[NCT] {YUWIN} ชิดในเด้อ

ตอนที่ 6 : เมล์ฟรี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,516
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 116 ครั้ง
    25 มี.ค. 61



          “ให้ผมไปส่งพี่ที่บ้านนะครับ”





          ผมพูดออกไปแล้ว...



          พูดความกล้าที่รวมรวมมาตั้งแต่ 100 เมตร ก่อนหน้านี้... หลังจากที่ผมตัดสินว่าขอเพียงเวลาอีกสักพักที่ผมจะได้อยู่กับพี่เขา ผมวิ่งมาเพื่อบอกประโยคขอร้องนี้กับเขา...พี่ยูตะ



          ให้ผมเดา เขาคงแปลกใจกับประโยคที่เพิ่งได้ยินอยู่พอสมควร พี่ยูตะสบตาผมก่อนจะคลี่ยิ้มบางออกมา





          “ได้สิ จะไปส่งพี่ยังไงหละ” เขากล่าวพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น



          “เอ่อ... ปกติอาป๊าผมจะขับรถมาจอดที่ป้ายนี้เวลาประมาณนี้นี่แหละครับ” ผมบอก ทำตัวไม่ถูก ชี้นู้นชี้นี่ไปไปมา



          “นี่ฉันจะได้ขึ้นรถพ่อนายเป็นครั้งที่ 2 แล้วหรอเนี่ย” พี่ยูตะว่าขำขำ “ไปนั่งรอกัน” เขาว่าก่อนจะจับมือ...หรือ จูงมือ...ไม่สิ ผมต้องเรียกว่า ลาก ผมไปนั่งรอที่เก้าอี้ที่มีไว้ให้นั่งรอรถโดยสารประจำทาง





          ผมเดินตามเขาไป เขาปล่อยมือผมก่อนจะทิ้งตัวลงนั่ง ผมจึงนั่งลงเพื่อรอรถเช่นกัน ตอนนี้ที่ป้ายรถมีเพียงแค่ผมกับพี่ยูตะเท่านั้น ทำให้บรรยากาศดูน่าอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก



          ผมพยายามชะเง้อมองหารถเมล์สีขาวน้ำเงิน หมายเลขสาย และป้ายทะเบียนที่คุ้นเคย



          โดยปกติ อาป๊าของผมเป็นคนที่ควบคุมเวลาได้เป็นอย่างดี ท่านมักจะมาจอดที่ป้ายทุกๆป้ายอย่างตรงต่อเวลา ผมว่าอีกสักพักก็น่าจะมาได้แล้วแหละนะ



          ผ่านไปแล้วคันแล้วคันเล่า... แต่ก็ยังไม่ใช่รถของอาป๊าเสียที



          เฮ้อ... ผมถอนหายใจ หรือว่าอาป๊าจะเพิ่งผ่านไปนะ





          “พ่อนายไม่มาแล้วหละมั้ง ขึ้นคันนู้นก็ได้” พี่ยูตะแซว ก่อนจะชี้ไปยังรถเมล์ที่กำลังจะถึงป้ายนี้ “ถึงบ้านฉันเหมือนกันนั่นแหละ”



          “ไม่ได้นะ ผมอยากให้ให้พี่ขึ้นรถเมล์ฟรี...” ผมค้อน



          “โอเคๆ” เขาหัวเราะพร้อมทำมือเป็นสัญลักษณ์ว่ายอมแพ้ “ประหยัดตั้ง 9 บาทแหนะ” ก่อนจะเอามือมายีหัวผม...





          เชี่ย!! เขิน





          “ผมยุ่งหมด” ผมปัดมือพี่ยูตะออก ก่อนจะเบือนหน้าหนีทำเป็นชะเง้อหารถเพื่อซ่อนยิ้มเขินที่ผมพยายามกัดปากจนเลือดแทบซึม เพื่อไม่ให้มันกว้างไปมากกว่านี้




           ม๊าครับ! วันนี้ผมไม่กลับบ้าน! ผมจะหนีตามผู้ชาย!



          เหมือนฟ้าเป็นใจ ไม่อยากให้ผมเขินนานไปกว่านี้



          รถเมล์สีขาว-น้ำเงินคันคุ้นเคยเข้ามาในสายตาของผม ผมรีบกระเด้งตัวลุก ทำให้ผมออกจะดูเด๋อๆด๋าๆ ผมหันไปมองหน้าคนที่เพิ่งจะลุกตามผมขึ้นมา ก่อนจะชี้ไปที่รถคันนั้นพร้อมยิ้มอย่างดีใจ





          “มาแล้วๆ” ผมวิ่งไปที่ริมฟุตบาทเพื่อจะโบกมือเรียกให้อาป๊าหยุดรับผม





          รถเมล์ค่อยๆเทียบป้ายก่อนจะหยุดอยู่ตรงหน้าผม อาป๊ามองผมอย่างมีคำถามลงมาจากที่นั่งคนขับ ก่อนป๊าจะดึงโซ่ข้างคนขับเพื่อเปิดประตูบานพับให้ผมขึ้นไปบนรถ 



          ผมหันไปมองคนด้านหลังเล็กน้อยเพื่อเป็นการชักชวน ก่อนจะเดินขึ้นไปบนรถโดยมีพี่ยูตะตามมา ผมยกมือไหว้อาป๊าเหมือนที่ทำเป็นปกติทุกครั้ง หางตาผมเห็นว่าคนที่ตามผมมาก็ยกมือไหว้เช่นกัน



          อาป๊าผมไม่ปล่อยให้เสียเวลา ป๊าดึงเกียร์และขับรถออกจากป้ายทันทีที่ประตูยังไม่ทันปิดสนิทดี ทำให้ผมและพี่ยูตะต้องรีบหาที่ยึดเกาะ





          “ป๊าผมกลับบ้านด้วยดิ เอ่อ...นี่...” ผมทักอาป๊า ก่อนจะหันไปชี้คนที่ตามผมมาเพื่อแนะนำตัว แต่ปัญหาคือผมไม่รู้จะแนะนำเขาว่าเขาเป็นอะไรกับผมนี่สิ...



          “…” อาป๊าเหลือบมองผมเล็กน้อยเหมือนรอคำตอบ



          “เอ่อ...” ผมอ้ำๆอึ้งๆ มองหน้าอาป๊าสลับกับพี่ยูตะ



          “เพื่อนครับ” อยู่ๆคนด้านหลังก็พูดขึ้นมา “ผมเป็นเพื่อนวินวินครับ ชื่อยูตะครับ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับป๊า” พี่ยูตะแนะนำตัวพร้อมรอยยิ้ม





          เชี่ย!! กูถูกเลื่อนยศเฉ๊ย! 





          “อ่อ อยู่แถวนี้หรอ” ป๊าผมหันมาเล็กน้อยเพื่อถามพร้อมรอยยิ้มใจดี



          “ใช่ครับป๊า ผมอยู่หมู่บ้านพ. ข้างหน้านี่แหละครับ” 



          “ใกล้ๆนี่เองเนอะ เดี๋ยวอั๊วไปส่ง ขึ้นฟรีเลย” 



          “ขอบคุณครับป๊า” พี่ยูตะยกมือไหว้ขอบคุณอาป๊า





          โคตรคลูว์! มีใครให้มากกว่านี้มั้ยครับ เจอกันเมื่อวาน ทำความรู้จักกันตอนบ่าย ตอนเย็นพามาเจอพ่อ! เร็วกว่าชินคันเซ็นก็กูนี่แหละครับ



          เพื่อไม่เป็นการรบกวนการขับรถของอาป๊า ผมกับพี่ยูตะจึงเดินไปหาที่ยืนที่อื่นในตัวรถแทน วันนี้ผู้โดยสารไม่เยอะมากเหมือนวันอื่นๆ แต่ที่นั่งทุกที่ก็ถูกจับจองจนเกือบเต็ม 



          น้องชายผม เหรินจวิ้น ในชุดเครื่องแบบ ที่วันนี้มาทำหน้าที่กระเป๋ารถเมล์แทน ยืนจับราวอยู่แถวท้ายรถเพื่อทรงตัวพร้อมกระบอกตั๋วในมือ มองพี่ยูตะ และผมอย่างมีคำถาม



          ผมเดินเข้าไปหาน้องชายของตัวเอง





          “นี่เหรินจวิ้นครับ" ผมแนะนำ "ส่วนนี่พี่ยูตะที่เล่าให้ฟัง"





          เหรินจวิ้นยกมือขึ้นไหว้ พี่ยูตะยกมือเพื่อรับไหว้เช่นกัน





          “อ่อ ที่เฮียบอกว่าชอบอะนะ...” เหรินจวิ้น





          “…” ผม



          “…” พี่ยูตะ



          “เอ่อ…” 




          เชี่ย! น้องเนรคุณ! 





          ผมหันไปมองหน้าพี่ยูตะที่อยู่ด้านหลังผมมา และก็ค้นพบว่าหน้าเขาก็อึ้งไปไม่ต่างจากผมเท่าไหร่ จากประโยคที่ออกจากปากน้องชายตัวแสบเมื่อครู่ ก่อนที่ใบหน้าอ่ำอึ้งนั่นจะเปลี่ยนเป็นคลี่ยิ้มกว้าง พี่ยูตะสบตาผมก่อนจะกล่าวประโยคที่ว่า...





          “ไม่แก้ตัวหน่อยหรอ”



          “เอ่อ...คือ...แบบว่า...” แก้ตัวว่าอะไรดีวะ...



          “จะแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินละกันนะ” เขาหัวเราะเล็กน้อย ก่อนจะทำเป็นลอยหน้าลอยตา เกาะราวรถ ทำเป็นไม่ได้ยินประโยคเจ้าปัญหา





          ผมหันไปมองเหรินจวิ้นก่อนจะค้นพบว่ามันกำลังกลั้นขำอย่างจะเป็นจะตาย... รู้งี้ผมน่าจะบีบคอมันตั้งแต่รู้ว่ามันจะมาแย่งความรักของอาป๊าอาม๊าไปจากผม!



          ตอนนี้ผมทำอะไรไม่ถูกไปหมด อาการทำตัวเด๋อกลับมาอีกครั้ง ผมเกาะเสารถ สำรวจฝุ่นไรตามร่องพื้นไม้ของรถ ผมแอบเห็นจากหางตาตัวเองว่าตอนนี้เหรินจวิ้นก็ยังคงจ้องมองการกระทำของผมพร้อมหัวเราะให้ความเด๋อๆด๋าๆของมันอยู่ 





          ระยะทางกว่า 6 ป้ายรถเมล์ ระหว่างผม และพี่ยูตะมีแต่ความเงียบ เพราะต่างคนต่างไม่รู้จะสรรหาเรื่องใดขึ้นมาพูดดี ผมมองวิวนู้นนี่นอกตัวรถ ทำเป็นพยายามหาจุดวางสายตา



          เหรินจวิ้นขอตัวไปเก็บเงินค่าโดยสารจากผู้คนที่ขึ้นรถมาจากแต่ละป้ายได้สักพักแล้ว





          ป้ายหน้าก็หมู่บ้านของพี่ยูตะแล้ว... รถเข้าใกล้ป้ายขึ้นทุกที...





          “ฉันไปแล้วนะ” เสียงพี่ยูตะกล่าวขึ้นข้างผม ผมหันไปสบตากับเขา พี่ยูตะคลี่ยิ้มอบอุ่นเพื่อกล่าวบอกลา เขาเดินไปยังหน้ารถ รำ่ลาผู้เป็นพ่อของผม ก่อนจะก้าวลงจากรถที่ประตูหน้าไป





          ผมควรทำอะไรสักอย่าง... ก่อนที่รถจะจากป้ายนี้ไป...





          ผมวิ่งไปที่หน้าต่างบานที่ใกล้ที่สุด ติดกับเบาะนั่งที่ไม่มีผู้โดยสาร ก่อนจะปีนขึ้นไปนั่งเพื่อชะโงกหน้าออกไปนอกตัวรถ





          รถค่อยๆออกตัว...





          “พี่ยูตะครับ!!” ผมตะโกนเรียก 





          แผ่นหลังของพี่ยูตะที่เดินออกจากป้ายไปเพียงเล็กน้อยหยุดเดินเพราะเสียงเรียกของผม





          รถออกตัวเร็วขึ้น... ตอนนี้รถกลับกลายเป็นนำพี่ยูตะ ทำให้ผมมองเห็นหน้าของเขา เขาสบตาผม





          “พรุ่งนี้กลับรถเมล์คันนี้นะครับ!!”





          พี่ยูตะในสายตาของผมค่อยๆห่างออกไปเรื่อยๆ





          พี่ยูตะลับสายตาไปแล้ว...





          พูดออกไปแล้ว... ผมไม่รู้ว่าเขาจะตอบรับคำขอร้องของผมหรือไม่ และ ผมไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้ผมจะได้เจอเขาหรือไม่ แต่รอยยิ้มที่ผมเพิ่งจะได้รับ คงเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าเขาได้ยินสิ่งที่ผมเพิ่งพูดออกไป





          ผมลดตัวลงมานั่งที่เบาะนั่งโดยสารในท่านั่งปกติ เฮ้อ ผมถอนหายใจ





          “แรด” เหรินจวิ้นที่มายืนอยู่ข้างผมตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้





          อีสันขวาน! มันด่าผม!... แต่ผมก็แรดจริงๆนั่นแหละ... ยอมรับก็ได้





          “เออ เฮีย... แต่พี่ยูตะแซ่บจริงอะ” เหรินจวิ้นยกนิ้วโป้งขึ้นมายืนยันความแซ่บ “จะจีบจริงดิ?”





          จริงๆผมไม่ได้อยากจะจีบเขาให้มาเป็นแฟนหรือว่าอะไรก็ตาม แต่เรียกว่าเป็นความรู้สึกอยากจะรู้จัก อยากจะอยู่ใกล้จะดีเสียกว่า





          “แค่นี้ก็ดีเท่าไหร่แล้ว” ผมตอบน้องชาย





          อาป๊าวนรถอยู่หลายเที่ยว จนเวลาล่วงเลยไปหลายทุ่ม เมื่อส่งผู้โดยสารครบทุกป้ายแล้ว อาป๊าก็นำรถไปจอดในอู๋รถเมล์ ก่อนอาป๊าจะขับรถส่วนตัวที่จอดอยู่ที่อู๋ พาผมกับเหรินจวิ้นกลับมาพักผ่อนที่บ้าน



          เมื่อรถส่วนตัวเข้าจอดสนิทหน้าประตูบ้าน พวกผมสองคนก็รีบเปิดประตู วิ่งลงจากรถเข้าไปในตัวบ้าน เพื่อจะได้กินอาหารฝีมืออาม๊าหลังจากเหนื่อยมาทั้งวันเสียที



          บ้านของพวกเรา อาป๊า อาม๊า เหรินจวิ้น และผม เป็นบ้านเดี่ยวสไตล์จีน สวนสวยถูกออกแบบเป็นอย่างดีโดยนักออกแบบสวนมืออาชีพ ต้นไม้และดอกไม้นานาชนิด ทั้งยืนต้น และล้มลุก ถูกดูแลเป็นอย่างดีโดยอาม๊า ภายในบ้านเฟอร์นิเจอร์ไม้สักแนววินเทจถูกเลือกให้เป็นสไตล์หลักในการตกแต่ง



          แม้ว่าครอบครัวของเราจะมีอาชีพขับรถเมล์ แต่พวกเราก็ถือว่ามีฐานะอยู่พอสมควร แต่ถ้าให้พูดตามตรง อาป๊าของผมก็มีช่องทางหาเงินอย่างอื่นนั่นแหละครับ ไม่งั้นจะมีกินมีใช้ เอาเงินไปจับจ่ายของฟุ่มเฟือยได้อย่างไร



          ผมกับเหรินจวิ้นวิ่งแข่งกันมาจนถึงห้องครัว กับข้าวมากมาย และข้าวสวยร้อนๆถูกจัดวางอยู่บนโต๊ะรับประทานอาหารตัวยาว โดยมีอาม๊านั่งรอพวกเราอยู่แล้วที่โต๊ะฝั่งหนึ่ง 

ไม่รอช้า ผมและน้องชายรีบนั่งที่นั่งประจำของตนเองเพื่อรอเวลารับประทานอาหารเย็นพร้อมกันทั้งครอบครัว



          ตอนนี้อาป๊าที่เดินตามพวกผมเข้ามา ก็นั่งประจำที่ที่หัวโต๊ะเป็นที่เรียบร้อย ก่อนจะทำมือเป็นสัญญาณว่าให้เริ่มรับประทานได้



          อาหารฝีมืออาม๊ายังอร่อยเหมือนเดิม อาม๊าไม่ได้ทำอาชีพอะไรเป็นพิเศษ เป็นเพียงแค่แม่บ้าน ทำให้อาม๊าหาอะไรทำยามว่างโดยการฝึกปรือฝีมือการทำอาหารอยู่เสมอๆ ครอบครัวของเราจึงได้มีเมนูหลากหลายให้ได้ชิมอย่างไม่ซ้ำหน้าซำ้ตาอยู่ทุกวัน





          “วินวิน วันนี้ไปไหนมาลูก” อยู่ๆอาม๊าที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามผมก็ถามขึ้นมา



          “วินไปหาเพื่อนมาครับอาม๊า” ผมตอบ



          “เพื่อน? คนไหนหรอลูก” อาม๊าถามอย่างสงสัย เพราะไม่มีเพื่อนของผมคนไหนที่อาม๊า และอาป๊าไม่รู้จัก



          “ชื่อยูตะครับม๊า” เหรินจวิ้นที่นั่งอยู่ข้างอาม๊าตอบแทนผม



          “ดูเป็นเด็กน่ารักมากเลยนะ วันนี้มาขึ้นรถเมล์อั๊วด้วยแหละ อยู่หมู่บ้านพ. แถวนี้เอง” อาป๊าเสริม



          “หรอลูก” อาม๊าหันมามองผม “อยู่โรงเรียนเดียวกันหรอ”



          “ป่าวครับม๊า อยู่ TYIS ครับ” ผมตอบ



          “เอ้ะ? ทำไมเด็ก TYIS ขึ้นรถเมล์หละ” 



          “รถเขาเสียหนะครับม๊า แล้วเขาอยู่คนเดียวก็เลยไม่มีใครไปรับไปส่งหนะครับ”



          “อ่าว อยู่คนเดียว? แล้วพ่อกับแม่เขาไปไหนซะหละ” 



          “เห็นว่าทำงานอยู่ที่ญี่ปุ่นหนะครับ นานๆจะกลับมาเยี่ยมที” ผมตอบตามสิ่งที่ได้รู้มา



          “ชวนเพื่อนมากินข้าวที่บ้านเราสิลูก อยู่คนเดียวคงเหงาน่าดูหละเนอะ” อาม๊าพูดอย่างจริงจัง ก่อนจะหันไปมองอาป๊าที่หัวโต๊ะ “เนอะคุณ”



          “อืมใช่ อาวิน ลื้อชวนเขามากินข้าวบ้านเราได้นะ” อาป๊าเสริม





          ผมหันไปมองหน้าเหรินจวิ้นที่ตอนนี้ก็พยักพเยิดเห็นด้วยเช่นกัน





          “ไว้วินจะชวนมานะครับ” 





          หลังจากกินข้าว และใช้เวลาในครอบครัวร่วมกันแล้ว ผมก็ขอตัวขึ้นบ้านเพื่อใช้เวลาส่วนตัวในห้องของผม 



          เพื่อให้ห้องเป็นแบบที่ถูกใจผมมากที่สุด ภายในห้องจึงถูกออกแบบจัดวางโดยผมเองทั้งหมด ผมเลือกสีเทา และครีมเป็นสีหลักในการแต่งห้อง 



          โซนกิจกรรมถูกจัดอยู่ตามจุดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโซนอ่านหนังสือและทำการบ้าน มุมนั่งเล่น โซนเล่นเกม หรือโซนของสะสม bearbrick หมีพลาสติกหน้าโง่ที่ผมชื่นชอบ ซึ่งสิ่งที่ยืนยันความบ้าคลั่งของผมก็คงจะเป็นการที่มี bearbrick ขนาด 1000% กว่าสิบตัวตั้งอยู่นั่นแหละครับ



          เตียงขนาด 5 ฟุตหุ้มหนังสีดำตั้งอยู่กลางห้องนอน ผมเดินเข้าไปหามันก่อนจะทิ้งตัวลงนอนหงายให้กับความเหนื่อยตลอดทั้งวัน





          จู่ๆคำพูดของผู้เป็นแม่ก็ดังขึ้นในความคิด





          ‘ชวนเพื่อนมากินข้าวที่บ้านเราสิลูก อยู่คนเดียวคงเหงาน่าดูหละเนอะ’





          ผมลองคิดถึงการอยู่คนเดียว หากเป็นผมคงจะทนอยู่กับความเหงาไม่ได้ดีนัก เพราะผมชินกับการที่กินข้าวเย็นกับครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาไปเสียแล้ว



          ผมหยิบโทรศัพท์ของตัวเองออกมาจากกระเป๋ากางเกงยีนส์ที่สวมใส่อยู่ ก่อนจะทำการปลดล็อคหน้าจอ เข้าแอพอินสตราแกรมเพื่อนหาแอคของใครบางคน... ช่องทางเดียวที่ผมจะติดต่อเขาได้...





          @nakamoto_yuta





          ผมจัดการพิมพ์ข้อความที่ต้องการลงในกล่อง direct message 





          ‘พี่ยูตะ ผมวินวินเองนะ’





          สัญลักษณ์รูปตาพร้อมชื่อแอคของผู้รับสารแสดงขึ้นมา แสดงว่าเห็นข้อความของผมแล้วสินะ... อ่านเร็วจัง...





          ‘รู้แล้ว ว่าจะส่งข้อความหาอยู่พอดี’ พี่ยูตะตอบกลับมา





          ‘พี่รู้หรอ’

          ‘หาแอคผมมาจากไหน’





          ‘ไม่ต้องรู้หรอกน่า’

          ‘ฉันจะส่งข้อความมาถามว่ารถป๊านายผ่านป้ายหน้าโรงเรียนฉันกี่โมงบ้าง’





          ‘แปปนะ’





          ผมลุกขึ้นจากเตียง เดินไปที่โต๊ะอ่านหนังสือ หยิบเศษกระดาษมาเพื่อเขียนเวลาที่รถเมล์ของอาป๊าจะผ่านไปป้ายหน้าโรงเรียน TYIS ก่อนที่ผมจะถ่ายรูปเศษกระดาษนั้นส่งไปให้คนถาม





          ‘ตามนี้ครับ’





          ‘แต้งกิ้วครับ’

          ‘แล้วนายส่งข้อความมาหาฉันมีอะไรหรือเปล่า’






          ‘ปกติพี่กินข้าวเย็นที่ไหนครับ’





          ‘ก็อาหารแช่แข็งนี่แหละ’

          ‘อาศัยใช้อุ่นเวฟเอา’





          ‘กินอย่างงี้ทุกวันเลยหรอพี่ 555’





          ‘ใช่ 5555’

          ‘เบื่อจะแย่อยู่แล้ว’

          ‘ถามทำไมหรอ’





          ‘ม๊าผมชวนพี่มากินข้าวที่บ้านอะ’





          ‘กินข้าว?’





          ‘อือ ผมเล่าให้ม๊าฟังว่าพี่อยู่คนเดียว’

          ‘คิดว่าพี่คงเหงา ก็เลยชวนมากินข้าวกับครอบครัวผม’

          ‘พี่ว่างหรือเปล่าครับ’





          ‘ว่างสิ ฉันอยากไปกินข้าวกับครอบครัวนายนะ’

          ‘พรุ่งนี้มีซ้อมบอลถึง 5 pm’





          จากการนั่งคุยกันที่ Newton Café ในช่วงบ่ายที่ผ่านมา ทำให้ผมรู้อยู่แล้วว่าพี่ยูตะเป็นนักฟุตบอลโรงเรียน เรื่องนี้จึงทำให้ผมไม่แปลกใจเท่าไหร่





          ‘งั้นพรุ่งนี้เจอกันนะครับ’





          ‘โอเค’





          





          ผมกดหัวใจไปหนึ่งที เป็นการจบบทสนทนา ซึ่งปกติผมมักจะทำอย่างนี้เป็นประจำเวลาต้องการจะจบบทสนทนากับเพื่อน หรือใครก็ตาม 



          ผมกดออกจากแอพ กดล็อคจอโทรศัพท์ ก่อนที่จะลุกขึ้นจากเตียงเพื่อไปอาบน้ำ



          ยังไม่ทันที่ผมจะลุกจากเตียงดี เสียงแจ้งเตือนจากอินสตราแกรมว่ามีคนส่งข้อความหาผมก็ดังขึ้น



          ผมกดเข้าไปดูกล่องข้อความ มันเป็นข้อความจากคนที่เพิ่งคุยกันเมื่อครู่





          






End of Chapter 6








(เห็นชุดกระเป๋ารถเมล์ กับยูนิฟอร์มโรงเรียนานาชาตินั่นมั้ย 5555)




_______________(•ө•)♡______________

เป็นยังไงบ้างคะตอน 6 แล้วเนอะ มีความเป็นฟิครักใสใสเพิ่มขึ้นยังเอ่ย 5555

จริงๆเริ่มแต่งฟิคนี้เพราะว่าช่วงนั้นโมเม้นยูวินหายไปนานมาก ถ้าสังเกตช่วงนี้จะอัพช้ากว่าช่วงแรกๆ เพราะว่าลำไยคุณยูที่ทำแต้มถี่เหลือเกินช่วงนี้ 

ฝากคอนเม้นให้กำลังใจเค้าด้วยน้า ฟิคยูวินเป็นคู่ที่คนอ่านน้อยเหลือเกิน บางทีก็ท้อใจ ฮือ TT

พูดคุยได้ที่ #วินเป๋าเมล์ นะคะ แอบส่องทุกวันเด้อ 

รักคนอ่านทุกคนจริมๆ พวกเทอว์คือกำลังใจ


ปล. เค้าขอโทษที่เอาความเด๋อของด้อม (วิงวิง กับน้องมูมิน) มาทำร้ายให้ดูเป็นคนเถื่อนขนาดนี้ ;_;




(31/03/2017)









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 116 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

660 ความคิดเห็น

  1. #626 NamFah Sone (@jungokris) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 14:01
    เขินนน พี่เค้าไม่กลัวหนูแล้ว
    #626
    0
  2. #619 yadaitsme (@piyada_moofang) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 00:02
    เขินนนนนนนนนนน
    #619
    0
  3. #598 QUEEN007 (@QUEEN007) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 03:11

    น้องจวิ้นที่เถื่อนแบบนี้คือแรร์มากค่ะ ช้อบบบ ส่วนยูตะ มีใจใช่มั้ยเราอ่ะ ชัวๆ

    #598
    0
  4. #523 black-village (@peam-ff) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 13:49
    ตลกน้องเหริน5555 วินวินเด๋ออ่ะเทออออ
    #523
    0
  5. #508 Galaxy_q (@king-banana) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 01:01
    ละมุนนนนน
    #508
    0
  6. #491 pipepais (@pattarapornjara) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 15:57
    โอ้ยยยยิ้มไม่หุบถ้านี่เป็นวินคงสำลักความสุขตายซะละ ยูตะจะใจดีอะไรขนาดนั้นฮือออ โคตรน่ารัก
    #491
    0
  7. #471 komurola01 (@KachaSaijoog) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 02:58
    ตลกจวิ้นด่า วินว่าแรดโอ๊ยยใครพี่กันเนี่ย 55555
    #471
    0
  8. #459 baekhyunhyun2544 (@baekhyunhyun2544) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 00:48
    จวิ้นด่าว่าแรด ตกลงใครเป็รพี่กัน แต่หนูวินมันก็แรดจริง555555
    #459
    0
  9. #426 JKCBB (@JKCBB) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 23:05
    ครอบครัววินวินน่ารักมากๆๆๆๆ ฮื่ออออ ทำไงดีอ่ะ แพ้คนรวยเนี่ยค่ะ55555555
    #426
    0
  10. #244 sasi1999 (@satacha) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 15:34
    มีชวนมากินข้าวบ้าน
    มีกดส่งหัวใจให้ด้วย
    แหมๆๆๆๆๆๆ
    #244
    0
  11. #198 Cloudy B. (@dream-sdw) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 00:18
    ตายล้าวๆๆๆๆ เปิดตัวกับอาป๊าอาป๊าแล้ว T_T อ่านไปเขินไปคิดว่าตัวเองเป็นวินวินค่ะ ฮือ ฟิคดีมากๆ
    #198
    0
  12. #192 nook_shawol99 (@nook_shawol99) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 22:17
    สู้ๆนะคะ รอติดตามค่าา
    #192
    0
  13. #166 ชู้ปปี้โฮปปี้ (@fahzaa2123) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 02:17
    ฮื้อออออตอนนี้น่ารักกกกกกก เเต่ก็ยังขำอยู่555555555555555
    #166
    0
  14. #159 pqmeun_ (@mingz209) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 13:37
    อ่านแล้วยิ้มตลอดเลยไม่รู้ว่าเป็นฟีลขำหรือเขินกันแน่555555555555555555555
    #159
    0
  15. #135 Marbelz (@obcheoi-bell) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 04:17
    จวิ้นคำสั้นๆแต่ได้ใจความ 555555 ฉันเขินเหลือเกิลลล
    #135
    0
  16. #134 soek (@soek) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 10:37
    แกกกกกกกกชุ้นไม่รู้จะขำหรือเขินดีอ่ะอ่านแล้วเหมือนคนบ้า5555555โอ้ยยยยยยูตคุงอย่าอ่อยน้องงงงงง
    #134
    0
  17. #133 แคสเติ้ลจี ★ (@g-garden) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 22:00
    ตั้งแต่อ่านมา ตั้งแต่ตอนแรกจนตอนนี้พูดได้คำเดียวว่า "ทำไมกุต้องมาขำกับอะไรแบบนี้" ตลกตั้งแต่ตอนที่หนึ่งเลยอะเอาจริง ยอม 555555 รอตอนต่อไปอยู่นะคะ
    #133
    0
  18. #132 kyn_mindeulle (@kyn_mindeulle) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 21:22
    มันดีต่อใจมาก ๆ เลยค่ะไรต์ /ซับน้ำตา มาต่อไว ๆ นะคะ คิดถุง
    #132
    0
  19. #131 PraewaStephanie (@PraewaStephanie) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 10:49
    น่ารักมากเลยค่ะตอนนี้ เขินไปหมดเก็บอาการตอนอ่านไม่อยู่เเล้วฮือออออ (ไรท์ต้องรับผิดชอบ) ทุกอย่างดูเกิดขึ้นรวดเร็วมาก พี่ยูตไม่กลัวน้องวินเเล้ว เเถมรอบหน้าจะไปกินข้าวที่บ้านด้วย เเบบนี้เเล้วย้ายบ้านไปอยู่ด้วยกันเลยดีมั้ย5555555
    #131
    0
  20. #130 qqxtg (@siwanguy) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 09:59
    น่ารักกกกกก แง
    #130
    0
  21. #129 poochaya_nit (@poochaya_nit) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 20:34
    >//////< นั่งยิ้มตั้งแต่เริ่มตอนจนจบตอนเลยอ่า5555555555 ฟิคน่ารักมากกกกแงงงง>< สู้ๆนะคะไรท์รออ่านอยุ่น้าาาาา เป็นกำลังใจให้ค่าาาาา
    #129
    0
  22. #128 KBTLB' (@pokpakartist) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 05:51
    เม้นไม่ถูก ฮืออออ มันน่ารักมันเขิน มันแบบบบ ไม่ไหวแล้วแกกก ยัยจิ๊บน่ารักทะลุจอมาก น่ารักทะลุตัวอักษรสุดๆ ;//////; ยูตะนี่ในมุมของจิ๊บนี่เท่สุดอะไรสุดอ่ะ คีพคูลมากๆ ทั้งๆ ที่บางทีก็กากกระงและเกรี้ยวกราด 555555555 งือออ พี่ยุตเห็นความน่ารักของน้องแล้วใช่ม้ะ แล้วคือบ้านยัยจิ๊บนี่ไวไฟมาก ชวนมาบ้านซะละ ป๊าม๊าคงไม่ได้คิดอะไร แต่ยัยเด็กสองคนพี่น้องนี่ดิ แหมๆๆ ยิ่งยัยจิ๊บนะ รู้นะชั้นรู้นะว่าเธอคิดอะไรอยู่ อิอิ #ทีมทาสจิ๊บเป๋าเมย์ 555555555
    #128
    0
  23. #122 EsnesPolar (@inspirit2382542) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 22:45
    กรี้ดดดดดบ๊ะะะะ ยัยจวิ้นหนูนี่นะอยาดจับมาตีๆๆๆๆปากสักร้อยที
    แต่ครอบครัวเป็นใจจังเลยค่ะกรี้ดดดดดด
    #122
    0
  24. #112 HaNAxx (@Kartuun) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 20:31
    บร๊าดดดดด อะเขินเด้ น้องวินน่ารักมากงุย^^
    #112
    0
  25. #111 LK_8807 (@alice59) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 19:13
    น้องจวิ้นทำดีมากลูก55555 เขินแรงมากดหัวใจอะไรกันคะฮือออออ
    #111
    0