Lie Theory ♦ ผู้หญิงแอบรัก

ตอนที่ 4 : EPISODE 02 ; Tonight II {2/2}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,886
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    12 พ.ค. 63

               

               ริมเขื่อนอุ้มฉันขึ้นมาที่ห้องพักชั้นบนของสถานบันเทิงยามค่ำคืนแห่งนี้ ความดำมืดสนิทรอบด้านช่วยปกปิดความตื่นเต้นจากแววตา ร่างสูงวางฉันลงบนเตียงนอนใหญ่ เฟอร์นิเจอร์หลายชิ้นในห้องล้วนถูกตกแต่งด้วยสีดำทะมึน โดยที่ระหว่างทางเดินขึ้นมา...ฉันเอาแต่จ้องตาเขาอยู่ตลอดเวลา...ไม่ยอมละสายตาแม้แต่วินาทีเดียว

                ฉันแอบโกรธตัวเองที่ยอมให้เขาพามาด้านบนได้อย่างง่ายดายแบบนี้...จะทำยังไงได้ล่ะ ฉันมันผู้หญิงสารเลวนี่นา ในเมื่อความปรารถนาส่วนลึกในจิตใจบอกให้ฉันทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำมากกว่าสิ่งที่ถูกต้อง

                เขาเมา ฉันเองก็เมา ส่วนหนึ่งของการที่เราสองคนมาจบลงบนเตียงเป็นเพราะน้ำเมาเหล่านี้นี่แหละ

                ชายหนุ่มไม่พูดจาให้มากความ เขาถอดเสื้อยืดที่ใส่อยู่โยนทิ้งไปอีกทาง รูปร่างสมส่วนของผู้ชายปรากฏตรงหน้าฉัน ความสมบูรณ์แบบของเขาทำให้ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก...อยากรวบตัวเขามากอดและหล่อรวมความต้องการของเราสองเข้าด้วยกัน

                ริมเขื่อนโอบกอดฉันไว้และมอบจุมพิตสุดร้อนแรงลงมาให้ เขาบดเบียดริมฝีปากฉันรุนแรงมากกว่าเมื่อสักครู่ ความดิบเถื่อนของบุรุษเพศค่อยๆ หลอมละลายร่างกายที่แสนบอบบาง

                ความร้อนระอุที่ฉันสัมผัสผ่านกางเกงที่ชายหนุ่มสวมใส่กำลังดุนดันอยู่ที่ต้นขาฉัน ฝ่ามือเขาไม่อยู่นิ่งอีกต่อไป ปลายนิ้วร้อนกวาดไปทั่วพื้นที่ในร่างกายไปทั่วจนฉันสะบัดร้อนสะบัดหนาว

                และต่ำลงไปกว่านั้นจนกระทั่ง...

                เขาเลื่อนจากริมฝีปากฉันแล้วจูบลากลงไปยังต้นคอเนียนระหง...แรงขบเบาๆ ตรงต้นคอทำให้ฉันนึกภาพออกว่าเขาคงกำลังทำคิสมาร์กให้ฉันอยู่แน่ๆ ฉันโง่จนเกินกว่าที่จะคิดได้ทันว่ารอยสีกุกลีบกุหลาบนี้ต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะหายไป และถ้าคนอื่นเห็นรอยนี้เขาจะคิดยังไงกับฉัน ประจานความเลวของตัวเองในที่สาธารณะอย่างง่ายดาย

                เรื่องราวเลยเถิดไปเรื่อยๆ...ไม่มีใครห้ามใคร มีแต่ไฟแห่งความปรารถนาที่บังตาเราสองคนเอาไว้ และนี่คือเรื่องราวก่อนหน้านั้นที่ทำให้ฉันตื่นมาพร้อมกับริมเขื่อน

 

                ปัจจุบัน

                เรื่องราวก่อนหน้านั้นจางหายไปราวกับควันบุหรี่ที่ลอยหายไปในอากาศ สติที่หลุดลอยถูกดึงกลับมาตรงหน้าที่ประวัติศาสตร์กำลังจะซ้ำรอยอีกครั้ง

                พลั่ก!

                ฉันรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้ายก่อนที่จะอ่อนระทวยอีกครั้งผลักร่างสูงที่กำลังฟินกับริมฝีปากตัวเองออกไป กิจกรรมทุกอย่างชะงักไปในบัดดล ริมเขื่อนมองฉันด้วยความไม่พอใจ เขาใช้มือเช็ดมุมปากหนึ่งทีก่อนเอ่ยถาม

                ไม่ชอบ?

                นั่นคำถามบ้าอะไร เขากำลังดูถูกฉันด้วยการกระทำแสนหยาบคาย

                ฉันเลี่ยงที่จะตอบคำถามแสนน่าอายนี่แล้วเปลี่ยนประเด็นแทน มันไม่ใช่เวลาที่นายจะมาทำอะไรลามกแบบนี้ ตอนนี้เกิดเรื่องใหญ่แล้ว ช่วยโฟกัสกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดก่อนได้ไหม

                เรื่องใหญ่?ชายหนุ่มเลิกคิ้ว เกิดอะไรขึ้น เรื่องใหญ่อะไร

                เอ่อ...คือ...ฉันอึกอักไปต่อไม่ถูก จะพูดออกไปก็อายปาก กะ...ก็เรื่องเมื่อคืนยังไงล่ะ นายยังจะมาถามอีกทำไม

                อ้อ!” เขาทำท่านึกออกอย่างกวนประสาท ชายหนุ่มใช้ลิ้นดุนผนังแก้มตัวเอง ที่เราสองคน เอากันเมื่อคืนอ่ะนะ ฉันจำมันได้ขึ้นใจเลยล่ะ

                “…!” ฉันหลับตาลงด้วยความหงุดหงิดเมื่อเขาพูดประโยคแสนน่าเกลียดออกมาอีกครั้ง สองมือกำแน่นอย่างพยายามอดทน ทั้งที่ในใจอยากพุ่งเข้าไปชกเขาสักหมัด

                เธอจะดราม่าอะไรกันนักกันหนา เรื่องแค่นี้เอง พูดเหมือนตัวเองซิง

                ซิงไม่ซิงแล้วมันหนักส่วนไหนของนายไม่ทราบ จะมายุ่งอะไรกับเรื่องความบริสุทธิ์ส่วนตัวของฉันกันนักกันหนา ช่วยหันไปดูรอยเลือดบนเตียงนั่นก่อนเห่าประโยคบ้าๆ นั่นออกมาได้ไหมเหมือนถูกลากไปตบหน้ากลางสี่แยก เขาพูดจาดูถูกฉันมากเกินไปแล้วนะ!

                ฉันคบกับนักขัตมานานก็จริง...แต่เราสองคนไม่เคยมีอะไรกันเลย พูดไปเหมือนไม่มีใครเชื่อ คนตรงหน้านี่ต่างหาก...ริมเขื่อนคือคนคนแรกของฉัน เขาคือคนขโมยความบริสุทธิ์ที่แสนภาคภูมิใจของฉันไป เพียงแค่ความเมาและความต้องการจนขาดสติชั่วข้ามคืน

                เฮอะ ใครจะไปรู้ล่ะ เธออาจจะไม่โดนมานานจนมันกลับมาปิดสนิทอีกรอบก็ได้เขายักไหล่พูดแบบไม่แคร์อะไรเลย แถมยังผิวปากเป็นบทเพลงที่ฉันไม่รู้จักอย่างกวนประสาทด้วย

                นายอย่าพูดเหมือนตรงนั้นของผู้หญิงเป็นกาวตราช้างได้ไหม? และตอนนี้ออกประเด็นไปไกลมากแล้วรีบกลับมายังหัวข้อหลักเถอะ ฉันจะได้รีบออกไปจากที่นี่เสียที

                ไม่หยุด ในเมื่อก่อนหน้านี้เธอเคยชอบฉันมากนี่นา ใครจะไปรู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนอาจจะเป็นแผนการของเธอก็ได้ฉันอยากกุมขมับกับความหลงตัวเองของเขาเสียจริง

                ใช่ ฉันเคยชอบนายก็จริง แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แบบนั้นแล้วฉันลืมตาขึ้นเมื่อตั้งสติได้ เรามีอะไรกัน ทั้งที่เราสองคน...มีแฟนฉันพูดช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำหวังให้คนสมองทึบอย่างเขาคิดตามได้

                “…” ดูเหมือนคำว่า แฟนที่ออกจากปากฉันจะทำให้ริมเขื่อนชะงักไปชั่ววินาที แววตาเขาสั่นวูบก่อนกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อย่างรวดเร็ว

                จะมีแค่เราสองคนที่รู้เรื่องนี้ฉันยื่นคำขาดแล้วผ่อนลมหายใจออกมา เมื่อวานนายไม่ได้ป้องกันใช่ไหม?

                ฉัน...ไม่รู้เขาส่ายหน้าไปมา เมื่อวานฉันเมามาก เห็นเธอเองก็เคยชอบฉัน...พร้อมกับที่ฉันทะเลาะกับอิงฟ้า ทุกอย่างเลยเกิดขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ นึกว่ามันจะจบเหมือนทุกครั้งที่ฉันนอนกับผู้หญิงคนอื่น

                นายไม่รู้จักห้ามใจตัวเองเลยนะริมเขื่อนฉันตำหนิเขาทางสายตา เหมือนนายมาหลอกฟันฉัน แถมยังไม่ป้องกันอีก พอเป็นแบบนี้ก็มีแต่ฉันที่เสียหาย

                ฮะ?เขาขึ้นเสียงสูงเหมือนไม่อยากเชื่อตัวเอง เธอจะมาบอกว่าฉันทำไมไม่ห้ามใจตัวเองไม่ได้นะ ในเมื่อเธอเองก็เป็นฝ่ายสมยอม จะให้ฉันสาธิตไหมว่าเธอร้องยังไงบ้างเมาขนาดนั้นยังอุตส่าห์จำได้อีก

                หยุดนะไอ้โรคจิต!” ฉันรีบตะโกนออกไปก่อนที่เขาจะพูดอะไรแผลงๆ ออกมา ฉันไม่อยากได้ยินอะไรทั้งนั้น ในเมื่อมันผ่านไปแล้ว ฉันไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรได้อีก

                ก็ถูกแบบที่เธอพูดเขายกมือกอดอกแล้วยักคิ้ว พรหมจรรย์เธอก็เอากลับมาไม่ได้แล้ว จะมาดราม่าให้เสียเวลาไปอีกทำไม ถือซะว่าเป็นประสบการณ์สิ ต่างคนต่างมีความสุขแล้วก็...ต่างคนต่างไป

                “…” ฉันเงียบไปเมื่อได้ยินแบบนั้น บางอย่างใต้อกข้างซ้ายกำลังบีบรัดด้วยความเจ็บปวด ขอบตาร้อนผ่าวเหมือนน้ำตาจะไหลออกมา ฉันกลืนน้ำลายลงคอพร้อมที่มือสองข้ามกำแน่นเข้าหากัน

                เขาก็แค่ผู้ชายรักสนุกคนหนึ่งที่จะกลับไปหาเจ้าหญิงของเขาในยามฟ้าสาง ส่วนความรู้สึกหวั่นไหวในใจที่แสนรุนแรงของฉัน...ริมเขื่อนคงไม่มาใส่ใจหรอก

                เงียบทำไม?

                ปะ...เปล่าฉันควบคุมตัวเองแล้วเชิดหน้าขึ้นตอบกลับเขา ก็ตามนั้น...สำหรับเราเรื่องเมื่อคืนไม่เคยเกิดขึ้น เจอกันข้างนอกก็ไม่ต้องมาทักฉันฉันจ้องเข้าไปในนัยน์ตาเขา จำไว้ว่าเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

                “…” เขาเงียบแล้วขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ หากมองไม่ผิด ฉันสัมผัสได้ถึงความไม่พอใจในนั้นด้วย

                อ้อ! ไม่สิ ฉันพูดผิดฉันรีบแก้เมื่อตัวเองนึกอะไรบางอย่างออก นายน่ะไม่รู้จักฉัน...แต่ฉันเคยรู้จักนายจบคำนั้นฉันก็สะบัดตัวเดินไปที่ประตูเตรียมเปิดออกไปทันที แต่ละก้าวช่างยากเย็นเหลือเกินสำหรับฉัน ความรู้สึกหลายอย่างแปรปรวนอยู่ในใจ ฉันตั้งคำถามขึ้นมาแต่กลับไม่สามารถหาคำตอบมาเติมเต็มได้

                ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขายังมีอิทธิพลกับหัวใจฉันพอสมควร แม้ว่าเราจะไม่เคยได้ใช้เวลาร่วมกันเลยสักครั้ง

                ทว่าจบก็คือจบ...เจ็บก็คือเจ็บ...ฉันยอมรับความจริงได้

                หมับ!

                ในอีกไม่กี่วินาทีที่ฉันจะก้าวถึงประตูนั้น ริมเขื่อนกระชากข้อมือฉันให้หันไปหาเขาอีกครั้ง แรงกระชากอย่างรุนแรงนั้นทำให้ร่างฉันเซไปชนอกเขาโดยไม่รู้ตัว ใบหน้าฉันซบกับแผ่นอกเปลือยเปล่านั่นเข้าเต็มเปา กลิ่นหอมอ่อนจางจากเรือนกายของเขาทำให้ฉันมึนหัวไปชั่วขณะ ไม่แน่ใจว่านี่คือความจริงหรือความฝันกันแน่...นี่ฉันได้อยู่ในอ้อมกอดเขาอย่างนั้นเหรอ?

                ริมเขื่อนจับปลายคางฉันเชิดขึ้นให้สบตาเขา แววตาดุดันนั้นทำเอาฉันไม่กล้าสบตา แต่จนใจที่ไม่สามารถขยับตัวหนีไปไหนได้เลยเพราะแรงอันมหาศาลของเขา

                แล้ว...ถ้าฉันจะไม่ทำตามที่เธอบอกล่ะเขาเอ่ยช้าๆ ชัดๆ

                มะ...หมายความว่ายังไงฉันยังประมวลอะไรในสมองไม่ออกด้วยซ้ำ รู้แค่ว่าเขามีแผ่นอกที่กว้างและแข็งแกร่งมาก ว่ากันว่าผู้ชายคนไหนที่แผ่นอกกว้าง...เขาคนนั้นจะปกป้องเราได้ (มั้ง)

                ฉันยังอยากรู้จักเธอ และเจอเธออีกหลายๆ ครั้งยังไงล่ะ

                “…!” เขาทำฉันตกใจเพราะคำพูดอีกแล้ว

                เขาพูดอะไรเลวๆ แบบนั้นออกมาได้ยังไงกัน ลืมไปแล้วเหรอว่าข้างกายเขายังมีอิงฟ้าอยู่อีกคน หมายความว่ายังไงที่เขาอยากเจอฉันอีก...นี่เขาเองก็คิดเหมือนกับที่ฉันคิดอย่างนั้นเหรอ? (คิดไปเองทั้งนั้น!)

                ทำหน้าแบบนี้อีกแล้วชายหนุ่มถอนหายใจออกมา ลมหายใจอุ่นร้อนนั้นปะทะกับใบหน้าฉันอย่างอ่อนโยน ร่างกายฉันร้อนจัดราวกับอยู่ในภูเขาไฟ เขาเหมือนพ่อมดที่สามารถร่ายมนตร์ให้ฉันตกหลุม (รัก) ของเขาได้

                รู้ไหมว่าโคตรยั่วเลย!”

                “…!”

                มะ...หมอนี่! เขาจูบฉันอีกแล้ว

                ฉันได้แต่กะพริบตาปริบๆ ทำอะไรไม่ถูกสักอย่าง เมื่อเขาล็อคใบหน้าฉันไว้ไม่ให้ขยับ จากนั้นประกบริมฝีปากลงมา รู้สึกดี ฉันยอมรับเลยว่าการเอาปากชนปากแบบนี้มันทำให้ฟินมาก แต่ฉันไม่สามารถซื้อเวลาให้หัวใจตัวเองได้นานไปกว่านี้อีกแล้ว เพราะสุดท้ายจะมีแต่ฉันที่เจ็บ...

                ฉันกลั้นใจผลักเขาออก คิดไม่ถึงว่าแผ่นอกเขาจะแข็งแรงจนสามารถทนแรงตีที่อกของฉันได้ ไม่ว่าฉันจะดิ้นแค่ไหน เขาก็ยังกดใบหน้าฉันให้รับจุมพิตจากริมฝีปากเขาไว้แบบนั้น

                อืม...ริมเขื่อนครางออกมาอย่างพอใจเมื่อจังหวะหนึ่งที่ฉันเผยอปากออก ทำให้เขาสามารถสอดแทรกลิ้นร้อนเข้ามาค้นหาความหวานจากด้านในได้หวานเสียจนฉันกำลังจะเข่าอ่อนอีกครั้ง

                ตึก!

                ฉันตัดสินใจกระทืบเท้าเขาสุดแรงจนริมเขื่อนชะงักแล้วเดินก้าวถอยหลังออกไปกุมเท้าตัวเองด้วยความเจ็บปวด ใบหน้าเขายังกึ่งงงกึ่งตกใจ ซึ่งนี่เป็นโอกาสเดียวที่ฉันสามารถหนีได้ ฉันจึงคว้ามันไว้ทันที

                สำหรับคำถามของนายเมื่อกี้ ฉันคงต้องตอบว่าไม่ได้ฉันพูดแล้วยกนิ้วกลางให้เขา ลาก่อนฉันรีบเปิดประตูวิ่งออกไปจากห้องอย่างไม่คิดชีวิต เพราะหากช้ากว่านั้นเพียงนิดเดียว ฉันอาจจะหนีไม่พ้นเงื้อมมือเขาอีกครั้งก็ได้

                ฝากไว้ก่อนเถอะยัยบ้า!”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

135 ความคิดเห็น