(สนพ. Happy Banana) Love Plan แผนรักหักเหลี่ยมหัวใจ

ตอนที่ 3 : Chapter 2 : Something in the bathroom 1 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 209
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    23 ธ.ค. 57

  

 Chapter 2
Something in the bathroom  1



 

 

          

          # 1 อาทิตย์ผ่านไป

 

          หลังจากวันนั้นที่แทนภูมิจูบผม (หรือต้องเรียกว่าผมสมยอมให้เขาจูบ?) เราสองคนก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย

 

          คิดแล้วยังประหลาดใจไม่หายเพราะเราเลิกกันตอนปีหนึ่งต้นเทอมสอง ตอนนี้ผมปีสองเทอมหนึ่งแล้ว ช่วงเวลาระหว่างนั้นมันนานพอสมควรเลยจนผู้ชายนิสัยมักมากแบบเขาคงลืมผมไปได้แล้ว แต่วันนั้นเรากลับมาเจอกันอีกพร้อมคำพูดที่เขาใช้เหมือนผมเป็นของเล่นนั่น ไหนจะยังจูบร้อนแรงที่ปลุกทุกอณูความทรงจำในอดีตให้กลับมาทำร้ายผมอีกครั้ง

 

          เขาทำให้หัวใจผมเต้นแรงเหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิด!

 

          โกรธตัวเองเหลือเกินที่หลังจากจูบนั่นผมก็ตัดสินใจไม่ไปเรียนวิชาของอาจารย์ที่ขึ้นชื่อว่าโหดที่สุด คะแนนยากที่สุดจนวันต่อมาอาจารย์เลยเรียกผมไปตักเตือนในห้องพักพร้อมกับทำสรุปรายงานหัวข้อที่เรียนไปมาส่งนอกเหนือจากปกติที่มีเยอะมหาศาลอยู่แล้วด้วย ไม่น่าเลยนับหนึ่ง เฮ้อ

 

          เวลาก็ผ่านมาหลายวันแล้วนะทำไมผมถึงยังคิดถึงแทนภูมิ คิดถึงจูบสุดร้อนแรงนั่นอีกนะ

 

          อ้าว สวัสดีนับหนึ่ง วันนี้มาชมรมเหรอ

 

          ผมเงยหน้าขึ้นสบตากับ มิกกี้ประธานชมรมว่ายน้ำที่ผมสมัครอยู่ แต่ไม่ได้ทำเป็นจริงเป็นจัง ฝึกจนหักโหมร่างกายเพื่อเตรียมลงแข่งในงานกีฬาคณะแบบคนอื่นหรอกนะครับ แค่มาว่ายเล่นสัปดาห์ละครั้งเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดจากการเรียนเฉยๆ

 

          “ใช่แล้วล่ะ อาทิตย์ที่ผ่านมานี่ถูกการงานสุมหัวจนไม่มีเวลาเลย ไหนๆ วันนี้ก็วันศุกร์แล้วเลยอยากมาแช่น้ำรับลมเย็นหน่อย กลับไปจะได้มีแรงต่อสู้กับกองการบ้านอีก

 

          “ดีเลย แต่วันนี้คนในสระเยอะหน่อยนะ เห็นว่ามีกลุ่มผู้ชายจากคณะวิศวะมาว่ายเล่นกันเยอะเลย

 

          “ผู้ชายจากคณะวิศวะอย่างนั้นเหรอ

 

          ผมพึมพำเบาๆ แล้วคิดตามกับคำพูดของมิกกี้ เรื่องมันคงไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอกมั้ง เพราะแทนภูมิก็เรียนคณะวิศวะกรรมศาสตร์ อาจจะเป็นคนอื่นก็ได้ นี่ผมคิดถึงเขาจนหลอนไปเองแล้วเหรอว่าเจออะไรที่ไหนก็ต้องเป็นเขาไปหมดแบบนี้น่ะ!

 

          “มีอะไรหรือเปล่า ทำหน้าเครียดเชียวมิกกี้ถามออกมาเมื่อเห็นผมคิ้วขมวดเหมือนคนกำลังใช้ความคิด

 

          อ๋อ ไม่มีอะไรหรอก บริหารหน้านิดหน่อยน่ะ ถ้ายังไงขอไปเปลี่ยนชุดลงสระก่อนนะ ไว้คุยกัน

 

          “ครับผม

 

          ผมโบกมือลาให้มิกกี้แล้วเดินไปยังห้องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าของผู้ชาย จัดการถอดเสื้อผ้าออกแล้วตัดสินใจว่าจะถอดกางเกงในออกดีไหม จริงๆ แล้วเป็นกฎข้อบังคับของสระว่ายน้ำนะครับว่าห้ามใส่กางเกงในลงแต่ในวันนี้ผมกลัวว่าอะไรบางอย่างจะเกิดขึ้นเลยตัดสินใจแอบใส่กางเกงในซ้อนกางเกงว่ายน้ำซะ

 

          พอล้างตัวเสร็จแล้วก็เอาของไปวางในตู้ล็อกเกอร์ด้านนอกตรงห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าและเดินออกไปขึ้นบันไดที่เชื่อมออกไปยังสระว่ายน้ำด้านนอก

 

          แสงแดดยามบ่ายแก่ๆ ของวันศุกร์ทำให้ผมห่อตัวลงเล็กน้อยด้วยความแสบผิว วันนี้คนในสระมีเยอะจริงแบบที่มิกกี้บอก ผมอึดอัดเล็กน้อยเพราะไม่ชินกับการดำเนินชีวิตในสถานที่ที่มีคนเยอะแบบนี้ แต่ก็ตัดความกังวลใจนั้นทิ้งไปเสียในเมื่อจุดมุ่งหมายของผมคือการมาว่ายน้ำผ่อนคลาย คนพวกนี้มาก่อนหน้าผมอีกไม่นานก็คงจะขึ้นสระแล้วล่ะ ผมจะได้มีที่ว่างเป็นของตัวเองเสียที

 

          เฮ้ย! พวกแกดูนั่นสิ นั่นมันนับหนึ่งจากคณะอักษรนี่นา

 

          “ไหนๆ เออ ใช่จริงด้วย ผิวขาวเนียนกว่าผู้หญิงในสระอีกว่ะ อยากเม้มปากลงไปแรงๆ สักที

 

          “แกรู้ไหมว่าฉันแอบเป็นแฟนคลับนับหนึ่งแบบลับๆ ด้วยนะเว้ย!”

 

          “ฉันก็เป็น!”

 

          เสียงผู้ชายกลุ่มหนึ่งที่เล่นน้ำในสระทางฝั่งซ้ายพูดขึ้นมาตอนที่ผมค่อยๆ หย่อนตัวลงไปในสระ เฮอะ! พูดไปจะหาว่าหมั่นไส้ เพราะผมมีแฟนคลับเป็นของตัวเองด้วยนะ มีคนซื้อขนมมาวางไว้บนโต๊ะ มีคนเอาดอกกุหลาบสีแดงมาให้ในวันแห่งความรัก ช่างน่าเสียใจแทนผู้ชายเหล่านั้นเสียจริงๆ ที่น้ำใจจากพวกเขากลายเป็นเศษขยะตรงจุดรวมทิ้งที่หลังมหาลัย

 

          ผมรองน้ำใส่มือแล้วราดใส่หัวตัวเองช้าๆ เพื่อเช็คความฮอตปรอทแตกของตัวเองซึ่งได้ยินเสียงผิวปากของผู้ชายในสระดังมาเป็นลูกคู่ทันที แอบสงสารผู้หญิงจำนวนอีกไม่น้อยในสระนี้เลยนะที่ถูกผู้ชายมองข้ามแบบนั้นน่ะ ช่วยไม่ได้นี่นา ถ้าอยากให้คนอื่นสนใจก็ทำให้ได้เท่าผมก่อนสิ!

 

          “คนแบบนั้นมีอะไรดีวะ

 

          หืม...? บ้าน่า! เสียงคุ้นๆ จากทางผู้ชายอีกกลุ่มนี่มันหมายความว่ายังไงกัน!

 

          ใจเย็นๆ ไว้นับหนึ่ง เราอาจจะหูฝาดคิดไปเองก็ได้

 

          มีแต่แกคนเดียวนั่นแหละแทนภูมิที่มองว่านับหนึ่งไม่เร้าใจน่ะ

 

          “เหอะ! สู้เด็กคนล่าสุดของฉันแทบไม่ได้เลยล่ะ

 

          ใช่จริงๆ ด้วย ผมเหลือบหางตามองไปอีกทางจึงเห็นว่าเป็นแทนภูมิกับกลุ่มเพื่อนอีกห้าหกคนกำลังพิงขอบสระว่ายน้ำคุยกันอยู่

 

          นี่โลกเรามันบิดเบี้ยวเป็นรูปอะไรไปแล้วนะ! ผมพยายามหนีหน้าเขาแค่ไหนทำไมยังเจออยู่ได้!

 

          เฮอะ! แล้วไอ้ประโยคที่บอกว่าสู้เด็กคนล่าสุดของเขาไม่ได้นั่นมันหมายความว่ายังไง ผมคือนับหนึ่งแห่งคณะอักษรศาสตร์ผู้ปราบชายหนุ่มเจ้าชู้สุดหล่อหลายคนให้กลายเป็นลูกแมวมาแล้วนะ ดูถูกแบบนี้ยอมไม่ได้เด็ดขาด!

 

          มาดูกันว่าผมจะฮอตสู้เด็กคนล่าสุดของเขาได้ไหม!

 

          ผมรีบว่ายน้ำกลับไปยังขอบสระ ลืมไปเลยว่าตัวเองไม่มีเหตุผลอะไรต้องทำตัวให้แทนภูมิสนใจมากขนาดนี้หากไม่ใช่เพราะยังมีความหวังในตัวเขาอยู่

 

          พอว่ายมาจนถึงขอบสระแล้วผมก็ค่อยๆ ดันตัวเองให้ขึ้นมานั่งขอบสระแล้วแหงนหน้ามองฟ้าสู้แสงแดดยามเย็นที่พอสาดต้องตัวผมแล้วเป็นประกายระยิบระยับสะท้อนกับผืนน้ำ ผมมีความรู้สึกเหมือนผู้ชายหลายคนลมหายใจสะดุดไปกับท่าทางสบายแสนผ่อนคลายริมสระน้ำของผม แต่เปล่าหรอก...ผมยังฮอตได้เยอะกว่านี้ ไม่เชื่อค่อยดูสิ!

 

          ผมค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นนั่งยองๆ แล้วเลื่อนมือไปปลดเชือกกางเกงว่ายน้ำตัวน้อยเพื่อคลายความคับแน่นลงก่อนจะย้ายมือไปทางสะโพกด้านขวาฝั่งที่มีพวกแทนภูมิจ้องมาอย่างตะลึงแล้วดึงกางเกงลงช้าๆ โชว์ความขาวเนียนของบั้นท้ายสุดเริ่ดของตัวเอง ผมมั่นใจก็แล้วกันว่าฉากเมื่อกี้นี่จะพรากสติของผู้ชายในสระนี้ได้มากแค่ไหนก่อนจะรีบดึงกลับมาที่เดิมอย่างรวดเร็วและกระโดดลงสระว่ายน้ำตรงไปข้างหน้าทันที แต่หูยังได้ยินเสียงชื่นชมจากผู้ชายดังมาเป็นระลอก...

 

          สะใจจริงๆ นายเห็นหรือยังล่ะแทนภูมิ...ว่าฉันร้อนแรงมากแค่ไหน!

 

          “สุดยอดเลยว่ะ ได้สักครั้งจะตั้งใจเรียนเลย

 

          “โคตรขาวเลยแม่ง อย่างอื่นจะขาวขนาดไหนวะ

 

          “แทนภูมิ แกเห็นไหม ว่านับหนึ่งร้อนแรงขนาดไหน ถ้าฉันได้เป็นแฟนนะจะไม่ยอมปล่อยตัวออกมาให้ใครเห็นเลย คอยดูสิ!”

 

          “ก็เท่านั้นแหละ ไม่เห็นจะน่าสนใจเลย ปกติ

 

          ผมกระตุกยิ้มขณะว่ายน้ำไปเรื่อยๆ โดยไม่สนใจคำพูดของแทนภูมิ ถ้าผมไม่ร้อนแรงจริงๆ ก็น่าจะปฏิเสธตั้งแต่ผมเลื่อนกางเกงลงแล้วล่ะ ไม่ตั้งใจอยู่ดูจนจบหรอก

 

          ยอมรับมาเถอะว่านายก็ตะลึงเหมือนกัน!

 

          ตามปกติสระว่ายน้ำของมหาลัยจะปิดตอนสองทุ่ม แต่ตอนนี้ทุ่มนิดๆ ก็ไม่มีคนอยู่ในสระแล้ว เหลือแต่ผมคนเดียวที่กำลังเดินกลับเข้าไปในห้องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เงียบมากจริงๆ นะ ดีที่ตามทางเปิดไฟนีออนไว้ ไม่อย่างนั้นผมคงคิดว่าตัวเองเดินอยู่ในบ้านผีสิงแหงเลย

 

          พอมาถึงตู้ล็อกเกอร์ผมก็หยิบผ้าเช็ดตัวออกมาเช็ดหัว เช็ดตัวที่เปื้อนหยดน้ำก่อนจะรื้อกระเป๋าเตรียมแชมพู โฟมล้างหน้า ครีมอาบน้ำเตรียมไปอาบน้ำในห้องที่อยู่ด้านใน

 

          กึก!

 

          ไอร้อนลามไปทั่วแผ่นหลังที่เปลือยเปล่าของผมก่อนที่จะสัมผัสได้ถึงเนื้อหนังของมนุษย์ ผมตัวกระตุกทันที หรือว่านี่จะเป็นคนร้ายที่รอปล้นนักศึกษาที่มาว่ายน้ำและกลับดึกๆ กัน

 

          คุณเป็นใครผมเอ่ยถามออกไปอย่างระมัดระวังเพราะไม่รู้ว่าฝ่ายตรงข้ามมีอาวุธอะไรมาด้วยไหม

 

          ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอผมจนขนลุกซู่ไปหมด ยิ่งผมใส่กางเกงว่ายน้ำตัวเดียวแบบนี้ยิ่งอันตราย เกิดเขาอยากทำร้ายผม มันคงเป็นอะไรที่ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก

 

          พูดซะสุภาพเชียว นายนี่ใจร้ายชะมัดที่ลืมสัมผัสของฉันน่ะ ทั้งที่อาทิตย์ก่อนเรายังจูบกันอยู่เลย

 

          เสียงนี้มัน...แทนภูมินี่นา!

 

          ผมตกใจจนแทบสิ้นสติลงไปนอนกองกับพื้นแบบนั้นแล้วรีบหันขวับกลับมามองเขาทันที เท่ากับเปิดโอกาสให้เขายกแขนสองข้างมายันตู้ล็อกเกอร์ด้านหลังไว้ไม่ให้ผมหนีไปไหนได้อีก ผมเกลียดสถาณการณ์แบบนี้จัง!

 

          สถาณการณ์ที่ผมต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจเขาโดยที่ไม่สามารต่อกรอะไรได้เลย!

 

          “นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน

 

          ผมถามออกไปอย่างงุนงงเพราะจำได้ว่าแทนภูมิกับเพื่อนขึ้นจากสระก่อนผมประมาณครึ่งชั่วโมงได้ (อย่าถามว่าทำไมจำแม่นนัก เพราะผมแอบมองเขาอยู่น่ะสิ! แต่ไม่ได้มองด้วยความหลงใหลนะ มองว่าเมื่อไหร่จะออกไปสักทีต่างหาก!) แล้วทำไมตอนนี้เขาถึงได้มาอยู่ที่นี่...แถมยังในสภาพกางเกงว่ายน้ำตัวเดียวแบบผมอีก! ตอนนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเสี่ยงต่อการพลาดพลั้งมากเหลือเกิน!

 

          แทนภูมิกระตุกยิ้มบางๆ ยกมือขึ้นมาไล้ริมฝีปากอวบอิ่มของผมที่เขาเคยเก็บเกี่ยวความหอมหวานไปไม่รู้ต่อกี่ครั้งแล้ว อย่าคิดว่าฉันรอเพื่อเจอนายนะ มันไม่มีทางเป็นแบบนั้นแน่

 

          โอ้ย! ถ้าไม่ได้มารอก็ปล่อยผมออกไปจากสภาพสุดหวาดเสียวแบบนี้สักทีสิ ไม่งั้นเป็นใครก็อดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้หรอกว่าแทนภูมิแอบรอเพื่อนัดเจอผมหลังคนอื่นกลับไปหมดแล้วแบบนี้ (คิดเข้าตัวเองสุดๆ)

 

          ถ้านายไม่ได้มารอฉันก็ปล่อยสักทีสิ! อ้อ! หรือว่าจริงๆ แล้วนายจะหลงใหลในความร้อนแรงของฉันเข้าอีกคนแล้วล่ะ ไหนว่าสู้เด็กใหม่นายไม่ได้ไง เหอะๆ

 

          แทนภูมิกัดฟันกรอดพูดเสียงลอดไรฟัน สงสัยนายจะจำบทลงโทษของคนปากดีไม่ได้อย่างนั้นสินะ

 

          ผมสบตาเขาอย่างท้าทาย ไม่เกรงกลัวคำพูดเชิงขู่เข็ญของเขาเลยแม้แต่นิด

 

          ในเมื่อนายภูมิใจกับการบังคับขืนใจคนอื่น ฉันคงไม่มีอะไรจะพูด จูบได้ก็จูบไปสิ...แต่จำไว้นะ ว่าฉันไม่มีทางรู้สึกดีกับนายเหมือนเดิมแน่ๆ! เพราะฉัน-เกลียด-นาย!”

 

          “คำก็เกลียดสองคำก็เกลียด แต่ก็เคยเป็นเมียของคนเลวอย่างฉันมาก่อนนี่นา!”

 

          ผมเม้มริมฝีปากด้วยความขัดใจเมื่อสิ่งที่เขาพูดออกมาเป็นความจริง นั่นมันอดีต ฉันจะถือว่ามอบร่างกายให้ผู้ชายมักมาก ตายอดตายอยากอย่างนายก็แล้วกันนะ ทำบุญ!”

 

          ขวับ!

 

          ชั่ววินาทีหลังจากที่ผมพูดประโยคนั้นจบแทนภูมิก็ยกมือมาบีบกรามผมไว้แน่นจนผมรู้สึกระบมไปทั้งหน้า ถึงจะเจ็บมากแค่ไหนผมก็ไม่มีวันร้องแสดงความเจ็บปวดออกมาให้เขารู้แน่ๆ!

 

          “หยุดปากดีซะ เพราะคนอย่างนายก็แค่มนุษย์หน้าโง่ที่เป็นหมากในเกมให้คนอื่นแก้แค้นเท่านั้น

 

          “คนอย่างนายก็มีดีแค่หลอกคนอื่นไปวันๆ เพื่อความสุขจอมปลอมที่ไม่มีวันยั่งยืน แล้วนายจะเสียใจที่ทำแบบนี้!”

 

          แทนภูมิแสยะยิ้มร้ายก่อนกระชากตัวผมเข้าไปจนชิดอกมากขึ้นจนไม่เหลือช่องว่างให้อากาศวิ่งผ่านแล้วจับหน้าผมให้เงยขึ้นสบกับเขาอย่างแรง

 

          งั้นลองมารื้อฟื้นกันใหม่ไหมล่ะ ว่าลีลาของคนเลวที่นายประณามอยู่เนี่ยมันถึงใจแค่ไหน!”

 

          “อย่านะ...อื้อ!”

 

          อีกแล้ว...เข้าอีหรอบเดิมอีกแล้วสินะ แทนภูมิกดหน้าผมไว้แล้วจูบผมอย่างรุนแรง มันไม่มีร่องรอยของความรักเลย เต็มไปด้วยความดิบเถื่อน อยากเอาชนะ อยากครอบครองโดยที่ผมไม่เต็มใจ

 

          ผมกรีดนิ้วไปตามแผ่นอกและไหล่ที่เปลือยเปล่าของเขาหวังให้แทนภูมิเจ็บและปล่อยผมเสียที แต่นั่นเหมือนจะเป็นการกระตุ้นอารมณ์เขาสินะ เพราะเขารวบตัวผมเข้าหาอกเขาแน่นขึ้นจนผมแทบจะหายใจไม่ออกแถมยังขบเม้มปากล่างผมเบาๆ

 

          อื้อ...

 

          ความเจ็บที่ปลายปากทำให้ผมหลุดครางออกมาเบาๆ แทนภูมิใช้โอกาสนี้สอดลิ้นร้อนเข้ามาควานหาความหวานในปากผมทันที

 

          ผมรู้สึกตัวเองกำลังล่องลอยไปบนความดิบเถื่อนที่เขามอบให้ ขาไม่มีแรงจะยืนอยู่แล้วด้วยซ้ำจนเขาต้องรวบไว้

 

          อ่อนระทวยเลยนะแค่จูบเอง...ในเมื่อไม่เคยต่อต้านฉันได้ก็หยุดปากดีเหอะ!”

 

          แทนภูมิถอนปากออกมาจ้องหน้าผมตรงๆ และพูดด้วยประโยคสุดร้ายกาจนั่น

 

          ตอนนี้ผมไม่สามารถต่อต้านเขาได้เลย รู้สึกเหมือนคนวิ่งมาสักยี่สิบกิโล ใบหน้าร้อนเห่อตาลายต้องการยาลดไข้อย่างด่วนจนผมต้องเอื้อมมือไปเกาะแขนเขาเอาไว้เพื่อทรงตัว แต่นี่มันคงยังไม่สาแก่ใจแทนภูมิสินะ เขาเลื่อนหน้ามากระซิบข้างหูผมด้วยน้ำเสียงกระเส่าแบบที่ปลุกอารมณ์ทางเพศผมได้อย่างดีทีเดียว!

 

          “ยังหรอก...ฉันยังไม่ให้มันจบง่ายๆ แค่นี้แน่

 

          “นะ...นาย...หมายความว่ายังไง

 

          เขาไม่ตอบคำถามผมแต่รวบตัวผมขึ้นในอ้อมแขนพาเดินไปยังห้องน้ำด้านในที่ว่างเปล่าไร้ผู้คนทันทีและใส่กลอนเอาไว้

 

          ผมรู้สึกว่าตัวเองช่างโง่เขลาเหลือเกินที่ขึ้นจากสระเป็นคนสุดท้ายแบบนี้ นี่เท่ากับว่าเขาจะทำอะไรผมก็ไม่มีใครเข้ามารับรู้ได้แล้วอย่างนั้นสินะ! ยิ่งหงุดหงิดกว่าเดิมเมื่อร่างกายผมมันไม่เชื่อฟังคำสั่งเลย ปล่อยให้เขาอุ้มโทงๆ เข้าไปในห้องอาบน้ำแล้วลงกลอนเฉยเลย!

 

          ตึก!

 

          แทนภูมิดันร่างผมไปติดกำแพงก่อนจะจูบซับไปตามหัวไหล่มนของผมอย่างหื่นกระหาย ผมพยายามกัดริมฝีปากตัวเองเพื่อไม่ให้ส่งเสียงร้องครางออกมาแม้ว่ามันจะทำได้ยากเหลือเกิน โกรธที่จนถึงตอนนี้...สถาณการณ์กำลังจะเกินเลยผมก็ยังไม่สามารถต่อต้านเขาได้ ทั้งที่ปากบอกเองแท้ๆ ว่าเกลียดเขา แต่ไม่สามารถต่อต้านสัมผัสเหล่านี้ได้เลย

 

          ที่ผ่านมาผมพยายามลืมเขา...ระงับความเจ็บปวดตัวเองเพื่ออะไรกันล่ะ

 

          ได้โปรดหยุดเถอะ...ก่อนที่ผมจะหยุดตัวเองไม่ได้

 

          แทนภูมิเงยหน้ามาประคองใบหน้าผมไว้แล้วจูบซับที่เปลือกตา นายแน่ใจเหรอว่าอยากให้ฉันหยุดในเมื่อร่างกายนายตอบสนองฉันมากขนาดนี้เขาพูดแล้วเลื่อนมือลงไปลูบไล้หน้าท้องแบนเรียบของผมอย่างหยอกล้อ

 

          อา...

 

          ผมครางออกมาเบาๆ เมื่อสัมผัสนั้นทำให้หัวสมองผมขาวโพลน เรียกร้องอยากให้เขาทำมากกว่านี้ ความเสียวซ่านที่เขามอบให้กำลังจะทำลายสติอันน้อยนิดของผม

 

          ถึงตอนนี้ยังอยากให้ฉันหยุดอยู่ไหมผมจับกระแสเสียงเขาได้ว่าสมเพชผมขนาดไหน เกลียดตัวเอง...ที่ถึงตอนนี้ก็ยังไม่สามารถเรียกสติตัวเองกลับมาได้

 

          ได้โปรด...หยุดที

 

          “อะไรนะ ฉันไม่ได้ยิน บอกให้ทำต่ออย่างนั้นเหรอแทนภูมิพลิกตัวผมให้หันหลังชนแผ่นอกเขาแล้วค่อยๆ สวมกอดผมอย่างอ่อนโยน...ที่มีความต้องการบางอย่างแฝงอยู่

 

          ได้โปรดเถอะ...ไม่ไหวแล้ว ผมกำลัง...แพ้ให้เขาอีกครั้ง

 

          ได้ ฉันจะสนองความต้องการของนายเอง

 

        

 -100%-










SQWEEZ  

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14 ความคิดเห็น

  1. #5 prince's vampire (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2557 / 12:05
    อยากซื้อมาอ่านเร็วๆเเล้วสิ รอค่ะ!
    #5
    0
  2. #4 gwynplaine (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2557 / 11:59
    น้ำหนึ่ง ร้อนแรงได้ใจจริงๆเลย
    #4
    0