#คุณปาร์คใหญ่ (chanbaek)

ตอนที่ 2 : 2 二 | ความจำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 211
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    29 ต.ค. 63

- KHUN PARK YAI -

 

 

 

คุณสมบัติของเวลา

เดินไปข้างหน้าไม่ย้อนกลับ

 

 

 

6:35:14 A.M.

 

นาฬิกาดิจิตอลติดผนังคือสิ่งแรกที่ตื่นมาแล้วดวงตาผมจะจ้องมอง ผมซื้อมันติดไว้ทุกที่ในบ้าน ที่ทำงาน ห้องน้ำก็ด้วย พวกมันขยันทำงาน ไม่เคยละเลยกับหน้าที่

 

ผมขอบคุณทุกครั้งที่ได้เห็นมันบอกเวลาในปัจจุบัน ว่าผมไม่ได้พลาดนัดสำคัญหรือว่าไปสาย

 

หากว่าผมไม่ชอบคนแบบไหนก็จะพยายามไม่เป็นคนแบบนั้น การที่ผมไม่ชอบคนที่ไม่ตรงต่อเวลา ก็เลยเป็นฝ่ายที่ต้องไปรอตลอด...

 

อย่างเช่นล่าสุดเมื่อวานนี้ เค้าคือคนที่ตอนนี้ยังคงนอนหลับสบายอยู่ ตัวการที่ทำให้ผมต้องรอ ขีดเส้นใต้และดอกจันทร์เอาไว้สามดอกเลยว่า

 

ป๋ายเซียนไม่เคยมาตามนัดตรงเวลาได้

 

ให้พูดก็พูดเถอะมันกลายเป็นนิสัยที่แก้ไม่หายไปแล้ว เวลานัดกันเค้าจะบอกให้อีกฝ่ายรีบมาไว ๆ เพราะตัวเองไม่ชอบรอใครแม้แต่หนึ่งนาที

 

 

 

‘ห้ามประชุมเลิกเลทนะ...’

 

‘ปาร์คใหญ่ต้องรีบออกมา เดี๋ยวรถติด...’

 

‘รอเค้าที่ร้านกาแฟไงคนไม่เยอะ...’

 

 

 

ผมเชื่อใจและให้โอกาสป๋ายเซียนทุกครั้ง แต่ข้ออ้างสารพัดจะถูกหยิบยกขึ้นมาแก้ตัวว่า

 

ทำไมถึงมาสาย…

 

 

 

‘ฝนตกตอนจะแลนด์ดิ้งก็เลยดีเลย์...’

 

‘กว่าจะร่ำลากันได้...’

 

‘ปาร์คใหญ่คิดดู เค้าต้องกอดทุกคน...’

 

 

 

ผมแปลกใจว่าป๋ายเซียนสัมภาษณ์งานยังไงให้ผ่าน คนที่เคยต้องตกเครื่องเพราะมัวแต่กินข้าวมันไก่

 

ตอนนั้นจำได้ประมาณว่า เราไปสิงคโปรด้วยกัน น่าจะเป็นการหนีไปต่างประเทศเองครั้งแรกแบบที่ไม่ได้บอกใคร ป๋ายเซียนวางแผนดิบดีกับการแอบไปดูคอนเสิร์ตของศิลปินชื่อดัง

 

ถึงจะไม่เคยเห็นด้วยกับการต้องโกหก แต่ไม่ว่าจะกี่ครั้ง ผมก็ต้องตกเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดเพียงคนเดียว

 

วันนั้นแลกกับการได้เจอกับศิลปินที่ชอบ เราต้องนอนที่สนามบินหลายชั่วโมงกว่าจะได้กลับบ้านในไฟลท์ถัดไป จำไม่ได้ว่าป๋ายเซียนบอกที่บ้านว่าหายไปไหนมาสองวัน มันคงไม่พ้นชื่อของผมที่ถูกหยิบยกไปอ้างอีกครั้ง

 

‘ลูกอยู่กับปาร์คใหญ่’ หรือไม่ก็

 

‘ไปทำรายงานมา’

 

ป๋ายเซียนคนเดียวกันกับที่ชอบทำเรื่องวุ่นวายตอนมัธยม สุดท้ายก็กลับกลายเป็นหัวหน้าพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินไปได้ อีกสิ่งที่ผมสงสัยแต่ไม่เคยถาม

 

ป๋ายเซียนไปทำงานทันบ้างไหม 5 ปีที่ผ่านมา...

 

 

 

 

วันที่สองของการกลับมาอยู่ด้วยกัน ในหัวของผมมันไม่พ้นการคิดถึงเรื่องเก่า ๆ แบบพวกคนแก่

 

มันเป็นหกโมงเช้าวันเสาร์ที่ผมตื่นขึ้นมาก่อนที่นาฬิกาปลุกจะดัง ถึงจะไม่อยากยอมรับความจริงที่ว่าร่างกายเปลี่ยนไปแค่ไหน ผมที่พึ่งจะอายุ 32 ชอบตื่นนอนก่อนเวลา

 

จะว่า ‘แก่’ มันก็นะ...

 

เค้าเรียกว่าคนที่พึ่งผ่านพ้นช่วงวัยรุ่นมาเป็นวัยทำงานอย่างเต็มตัวต่างหาก

 

 

 

ในเมื่อร่างกายมันบังคับไม่ค่อยจะได้ หลังจากที่ผมตื่นขึ้นมาแล้วทันทีตาก็สว่าง บุหรี่มวนแรกของวันจะถูกจุดเพื่อดูดในห้องน้ำ หลังจากนั้นผมก็จะอาบน้ำล้างหน้าล้างตา ผมจะไม่เสียเวลากับมันนานมากนัก แค่ 5 นาทีก็เรียบร้อย

 

ผมจะใช้เวลาเพื่อสะสางเรื่องงานที่คั่งค้างตั้งแต่อยู่ที่คอนโด หากไม่มีประชุมก็จะไม่รีบร้อนออกไปที่ทำงาน หลีกเลี่ยงการพบเจอกับรถติด

 

มันไม่เว้นแม้แต่ในวันหยุด กิจวัตรของผมก็จะประมาณนี้ ผมไม่กินข้าวเช้าจะกินมื้อแรกก็ตอนกลางวันที่แม่บ้านที่ทำงานจะเตรียมไว้ให้ และผมก็จะง่วงทันทีจนต้องพึ่งพากับกาแฟ

 

กาแฟร้อนแก้วที่หนึ่งจะถูกยกมาเสิร์ฟให้ตอนบ่ายโมงตรง แก้วที่สอง แก้วที่สาม แล้วแต่ผมจะร้องขอว่าเมื่อไหร่ แต่จะไม่มีใครบริการให้ในวันเสาร์ อาทิตย์ ก็เลยจะไม่ค่อยได้กินอะไรมากนัก

 

 

 

ตามคอนเซ็ปต์ Work From Anywhere ของบริษัท พนักงานของผมจะต้องสามารถทำงานได้ทุกที่ ขอแค่มีแล็ปท็อปหรือไอแพดสักเครื่องก็พอ

 

ถึงผมจะคลั่งไคล้ในความสามารถของเทคโนโลยีในปัจจุบันมากแค่ไหน มันช่วยทุ่นแรง สร้างเงิน ผลกำไร

 

เทคโนโลยียังผูกมัดผมกับงาน จนแยกออกจากกันไม่ได้อีกด้วย...

 

จะพูดว่าผมเป็นคนบ้างานคนนึงก็ยังได้ ในเมื่อทุก ๆ วัน ผมจะเป็นคนสุดท้ายที่กลับออกจากที่ทำงาน หากไม่นับพนักงานที่ทำงานในกะดึกอะนะ

 

เป็นลูกชายเจ้าของโรงงานที่ทำงานหนักเหมือนไปติดหนี้ใครเค้าไว้สักคน...

 

 

 

 

ได้เงยหน้ามองนาฬิกาอีกทีก็เกือบแปดโมงเช้าแล้ว ผมยังคงนั่งนิ่งบนเตียงนอนไม่ขยับไปไหน อ่านสรุปรายงานการขอปรับขึ้นเงินเดือนประจำปีของแต่ละฝ่ายจากไอแพด รายชื่อพนักงานพร้อมกับเงินเดือนใหม่ถูกนำเสนอขึ้นมา และมันทำให้ผมปวดหัวที่สุดกับการขอปรับขึ้นเงินเดือนถึง 20% จากน้องชายคนเดียวของบ้านที่ทำงานร่วมกัน

 

เมื่อรู้ตัวว่าผมเริ่มจมกับความเครียดมากเกินไปจนเริ่มหายใจไม่ออก…

 

คงต้องหาอะไรทำสักอย่างเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเองออกจากงาน

 

 

 

ติ๊ด!

 

 

 

“ปาร์คใหญ่ เปิดทีวีเสียงดัง เค้านอนไม่หลับ” ผู้อาศัยเพียงคนเดียวโวยวายทันที หลังจากที่ผมเปิดฟังข่าวในทีวีเพื่อคลายเครียดได้ไม่นาน

 

จะว่าลืมตัวมันก็ใช่ เสียงมันดังและตอนนี้ผมไม่ได้อยู่คนเดียว

 

ป๋ายเซียนคือคนที่มีบ้านแต่ไม่ยอมกลับไป เค้าเป็นผู้อาศัยที่มีนิสัยแบบว่า…

 

 

 

เรื่องมากที่สุด

 

 

 

“เป็นผู้อาศัย ไม่ใช่หรอ?”

 

“หึ เค้าจะยึดห้องคืน”

 

“ตลก คิดว่าเล่นขายของอยู่รึไง”

 

“เค้าง่วง ไม่มีแรงจะเถียง…”

 

“เดี๋ยวเบาเสียงให้ นอนไป”

 

 

 

เรื่องของที่อยู่อาศัยที่ผมไม่เคยเล่าให้ใครฟัง ป๊าซื้อคอนโดใกล้โรงเรียนให้ตอนมัธยม เพื่อที่ผมจะได้ไม่ไปโรงเรียนสาย หลังจากนั้นน้องชายผมมายึดมันไปตอนที่ผมไปเรียนต่อปริญญาโทที่อเมริกา พอผมเรียนจบกลับบ้านมาก็กลับกลายเป็นคนไม่มีที่อยู่...

 

และถ้ามันมีคนเสนอคอนโดใจกลางเมืองสักห้องให้คุณไปอยู่ด้วยกัน หนึ่งในคอนโดหรูที่ป๋ายเซียนซื้อไว้ปล่อยเช่าหรือขายเกร็งกำไร หนึ่งห้องนอน มีห้องครัว ห้องรับแขก 

 

ในตอนนั้นเค้าเสนอสัญญาใจเพื่อซื้อขาย

 

ไม่กี่ปีหลังจากที่เรียนจบ ผมซื้อคอนโดทำเลดีที่อาศัยอยู่ทุกวันมาแค่ในราคา 10 ล้านก็เท่านั้น

 

ถึงจะพูดได้เต็มปากว่าเป็นเจ้าของห้อง แต่เจ้าของห้องคนเก่ายังคงแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนกันเสมอ

 

ในฐานะเพื่อนสนิทที่มีที่อยู่หลายที่ในโลก เค้าจะเป็นฝ่ายที่โทรมาหาบ้างเวลาที่ ‘เหงา’ ป๋ายเซียนจะรายงานตัวว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน ผมเห็นหน้าของคนที่ชอบบ่นว่าทำงานหนักผ่านทาง Vdo call

 

เมืองจีนเป็นหลัก บ้านแฟนเก่าเค้าที่อยู่ฮ่องกง เอเชียบ้าง ยุโรปบ้าง ไกลหน่อยก็โซนอเมริกา ที่อยู่จะเปลี่ยนไปตามสถานที่ที่ไปทำงาน ไม่คงตัว

 

“นอนไม่หลับแล้วอะ”

 

“งั้นก็ไปล้างหน้าแปรงฟันไป”

 

ผมใช้ปลายเท้าดันตัวเค้าออกจากเตียงอย่างสุภาพเพื่อไล่ให้ไปแปรงฟัน ไม่อย่างงั้นป๋ายเซียนจะลีลาเล่นโทรศัพท์ต่อไปจนสาย

 

“อือ ปาร์คใหญ่ ทำไมตื่นเช้าจัง” เสียงอู้อี้ของคนที่ยืนพิงผนังห้องน้ำเพื่อแปรงฟันอยู่ดังขึ้น...

 

“ทำงาน”

 

เค้าคือป๋ายเซียนคนเดิม ที่ไม่ชอบปิดประตูเวลาใช้ห้องน้ำ ผมได้ลัทธิการใช้แปรงสีฟันไฟฟ้ามาจากเค้า ป๋ายเซียนขี้เกียจได้แม้กระทั่งการแปรงฟันอะแหละ

 

แต่เค้าอ้างว่ามันคือการทุ่นแรง...

 

“ขยันขนาดนี้ เอาเวลาไหนไปใช้ตังค์”

 

“…” นั่นสินะ

 

“เครียดเกินไปแล้วนะ เดี๋ยวก็แก่ก่อนวัยหรอก”

 

ผมอาจจะแสดงออกมันไปทางสีหน้า ก็ปิดมันไม่เคยมิดเลยนะ ก็คงต้องเลยตามเลย และมันจะไม่พ้นการต้องถูกสอบสวน

 

“ไม่ได้อยากจะเครียด แต่บางเรื่องมันก็นะ”

 

“เล่ามาเลย เครียดเรื่องอะไร”

 

“ก็บอกว่าไม่ได้เครียดไง”

 

“…” ป๋ายเซียนหรี่ตามองกลับมาแบบคนที่จับผิด เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เดินหายไปในห้องน้ำ

 

“เฮ้อ... เรื่องเงินเดือนของลูกน้องปาร์คเล็กที่เราเห็นว่าไม่สมควร” ผมต้องพูดเสียงดังขึ้นเพื่อให้เค้าได้ยิน

 

“อ่า ทะเลาะกับน้องชายอีกแล้ว…” เสียงเจื้อยแจ้วแต่เช้าเงียบไป คงกำลังล้างหน้า ต้องใช้น้ำเปล่าด้วยนะ

 

เพราะเค้าแพ้น้ำประปาทุกที่ที่ไป...

 

“เราไม่ใช่พี่ป๋าย ที่จะได้ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้ก็เป็นไม้ พูดอะไรน้องก็ฟัง”

 

ผมประชดประชันด้วยความหมั่นไส้ น้องชายผมรักและเชื่อฟังป๋ายเซียนเหมือนเป็นพี่อีกคน

 

ปาร์คเล็กที่อาจจะลืมไปแล้วว่าใครคือพี่ชายตัวจริงกันแน่

 

“โต ๆ กันแล้ว... สิ่งที่นายต้องทำก็แค่เชื่อใจน้องนะ เรื่องเงินเดือนหน่ะ เค้าว่าปาร์คเล็กคงคิดมาดีแล้วแหละก่อนที่จะเสนอมา”

 

“เข้าใจแหละ มันพูดยากนะ ทีมปาร์คเล็กเบิกเงินเดือนไม่รวมโอที ปาไปครึ่งล้านได้ ที่เราต้องจ่ายในทุก ๆ เดือน ให้เทียบกับทีมอื่นมันเทียบกันไม่ได้เลย”

 

“ถ้ายังอยากให้น้องช่วยงานอยู่ก็ต้องยืดหยุ่นนะ นายก็รู้ว่าปาร์คเล็กพร้อมจะออกไปตลอดเวลา ถึงตอนนั้นจะรั้งเค้าไว้ได้ไหม แลกกับการต้องจ่ายเงินเดือนพนักงานแพงหน่อย คิดซะว่าซื้อตัวน้องให้ทำงานอยู่ด้วยกัน”

 

“...”

 

“นายก็น่าจะรู้นิสัยปาร์คเล็กดีนี่หน่า...”

 

“ก็ดื้อเพราะมีแต่คนให้ท้ายแบบนี้ไง”

 

“ใครหรอไม่ยักรู้” น้องชายผมเสียนิสัยเพราะใครไม่ต้องถาม เมื่อไหร่ที่ผมดุ ป๋ายเซียนก็คือคนที่ให้ท้าย ผมยอมรับว่าป๋ายเซียนเก่งเรื่องซื้อใจใครสักคน

 

“ไม่แปลกใจทำไมป๋าถึงได้อยากให้ลูกชายกลับไปช่วยงาน เมื่อไหร่หล่ะ?”

 

“รู้หน่า ไม่ต้องรีบไล่ ขอเป็นคนว่างงานบ้างไม่ได้เลยรึไง”

 

“แน่นอนว่านายไม่ทำงาน ก็ยังสบายไปทั้งชีวิตแหละ”

 

 

 

น่าอิจฉาไหม ชีวิตของป๋ายเซียน เค้าคือคนที่ไม่ต้องทำงานก็ยังได้ เงินทองมากมายจากสมบัติที่ในอนาคตยังไงก็ต้องตกเป็นของตัวเอง

 

ให้เล่าสั้น ๆ ป๋ายเซียนเป็นลูกของเจ้าสัวใหญ่ในประเทศไทย คนที่เค้าเรียกว่า ‘ป๊า’ คนที่ผมไม่ชอบหน้าเท่าไหร่

 

แต่เค้าก็คือพ่อของเพื่อน และก็ยังเป็นเพื่อนของพ่ออีก ไม่หมดแค่นั้นเค้ายังเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่โรงงานของผม...

 

ชีวิตของป๋ายเซียนที่วนเวียนวุ่นวายอยู่ในหัว ธุรกิจก็เป็นอีกเรื่องที่ผูกความสัมพันธ์ของเราไว้ไม่ให้ขาด ไม่อย่างงั้นผมคงไม่ได้เจอหน้าป๋ายเซียนอีกพักใหญ่

 

เค้ากลับมาเพื่อย้ำเตือนว่าเวลาที่ผ่านไป

 

ไม่ได้มีเรื่องไหนที่ผมลืมมันได้เลย

 

 

 

“เค้าได้พัก กลับมาอยู่แบบนี้ก็ดีแล้วไม่ใช่หรอ นายบอกเองว่าไม่ชอบให้ไปบินไม่ใช่ไง?”

 

“เอาที่สบายใจเลยครับคุณหนู”

 

“ดีมากที่เข้าใจ สั่งข้าวให้หน่อยสิหิว”

 

“หน้าที่เรา?”

 

“ปาร์คใหญ่อย่าลีลา”

 

“จะกินอะไรหล่ะ”

 

“อะไรก็ได้”

 

“อะไรก็ได้ไม่มีขาย!”

 

“เอ่อ…” ป๋ายเซียนเงียบไปใช้เวลากับความคิด ก็แค่ข้าวเช้าผมคิดว่ากิน ๆ อะไรไปก็ได้ “เค้าอยากกินราเมนอะ เอาแบบแยกน้ำนะ ไม่เผ็ด ขอร้านเด็ด ๆ เลยนะ ถ้าไม่อร่อยเหมือนไปกินที่ญี่ปุ่นไม่เอา”

 

“…”

 

“อ่อ เกี๋ยวซ่าด้วยก็ดี”

 

“เรื่องมาก... กินบะหมี่เย็นไปก็พอ” ผมอยากจะโยนโทรศัพท์ไปให้ป๋ายเซียนเลือกมันเอาซะเองจะได้ถูกใจ รู้ไหมหลังจากที่เลือกมื้อเช้าได้ ก็สบายใจไปนอนเล่น

 

เอ่อนั่นมัน ไอแพดที่ผมทำงานค้างไว้...

 

เค้าเป็นตัวอย่างที่ทำให้ผมเห็นว่า คนว่างงานนี่สบายจริง ๆ

 

ผมอยากจะลาออกมาบ้างถ้าไม่ติดอยู่ที่ว่าคำว่า ‘ความรับผิดชอบ’ มันค้ำคอ และมันก็คงตลกดีนะ ถ้าจะเขียนใบลาออกเอง แล้วอนุมัติให้ตัวเอง

 

 

 

 

คุณสมบัติของความทรงจำ

หมุนวนย้อนกลับไม่จางหาย

 

 

 

 

#คุณปาร์คใหญ่

 

เอนจอยรีดดิ้งค่ะ

twitter: @jnjnn88

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

22 ความคิดเห็น

  1. #22 fang_khaw (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2563 / 06:32
    บ่นๆๆๆๆ แต่ยอมทุกอย่างเลยน้า คุณปาร์คใหญ่
    #22
    0
  2. #21 chanbell (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 00:16
    เพื่อนไม่จริงมากกกกกก
    #21
    0
  3. #20 averyamppkim (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 23:58
    บ่นแต่ก็ยอม
    #20
    0
  4. #19 JutamasCB (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 20:29
    มันจะยังไงน้าคู่นี้
    #19
    0
  5. #18 SAIHUN (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 13:40

    มาต่อไวๆน่ะ ✌️✌️

    #18
    0
  6. #17 pim4hun (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 12:24
    น้องป๋ายกับปาร์คใหญ่น่ารักมากๆ อยากบีบทั้งคู่เลยแง
    #17
    0
  7. #16 s_pcy11 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 10:18
    น้องรู้แหละว่าปาร์คใหญ่ตามใจ
    #16
    0
  8. #15 duanpen-12 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 01:15
    ปาร์คใหญ่ต้องใจเย็นกับน้องนะ555 น่ารักดีจังไรท์เตอร์เหมือนไปอยู่ในเรื่องเลยอะ รอตอนต่อไปนะคะ
    #15
    0