ้นก่อนจะเดินก้าวเข้ามาใกล้ เจ้าตัวสวมเสื้อเชิ้ตสะอาดตาสีขาวพร้อมกับถอดสูทสีเข้มพาดมาที่แขน วังยอบมองคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะเอ่ยถาม

 

“มาดูแลคุณหนูเหรอ อ้าว...นี่นายไม่ได้มาดูแลฉันเหรอเนี่ย” วังยอบลุกขึ้นไปก่อนจะหยุดอยู่ตรงหน้าซองแจก่อนจะยกยิ้มอ่อนๆ ซองแจได้แต่ขมวดคิ้วก่อนจะเดินผ่านคนที่ตัวสูงกว่าเขาไปยังเตียงของคุณหนูตัวเล็กทั้งสอง

 

ตอนนี้มาร์คให้ซองแจหยุดทำงานที่บริษัท ให้มาคอยดูแลเด็กๆทั้งสองชั่วคราว ซึ่งเขาไว้ใจจะให้ซองแจมาดูแลมากกว่า เขารู้ดีว่าวังยอบจะดูแลได้แต่ซองแจนั้นจะรู้รายละเอียดเกี่ยวกับเด็กทั้งสองคนมากกว่า

 

“คุณหนูโอเคใช่มั้ยครับ” ซองแจไม่ได้ถามคำถามของวังยอบก่อนหน้านี้ แต่เลือกตั้งคำถามกับอีกคน ซึ่งวังยอบก็มายืนอยู่ข้างๆเตียงอีกฝั่งหนึ่งก่อนจะตอบช้าๆ

 

“ปลอดภัยแล้ว กินข้าวกินยาแล้วแต่ต้องพักเยอะๆ คืนนี้อาจจะตื่นขึ้นมาอีกก็ได้”

 

“เป็นแบบนี้สินะครับ...น่าสงสารนะครับที่ต้องมาเจออะไรแบบนี้” ซองแจเอ่ยก่อนจะยกมือขึ้นลูบกลุ่มผมนิ่มของคุณหนูตัวเล็กอย่างอ่อนโยน หาเปรียบเทียบกันนั้นส่วนสูงของทั้งคู่ไม่ได้ต่างกันมากเท่าไหร่ วังยอบอาจจะสูงกว่าไม่มากแต่ซองแจนั้นตัวบางกว่าและอายุน้อยกว่าอยู่หลายปี ทั้งที่เจอกันไม่กี่ครั้งแต่วังยอบดันชอบที่จะอยู่ใกล้ๆเด็กคนนี้ไปซะแล้ว

 

“นายอายุเท่าไหร่ ?” จู่ๆวังยอบก็ถามขึ้น ซองแจทำหน้างงๆเล็กน้อย แต่ก็ยอมเอ่ยตอบโดยที่ไม่ได้คิดอะไร

 

27ครับ...ผมคงอายุน้อยกว่าคุณแน่ๆ”

 

“นั่นมันแน่อยู่แล้ว นายมีแฟนรึยัง”

 

“ถามทำไมครับ”

 

“ตอบมาเหอะน่า” วังยอบยังคงยิงคำถามใส่ด้วยท่าทีนิ่งๆ

 

“เคยมีครับ แต่ตอนนี้เลิกไปแล้ว”

 

“ทำไมถึงเลิก” วังยอบยังคงถามออกมาเรื่อยๆ ซองแจทำท่าเหมือนจะไม่ตอบแต่ก็ยอมตอบออกไปเพราะเขาไม่ได้คิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่อะไร

 

“เธอมีคนอื่น ผมก็เลยบอกเลิก”

 

“แล้วพร้อมมีคนใหม่ยัง”

 

“นี่คุณจะถามคำถามแบบนี้ทำไม ผมว่ามันไม่เห็นสำคัญอะไรเลยนะครับ”

 

“สำคัญสิ เพราะฉันอยากรู้” วังยอบยังคงตอบออกไปด้วยท่าทีนิ่งๆ ซองแจมองคนตรงหน้าก่อนจะหรี่ตามองน้อยๆ แต่ยังไม่ได้เอ่ยอะไรออกไปโทรศัพท์เจ้ากรรมก็ดันดังขึ้นมาซะก่อน

 

“เดี๋ยวผมขอตัวไปข้างนอกนะครับ” ซองแจเอ่ยเสร็จก็รีบออกไปจากห้องเพราะกลัวเสียงโทรศัพท์จะทำให้คุณหนูทั้งสองตื่น พอออกมานอกห้องแล้วซองแจก็ถอนหายใจหนักๆก่อนจะกดรับสาย

 

“โทรมาทำไม” นั่นคิดคำพูดแรกที่ซองแจเอ่ยออกไป ทำเอาปลายสายนิ่งไปเล็กน้อย

 

/ซองแจ ฉันบอกแล้วไงว่าขอโทษเรากลับมาคืนดีกันนะคะ/ หญิงสาวปลายสายเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

 

“มันจบไปแล้ว ทำไมครับเขาดูแลไม่ดีเหรอแค่อาทิตย์เดียวก็คิดจะกลับมาหาผม ขอโทษนะผมไม่กลับไปหาผู้หญิงที่สวมเขาให้ผมหรอก” ซองแจเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

 

/ฉันขอโทษค่ะซองแจ เรากลับมาคืนดีกันนะคะ ฉันจะไม่ทำแบบนี้อีก ฉันมันโง่เองค่ะ/

 

“ฮึ นั่นสิครับถ้าคุณฉลาดคงไม่ทิ้งผมไปแบบนี้หรอก แค่นี้นะแล้วอย่าโทรมาหามอีก” เอ่ยจบซองแจตัดสายก่อนจะกดปิดเครื่องทันที เขายกมือขึ้นมาลูบหน้าก่อนจะหันกลับไปเพื่อไปที่ห้องของคุณหนูทั้งสองแต่ก็ต้องตกใจไม่น้อยเมื่อเห็นวังยอบยืนพิงกรอบประตูห้องอยู่

 

“ใจเด็ดดีนี่ ความจริงนายน่าจะบอกเขาไปนะว่านายมีคนอื่นแล้วมันน่าจะทำให้เขาเลิกมายุ่งกับนายแบบถาวร”

 

“ผมไม่ชอบโกหก ผมไม่ได้มีคนอื่น ไม่ได้ไปจีบใครเพราะฉะนั้นผมจะไม่พูดแบบนั้น” ซองแจเอ่ยออกมาไปนิ่งๆก่อนทำท่าจะเดินเข้าห้องแต่วังยอบก็ไม่ยอมหลีกทางให้ วังยอบยังคงกอดอกยืนพิงประตูอยู่แบบนั้นก่อนจะกดสายตามองไปยังซองแจ

 

“นายไม่ได้โกหกนายพูดความจริง”

 

“มันไม่ใช่เรื่องจริง”

 

“จริงสิ...ก็ฉันนี่ไงจะจีบนาย” คำพูดของวังยอบทำเอาซองแจถึงกับชะงักกึกไปทันที ดวงตาสีเข้มมองไปยังคนอายุมากกว่าก่อนจะขมวดคิ้วจนหัวคิ้วแทบจะชนกัน

 

“เชิญคุณไปพักผ่อนนะครับ คุณอาจจะทำงานหานักไปจนเบลอ ผมเป็นผู้ชาย” เอ่ยจบซองแจก็ทำท่านจะเดินเข้าไปในห้องอีกแต่วังยอบก็ยังคงขวางอยู่แบบนั้น เจ้าตัวกระตุกยิ้มก่อนจะดึงแขนซองแจเข้ามาใกล้ๆจนอีกคนถลาเข้ามาชนกับหน้าอกแกร่งกำยำของเขา

 

“เป็นผู้ชาย...ก็จีบกันได้” คำพูดของวังยอบทำเอาซองแจรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว เพราะขาไม่เคยชินกับเรื่องแบบนี้ทำให้เขารีบผลักวังยอบออกจนแทบกระเด็นทำให้เขาหลุดออกมาได้

 

“ขอตัวนะครับคุณไปพักเถอะตอนนี้หน้าที่ดูแลคุณหนูทั้งสองคนคือหน้าที่ของผมแล้ว” เอ่ยจบซองแจก็เดินเข้าไปในห้องพร้อมปิดประตูเอาไว้ วังยอบได้แต่ยืนอยู่หน้าประตูก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

 

“หมอนี่น่าสนใจดีนะ” ชายหนุ่มรูปหล่อเอ่ยก่อนจะก้าวห่างออกไปจากห้อง ซองแจเมื่อเห็นว่าเสียงฝีเท้าของอีกคนห่างออกไปก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างโล่งอก

 

“คนอะไรพิลึก” ซองแจเอ่ยอีกครั้งก่อนจะเดินไปนั่งบนเตียงมองคุณหนูตัวน้อยด้วยความเอ็นดู ซองแจเข้ามาทำงานเป็นเลขาของมาร์คตั้งแต่คุณหนูทั้งสองยังพูดจากอ้อแอ้ๆอยู่เลยจนตอนนี้พูดเป็นประโยครู้เรื่องแล้ว มันเป็นเวลาหลายปีเลยทีเดียว และที่มาร์คให้ซองแจมาเป็นคนดูแลเด็กๆก็เพราะว่าเขารู้ดีว่าซองแจเป็นคนอ่อนโยนมากแค่ไหน

 

และคนที่เป็นคนสบายๆแบบซองแจ คนที่ไม่เคยจับปืนคนที่เลี่ยงสถานการณ์การปะทะกันมาตลอดแบบซองแจจะเป็นเพื่อนเล่นที่ดีของสองแฝดแน่นอน

 

หลายชั่วโมงผ่านไป เด็กนอนที่นอนหลับไปในตอนแรก ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมากลางดึกที่เงียบสงัด โดยดีแลนนั้นลุกขึ้นมาก่อน เจ้าตัวเล็กนั่งขยี้ตาไปมาสองสามทีก่อนจะมองไปรอบๆห้องที่ตอนนี้มีไฟตรงหัวเตียงคอยให้แสงสว่างอยู่

 

“แจแจ แจแจ” เสียงใสใสของเด็กน้อยเรียกให้ชายหนุ่มเผลอหลับไปสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมจะมองหน้าคุณหนูตัวน้อย

 

“คุณหนูดีแลน ตื่นมาทำไมครับ” ซองแจเอ่ยอย่างอ่อนโยนก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ และแจแจ ก็เป็นชื่อที่สองแสนใช้เรียกซองแจนั่นเอง

 

“หิว ดีแลนหิว” เจ้าตัวน้อยเอ่ยพร้อมเบะปาก ทำให้ซองแจยกยิ้มพร้อมกับยื่นมือไปขยี้กลุ่มผมนิ่มของหนูน้อยก่อนวินจะตื่นขึ้นมาเหมือนกันเพราะได้ยินเสียงดีแลนและซองแจคุยกัน

 

“งือออ แจแจเหย๋อ” วินเอ่ยพร้อมกับมองไปหาซองแจ

 

“ครับ คุณหนูวินหิวมั้ยครับ”

 

“หิวสิ หิวมากๆโลย” แฝดตัวน้อยอีกคนเอ่ย ไม่รู้กระเพาะติดกันรึเปล่านะถึงได้หิวขึ้นมาพร้อมกันเลย เมื่อเห็นดังนั้นซองแจก็ยกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกาซึ่งมันเป็นเวลาเที่ยงคืนพอดี หลายๆคนในบ้านคงหลับไปแล้วทำให้เขาตัดสินใจพาเด็กๆออกมาจากห้องเพื่อไปหาอะไรทานในครัว ถึงแม้จะดึกมากแล้วแต่ไฟในบ้านก็ยังคงเปิดสว่างไสว

 

ซองแจจูงมือคุณหนูตัวเล็กเข้ามาที่ห้องครัวก่อนจะอุ้มให้แฝดตัวน้อยนั่งบนเก้าอี้ ส่วนตัวเขาก็เดินไปที่ตู้เย็นเพื่อเลือกของมาทำอาหารให้เด็กๆแต่ในมื้อนี้ก็ดึกมากแล้วเขาเลยเลือกทำอาหารที่ไม่ย่อยยากจนเกินไปและเป็นอาหารที่คุณหนูทั้งสองน่าจะชอบ

 

ไข่ตุ๋นทรงเครื่องฝีมือคุณเลขาซองแจ



 

 

ใช้เวลาเพียงไม่นานไข่ตุ๋นหน้าตาน่ารักในถ้วยคุณหมีก็ถูกเอามาเสิร์ฟให้กับเด็กๆตัวน้อยที่นั่งรอด้วยแววตาคาดหวังและหิว อาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้ที่ถูกจับตัวไปเด็กๆไม่ค่อยทานเลยเลยทำให้ตอนนี้ร่างการเริ่มโหยหาเต็มที่ทั้งที่ก่อนที่จะหลับไปก็ทานไปบ้างแล้ว

 

“หูยยยย น่ากินจังเยย” เด็กน้อยเอ่ยพร้อมกับมืออวบๆนิ้วสั้นๆจะกำช้อนแน่นเตรียมตะลุยอาหารมื้อดึก

 

“น่ากินก็ต้องกินให้หมดนะครับ” เลขาหนุ่มเอ่ยก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ใกล้ๆคุณหนูทั้งสองมองเจ้าตัวเล็กกินอาหารด้วยความเอร็ดอร่อย แต่แล้วดินเนอร์มื้อดึกก็ถูกร่างสูงของชายหนุ่มคนหนึ่งเข้ามาร่วมแจมด้วย

 

“กินด้วยคนได้มั้ยครับ” เสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นทำให้ซองแจและคุณหนูตัวน้อยหันไปมองทันทีซึ่งเจ้าตัวเล็กทั้งสองก็ฉีกยิ้มกว้างทันทีเมื่อรู้ว่าเป็นใคร

 

“กุนลุงวังโยบบบบบ” เสียงของเด็กน้อยทั้งสองเอ่ยก่อนจะฉีกยิ้มกว้างทำให้ชายหนุ่มเดินเข้า ซองแจมองไปยังวังยอบก่อนจะกัดปากน้อยๆ เอาจริงๆเขาไม่ค่อยชอบอยู่ใกล้กับวังยอบสักเท่าไหร่ เพราะอะไรน่ะเหรอ ซองแจเป็นคนที่ค่อยข้างอนามัยซึ่งเขาไม่ชอบผู้ชายหรือคนที่สักซักเท่าไหร่ โดยเฉพาะวังยอบที่สักจนเมตัวจนมองเห็นมาถึงคอและแขนทั้งสองข้าง

 

ตอนนี้วังยอบสวมเสื้อยืดสีเข้ม ทำให้เห็นลอยสักที่โผล่พ้นออกมาจากแขนเสื้อสั้นๆนั่นอย่างเห็นได้ชัด ซองแจพยายามโฟกัสไปที่คุณหนูตัวเล็กมากกว่า เพราะเขารู้สึกได้ว่าผู้ชายตรงหน้าคนนี้แอบกวนประสาทเขาแปลกๆ

 

“รีบๆทานนะครับ เดี๋ยวผมจะพาขึ้นไปนอนนะครับ” ซองแจเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มพร้อมกับค่อยเอาทิชชู่เช็ดปากให้คุณหนูตัวเล็กเวลากินเลอะด้วย

 

“นายจะไม่คุยกับฉันเลยเหรอ หรือว่าไม่พอใจเรื่องเมื่อกี้” วังยอบถาม ซองแจเงยหน้ามองคนที่ยืนอยู่ข้างๆโต๊ะก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงปกติ

 

“ผมจะไปโกรธคุณทำไมล่ะครับ ที่ผมไม่คุยก็แค่เพราะไม่รู้จะคุยอะไรกันก็เท่านั้นครับ” จะเรียกง่ายๆซองแจเป็นคนไม่ค่อยชอบทำความรู้จักกับคนอื่นเท่าไหร่มากกว่า

 

“งั้นเหรอ แต่ฉันอยากคุยกับนายนะ”

 

“ไว้โอกาสหน้านะครับ เดี๋ยวผมคงต้องเตรียมพาคุณหนูขึ้นไปนอน” ซองแจเอ่ยอย่างสุภาพแต่วังยอบรู้ว่าอีกคนกำลังเลี่ยงที่จะพูดคุยกับเขามากกว่า ซึ่งวังยอบก็พอจะมองออกว่าซองแจไม่ค่อยชอบกับเขาสักเท่าไหร่ คุณหนูทั้งสองทานอาหารเสร็จพอดี ซองแจจึงน้ำชามใบเล็กทั้งสองไปจัดการล้าง

 

“แจแจ วินอยากฟังนิทาน” เสียงแจ๋วๆของวินเอ่ยบอกซองแจซึ่งเมื่อได้ยินเด็กน้อยเรียกชื่อซองแจก็ทำให้วังยอบแอบขำออกมาเบาๆซึ่งแน่นอนว่าซองแจได้ยินแต่ก็ทำเป็นไม่สนใจ

 

“ได้ครับเดี๋ยวเราขึ้นไปบนห้องแล้วผมจะเล่าให้ฟังนะครับ” ซองแจเอ่ยด้วยน้ำเสียงอบอุ่น วังยอบยืนมองเด็กหนุ่มเลขาอายุน้อยกว่าเขาด้วยท่าทีนิ่งๆ ทำไมเขาแอบรู้สึกว่าซองแจคนนี้พยายามจะไม่สนใจเขาอาจเป็นเพราะเขาน่ารำคาญหรือหมอนี่เขากับคนอื่นได้ยากละมั้ง

 

“โอเค เสร็จแล้วครับ เดี๋ยวเราขึ้นไปบนห้องกันดีกว่านะครับ” ซองแจเอ่ยขึ้นหลังจากที่เขาล้างชามเสร็จก็เตรียมที่จะพาเด็กน้อยทั้งสองขึ้นไปบนห้อง

 

“กุนลุงวังโยบไปด้วยกันนะ” ดีแลนที่กำลังจะเดินขึ้นไปหันเอามือป้อมๆมาดึงกางเกงของคุณมือปืนใจดีไว้พร้อมออกแรงดึงเบาๆเพื่อให้วังยอบตามตนเองไปด้วย

 

“ไปไม่ได้ครับ คุณหนูต้องนอนกันนะครับ”

 

“แต่อยากให้กุนลุงนอนด้วย คิดถึงแด๊ดดี้กับหม่ามี๊ ให้กุนลุงเป็นแด๊ดดี้ให้แจแจเป็นหม่ามี๊ให้โหน่ยสิ” ดีแลนยังคงเอ่ยเจื้อยแจ้วสิ่งที่เด็กน้อยเอ่ยออกมาทำให้วังยอบหัวเราะออกมาเบาๆพร้อมมองหน้าซองแจที่กำลังทำหน้าไม่ถูกกับคำพูดของเจ้าตัวเล็ก

 

“โอเคได้ครับ” วังยอบเอ่ยตอบตกลงก่อนจะก้มตัวลงน้อยๆ อุ้มดีแลนขึ้นมาพร้อมหันไปมองซองแจแล้วเดินนำขึ้นไป

 

“แจแจอุ้มวิน แจแจอุ้มวิน” วินเอ่ยพร้อมชูแขนขึ้นทั้งสองข้างออดอ้อนให้ซองแจอุ้มเหมือนที่วังยอบอุ้มดีแลนบ้าง

 

“ครับๆอุ้มครับ” ซองแจเอ่ยก่อนจะอุ้มเด็กน้อยขึ้นมาพร้อมเดินตามวังยอบกลับไปที่ห้องของเด็กน้อย หลังจากกลับเข้ามาในห้องทั้งคู่ก็วางเด็กน้อยลงบนเตียงพร้อมกับไปลากเก้าอี้มานั่งข้างๆเตียง

 

“แจแจเล่านิทานนะ วินกับดีแลนอยากฟัง” วินเป็นตัวตนตัวตีเอ่ยมาก่อนพร้อมกับหันไปมองวังยอบที่ยืนอยู่ข้างๆเตียงด้วยรอยยิ้มเหมือนกับว่าตอนนี้เจ้าตัวน้อยอุ่นใจที่รอบๆข้างมีแต่คนที่รู้จักคุ้นเคยไม่เหมือนก่อนหน้านี้ไม่กี่วันที่ไปอยู่ในวงล้อมของคนที่ไม่รู้จักเลย

 

“ได้ครับ งั้นเดี๋ยวมาเริ่มกันเลยนะครับ” หลังจากนั้นซองแจก็เริ่มเล่านิทานผจญภัยสุดแสนสนุกที่ทำให้เด็กๆตื่นเต้นไปด้วยกับการเล่า จนเวลาล่วงเลยไปเจ้าตัวน้อยทั้งสองก็ค่อยๆหลับลงเพราะกินอิ่มและเพลียขึ้นมาอีกครั้งในเวลาเกือบๆจะตีสอง เมื่อเห็นว่าเด็กน้อยหลับไปแล้วซองแจก็หันไปมองวังยอบที่นั่งพิงอยู่ที่หัวเตียง และดูเหมือนว่าวังยอบจะเคลิ้มตามเหมือนกัน มือของวินกุมนิ้วชี้ของคุณลุงวังยอบเอาไว้ไม่ยอมปล่อยนี่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้วังยอบลุกไปไหนไม่ได้จนเผลอหลับไป ซองแจก็เดินลุกจากเก้าอี้ก่อนจะเดินไปที่โซฟาที่อยู่ใกล้ๆแล้วทิ้งตัวนอนพร้อมกับหลับไปในเวลาต่อมาเช่นกัน 




กุนลุงวังโยบของสองแฝด


 

แจแจของสองแฝด

 

 

 

 

ทางด้านแบมแบม

ร่างเล็กตื่นขึ้นมากลางดึกพร้อมกับมองไปรอบๆห้องด้วยความตื่นตระหนก ในห้องที่ไม่คุ้นเคยนี้เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตนเองนั้นหลับไปตอนไหน ครั้งสุดท้ายที่จำได้คือตนเองพยายามจำเส้นทางระหว่างที่เซฮุนพาตัวมาแต่ก็จำอะไรไม่ได้ มาโผล่อีกทีก็อยู่ในห้องนี้

 

แบมแบมพยายามลุกดูรอบๆห้อง หน้าต่างสักบานยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ ซึ่งเดาได้ไม่ยากเลยว่าที่นี่คงเป็นห้องใต้ดินแน่ๆ เพราะรอบห้องไม่มีหน้าต่างบ้านใหญ่สักบาน มีเพียงช่องหน้าต่างบานเล็กๆที่อยู่สูงกว่าปกติ ตอนนี้จะตะโกนไปยังไงก็คงไม่มีใครได้ยินแน่ๆ แบมแบม กลับมาตั้งหลักที่เตียงก่อนจะก้มลงมองตัวเองตอนนี้เขาสวมเสื้อผ้าชุดนอนสีเข้มอยู่แผลที่ขาก็มีการทำแลเรียบร้อยแล้ว คนทำให้คงไม่พ้นเซฮุน เครื่องดักฟังตอนนี้ก็ไม่มีทำให้เขาไม่รู้จะติดต่อไปหามาร์คยังไง แต่ตอนนี้เจ้าตัวดันไปอยู่นั่นเป็นโอกาสดีของเขาที่จะหาทางหนี

 

 

หรือเดาง่ายๆว่าดึกป่านนี้เซฮุนอาจจะนอนไปแล้วก็เป็นได้ แบมแบมค่อยๆเดินฝืนความเจ็บไปช่องหน้าต่างบานเล็กนั้น ที่ดูเหมือนช่องระบายอากาศมากกว่าร่างเล็กเอื้อมมือไปเพื่อเปิดต่างจากบานนั้นออก เมื่อเปิดได่หน้าต่างบานนี้ก็มีความสูงสูงกว่าพื้นหญ้าขึ้นมาเกือบฟุตเท่านั้น ยิ่งตอกย้ำให้รู้ว่านี่คือห้องใต้ดินอย่างแน่นอนแล้ว

 

ขนาดหน้าของต่างนั้นเล็กมาก เล็กจนดูๆไปแล้วน่าจะโผล่ออกไปได้แค่หัวเท่านั้น ซึ่งเลิกคิดไปได้เลยว่าจะหนีไปจากตรงนี้ร่างเล็กมองออกไปนอกหน้าต่างพยายามมองออกไปไกลๆด้วยความหวังว่าอาจจะมีบ้านคนอยู่ใกล้ๆนี้บ้าน

 

แต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นแสงสว่างแทรกผ่านแมกไม้มา เป็นดวงไฟที่อยู่ห่างออกไปไกลพอสมควร เหมือนดวงไฟที่แบมแบมรู้สึกว่าน่าจะเป็นบ้านคนแน่ๆ แต่ดูจากขนาดของดวงไฟบ้านหลังนั้นคงอยู่ห่างจากที่นี่ไปเกือบหนึ่งกิโลเมตรแน่ๆจะเสี่ยงตะโกนเรียกให้คนที่บ้านหลังนั้นได้ยินก็ไม่วิธีที่ดี

 

“เราจะออกไปจากที่นี่ได้ยังไง” แบมแบมเอ่ยก่อนจะมองไปรอบๆห้องอีกครั้ง เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าประตูห้องอยู่ตรงไหน ร่างเล็กเริ่มเดินหาประตูห้องก่อนจะไปเห็นมุมๆหนึ่งของห้องที่เป็นบันไดไม้ แต่ประตูเจ้ากรรมมันดันอยู่ด้านบน อธิบายให้เห็นภาพง่ายๆนี่คิดห้องใต้ดินที่ด้านบนนั้นอาจจะเป็นพื้นของห้องใดห้องหนึ่งในตัวบ้านหลังนี้นั่นเอง

 

และการจะพยายามเปิดตรงประตูนั้นก็ง่ายเลย ร่างเล็กขึ้นไปตรงบันไดก่อนจะพยายามดันประตูนั้นขึ้นแต่มันก็ไม่ขยับเลยสักนิด ซึ่งมันคงถูกล็อคจากด้านบนนั้นแน่ๆ ไม่นานนักร่างเล็กก็ได้ยินเสียงเหมือนมีคนกำลังไขกุญแจที่ประตู เขาจึงค่อยๆพาตัวเองกลับมาที่เตียงก่อนจะทำท่าทางเหมือนกับว่ายังไม่ตื่น

 

ประตูเปิดออกช้าๆบวกกับเซฮุนที่ค่อยๆเดินลงไปข้างล่างโดยที่เขายังไม่ได้ปิดประตูเพราะมองลงไปแล้วเห็นว่าแบมแบมยังหลับอยู่ ในมือเขาถืออาหารลงมาให้อีกคนด้วยเขาเดินลงมาอย่างระมัดระวังพร้อมกับวางอาหารลงบนโต๊ะข้างๆเตียงแล้วชะโงกหน้าเข้าไปดูหน้าคนตัวเล็กที่ตอนนี้หลับตาอยู่ เซฮุนมองไปที่หน้าต่างบานเล็กที่เห็นว่ามันกำลังเปิดอยู่เขาเลยลุกขึ้นไปเพื่อจะปิดหน้าต่างบานนั้น ตอนนี้แหละที่แบมแบมลืมตาขึ้นมาก่อนจะค่อยๆลุกจากเตียงแล้วเดินไปที่ประตูทันที แต่เมื่อร่างเล็กเหยียบไปที่บันไดไม้นั้น เสียงเหยียบลงไปบนนั้นก็ดังขึ้น ทำให้เซฮุนหันไปมองทันที

 

“แบมแบมหยุดนะ” ร่างสูงตะโกนพร้อมกับรีบก้าวไปคว้าตัวคนตัวเล็กที่พยายามจะหนีขึ้นไปด้านบนแต่ยังไม่ทันที่จะได้ก้าวขึ้นไปร่างสูงก็รีบวิ่งไปดึงตัวคนตัวเล็กเอาไว้ร่างเล็กเสียงหลักเพราะขาที่เจ็บทำให้ถลาลงมาใส่อกแกร่งของเซฮุน ร่างสูงอุ้มคนตัวเล็กลงมาก่อนจะเหวี่ยงไปบนเตียงก่อนตัวเขาจะรีบวิ่งไปล็อคประตูเอาไว้ก่อนจะเก็บกุญแจเอาไว้ซึ่งกุญแจนั้นเขาได้เอามันมาห้อยไว้ที่คอก่อนจะเก็บเข้าไปในเสื้ออีกครั้ง

 

“พี่เซฮุนจะพาแบมมาขังไว้แบบนี้ไม่ได้นะ” ร่างเล็กตะโกนลั่นด้วยความโมโห เซฮุนหันมามองร่างที่อยู่บนเตียงก่อนจะกระตุกยิ้มร้าย

 

“ทำไมพี่จะทำไม่ได้” เซฮุนเอ่ยก่อนจะถลาไปหาร่างเล็กกดร่างทั้งร่างของอีกคนลงไปกับเตียงร่างเล็กพยายามขืนตัวขึ้นแต่ก็ออกแรงได้ไม่เต็มที่เพราะเมื่อขยับตัวก็จะทำให้เจ็บแผลขึ้นมาตลอด

 

“อะ..โอ๊ย..พี่เซฮุนแบมเจ็บ” ร่างเล็กร้องเสียงหลงพร้อมทำหน้าเหย๋เกเพราะรู้สึกเจ็บแปล๊บที่แผลขึ้นมา

 

“เจ็บเหรอ เจ็บแบบไหนครับ แผลแค่นี้เจ็บเดี๋ยวมันก็หาย..ต่างจากพี่นะครับแผลที่แบมทำ รักษายังไงมันก็ไม่หาย” เซฮุนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ โดยที่ไม่ยอมลุกออกไปจากร่างเล็กเลย ดวงตากลมมองไปที่ชายตรงหน้าด้วยความรู้สึกหวั่นใจ

 

“พะ...พี่เซฮุน พี่เซฮุนปล่อยแบมไปนะครับ...ปล่อยแบมนะอย่าพาแบมมาขังไว้แบบนี้เลย พี่เซฮุนจะไม่ได้อะไรจากแบมเลยนะครับ” ร่างเล็กเอ่ยเสียงสั่นพร้อมกับยกมือขึ้นมาประสานอ้อนวอนคนตรงหน้า

 

“ใครว่าพี่ไม่ได้อะไรจากแบมละครับ...พี่มีแต่ได้กับได้ต่างหาก” รอยยิ้มร้ายๆยกขึ้นก่อนมือหนาจะพยายามถอดเสื้อของคนตัวเล็กออก ร่างเล็กตกใจไม่น้อยรีบปัดป่ายมือของร่างสูงตรงหน้าออก

 

“อย่าทำแบบนี้นะพี่เซฮุน” ยังคงทำใจดีสู้เสือเอ่ยห้ามอีกคนแต่เหมือนสิ่งที่ร่างเล็กเอ่ยมันจะไม่ได้เข้าไปในหัวของอีกคนเลย เหมือนเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาไปความคิดร้ายๆมันกำลังครอบงำทุกอย่างในตัวเขา

 

“พี่ทำตามที่แบมขอมาเยอะแล้วครับ ตอนนี้พี่ขอทำในสิ่งที่พี่อยากทำแล้วกันนะครับ” ว่าแล้วเสื้อสีสะอาดตาของร่างเล็กก็ถูกถอดออกจากร่างเผยให้เห็นผิวเนียนใสจนร่างเล็กต้องเอามือขึ้นมาปิด

 

“พี่เซฮุนอย่าทำแบบนี้นะครับ พี่จะไม่ทำแบบนี้ใช่มั้ย อย่าทำนะครับ” ดวงตากลมเริ่มสั่นเพราะความกลัวน้ำตาก็ไหลคลอมา

 

“อย่าโกหกตัวเองเลยแบม..เพราะแบมรู้อยู่แลวว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น อีกอย่างทำใจไว้เลยนะครับ ไอ้มาร์คที่แบมรัก มันมาช่วยแบมไม่ทันหรอก” เอ่ยจบร่างสูงก็ยืดตัวขึ้นพร้อมกับปลดเข็มขัดของตัวเอง คนตัวเล็กมองตามก่อนจะส่ายหน้ารัวเพราะความกลัว

 

มันต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเหรอ...




TBC...

โปรดติดตามตอนต่อไป



คุยกันก่อนน๊า

ฮึบบบ มาอัพแล้ววว ไม่ได้หายไปไหนน๊า แค่อัพช้าไปหน่อยแต่ไม่ทิ้งไปแน่นอนโลย ตอนนี้คนที่ร้ายแซงหน้าชาวบ้านเลยก็คือเซฮุน หลายๆคนทายถูกด้วย ฮ่าๆๆ มาลุ้นกันนะคะว่าแบมแบมจะรอดจากเงื้อมือของเซฮุนมั้ย มาร์คจะมาช่วยทันมั้ย T___T






สปอย


"เจอเบาะแสของแบมแบมแล้ว"




"แกทำอะไรแบมแบม แกตอบฉันมาแกทำอะไรเขา!!!"



"ส่งวินกับดีแลนไปอยู่ที่อเมริกา..." 

 

 
  CR.SQW
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

1,259 ความคิดเห็น

  1. #1076 Piam'Mara (@night-tee) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 12:58
    แง้ๆๆๆๆ. น้องแบมมมมเซฮุนอย่าทำแบบนี้นะ
    #1076
    0
  2. #1074 wonnybum (@wonnybum) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 22:55
    ดีใจที่ช่วยเด็กๆได้แล้ว แต่ก็ยังต้องแลกกับแม่อีกเพราะความเลินเล่อของมาร์คเอง ทั้งที่ฝ่ายตนอยู่ในความอันตรายแต่ก็ไม่มีการเตรียมการอะไรไว้เลย กลับเป็นฝ่ายเซฮุนที่เตรียมทางหนีทีไล่ไว้เผื่อ เพราะงั้นยังไงแบมคงไม่รอดจากเซฮุนแน่ และคงไม่ใช่มาร์คตามมาช่วยทันหรอกนะภายในคืนเดียวคงไม่เก่งขนาดนั้น เพราะขนาดลูกโดนจับไปตั้งหลายวันยังไม่ได้วี่แววอะไรเลย นี่ถ้าเด็กๆไม่ป่วยและไม่มีการเคลื่อนไหวมาร์คก็ยังคงยังตามหาลูกไม่เจอ ถ้าจะเกิดอะไรขึ้นกับเมียก็คงต้องโทษความเชื่องช้าและความไม่เคยรอบคอบของตัวเองละกันนะมาร์ค โชคดี
    #1074
    0
  3. #1073 นมเย็นสีฟ้า (@alissy) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 07:45
    โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยย!!!! เป็นตอนที่เครียด เครียดสุดๆ พี่มาร์คน่าจะให้แบมพกเครื่องติดตามไปด้วยนะ ถึงอาจโดนจับได้เหมือนเครื่องดักฟังแต่อย่างน้อยก็ยังรู้ที่อยู่ /// แอบมีมุมคลายเครียดเล็กน้อยเนอะตอนนี้ หลานๆกับคุณพ่อคุณแม่จำเป็นโครตจะดีต่อใจ~
    #1073
    0
  4. #1072 justmarkbam (@justmarkbam) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 19:41
    โอ้ยยยยยยยพิฮุนอย่าทำไรเเบมนะ
    #1072
    0
  5. #1071 A. Wongsa (@sunghyo) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 17:24
    อย่าทำอะไรลูกฉันนะเซฮุน อย่านะเว้ยยยยย
    #1071
    0
  6. #1070 Kangbeau kawaohh (@kangbeau37ts10) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 23:33
    อีฮุนนนนนนน ทำไรลูกฉันนนน มาร์คจัดการมันน
    #1070
    0
  7. #1069 dawlovely38 (@dawlovely38) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 19:46
    อย่าบอกนะว่าแบม ม่ายยยนะม่ายยเอาแบบนี้ ขอให้มาร์คมาช่วยทันที
    #1069
    0
  8. #1068 Yezo (@hemme) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 17:46
    ม่ายยยนะ สงสารอบมอ่ะ
    #1068
    0
  9. #1067 preeyaporn_2001 (@preeyaporn_2001) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 16:51
    รอออออ
    #1067
    0
  10. #1066 crijnook (@crijnook) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 15:13
    ขอให้แบมรอดด้วยเถอะ
    #1066
    0
  11. #1065 NuTanSay (@call-menutan) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 14:11
    อย่าให้เกิดเรื่องร้ายกับแบมเลยนะ
    #1065
    0
  12. #1064 0879355180 (@0879355180) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 13:42
    เมื่อไหร่เซฮุนขะตายเลิกยุ่งกับแบมได้แล้ว(อินจัด)
    #1064
    0
  13. #1063 fernjal20 (@fernjal20) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 13:35
    มาร์คต้องมาช่วยแบมนะ
    #1063
    0
  14. #1062 Khampoohnaka (@Khampoohnaka) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 11:20
    ทำใจไว้กว่าครึ่งว่าคงไม่ทันแต่แบบว่า อย่าทำน้องเลยยยยยย
    #1062
    0
  15. #1061 TYFH (@TYFH) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 10:15
    ถ้าเซฮุนรักแบมจริงๆ เซฮุนต้องไม่ทำกับแบมอย่างนี้ // แบมต้องรอดนะลูก หนูต้องเป็นของพี่มาร์คคนเดียว
    #1061
    0
  16. #1060 Irean18 (@Irean18) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 09:41
    เห้ยยยยไม่นะะ มาร์คต้องช่วยแบมแบมทันสิ แงงงไม่ได้นะะ
    #1060
    0
  17. #1059 My love markbam (@a_mote3030) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 09:37
    ไม่นะ แบมต้องรอดสิ งื้อ
    #1059
    0
  18. #1057 ChuiiBM (@ibkchu) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 09:13
    รอออออ ไรท์555555
    #1057
    0
  19. #1056 jargot7 (@jargot7) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 08:48
    รออออออออ
    #1056
    0
  20. #1055 MBam (@MBam) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 08:36
    ฮืออออ
    #1055
    0
  21. #1054 leehwayeon bb (@541378) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 07:32
    ฮือออออ น้องแบมมมมมม พี่ฮุนนมาทำเราแทนอย่าทำน้องแบม55555555
    #1054
    0
  22. #1053 justmarkbam (@justmarkbam) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 08:50
    โอ้ยยยยย อย่าทำแบมแบมนะเว้ยยยยย .แหมมมมมคุณวังยอบบบร้ายนะคะ
    #1053
    0
  23. #1052 ijin kan (@kan_wichit) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 22:54
    555 ในที่สุดหวังยอบของเราก็จะมีคู้แล้วสินะ พี่มาร์คช่วยแบมให้ได้นะ
    #1052
    0
  24. #1051 Kmn81 (@0824-0824) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 22:28
    ลุ้นอะลุ้นคุณวังยอบบบบบ 55555.
    #1051
    0
  25. #1050 farmhuk (@ponraksa) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 21:46
    พี่มาร์คกลับมาโหดแล้วสวส
    #1050
    0