Lie Theory ♦ ผู้หญิงแอบรัก

ตอนที่ 1 : EPISODE 00 ; Stranger on the bed {100%}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,142
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    9 พ.ค. 63

EPISODE 00

Stranger on the bed


                ที่นี่ที่ไหนกัน?

                ฉันรู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวมันอึดอัดแปลกๆ

                อื้อ...เสียงครางแผ่วเบาหลุดออกมาจากริมฝีปากตัวเอง รู้สึกกระหายน้ำสุดๆ ไปเลย ร่างกายร้าวระบมจนขยับตัวแทบไม่ได้

                ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่ถูกปรับจนต่ำกว่าปกติทำให้ขนทั่วร่างฉันลุกชัน พยายามจะขยับตัวหนีจากความเย็นที่บาดผิวกายแต่เหมือนมีพันธนาการจากอะไรบางอย่างโอบรัดร่างกายเอาไว้ เท่าที่สัมผัสดูเหมือนจะเป็นผ้านวมผืนใหญ่

                ฉันรู้สึกหายใจไม่ออก...หลากหลายความรู้สึกบอกฉันว่าทุกอย่างอยู่ผิดที่ผิดทางไปหมด นี่มันหมายความว่ายังไง

                ฉันตั้งสติแล้วฝืนลืมตาขึ้นมองสภาพแวดล้อมที่แสนไม่คุ้นเคยนี้ เพดานห้อง ฝาผนังที่ถูกทาด้วยสีที่ไม่คุ้นเคย ใช้เวลาหลายวินาทีกว่าจะทำให้ม่านตาชินชากับบรรยากาศโดยรอบ เฟอร์นิเจอร์หลายอย่างที่เป็นสีดำเริ่มทำให้ฉันรู้สึกใจคอไม่ดี แม้แต่ผ้านวมที่คลุมตัวอยู่ยังเป็นสีดำสนิท...ที่นี่ไม่ใช่ห้องนอนของฉันอย่างแน่นอน!

                ความมืดมนที่สัมผัสได้จากการตกแต่งห้องนี้มันน่ากลัวจนเกินกว่าที่ฉันจะทนมองได้ เหมือนถูกจองจำอยู่ในกรงสวาทของซาตาน

                การเคลื่อนไหวข้างกายทำให้ฉันสะดุ้งก่อนรีบหันไปมองอย่างรวดเร็ว เพิ่งสังเกตว่าข้างกายฉันมีวัตถุประหลาดวางอยู่...เหมือนจะเป็นร่างกายมนุษย์เสียด้วยสิ

                ฮะ? ร่างกายมนุษย์อย่างนั้นเหรอ?

                บะ...บ้าน่า! นี่มัน...ไม่จริงใช่ไหม?

                พอเพ่งสายตามองอย่างละเอียดถึงได้รู้ว่า ชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งกำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่ข้างฉัน...บนเตียง!

                ผมสีดำสนิทซอยระต้นคอทำให้ยามนี้เขาดูเหมือนเด็กน้อยตัวแสบกำลังหลับ จมูกโด่งบนเครื่องหน้าสมบูรณ์แบบนั้นเป็นสิ่งที่ฉันจำได้ไม่มีวันลืม ริมฝีปากเรียวหยักลึกสีแดงเข้มนั่นทำให้ฉันใจเต้นตึกตักได้ทุกครั้งที่มองเห็น

                เรื่องจริงเหรอเนี่ย

                ทำไมฉันจะจำเขาไม่ได้ล่ะ ในเมื่อเขาน่ะ...

                แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องไร้สาระพวกนั้น!

                ฉันก้มมองตัวเองที่ตอนนี้ปราศจากเสื้อผ้าแม้แต่ชิ้นเดียว ตามเนินอกและช่วงคอปรากฏร่องรอยสีชมพูเข้ม ฉันแทบไม่อยากจินตนาการเลยว่ามันมาอยู่บนตัวฉันได้ยังไง ความหวาดกลัวแผ่ซ่านไปทั่วจิตใจ ผู้ชายที่นอนข้างฉันในตอนนี้ไม่ได้ใส่เสื้อ นั่นทำให้ฉันรู้ได้ทันทีว่าท่อนล่างเขาคงไม่ได้ใส่อะไรเช่นเดียวกันสินะ (มั้ง)

                สองขาฉันค่อยๆ ขยับเตรียมลงจากเตียง แต่ความเจ็บปวดตรงช่วงบริเวณนั้นกลับทำให้ชะงักแล้วนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด สองขาชาวาบหยุดทุกการกระทำโดยอัตโนมัติ

                อะ...อาการแบบนี้มัน

                อาการคิดไปเองแสนโหดร้ายกำลังจะทำให้ฉันเป็นบ้ามากกว่าเดิม หากไม่รู้ความจริงที่ชัดเจนคงยังวางใจอะไรไม่ได้สินะ

                ฉันสลัดผ้านวมสีดำผืนใหญ่ออกจากร่างกายตัวเองอย่างรวดเร็ว...ก่อนจะพบกับบางอย่างที่ทำให้ตกใจมากกว่าเดิม มันเหมือนเป็นความสกปรกเล็กๆ บนผืนผ้าที่ทำให้หัวใจฉันอยากร้องไห้เหลือเกิน

                รอยแห้งสีแดงที่เปื้อนช่วงขาเป็นจุดนั้นทำให้ฉันใจหายวาบ บางสิ่งที่ฉันพยายามจะหลอกตัวเองตั้งแต่เมื่อสักครู่มันไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว ต่อให้ไร้เดียงสาขนาดไหน แต่ฉันก็มองออกว่าร่องรอยพวกนี้มันหมายความว่ายังไง

                ความบริสุทธิ์ของเด็กสาวที่ฉันแสนจะภาคภูมิใจถูกพรากไปด้วยฝีมือผู้ชายคนนี้แล้ว

                ฉันไม่บริสุทธิ์อีกแล้ว

                ฉันจ้องมองผู้ชายแปลกหน้าด้านข้างอย่างพิจารณามากกว่าเดิม ภาวนาว่าอาจมีบางอย่างผิดพลาด ฉันคงเข้าใจผิดไปเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก่อนจะใจเต้นแรงกว่าเดิมเมื่อค้นพบว่า...ฉันรู้จักเขาจริงๆ

                ฉันรู้จักผู้ชายคนนี้ดีเลยล่ะ!

                แสดงว่าเมื่อคืนฉันมีอะไรกับเขาคนนี้อย่างนั้นสินะ

                มือข้างหนึ่งถูกยกขึ้นกุมหน้าผากด้วยความเครียดที่ถาโถมเข้ามา ปัญหาใหญ่กำลังเกิดขึ้น...ฉันเพิ่งจะมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับผู้ชายในผับมา ไม่น่าเชื่อว่าการปล่อยตัวมาเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนสาวชั่วครั้งชั่วคราวจะทำให้ฉันต้องเสียพรหมจรรย์ตัวเองไปแบบนี้

                สิ่งที่น่ากลัวกว่าการที่ฉันรู้จักเขาหรือไม่ไม่ได้สำคัญเท่าไหร่ แต่สิ่งที่ทำให้ฉันเครียดมาจนถึงตอนนี้คือ...ฉันมีแฟนแล้วน่ะสิ!

                ติ๊ด!

                เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ใครบางคนดังขึ้น ฉุดฉันขึ้นจากภวังค์ความคิดแสนสับสนนั้น ฉันรีบหันไปคว้ามาดูชื่อคนโทรเข้าทันที บางทีใครคนที่โทรเข้ามานี้อาจจะช่วยอะไรฉันได้

                อิงฟ้า

            “…!”

                แน่นอนว่าฉันก็รู้จักผู้หญิงคนนี้เช่นกัน เธอเป็นแฟนกับผู้ชายคนที่ฉันเพิ่งมีอะไรด้วยไปเมื่อคืนนี้ยังไงล่ะ ทุกอย่างดำดิ่งลงไปเรื่อยๆ จนยากจะแก้ปัญหาได้ทัน หากฉันไม่รีบหนีไปจากที่นี่...

                ใบหน้าสวยหวานน่ารักกว่าฉันหลายเท่ายิ้มส่งออกมาผ่านทางรูปสายเรียกเข้า หากเธอรู้ว่าตอนนี้ผู้ชายของตัวเองไปแอบตึ่งโป๊ะกับผู้หญิงคนอื่นจะเป็นยังไงบ้างเนี่ย

                โอ๊ย! อะไรมันจะซวยขนาดนี้นะ ฉันเสียซิงให้ผู้ชายที่เขาแทบจะไม่รู้จักฉันด้วยซ้ำ ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือทั้งฉันและเขาต่างมีแฟนแล้วน่ะสิ

                ฉันถือโทรศัพท์ที่กำลังสั่นอยู่พลางมองเขาไปด้วย หมอนี่ยังไม่ตื่น เพราะฉะนั้นนี่เป็นโอกาสสุดท้ายของฉันที่จะหนีออกไป แล้วแสร้งว่าเหตุการณ์เมื่อคืนไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

                แม้ว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นฉันจะไม่มีวันลืมมันไปได้ตลอดชีวิตก็ตาม...ผู้ชายคนแรกที่เป็นเจ้าของร่างกายฉัน

                ฉันข่มความเจ็บปวดในใจทั้งหมดเอาไว้ สภาพร่างกายที่อ่อนแรงกว่าปกติทำให้ฉันนึกโกรธตัวเองที่ปกติไม่ชอบออกกำลังกาย เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้เลยทำอะไรลำบากไปหมด ได้แต่แอบสัญญากับตัวเองเงียบๆ ว่าหลังจากวันนี้ไปจะออกกำลังกายแล้ว

                ลองใช้หลังมือแตะหน้าผากดูถึงได้รู้ว่ามันอุ่นเล็กน้อยเหมือนจะเป็นไข้ ตามที่เคยอ่านเจอในนิยายรัก...เด็กสาวที่เสียพรหมจรรย์ครั้งแรกพอตื่นเช้ามาอีกวันอาจจะไม่สบายได้ ยิ่งเป็นแบบนี้ฉันยิ่งต้องรีบออกไปจากที่นี่ ยาคุมก็ต้องซื้อ ยาแก้ปวดก็ต้องกิน เบลอแบบนี้จะเผลอหยิบยาลดน้ำมูกใส่ปากแทนหรือเปล่าเนี่ย

                พอลงมายืนบนพื้นได้ฉันก็เริ่มค้นหาบางอย่างที่น่าจะตกอยู่บริเวณนี้ สิ่งนั้นคือ ถุงยางอนามัย

                ถ้าเขาไม่ได้ใช้มันหรือป้องกันอะไรใดๆ ทั้งสิ้น ฉันต้องรีบไปร้านยาเพื่อซื้อยาคุม แต่ไม่ว่าจะมองซ้ายมองขวามองหน้ามองหลังหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอมัน

                ฉันเปิดฝาถังขยะข้างเตียงออกดู กลับพบเพียงเศษกระดาษทิชชู่ที่ใช้แล้วเท่านั้น

                เมื่อคืนทั้งฉันกับเขาอาจจะเมามาก เขาเองก็คงไม่ได้มีสติถึงขั้นที่คิดว่าตัวเองต้องป้องกันอะไรเทือกนี้ด้วย เพราะหากเรามีสติ ฉันคงไม่เสียตัวให้เขาง่ายๆ หรอก ฉันตัดใจและรีบหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวมอย่างรวดเร็ว สายตากวาดมองหานาฬิกาบนผนัง พบว่าตอนนี้เพิ่งจะหกโมงเช้าเท่านั้น ฉันควรรีบออกไปจากที่นี่ก่อนที่ใครจะมาเจอเข้า

                พอแต่งตัวเสร็จฉันจึงเดินค้นหาโทรศัพท์ของตัวเอง สายของอิงฟ้าที่โทรมาเมื่อสักครู่ฉันทำได้เพียงโยนลงข้างเตียงปล่อยให้มันสั่นอยู่แบบนั้น เพิ่งเห็นเครื่องของตัวเองว่ามันไปตกอยู่ข้างเตียง...เสื้อผ้าผู้ชายที่กระจัดกระจายไปทั่วพื้นแบบนี้ คิดภาพไม่ออกเหมือนกันว่าก่อนหน้านั้นเราจะร้อนแรงกันขนาดไหน

                เธอจะร้อนรนอะไรขนาดนั้น

                “…!”

                เสียงแหบนุ่มๆ เหมือนคนเพิ่งตื่นนอนของผู้ชายที่นอนอยู่บนเตียงดังขึ้นทำให้ฉันสะดุ้งจนโทรศัพท์แทบหลุดจากมือ สิ่งที่ฉันไม่อยากไม่ต้องการเริ่มเกิดขึ้นทีละเรื่องเสียแล้วสิ

                ฉันหันขวับไปมองเขาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้เมื่อเขาสบตากลับมา แผงอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขาทำให้ฉันจินตนาการไปไกลอย่างลืมตัว ยิ่งใบหน้าหล่อเหลาของเขากำลังขมวดคิ้วด้วยแล้ว...ฉันเหมือนตกหลุมลงไปในเสน่ห์ที่แสนเย้ายวนของเขาอีกครั้ง

                บอกแล้วไงว่าฉันรู้จักผู้ชายคนนี้ดี...

                เขามองฉันเต็มตาก่อนจะขมวดคิ้วราวกับไม่แน่ใจ จากนั้นจึงก้มลงมองตัวเองที่ปราศจากเสื้อผ้าแม้แต่ชิ้นเดียว ชายหนุ่มกวาดตามองไปรอบห้องอีกครั้งด้วยท่าทางครุ่นคิด

                ที่นี่ไม่ใช่ห้องฉันเขาพึมพำออกมา แสดงว่าเป็นห้องพักด้านบนของผับเมื่อคืนอย่างนั้นสินะ

                ใจฉันหายวาบเมื่อเขาพูดออกมาแบบนั้น รู้สึกหวาดกลัวว่าจะมีใครเห็นตอนที่ฉันกับเขาเข้ามาในห้องนี้แล้วเอาไปบอกแฟนฉันไหม จะมีคนถ่ายรูปเราสองคนไว้หาผลประโยชน์จากฉันภายหลังไหม

                ไม่น่าเลย...ฉันไม่ควรเสียสติเพราะโกรธแฟนตัวเองจนต้องมาจบทุกอย่างลงบนเตียงกับแฟนคนอื่น

                เมื่อคืน...เสียงเขาดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ ฉันเงียบไม่ตอบอะไร (กำลังตกใจมาก) ชายหนุ่มจ้องตาฉันอย่างมีความหมายราวกับต้องการจะสื่อถึงอะไรบางอย่าง เรามีอะไรกันอย่างนั้นเหรอ?

                “…”

                เงียบแบบนี้แปลว่าใช่หรือเปล่า

                ตึก ตัก

                หัวใจฉันเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมาด้านนอก ริมฝีปากเม้มเข้าหากันด้วยความกดดัน ก่อนจะส่ายหน้าไปมาช้าๆ การปฏิเสธคือสิ่งที่พอทำได้ในเวลานี้

                ไม่ฉันออกเสียงชัดถ้อยชัดคำ เมื่อคืนเราไม่ได้มีอะไรกัน

                เขาขมวดคิ้วเหมือนไม่อยากเชื่อแล้วยกมือขยี้ผมสีดำสวยนั่น...ท่าทางแค่นั้นของเขาช่างเซ็กซี่ทรมานหัวใจสาวน้อยของฉันเหลือเกิน ไม่ได้นะ...ตอนนี้ฉันต้องหาทางออกไปจากที่นี่ก่อนสิ จะมาหลงใหลแววตาบ้าบอแบบนี้ของเขาไม่ได้

                หมับ!

                อ๊ะ...เร็วเท่าความคิด ก่อนที่ฉันจะรู้ตัว ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ใต้ผ้าห่มบนเตียงก็ลุกพรวดลงจากที่นอนแล้วก้าวเข้ามาหาฉันอย่างรวดเร็ว

                ฉันเกือบกรีดร้องเสียงดังออกไปแล้ว โชคดีที่เขายังใส่กางเกงขาสั้นไว้ด้านใต้...ทำไมมันถึงไม่ยุติธรรมแบบนี้ เขายังมีกางเกงปกปิดครึ่งล่างไว้ แต่ทำไมฉันเปลือยทั้งตัวแบบนี้เล่า!

                เขายักคิ้วแล้วพูดบางอย่างออกมา ทำไมถึงโกหกตัวเองแบบนั้นล่ะ

                “…” ฉันเงียบ รอดูท่าทีว่าเขาจะทำอะไรต่อ

                เธอคิดว่าฉันเป็นหนุ่มน้อยตามโลกไม่ทันแบบนิยายที่เธอเคยอ่านหรือยังไง

                ชายหนุ่มชี้ไปทางบนเตียงด้านหลังเหมือนมีอะไรอยู่ แต่ด้วยความมืดกับบรรยากาศสลัวในห้องทำให้ฉันมองอะไรไม่ชัดนัก คำพูดถัดมาของเขาเฉลยทุกข้อสงสัยของฉัน

                รอยเลือดบนเตียงนั่นมันหมายความว่ายังไง

                “…!” ฉันสะดุ้ง แต่ยังเก็บอาการไว้ไม่แสดงออกมา สองมือกำหมัดแน่นอย่างพยายามสะกดอารมณ์ ขอบตาร้อนผ่าวจนน้ำตาแทบไหลออกมา

                สถานการณ์ที่แสนกดดันนี้ฉันจะหนีออกไปได้ยังไง?

                เธอจะบอกว่าเอาแฟนต้ามาดื่มบนเตียงแล้วเผลอทำหกอย่างนั้นหรือเปล่าถ้าโกหกแล้วเขาเชื่อ ฉันคงทำไปนานแล้ว

                คือ...ระบบประมวลผลในสมองกำลังทำงานอย่างหนัก ฉันพยายามคิดถึงคำพูดแก้ตัวเหมาะๆ แต่จนแล้วจนเล่าก็คิดอะไรไม่ออก

                ชายหนุ่มส่ายหัวไปมาก่อนก้าวเข้ามาหาฉัน เท้าฉันเดินถอยหลังโดยอัตโนมัติ แผ่นหลังบอบบางสัมผัสกับผนังห้องที่เย็นเยียบทำให้รู้ว่าฉันหมดหนทางหนีแล้ว...ทั้งที่ฉันสามารถวิ่งออกไปจากห้องตอนนี้ก็ได้ แต่ขากลับก้าวไม่ออก

                ฉากที่เขากำลังก้าวเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ กับตัวฉันที่ถอยหลังไม่ได้แล้วเหมือนนิยายเรื่องหนึ่งที่ฉันเคยอ่านจริงๆ ด้วย

                เสียงลมจากเครื่องปรับอากาศดังจนสามารถกลบเสียงหัวใจที่กำลังเต้นแรงของฉันได้...

                ฉันกำลังกลัวในสิ่งที่ตัวเองเพิ่งทำไปเมื่อคืน คนที่มีความผิดติดตัวมักจะคิดอะไรไม่ออกแบบนี้สินะ

                เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าฉันในที่สุด วงแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแข็งแรงยกขึ้นสัมผัสกับผนัง ปิดทุกหนทางในการหนีของฉันหมดแล้ว กลิ่นหอมอ่อนผสมกลิ่นเหงื่อจากกายเขาลอยกระทบจมูก และมันทำให้ฉันคิดอะไรไม่ออกมากกว่าเดิม

                แววตาสีดำทอประกายวาววับราวกับกำลังคิดอะไรอยู่ ฉันอ่านความรู้สึกนั้นไม่ออก เนิ่นนานเหลือเกินในความรู้สึก...เขาขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ฉันเรื่อยๆ

                บางทีเขาอาจจะจูบฉัน

            แต่ท้ายที่สุดฉันกลับคิดไปเอง...

                เธอรู้อยู่เต็มอก...เรื่องเมื่อคืนน่ะ...เขาหยุดพูดไปเสียแบบนั้น

                อะ...อะไรของนาย!” ฉันหันหน้าหลบ ไม่กล้าสบตาที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อันร้ายกาจนั้น

                ยังจะให้ฉันต้องพูดซ้ำอีกเหรอ?ชายหนุ่มขมวดคิ้ว สภาพเตียงก็บอกชัดอยู่แล้วว่าเมื่อคืนเรามีอะไรกัน คำว่า เซ็กซ์น่ะ เธอรู้จักหรือเปล่า

                “…” ฉันเม้มปากแน่น ไม่อยากพูดอะไรอีก แค่นี้ก็ไม่มีหน้ากลับไปขอโทษแฟนตัวเองแล้ว ฉันน่าจะข่มใจตัวเองให้มากกว่านี้ ไม่น่าปล่อยตัวเองให้เมาจนขาดสติแบบนั้นเลย แล้วเพื่อนตัวดีที่ลากฉันมาดื่มตอนแรกหายไปไหนหมดเนี่ย

                จะให้พูดจริงๆ เหรอ ว่าฉันเปิดซิงเธอแล้ว?คำพูดที่แสนน่ากลัวหลุดออกมาจากปากเขา

                หมับ!

                พอเขาพูดคำนั้นจบ ฉันจึงยกมือปิดปากเขาโดยไม่รู้ตัว ความหวาดกลัวสะท้อนผ่านแววตาฉันอย่างชัดเจน เหมือนประโยคก่อนหน้านั้นสามารถทำลายฉันได้อย่างนั้นแหละหรือฉันแค่ไม่อยากฟังความจริงกันแน่นะ

                ชายหนุ่มปัดมือที่ฉันใช้ปิดปากเขาออก ก่อนมองมาด้วยแววตากวนประสาท แววระยับในนั้นส่องสว่าง ฉันนึกออกแล้วว่าเคยเจอเธอที่ไหน

                “…”

                เป็นเธอนี่เอง...เราสองคนเรียนคณะเดียวกันเขาหุบยิ้มแล้วจ้องฉันด้วยแววตาเย็นชา และเธอคือยัยผู้หญิงประหลาดที่เอาช็อกโกแลตมาให้ฉันเมื่อหลายปีก่อน เมื่อคืนเธอมองฉันตาไม่กะพริบเลยนี่นา

                เฮือก!

                มะ...ไม่น่าเชื่อ! หมอนี่จำฉันได้จริงๆ ด้วย

                นะ...นาย...ฉันเรียกเขาค้างแบบนั้น หัวสมองขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออกสักอย่าง

                เธอแอบชอบฉันนี่ตอนนั้นเขาเลิกคิ้ว ได้นอนกับฉันแล้วรู้สึกฟินไหม

                ฟะ...ฟินบ้าฟินบออะไรล่ะ!” ฉันตะโกนใส่หน้าเขาเสียงดัง แม้ว่าปลายเสียงจะสั่นไหวราวกับเปลวเทียนต้องลมก็ตามที รู้สึกว่าขาอ่อนไปหมด ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมคำว่า ชอบจากปากเขาถึงส่งผลกับความรู้สึกตัวเองมากขนาดนี้

                ไม่ชอบแล้วเสียงสั่นทำไมเขาย้อนถามแล้วยิ้มมุมปาก แววตาเธอสะท้อนทุกความคิดที่เธอกำลังรู้สึก ยากหน่อยนะที่จะซ่อนอะไรสักอย่างจากฉันน่ะ

                “…” ฉันอ้าปากค้างตอบกลับไม่ถูก พยายามไม่ตอบรับหรือปฏิเสธคำพูดเขา เหมือนถูกเขาต้อนจนจนมุม หนีไปไหนไม่ได้อีก

                ทำหน้าแบบนั้นทำไม อ่อยเหรอ? ไม่ตอบงั้นจูบนะเขาทำหน้าใสซื่อ ริมฝีปากนั้นขยับเอื้อนเอ่ย ปากเธอน่าบดขยี้ให้ช้ำเล่นชะมัด

                “…!”

                ฉันไม่รู้ว่าเขาพูดเล่นเพื่อหลอกฉันให้ตกใจ หรือเป็นความจริงที่ฉันคาดเดาผิดไปตอนแรกกันแน่

                ในขณะที่ฉันกำลังงงงวยกับสถานการณ์ที่แปรเปลี่ยน ชายหนุ่มค่อยๆ ขยับตัวเข้ามาจับไหล่ทั้งสองข้างของฉันไว้แน่น ใบหน้าหล่อเหลาที่ขยับเข้ามาใกล้มากขึ้น ลมหายอุ่นร้อนที่เป่ารดใบหน้ายามเขาเคลื่อนไหว...

                ...บอกฉันว่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความจริง

                แต่ที่น่าโกรธคือฉันไม่ป้องกันตัว แถมยังเผลอจูบตอบเขาไปโดยไม่รู้ตัว

                อืม...จูบของเขาหวานชะมัด เป็นความหวานที่ปนมากับความขมที่ต้องทรยศแฟนของตัวเอง


{100%}

     นิยายเรื่องนี้เคยแต่งจบไปนานมาแล้ว แต่วัยที่โตขึ้นพอกลับมาอ่านรู้สึกว่ามีอะไรไม่สมดหตุสมผลเยอะมาก

     เลยอยากลับมารีไรท์อีกครั้งครับ ^ ^ อัปให้อ่านจนจบหลังจากนั้นจะขอนุญาตปิดตอน ใครมาตามไม่ทันมีให้โหลดใน E-BOOK ครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

135 ความคิดเห็น