[NCT] {YUWIN} ชิดในเด้อ

ตอนที่ 8 : ผมชอบพี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,543
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 100 ครั้ง
    27 มิ.ย. 61



          ตามตารางเวลาที่วินวินส่งมาให้ผมในช่องแชทของอินสตราแกรมเมื่อวาน เวลานี้รถเมล์ของอาป๊าวินวินน่าจะมาถึงได้แล้ว ผมยืนอยู่บนฟุตบาทหน้าป้ายรถเมล์ พยายามมองหารถเมล์สีขาว น้ำเงิน



          ผมยืนอยู่อย่างนี้เกือบจะสิบนาทีได้ ก่อนจะตัดใจไปนั่งรอที่ป้ายรถเมล์แทน วันนี้มีคนเพียงคนสองคนเท่านั้นที่กำลังรอรถเป็นเพื่อนผม



          ผมตัดสินใจนำโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเล่นฆ่าเวลา

 


          จนแล้วจนเล่า ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงตั้งแต่ผมมาถึงที่นี่ เหล่าคนที่รอรถอยู่เป็นเพื่อนผมก็จากผมไปทีละคน ปล่อยให้เหลือเพียงผมที่รอคอยนั่งเฝ้าป้ายรถเมล์นี้



          ผมเก็บโทรศัพท์ก่อนจะพยายามชะเง้อหารถเมล์คันที่คุ้นเคยอีกครั้ง



          ผมถอนหายใจ สงสัยรถคันที่ผมรออยู่จะเพิ่งผ่านป้ายนี้ไปก่อนที่ผมจะมาถึงเพียงไม่กี่นาที



          เพราะเริ่มรู้สึกถอดใจ จึงก้มหน้ามองเท้าตัวเองอย่างเบื่อหน่าย 

 




          ‘ปี๊บบบบ!’





          เสียงแตรรถที่ดังขึ้นทำให้ผมรีบเงยหน้าขึ้นไปมองต้นทางของเสียง ก่อนพบว่านั่นคือสิ่งที่ผมกำลังรอคอยอยู่



          ผมคลี่ยิ้มอย่างโล่งอก รีบลุกขึ้นเดินไปหารถเมล์สีขาวน้ำเงินที่จอดเทียบฟุตบาท โดยไม่ลืมที่จะหยิบถุงลูกชิ้นที่วางอยู่ข้างกายมาด้วย ผมเดินขึ้นไปบนรถทางประตูหน้า ก่อนจะสบตากับคนขับ 



          ผมยิ้มให้เขา เขาก็ส่งรอยยิ้มอบอุ่นมาให้ผมเช่นกัน





          "ป๊าวินวินสวัสดีครับ" ผมยกมือขึ้นไหว้เขาอย่างนอบน้อม



          "ว่าไงลูก รอป๊านานมั้ย” อาป๊าของวินวินถามผม 





          แม้เขากำลังคุยกับผม แต่สายตากลับมองทางอยู่พร้อมกับเริ่มออกรถ รถกระชากเล็กน้อยทำให้ผมต้องรีบเกาะที่ยึดเหนี่ยวที่อยู่ใกล้ที่สุด





          “ไม่นานหรอกครับ ผมเพิ่งมาถึงเอง” ผมโกหก...



          “ดีแล้วๆ ไม่อยากให้รอนาน” อาป๊าวินวิน “อาวินอยู่ท้ายรถนู้นแหนะลูก เดินไปหาสิ”



          “งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” ผมขอตัว ก่อนเดินไปยังท้ายรถ





          เหมือนคนที่อยู่ท้ายรถและมีหน้าที่เป็นกระเป๋ารถเมล์กำลังยืนคุยกับใครบางคน ทำให้ไม่ได้สังเกตเห็นการมาของผม





          ฮือ กูมันไม่มีตัวตน!





          “นาย…” ผมทักเบาๆ



          “อ่าว พี่ยูตะ มาแล้วเหรอครับ” วินวินหันมามองอย่างแปลกใจ ก่อนจะเผยรอยยิ้มกว้างออกมา





          ยังไม่มามั้ง เห็นกูยืนอยู่ตรงนี้มั้ย! กูเอง กูยูตะไง!





          “อืม” แม้ในใจจะหยาบคายแค่ไหนแต่ก็ตอบได้แค่นี้หละนะ



          “เอ่อ…” วินวินอ้ำอึ้งเหมือนไม่รู้จะชวนผมคุยอะไรดี



          “อะนี่” ผมยื่นสิ่งที่อยู่ในมือไปให้เขา “ซื้อมาให้”





          วินวินรับมันไปจากมือผมก่อนจะชูขึ้นมาสำรวจ เมื่อเขารู้ว่าสิ่งที่อยู่ในถุงนั้นเป็นอะไรก็เริ่มทำท่าทางดีใจเหมือนเด็กเล็กๆ ที่ได้ของเล่น ผมมองท่าทางเหล่านั้น มันทำให้ผมมีความสุขไปด้วย





          อืม... สายเปย์มันดีอย่างนี้นี่เอง..





          “ชอบหละสิ” ผมทัก



          “ป้าแช่มจริงๆหรอ” วินวินทำตาโต



          “อือ” ผมพยักหน้าไปให้กับคำถามของเขา “ฉันบอกว่าจะมาหานาย ป้าแช่มเลยแถมให้ตั้งไม้นึง”



          “ขอบคุณครับ” เขายิ้มให้กับถุงลูกชิ้นที่เพิ่งได้ไป





          บ้าปะวะ... ยิ้มกับถุงลูกชิ้น





          “แฮ่มๆ 





          เสียงที่ดังขึ้นเรียกร้องความสนใจให้ผมหันไปมอง ก่อนพบว่าเป็นเด็กชายผิวสีแทน ส่วนสูงพอๆ กับผม หน้าตาดูวอนส้นตีนอยู่เอาเรื่อง เขาคือคนเดียวกับที่ยืนคุยกับวินวินอยู่ก่อนหน้านี้





          “เอ่อ...” วินวินดูกระอักกระอวน มองสลับไปมาระหว่างผมกับเด็กนั่น ก่อนจะมาหยุดสายตาลงที่ผม “พี่ยูตะ นี่แฮชาน เป็นรุ่นน้องผมที่โรงเรียน...”



          “เป็นอนาคตแฟน!” เด็กนั่นแย้งขึ้นมาอย่างหาเรื่อง



          อีเชรี่ย! กลัวแล้วครับน้องครับ





          หุบปากแฮชาน” วินวินหันไปด่าแฮชาน



          เชี่ย...โหดกว่า





          ให้ตายเหอะ เด็กใสใสตรงหน้าผมอาจจะไม่ใสเสมอไป



          คำด่าที่ออกมาจากปากวินวินดูเหมือนจะไปกระแทกหน้าเจ้าเด็กที่ชื่อว่าแฮชานแรงอยู่พอสมควร เขาถึงได้ทำหน้าเจื่อนลงได้ขนาดนี้





          สะใจว้อย!





          “แฮชาน ส่วนนี่พี่ยูตะ เป็นพี่ที่รู้จัก” วินวินหันไปแนะนำผมให้กับแฮชาน



          “สนิทกับพี่วินวินอ่อวะ?” เหมือนเจ้าเด็กแฮชานจะไม่ได้ใส่ใจสิ่งที่วินวินพูดเท่าไหร่ ตอนนี้เขากำลังจ้องหน้าผมอย่างมุ่งมั่น แถมยังพ่นคำถามเชิงหาเรื่องออกมา





          ให้ตายสิ! ชีวิตนี้ไม่เคยโดนหาเรื่องแถมปีนเกลียวได้ขนาดนี้ การที่เด็กตรงหน้าจ้องผมอย่างไม่วางตา ทำให้ผมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะสบตาเด็กนั่นเข้าข่มอีกที





          “เอ่อ…” เสียงของวินวิน “คือฉับกับพี่ยูตะ...”





          สนิทสิ สนิทมากด้วย เป็นเสียงผมเอง





          ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ผมพูดไปอย่างนั้น ผมกับวินวินเพิ่งรู้จักกันเพียงสองวัน จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะสนิทกันได้ในระยะเวลาอันสั้นขนาดนี้ แต่คงเป็นเพราะอารมณ์ที่อยากจะเอาชนะเด็กที่อยู่ตรงหน้าผมมากกว่า ที่ทำให้ผมพูดออกไปอย่างนั้น





          “ผ...ผม...ไปเก็บเงินก่อนนะ” วินวินว่า





          เขารีบเลี่ยงออกไปเพื่อเก็บเงินผู้โดยสารกำลังเดินขึ้นรถมา ทำให้ตอนนี้เหลือเพียงผมกับเด็กหน้าวอนส้นตีนที่อยู่ตรงหน้า





          “สนิทกับพี่วินวินได้ยังไง” แฮชาน



          “จะสนิทได้ยังไง มันเป็นเรื่องที่นายจำเป็นต้องรู้หรอ” ผมตอบคำถามด้วยคำถาม





          ผมกำลังหงุดหงิดมากขึ้นทุกที  การถูกคนตรงหน้ากวนประสาทก่อน ทำให้ผมอดที่จะตอกกลับบ้างไม่ได้





          “เหี้ยเอ้ย...” เขาสบถ “นายห้ามจีบพี่วินวินเด็ดขาดเลยนะเว้ย”





          ผมเริ่มเข้าใจอะไรมากขึ้น เด็กตรงหน้าผมตอนนี้คงกำลังตามจีบวินวินอยู่อย่างแน่นอน การที่ผมขึ้นมาบนรถคันนี้ เดินเข้ามาทำเป็นสนิทสนมกับวินวิน แถมยังซื้อของมาให้ คงทำให้เด็กนี่ถึงแสดงอาการหึงหวงออกมา





          “ฉันจะบอกอะไรให้นะ ฉันไม่ได้จีบวินวิน และไม่ได้คิดจะจีบด้วย ผมพูดน้ำเสียงยียวน



          “ก็ดี๊” แฮชานตอกกลับด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่ยียวนกวนประสาทไม่แพ้กัน



          “ส่วนเด็กอย่างนาย...”



          “…”



          “ยังไงก็ไม่มีวันที่วินวินจะมีใจให้นายหรอกนะ”



          “ชิท..” แฮชานพ่นคำหยาบ กัดฟันกรอด



          “สู้ๆ แล้วกันนะ คงจะมีสักวันที่วินวินอาจจะสมเพชยอมคบกับนาย” ผมตบบ่าเขาดังปุ



          “เสือก” แฮชานปัดมือของผมออกอย่างแรง





          ผมไม่ได้สนใจคำด่าที่ได้รับเพราะแรงสะกิดเบาๆ ที่ต้นแขนทำให้ผมหันไปมองที่มาของแรงนั้น





          เป็นวินวิน...





          “พี่ยูตะ...” เขาเรียก 



          “…”



          “ไปนั่งรอก่อนนะ อาป๊าน่าจะวนรถอีกสัก 2-3 รอบแหนะ” วินวินชี้ไปที่เก้าอี้โดยสารที่นั่งเดียวตรงหน้ารถที่ว่างอยู่ 





          ผมยอมเดินไปที่นั่งที่ว่างอยู่นั้นแต่โดยดี เพราะไม่อยากจะต่อความยาว สาวความยืดกับเด็กที่ชื่อแฮชานต่อไปแล้ว วินวินเดินตามผมมา ทิ้งให้เด็กนั้นทำหน้าเหวออยู่คนเดียวที่ท้ายรถ



          ผมปลดกระเป๋าเป้ที่สะพายอยู่ นั่งลง ก่อนจะวางมันลงบนตัก





          “พี่รอหน่อยนะ”



          “อือ ได้สิ” ผมรับ





          เป็นเวลากว่าสองทุ่ม รถเมล์จอดเทียบป้ายสุดท้ายก่อนที่ผู้โดยสารที่เหลืออยู่จะลงไปจนหมด รถออกตัวไปที่ไหนสักแห่งนอกเส้นทางเดิมที่รถวนอยู่กว่าสามรอบนั้นตั้งแต่ผมขึ้นมา



          ก่อนผมจะค้นพบว่ามันคืออู่รถเมล์ที่มีรถเมล์กว่าครึ่งร้อยคันจอดเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ อาป๊าวินวินจอดรถที่อู่นี้ ก่อนจะเปลี่ยนมาขับรถเก๋งส่วนตัวที่จอดทิ้งเพื่อใช้โดยสารกลับบ้าน



          วินวินนั่งข้างที่นั่งคนขับ ส่วนผมนั่งที่เบาะหลังเพียงคนเดียว เป็นระยะทางไม่นานนักรถก็มาถึงจุดมุ่งหมาย บ้านของวินวินเป็นบ้านเดี่ยวที่ภายนอกตกแต่งอย่างดูดีในสไตล์จีน สวนสวยที่เห็นได้ชัดว่าได้รับความใส่ใจจากเจ้าของเพียงไหน ภายในบ้านก็ถูกตกแต่งอย่างลงตัวด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ดีไซน์สวย โซนกิจกรรมถูกแบ่งอย่างเป็นสัดส่วน เป็นบ้านที่ดูอบอวลไปด้วยความรักของครอบครัวอย่างแท้จริง



          ผม วินวิน และอาป๊าเดินเข้ามาถึงห้องครัวที่ค่อนข้างกว้าง โซนสำหรับทำอาหารที่ต้องใช้ไฟ และความร้อนที่อันตรายถูกจัดให้อยู่หลังเคาเตอร์ปูนเปลือย โต๊ะไม้ตัวยาวสำหรับรับประทานอาหารร่วมกันของครอบครัววางอยู่กลางห้องครัวนี้ โดยมีอาหารหลากหลายชนิดซึ่งจัดวางอย่างสวยงามในจานอย่างละลานตา





          ผู้หญิงวัยกลางคนหน้าตาสะสวยเดินเข้ามาหาเรา โดยมีเหรินจวิ้น น้องชายของวินวินเดินตามมาด้วย





          “อาม๊าครับ นี่พี่ยูตะครับ” วินวินแนะนำผมกับเธอ



          “อาม๊าสวัสดีครับ” ผมยกมือไหว้อย่างนอบน้อม 



          “หูย น่ารักเหมือนที่อาป๊าพูดไว้เลยนะเนี่ย” เธอลูบไหล่ของผมอย่างเอ็นดู 





          ผมยิ้มให้อาม๊าของวินวินเพราะคำชมนั้น ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่านำบางสิ่งมาฝากครอบครัวของวินวินด้วย



          ผมปลดกระเป๋าสะพายของผมลง สะพายไว้ด้วยไหล่ข้างเดียว จัดการรูดซิปออก ก่อนจะทำการค้นหาสิ่งที่ว่านั่น



          เมื่อผมพบสิ่งที่ต้องการแล้วผมจึงยื่นสิ่งนั้นไปให้อาม๊าวินวินด้วยสองมือ





          "ผมเอามาฝากหนะครับ เกียวคุโระ เป็นชาจากญี่ปุ่นครับ คุณพ่อกับคุณแม่ของผมส่งมาให้" ผมว่า



          “ขอบคุณมากเลยนะลูก เกรงใจจัง คราวหน้าของฝากไม่ต้องหรอกนะลูก” เธอว่าพร้อมกับรับกล่องชาราคาแพงนั่นไป





          โอโตซังกับโอกาซังมักจะสอนผมเสมอๆ ว่าหากมาเยี่ยมผู้หลักผู้ใหญ่ควรจะมีสิ่งใดติดไม้ติดมือไปให้พวกเขาเสมอๆ ผมจึงจำและนำมาใช้



          อันที่จริง ผมมีอีกอย่างที่คิดว่าจะนำมาให้พวกเขา แต่ดันมีอุปสรรคนิดหน่อย... เซ็ตปลาดิบเกรดเอที่ถูกส่งตรงมาจากญี่ปุ่นเมื่อวันก่อนโดยโอโตซังเป็นอะไรที่ผมตั้งใจหยิบใส่กระเป๋ามาตั้งแต่เช้า ก่อนผมจะเอาไปแช่ตู้เย็นในห้องผู้อำนวยการแทยงตอนที่ผมถึงโรงเรียน เมื่อถึงเวลาเลิกเรียน เวลาที่ผมคิดว่าจะนำมันออกมาไปมอบให้ครอบครัววินวิน ผมกลับค้นพบว่า...



          คุณแทยงเอาเซ็ตปลาดิบเกรดเอของผมไปให้คุณเซนโซเวียแองเจโล่กินจดหมดแล้ว...



          แม่งเอ้ย...





          “พี่ยูตะสวัสดีครับ” เหรินจวิ้นที่ยืนอยู่หลังอาม๊ากล่าวทักทายผม ผมจึงยิ้มตอบกลับไป



          “ไปๆ ไปกินข้าวกันเร็วพวกเรา” อาม๊าดันหลังวินวิน และเหรินจวิ้นให้เดินไปที่โต๊ะ “วันนี้มีปลากระพงทอดน้ำปลา ไข่เจียว ผักกาดขาวทอดน้ำปลา เยอะแยะไปหมด เลือกกินกันเลย”





          ผู้เป็นผู้นำครอบครัวอย่างอาป๊าของวินวินนั่งที่หัวโต๊ะตัวยาว ทางด้านขวาถัดจากอาป๊าก็เป็นอาม๊าของวินวิน ข้างๆเธอคือเหรินจวิ้น ตรงข้ามเธอคือวินวิน ส่วนที่นั่งที่เหลือก็ของผมนั่นแหละนะ



          ข้าวสวยร้อนๆที่ตักใส่จานถูกส่งมาให้ผมโดยวินวินที่ทำหน้าที่คดข้าวจากหม้อ



          “ขอบคุณครับ” ผมกล่าว





          บทสนทนาบนโต๊ะอาหารเริ่มต้นขึ้น อย่างเช่น สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ ผู้โดยสารบนรถเมล์ ผู้คนบนท้องถนน ข่าวสารต่างๆ หรือแม้แต่การเมือง ผมมองพวกเขาพูดคุยกันอย่างออกรส ภาพที่เห็นทำให้ผมพลอยมีความสุขไปด้วย ผมคิดถึงโอโตซังและโอกาซังที่อยู่ที่ญี่ปุ่น ไม่รู้ว่าตอนนี้พวกท่านกำลังทำอะไรอยู่ จะคิดถึงผมเหมือนกันบ้างไหม





          "ยูตะลูก พ่อแม่หนูทำอะไรอยู่ที่ญี่ปุ่นหรอ" อาป๊าของวินวินถามขึ้น





          ผมเคี้ยวข้าวในปากแล้วกลืนมันลง ก่อนจะหันไปตอบอาป๊า





          "คุณพ่อทำธุรกิจเกี่ยวโรงแรมครับ ส่วนคุณแม่ทำอาชีพเป็นผู้ประกาศข่าวครับ"



          "อาชีพดีเลยนะเนี่ย" อาป๊าว่า "แล้วทำไมถึงส่งหนูมาเรียนที่ไทยหละ"



          "ผมสอบได้ทุนเรียนมัธยมได้ครับ ก็เลยย้ายมาเรียนที่ไทย" ผมบอก



          "เก่งเชียว" อาม๊าวินวิน "แล้วไม่เหงาบางเลยหรอลูก"



          "ก็มีนิดหน่อยครับ" ผมว่าตามจริง



          "หาข้าวกินเองยังไงหละ" อาม๊าถามอีกครั้ง



          "ผมซื้อข้าวกล่องเก็บไว้หนะครับ"



          "โอ้ย สุขภาพเสียหมดลูกเอ้ย" อาม๊าขมวดคิ้ว ตำหนิผมด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด





          ผมหัวเราะเล็กน้อย บอกตามตรง ผมละอายใจกับการที่ไม่ได้ใส่ใจกับสุขภาพของตัวเองเลย แม้โอกาซังจะพร่ำบอกกับผมเสมอว่าให้ทำอาหารกินเอง หรือไม่ก็สั่งกินตามร้านอาหาร แต่ผมก็ยังดื้อร้ันกินแต่อาหารแช่แข็ง เพราะขี้เกียจทำอาหารหรือออกจากบ้านไปหาอะไรกินประทังชีวิต





          "มากินข้าวเย็นที่นี่ได้ทุกวันเลยนะถ้าหนูต้องการ" อาม๊าส่งยิ้มและส่งการต้อนรับมาให้ผม



          “ไม่เป็นไรหรอกครับ แค่นี้ผมก็เกรงใจมากแล้วครับ”



          “เกรงใจอะไรกัน หนูเป็นเพื่อนของอาวินเลยนะ” อาป๊าวินวินที่เงียบไปนานพูด



          “ใช่ๆ พี่ยูตะ เนี่ยอาม๊าทำอาหารเผื่อไว้ตั้งเยอะ แถมอร่อยกว่ากินข้าวกล่องแช่แข็งตั้งเยอะ” เหรินจวิ้น





          ผมหันไปมองวินวินที่นั่งอยู่ข้างผม เขาก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วยเช่นกัน





          “ขอบคุณมากนะครับ” ผมยิ้มให้กับทุกคน











          ผ่านไปร่วมเกือบชั่วโมง หัวข้อมากมายยังคงถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยกัน โดยส่วนใหญ่หัวข้อพวกนั้นมักจะเกี่ยวกับผมผู้เป็นแขก บทสนทนาโต้ตอบทำให้ผมรู้จักกับครอบครัวของวินวินเพิ่มขึ้น รวมถึงพวกเขารู้จักผมมากขึ้นด้วย



          เมื่อรับประทานอาหารเย็นร่วมกันจนเสร็จ ผมก็ช่วยเก็บจากก่อนจะอาสารับหน้าที่เป็นคนล้างจานเอง โดยมีวินวินคอยช่วย



          ใช้เวลาไม่นานก็ล้างจานจนเสร็จ ผมเดินออกจากห้องครัวมาที่ห้องนั่งเล่นที่มีอาป๊า อาม๊า และเหรินจวิ้นนั่งดูทีวีร่วมกันอยู่



          อาป๊าวินวินหันมามองผมก่อนจะลุกขึ้นยืน





          “ดึกมากแล้วจะกลับเลยหรือเปล่าหนูยูตะ จะได้ให้อาวินไปส่ง” เขาว่า



          “ครับ กลับเลยก็ได้ครับ” ผมมองนาฬิกาข้อมือ ก่อนพบว่าเป็นเวลาเกือบสามทุ่มแล้ว



          “อาวิน ลื้อเอารถป๊าไปส่งยูตะให้ถึงบ้านเลยนะ” อาป๊าหันไปพูดกับวินวิน 



          “ครับป๊า” วินวินรับ



          “อาจวิ้น ลื้อก็ไปเป็นเพื่อนเฮียแกด้วย” อาป๊าหันไปพูดกับเหรินจวิ้นที่นั่งอยู่ที่โซฟา



          “ได้เลยป๊า” เขาลุกขึ้นเตรียมตัว ก่อนจู่ๆ จะทำท่าทางเหมือนคิดอะไรขึ้นได้ “เห้ยป๊า ไม่ได้ละ”



          “เอ้า อะไรของลื้อ” อาป๊าขมวดคิ้ว



          “ผมต้องไปทวงหนี้ไอ้แฮชานลูกร้านน้ำเต้าหู้หน้าปากซอยอะ วันนี้ครบกำหนดจ่ายหนี้พอดี” เขาว่า



          “ทวงวันอื่นไม่ได้หรอไงวะ ปล่อยไว้ได้ดอกเบี้ยเพิ่มด้วยนะ” อาป๊าเสนอ



          "ไม่ได้อะป๊า ต้องทวงวันนี้แหละ ผมจะได้เอาเงินมาปล่อยกู้ต่อ มีคนรอต่อคิวอยู่"



          “กลับมาค่อยทวงก็ได้”



          “ยิ่งไม่ได้เลยป๊า ไอ้แฮชานมันนอนตั้งแต่สี่ทุ่มนู้น”



          “แล้วแกจะปล่อยให้เฮียแก กับหนูยูตะเขาไปกันสองคนอะนะ” อาป๊า



          หูยยยย นั่นแหละยิ่งดีป๊า” เหรินจวิ้นยิ้ม “ผมไปก่อนนะ”





          เหรินจวิ้นเข้ามาตบบ่าวินวินก่อนจะรีบเดินออกจากบ้านไป 





          “เอ้า งั้นอาวิน ลื้อขับไปส่งหนูยูตะคนเดียวละกัน” อาป๊าบอกกับวินวิน “ขับกลับระวังๆหละ”



          “งั้นผมลาก่อนนะครับ” ผมไหว้ผู้เป็นพ่อ และแม่ของวินวิน “ขอบคุณสำหรับวันนี้นะครับ”



          “ไว้มากินข้าวที่บ้านอีกนะลูก”



          “ได้ครับ” ผมรับปาก


          .

          .

          .

          .

          .

          .

          .

          .

          .

          .


          บนรถยนต์ส่วนตัวของครอบครัวของวินวิน แม้อาป๊าจะสั่งให้เขาเป็นคนขับรถไปส่งเพื่อนชาวญี่ปุ่น แต่พี่ยูตะกลับอาสาเป็นคนขับไปเอง โดยให้เหตุผลว่าขี้เกียจบอกทาง 



          บรรยากาศอึดอัดเริ่มก่อตัวขึ้น ถ้าใครสักคนไม่รีบหาหัวข้อมาพูดคุย ต้องมีใครสักคนตายกันไปข้างนึงแน่





          “นายมีใบขับขี่หรอ” เป็นยูตะที่พูดก่อน



          “ไม่มีอะ” 





          บรรยากาศน่าอึดอัดใจกลับมาอีกครั้ง...



          วินวินจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างข้างตน ไม่ได้ตั้งใจมองสิ่งใดเป็นพิเศษ





          'สนิทสิ สนิทมากด้วย'





          คำพูดของใครบางคนที่ได้ยินเมื่อเย็นดังขึ้นในความคิด



          สนิทงั้นหรอ...





          “พี่ยูตะ...” วินวินเรียก



          “หือ” ยูตะเหล่ตามองเล็กน้อยเพราะขับรถอยู่ “มีไร?”



          “ทำไมพี่ถึงบอกแฮชานไปว่าเราสนิทกัน” วินวินหันทั้งตัวไปทางยูตะ



          “ก็...” เขาลังเล “ไม่รู้สิ...”



          “…”



          “ถ้าใจคิดว่าสนิท ก็ถือว่าสนิทมั้ง” เขาตอบ “แล้วนายรู้สึกสนิทกับฉันมั้ย”



          “ถ้าพี่อนุญาตให้ผมสนิทอะนะ” วินวินว่า





          การที่จะเริ่มต้นสนิทกับใครสักคน เวลา และการอยู่ใกล้ชิดกันไม่ใช่ตัววัดความสนิท กลับเป็นความเชื่อใจที่แต่ละฝ่ายมอบให้กันเสียมากกว่า แม้ว่าคนใดคนหนึ่งจะเชื่อใจอีกคนหนึ่ง แต่เขากลับไม่ได้เชื่อใจเราตอบกลับมา อย่างนี้ก็ไม่เรียกสนิทหรอกนะ วินวินจึงถามยูตะเพื่อความแน่ใจ





          “ให้สิ นายเป็นเด็กน่ารักจะตายไป” ยูตะยิ้ม เหล่ตามองวินวินเล็กน้อย



          “…” วินวินหน้าร้อนผ่าวให้กับคำชมที่ได้รับ “ขอบคุณครับ” เขาขอบคุณเสียงอ่อน




          รถส่วนตัวที่ถูกขับโดยยูตะเลี้ยวเข้าซอยหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง ไฟข้างทางในหมู่บ้านเปิดสว่างดูปลอดภัย รถเลี้ยวไปตามเส้นทางหลักของหมู่บ้าน ก่อนจะหักเลี้ยวเขาไปในซอยหนึ่ง 



          เขาขับรถไปจอดหน้าบ้านของตนเองก่อนจะดับเครื่องยนต์ บ้านของยูตะเป็นทาวน์โฮมสองชั้น หน้ากว้างกว่าสิบเมตร บ้านสีขาวสไตน์โมเดิลไม่ได้ตกแต่งหรือจัดวางอะไรหน้าบ้านมากมายนัก จะมีเพียงก็แค่ต้นหูกระจงที่ปลูกไว้ตรงสวนหน้าบ้านที่พอจะเป็นจุดเด่นให้บ้านได้ 



          ยูตะปลดเข็มขัดออก เขาหันไปมองวินวินที่จ้องหน้าเขาก่อนอยู่แล้ว





          “นายขับกลับเองได้แน่นะ” เขาถาม



          “อือ ได้ครับ” วินวินรับ



          “นี่ถามอะไรหน่อยสิ” ยูตะขยับเข้าไปใกล้วินวินมากขึ้นเพื่อจะถามคำถามที่ตัวเองต้องการ



          “…”





          “ทำไมถึงอยากรู้จักฉัน?”





          มันคือคำถามที่เขาพยายามคิดมาตั้งแต่ได้รับจดหมายนัดเจอจากวินวิน แม้เขาจะพยายามให้พวกเพื่อนๆ ของเขาอย่างโดยองช่วยคิด ก็ไม่มีใครมีไอเดียดีๆ ออกมาสักคน





          “ฉันพยายามคิดเท่าไหร่ก็หาเหตุผลไม่ได้...ฉันไม่ได้มีเงินทองมากมาย”





          “…”





          “ฉันไม่ได้มีชื่อเสียง”





          “…”





          “ฉันไม่ได้มีผลประโยชน์ที่นายจะหาจากฉันได้”





          “…”





          “และ…”



          “เพราะผมชอบพี่”





          “…” ยูตะหยุดคำพูดของตัวเอง เพราะเสียงของคนตรงหน้าที่พูดขัดขึ้นมา



          “เพราะผมชอบพี่” แววตามุ่งมั่นของวินวินแสดงให้เห็น แม้ว่าจะมีเพียงไฟจากเสาไฟฟ้าดวงเล็กๆ ตกกระทบใบหน้าเท่านั้น



          “…”





          เขาพูดออกไปแล้ว วินวินพูดออกไปแล้ว สิ่งที่คิดมาตลอดเกือบสามวันนี้ มันเป็นความคิดที่บ้าบอสิ้นดีที่จะมาหลงรักคนที่เพิ่งเจอกันได้ไม่กี่วัน



          ยูตะสบตาคนตรงหน้า 





          “ต... แต่ฉันกับนายเพิ่งรู้จักกัน...” เขาแย้ง



          “ผมรู้ว่ามันบ้า...” วินวินว่า “แต่ผมก็ชอบพี่ไปแล้วไง”



          “…”





          “ตั้งแต่นี้ไป...” วินวินค้าง





          ยูตะตั้งใจฟังสิ่งที่วินวินจะพูดต่อ





          “ผมจะจีบพี่”






End of Chapter 8








_______________(•ө•)♡______________

สัญญากับคนอ่านว่าจะลงตอน 8 พร้อมตอน 7 ก็ไม่ได้ลง

เค้าขอโทษจริงๆ ฮือ เอาโมเม้นมาไถ่โทษให้แล้วนะ

ตอนนี้เป็นยังไงกันบ้างคะ ชอบกันป่าวเอ่ย ถ้าชอบฝากคอมเ้นเป็นกำลังใจให้เค้าหน่อยน้า

เข้าไปบ่นฟิคเค้าได้ที่ #วินเป๋าเมล์ เหมือนเดิมนะ ตามอ่านอยู่ตลอด

แอบเห็นมีคนอ่านไปขึ้นรถเมล์ตามฟิคมาด้วย 5555 ขอบคุณมากๆนะค้า



(10/04/2017)



แก้คำผิด**

คนเขียนเป็นบ้า คนเขียนมีปัญหากับภาษาไทย










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 100 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

660 ความคิดเห็น

  1. #648 Pcp1111 (@pitchaphon0411) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:36

    สู้ๆน้าาาวินวิน

    #648
    0
  2. #642 little-ship (@little-ship) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 13:59
    มันต้องอย่างนี้สิ! -เป๋าเมล์ลูกแม่!
    #642
    0
  3. #621 dadim (@dadim) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 13:41
    จะเขินก็เขินสุดขีด จะขำก็ขำท้องเเข็งกำลังอินกับการสารภาพของวิงวิงๆ เลื่อนมาหลุดขำอะ โว้ยยย
    #621
    0
  4. #600 QUEEN007 (@QUEEN007) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 03:37

    กำลังเขินกับการสารภาพของวินวิน เลื่อนมาเจอรูปเผลอขำออกเสียง โอ้ย555555

    #600
    0
  5. #571 kusk35 (@kusk35) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 11:14
    ขำรูป555+
    #571
    0
  6. #525 black-village (@peam-ff) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 14:07
    บอกไปแล้วววววววว น้องวินรุกหนักมากค่ะจุดนี้
    #525
    0
  7. #509 Galaxy_q (@king-banana) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 01:20
    เกลียดทวีตเเฮชาน555555555 กุขำ
    #509
    0
  8. #473 komurola01 (@KachaSaijoog) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 03:41
    น้องวินรูกกก55555
    #473
    0
  9. #460 baekhyunhyun2544 (@baekhyunhyun2544) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 01:28
    น้องวินคนจริงค่ะ โอ๊ยยย555555555
    #460
    0
  10. #445 JKCBB (@JKCBB) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 16:25
    กำลังฟินๆเลื่อนมาเจอรูปคือ ผ่าง555555
    #445
    0
  11. #405 khem1144 (@khem1144) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 18:44
    ลั่นรูป55555555555
    #405
    0
  12. วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 10:01
    เกลียดรูปอะฮื่อ5555555555555555
    #360
    0
  13. #205 akemimijoo (@akemimijoo) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 04:47
    ยิ้มกับถุงลูกชิ้น โอ้ยยยยย ทำไมคิดดีไม่ได้ >//<
    #205
    0
  14. #204 mgaoei (@unicornie) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 17:50
    เกลียดการกลัววินวินของคนโรงเรียนTYISมาก555555555555555555พิยูตะก็นั่ลล้าคมากงืออ ติดตามนะค้า ไรท์สู้ววๆ
    ปล.ไรท์จัดหน้าไว้ตรงกลางละมันแปลกๆง่ะ อยากให้จัดแบบชิดซ้ายมากกว่าปกติเห็นเรื่องอื่นจัดชิดซ้าย ชินแบบนั้น แต่เอาจริงๆแบบนี้ก็ได้ค่ะเนื้อเรื่องสนุกยังไงนี่ก็อ่าน555555เลิ้บบ
    #204
    1
    • #204-1 jjremihcandy (@jjremihcandy) (จากตอนที่ 8)
      14 เมษายน 2560 / 18:02
      เดี๋ยวจัดให้เลยงับเพื่อคนอ่าน เลิ้บบ
      #204-1
  15. #203 nanmin95 (@nanmin95) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 16:44
    มาอัพต่อด้วยยย ติดแล้วอ่ะ ชอบพี่ยูตะคนกาก >//<
    #203
    0
  16. #201 AOM (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 21:50
    อ่านๆ อยู่แต่ละตอนไม่เกลียดอะไรเท่ารูปเลยอะ โอ๊ย กำลังเข้าบทน่ารัก ผ่านมาเจอรูปลั่นแรงมาก
    #201
    0
  17. #200 Cloudy B. (@dream-sdw) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 00:40
    ลั่นรูปมากค่ะ 555555555 นี่เมื่อหัวค่ำทวิตว่าอยากอ่านฟิคยูวินแล้วไรท์ก็แนะนำเรื่องนี้มาให้ ขอบคุณนะคะที่ทำให้ได้อ่านฟิคสนุกฟอีกเรื่องนึงเลย เราชอบแนวนี้มากๆ เป็นกำลังใจให้เขียนตอนต่อไปนะคะ เดี๋ยวจะมาช่วยปั่นแท็กด้วย แฮ่
    #200
    1
    • #200-1 jjremihcandy (@jjremihcandy) (จากตอนที่ 8)
      13 เมษายน 2560 / 00:54
      โง้ย รัก ขอบคุณค้าบบบ
      #200-1
  18. #190 pqmeun_ (@mingz209) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 05:13
    เราตกใจรูปตอนท้ายมากค่ะตลกมาก555555555555555555555555555555น้องวินวินจีบพี่เค้าให้ติดนะหนู! รอไรท์มาอัพต่อนะคะ
    #190
    0
  19. #189 ininninininnii (@inniieeee) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 22:37
    ไรท์อัพต่อได้แล้วววววสนุกกกกตลกมากๆๆ
    #189
    0
  20. #188 ` ïpepnn。 (@noinazz) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 12:29
    มีความเฮียวินกับหนูยูตะ55555 น้องวินวินจะจีบเองแล้ว!! ส่วนพิยูต ระวังโดนแฮชสอยวินวินไปนะ คือแฮชเครื่องแรงเว่อ ปล.เกลียดรูปเป๋าเมล์มากกกกกกก55555555555
    #188
    0
  21. #187 EsnesPolar (@inspirit2382542) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 09:41
    ฮือออออตลกรูปง่า555555
    ยัยเด็กแฮชแสบมากอะ เป็นไงหละเจอนากาโมโตะตอกกลับขนาดนั้น55555
    #187
    0
  22. #186 VevyyK (@pbhy) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 07:46
    555555555555555ชอบมากค่ะ สู้ๆนะคะ
    #186
    0
  23. #185 Toey13 (@toeyyyyy) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 02:14
    วินวิรสู้เค้าลูก
    #185
    0
  24. #184 fAh_svt17 (@fAh_svt17) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 00:54
    เกลียดรูปประกอบอ่ะ เกลี๊ยดดดดดด555555
    #184
    0
  25. #183 LK_8807 (@alice59) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 00:46
    แฮชจะจีบวินในโพสิชั่นไหนลูก55555 ยูตะผู้หยาบในใจแล้วตอบแค่อืมอย่างนี้ก็ได้555555 พี่ยูตะไม่มีทางจีบวินเพราะวินจะจีบเองจ้าาาา
    #183
    0