Lie Theory ♦ ผู้หญิงแอบรัก

ตอนที่ 3 : EPISODE 02 ; Tonight II {1/2}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,493
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    11 พ.ค. 63

EPISODE 02

Tonight II

 

        จูบของริมเขื่อนเหมือนพิษร้ายที่ซึมลึกลงในหัวใจ

          เป็นความจริงที่คล้ายคลึงกับความฝัน หากเป็นฝัน ฉันยินยอมจะเป็นเจ้าหญิงนิทราตลอดไป

          มันเป็นความรู้สึกแสนวิเศษเพียงชั่ววินาทีก่อนจะปลิวหายไปกับสายลม...หลังจากที่ริมเขื่อนจูบฉันเสร็จ เขาก็เดินผ่านไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งให้ฉันยืนอยู่กับที่หัวใจเต้นแรงแบบนั้น...การจูบกันของคนสองคนมันง่ายขนาดนั้นเลยอย่างนั้นเหรอ

          ความรู้สึกที่เขาหลงเหลือไว้สลักลึกลงในใจ มากจนเกินกว่าที่ฉันจะตัดใจได้อีกแล้ว

          เขาทำให้ฉันตกหลุมรักเขาอีกครั้ง การเข้าใกล้กันในครั้งนี้มันแนบชิดจนเกินไป หากไม่ระมัดระวังให้ดี คุณอาจจะตกเป็นเหยื่อของเกมรักครั้งนี้

          ฉันรู้สึกฟุ้งซ่านและเสียสติเป็นอย่างมาก ริมเขื่อนเองคงไม่ได้คิดอะไรอีกแล้ว จูบเสร็จแล้วเดินไป เหมือนจูบผู้หญิงเล่นๆ ตอนเมา มีแต่ฉันที่หัวใจเตลิดเปิดเปิงไปกับสัมผัสสุดร้อนแรงนั้นของเขา

          ฉันพาตัวเองกลับเข้ามาในผับด้วยสติที่ยังกลับมาไม่เต็มที่นัก จากหางตาฉันมองเห็นริมเขื่อนกำลังชนแก้วกับกลุ่มเพื่อนอย่างเมามันส์ เขาเหลือบตามองฉันแล้วยักคิ้วให้เหมือนก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

          นายเพิ่งจูบฉันก่อนหน้านี้ไม่ถึงสิบนาทีเองนะ...ช่วยทำท่าทางสำนึกหน่อยเถอะ แฟนนายก็เพิ่งกลับไปก่อนหน้านั้นไม่นานเองด้วย...แล้วถ้านักขัตรู้เข้าฉันจะทำยังไงดีล่ะ เรื่องที่เกิดขึ้นมีแต่ส่งผลเสียทั้งนั้น

          หายไปไหนตั้งนาน ตกลงนักขัตไม่มาแล้วใช่ไหมเพื่อนอีกคนทักเมื่อฉันเดินเข้าไปนั่งร่วมโต๊ะด้วย ทำหน้าเหมือนชะนีรอผัวไปเกณฑ์ทหารประโยคนั้นของเธอทำให้เพื่อนทั้งโต๊ะหัวเราะกันเสียงดัง จนฉันเผลอหลุดยิ้มออกมาด้วย ทั้งที่พยายามปั้นหน้านิ่งปกปิดความรู้สึกตัวเองมาตลอดทาง

        ในเมื่อเขาไม่ได้รู้สึก ฉันเองก็หาเหตุผลให้หวั่นไหวตามไม่ได้

          ถ้าไปเกณฑ์ทหารคงจะดีกว่าฉันนั่งลงแล้วคว้าแก้วเหล้าของเพื่อนสักคนบนโต๊ะมาดื่มรวดเดียวหมด หนีไปกินเหล้ากับเพื่อนนู่นแล้วความขมของน้ำเมาทำให้ฉันมึนศีรษะไปวูบหนึ่ง ของแบบนี้มันต้องค่อยๆ จิบนี่นา ดื่มรวดเดียวเหมือนไปตายอดตายอยากจากที่อื่นมาแบบนี้ มีหวังตื่นเช้ามาวันพรุ่งนี้ต้องเวียนหัวมากแน่ๆ มันไม่ใช่เหล้าชนิดที่ฉันถนัดดื่มด้วยสิ

          น่าสงสารจริงๆ แต่ปล่อยเขาไปบ้างเถอะ ให้ไปกับเพื่อนบ้าง เดี๋ยวเครียดกันพอดีอยู่กับแฟนตลอดเวลา

          เออ นั่นแหละ เติมมาอีกแก้วสิฉันตัดเรื่องนักขัตออกไปจากหัวสมองทันที เพราะยังมีเรื่องอื่นที่ค้างคาในใจอยู่ เพื่อนในกลุ่มพากันโห่เสียงดังที่เห็นฉันดื่มมากกว่าปกติ

          อันดามันเอาจริงเว้ยคืนนี้ แก้วต่อไปขอเข้มๆ เลยนะแก

          บางครั้งการเมาก็สามารถทำให้เราลืมเรื่องที่ไม่อยากรับรู้ไปชั่วคราวได้ ซึ่งมันก็ดีไม่ใช่เหรอ...เพียงชั่ววินาทีที่หัวใจเราไม่ต้องไปยึดติดกับสิ่งเหล่านั้นมากเกินไป

          น้ำเมาแก้วแล้วแก้วเล่าไหลผ่านลำคอลงไป เสียงพูดคุยของเพื่อนบนโต๊ะ เสียงกรีดร้องเวลามีคนตบมุกสนุกสนาน ทุกคนต่างปลดปล่อยตัวเองเต็มที่ให้สมกับเป็น Girl Night ก่อนสอบกลางภาคครั้งนี้ ความขมของน้ำเมาพวกนั้นทำฉันเวียนหัวจนแทบยืนทรงตัวไม่อยู่ หัวใจเต้นแรงไปพร้อมกับจังหวะดนตรีหนักๆ ที่ดีเจกำลังเปิดให้ฟัง

          อยากอ้วก...แต่ก็ไม่อยากอ้วก อาการเหมือนคนกำลังเป็นโรคกรดไหลย้อน ถ้าอ้วกบนโต๊ะตอนนี้คงจะเป็นที่เลื่องลือในคณะไปอีกนานแสนนาน

          อืม...จะว่าไปตั้งแต่หลังเลิกเรียนมาถึงตอนนี้ ฉันยังไม่ได้ทานอะไรรองท้องเลยนี่นา อยู่ดีๆ มาดื่มอีก มีหวังพรุ่งนี้เช้าอาหารเป็นพิษหรือไม่ก็ปวดหัวมากแน่ๆ

          ฉันขอตัวก่อนนะพวกแกฉันพึมพำบอก พยายามลุกขึ้นยืนแล้วทรงตัวให้ได้ ประโยคก่อนหน้านั้นอาจจะไม่มีเพื่อนคนไหนได้ยินเลยก็ได้ เสียงเพลงออกจะดังขนาดนี้ พวกนั้นคงคิดว่าฉันไปเข้าห้องน้ำ จากนั้นจึงเดินออกมาจากฟลอว์กลางเวทีนั้นทันที หากฝืนตัวเองอยู่ตรงนี้ต่อไปจะเป็นภาระเพื่อนในกลุ่มเสียเปล่า เพราะฉะนั้นรีบออกมาตั้งแต่ตอนนี้เลยแล้วกัน

          กลับดีๆ นะแกโชคดีที่ยังมีคนได้ยินคำบอกลาของฉัน เสียงของเพื่อนๆ ดังโต้เสียงเพลงกลับมาบอก ฉันทำได้เพียงพยักหน้ารับโดยไม่หันไปมองเท่านั้น การจะพาร่างกายที่เสียศูนย์จากการดื่มออกไปจากที่นี่มันยากเหลือเกิน ไหล่บอบบางเผลอชนเข้ากับใครหลายคนที่กำลังเต้นอยู่ สติที่มีอยู่เริ่มจางหายไปเรื่อยๆ

          อา...แล้วฉันจะกลับยังไงล่ะเนี่ย?

          ตอนแรกนึกว่านักขัตจะมาด้วย ทุกครั้งที่เรามาด้วยกันเขาจะไม่ดื่มหนักเพราะต้องแวบไปส่งฉันที่คอนโด แต่วันนี้เขาไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย ทุกอย่างผิดแผนไปหมดเพราะเขาคนเดียว...ถือว่าเจ๊ากันได้ไหม? อย่างน้อยนักขัตก็จะไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นคืนนี้ระหว่างฉันกับริมเขื่อน

          คืนที่ฉันจะจดจำมันไปตลอดกาล

          ฉันพาร่างที่อ่อนปวกเปียกของตัวเองเดินไปทางห้องน้ำ กำแพงหน้าห้องน้ำที่ปราศจากผู้คนท่ามกลางสติที่ครึ่งหลับครึ่งตื่นทำให้ฉันคิดถึงใครบางคนที่เคยยืนสูบบุหรี่ตรงนี้ ของเหลวในตัวที่มีมากเกินไปส่งผลให้ฉันรู้สึกคั่นเนื้อคั่นตัวจนอยากระบายออกมา

          กึก

          ฉันหยุดฝีเท้าที่หน้าห้องน้ำเมื่อรู้สึกว่าเดินต่อไปด้านหน้าไม่ไหวแล้ว ท้องไส้ปั่นป่วนไปหมด มีความรู้สึกเหมือนว่าถ้าเคลื่อนไหวร่างกายเยอะเกินไปจะอาเจียนออกมาอย่างนั้นแหละ อยากทรุดนั่งตรงนี้แล้วหลับไปซะ พรุ่งนี้ค่อยโทรให้นักขัตมารับได้ไหมนะ นี่เธอจะนอนข้างส้วมจริงๆ เหรออันดามัน

          หูฉันเหมือนแว่วยินเสียงฝีเท้าใครสักคนกำลังเดินมาทางนี้ สภาพฉันเองคงดูไม่จืด รีบลุกแล้วไปเข้าห้องน้ำดีกว่า...ฉันพยายามฝืนร่างกายตัวเองให้ลุกขึ้น แต่มันยากมากจริงๆ

          ฉันรู้สึกเมาจนเกินกว่าจะควบคุมตัวเองได้อีกแล้ว

          ฟุบ!

          ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนทรุดนั่งลงข้างๆ ฉัน กลิ่นเหล้าผสมกลิ่นกายเขาทำให้ฉันเวียนหัวมากกว่าเดิม แปลกเหมือนกันที่ไม่อยากขยับตัวหนีไปไหนเลย ในทางกลับกันกลิ่นกายเขายิ่งทำให้ฉันอยากขยับเข้าไปใกล้มากกว่าเดิม

          ฉันพยายามเพ่งมองว่าเขาเป็นใคร หากรู้จักกันจะรบกวนให้พาไปส่งที่คอนโดหน่อย...ตอนนี้เริ่มจะโกรธนักขัตแล้วนะ เขาไม่เป็นห่วงฉันสักนิดเลยเหรอ ไม่คิดจะโทรมาถามฉันสักคำเหรอว่าตอนนี้กลับห้องหรือยัง อยากให้ฉันไปรับไหมอะไรทำนองนั้น เมาขนาดนี้จะพาตัวเองกลับได้ยังไง

          พอรวบรวมสติอันน้อยนิดกะพริบตามองคนด้านข้างอย่างตั้งใจถึงได้รู้ว่าเขาเป็นใคร

          นี่มันเริมเขื่อนนี่นา...

          มองหน้าฉันทำไมยัยผู้หญิงโรคจิตเขาเอ่ยน้ำเสียงอ้อแอ้ เมาจนขาดสติเหมือนฉันเลย แม้ว่าภายนอกเขาจะดูเหมือนคนคุมสติตัวเองไม่อยู่ แต่แววตาเขากลับสะท้อนแสงเหมือนคนมั่นใจในตัวเองตลอดเวลา

          แววตาที่ทำให้ฉัน...

          นายนั่นแหละโรคจิต อยู่ดีๆ มาจูบปากคนอื่นง่ายๆ แบบนี้ได้ยังไง รู้ไหมว่าคนมันหวั่นไหวเสียงฉันก็ยานครางเหมือนเทปที่ไส้พันกัน ไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าเผลอพูดความในใจตัวเองออกไปด้วย

          ความในใจที่พูดได้แค่ตอนที่ขาดสติเท่านั้น โชคดีเหลือเกินที่ตอนนี้เขาเมา หวังว่าตื่นมาแล้วจะลืมคำพูดแสนเพ้อเจ้อของฉันพวกนี้ไปด้วยนะ ใครจะรู้ล่ะ...ว่าการได้เจอกันในครั้งนี้ของเราจะทำให้บางอย่างเปลี่ยนไปตลอดกาล

          หวั่นไหว?เขาทวนคำแล้วหัวเราะในลำคอ ก็ตั้งใจให้เป็นอย่างนั้นอยู่แล้วนี่นายัยโง่

          หืม?

          ฉันเหมือนหูฝาดไป ไม่เข้าใจกับสิ่งที่เขาพูด ไอ้ประโยคเมื่อสักครู่นั่นมันหมายความว่ายังไงกัน ตั้งใจให้หวั่นไหว? หมายความว่าอะไรเหรอ

          ริมเขื่อนมองฉันด้วยแววตาหวานเยิ้ม อาการอยากเข้าห้องน้ำฉันหายไปเสียสนิทยามได้สบกับดวงตาสีดำสนิทคู่นี้ ความเมาทำให้ฉันกล้าที่จะจ้องหน้าเขานานขึ้นโดยไม่หลบสายตา

          คนอะไรยิ่งมองยิ่งหล่อ ถ้าฉันได้เป็นแฟนเขาก็คงจะดี...

          ฉันชอบจังเวลาที่เธอจ้องตาฉันแบบนี้...อิงฟ้า

          หะ...หา! อิงฟ้าบ้าบออะไรกันล่ะ นั่นมันชื่อแฟนเขานี่นา อย่าบอกนะว่าหมอนี่ละเมอคิดว่าฉันเป็นแฟนเขา

          มะ...ไม่ใช่นะ! ฉันไม่ใช่แฟนนายนะ!” ฉันละล่ำละลักบอกเขาอย่างรวดเร็ว ถึงจะเมาขนาดไหนฉันก็ไม่มีทางสับสนชื่อผู้หญิงของเขาหรอก ฉันจำชื่อแฟนเขาได้ขึ้นใจเลยต่างหาก ถ้าหมอนี่เสียสติจับฉันปล้ำเพราะเข้าใจผิดขึ้นมาฉันแย่แน่

          ไม่มีใครอยากเป็นตัวแทนคนอื่นต่อหน้าคนที่ตัวเองหลงรักหรอก!

          รู้ว่าเธอไม่ใช่ยัยนั่น แต่รู้ว่าเธอชอบฉันแน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์ หึ แค่หยอกเล่นเท่านั้น อย่ามาเล่นลิ้น ไหนขยับมาใกล้ๆ ขอกอดหน่อยเขาพูดแล้วทำท่าจะรวบตัวฉันเข้าไปในอ้อมกอด

          คำพูดแสนวาบหวามนั้นทำให้ฉันหน้าร้อนไปหมด ความเมาที่ปะปนกับความเขินทำเอาฉันแทบคุมสติไม่ไหว

          ฉันพยายามขยับตัวหนีอย่างสุดความสามารถ แต่ความเมาทำให้ฉันป้องกันตัวไม่ได้มาก ตอนนี้เลยเหมือนแมวน้อยพยายามกระโดดลงจากอ้อมกอดเจ้าของมากกว่า

          นายจะมายุ่งกับฉันทำไมเนี่ย มาทางไหนก็กลับไปทางนั้นเลยไป ฉันนั่งของฉันอยู่ดีๆ จะมายุ่งทำไม!”

          เถอะน่า ขอกินตับหน่อย!” กรี๊ด! หยาบคายมาก เขามันบ้าที่สุด! พูดอะไรลามกแบบนั้นออกมาต่อหน้าฉันได้ยังไง ใครจะไปยอมให้เขากินตับง่ายๆ กันล่ะ

          ปล่อยนะ...อื้อ!”

          ร่างกายฉันเหมือนตอบรับกับการกระทำของเขาโดยสมัครใจ ไม่ว่าเขาจะทำอะไรตรงไหนของช่วงตัวฉันก็แค่ปัดมือพอเป็นพิธีเท่านั้น ทั้งที่ควรจะผลักเขาออกไปสุดแรง ทว่าร่างกายที่อ่อนปวกเปียกกลับไม่ตอบสนอง จนในที่สุดเขาก็จูบฉันสำเร็จ (อีกครั้ง)

          ริมฝีปากอุ่นร้อนของริมเขื่อนกำลังจะช่วงชิงจิตวิญญาณฉันไป ไอร้อนจากตัวเขาประชิดทุกส่วนในร่างกายฉัน ทุกอย่างที่เกิดขึ้นตอนนี้ฉันสามารถห้ามให้มันยุติลงได้ แต่ฉัน...เลือกที่จะไม่ทำ

          ฉันตัดสินใจปล่อยตัวปล่อยใจไปตามการชักนำของเขา หัวใจปฏิเสธไม่ได้ว่าฉันรู้สึกดีมากแค่ไหนที่ได้อยู่ในอ้อมกอดเขาแบบนี้ ลมหายใจอุ่นร้อนของริมเขื่อนที่เป่ารดใบหน้ากำลังทำให้ฉันละลายมากขึ้นเรื่อยๆ หากตอนนี้ฉันน้ำแข็งที่ขั้วโลก เขาคงเป็นเปลวไฟที่พร้อมจะแผดเผาและทำให้ฉันละลายกลับลงสู่ผืนน้ำอีกครั้ง

          แม้รู้ว่าบทลงโทษของการแอบกินของคนอื่นมันเจ็บปวดมากแค่ไหนก็ตาม บาปสีชมพู...มักหอมหวานและล่อลวงคนโง่ได้อย่างง่ายดายเสมอ ราวกับผลไม้ในสวนเอเดนที่อดัมกับอีฟคิดจะลิ้มลองมัน

          ฉันมึนงงกับสิ่งที่ตามมาหลังจากนั้น พอเดาได้ว่าคงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่ เราจูบกันดูดดื่มขนาดนั้น ขั้นตอนต่อไปก็คงจะเป็น...เตียงนอนนุ่มๆ สักแห่งละมั้ง

          ตึก ตัก

          ไม่แน่ใจว่ามันคือเสียงหัวใจที่กำลังเต้นแรงอย่างบ้าคลั่งของฉัน หรือเสียงรองเท้าหนังของริมเขื่อนที่กำลังกระทบไปตามพื้นกันแน่

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

135 ความคิดเห็น