Fight Theory ♦ ทฤษฎี (แอบ) รักเธอ

ตอนที่ 1 : CHARACTER & PROLOGUE : ความลับทำให้ผู้หญิง...เป็นผู้หญิง {200%}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 186
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    28 มิ.ย. 61

MAIN CHARACTER


บัวตอง ฉันเก็บเขาไว้เป็น ความลับที่หวงแหนที่สุด



กำปั้น ผมเป็น ความลับที่เธออยากเก็บไว้ตลอดไป



มิคกี้ ผมอยากทำลาย ความลับนั้นให้สิ้นซาก



Black Girl ถ้าอย่างนั้นฉันจะช่วยเขาเก็บ ความลับเอง


You, with your words like knives and swords

And weapons that you use against me

You, have knocked me off my feet again

Got me feeling like a nothing[1]

เธอมาพร้อมกับมีดที่แหลมคมและดาบที่ใช้ปะทะกับฉัน

และเธอทำให้ฉันล้มลงไปกองแทบเท้าอีกครั้ง

...ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนไม่มีค่าอะไรเลย

 

PROLOGUE

KUMPAN x BUATONG

A secret makes a woman, women[2]

ความลับทำให้ผู้หญิง...เป็นผู้หญิง


          19.35

            ฉันวางลิปสติกที่เพิ่งแต่งเติมเสร็จลงเบื้องหน้า ริมฝีปากเรียวบางสีเชอร์รี่เผยรอยยิ้มออกมาเพื่อเช็คความเรียบร้อยของตัวเองซ้ำอีกรอบ มือสองข้างที่ระอยู่ข้างตัวกำแน่นเป็นกำลังใจให้กับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังจากนี้

            …อีกไม่นานทุกอย่างจะจบลง ฉันจะได้ออกไปจากตรงนี้เสียที

            ริมฝีปากฉันขบเม้มเข้าหากันแรงขึ้นอีกครั้งเพื่อสะกดอารมณ์ มองโทรศัพท์ที่สั่นไหวรุนแรงจากสายเรียกเข้าของใครบางคนบนโต๊ะเครื่องแป้ง กระจกเงาบานใหญ่ตรงหน้าทำให้ฉันมองเห็นบรรยากาศรอบห้องแต่งตัวทั้งหมด

            โทรศัพท์ที่สั่นอยู่เงียบไป ฉันถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกและหยิบมันโยนลงกระเป๋าสะพายที่วางอยู่ด้านข้าง จากนั้นจึงเงยหน้ามองเงาตัวเองที่สะท้อนกลับมา

            ใบหน้าสะสวยถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางนานาชนิดจากช่างตำแหน่งหน้ามือทองของวงการบันเทิง ฉันเอียงหัวแล้วทัดผมสีน้ำตาลบลอนด์สว่างที่ดัดเป็นลอนใหญ่ไปด้านหลังเพื่อให้เห็นโครงหน้าชัดเจนขึ้น เวลานี้ฉันดูโตกว่าตอนที่ไม่ได้แต่งหน้า ภาพมายาที่ช่างแต่งหน้าประโคมลงมากำลังดูดกลืนความเป็นฉันไปจนหมด

            แม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นความต้องการของฉันก็ตามที

          ก๊อก ก๊อก ก๊อก

            เสียงเคาะประตูห้องแต่งตัวดังขึ้น เรียกสติที่กระจัดกระจายไปไกลแสนไกลของฉันกลับมาจนหมด ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกสุดปอดแล้วยิ้มให้คนในกระจกเป็นกำลังใจหนึ่งทีพร้อมกับขานเสียงตอบรับให้คนข้างนอกได้ยิน

            ประตูไม่ได้ล็อค เชิญเข้ามาได้เลยค่ะ

            แอด

            ประตูถูกเปิดเข้ามาพร้อมกับการปรากฏตัวของหญิงสาวตัวเล็กท่าทางใจดีคนหนึ่ง

            เธอคนนี้เป็นนักศึกษาฝึกงานที่อำนวยความสะดวกหลายๆ เรื่องในกองถ่าย ชุดนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังของเธอถูกระเบียบตั้งแต่หัวจรดเท้า ช่วงคอห้อยป้ายชื่อเล่นเอาไว้ว่า เจสซี่

          บัวตองเสร็จหรือยังคะเธอยิ้มแล้วเอ่ยปากถาม...เนื่องจากอายุเราห่างกันไม่มาก ฉันเลยบอกเธอว่าไม่ต้องเรียกฉันว่าน้อง จะได้ลดช่องว่างความอึดอัดระหว่างการทำงานลงไปได้บ้าง

            เสร็จแล้วค่ะ คิวของเพื่อนคนก่อนหน้านี้เรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะฉันลุกขึ้นยืนแล้วผลักกระเป๋าส่วนตัวเข้าไปด้านในเมื่อเห็นว่าหน้าจอโทรศัพท์กำลังสว่างอีกครั้งจากการตื๊อโทรหาของใครคนหนึ่ง

            เรียบร้อยแล้วค่ะ เหลือแค่คิวของบัวตอง คืนนี้หลังจากถ่ายทำเสร็จจะได้ไปพักผ่อนเสียทีนะคะ ถ้ายังไงเชิญทางนี้เลยค่ะเจสซี่ดันเปิดประตูกว้างขึ้นและผายมือไปด้านหน้า

            ฉันอมยิ้มเป็นเชิงขอบคุณแล้วค่อยๆ เดินตามเธอออกไป ก้มลงมองชุดคลุมอาบน้ำที่สวมอยู่พบว่าไม่มีอะไรอันตรายต่อสายตาผู้ชายด้านนอกจึงเหลือบสายตามองนาฬิกาบนฝาผนังแล้วเบิกตาโตด้วยความตกใจทันที นี่ฉันใช้เวลาในตึกนี้มาเกือบครบสิบชั่วโมงแล้วอย่างนั้นเหรอ

            ร่างกายเหนื่อยล้าจนแทบขยับตัวไม่ไหว แต่บางอย่างที่สำคัญกว่าบอกฉันให้ฝืนเดินต่อไปข้างหน้า หวังว่าไม่นานจากนี้ผลของความตั้งใจจะออกมาเป็นรูปเป็นร่างเสียที

            กึก กัก

            เสียงปลายรองเท้าส้นสูงที่ฉันสวมอยู่กระทบกับพื้นด้านล่างดังเป็นจังหวะที่ไพเราะไปอีกแบบ กรอบสายตาฉันมองเห็นผู้กำกับกำลังเช็คภาพผ่านมอนิเตอร์ มีผู้ชายอีกหลายคนกำลังเคลียร์สถานที่ที่ฉันต้องเข้าไปยืนประจำตำแหน่ง ไม่ไกลจากตรงนั้นฉันมองเห็นเพื่อนอีกคนกำลังใช้ผ้าขนหนูเช็ดผม ร่างบอบบางสวมชุดคลุมอาบน้ำเตรียมไปทำความสะอาดร่างกายต่อ

            อีกแป๊บเดียวจะถึงตาฉันแล้วสินะ ให้ตายสิ...โกรธตัวเองชะมัดที่ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรเลย อาจเป็นเพราะมีเรื่องอื่นให้คิดมากกว่าล่ะมั้ง

            ฉันสะบัดหัวไปมาเพื่อไล่ความรู้สึกเชิงลบนั่นออกไปให้หมด ตอนนี้ฉันต้องทำงาน ไม่ควรให้เรื่องไร้สาระมาบั่นทอนกำลังใจอันน้อยนิด

            เดี๋ยวเสร็จงานคืนนี้ไปกินเนื้อย่างด้วยกันไหมคะ เห็นพี่แอนหัวหน้าฝ่ายบอกว่าจะเลี้ยงทุกคนที่ทำงานเสร็จภายในหนึ่งวันน่ะค่ะเจสซี่ชวนฉันคุยอย่างอารมณ์ดี ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ปลายเท้าก้าวมาหยุดอยู่ตรงหน้าเซ็ตสำหรับถ่ายทำ

            คำชวนของเธอทำให้ฉันชะงักไปเล็กน้อย หัวใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น เมื่อคิดได้ว่าคืนนี้มี บางอย่างกำลังรอฉันอยู่ รอยยิ้มบางเบาถูกจุดที่ริมฝีปาก

            เป็นความรู้สึกที่มีแค่ฉันกับ เขาเท่านั้นที่เข้าใจกัน...นอกจากนั้นคนนอกคงไม่มีใครเข้าใจความสัมพันธ์แปลกประหลาดนั่นอีกแล้ว

            ฉันส่ายหน้าอีกครั้งเป็นเชิงปฏิเสธ คืนนี้มีนัดกับเพื่อนแล้วค่ะ ขอผ่านก่อนแล้วกัน

            ร่างบางขยิบตาให้ฉันอย่างน่ารัก ก้มหน้าหลบตาแบบนี้ไม่ใช่เพื่อนธรรมดาแน่ๆ แฟนสินะคะ

            “มะ...ไม่ใช่สักหน่อยฉันโบกมือปฏิเสธพัลวันแล้วยิ้มแห้ง แหม ช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ฉันจะมีแฟนได้ยังไงกัน ไปกินข้าวกับกลุ่มเพื่อนเฉยๆ ค่ะ

            “แบบนั้นก็ดีแล้วค่ะเธอพยักหน้าเห็นด้วย หลังจากนี้ไปอาจจะมีอะไรเปลี่ยนไปอีกเยอะมาก การมีแฟนอาจจะทำให้บัวตองใช้ชีวิตลำบากขึ้น ถ้ายังไงฉันไปทำงานต่อก่อนนะคะ ไว้เจอกันร่างบางยกยิ้มให้ฉันหนึ่งทีและเดินหายไปอีกทาง

            ฉันลอบถอนหายใจออกมาด้วยความกังวล คิดถึงคำพูดที่เพื่อนร่วมงานเอ่ยออกมาก่อนหน้านี้แล้วเห็นด้วยทุกประการ ใช่แล้วล่ะ...ช่วงเวลานี้ฉันไม่ควรมีใครทั้งนั้น แสงอาทิตย์ไม่ได้สาดส่องมาที่ฉันตลอดเวลาสักหน่อย ควรตัดบางอย่างทิ้งไปเพื่อก้าวต่อไปข้างหน้าให้ได้

            บัวตองถ้าพร้อมแล้วเข้าฉากได้เลยเสียงผู้ช่วยผู้กำกับดังขึ้นแล้วหันไปสั่งงานกับคนที่เหลือ

            ได้ค่ะฉันถอดชุดคลุมอาบน้ำที่ใส่อยู่ส่งให้เด็กช่วยงานอีกคนซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลจากตรงนั้น ชุดที่อยู่ภายใต้การปกคลุมคือเสื้อเชิ้ตตัวบางสีขาวแขนยาวคลุมต้นขากับกางเกงยีนขาสั้นสีเทาอ่อน เบื้องล่างเป็นรองเท้าส้นสูงสีดำแหลมปรี๊ดตรงตามภาพที่ผู้กำกับเห็นในหัว

            ฉันสยายผมไปด้านหลังแล้วสะบัดไปมาอีกครั้งก่อนก้าวเท้าเข้าไปยืนตรงตำแหน่งที่มาร์กเอาไว้ เหลือบตามองเหนือศีรษะมีฝักบัวทรงกลมขนาดเท่าหน้าพัดลมติดตั้งอยู่ ไม่ถึงสิบวินาทีหลังจากนั้นสายน้ำจึงโปรยปรายลงมากระทบตัวฉัน...ความเย็นยะเยือกจากสายน้ำทำให้ฉันตัวสั่นเล็กน้อย

            ฉันเม้มริมฝีปากแน่นและพยายามโฟกัสกับสิ่งที่ทำอยู่

            โอเคแล้วใช่ไหมผู้กำกับส่งเสียงถาม ฉันทำได้เพียงพยักหน้ารับเพราะสายน้ำยังตกลงมาจนยากเกินกว่าจะอ้าปากโต้ตอบกลับไปได้ ต่อไปเต้นได้เลยนะ ปลดปล่อยทุกความรู้สึกไปตามอารมณ์ของเสียงเพลง

            ฉันพยักหน้ารับ เปลือกตาทั้งสองข้างปิดลงแล้วเริ่มขยับตัว สองมือวาดออกไปข้างหน้าด้วยท่วงท่าที่ไร้แบบแผนแต่กลับดูเซ็กซี่เกินบรรยายยามอยู่ใต้สายน้ำแห่งความเย็นนี้...ใบหน้าหล่อเหลาของผู้ชายคนหนึ่งปรากฏขึ้นมาในห้วงความคิด ริมฝีปากฉันแย้มยิ้มออกมา

            แม้เพียงแค่ชั่วขณะก็ตาม...แต่ฉันจะเต้นให้ลืมเขา

 

          เลิกกอง!”

            ทุกอย่างจบลงแล้ว...

            เสียงผู้กำกับที่นั่งอยู่หลังจอมอนิเตอร์เอ่ยออกมาเสียงดัง ทีมงานที่อยู่บริเวณนั้นต่างร้องเฮออกมาด้วยความดีใจก่อนช่วยกันเก็บอุปกรณ์ต่างๆ เข้าที่เพื่อเตรียมออกไปฉลองที่ร้านเนื้อย่างหลังทำงานเสร็จคืนนี้

            “ในที่สุดก็เสร็จเสียที ฉันปวดขาจะแย่แล้ว

            “ฉันหิวจนแทบจะกินเนื้อย่างในร้านได้หมดทุกถาดแล้วนะ

            “ฉันอยากเมาให้โลกลืมไปเลย

            ฉันอมยิ้มเมื่อเห็นบรรยากาศแห่งความสุขที่เกิดขึ้นตรงหน้าก่อนเอื้อมมือไปหยิบชุดคลุมอาบน้ำมาสวมและเตรียมก้าวเท้าเดินไปอีกทาง เปียกไปหมดตั้งแต่หัวจรดเท้าแบบนี้คงต้องอาบน้ำแล้วล่ะ

            บัวตองไม่ไปด้วยกันจริงๆ เหรอคะเจสซี่ที่ยืนอยู่แถวนั้นหันมาสบตาฉันพอดี เธอถามด้วยความเสียดาย นานทีทุกคนจะได้ไปทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันนะ

            สิ่งที่ฉันทำคือส่ายหน้าไปมาด้วยรอยยิ้ม ไม่ได้หรอกเจสซี่ ฉันนัดเพื่อนอีกคนไว้แล้ว ขืนผิดนัดคงโดนโกรธแน่

            “ถ้าอย่างนั้นไว้คราวหน้าแล้วกันเนอะ...เจสซี่ยิ้มหวานและขอตัวเดินออกไปทำงานที่ค้างอยู่ต่อ

            รอยยิ้มจางหายไปจากใบหน้า ฉันลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ โดยไม่มีใครเห็น สายตาปะทะเข้ากับเพื่อนร่วมงานอีกคนที่สนิทกัน เธอคนนั้นทำสัญลักษณ์มือเป็นเชิงถามว่าไปด้วยกันไหม ฉันจึงโบกมือตอบกลับไป เพื่อนสาวคนนั้นทำท่าโอเคแล้วเดินจากไป

            ฉันหมุนตัวกลับเข้าไปที่ห้องแต่งตัว ภายในว่างเปล่าไม่มีใครอยู่ พองานเสร็จทุกคนก็ออกไปรวมตัวกันข้างนอก มือฉันปลดชุดคลุมอาบน้ำออกแล้วนำไปแขวนไว้อีกทาง จากนั้นจึงสยายผมที่เปียกอยู่ให้แยกออกจากกัน

            สองเท้าพาฉันเดินไปยังกระเป๋าส่วนตัวแล้วล้วงโทรศัพท์ออกมา หน้าจอปรากฏสายที่ไม่ได้รับเป็นจำนวนมากตั้งแต่ก่อนที่ฉันจะออกไปที่หน้าเซ็ตด้านนอก...เป็นอีกครั้งที่ฉันถอนหายใจออกมาและวางโทรศัพท์กลับเข้าไปในกระเป๋าตามเดิม

            เดี๋ยวอาบน้ำแต่งตัวเสร็จค่อยโทรกลับไปแล้วกัน ยังไงคืนนี้ฉันก็ต้องเจอเขาอยู่ดี

            ฉันเลิกคิดเรื่องน่าปวดหัวแล้วคว้าผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำไป ความเปียกของพื้นห้องน้ำบอกฉันว่าก่อนหน้านี้เพื่อนคนอื่นคงมาอาบน้ำเช่นเดียวกัน ฉันแขวนผ้าเช็ดตัวไว้ที่ราวและหมุนฝักบัวเพื่อเปิดน้ำออก ที่นี่ไม่มีอ่างอาบน้ำให้ฉันนั่งแช่ แต่สายน้ำอุ่นจากฝักบัวคงช่วยฉันให้ผ่อนคลายได้มากขึ้น

            ซ่า

            สายน้ำอุ่นตกกระทบลงมาและไหลไปทั่วร่าง ฉันก้มหน้าอยู่ใต้ฝักบัวพร้อมกับใช้ฝ่ามือนวดเส้นผมให้คลายออกจากกัน มืออีกข้างที่ว่างอยู่เอื้อมไปหยิบแชมพูออกมาเปิดฝา ในขณะที่ความคิดล่องลอยไปไกลแสนไกล

 

            เรื่องที่ฉันขอไป เมื่อไหร่เธอจะทำให้ฉันสักที

 

          ‘ความฝันของเธอทำให้ฉันอดทนกับทุกอย่างมาได้จนถึงทุกวันนี้ แล้วความรู้สึกของฉันล่ะ...เธอจะไม่รับผิดชอบอะไรหน่อยเหรอ

 

          ‘เราไม่ได้เจอกันนานมากแล้วนะบัวตอง พอเห็นหน้ากันเธอจะเดินหนีแบบนี้ไม่ได้นะ

 

          ‘จะไปไหน กลับมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน...

 

            แต่ละเรื่องล้วนเป็นภาพทรงจำระหว่างคนสองคนที่นับวันยิ่งแย่ลงไปเรื่อยๆ คำพูดที่เสียดแทงหัวใจกันราวกับเป็นเข็มนาฬิกาที่เดินถอยหลังรอวันแตกสลาย

 

            มีแค่เรื่องเดียวที่ฉันอยากจะขอนายไม่ได้เลยเหรอ

 

            คำพูดของตัวเองที่เคยเอ่ยออกไปเมื่อนานมาแล้วกำลังย้อนกลับมาทำร้ายความรู้สึกฉันอีกครั้ง หากหมุนเวลากลับไปได้ ฉันจะเลือกทางนี้อยู่ไหมนะ นี่คือคำถามที่ฉันไม่มีวันหาคำตอบเจอ

 

            แล้วเธอจะเสียใจที่ทำกับฉันแบบนี้

            ฉันพยายามมองข้ามคำพูดประชดประชันเหล่านั้นของเขา เข้าใจว่าอารมณ์โมโหทำให้เขาพูดอะไรไม่คิด แต่พอได้ยินมันบ่อยเข้ากลับกลายเป็นอาวุธทำร้ายจิตใจชั้นยอด ความสัมพันธ์ของเราแย่ลงเรื่อยๆ แม้ว่าฉันจะพยายามประคับประคองมันขนาดไหน

            ฮึก...

            ริมฝีปากฉันเม้มแน่นเข้าหากันเมื่อเสียงสะอื้นหลุดรอดออกมา มือข้างที่ถือขวดแชมพูบีบเข้าหากันจนปวดฝ่ามือไปหมด แต่เทียบไม่ได้กับความรวดร้าวในหัวใจ

            โชคดีที่สายน้ำกำลังไหลรินลงมาช่วยกลบหยดน้ำตาฉันให้เลือนหายไปได้ สิ่งที่ฉันเลือกเองฉันจะไม่มีวันยอมเสียน้ำตาเด็ดขาด

 

            หลังจากนี้ไปอาจจะมีอะไรเปลี่ยนไปอีกเยอะมาก การมีแฟนอาจจะทำให้บัวตองใช้ชีวิตลำบากขึ้น

 

            คำพูดของเจสซี่ไหลย้อนกลับเข้ามาอีกครั้ง ฉันยอมรับกับตัวเองเงียบๆ ว่าสิ่งที่เธอพูดกำลังจะกลายเป็นความจริง ขืนยื้อทุกอย่างให้ยืดเยื้อออกไปเรื่อยๆ มีแต่จะทำร้ายทุกคนมากขึ้นเท่านั้น

            ฉันใช้เวลาอยู่กับตัวเองประมาณสิบห้านาทีแล้วสวมชุดคลุมอาบน้ำเดินออกมาจากห้องน้ำ เพราะเมื่อสักครู่ฉันไม่ได้ถือเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนเข้าไปด้วย

            กึก

            ฉันทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้หน้ากระจกบานใหญ่ ใบหน้าที่ปราศจากการเติมแต่งดูไร้เดียงสาต่างจากเมื่อหลายชั่วโมงก่อนเป็นอย่างมาก นี่ต่างหากคือตัวตนที่แท้จริงของฉัน

            ผมยาวสลวยดัดลอนเล็กน้อยสีบลอนด์สว่าง ใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักแต่ซ่อนความเอาแต่ใจไว้ภายใน จมูกโด่งธรรมชาติที่ไม่ได้ผ่านการทำศัลยกรรมเข้ากับริมฝีปากสีชมพูเข้มที่ผู้ชายหลายคนบอกว่าอยากลองสัมผัสดูสักครั้ง ทั้งหมดนี้ประกอบกันเป็นผู้หญิงที่ชื่อ บัวตอง

            และเป็นสมบัติที่แสนหวงแหนของผู้ชายคนหนึ่ง

            ฉันดึงกระเป๋าเข้ามาใกล้มือและหยิบโทรศัพท์ออกมา พอสัมผัสหน้าจอแล้วถึงเห็นจำนวนสายไม่ได้รับที่มากขึ้นกว่าเดิม ปลายนิ้วฉันสไลด์หน้าจอไปด้านข้างเพื่อเข้าสู่การใช้งาน

            การโทรกลับไปหาเขาเวลานี้คงไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นมา ผู้ชายคนนั้นอาจจะโมโหและโวยวายว่าฉันไม่ใส่ใจความรู้สึกเขา ดังนั้นฉันจึงกดเข้าไปที่ไลน์เพื่อเตรียมส่งข้อความหาเขาแทน ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าข้อความล่าสุดจากเขานั้นน่ากลัวขนาดไหน

            หมอนั่นบ้าไปแล้ว!

 

            KUMPAN : ถ้าเธอไม่รับสายฉันจะเป็นคนไปหาเธอเอง

 

            นี่มันอะไรกัน...ฉันพึมพำเสียงแผ่วแล้ววางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ หันรีหันขวางมองรอบด้านพลางคิดไปด้วยว่าจะทำยังไงต่อ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่เสียงเปิดประตูห้องแต่งตัวดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ

            แอด

            “…!”

            เฮือก!

            ฉันสะดุ้งจนตัวโยนและรีบหันไปมองบุคคลปริศนาที่กำลังบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวของฉันทันที นี่ฉันเอาแต่เหม่อลอยจนถึงขั้นลืมล็อคห้องเลยเหรอ ถ้ามีใครเปิดประตูเข้ามาตอนฉันไม่ได้ใส่เสื้อผ้าขึ้นมาจะทำยังไงเนี่ย บ้าที่สุด

            และ...คนที่ยืนทำหน้าโหดอยู่ตรงนั้นเป็น เขาจริงๆ ด้วย

            นะ...นาย...ฉันพูดอะไรไม่ออก ทำได้เพียงยืนอ้าปากพะงาบๆ แล้วชี้ไปยังร่างสูงเท่านั้น

            ชายหนุ่มสบตาฉันด้วยความไม่พอใจ นัยน์ตาเขาราวกับมีเปลวไฟปะทุออกมาด้วยความโกรธ สาบานได้ว่าเขาต้องลงโทษฉันจนหนำใจแน่ๆ

            ชี้หน้าคนอื่นแบบนี้เสียมารยาทชะมัดเลยนะเธอเขาพูดแล้วดันประตูให้ปิดลง ความเงียบกลับเข้ามาทักทายอีกครั้ง ฉันรู้สึกอึดอัดเมื่อต้องอยู่กับเขาสองคนในที่แคบๆ

            นายมาที่นี่ได้ยังไงฉันบังคับจิตใจตัวเองให้สงบลง แม้จะรู้ว่าเขาไม่พอใจมากขนาดไหนก็ตาม แต่ฉันควรจะใจเย็นไว้ก่อน บอกแล้วไงว่าเสร็จงานแล้วฉันถึงจะรับโทรศัพท์ได้

            ชายหนุ่มยักไหล่ราวกับไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น เขาล้วงกระเป๋ากางเกงวางท่าเต๊ะจุ๊ยจนฉันแอบหมั่นไส้ ช้าไปหลายชั่วโมงเกินไปหรือเปล่า?

            “งานหน้ากล้องมีสิทธิ์เกิดความผิดพลาดตลอดเวลา และเราต้องพร้อมที่จะแก้ไขมันฉันเอ่ยเสียงแข็งแล้วถอนหายใจ คราวหน้าอย่ามาหาฉันที่นี่อีก ใครเห็นเข้าจะไม่ดี

            “หึเขาหัวเราะเสียงแผ่ว วินาทีนั้นฉันจับได้ถึงความน้อยใจในน้ำเสียง แล้วต้องที่ไหนเหรอ ฉันถึงจะเจอเธอตามปกติ เมื่อไหร่ฉันถึงจะจับมือเธอแล้วบอกคนทั้งโลกว่าเราเป็นอะไรกัน...

            หมับ!

            คำพูดของร่างสูงทำให้ฉันตกใจแทบสิ้นสติ เพราะประโยคสองแง่สามง่ามนั่นอาจจะทำให้คนที่บังเอิญผ่านมาได้ยินเข้า แค่เขาบุกรุกห้องแต่งตัวนี่ก็มากเกินไปแล้วด้วยซ้ำ ดังนั้นฉันเลยเผลอเอื้อมมือไปปิดปากเขาไว้ไม่ให้พูดจนจบประโยค

            ฉันขมวดคิ้วตอนสบกับนัยน์ตาตกใจของเขา ระวังคำพูดนายด้วย บางอย่างอาจสร้างปัญหาให้ฉันภายหลัง

            “…” ชายหนุ่มเงียบ แต่จากแววตาเขากำลังโกรธฉันมากขึ้น

            ออกไปรอฉันที่ทางออกประตูฉุกเฉินของบริษัท อีกสิบห้านาทีฉันจะตามออกไป อ้อ! และอย่าให้ใครเห็นว่านายมาที่นี่เด็ดขาด อ๊ะ...

            ฟุบ!

            วินาทีที่ฉันกำลังจะถอยตัวออกไปนั้นเขากลับปัดมือฉันออกและรวบร่างฉันเข้าไปในอ้อมกอด อ้อมแขนแข็งแรงราวกับกรงขังชั้นดีที่สามารถพันธนาการฉันไว้ไม่ให้หนีไปไหน

            วันนี้เธอเอาแต่ใจเกินไปแล้วนะ ฉันจะไม่ตามใจเธออีกแล้ว

            แววตาฉันเบิกโพลงด้วยความตกใจ ไม่ว่าจะพยายามดันตัวออกขนาดไหนมือปลาหมึกของหมอนี่ก็รัดฉันไม่ปล่อย เขาอุ้มร่างฉันพาดบ่าแล้วเดินเข้ามาเรื่อยๆ จนถึงโต๊ะนั่งหน้ากระจก

            “ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ!”

            ฉันทำได้เพียงทุบไหล่เขาเท่านั้น ไม่สามารถส่งเสียงออกไปดังมากกว่านี้ได้ ไม่อย่างนั้นคนด้านนอกต้องเผลอได้ยินเข้าแน่ อาจจะมีบางคนที่ยังทำงานไม่เสร็จป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้

            อั่ก!

            ริมฝีปากฉันเม้มแน่นเข้าหากันเมื่อแผ่นหลังกระแทกเข้ากับกระจกจนจุกไปหมด ฉันปรือตามองเขาที่อยู่ตรงหน้า...ชายหนุ่มวางร่างฉันลงบนโต๊ะยาวติดกระจกและถีบเก้าอี้จนกระเด็นไปอีกทาง จากนั้นจึงแทรกตัวเข้ามาที่ใจกลางร่างกาย สองขาถูกเขาจับแยกออกจากกันอย่างไร้ซึ่งความปราณี

            ความเจ็บที่แผ่นหลังทำให้ฉันไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้ในตอนนี้ แววตาเขาปรากฏความพอใจยามจับจ้องร่างกายฉันอย่างจาบจ้วง

            บนตัวฉันมีเพียงชุดคลุมอาบน้ำ ไม่ได้ใส่ชุดชั้นใน และการที่เขาแทรกตัวเข้ามากึ่งกลางระหว่างขาฉันแบบนี้ยิ่งส่งผลให้ร่างกายร้อนผ่าว รอยแยกของชุดคลุมขยายออกจากกัน อีกเพียงนิดเดียวจะสามารถมองเห็นความเป็นตัวตนของฉันได้ชัดเจน

            ร่างสูงดันตัวเข้ามาให้สองร่างแนบชิดกันมากขึ้น เขาก้มลงมาจูบ ทว่าไม่ได้รุกล้ำความเป็นส่วนตัวของฉันมากไปกว่านั้น พูดตามตรงว่า...หากเขาอยากจัดการทุกอย่างที่นี่ ฉันคงหมดทางสู้ด้วยเช่นกัน

            นะ...นายจะทำอะไรฉันเอ่ยเสียงแผ่วและพยายามจะดันแผ่นอกชายหนุ่มออก

            “ทำในสิ่งที่แฟนคนหนึ่งควรจะทำยังไงล่ะบัวตองเขาเป่าลมหายใจรดหน้าผากฉันราวกับจะกลั่นแกล้ง ถือเป็นการลงโทษที่เธอไม่ยอมรับสาย และปล่อยให้ฉันรอเป็นไอ้งั่งอยู่คนเดียว ดีไหม?

            “บอกแล้วไงว่าเหตุสุดวิสัย นายพูดไม่รู้เรื่องแล้ว ขยับตัวออกไปก่อนได้ไหม ฉันอึดอัด

            “การที่ฉันจะสัมผัสร่างกายนี้มันทำให้เธออึดอัดอย่างนั้นเหรอ?เขาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ใช้มืออีกข้างที่ว่างเชยปลายคางฉันขึ้นเพื่อให้สบตา ฉันที่รักเธอและยอมเธอมากขนาดนี้ เธอจะแสดงท่าทีรังเกียจกันไปถึงไหน

            “ไม่ใช่อย่างนั้นนะฉันรีบแย้งเมื่อเขากำลังเข้าใจผิด ฉันไม่เคยรังเกียจนาย ดีใจด้วยซ้ำที่นายยังให้ความสำคัญกับฉันเหมือนวันแรกที่คบกัน แต่ตรงนี้...มันไม่ใช่สถานที่ที่ถูกต้อง นายเข้าใจใช่ไหม

            “ที่ไหนถึงจะถูกต้องล่ะ?

            “ไม่ใช่ที่นี่ฉันหลบสายตาเขาเมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุจากร่างสูง ต้นขาของเราสองคนที่กำลังบดเบียดกันทำให้ฉันหน้าร้อนเมื่อความคิดแสนลามกกำลังปะทุขึ้นมา  การที่เขาใจเย็นลงถือเป็นเรื่องที่ฉันพอใจ แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันจะยอมเขาที่นี่สักหน่อย อย่าทำให้ฉันลำบากใจเลยได้ไหม

            “เฮอะ อีหรอบนี้อีกแล้วเขาทำเสียงกระเง้ากระงอด ฉันจึงกล้าสบตาเขาอีกครั้ง ถ้าเธอขอร้องมีเรื่องไหนในโลกนี้บ้างที่ฉันทำเพื่อเธอไม่ได้

            “…” ฉันรู้สึกละอายใจเมื่อเขาพูดแบบนั้น เป็นความจริงที่โหดร้ายเลยทีเดียวล่ะ

            “แม้แต่เรื่องที่กำลังเกิดขึ้นตรงนี้ด้วยก็ตาม

            แววตาฉันหม่นเศร้า เข้าใจทุกความอึดอัดของเขา ทุกครั้งที่เราคุยกันเรื่องนี้จะจบลงด้วยการทะเลาะเสมอ ฉันพยายามจะประคับประคองความสัมพันธ์ให้ไปในทิศทางที่ดี แต่ทุกอย่างช่างเลือนรางเหลือเกิน...ฉันอยากอยู่กับเขาไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต ซึ่งสวนทางกับความฝันในเวลานี้ของตัวเอง

            ฉันกลัว...หัวใจเต็มไปด้วยความสับสน ไม่รู้ว่าชายหนุ่มจะอดทนเรื่องฉันไปได้ถึงเมื่อไหร่กัน คำขอร้องของเขาคือสิ่งที่ฉันไม่สามารถทำได้

            เพราะฉะนั้นเรื่องไหนที่ถอยได้ฉันจะทำ!

            สองมือฉันยกขึ้นประคองใบหน้าหล่อเหลาของคนตรงหน้าให้สบตากัน น้ำเสียงที่เอ่ยออกไปนุ่มนวลจนฉันยังแปลกใจตัวเอง ฉันขอโทษนะที่วันนี้ไม่ได้รับสายนาย คราวหน้าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกแน่นอน

            เขาเปลี่ยนมาสวมกอดฉันไว้แล้วซุกหน้าลงกับซอกคอของฉัน เธอก็รู้ว่าฉันรักเธอขนาดไหน เพราฉะนั้นอย่าทำร้ายหัวใจกันอีกเลย

            “ขอโทษริมฝีปากฉันเอื้อนเอ่ยออกมาได้เพียงแค่คำนี้เท่านั้น หัวสมองขาวโพลนราวกับถูกดูดความทรงจำที่เหลือไปหมดแล้ว

            หัวใจฉันอยู่ในกำมือเธอแล้วนะ

            ฉันดึงตัวเขาออกมาแล้วประทับริมฝีปากลงไปที่ข้างแก้มนั่น หวังว่าสัมผัสนี้จะช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้น ก่อนจะย้ายริมฝีปากลงไปจูบเขา ร่างสูงตอบรับทุกอย่างด้วยความรวดเร็ว ฝ่ามือของเราสองคนเกาะประสานราวกับจะไม่แยกกันออกไปไหนอีก

            นี่ไม่ใช่จูบแรกของฉัน และไม่ใช่จูบแรกของเขาเช่นกัน แต่สัมผัสที่มอบให้กันนั้นบริสุทธิ์ราวกับเราเพิ่งจูบกันเป็นครั้งแรก ละมุนจนอยากหยุดเวลาเอาไว้ตรงนี้ให้นานเท่านาน

            ชายหนุ่มยิ้มออกมาจนได้ ไปกินข้าวกันนะยัยผู้หญิงชอบเก็บความลับ

            “กินก็กินสิ นายนี่มันจุ้นจ้านเรื่องส่วนตัวฉันทุกเรื่องเลยให้ตายสิ

            “หุบปากอันแสนน่าจูบของเธอไปเลย มานี่มา เดี๋ยวฉันช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้า

            “อื้อ ไม่เอานะ นายออกไปรอข้างนอกก่อนไป

            รอยยิ้มของเขาคือสิ่งที่ฉันอยากรักษาเอาไว้มากที่สุด สักวันหนึ่งฉันจะทำให้เขากลายเป็น ความจริงไม่ใช่แค่ คนในความลับอีกต่อไป

         

           {200%}


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น

  1. #3 Erng_Erng (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 15:07
    อยากอ่านต่อเลยย
    #3
    0