[NCT] {YUWIN} ชิดในเด้อ

ตอนที่ 11 : 0 ถึง 100

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,842
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 100 ครั้ง
    27 มิ.ย. 61




          “พี่ยูตะ พี่จะพาผมไปไหนหรอ?”



          “ไม่รู้ดิ...”





          ผมหันไปตอบวินวิน ที่กำลังเดินตามหลังผมขึ้นมาบนรถเมล์ปรับอากาศ หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า ปอ.



          รถปอ. จะคิดค่าโดยสารตามระยะทางที่ผู้โดยสารต้องการเดินทาง ต่างจากรถเมล์ของอาป๊าวินวินที่คิดค่าบริการ 9 บาทตลอดสาย (วินวินเล่าให้ฟัง)





          “ห้ะ!?” วินวินทำหน้าตาเลิกลั่ก “พี่บอกว่าไม่รู้ แล้วจะไปไหนกัน?”



          “ก็แค่ลองสุ่มรถเมล์สักคันนั่นแหละ” ผมยิ้ม “ฉันแค่อยากไปสักที่กับนายก็เท่านั้นแหละ”



          “เอ่อ...”



          “นายหน้าแดงนะ, วินวิน?” ผมหัวเราะ





          ดูเหมือนว่าคำพูดของผมคงจะทำให้เจ้าตัวเขินไม่ใช่น้อย วินวินรีบเอามือตะครุบหน้าตัวเอง พร้อมหลบสายตาผมทันที



          ใครกันที่มันปากเก่งบอกว่าจะจีบผมกันนะ?



          ผมแอบหัวเราะเบาๆ ให้กับความคิดที่ผุดขึ้นมา





          “พี่หัวเราะไรอะ!!” อยู่ๆ วินวินก็โวยวายขึ้นมาให้กับเสียงหัวเราะของผม



          “ก็นายทำตัวตลกเองนี่หน่า” ผมทำหน้าตาล้อเลียนเค้า





          จนคนที่ถูกล้อเลียนอดไม่ได้ที่จะเอามือมาฟาดที่ไหล่ข้างหนึ่งของผม



          พัวะ!





          “พี่อะ!” 



          “โอ้ย ฮ่าฮ่า” ผมหัวเราะ กุมไหล่ข้างที่โดนฟาด แกล้งทำเป็นว่าเจ็บเสียเหลือเกิน





          นั่นแรงมือผู้ชายจริงอ่อวะ?



          กูนึกว่าโดนเด็กอนุบาลฟาด...





          “แล้วกระเป๋ารถเมล์คันนี้เขาไม่เก็บเงินหรอวะ” ผมพึมพำ ชะเง้อหากระเป๋ารถเมล์



          “เดี๋ยวก็มามั้งครับ” วินวินที่ได้ยินเสียงพึมพำ ตอบผม



          “แล้วนายไม่มีบัตรยกเว้นค่าโดยสารหรอ” ผมละจากการชะเง้อหากระเป๋ารถเมล์ หันไปถามเขา





          เพราะการเป็นกระเป๋ารถเมล์จะได้บัตรแสดงตน ลดค่าโดยสารขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (อันนี้วินวินก็เล่ามา)





          “ผมจะมีได้ไงเล่า” วินวินหัวเราะ “ผมเป็นกระเป๋ารถเมล์เถื่อน”



          “หือ?”



          “ผมยังอายุไม่ถึง 18 เลย เพราะอาป๊าอยากให้ผมมาช่วยงานช่วงปิดเทอม ก็เลยไปขอเจ้านายเขาไว้น่ะ” เขาเล่า “อีกอย่างรถที่อาป๊าขับเป็นเอกชนร่วมบริการ ไม่ใช่ขสมก. ด้วย”



          “เปิดเทอมก็จะไม่ทำแล้วหรอ?”



          “ครับ” เขาพยักหน้า



          “เปิดเทอมวันไหน” 



          “สัปดาห์หน้าก็เปิดแล้วครับ” 



          “…” ผมพยักหน้ารับรู้



          “อย่างนี้ผมก็มาเจอพี่บ่อยๆ ไม่ได้แล้วหนะสิ” วินวินยิ้มยียวน พูดด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ





          ให้ตายเถอะ...หมั่นไส้ท่าทางจากเด็กตรงหน้าอย่างบอกไม่ถูก



          ผมเลยจัดการเอานิ้วดันหน้าผากหมอนี่อย่างหมั่นเขี้ยว





          “ให้มันน้อยๆหน่อย” ผมเบะปาก “นายหายไปฉันก็ไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่หรอก อย่าสำคัญตัวเองมาก”



          “…”





          อยู่ๆ วินวินก็นิ่งไป



          อิ๋บอ๋าย...



          อย่าบอกนะว่าคิดมากกับคำพูดของผม



          เชี่ย... กูเริ่มรู้สึกผิดละ





          “ฉันขอทะ...”



          “ไปไหน?”





          ยังไม่ทันที่ผมจะได้เอ่ยขอโทษ และรับผิดชอบกับคำพูดของตัวเอง กลับมีเสียงบุคคลที่สามแทรกขึ้นมา



          ผมหันไปตามเสียงนั้น ก่อนจะพบกับกระเป๋ารถเมล์ในเครื่องแบบสีขาว รุ่นราวคราเดียวกับผม หน้าตาวอนส้นตีนใช่ย่อย กำลังเคี้ยวหมากฝรั่ง กอดอก ตบเท้า ยืนรอคำตอบจากพวกผม





          “เอ่อ... มีที่เที่ยวที่ผ่าน แนะนำบ้างมั้ยครับ?” ผมถาม



          “เที่ยวแบบไหนอะ” กระเป๋ารถเมล์ถาม “ถ้าเที่ยวอ่างก็พอจะแนะนำได้อยู่”



          “เอ่อ...”





          เชี่ย...ไม่ใช่แล้วพี่ 





          “เนี่ย มีร้านเด็ดๆอยู่ เดี๋ยวลงป้ายหน้าเลยนะ” กระเป๋ารถเมล์บอกด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ



          “เอ่อ...” ผมพยายามจะแย้ง



          “ลงแล้วตรงไป ตึกสีชมพู ป้ายเขียนว่าป้าสมรอาบอบนวด”





          เชี่ยพี่! เปิดช่องว่างให้กูหน่อย



          วินวินที่ยืนฟังอยู่เริ่มหัวเราะอย่างบ้าคลั่งให้กับเหตุการณ์ตรงหน้า และท่าทีเด๋อๆ ด๋าๆ ของผม





          “คือพี่…”



          “เข้าไปในร้านนะ เลือกเบอร์ตองไปเลยเว้ย ราคาแม่งได้”



          “…” กูไม่ขัดก็ได้วะ! พูดไปเลยพี่!



          “คนที่ชื่อน้องเอ๋แจ่มจริง น้องเชอร์รี่ก็ดี น้องลีน่านี่...หูยยย ซี๊ดเลยกู”



          “…”



          “ร้านนี้ห้ามจ่ายถูกนะเว้ย เผลอๆ ได้ป้าสมรเจ้าของร้านเหี่ยวๆ มานวดแทน กูนี่เข็ด”



          “…” พูดจบยังพี่?



          “จะไปมั้ย?” หลังจากพี่แกพล่ามเสร็จ ก็หันมาถามผมหน้าตาใสซื่อ



          “คือพี่... ผมไม่ได้จะเที่ยวแบบนั้น” 





          แต่ถ้าพี่ว่าดี ผมจะจดไว้ แล้วค่อยไปวันหลังแล้วกันนะ...





          “เอ้า งั้นไปแบบไหนดีล่ะ” เขาถาม



          “ให้ผมพาพี่เที่ยวดีกว่านะ” วินวินที่ยืนหัวเราะอยู่นาน หันมาบอกผม ก่อนหันไปบอกกระเป๋ารถเมล์ “ลงสนามหลวงครับ”



          “12 บาท น้อง” กระเป๋ารถเมล์บอก





          ผมยื่นเงินพอดีจำนวนให้เขา เป็นค่าโดยสารสำหรับพวกผมสองคน กระเป๋ารถเมล์รับไป ก่อนจะฉีกตั๋วส่งมาให้ผม





          “แล้วอย่าลืมไปหละ” เขาเดินเข้ามาตบไหล่ผม “ป้าสมรอาบอบนวด” ก่อนจะเดินจากไป



          “จะไปหรอ?” วินวินหัวเราะ



          “ตลกและ!” ผมรีบโวยวาย ถึงแม้จะอยากแอบไปดูว่าน้องลีน่าเด็ดจริงหรือเปล่าก็เถอะ... “แล้วนายจะไปทำอะไรสนามหลวง?”



          “ถนนข้าวสาร” วินวินว่า “ผมว่าจะไปซื้ออะไรสักหน่อย”









          หลังจากลงรถเมล์จากสนามหลวง วินวินก็พาผมเดินไม่ไกลมากนักจนถึงถนนข้าวสาร



          เพราะว่าเวลานี้เป็นเวลาเกือบทุ่ม ผู้คนจึงค่อนข้างพลุกพล่านบ้างแล้ว บ้างก็มาเพื่อสถานบังเทิง บ้างก็มาเพื่อเดินเล่น



          ผมไม่เคยมาถนนข้าวสารเลย นี่เป็นครั้งแรก ทำให้ผมค่อนข้างตื่นเต้นกับสีสันของย่านท่องเที่ยวแห่งนี้ ร้านรวงต่างๆ ทั้งของใช้ และอาหารตั้งเต็มไปหมด ทั้งบนฟุตบาท และบนถนนก็ตาม ผู้ค้าหาบเร่เดินกันให้ขวักไขว่ นักท่องเที่ยวหลากหลายสัญชาติสัญจรไปบนถนนเส้นนี้ แสดงสีหน้าอย่างเห็นได้ชัดว่ามีความสุขเพียงใดกับสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังแห่งนี้



          วินวินพาผมเดินลัดเลาะไปตามฟุตบาทที่ค่อนข้างเบียด เพราะร้านที่ตั้งอยู่บนทางเท้านี้ ก่อนเดินเลี้ยวเข้าซอยหนึ่ง ซอยนี้ถูกเติมเต็มไปด้วยร้านขายของ ที่ชาวต่างชาตินิยมซื้อกลับไปเป็นของฝากจากเมืองไทย ทั้งของใช้ในบ้าน ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทย หรือแม้แต่เครื่องประดับทำมือก็ตาม



          วินวินมุ่งตรงไปยังร้านเครื่องประดับเล็กๆ ร้านหนึ่ง ของที่วางขายอยู่ล้วนเป็นกำไลข้อมือหลายหลายรูปแบบ เขาจ้องมองพวกมันอย่างพิจารณา ก่อนจะหยิบกำไลถักเชือกสีน้ำเงิน-ขาวเส้นหนึ่งขึ้นมา ยิ้มอย่างพอใจให้กับมัน ก่อนจะชูให้ผมดู





          “เส้นนี้สวยมั้ยครับ” เขาถาม



          “เข้ากับนายดีนะ” ผมตอบตามความจริง




          ตุง ตุ่งตุ้ง ตุง ตุ้งตุง ตุ้ง ตุง ตุง (เสียงริงโทนไอโฟน)





          ผมรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกงหลังจากได้ยินเสียงมันแผดลั่น ก่อนจะมองชื่อสายที่โทรเข้ามา





          ‘Mark TYIS70’





          ผมไม่แปลกใจที่เห็นชื่อมาร์คแสดงขึ้นมาในโทรศัพท์มากนัก เพราะเขาค่อนข้างสนิทกับผม และชอบโทรมาคุยเล่น หรือขอความช่วยเหลือจากผมเสมอๆ ในฐานะรุ่นน้อง



          ผมเดินเลี่ยงออกมาจากร้านที่วินวินยืนเลือกกำไลอยู่ ก่อนจะกดรับสายเรียกเข้า





          “ไงมาร์ค มีอะไร?”



          (สวัสดีครับพี่ยูตะ)



          “…”



          (ผมมีเรื่องสำคัญจะบอกพี่ในฐานะประธานนักเรียนครับ)



          “อะไรทำให้นายโทรมาในฐานะประธานนักเรียนได้”



          (คุณแทยงขอให้ผมแจ้งเรื่องนี้กับพี่เร็วมากเท่าที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ ผมเลยต้องโทรมาคุยธุระสำคัญเวลานี้... พี่ว่างที่จะคุยใช่มั้ยครับ) เสียงของมาร์คดูจริงจัง ต่างไปจากทุกที



          “ว่างสิ ว่ามาเลย” ผมว่า



          (พี่กำลังถูกจับตามองในฐานะนักเรียนที่มีพฤติกรรมไม่พึงประสงค์..)



          “เดี๋ยว...นายว่ายังไงนะ”



          (พี่ก็น่าจะรู้นะครับ พี่ยูตะ... ว่าช่วงนี้พี่เกี่ยวข้องกับอะไรอยู่) เสียงของเขาจริงจังมากขึ้น



          “มาร์ค... ฉันไม่เข้าใจนาย”



          (ก็ ‘วินวิน’ ยังไงหละครับ... พี่แหกกฎที่ว่า ห้ามผู้ใดนำความอันตรายมาแก่โรงเรียน เช่น อาวุธ ยาเสพติด หรือ บุคคลต้องห้าม’)



          “มาร์ค... เขาก็แค่เด็กคนนึง เขาไม่ใช่ตัวอันตราย...”



          (พี่ก็รู้นะครับ ว่าความรู้สึกของคนทั้งโรงเรียนที่มีต่อเขามันเป็นยังไง และมันส่งผลต่อการใช้ชีวิตของพวกเราอย่างไร)



          “มาร์ค...”



          (ตอนนี้พี่แค่ถูกตักเตือนครั้งแรก... นั่นหมายความว่าหากถูกตักเตือนที่สอง และมีการกระทำผิดให้เห็นอีก... พี่ก็คงจะรู้นะครับว่าจะเป็นอย่างไร...)



          “…”



          (… ในฐานะเด็กนักเรียนทุน)



          “เข้าใจแล้ว...” ผมรับ ผมไม่มีทางเลือก...



          (ผมหวังว่าจะไม่เจอพี่อยู่กับ ‘หมอนั่น’ อีกนะครับ)



          “อืม”



          (ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือครับ)





          ตู้ด!





          ผมเป็นฝ่ายตัดสายทิ้งเสียก่อน เมื่อรับรู้เรื่องที่มาร์คต้องการจะพูดทั้งหมดเสร็จแล้ว





          “พี่ยูตะครับ”



          วินวินที่เหมือนจะจัดการกับธุระของตัวเองเสร็จแล้ว เดินเข้ามาหาผม



          “หือ?” ผมรับ



          “เป็นอะไรไปครับ ทำไมทำหน้าเครียดๆ”



          “อ้ะ?” ผมรีบคลายปมที่หน้าออก นี่ผมแอบทำหน้าเครียดตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ... “ขอโทษที พอดีคิดอะไรเพลินๆ... แล้วนายได้อะไรมา?” ผมถามเขา





          วินวินชูกำไลข้อมือเชือกถักสองอันนี้ที่หน้าตาเหมือนกันขึ้นมา พร้อมกับยิ้มกว้างอย่างภาคภูมิใจ



          มันคือกำไลเชือกถักสีน้ำเงิน-ขาวที่เขาหยิบขึ้นมาเป็นอันแรก





          “น่ารักมั้ยครับ” 



          “อะ...อืม น่ารักดี” ผมตอบ



          “ส่งข้อมือมาสิครับ” วินวินขอ





          ผมยอมส่งข้อมือข้างหนึ่งของผมไปให้เขาอย่างว่าง่าย โดยปกติผมไม่ใช่คนที่ยอมทำอะไรตามที่ใครสั่งหรอกนะ แต่กับเด็กนี่... 



          ทำไมกูใจง่ายจังวะ!!?



          แม่งจะลากกูไปไหน กูไปหมด สั่งให้กูทำอะไร กูทำหม๊ด!



          เชื่องเป็นหมาเลยกู...





          หลังจากที่ผมส่งข้อมือไปให้ วินวินก็เอากำไลที่เพิ่งซื้อมาเส้นหนึ่งสวมใส่ข้อมือผม ก่อนจะดึงเพื่อให้กำไลมีขนาดกระชับกับข้อมือ เขายืมมองผลงานของตัวเองอย่างภูมิใจอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะจัดการเอากำไลอีกเส้นที่เหลือส่วมเข้ากับข้อมือของเขาเองเช่นกัน





          “อะไรกัน” ผมถาม พร้อมกับยกข้อมือข้างนั้นขึ้นมามอง



          “กำไลคู่ไงครับ” วินวินยิ้มกว้าง



          “รู้แล้วว่ากำไลคู่หน่า” ผมบ่น “แต่ทำไมต้องซื้อให้ฉันด้วย”



          “ผมแค่อยากมีอะไรคู่กับพี่บ้าง” 



          “ก็น่ารักดีนะ” ผมกลั้วหัวเราะให้กับกิจกรรมเด็กๆ ของเขา 



          “ผมเลือกอย่างดีเลยนะ รู้มั้ยครับว่าทำไมต้องสีนี้” วินวินยังคงยิ้มกว้าง พร้อมยิงคำถามใส่ผม



          “ไม่รู้สิ... นายชอบสีน้ำเงินหรอ” ผมยังคงมองมันอย่างพิจารณา



          “เหมือนสีรถเมล์ของอาป๋าผมเลยว่ามั้ย” เขาบอก “รถเมล์ของอาป๋ามันเหมือนอะไรที่เชื่อมระหว่างผมกับพี่...”



          “…” ผมตั้งใจฟังความหมายของมัน





          บัดซบ... ทำไมกูเขิน (〃ー〃)





          “หิวหรือยังครับ?” วินวินถามผม



          “ก็นิดนึง” ผมบอก แต่จริงๆ คือหิวมากต่างหากหละ...



          “งั้นไปไกลหน่อยก็ได้ใช่มั้ยครับ” วินวินขอ “ผมอยากไปหาอะไรกินที่เยาวราชพอดี”





          หลังจากที่ผมเชื่องเป็นหมา เออออตามวินวิน ยอมมาเยาวราชเพื่อหาอะไรกินตามที่เจ้าตัวต้องการ... ผมอยากจะบ่นเป็นภาษาลูให้ดังไปไกลถึงโอกาซังที่เจแปนสักที...



          นี่นอกจากเยาวราชมันจะไกลแล้ว เส้นทางก็ยังลัดเลาะซะจนผมเวียนหัว อีกทั้งการเดินทางที่วินวินเลือกมันดันเป็นรถตุ๊กๆ อีกต่างหาก



          ลุงคนขับนี่ดริฟแหกโค้งทุกโค้งเลยนะครับ! ผมจะอ้วกครับลุง!



          ผมเดินโซซัดโซเซ เพราะความหิว ตามวินวินไปตามถนนสายที่เรียกว่าเยาวราช หรือไชน่าทาวน์ กว่าผมกับวินวินจะมาถึง ก็เป็นเวลามืดมากแล้ว... แสงสีจากร้านค้า และป้ายไฟ ส่องสว่าง แสดงความตื่นตาตื่นใจออกมาให้คนที่เพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรกอย่างผม





          “กลับดึกอาป๊าไม่ว่าหรอ” ผมตะเบงเสียงถามคนที่เดินนำผมอยู่ แข่งกับเสียงการจราจร และเสียงเซ็งแซ่จากผู้คน



          “ผมไม่ใช่ลูกผู้หญิงนะ” วินวินหันมาตอบ กลั้วเสียงหัวเราะ “เดี๋ยวตรงไปมีบะหมี่เกี๊ยว พี่กินกับผมมั้ย”



          “อือ ไปสิ” ผมพยักหน้าตกลง





          วินวินพาผมเดินมาสักหน่อย ก็เจอกับร้านบะหมี่เกี๊ยว เป็นรถเข็นหาบเร่ โต๊ะสังกะสี และเก้าอี้พลาสติกสภาพร่อแร่ถูกจัดวางชิดตึกแถวที่น่าจะเปิดเป็นร้านทองในตอนกลางวัน ผู้คนนั่งแน่นจนเกือบจะไม่มีที่ว่างเหลือ



          พวกผมสั่งบะหมี่เกี๊ยวหมูแดงคนละชาม ก่อนจะมานั่งตรงโต๊ะที่นั่งที่เหลืออยู่ที่สุดท้ายของร้านนี้ 



          ใช้เวลาไม่นานนัก พวกผมก็จัดการบะหมี่เกี๊ยวจนหมดด้วยความหิว วินวินเป็นคนออกปากที่จะเลี้ยงมื้อนี้เอง ซึ่งผมก็ไม่เกี่ยง... เพราะผมชอบของฟรี





          “ทำไมต้องถ่อมาถึงเยาวราช” ผมถามคนตรงหน้าที่กำลังเพลิดเพลินกับน้ำเย็นในแก้วสแตนเลส “กับอีแค่บะหมี่เกี๊ยวเนี่ยนะ”





          วินวินลดแก้วน้ำลงก่อนจะตอบผม





          “ผมก็แค่พาพี่มาเปิดหูเปิดตา” วินวินยิ้ม “ไม่เคยมาใช่มั้ยหละ?”





          เป็นเรื่องจริงผมไม่เคยมาเที่ยวอะไรแบบนี้เลย ผมเป็นคนเล่าเรื่องนี้ให้วินวินฟังเอง ผมไปไหนมาไหนไม่ห่างจากระแวกโรงเรียน และบ้านมากนัก ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ย้ายมาอยู่เมืองไทย 



          ไม่ใช่ว่าไม่อยากออกไปเที่ยว แต่ผมไม่มีใครพาเที่ยวเสียมากกว่า ครั้นจะให้โดยองพามาเที่ยวแบบนี้ก็ยังไงอยู่ รายนั้นน่ะลูกคนหนู หนักยิ่งกว่าผมเสียอีก แถมจะให้หาเวลามาเที่ยวเล่นแบบนี้คงลำบาก เนื่องจากการเป็นนักฟุตบอลโรงเรียนที่ต้องซ้อมจนถึงหัวค่ำ



          เพราะวันนี้ผมขอเลิกซ้อมเร็ว จึงได้ออกมาใช้เวลากับตัวเอง และเด็กตรงหน้าอย่างนี้



          ผมจ้องหน้าเขา... จ้องมองรอยยิ้มหวานที่ส่งมาให้ จนเผลอยิ้มตาม



          ผมมีความสุข...



          ตักตวงช่วงเวลานี้ไว้ให้เต็มที่ซะยูตะ... ก่อนที่นายจะไม่ได้เห็นรอยยิ้มนี้อีก...









          ตอนนี้เป็นเวลาเกือบสามทุ่มแล้ว ผมกำลังเดินในซอยหมู่บ้านของวินวิน เพื่อมาส่งเขา หลังจากพวกเราเดินเล่นเยาวราชจนพอใจ



          ในมือของวินวินถุงใส่เกาลัดกล่องใหญ่ ซึ่งผมก็มารู้ที่หลังว่าจุดประสงค์หลักของการที่ต้องถ่อไปหาอะไรกินถึงเยาวราช คือเกาลัดต่างหาก... ไม่ใช่เพราะอยากพาผมเที่ยว



          ให้ตายสิ... เด็กเจ้าเล่ห์นี่...



          อยู่ๆ วินวินที่เดินนำหน้าผมอยู่อย่างเงียบๆ ก็หยุดเดิน ก่อนหันมาหาผม ทำให้ผมต้องหยุดตามด้วย





          “หือ?” ผม



          “พี่ยูตะ...” วินวินลังเล “ที่พี่พูดบนรถเมล์...” 



          “พูดอะไร...”



          “ที่ว่าถ้าผมหายไป...” เขาทำหน้าเศร้า “พี่จะไม่รู้สึกอะไรเลยจริงๆ หรอ”



          “…”



          “ผมรู้ว่ามันตลกที่จะมาถามอะไรแบบนี้กับคนที่เพิ่งรู้จักกันไม่กี่วัน...”



          "..."



          "พี่โอเคใช่มั้ยครับที่จะให้ผมเข้ามาในชีวิตพี่แบบนี้"



          "..."



          "โอเค...ใช่มั้ยครับ..." เขาถามย้ำอีกครั้งหลักจากที่ผมไม่ตอบ





          ผมไม่แน่ใจ...



          แม้ผมจะรู้สึกดีแค่ไหน แต่การมีเขาเข้ามาในชีวิตก็มีผลกระทบเช่นกัน



          ทั้งต่อตัวผม... และตัววินวินเอง...





          'นายอย่ามาเจอฉันอีกเลยนะ'





          นั่นคือสิ่งที่ผมต้องพูด... พูดออกไปสิยูตะ...



          พูดออกไป...



          ถ้าไม่พูดประโยคนี้ออกไป... มาร์คเป็นคนจริงจัง ผมรู้ว่าเขาจะจัดการอย่างไรกับวินวินได้บ้าง





          คนตรงหน้าที่เห็นผมนิ่งไปนาน ไม่ยอบตอบคำถามของเขา เริ่มมีหยดน้ำใสออกมาให้เห็นจากตาคู่หวานนั้น แต่ตัวเขาเองก็ยังคงรอคำตอบจากผมอย่างมุ่งมั่น...



          ผมทนเห็นน้ำตาจากเขาไปไม่ได้มากกว่านี้อีกแล้ว...



          ขายาวของผมก้าวเข้าไปอย่างควบคุมไม่ได้ สองมือของผมยกขึ้นประคองหน้าหวาน นิ้วโป้งเช็ดหยดน้ำตาใสออกอย่างอ่อนหวาน



          ผมละมือออกจากใบหน้านั้น ก่อนจะยกมือขึ้นลูบหัวของคนตรงหน้าอย่างปลอบโยน





          “เลิกคิดมาได้แล้ว” ผมโยกหัวเด็กตรงหน้าเบาๆ กล่าวคำปลอมประโลม



          “อือ…” เขารับเสียงหงอย



          “ฉันส่งนายแค่นี้แหละ” ผมปล่อยมือลงจากหัวเขา “เดินเข้าไปก็ระวังๆ หละ”



          “อือ…”



          “วินวิน...” ผมเรียกชื่อ “ฉันขออะไรอย่างได้มั้ย”



          “…?”



          “อย่าไปแถวโรงเรียนฉันเลยนะ” เสียงผมอ้อนวอน “ถ้านายอยากเจอฉันทุกวัน เดี๋ยวฉันมากินข้าวที่บ้านนายทุกวันเหมือนอาม๊าอาป๊าชวนก็ได้”



          “…” เขาแสดงอาการสงสัยเล็กน้อย แต่คงไม่อยากจะถามอะไรผมมาก



          “ดีมั้ย?” ผมถาม



          “อือ” วินวินพยักหน้า ยิ้มรับเล็กน้อย



          “เอาหละ เดินเข้าบ้านระวังๆ ด้วยล่ะ”





          ผมยืนมองแผ่นหลังของเขาเดินไปจนลับสายตา จนผมแน่ใจดีว่าเขาจะเดินถึงบ้านอย่างปลอดภัย ผมจึงหันหลังกลับเพื่อกลับบ้านของตนเอง



          ระหว่างทาง ผมคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น วนไปวนมาเป็นร้อยรอบ พิจารณาสิ่งที่ผมได้ตัดสินใจทำลงไป...



          ผมตัดสินใจที่จะไม่ตัดเขาออกไป...



          ผมมันคนเห็นแก่ตัว... แต่ไม่ว่าผมจะเลือกทางไหน ผมก็เป็นคนเห็นแก่ตัวอยู่ดีนั่นแหละนะ...



          ในเมื่อผมเลือกที่จะให้เป็นแบบนี้... สิ่งที่เกิดขึ้นใดๆ ต่อจากนี้...





          ผมจะเป็นคนรับผิดชอบเอง...



End of Chapter 11










_______________(•ө•)♡______________


กลับมาแล้ววว คิดถึงเค้ากันบ้างมั้ยย

อะไรนะ?? อยากให้อัพบ่อยๆ หรอ??

คอมเม้นสิจ๊ะ



เหมือนเดิมเลยนะคะ อยากหวีด อยากบ่น อยากด่าอะไร ได้ตลอดนะคะที่ #วินเป๋าเมล์ ในทวิตเตอร์เช่นเคย แอบส่องตลอดเลยนะ อ่านไปยิ้มไป 5555


เป็นยังไงกันบ้างคะตอนนี้ แอบดราม่าเนอะ เลาขอโทษ 5555


แล้วก็แจ้งข่าวกันอีกครั้งนะคะว่า อาจจะมีฟิคเรื่องใหม่ อาจจะเป็น #มาร์คมิน #แจโด หรืออาจจะเป็น #แทเตนล์ หรือ #โน่เหริน เป็นเรื่องต่อจากเรื่องนี้ หรือว่าเป็น #ยูวิน เรื่องใหม่ไปเลย อยากได้คู่ไหนก็โหวตกันเข้ามาได้ โดยการใส่แฮชแท็กคู่ที่อยากได้หลังคอมเม้นนะคะ


ด้วยรัก จากคนเขียน 


จิ๊บๆ♡







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 100 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

660 ความคิดเห็น

  1. #650 Pcp1111 (@pitchaphon0411) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:29

    แแงงงง พี่ยูตะ

    #650
    0
  2. #630 cutietycat (@cutietycat) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 23:39
    ขอตบแมวกระแดะทีได้มั้ยคะ5555555
    #630
    0
  3. #528 black-village (@peam-ff) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 14:31
    น้องมาร์คทำไมร้ายยยย ฮือ ไม่คิดว่าเรื่องวินวินจะซีเรียสขนาดนี้อ่ะ แทย๊งงงงงง เพราะแค่แมวเทอเนี่นนนนน
    #528
    0
  4. #499 เคเฮชเย็นเย็น (@loveddie) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 21:20
    มาร์คนายมันร้ายยยยย เกลียดมีมได้ไหม
    #499
    0
  5. #486 thxjy (@BAMTENG7) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 01:02
    ม้าค ยูทำความรักร้าวฉาน!!! มัมจะไม่ให้ยูกินแตงโม!!!!
    #486
    0
  6. #476 komurola01 (@KachaSaijoog) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 10:37
    มาร์ค นังมารร้ายย
    #476
    0
  7. #462 baekhyunhyun2544 (@baekhyunhyun2544) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 10:01
    มาร์คลี!! อย่ามาทำความรักร้าวฉานน!!!!
    #462
    0
  8. #396 BewAntyDst (@biew16) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 13:48
    โรงเรียนแม่งประหลาด​มาจนถึงจุดนี้แล้วอ่ะ วินวินเองไม่ใช่วอลเดอมอร์ อิผี!!!! มาทำให้ความรักเค้ามีรอยร้าววว
    #396
    0
  9. #383 Aiefaishai (@Aiefaishai) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 00:22
    อยากอ่านทั้งยูวินเรื่องใหม่ แล้วก็แทเต็นล์ต่อจากเรื่องนี้ด้วยเลยย ชอบบบบ
    #383
    0
  10. วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 10:22
    เกลียดการตัดรูปน้องม้าคใส่555555555 โถ่น้อน5555555 (รอให้มาอัพต่ออยู่นะคะ/กระซิบ)
    #363
    0
  11. #352 valve-ben (@valve-ben) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 00:05
    เผาโรงเรียนทิ้งแม่ม🏫🔥🔥🔥
    #352
    0
  12. #350 XoLIp134340 (@praewww555) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 23:20
    ยังรออยู่นะค้าาา
    #350
    0
  13. #349 toeyssittiwat (@toeyssittiwat) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 16:16
    รออัพอยู่นะค่ะ
    #349
    0
  14. #348 Dreamin_fl (@sugarsugarchan) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 17:16
    รออัพต่อนะคะ :D
    วินวิน ฮืออ ไม่ได้ทำอะไรผิดแท้ๆ น้องมาร์คเด็กใจร้าย TAT ผอ.นี่ก็แหมมมมมมมมมม คุณเลขาเขาน่าแกล้งขนาดนั้นเลยเหรอคะพ่อคุณ5555 /คู่ไหนก็ได้ค่ะจัดมาเลยย ชิปคู่เดียวกันเลย ฮือ ;v; <3
    #348
    1
    • #348-1 Dreamin_fl (@sugarsugarchan) (จากตอนที่ 11)
      17 ตุลาคม 2560 / 23:07
      แต่ถ้าจะเอาเป็นภาคต่อขอคู่ผอ.กับคุณเลขาได้มั้ยคะ อยากเห็นความโรแมนติกของท่านผอ.5555
      รออัพเสมอนะคะ อยากอ่านต่อใจจะขาดรอนรอน TT
      #348-1
  15. #344 missmissCT (@missmissCT) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 กันยายน 2560 / 09:06
    คิดถึงงงงงงง
    #344
    0
  16. #342 AranyaPhudphong (@AranyaPhudphong) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 19:26
    ฮือ ค้างงง มาต่อด้วยนะะะะะะะะ ฮือออ
    #342
    0
  17. #341 freshhhh (@freshhhh) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 19:55
    รออยู่น่าาาาาา เอาmarkmin ด้วยยยยย
    #341
    0
  18. #340 Pa-Pong (@paopao_tanasin) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 18:29
    รีบมาอัพเร็วววว เค้ารออยู่นะ ฮือออ
    #340
    0
  19. #339 DRMM (@lltraumiez) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 12:01
    ขอ #มาร์คมิน ค่าาา อิ่ๆๆๆ
    #339
    0
  20. #335 pwsyoon (@grandaka) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 14:13
    ขอย้ำอีกครั้ง โรงเรียนบ้า555555555555555555555555 นี่อยากให้พี่ม้ากมาจัดการวินวินอ่ะ แล้วก็โดนน้องจัดการซะเองไปเลยงี้ ไปค่ะ ตามจีบน้องแฮชานไปเรยย
    #335
    1
    • #335-1 pwsyoon (@grandaka) (จากตอนที่ 11)
      18 มิถุนายน 2560 / 14:14
      หมายถึงจีบน้องวินวินตามแฮชานไปเลย
      #335-1
  21. #328 fAh_svt17 (@fAh_svt17) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 20:25
    ลำไยน่องมาร์คมาก พี่ยูตะแม่งแบบ ละมึนเว่อร์ ฮรือออ ปริ่มแทนนุ้ง5555
    #328
    0
  22. #327 pingpingssz (@pingpingssz) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 23:56
    โอ้ยมาคค คือไม่หวายยวินวินไม่ใช่เลวร้ายอะไรขนาดนั้นฮือ โอ้ยจะดราม่าไหม อยากได้คู่ ยูวิน แทเตนล์ แจโด จัดโปยค่ะ
    #327
    0
  23. #326 junaye_2000 (@idsariyakorn) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 09:35
    ม้าคมาให้ไอตีตูดยูเลยนะเด็กอะไรเป็นถึงปธนร.คิดได้แค่นี้ฮือออ
    #326
    0
  24. #325 NOIINAA_ (@noiinaaJCA) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2560 / 20:10
    หู้ย น้องมาร์คหนูกำลังจะเปงตัวร้ายนะครับนุ้ง 555555
    #325
    0
  25. #323 guitarstk (@guitarstk) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 23:26
    อา อย่าดราม่าเลยนะ นักเรียนที่นั่นดูไม่ปกติจริงๆด้วย
    #323
    0