Lie Theory ♦ ผู้หญิงแอบรัก

ตอนที่ 5 : EPISODE 03 ; Grey Past {1/2}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,028
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    15 พ.ค. 63

EPISODE 03

Grey Past


                RIMKHUEN TALK

            15.45

            Drink Me Coffee Shop

                ผมนั่งลงบนโซฟาสีน้ำตาลอ่อนซึ่งจัดเข้าเซ็ตกับโต๊ะวีไอพีตัวในสุดของร้าน บรรยากาศของร้านกาแฟในยามบ่ายไม่ได้เงียบเหงาอย่างที่คิด เพราะทุกที่นั่งต่างถูกจับจองด้วยลูกค้าหลากวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็กมหาลัยที่พากันมาติวหนังสือ ตัวแทนบริษัทที่นัดลูกค้าออกมาคุยงาน รวมถึงคู่รักหลายคู่ที่ออกมาสร้างช่วงเวลาดีๆ ในวันที่แสนมีความหมายแบบนี้

                เหม่อเป็นหมาหงอยเลยนะมึงเสียงทุ้มกวนประสาทจากชายหนุ่มที่นั่งโซฟาตัวตรงข้ามพูดขึ้นมา ทำเอาผมสะดุ้งและตื่นจากภวังค์ความคิด

                ผมถอนหายใจออกมาแล้วสบตาคนตรงข้าม กูคิดอะไรในใจนิดหน่อยว่ะ

                เครียดอะไรวะ บอกลายครามสุดหล่อคนนี้ได้นะเว้ย!” ชายหนุ่มมองหน้าผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความจริงจัง แต่ผมรู้ดีว่ามันไม่ได้อยากช่วยจริงๆ หรอก แค่อยาก เสือกตามประสาคนขี้เบื่อแบบมันเท่านั้นแหละ

                ลายครามเป็นเพื่อนสนิทอีกคนในกลุ่มของผมเอง เรารู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนโรงเรียนชายล้วนตอนมัธยมปลายด้วยกันแล้ว ระดับอุดมศึกษาดันสอบติดที่เดียวกันอีก นับเวลาจากวันนั้นถึงวันนี้ก็เจ็ดปีเข้าไปแล้วที่รู้จักกันมา เรียกได้ว่าเห็นไส้เห็นพุง...เห็นทุกความเหี้ยที่มันเคยทำทั้งหมด

                หมอนี่เป็นคนหน้าตาดี (แต่น้อยกว่าผม) สาวหลายคนหลงรักมันกันให้พรึ่บ แต่มันเคยหลุดปากออกมาครั้งหนึ่งว่ามีเจ้าของหัวใจแล้ว แม้ว่าเธอคนนั้นจะไม่รู้ก็ตามว่าลายครามกำลังแอบชอบ...ผมสีน้ำตาลเข้มตัดเป็นทรงตามสมัยวัยรุ่นทำให้มันดูเหมือนนักร้องเกาหลีสักคนหนึ่งมากกว่า ยิ่งแววตาโฉบเฉี่ยวเต็มไปด้วยเสน่ห์มัดใจสาวแบบนั้น ใครเห็นเป็นต้องขาอ่อนล้มลงกับพื้นบ้างล่ะ ลายครามกับผมมีความสูงที่ไล่เลี่ยกัน น่าจะประมาณหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตรขึ้นไป...ผมชอบออกกำลังกาย แต่ลายครามจะผอมกว่านิดหน่อย เพราะมันขี้เกียจไปฟิตเนส

                อย่างว่าแหละ...ความหล่อมักจะมาตามความปากหมาที่ไร้ขีดจำกัดของมัน

                บอกไปมึงก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอกผมตอกหน้าลายครามกลับไปอย่างเจ็บแสบ มันเบ้ปากใส่ผมทีหนึ่งก่อนก้มลงกดโทรศัพท์ในมือต่อ ในวันว่างที่ไม่มีชั่วโมงเรียน พวกเรามักจะมานั่งเล่นที่ร้านกาแฟของน้องสาวผมเป็นประจำ

                อ้อ! ลืมเล่าไปเลยนี่นา ร้าน Drink Me Coffee Shop แห่งนี้เป็นหนึ่งในกิจการของครอบครัวผมเอง จะว่าเป็นของครอบครัวก็ไม่ใช่ซะทีเดียว เพราะความคิดนี้มาจากน้องสาวผมเพียงคนเดียว พ่อกับแม่แค่ช่วยออกเงินทุนในตอนแรก หลังจากนั้นเธอก็บริหารมันด้วยตัวเธอเองมาตลอด

                เจ๋งใช่ไหมล่ะ? น้องสาวผมยังเป็นนักศึกษาอยู่เลยนะ

                ถ้าทำคนเดียวคงจะเหนื่อยเกินไป เธอเลยให้ พาขวัญเพื่อนสนิทของเธอมาช่วยงานบ้าง บวกกับจ้างนักศึกษาในมหาวิทยาลัยที่ต้องการหาค่าขนมมาช่วยกันทำงาน กิจการค่อนข้างไปได้ดี เพราะอยู่ในเขตมหาวิทยาลัย (หน้า ม.) เรียกได้ว่ามีลูกค้าเดินเข้าเดินออกตลอดเวลา จนบางครั้งเธอทำงานแทบไม่ทัน

                ผมไม่เคยได้ยินน้องสาวตัวเองบ่นเลยสักครั้ง ไม่ว่าจะเหนื่อยจากการเรียนและทำงานมากขนาดไหน เธอก็มักจะมีรอยยิ้มประดับที่มุมปากเสมอ สวยจนใครหลายคนต่างเหลียวมอง...พี่หล่อน้องสวยก็งี้แหละ!

                ความสวยและน่ารักของเธอทำให้ชายหนุ่มหลายคนแวะเวียนมาขายขนมจีบกันเต็มร้าน แต่มีพี่ชายสุดโหดอย่างผมอยู่รับรองไม่มีใครเข้าถึงตัวเธอได้อย่างแน่นอน ผมเป็นคนหวงน้องสาวมาก

                พลั่ก!

                เชี่ย!” ผมอุทานออกมาด้วยความตกใจเมื่ออยู่ดีๆ มีมือปริศนามาผลักศีรษะจนแทบทิ่ม ความคิดหลายอย่างที่ตีกันในสมองกระเด็นไปคนละทิศละทางหมดเลย พอหันไปมองถึงได้รู้ว่าเป็น วาโยเพื่อนอีกคนในกลุ่มนั่นเอง

                ทำเหี้ยไรมึงเนี่ยวาโย ถ้ากูความจำเสื่อมขึ้นมาจะทำไง

                เรื่องของมึงสิ

                ผมตะคอกใส่มันทันทีด้วยความไม่พอใจ แต่ไอ้บ้านี่ไม่ได้มีความสำนึกผิดบนใบหน้าเลยแม้เพียงนิด วาโยทำเพียงยักไหล่ราวกับไม่ใส่ใจ ก่อนจะเดินไปนั่งลงบนโซฟาข้างลายครามที่กำลังนั่งหัวเราะอยู่

                พวกเราคบกันสามคน มีผม...ลายคราม...วาโย

                ไอ้เพื่อนยากสามคนนี้ถึงมันจะปากหมาและทำนิสัยแย่ไปบ้างบางครั้ง แต่มันก็มีด้านดีๆ อีกเยอะที่คนนอกไม่มีโอกาสได้เห็น นอกจากคนสนิทที่อยู่ข้างกายพวกมันอย่างผม

                ผมสบตาไอ้วาโยแล้วยิ้มแกนๆ ส่งไปให้ แค่แกล้งทำเป็นบ่นไปเท่านั้นแหละ ในใจผมไม่ได้โกรธมันจริงหรอก ปกติพวกเราก็เล่นกันแรงมากกว่านี้อยู่แล้ว ยิ่งช่วงหลังมานี้เราต่างยุ่งกับการทำเรื่องเรียนจบไม่ค่อยมีเวลามาเจอกันบ่อยๆ การได้มานั่งคุยกันยามบ่ายแบบนี้ก็ทำให้หายเหงาไปได้เยอะเหมือนกัน

                วาโยส่งยิ้มมุมปากมาให้ผมก่อนจะยกกำปั้นขึ้นชนกันหนึ่งทีเหมือนเป็นการทักทาย (แต่ผมคิดว่าการทักทายของมันคือการที่แม่งตบหัวผมเมื่อสักครู่มากกว่า)

                เมื่อกี้พูดถึงหน้าตาลายครามไปแล้ว...หลายคนคงคิดว่ามันหล่อใช่ไหมครับ? จะบอกว่าไอ้วาโยก็ไม่ได้หน้าตาดีน้อยกว่าคนอื่นในกลุ่มเลย แต่...ยังยืนยันคำเดิมว่าในกลุ่มนี้ผมหล่อสุด!

                วาโยตัดผมสั้นแบบผู้ชายคนอื่นที่ไม่ค่อยตามแฟชั่น ผมสีดำที่ตัดเข้าทรงเรียบร้อยนั้นทำให้ใครต่อใครที่พบเห็นคิดว่ามันเป็นคนนิสัยดี สุภาพบุรุษกับคนอื่น จริงๆ แล้วก็ตามนั้นแหละ พวกเราสามคนถึงแม้จะนิสัยไม่ดีในหลายๆ เรื่อง แต่มีเรื่องหนึ่งที่พวกเราจะไม่ทำกันเด็ดขาด คือ...

                ...การข่มเหงและรังแกผู้หญิง

                พูดถึงคำว่า รังแกใจผมก็พลอยจะคิดถึงอันดามันอยู่เรื่อยเลย  สิ่งที่ผมทำไปเมื่อคืนเรียกว่ารังแกผู้หญิงไม่มีทางสู้หรือเปล่า?

                ช่างเรื่องนั้นมันก่อนเถอะ! ขอกลับมาเรื่องหน้าตาวาโยก่อนแล้วกัน...ผมคิดว่าตัวเองค่อนข้างมีกล้ามและล่ำพอสมควรเลยนะ ทว่าวาโยมันตัวหนากว่าผมเยอะเลย อาจเพราะเมื่อก่อนมันชอบหาเรื่องท้าต่อยท้าตีกับพวกเด็กเทคโนล่ะมั้ง ขยับตัวบ่อย วิ่งบ่อยเหมือนเป็นการออกกำลังกายไปในตัว สุดท้ายกลายเป็นว่ามันแข็งแรงที่สุดในกลุ่ม...ทั้งสูง ทั้งแข็งแรง แถมยังหล่ออีก พวกผมสามคนนี่มันหล่อฟ้าประทานชัดๆ

                วันนี้ริมเขื่อนมันหงอยว่ะ นั่งเหม่อตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว ไม่รู้คิดถึงสาวที่ไหนลายครามหันไปเปิดประเด็นกับวาโย หมอนั่นเลิกคิ้วกวนประสาท

                คนอย่างมันเนี่ยนะจะหงอย? บ้าไปแล้ว ให้มันคิดเรื่องจริงจังในชีวิตก่อนเถอะ จากนั้นค่อยไปคิดเรื่องคนอื่น

                กูก็ว่าอย่างนั้นแหละว่ะ ฮ่าๆสองคนทำมือไฮไฟท์ใส่กันอย่างสนุกสนาน

                เออ อย่าให้พวกมึงมีเรื่องเครียดบ้างแล้วกัน กูจะซ้ำเติมให้จมดินเลย คอยดูสิผมยกนิ้วกลางคาดโทษพวกมันไว้เรียบร้อย เป็นจังหวะเดียวกับที่สัมผัสนุ่มนิ่มวางลงบนไหล่ผม

                คุยกันอะไรหัวเราะเสียงดังเชียว ปิงขอรู้บ้างสิเสียงหวานใสราวระฆังแก้วเอ่ยขึ้นที่ข้างใบหูผม เรียกรอยยิ้มของผู้ชายทุกคนที่นั่งตรงนั้น

                ว้าว คนสวยของวันนี้ปรากฏตัวขึ้นแล้วลายครามร้องออกมาก่อนคนแรก แววตามันเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ตอนมองมายังสาวน้อยที่นั่งลงบนพนักโซฟาข้างผม

                ผมยกนิ้วชี้ดันหน้าผากมันทันที มึงหยุดคิดอะไรลามกแบบนั้นเดี๋ยวนี้นะ ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่ากูไม่เตือน

                แหม ทำเป็นหวงก้างนะพี่เขื่อน เห็นหน้าเพื่อนพี่มาจะสิบปีแล้ว คงไม่มีใครกล้าเข้ามาจีบปิงแล้วล่ะเธอหัวเราะอย่างเป็นธรรมชาติแล้วใช้มือโอบรอบคอผม

                เห็นไหม น้องมึงยังไม่เห็นว่าอะไรเลย กูยังไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย ใช่ไหมจ๊ะน้องปิงลายครามทำตาหวานเยิ้มใส่น้องสาวผม เธอไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมา เพียงแค่หัวเราะออกมาอย่างสนุกสนานกับท่าท่าทางแสนตลกของลายครามเท่านั้น

                ให้มันได้อย่างนี้สิ...ทั้งน้องทั้งเพื่อนเลย!

                ว่าแต่พี่ๆ เอาอะไรกันบ้างคะ เดี๋ยวปิงไปทำให้เธอเอ่ยถามเพื่อนผมทุกคนบนโต๊ะ

                พี่ขอเป็นคาปูชิโน่แล้วกัน บ่ายๆ ในวันที่บรรยากาศน่านอนเล่นแบบนี้ต้องมีกาแฟมาช่วยดึงสติหน่อยวาโยตอบน้องสาวผม มันเป็นผู้ชายคนเดียวที่ท่าทางจะเจ้าเล่ห์กับน้องสาวผมน้อยที่สุดแล้ว

                ส่วนของพี่เอาอะไรก็ได้จ้า แล้วแต่น้องปิงจะทำให้เลยลายครามตอบด้วยรอยยิ้ม

                เด็กสาวจดรายละเอียดลงบนกระดาษใบเล็กที่เธอหยิบติดมือมาด้วย ก่อนหันมาคุยกับผม พี่เอาเหมือนเดิมใช่ไหม? โกโก้ปั่นนะ

                อื้ม ขอของกินเล่นสักจานนะ คุกกี้หรืออะไรก็ได้

                ได้ค่ะ เดี๋ยวปิงจัดการให้พูดจบร่างบอบบางที่กระชากหัวใจชายหนุ่มหลายคนไปครอบครองก็เดินกลับไปยังโซนของการจัดเตรียมกาแฟ จากมุมนี้มองเห็นพาขวัญกำลังชงกาแฟอยู่ไกลๆ น้องสาวผมกับเพื่อนคนนี้สนิทกันมาก เธอมักจะมานอนด้วยกันที่บ้านกับน้องสาวผมบ่อยๆ เพราะฉะนั้นผมเลยมั่นใจพอสมควรว่าพาขวัญจะไม่มีวันคิดร้ายกับคนในครอบครัวผมแน่นอน

                น้องมึงโตขนาดนี้แล้ว ยังทำหวงไปได้ แบบนี้จะมีแฟนไหมเนี่ยลายครามพูดแล้วส่ายหน้าไปมา เกิดน้องมันอยากมีแฟนคงไม่กล้าบอกมึงหรอก

                กูก็ไม่ได้หวงขนาดนั้น ถ้าใครจะเข้ามาในชีวิตเธอก็ได้ แต่กูขอสแกนก่อนแล้วกันผมตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ ทั้งที่ในใจนั้นคิดตรงข้ามกับที่พูดไปทุกอย่าง

                บอกแล้วไงว่าผมหวงน้องสาวมาก...ใครจะเข้ามาในชีวิตเธอต้องผ่านด่านผมไปก่อน

                กว่าจะผ่านด่านมึงไปได้ ไอ้บ้านั่นคงตายก่อน แล้วเป็นวิญญาณมาขอน้องมึงแต่งงานด้วยแหงเลยวาโยพูดออกมาอย่างเอือมระอา ผมเลยยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้ ก็ไม่ได้ผิดจากที่วาโยพูดสักเท่าไหร่

                ริมปิงเป็นน้องสาวที่เกิดจากพ่อแม่เดียวกันกับผม หรือพูดง่ายๆ ก็น้องสาวแท้ๆ นั่นแหละ ถึงตอนนี้หลายคนคงพอเข้าใจที่มาที่ไปของชื่อเราสองคนแล้วสินะ ริมเขื่อน...ริมปิง พ่อกับแม่ตั้งให้คล้องกัน เพราะตอนท่านเจอกันครั้งแรก เหตุการณ์มันเกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ร้านอาหารที่พวกท่านไปดินเนอร์ด้วยกันมีชื่อว่า ริมปิงเลยแพลนไว้ว่าหากมีลูกสาวจะตั้งชื่อนี้ แต่ทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหน่อย เมื่อลูกคนแรกของบ้านดันเป็นผู้ชาย แม่เองก็ไม่อยากละความตั้งใจเดิมที่จะตั้งชื่อลูกผู้หญิง เลยพยายามหาชื่อที่คล้องกันมาตั้งให้ผม สุดท้ายเลยออกมาเป็นริมเขื่อนสุดหล่อแบบที่ทุกคนเห็นนี่แหละ

                ริมปิงเป็นผู้หญิงหุ่นเพรียว หน้าตาน่ารัก ผู้ชายคนไหนเห็นก็หลงรัก ด้วยความสูงหนึ่งร้อยหกสิบห้าเซนติเมตร รับกับรูปร่างผอมบางเหมือนนางแบบแต่มีความซ่อนรูปสุดร้อนแรงที่ชายหลายคนใฝ่ฝันที่จะจับเธอแก้ผ้าแล้วมองเข้าไป ผมสีน้ำตาลเข้มยาวสลวยจรดกลางแผ่นหลังรับกับใบหน้ารูปไข่ที่งดงามราวกับพระเจ้าได้ลำเอียงสร้างงานศิลปะชิ้นนี้ขึ้นมา ยามเธอแย้มรอยยิ้มเหมือนดอกไม้ทั้งโลกพากันผลิบาน

                ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ดูดีไปหมดจนไม่น่าให้อภัย

                เธอเป็นนักศึกษามหาวิยาลัยเดียวกับผม เพิ่งขึ้นปีสองได้ไม่นานนี้...ด้วยความที่เธอเป็นคนนิสัยน่ารัก เข้ากับคนอื่นได้ง่ายนี่แหละ เลยทำให้ผมรู้สึกเป็นห่วงทุกครั้งที่ปล่อยริมปิงคลาดสายตา

                ผู้ชายด้วยกันมองแวบเดียวก็รู้ว่าไอ้บ้าเหล่านั้นคิดอะไรบ้าง อยากแอ้มน้องสาวผมก็บอกมาเถอะ

                แต่...ริมปิงเป็นผู้หญิงประเภทที่อ่อนนอกแข็งใน ใครคิดว่าเธอจะตามโลกไม่ทันและถูกผู้ชายชักนำล่ะก็...ขอบอกเลยว่าคิดผิด!

                เธอไม่ได้อ่อนแอแบบภาพลักษณ์ภายนอกที่คนอื่นมองเห็น จริงๆ แล้วริมปิงเป็นคนที่เข้มแข็งมาก ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถบริหารร้านกาแฟตัวคนเดียวได้หรอก ปัญหาและความเครียดสารพัดที่เธอพบเจอในแต่ละวันหล่อหลอมให้เด็กสาวหน้าตาน่ารักคนนี้กล้าแกร่งจนเกินกว่าที่ใครจะคาดคิดได้ บอกเลยว่าอย่าให้เธอได้แผลงฤทธิ์นะ...ปวดหัวพอๆ กับวิ่งไล่จับเด็กห้าขวบเลยล่ะ

                แล้วอิงฟ้าไม่มาด้วยเหรอวะ ปกติตัวติดกับมึงอย่างกับกาวตราช้างวาโยถามขึ้นมาเมื่อความเงียบแผ่ไปทั่วพื้นที่นี้มาสักพักแล้ว

                จิตใจผมชะงักไปชั่ววินาที พยายามเก็บอาการร้อนรนเหล่านั้นไว้ภายใต้ท่าทีสงบนิ่ง บางอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนสะกิดหัวใจผม...มันทำให้บางอย่างระหว่างเราไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

                ผมยักไหล่ ทะเลาะกันนิดหน่อยว่ะ กูยังไม่ได้โทรไปปรับความเข้าใจกับเขาเลย

                อย่าบอกนะว่าเรื่องที่ทำให้มึงหน้าเครียดเหมือนตูดลิงนี่เป็นเพราะทะเลาะกับอิงฟ้าลายครามโพล่งขึ้นมาเมื่อจับจังหวะได้ ความเสือกแผ่ซ่านไปทั่วพื้นที่จนผมอยากถีบยอดหน้ามันสักที

                อะ...เอ่อ...คือ...ผมรู้สึกอึกอักกับคำถามของลายครามเสียอย่างนั้น ใจเต้นตุบตับเหมือนเด็กกำลังจะโกหกผู้ใหญ่ตอนไปทำเรื่องไม่ดีมา ไม่รู้ว่าควรตอบออกไปยังไงดี ใช่แหละ กูเลยมานั่งเครียดอยู่นี่ไง

                เฮ้อ ก็มึงเหี้ยแบบนี้ไง เลยทำสาวเจ้าโกรธบ่อยๆได้ทีแล้วทับถมใหญ่เลยนะไอ้บ้านี่

                ครับ พ่อคนดีลายคราวกับวาโยยังบ่นเรื่องผมดูแลอิงฟ้าไม่ดีแบบนั้นไปเรื่อยๆ แต่พวกมันไม่รู้หรอก...ว่าผมทำหูทวนลมตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว เพราะว่าความจริงสาเหตุที่ทำให้ผมมานั่งทำหน้าเหมือนหมาหงอยแบบนี้ไม่ใช่เพราะอิงฟ้าซะทีเดียวหรอก...

                มีอะไรเยอะกว่านั้นที่คนหน้าม่านไม่รู้

                ผมกับอิงฟ้า...เราคบกันมานานแล้ว

                เธอเป็นเจ้าหญิงของคณะ ใครๆ ก็ชอบเธอ...ผมเองก็ชอบเธอ เพื่อนผู้หญิงในคณะหลายคนปลื้มเธอ ด้วยความที่อิงฟ้าเป็นคนสวย เรียนเก่ง มาจากตระกูลที่ร่ำรวย ผู้ชายหลายคนล้วนอยากมีเธอไว้ข้างกาย แต่สิทธิ์ของผู้โชคดีคนนั้นกลับตกอยู่ที่ผม

                ยอมรับเลยว่าผมรู้สึกดีกับเธอมาก หากเราคบกันไปจนเรียนจบคงแต่งงานกัน มีลูกเต็มบ้าน มีหลานเต็มเมือง เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ทำให้ผมยิ้มได้ และอยากขับรถไปรับไปส่งเธอทุกครั้งหลังเลิกเรียน

                เธอให้ผมได้ทุกอย่าง...ผมเองก็ได้ทุกอย่างมาจากเธอแล้ว พอเป็นแบบนี้เรื่องราวต้องจบลงด้วยดีสิ ใช่ไหม? ทว่าทุกอย่างมันกลับไม่เหมือนที่ผมคิดเลยสักอย่าง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

135 ความคิดเห็น