{GOT7} MARKBAM #ฟิคแค้นรักร้าย2

ตอนที่ 11 : {แค้นรักร้าย2} Ep.09 : ตัวช่วย (100per.)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,834
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    25 ต.ค. 59

ณ โรงพยาบาล

            เสียงดังครึกโครม ดังกึกก้องไปทั่วโรงพยาบาล พร้อมกับเสียงเตียงผู้ป่วยที่ถูกลากเข้าไปที่ห้องฉุกเฉิน คุณหมอและพยาบาลต่างพากันวิ่งเขาไปในห้องฉุกเฉินด้วยท่าทีตื่น เพราะจู่ๆก็มีเคลสใหญ่โผล่มากลางดึก จะใครซะอีกล่ะ ก็มาร์คต้วนน่ะสิ ชายหนุ่มหล่อและรวยที่ใครๆต่างก็ก็รู้จัก ตอนนี้ถูกหามตัวเข้ามาที่โรงพยาบาลเนื่องจากประสบอุบัติเหตุเมื่อไม่นานมานี้

 

            “เสียงดังอะไร...ยองแจเอ่ยขึ้น เพราะเค้าพึ่งออกมาคุยโทรศัพท์และหาซื้อของกินเข้ามาเผื่อจินยองที่ห้อง เพราะตอนนี้จินยองนอนเฝ้าแบมแบมอยู่เนื่องจากในคืนนี้เป็นเวรของเค้าทั้งคู่ที่ดูแลแบมแบม

 

 

            “ยองแจ ยองแจเสียงทุ่มแหบเป็นเอกลักษณ์เรียกชื่อเค้าจากด้านหลังทำให้ร่างบางรู้ทันทีว่านั้นเป็นเสียงของใคร

 

            “อ้าวแจ็คสัน คุณมาทำไม..ผมบอกแล้วว่าให้คุณอยู่ที่คอนโด เพราะเดี๋ยวพรุ่งนี้คุณต้องขับรถเดี๋ยวก็ไม่ไหวหรอกครับยองแจเอ่ยขึ้นก่อนจะขมวดคิ้วใสคนรักที่วิ่งเข้ามาหาเค้าด้วยหน้าตาตื่น

 

            “มีคนโทรหาผมครับ เจ้านายประสบอุบัติเหตุ

 

            “ห้ะ...คุณมาร์คเหรอ ?” ยองแจเอ่ยถามด้วยความตกใจ

 

            “ใช่ครับ เจ้านายรถคว่ำ....แจ็คสันเอ่ยออกมาอีกทำให้ยองแจยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกใจ

 

            “แล้วเค้าเป็นยังไงบ้าง ตอนนี้มีใครรู้เรื่องนี้บ้าง

 

            “ตอนนี้ผมบอกแค่คุณจินยองครับ

 

            “นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย แบมแบมต้องเครียดเรื่องลูก แล้วสามีก็มาเกิดเรื่องอีก...ห้ามบอกเรื่องนี้ให้แบมแบมรู้เป็นอันขาดนะ ถ้าเกิดว่าคุณมาร์คเค้าฟื้นหรือปลอดภัยแล้วคุณโทรบอกผมหน่อยนะยองแจหันไปกำชับกับคนรัก

 

            “ได้ครับ...ถ้างั้นเดี๋ยวคุณกลับไปดูแลคุณแบมแบมนะครับแจ็คสันเอ่ยซึ่งยองแจก็พยักหน้ารับก่อนที่ทั้งคู่จะเดินแยกกันไป ยองแจเดินกลับมายังห้องพักที่ตอนนี้น้องชายของเค้านอนอยู่ แต่ยังไม่ทันที่จะเปิดประตูเข้าไปจินยองก็เปิดประตูออกมาซะก่อนและเมื่อหันมาเห็นยองแจก็รีบเดินเข้าไปหาทันที

 

 

            “พี่มาร์ค...คุณรู้เรื่องพี่มาร์คแล้วใช่มั้ยจินยองเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นกังวล

 

            “รู้แล้วครับ เมื่อกี้ผมเจอแจ็คสันข้างล่าง เห็นว่าตอนนี้น่าจะอยู่ที่ห้องฉุนเฉินยองแจบอกออกไปเท่าที่ตัวเองรู้ในตอนนี้

 

            “งั้น...ผมไปดูพี่มาร์คได้มั้ยครับจินยองจะไปแต่ยองแจก็ห้ามเอาไว้ซะก่อน

 

            “ไม่ต้องไปหรอกครับ ตอนนี้เราไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ ผมบอกแจ็คสันแล้วว่าถ้าเกิดว่ามีอะไรคืบหน้าให้โทรมาบอก เรารอให้เค้าโทรมาบอกดีกว่าครับยองแจเสนอเพราะตอนนี้ก็ดึกมากแถมช่วงนี้จินยองไม่ค่อยสบายอยู่ด้วย

 

            “เอาแบบนั้นก็ได้ครับ...เราเข้าไปข้างในกันเถอะครับว่าแล้วทั้งคู่ก็เดินเข้าไปห้อง ซึ่งตอนนี้มีแบมแบมนอนหลับอยู่บนเตียง

 

            “ถ้าแบมแบมรู้ มีหวังอาการจะไม่ดีขึ้นเอานะครับเนี่ย ทั้งเรื่องลูก แล้วคนรักก็มาเกิดเรื่องอีกยองแจมาหยุดยืนอยู่ข้างเตียงของน้องชายก่อนจะเอ่ยออกเอื้อมมือไปลูบหัวน้องชายอย่างเบามือ

 

            “นั่นสิครับ แล้วตอนนี้หลานๆจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ทั้งคู่ได้แต่คุยกันก่อนจะถอนหายใจไปตามๆกัน เพราะตอนนี้พวกเค้ายังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าใครพาเด็กๆไป แล้วเด็กๆจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรบ้างก็ไม่มีใครมายืนยันอะไรได้เลย

 

            “ผมว่าตอนนี้เราพักผ่อนกันก่อนดีกว่านะครับ แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้เราค่อยมาคุยกันอีกที ผมว่ามันจะต้องมีความคืบหน้าแน่ๆยองแจเสนอเพราะตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว จะเรียกว่าเกือบเช้าก็น่าจะเหมาะสมกว่า

 

 

            ว่าแล้วทั้งคู่ก็พากันเข้าสู่ห้วงนิทราไปจนเมื่อช่วงเวลายามเช้ามาเยือน แสงสว่างแผ่เป็นวงกว้าง ทำให้ร่างเล็กที่นอนจนเต็มอิ่มตื่นขึ้นมาเมื่อยานอนหลับที่ได้รับเมื่อคืนหมดฤทธิ์ ดวงตากลมค่อยๆยกเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆก็เห็นจินยองที่ยังคงนอนหลับสนิท แต่ได้ยินเสียงแอบน้ำดังมาจากในห้องน้ำ ซึ่งคนที่กำลังอาบน้ำอยู่น่าจะเป็นยองแจแน่ๆ

 

            ร่างเล็กขของแบมแบมค่อยๆเอามือดันตัวขึ้นพิงหัวเตียงเพื่อจะนั่งพิงก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำที่อยู่ข้างเตียงเพื่อเอามาดื่ม แต่ก่อนที่จะเอื้อมมือไปหยิบนั้น จู่ๆโทรศัพท์ของยองแจก็ดังขึ้นในทันที ซึ่งโทรศัพท์ก็ถูกวางอยู่ไม่ห่างจากเหยือกน้ำมากนัก ทำให้คนตัวเล็กมองเลยไปที่โทรศัพท์ก่อนจะหยิบขึ้นมาช้าๆ เพราะเห็นว่าเบอร์ของคนที่โทรเขามานั้นไม่ใช่ใครอื่น ร่างเล็กกดรับก่อนจะยกขึ้นมาแนบหูช้าๆ

 

            /ยองแจ...ตอนนี้เจ้านายออกจากห้องฉุกเฉินแล้ว เดี๋ยววันนี้เราอาจจะไปช้ากันหน่อยนะ เดี๋ยวผมขอจัดการเรื่องห้องของเจ้านายก่อน/ ยังไม่ทันที่แบมแบมจะเอ่ยอะไรปลายสายก็ยิงคำพูดมารัวๆจนร่างเล็กบอกไม่ทันว่านี่ไม่ใช่ภรรยาของเค้าจนทำให้ได้ยินเรื่องบางเรื่องเข้า

 

 

            “เจ้านาย...หมายถึงพี่มาร์คเหรอครับ...พี่มาร์คเป็นอะไรครับ ออกจากห้องฉุกเฉินเหรอครับ เค้าเป็นอะไรบอกผมสิครับแบมแบมรีบถามออกมาด้วยความร้อนรนทำให้ร่างบางที่พึ่งอาบน้ำเสร็จรีบเดินเข้าไปยืนข้างเตียงด้วยความตกใจที่น้องชายรับโทรศัพท์ของเค้า

 

 

            “แบมแบมทำไมรับโทรศัพท์พี่ล่ะ....ยังถามไม่จบร่างเล็กก็หันมามองคนเป็นพี่ก่อนจะส่งโทรศัพท์คืนแล้วทำท่าจะลงจากเตียงซึ่งนั่นทำให้ยองแจรู้ว่าคนเป็นน้องคงรู้แล้วแน่ๆ แล้วยิ่งมาเห็นว่าเบอร์ที่โทรเข้ามาเป็นเบอร์ของแจ็คสันอีก

 

 

            “แบมจะไปหาพี่มาร์คเอ่ยจบร่างเล็กก็ดึงสายน้ำเกลือออกก่อนจะรีบลงจากเตียงแต่ยองแจก็ขวางน้องชายเอาไว้

 

 

            “แบมแบม ทำแบบนี้ไม่ได้นะ ....หยุดเลยตอนนี้เราไม่สบายอยู่นะยองแจรีบเอ่ยห้าม

 

            “ไม่เอาแบมจะไปหาพี่มาร์คให้แบมไปนะพี่ยองแจแบมแบมเอ่ยใบหน้าหวานเหมือนจะร้องไห้ออกมาทำให้คนเป็นพี่ได้แต่ถอนหายใจออกมาหนักๆ ก่อนจินยองจะค่อยตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย

 

           

            “เกิดอะไรขึ้นกันเหรอจินยองเอ่ยถามก่อนจะมองไปยังสองพี่น้องตรงหน้า

 

 

            “พี่จินยองรู้ใช่มั้ยครับว่าพี่มาร์คเป็นอะไร บอกแบมทีพาแบมไปหาพี่มาร์คทีนะครับเนื่องจากขอร้องพี่ชายของตนเองไม่ได้ แบมแบมก็หันไปบอกพี่สะใภ้ให้ช่วยเค้า ซึ่งจินยองก็ได้แต่หันไปมองหน้ายองแจเหมือนต้องการความคิดเห็น ซึ่งยองแจก็พยักหน้าเบาๆเหมือนเป็นการอนุญาต

 

 

 

            “โอเค งั้นเดี๋ยวพี่พาไปนะจินยองเอ่ยก่อนจะพาแบมแบมออกจากห้องไป โดยทียองแจเดินตามไปก่อนจะเอาโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูเพราะรู้ว่าคนรักยังอยู่ในสาย

 

 

            “คุณทำไมไม่เช็คดีๆก่อนว่าคนรับสายไม่ใช่ผมยองแจบ่นคนปลายสาย

 

 

            /ก็ผมไม่คิดนี่ว่าคุณจะไม่ได้อยู่ใกล้โทรศัพท์ตอนนี้ ยังไงก็รีบๆมานะครับ เพราะเดี๋ยวเราต้องไปทำธุระต่อด้วย...อีกอย่างรอบนี้การฟื้นของเจ้านายคงทำให้น้องชายคุณยิ้มแก้มปริเลยล่ะ/ เอ่ยจบแค่นั้นยองแจก็มองทอดไปยังน้องชายที่อยู่ตรงหน้าทันทีก่อนจะยกยิ้ม เพราะถ้าคนรักเอ่ยมาแบบนี้ก็แสดงว่ารอบนี้ มาร์ค ต้วน กลับมาจำได้แล้ว

 

 

            มาถึงห้องพักของมาร์ค

            แบมแบมเดินเข้าไปในห้องตามที่ยองแจบอกมา โดยเมื่อเข้าไปก็เห็น มาร์คต้วนนอนหลับอยู่บนนั้น ใบหน้ามีผ้าพันแผลปิดไว้เป็นจุดๆ ที่หัวก็มีผ้าพันเอาไว้ เนื้อตัวมีรอยฟกช้ำเล็กน้อยทำให้แบมแบมนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น วันที่เค้าเหมือนสูญเสียมาร์คคนเดิมไป

 

 

            “พี่มาร์ค...ร่างเล็กเอ่ยเรียกเสียงแผ่วก่อนจะเดินเข้าใกล้ มือเล็กๆลูบลงที่ใบหน้าหล่อของคนรักอย่างแผ่วเบาก่อนดวงตาจะร้อนผ่าวเพราะน้ำตาไหลเอ่อท่วมอยู่ที่ดวงตาคู่สวย ไม่ชอบเหตุการณ์แบบนี้เลย เพราะครั้งสุดท้ายที่คุยกันทั้งคู่ก็มีปากเสียงกัน

 

 

            “ตอนนี้เจ้านายปลอดภัยดีครับ...หมอบอกว่ารอแค่ฟื้นขึ้นมาจะได้มาตรวจอีกที แต่ตอนนี้โดยรวมไม่เป็นอันตรายอะไรแล้วครับแจ็คสันที่ยืนอยู่ข้างๆเตียงอีกฝากหนึ่งเอ่ย คนตัวเล็กเงยหน้าไปมองร่างหนาก่อนจะพยักหน้าตามเบาๆ

 

 

            “เดี๋ยวพี่กับแจ็คสันต้องไปทำธุระก่อนนะแบม ผมฝากแบมแบมด้วยนะครับยองแจเอ่ยกับน้องชาย แต่ประโยคหลังก็หันไปเอ่ยกับจินยองมากกว่า ซึ่งเจ้าตัวและแบมแบมก็พยักหน้ารับคำ ยองแจและแจ็คสันหันมามองหน้ากันก่อนจะหยิบข้าวของแล้วเดินออกมาจากห้อง

 

 

            “พี่มาร์ค...ตื่นมาคุยกับแบมหน่อยสิ แบมอยากให้พี่มาร์คอยู่ใกล้ๆ ขอโทษที่พูดจาเอาแต่ใจแบบนั้นนะครับ...ฮึก...ฮือร่างเล็กเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นๆเสียงสะอื้นเบาๆหลุดออกมาจากกลีบปากอิ่ม จินยองที่ยืนอยู่ใกล้ๆก็ได้แต่ยื่นมือเข้าไปบีบไหล่เบาๆเหมือนให้กำลังใจ

 

 

            “เดี๋ยวพี่มาร์คก็ฟื้นนะ ไม่เห็นเหรอว่าแจ็คสันเค้าบอกว่าพี่มาร์คปลอดภัยแล้ว แต่ฟื้นเท่านั้นเอง

 

            “แล้วถ้าเกิดฟื้นมาแล้ว เค้าอาการหนักกว่าเดิมละครับ ถ้าเกิดว่าเค้าจำแบมไม่ได้อีก หรือถ้าแย่ไปกว่านั้นคือเค้าไม่ฟื้นละครับร่างเล็กหันไปมองจินยองด้วยใบหน้าเศร้า อีกคนก็พูดอะไรไม่ออกได้แต่ถอนหายใจและยืนอยู่ข้างๆคนตัวเล็ก

 

            “นี่แบมแช่งพี่เหรอเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นมาเบาๆ ทำให้ร่างเล็กหันไปทางต้นเสียงทันที เพียงแค่เห็นร่างเล็กก็ฉีกยิ้มกว้างยิ้มทั้งน้ำตา ก่อนจะโผเข้ากอดซุกใบหน้าไปกับอดแกร่งพร้อมปล่อยโอออกมาอยากกลั้นเอาไว้ไม่อยู่

 

 

            “ฮือออออ...ฮึก..พี่มาร์ค..ฮือออร่างเล็กได้แต่ร้องสะอื้นจนตัวโยน ร่างสูงยกมือขึ้นมาลูบหัวอีกคนเบาๆก่อนจะจูบลงอย่างแผ่วเบาที่กระหม่อมบาง

 

            “พี่กลับมาแล้วครับ..พี่กลับมาแล้วนะมาร์คได้แต่พร่ำเอ่ยกับคนตัวเล็ก อะไรหลายๆอย่างที่มันหายไปตอนนี้มันกลับมาจนครบหมดแล้ว...รวมถึงคนร้ายที่เค้าคิดเอาไว้ด้วย

 

            หลังจากเค้าฟื้นมา จินยองก็ไปตามหมอมาเพื่อเช็คอาการเบื้องต้นของมาร์คหลังจากฟื้นขึ้นมา ซึ่งเท่าที่ตรวจสอบแล้วก็พบว่าส่วนสมองนั้นไม่มีการกระทบกระเทือนที่รุนแรงอะไร ความทรงจำก็กลับมาเป็นปกติแล้ว

 

            “ตอนนี้เท่าที่ตรวจดูเบื้องต้นไม่มีอะไรหนักหนามากนะครับ จะมีก็แค่กระดูกที่แขกที่หักเพราะคนของคุณได้พริกคว่ำอย่างรุนแรงโชคดีมากครับที่เป็นแค่นี้คุณหมอเอ่ย

 

            “ผมเป็นคนหนังเหนียวครับ ฆ่าไม่ตายง่ายๆหรอก..เดี๋ยวคุณหมอช่วยย้ายแบมแบมมาไว้ห้องเดียวกับผมได้มั้ยครับ ผมอยากอยู่ใกล้ๆเค้าร่างสูงเอ่ยก่อนจะหันไปมองคนตัวเล็กที่นั่งกุมมือเค้าอยู่

 

            “ได้ครับเดี๋ยวผมจะจัดการให้ ยังไงตอนนี้ก็พักผ่อนตามสบายนะครับ เดี๋ยวหมอจะมาตรวจอีกทีคุณหมอเอ่ยอีกครั้งก่อนจะเดินออกจากห้องไป ซึ่งในตอนนั้นเป็นเวลาเดียวกันกับที่ยูคยอมและชาลีเข้ามาเยี่ยมพวกเค้าพอดี

 

 

            “พวกเราไปเยี่ยมนายที่ห้องนู้นมา แต่พยาบาลบอกว่ามาอยู่ที่ห้องนี้กัน พี่มาร์คไม่เป็นอะไรแล้วใช่มั้ยครับ ผมพึ่งรู้ข่าวจากคุณยองแจเมื่อเช้าชาลีเอ่ยบอก

 

            “อืม ฉันไม่เป็นอะไรมากรหอกแค่แขนหัก...เอ่อ นี่ชาลีนายพาแบมแบมไปเก็บของจากห้องนู้นหน่อยสิ...มาร์คตอบก่อนจะเหลือบมองไปที่ยูคยอมเหมือนกำลังสงสัยญาณอะไรบางอย่าง ซึ่งยูคยอมก็รับรู้ได้ว่าอีกคนกำลังจะสื่ออะไรจึงได้ช่วยพูด

 

            “นั่นสิ ชาลีไปช่วยแบมแบมหน่อยสิ เดี๋ยวพี่รออยู่ที่นี่ยูคยอมเสริม ทำให้ชาลียอมพาแบมแบมไปเก็บของง่ายๆโดยมีจินยองเดินตามออกไปด้วย เมื่อสามคนนั้นเดินออกไปแล้วยูคยอมก็หันไปมองหน้าคนเป็นเพื่อนก่อนจะเอ่ยถาม

 

 

            “มองหน้าฉันแบบนี้แสดงว่านายจำได้แล้วสินะยูคยอมเอ่ยทัก

 

            “อืม ใช่...ฉันมีอะไรจะให้นายช่วยหน่อยมาร์คมองไปที่หน้าของยูคยอมด้วยสีหน้าจริงจัง

 

            “เรื่องของลูกนายใช่มั้ย

 

            “ใช่...ฉันอยากให้นายช่วยหาใครสักคน ที่พอจะช่วยได้ ฉันอยากจะให้เป็นคนที่คิดว่าไอ้หมอนั่นไม่น่าจะรู้จัก...และต้องทำงานไวด้วยมาร์คเอ่ยญุคยอมก็พยักหน้ารับก่อนจะเอ่ยต่อไป

 

            “คนที่ทำงานไวเหรอ...ฉันก็พอจะหาให้ได้นะ แต่ก็ไม่รับปากว่ามันจะยอมช่วยงานพวกเรามั้ย...แต่เดี๋ยวนายพูดเหมือนนายรู้ตัวแล้วว่าใครเป็นคนทำยูคยอมเอ่ยถามด้วยความสงสัยมาร์คกัดฟันกรอดก่อนจะมองไปที่หน้าเพื่อน

 

            “ฉันรู้แล้ว แต่เรื่องนี้นายต้องช่วยฉันติดต่อคนคนนั้นได้เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี บอกหมอนั่นฉันจ่ายให้ไม่อั้น ถ้าช่วยลูกฉันออกมาได้ฉันจะตบรางวัลให้มากเท่าที่เค้าต้องการเค้าเอ่ยคำพูดแค่นั้น ซึ่งเค้ามั่นใจมากว่าต้องเป็นหมอนั่นแน่ๆ

 

            “ได้...เดี๋ยวฉันจะออกไปจัดการให้นายตอนนี้เลย ถ้าเกิดชาลีกลับมาช่วยแก้ตัวแทนฉันด้วยนะ เพราะเรื่องนี้ฉันออกไปเพื่อช่วยนายเอ่ยจบร่างสูงโปร่งของยูคยอมก็เดินออกจากห้องไป มาร์คมองตามเพื่อนไปก่อนจะกำมือแน่น

 

 

            ถ้าฉันพาลูกฉันกลับได้...ฉันจะไม่ลังเลที่จะเล่นงานแกเลย...ไอ้หมาลอบกัด

 

 

 

 

            ยูคยอมขับรถออกมาจากโรงพยาบาลก่อนจะมุ่งหน้าไปหาคนคนหนึ่งที่เค้าคิดว่าคงจะช่วยเค้าได้แน่ เพราะคนคนนี้เป็นคนมีฝีมือและรับงานเสี่ยงๆโดยที่ไม่เคยทำพลาดเลยสักครั้ง ซึ่งครั้งนี้เค้าก็หวังว่าครั้งนี้จะยอมรับงานเช่นกัน ยูคยอมขับรถออกมานอกเมืองซึ่งมันใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงแต่เค้าก็ยอมลงทุนขับรถมาถึงที่นี่ นั่นก็เพราะเค้าก็อยากจะช่วยแฝดตัวน้อยเหมือนกัน ยังไงเค้าก็เอ็นดูเจ้าตัวเล็กทั้งสองเป็นอย่างมาก

 

            เค้าขับรถมาเรื่อยๆจนมาหยุดอยู่ที่บ้านขนาดกลางหลังหนึ่งที่อยู่ค่อนข้างลึกพอสมควร เค้าจอดรถไว้ที่หน้าบ้านก่อนจะถือวิสาสะก้าวเข้าผ่านประตูรั้วเข้าไป สายตาของเค้ามองไปรอบๆด้วยความแปลกใจที่วันนี้ดูเงียบกว่าปกติก่อนเสียงๆหนึ่งจะเอ่ยขึ้น

 

 

            “มาหาใครเสียงทุ่มเอ่ยขึ้นมาจากด้านหลังทำให้ยูคยอมหันไปมองก่อนจะตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นอีกฝ่ายถือปืนจ่อมาที่เค้าอยู่ เมื่อเห็นว่าใครมาเยือน เจ้าของบ้านก็ค่อยๆลดปืนลงช้าๆก่อนจะกระตุกยิ้มน้อยๆที่มุมปาก

 

 

            “ไงจำกันได้มั้ย... อี แทยง”  




- - - - - - - - - - -

50PER.



“ไงจำกันได้มั้ย... อี แทยง” ยูคยอมเอ่ยทักทาย เจ้าของบ้านพยักหน้าเบาๆก่อนจะเอ่ยตอบด้วยท่าทีเป็นมิตร

 

             “จำได้สิ...ว่าแต่นายมาทำอะไรหาฉันเจอได้ไงแทยงถามพร้อมเลิกคิ้วด้วยความสงสัย เพราะเค้ารู้สึกได้ว่ายูคยอมคนนี้ต้องมีเรื่องให้ช่วยแน่ๆถึงได้มาหาเค้าถึงที่นี่

 

 

             “ฉันมีเรื่องจะให้ช่วย...เรื่องสำคัญ และเป็นงานใหญ่มากด้วย พอจะว่างคุยมั้ย

 

            “อืม ได้สิ เข้าไปข้างในก่อนเอ่ยจบเจ้าบ้านก็เดินนำเพื่อนเก่าเข้าไปในบ้านของเค้า ทั้งคู่เดินมาถึงห้องรับแขกก่อนแทยงจะวาดมือเป็นการเชื้อเชิญ ยูคยอมนั่งลงที่โซฟาตัวยาวตามคำเชิญก่อนจะมองไปรอบๆบ้าน

 

 

            “นี่นายอยู่คนเดียวเหรอ” ชายหนุ่มตัวโตเอ่ยถาม อีกคนทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามก่อนจะพยักหน้าเหมือนเป็นการตอบรับเบาๆแล้วเอ่ยตอบอีก

 

            “อืม แล้วงานที่นายว่าคืออะไร” แทยงถามต่อก่อนจะวางปืนลงบนโต๊ะตรงหน้า ยูคยอมเอนหลังพิงไปที่โซฟาก่อนจะบอกรายละเอียด

 

            “พอดีว่าเพื่อนฉันคนหนึ่งเค้าต้องการความช่วยเหลือ เรื่องค่าจ้าง เค้ายอมจ่ายได้ไม่อั้นตามที่นายขอ” ยูคยอมยื่นข้อเสนอไปตามที่มาร์คบอกมาอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แทยงยกมือขึ้นลูบโครงหน้าของตนเองช้าๆเหมือนกับกำลังคิดตามสิ่งที่ยูคยอมพูด

 

 

            “ฉันไม่ขอเงิน...ฉันขอเครื่องบินส่วนตัวลำหนึ่งเมื่องานสำเร็จ”

 

 

            “เครื่องบิน ?”

 

 

            “อืม...” ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเอ่ยก่อนจะมองไปที่ยูคยอม

 

 

            “ได้อยู่แล้ว...แล้วเดี๋ยวเรื่องรายละเอียดฉันจะติดต่อมาหานายอีกที เดี๋ยวฉันกลับก่อนนะหายมานานๆเดี๋ยวเมียสงสัย” ยูคยอมเอ่ยก่อนจะหัวเราะตบท้าย เพราะจริงๆเค้าก็กลัวชาลีจะรู้ว่าเค้ากับมาร์คแอบมีแผนกันด้วยแหละ

 

 

            “อืม...กลัวเมียงั้นเหรอนาย” แทยองเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเยาะน้อยๆ

 

 

            “แหม ทำมาเยาะเย้ย รอนายมีเมียฉันว่าก็ไม่ต่างกันหรอกน่า” ยูคยอมยืนขึ้นก่อนจะพูดตบท้าย ว่าแล้วเค้าก็เดินออกมาจากบ้านของแทยง โดยที่เจ้าตัวเดินออกมาส่งที่รถซึ่งเมื่อร่พลากันเสร็จยูคยอมก็ขับรถออกมาจากบ้านของแทยง แต่เมื่อเค้าขับออกมาห่างพอสมควรเค้าก็ต้องตกใจที่จู่ๆก็มีเด็กคนหนึ่งโผล่ขึ้นมาจากเบาะด้านหลังคนขับของเค้า

 

 

            “เฮ๊ย!!!! นายเป็นใครมาอยู่ในรถของฉันได้ยังไง” ยูคยอมเอ่ยถามด้วยความตกใจ เด็กหนุ่มตัวบางหน้าซีดมองมาที่ยูคยอมก่อนจะปีนข้ามมานั่งที่เบาะด้านหน้า ยูคยอมรีบเลี้ยวรถเข้าข้างทางก่อนจะมองอีกคนด้วยความงุนงง

 

 

            “ช่วยผมด้วยนะ...พาผมไปจากที่นี่ที ขอแค่เข้าไปในโซลแค่นั้นผมก็ขอบคุณคุณมากแล้วนะครับ ขอร้อง” เสียงหวานของเด็กหนุ่มคนนั้นเอ่ยด้วยแววตาเว้าวอนพร้อมกับมองซ้ายมองขวาไปด้วย ด้วยท่าทีหวาดระแวง

 

 

            “เดี๋ยวก่อนนะ ผมจะช่วยคุณก็ได้แต่ผมขอถามคุณก่อนว่าคุณมาอยู่บนรถของผมได้ยังไง” เมื่อถูกยิงคำถามไปเด็กหนุ่มตัวขาวใบหน้าหวานก็ได้แต่เม้มปากแน่น แต่ยังไม่ทันที่เด็กหนุ่มจะตอบเสียงดังตึงก็ดังมาจากประตูรถฝั่งข้างคนขับ

 

 

ตึงๆ

            “เปิดประตูเดี๋ยวนี้!!” เสียงนั้นไม่ใช่ใครอื่น อี แทยงยืนอยู่ข้างประตูหน้ารถข้างคนขับด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยว ทำให้เด็กหนุ่มรีบถอยหลังหนีพร้อมกับหันไปเขย่าแขนของยูคยอมเพื่อขอความช่วยเหลืออีกครั้ง

 

 

            “พาผมไปจากที่นี้นะคุณพาผมไปจากผู้ชายคนนี้..ผมกลัว...ฮือ..ฮึก” เด็กหนุ่มร้องไห้สะอื้น เค้ามองเด็กหนุ่คนนั้นสลับไปกับแทยงที่ยืนอยู่ข้างนอกก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

 

 

            กริก.. เค้ากดปลดล็อคประตู ทำให้เด็กหนุ่มเบิกตากว้าง แทยงรีบเอื้อมมือไปเปิดประตูก่อนจะมองเด็กหนุ่มด้วยแววตารุ่งโรจน์ มือหนากระชากแขนอีกคนจนตัวปลิวออกมานอกรถชนมาที่อกของตนเองแรงๆ

 

            “ปล่อย..ปล่อยผม ผมไม่กลับไป” เด็กหนุ่มร้องด้วยความไม่พอใจ ยูคยอมออกมานอกรถก่อนจะยืนมองทั้งคู่ด้วยท่าทีงุนงง

 

            “นี่มันอะไรกันเนี่ย นายทำเบาๆกับเค้าหน่อยก็ได้” ยูคยอมเอ่ยเพราะไม่อยากให้ทั้งคู่ทะเลาะกัน

 

 

            “มันไม่ใช่เรื่องของนาย นายกลับไปได้แล้ว...มีอะไรติดต่อมาไม่ต้องมาหาฉันที่นี่อีก การหาเบอร์ของฉันมันคงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับนายใช่มั้ย” แทยงเอ่ยก่อนจะกระชากแขนเด็กหนุ่มให้เดินตามเค้าไป แต่เจ้าตัวก็ขืนเอาไว้ก่อนจะใช้แรงที่มีอยู่สะบัดออกแรงๆแล้ววิ่งไปหลบอยู่ข้างหลังยูคยอมทันที

 

            “ผมไม่ไป ไม่ไป...ฮึก..” เด็กหนุ่มสะอื้นตัวสั่นมือก็กำเสื้อของยูคยอมเอาไว้แน่น คนตัวโตที่ยืนเป็นคนกลางอยู่ก็ได้แต่ทำหน้าเหวอ

 

            “เตนล์ มานี่เดี๋ยวนี้ !!!” แทยงเริ่มออกคำสั่ง อีกคนได้แต่ส่ายหน้าไปมาทั้งน้ำตาให้ตายยังไงเค้าก็จะไม่มีทางเดินกลับเข้าไปหาคนคนนั้นแน่ๆ

 

 

            “ขอร้องล่ะ ปล่อยผมไปเถอะ...ผมไม่อยากอยู่ที่นี่..ผมอยากกลับบ้าน..ฮือ..ฮึก” ร่างบอบบางร้องไห้อย่างน่าสงสาร จนยูคยอมสงสารไม่ได้แต่นี่ไม่ใช่เรื่องของเค้าเค้าไม่ควรยุ่ง

 

            “มานี่เดี๋ยวนี้” แทยงเริ่มกดเสียงลงด้วยความโกรธที่เพิ่มมากขึ้น

 

 

            “คือ...ฉันว่านายค่อยๆคุยกับเด็กคนนี้ดีกว่านะ เค้ากลัวหมดแล้ว” ยูคยอมเอ่ย

 

 

            “นายกลับไปซะ ฉันจัดการเรื่องนี้เอง” แทยงเดินก้าวไปดึงแขนของร่างเล็กอีกครั้งยูคยอมอยากจะเอื้อมมือเข้าไปช่วยแต่เรื่องนี้เค้าก็ไม่ควรเข้าไปยุ่งจริงๆ

 

 

            “ผมไม่ไป..ไม่เอา ผม..ฮึก..ปล่อยผม” ร่างเล็กร้องไห้ตัวโยนแต่อีกคนกลับไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย เค้ายัดอีกคนใส่ไปในรถข้างที่นั่งของคนขับก่อนจะเอ่ยกำชับด้วยน้ำเสียงดุ

 

            “ถ้านายออกมาฉันฆ่านายแน่” แทยงเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งที่แฝงไปด้วยอารมณ์โกรธเคือง เค้าเดินอ้อมไปเพื่อไปประจำที่คนขับก่อนจะมองไปที่ยูคยอมที่ยังคงยืนมองอยู่

 

 

            “นี่มันเป็นเรื่องส่วนตัวของฉัน หวังว่านายจะไม่เข้ามายุ่ง” แทยงเอ่ยแค่นั้นก่อนจะขึ้นไปบนรถแล้วขับรถกลับไปทางบ้านพักของเค้า ยูคยอมได้แต่มองตามก่อนจะถอนหายใจออกมาหนักๆ

 

 

            “เตนล์เหรอ...ทำไมคุ้นๆ” ร่างสูงเอ่ยก่อนจะเดินขึ้นรถของตนเองแล้วขับออกไป เค้ากลับมาถึงโรงพยาบาลก็เดินกลับไปยังห้องที่มาร์คอยู่ ซึ่งเมื่อเข้าไปก็เห็นว่ามีตอนนี้มาร์คและแบมแบมได้ถูกย้ายมาอยู่ห้องเดียวกันแล้ว

 

 

            “พี่ยูคยอมไปไหนมาครับ ผมรอตั้งนาน” ชาลีเอ่ยถามขึ้นยูคยอมก็ได้แต่ยกมือขึ้นเกาหัวก่อนจะหันไปมองหน้ามาร์ค

 

 

            “พอดีพี่ให้หมอนี่ไปทำธุระให้นิดหน่อยน่ะ” มาร์ครีบเอ่ยขึ้นแทน

 

 

            “ใช่ๆ ธุระของมาร์คนั่นแหละ แล้วนี่เราหิวรึยัง” ยูคยอมหันไปถามคนรัก

 

 

            “ยังครับ...เมื่อกี้มีเพื่อนที่ไม่ได้ติดต่อกันมานานแล้วโทรมาหาด้วยแหละครับ”

 

 

            “เพื่อนที่ไหน”

 

 

            “เพื่อนที่เคยเรียนด้วยกันตอนที่อยู่ที่นี่ไงครับเคยสนิทกันชื่อ เตนล์ น่ะครับ” แค่เอ่ยชื่อมายูคยอมก็นิ่งไปทันทีก่อนจะหันไปมองคนรักอีกครั้ง

 

 

            “เตนล์เหรอ ? แล้วเค้าโทรมาว่ายังไง”

 

 

            “เค้าบอกว่าให้ช่วยเค้าด้วยน่ะครับ..แต่ยังฟังไม่ค่อยรู้เรื่องเลยสายก็ตัดไป โทรมาก่อนที่พี่ยูคยอมจะกลับมาสักพักนี่แหละครับ” ยูคยอมได้แต่พยักหน้าพร้อมยิ้มเจือนๆ เพราะเค้าพอจะรู้สาเหตุว่าทำไมจู่ๆสายถึงตัดไปแบบนั้น

 

 

            “เค้าอาจจะ...ติดพันปัญหาใหญ่อยู่ละมั้ง” ยูคยอมเอ่ยก่อนจะยกมือขึ้นขยี้กลุ่มผมนิ่มของคนรักเบาๆ

 

 

หลายชั่วโมงต่อมา      

            “เรื่องที่ให้ฉันจัดการ หมอนั่นไม่มีปัญหา...เค้าบอกว่าถ้างานสำเร็จขอเครื่องบินหนึ่งลำ” ยูคยอมเอ่ยกับมาร์คในบ่ายวันนั้นในขณะที่แบมแบมและชาลีกำลังหลับ โดยที่คนตัวเล็กนอนหลับอยู่บนเตียงคนไข้ ชาลีและจินยองนั้นก็นอนหลับอยู่เตียงสำหรับคนมาเฝ้าไข้ทำให้ตอนนี้เป็นเวลาสะดวกที่ทั้งคู่จะได้คุยเรื่องนี้กัน

 

 

            “ไม่มีปัญหา แต่ตอนนี้ฉันอยากรู้ที่ซ่อนที่แน่นอน ที่มันพาลูกฉันไปซ่อนไว้ ลูกน้อยฉันก็ไม่รู้เรื่องสักคน หากันไม่เจอเลย....ฉันว่ามันไม่มีทางพาลูกฉันไปไว้ไกลๆแน่ๆ” มาร์คเอ่ยอย่างใช้ความคิด

 

 

            “แสดงนายมั่นใจแล้วใช่มั้ยว่าใครจับสองแฝดไป”

 

 

            “มั่นใจสิ...มั่นใจมากด้วย” มาร์คกำมือแน่นด้วยความโกรธ ทำให้ยูคยอมเอ่ยถามออกไปอีก

 

            “ใคร”

 

 

            “ไอ้เซฮุน” มาร์คเอ่ยออกมาด้วยความมั่นใจ

 

            “เซฮุน ทำไมคุ้นอีกแล้ว...โอ๊ยนี่มันอะไรวะคนรอบตัวฉัน” ยูคยอมบ่นออกมาอย่างหัวเสีย

 

            “นายเคยเจอไอ้หมอนี่ใช่มั้ย”

 

            “ก็เคย..แต่นานมากแล้วนะ ตั้งแต่ตอนที่นายหนีแบมแบมไปอเมริกากับจีอา”

 

            “งั้นเรื่องนี้ฉันว่าคนที่จะช่วยได้ดีไม่ใช้คนไกลตัวเลย...คนที่จะล่อมันออกมาได้ก็คือแบมแบม” มาร์คเอ่ยก่อนจะหันไปมองคนตัวเล็กที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียง

 

            “โอเค...งั้นเดี๋ยวถ้าตกลงกันได้ฉันจะได้โทรไปบอกให้แทยงจัดการ” ยูคยอมบอก ซึ่งมาร์คก็พยักหน้าเบาๆ

 

           

หน้าโรงพยาบาล

            “โรงพยาบาลนี้ใช่มั้ยนะ...” เสียงของชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยขึ้นเบาๆพร้อมกับมองกระเช้าผลไม้ในมืออีกครั้ง เค้าเช็คเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายและทรงผม จัดระเบียบให้เรียบร้อยก่อนจะก้าวเข้าไปในโรงพยาบาล ชายหนุ่มผิวขาวผ่องดวงตาสีเข้มมองไปรอบๆพร้อมกับเดินตรงไปทางลิฟต์ เพื่อที่จะขึ้นไปยังชั้นที่เจ้านายของตนเองอยู่ แน่นอนวันนี้เค้ามาเพื่อที่จะมาเยี่ยมเจ้านายที่กำลังเข้าโรงพยาบาลอยู่ คิมซองแจ เลขาหนุ่มของมาร์คต้วน รีบก้าวเท้าไปใก้ลิฟต์เพราะเค้าเห็นมาแต่ไกลว่าประตูลิฟต์ค่อยๆปิดเข้าหากันช้าๆ

 

            “เดี๋ยวรอด้วยครับ” ซองแจเอ่ยก่อนจะรีบเอามือไปขวางไม่ให้ลิฟต์ปิด ก่อนที่ประตูลิฟต์จะค่อยๆถูกเปิดออก สิ่งที่เค้าเห็นคือผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ในลิฟต์ด้วยสีหน้านิ่งๆมองไปที่เค้าพร้อมทำหน้าเซ็งๆทำให้ซองแจแอบงงอยู่ไม่น้อย

 

            “ชักช้า” ชายคนนั้นเอ่ยขึ้นมาลอยๆทำให้ซองแจหันควับไปมอง

 

            “นี่คุณว่าผมเหรอครับ” ซองแจถามออกไปด้วยน้ำเสียงสุภาพ

 

            “อืม...ชักช้า” ชายคนนั้นเอ่ยออกมาก่อนจะเอื้อมมือไปกดลิฟต์ชั้นที่ต้องการจะไปและกดปิดประตูลิฟต์ ซึ่งชั้นที่จะไปก็ดันเป็นชั้นเดียวกันกับที่ซองแจจะไปซะด้วย

 

            ครืดๆ เสียงเครื่องมือสือสารของชายหนุ่มคนนั้นดังขึ้นเบาๆ ชายร่างสูงล้วมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ซึ่งชายคนนั้นยืนอยู่ข้างหน้าของซองแจ เค้าคุ้นหน้าอย่างบอกไม่ถูกแต่จำไม่ได้ว่าไปเจอที่ไหน ชายตรงหน้าเค้าตอนนี้สวมเสื้อแขนยาวสีดำตัวใหญ่แต่ถกแขนเสื้อขึ้นมาจนถึงข้อแขนจนเห็นลอยสักพาดบนแขนทั้งสองข้าง ผมสีดำหนายาวลงมาปิดหน้าปิดตาเล็กน้อย ดูเป็นผู้ชายเซอร์ๆแต่มีเสน่ห์

            “ครับเจ้านาย...ผมมาถึงโรงพยาบาลแล้วครับ...ได้ครับผมจะบอกคุณหนูเล็กให้นะครับ” ชายคนนั้นเอ่ยจบก็กดวางสาย ก่อนลิฟต์จะเปิดออกมายังที่หมาย

 

            เค้าทั้งคู่ก้าวเท้าออกมาจากลิฟต์ ซึ่งซองแจก็เดินตามไปเรื่อยๆ ก่อนจะทำหน้างงเข้าไปใหญ่เมื่อชายคนนั้นเหมือนจะมีจุดมุ่งหมายอยู่ที่ห้องเดียวกัน

 

            “ดะ..เดี๋ยวคุณจะไปห้องไหนเหรอครับ” ซองแจถาม

 

            “1028” ชายคนนั้นเอ่ยจบก็เดินเข้าไปในห้องนั้นทันทีซึ่งมันเป็นห้องเดียวกันกับห้องที่ซองแจจะเข้าไปพอดี

 

            “ทำไมมาห้องเดียวกัน...” ซองแจเอ่ยกับตัวเองก่อนจะเปิดประตูเข้าไป ก็พบกับเจ้านายของเค้านอนอยู่บนเตียงแต่ไม่ได้หลับ ข้างๆเตียงก็มียูคยอมและผู้ชายคนนั้นยืนอยู่ ซองแจเดินเข้าช้าๆ เพราะเห็นว่าเตียงข้างๆนั้นมีแบมแบมนอนหลับอยู่

 

            “อ้าวซองแจ...พวกนายมาด้วยกันเหรอ” มาร์คเอ่ยถามเลขาก่อนจะหันไปมองชายที่อยู่ข้างๆเตียง

 

            “เอ่อ...เปล่าครับ ผมไม่ได้มากับเค้า” ซองแจเอ่ยก่อนจะเดินไปอยู่ข้างๆเตียงพร้อมวางกระเช้าผลไม้ลง

 

            “เราไม่ได้มาด้วยกันหรอกครับ แค่บังเอิญเจอกันในลิฟต์” ชายคนนั้นเอ่ย ตอนนี้ซองแจมายืนอยู่ตรงข้ามชายคนนั้น เค้ามองไปที่ใบหน้าของอีกคนด้วยท่าทีสงสัย เพราะรู้สึกคุ้นตามาก

 

            “อ๋อ... เออนี่ซองแจนายรู้จักวังยอบแล้วใช่มั้ย เคยเจอกันแล้วนิ” มาร์คเอ่ยอีกครั้ง ทำให้ซองแจเบิกตาโตก่อนจะมองกลับไปที่ผู้ชายตรงหน้าอีกครั้ง

 

            “คะ...คุณวังยอบผู้ติดตามของคุณแจบอมน่ะเหรอครับ...” ซองแจเอ่ยถามด้วยความตกใจ มองวังยอบตั้งแต่หัวจรดเท้า ก็ไม่แปลกหรอกที่จะจำกันไม่ได้ เพราะปกติวังยอบจะใส่สูทดำรองเท้าหนังทำผมทรงเนี๊ยบอยู่ตลอดเวลา แต่ตอนนี้กลับเซอซะจนแทบจำไม่ได้แถมผมก็ยาวขึ้นมากด้วยจนลงมาปิดหน้าปิดตา

 

            “ใช่...” วังยอบตอบกลับมาด้วยท่าทีนิ่งๆ ทำให้ซองแจได้แต่ยิ้มเจือนๆ

 

            “ว่าแต่นายมีธุระอะไร” มาร์คหันไปถามวังยอบ

 

            “ตอนนี้...ผมจะมาแจ้งว่ามีการเคลื่อนไหวของอี้ฟาน หมอนั่นออกนอกเกาหลีไปแล้ว” วังยอบเอ่ย ซึ่งนั่นทำให้มาร์คขมวดคิ้วเข้าหาหันทันที

 

            “นี่มันมาเพราะแค่จะมาปั่นหัวงั้นเหรอ...”

 

            “อาจจะเป็นแบบนั้นครับ...แต่อันนี้ก็คงต้องยกความดีความชอบให้คุณแจบอมครับ เพราะว่าจากข้อมูลที่เรารู้มาว่า อี้ฟานมันมีบริษัทอยู่ที่กวางโจว เราก็เลยส่งคนไปจัดการเล็กน้อย ความเสียหายก็คงหลักสิบล้าน”

 

            “จัดการเหรอ ? จัดการยังไง”

 

            “ก็แบบเดียวกับที่มันทำกับรีสอร์ทของคุณที่ไต้หวันนั่นแหละครับ” วังยอบตอบออกมานิ่งๆ ซึ่งนั่นก็คงหมายถึงวางเพลิงแน่ๆ ซองแจที่ยืนอยู่ก็ได้แต่กระพริบตาปริบๆตาม เพราะตัวเค้านั้นก็ยังเข้ามาทำงานเป็นเลขาของมาร์คได้ไม่นาน

            ยังมีอีกหลายเรื่องที่เค้ายังไม่รู้ แต่เค้าก็เป็นคนไวในได้ไม่งั้นมาร์คคงไม่รับเข้าทำงาน เพราะส่วนใหญ่การจะรับใครสักคนมาทำงานเป็นเลขาของเค้านั้นจะต้องผ่านการตรวจสอบมาอย่างดี ซองแจอาจจะยังอายุน้อยแต่สิ่งที่เค้าเข้ามาทำหน้าที่แทนแจ็คสันนั้นก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน ถึงเรื่องบู๊จะสู้กันไม่ได้ แต่การสมองนั้นซองแจไม่แพ้ใครแน่นอน

 

            “ฝากขอบใจแจบอมด้วย...อ่อ ตอนนายกลับไปฝากบอกหมอนั่นทีนะว่า ให้มารับจินยองกลับไปนอนที่บ้านเถอะ ป่านนี้หลานฉันคงคิดถึงจินยองแย่แล้ว”

 

            “ครับ...คุณแจบอมจะเข้ามาที่นี่ตอนเย็นๆครับ จะมารับคุณจินยองกลับไปด้วย แล้วคุณมาร์คอยากได้คนมาช่วยดูแลตรงนี้มั้ยครับ” วังยอบถามเพราะตั้งแต่ที่ครอบครัวของเจ้านายของเค้าปองดองกับครอบครัวของมาร์คนั้น การดูแลคนของตระกูลนี้ก็เป็นอีกหน้าที่หนึ่งที่เพิ่มเข้ามาในชีวิตเค้า

 

            “ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันให้ซองแจอยู่ดูเอง...ขอบใจนายมาก...ยังไงเดี๋ยวพอเรื่องของวินกับดีแลนคืบหน้าฉันคงต้องให้นายช่วยอีกแรง”

 

            “ได้ครับ” วังยอบตอบก่อนจะเหลือบมองคนที่ยืนอยู่ตรงข้าม ที่ตอนนี้ก็มองมาที่เค้าด้วยสายตามีความสงสัยอยู่มากมาย

 

            “นี่...คุณมองหน้าผมทำไมครับ”

 

            “เปล่า...งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” ชายหนุ่มร่างสูงเอ่ยลาก่อนจะเดินออกจากห้องไป มาร์คมองตามวังยอบก่อนจะหันไปมองเลขาของตนเอง

 

            “นายได้เอาโน๊ตบุ้คมามั้ย” มาร์คหันไปถามเลขาหน้ามน

 

            “เอามาครับแต่ว่าอยู่ในรถ เจ้านายจะใช้เหรอครับ เดี๋ยวผมไปเอาให้”

 

            “อืม...พอดีฉันจะใช้ทำธุระหน่อย นายช่วยไปเอามาให้ฉันที” สิ้นคำสั่งของเจ้านายซองแจก็พยักหน้ารับคำก่อนจะเดินออกไปจากห้องเพื่อไปเอาโน๊ตบุ้คที่อยู่ในรถทันที เมื่อมาถึงรถเค้าก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นวังยอบยืนสูบบุหรี่อยู่ข้างๆรถ

 

            “คุณนี่นา...มาทำอะไรข้างๆรถผม” ซองแจเอ่ยถาม วังยอบหันไปมองเล็กน้อยก่อนจะปล่อยบุหรี่ลงพื้นแล้วใช้เท้าเหยียบจนดับ

 

            “อะไร...ฉันก็แค่ยืนสูบบุหรี่ นั่นรถนายเหรอ...นี่รถฉัน” ร่างสูงเอ่ยก่อนจะชี้ไปที่รถคันที่จอดอยู่ข้างๆรถของซองแจว่านี่คือรถของเค้า

 

            “อ๋อ..เหรอครับผมก็นึกว่าคุณมาดักฆ่าผมซะอีก” ซองแจแจเอ่ยก่อนจะเปิดประตูรถเพื่อหยิบโน๊ตบุ้คที่อยู่เบาะหลังของรถ

 

            “ทำไมนายถึงคิดว่าฉันจะฆ่านาย”

 

            “ก็มองหน้าเหมือนจะกินหัวผม” ชายหนุ่มหน้ามนเอ่ยขึ้นมาอีกก่อนจะปิดประตู กดล็อครถแล้วกำลังจะเดินออกไป แต่ขายาวของวังยอบก็มาขวางข้างหน้าเอาไว้ก่อน ทำให้ซองแจต้องเงยหน้ามองวังยอบที่สูงกว่าเล็กน้อยด้วยความสงสัย

 

            “ใครว่าฉันอยากกินหัว...ฉันอยาก...” เอ่ยเพียงแค่นั้นก่อนจะลากเสียงยาวแล้วมองซองแจด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ ตอนนี้ชายหนุ่มวันสามสิบกลางๆกำลังจะทำให้เด็กหนุ่มเลขามือใหม่คนนี้รู้สึกตุ้มๆต่อมๆแปลกๆ

 

            “เอ่อ...ผมขอตัวดีกว่าครับ” เอ่ยจบซองแจก็รีบก้าวเท้าออกมาจากตรงนั้นทันที วังยอบยกยิ้มที่มุมปากก่อนจะหลุดขำออกมาเบาๆ

 

            “ฮึ...นายจะรอดในวงการนี้มั้ยเนี่ย” วังยอบหัวเราะเบาๆก่อนจะเดินไปที่รถของตนเองก่อนจะเปิดประตูรถแทรกตัวเข้าไปพร้อมกับสตาร์ทรถแล้วขับออกไป

 

 

            ซองแจกลับมาที่ห้องพักผู้ป่วยของมาร์คด้วยท่าทีงุนงงกับท่าทีของวังยอบ เห็นวังยอบมองเค้าอยู่หลายรอบแต่ก็ไม่เข้าใจความหมายว่าคืออะไรกันแน่ แต่ตัวเค้านั้นเป็นคนไม่ค่อยเก็บอะไรมาคิดอยู่แล้วจึงปล่อยผ่านไป

            พอมาถึงห้องเค้าก็เอาโน๊ตบุ้คให้เจ้านายก่อนจะนั่งอยู่ที่โซฟาที่มุมนึงของห้อง ตรวจสอบสถานที่และตามงานต่างๆให้มาร์คตามที่ถูกมอบหมายมา

 

            “ซองแจ...ในช่วงที่ฉันความจำเสื่อมไปก่อนหน้านี้ มีรายชื่อของโอเซฮุนมาวนเวียนในบริษัทเราบ้างมั้ย” มาร์คเอ่ยถาม

 

            “โอเซฮุนเหรอครับ... ไม่มีครับ...แต่ว่าตอนช่วงที่เจ้านายอยู่ที่ไต้หวัน เค้าเข้ามาที่บริษัทครั้งหนึ่งนะครับ” ซองแจเอ่ย ทำให้มาร์คและยูคยอมหันไปมองด้วยความสนใจ

 

            “หมอนั่นมาเหรอ ? มาทำอะไร”

 

            “บอกว่ามาหาเจ้านายครับ...ผมก็บอกว่าไม่อยู่ครับ เค้าก็กลับไป”

 

            “ตอนนี้หมอนี่ดูจะเป็นผู้ต้องสงสัยเบอร์หนึ่งเลยนะ” ยูคยอมเอ่ยขึ้น

 

            “ใช่...มันเป็นผู้ต้องสงสัยคนเดียวที่ฉันมั่นใจมากด้วย..เดี๋ยวนายติดต่อแทยงไปเลยว่าพรุ่งนี้เราจะลงมือ ฉันไม่อยากรอนานไปมากกว่านี้แล้ว”

 

            “ได้”

 

 

 

หลายชัวโมงต่อมา ที่บริษัทแห่งหนึ่ง

            โอเซฮุน ชายหนุ่มCEOของบริษัทผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าใหญ่แห่งหนึ่งเดินออกมาจากห้องประชุมด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเค้าถอดสูทวางลงบนโต๊ะก่อนจะทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้ตัวใหญ่ การประชุมในครั้งนี้มันเครียดจนสมองจะระเบิด หากว่าในเวลาแบบนี้เค้ามีคนคนนั้นมาอยู่ข้างๆกายคงจะคลายความเหนื่อยล้าไปได้ไม่น้อย แต่มันกลับไม่ใช่

 

            “คุณเซฮุนครับ...มีสายเข้ามาครับ”

 

            “ใคร”

 

            “เค้าบอกว่าชื่อคุณแบมแบมครับ” ร่างสูงเด้งตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันทีพร้อมฉีกยิ้มกว้าง

 

            “โอนสายเข้ามาเลย” เอ่ยจบเจ้าตัวก็ยกโทรศัพท์รอ สายถูกโอนเข้ามาพร้อมเสียงใสใสที่เอ่ยมาจากปลายสาย

 

            /ฮะ...ฮัลโหล พี่เซฮุนเหรอครับ/ เพียงแค่ได้ยินเสียงของปลายสายคนคนนี้ก็ยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว

 

            “ครับ แบมยอมติดต่อมาหาพี่แล้วเหรอ นึกว่าแบมจะไม่โทรมาแล้วซะอีก”

 

            /พอดีตั้งแต่กลับมาจากไต้หวันก็มีเรื่องวุ่นวายนิดหน่อยน่ะครับ ...ตอนนี้ลูกๆของแบมหายไป แบม...แบมไม่รู้จะทำยังไงเลยครับพี่เซฮุน/ ร่างเล็กเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้า

 

            “แบม...ไม่เป็นไรนะครับ เอ่อ..แล้วที่แบมโทรมาแบมมีอะไรรึเปล่าครับ” เซฮุนเอ่ยถาม

 

            /แบม...อยากเจอพี่เซฮุนน่ะครับ เย็นนี้พี่เซฮุนว่างมั้ยครับ/

 

            “ว่างสิครับ เราจะเจอกันที่ไหนดีครับ” เซฮุนตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น

 

            /จำผับที่เราเจอกันวันนั้นได้มั้ยครับ.../ ร่างเล็กเท้าความกลับไป ซึ่งมันก็นานมากแล้ว แต่สถานที่นั้นก็เป็นสถานที่ที่เค้ามั่นใจว่าเซฮุนจะต้องจำได้แม่นอย่างแน่นอน

 

            “จำได้สิครับ...งั้นเย็นนี้เจอกันนะครับ เดี๋ยวพี่จะจองโต๊ะเอาไว้ให้”

 

            /ได้ครับแล้วเจอกันนะครับพี่เซฮุน/ เอ่ยจบร่างเล็กก็วางสายไป เซฮุนวางโทรศัพท์ลงก่อนจะยกยิ้มอีกครั้ง นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เค้าไม่ได้เจอคนตัวเล็ก แม้กระทั้งงานแต่งงานเค้าก็ได้แค่ยืนอยู่หน้างาน ทนเห็นไม่ได้ที่คนตัวเล็กจะต้องแต่งงานไปกับคนที่เค้าเกลียดมากที่สุด แต่ต่อไปนี้เค้าจะทำให้คนตัวเล็กกลับมาเป็นของเค้า

 

 

            “เรียบร้อยมั้ย” เสียงของร่างสูงเอ่ยถามขึ้น ร่างเล็กได้แต่พยักหน้าเบาๆก่อนจะยื่นโทรศัพท์คืนร่างสูงข้างๆ

 

            “เรียบร้อยครับแล้วทำไมพี่มาร์คถึงให้แบมโทรหาพี่เซฮุนละครับ ทั้งๆที่เมื่อก่อนพี่มาร์คจะโกรธทุกครั้งเลยเวลาแบมติดต่อไป” ร่างเล็กถามคนรักด้วยความสงสัย

 

            “เพราะหมอนี่จะช่วยให้เราได้เจอวินกับดีแลนไง” ร่างสูงเอ่ยพร้อมยกยิ้มร้าย คำว่าช่วย ในความหมายของแบมแบมกับมาร์คนั้นคงต่างกัน เพราะว่าแบมแบมยังไม่รู้ว่าเซฮุนอยู่เบื้องหลังเรื่องร้ายๆที่เกิดขึ้นในตอนนี้

 

           

รับรองสนุกแน่..โอเซฮุน





 

 TBC

โปรดติดตามที่เหลืออีก 50%เร็วๆนี้นะคะ

 

 

คุยกันหน่อยนะคะ

 

มาอัพแล้วตามที่สัญญาช่วงนี้หัวกำลังแล่นค่ะ ฮ่าๆ ตัวละครใหม่ๆกำลังออกมาเชิดหน้าชูตาแล้ววว หวังว่าจะชอบกันนะคะ และหวังว่ามันจะให้วามสุกกับทุกท่านไม่ต่างจากตอนภาคแรกแน่ๆค่า ขอให้อ่านให้มีความสุขน๊าา

 

 

 

สปอย

 

"ไม่เจอกันนานเลยะแบมแบม" 

 

"พี่..." 

 

 


 

S
N
A
P
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

1,254 ความคิดเห็น

  1. #1075 Piam'Mara (@night-tee) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 12:23
    รีบตามเด็กๆกลับมาให้ได้นะมาร์ค
    #1075
    0
  2. #1045 Khampoohnaka (@Khampoohnaka) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 19:47
    เป็นกำลังใจให้ได้ลูกกลับมาเร็วๆนะคะ
    #1045
    0
  3. #1028 KissMark. (@puttita108) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 21:06
    แอร้ยยยยย แทเตนล์ เราชอบมาร์คเตนล์ ฮี่ๆๆ ดีใจจังต้วนความจำกลับมาละ รีบไปช่วยเด็กๆเร้ววว
    #1028
    0
  4. #1027 pinlprd99 (@pinlprd99) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 08:19
    อยากให้ช่วยเด็กๆได้เร็วๆ จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้?
    #1027
    0
  5. #1026 wonnybum (@wonnybum) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 23:27
    เสียดายที่มาร์คฟื้นความจำแล้ว ถ้ายังจะยุให้แบมหย่าแล้วเลือกเซฮุนดีกว่าอย่างน้อยเซฮุนยังพยายามหาทางให้ได้แบมคืน กลับกันกับมาร์คสร้างแต่ความเจ็บปวดให้แบมมาตลอดแถมเป็นที่พึ่งพิงยังไม่ได้เลย เทียบกันแล้วเซฮุนน่าจะทำให้แบมมีความสุขได้มากกว่า ถ้ามาร์คไม่กลับมาป่านนี้ครอบครัวพ่อแม่ลูกคงมีแต่ความสงบสุข
    #1026
    0
  6. #1025 .귀엽다. (@wearevaria) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 21:38
    สนุกมากๆๆๆๆๆค้าาา~ ลุ้นตลอดเบยยยย ชอบคู่แทเตนล์มากค่ะ แต่ว่าเตนล์เขียนแบบนี้นะคะ ไม่ใช่เต็นล์เน้ออ >______<
    #1025
    0
  7. #1024 Ploynill (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 21:51
    ใกล้เข้ามาละนะ

    จะช่วยเด็กได้ละ

    ทำไมเต็นล์ดูกวาดกลัวแทยงมากขนาดนี้

    แทยงทำอะไรเต็นล์นะ

    รักเค้าขึ้นมาจะรู้สึก

    แต่เอ๋ะวังยอบกับซองแจนี่ยังไงคะ

    ชอบซองแจหรอวังยอบเนี่ย
    #1024
    0
  8. #1023 justmarkbam (@justmarkbam) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 00:07
    สนุกจริงๆเลยค่ะ ร้ายจริงๆเเต่ละคน โอ้ยยยยยยยยยๆๆๆๆ คือมีสมาชิกมาเพิ่มมม 555555ชอบบบบบบบบบบบบ
    #1023
    0
  9. #1020 0879355180 (@0879355180) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 00:20
    สนุกมากค่ะรอออออออออออ
    #1020
    0
  10. วันที่ 28 กันยายน 2559 / 22:04
    ขอให้จอลูกเร็วๆน๊า
    #1019
    0
  11. #1018 A. Angkhana Wongsa (@sunghyo) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 21:28
    พี่มาร์คกลับมมแล้วววว ขอให้เจอลูกๆนะ
    #1018
    0
  12. #1017 bbboobb (@bbboobb) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 20:50
    มาร์คคค ในที่สุดก็กลับมา ตามลูกๆกลับมาในอ้อมกอดให้ได้นะ
    #1017
    0
  13. #1016 kkamlaii (@kkamlaii) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 20:42
    อิต้วนจำได้แล้ววว
    #1016
    0
  14. #1015 My love markbam (@a_mote3030) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 19:54
    โหยยย. ตื่นเต้นอ่ะ ลุ้นโคตร
    #1015
    0
  15. #1014 Lunarita Lucia (@lunarita-toei124) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 18:57
    ฮุนทำจริงๆเหรอ โอ้แม่เจ้า
    #1014
    0
  16. วันที่ 28 กันยายน 2559 / 18:23
    ลุ้นอะมารอออ
    #1013
    0
  17. #1012 Yezo (@hemme) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 16:54
    มาคราวนี้มีหลายคู่เพิ่มเติมเลยอ่ะ ชอบบบบ แต่มาต่อบ่อยๆก้อดีนะ
    #1012
    0
  18. #1011 Irean18 (@Irean18) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 16:36
    ฮืออขอให้เด็กๆปลอดภัยนะ คิดถึงเด็กๆแล้ว
    #1011
    0
  19. #1010 MBam (@MBam) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 15:30
    taetenก็มาาาา
    #1010
    0
  20. #1009 นมเย็นสีฟ้า (@alissy) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 13:45
    ขอให้วิธีนี้ได้ผลด้วยเถ๊อะ!!!
    #1009
    0
  21. วันที่ 24 กันยายน 2559 / 21:16
    จำได้ซะที รอออ
    #1008
    0
  22. #1007 praneekukku (@praneekukku) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 20:04
    ในที่สุดก็จำได้แล้ว
    #1007
    0
  23. #1006 A. Angkhana Wongsa (@sunghyo) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 10:28
    หู้ววววว ตื่นเต้นนนน ส่วนมาร์คถือว่าใช้วิธีที่บ้าบิ่นพอสมควร
    #1006
    0
  24. #1005 sryko1a (@sryko1a) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 23:59
    ยินดีต้อนรับค่ะไรท์ 555555555
    #1005
    0
  25. #1004 bbboobb (@bbboobb) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 21:29
    ไรท์ ปล่อยให้เค้าค้างนานมาก

    เค้าจะไม่คาดหวัง 55555
    #1004
    0