[Fic EXO] That Night คืนหนึ่งครานั้น... [KrisLu HunLay] SS1 END

ตอนที่ 32 : That Night 31

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 279
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    16 ส.ค. 60



That Night 31

 

หลังจากที่จงอินออกไป คริสก็ถูกลู่หานพาดึงออกไปปล่อยให้เลย์และเซฮุนได้อยู่ด้วยกันอีกครั้ง ทว่าเมื่อลับหลังทั้งสองคนนั้น สีหน้าของคริสก็กลับเครียดขึงขึ้นมาอีกจนลู่หานอดไม่ได้ที่จะมองใบหน้าคมสันนั้นจนคริสเลื่อนสายตากลับมาสบกับดวงตาสวยดุจกวางป่านั้นอีกครั้งจึงได้ยอมเผยยิ้มที่เพียงแค่เห็นก็รู้ได้ว่าพยายามกลบเกลื่อนสีหน้าก่อนหน้านี้ให้หายไป

และแน่นอนว่ามันใช้ไม่ได้กับลู่หานที่กลับรีบเร่งฝีเท้า ดึงแขนร่างสูงให้เดินกลับเข้ามาในห้องเพื่อเพิ่มความเป้นส่วนตัวให้มากพอที่ร่างสูงจะวางใจพูดคุยกับเขาเสียที

“คริส มีอะไรหรือเปล่า?”

“ลู่หาน...เปล่าหรอก ฉันแค่กังวลนิดหน่อยเท่านั้น...”

“แบบนั้นเขาเรียกมี” ว่าจบลู่หานก็ยกลำแขนเล็กขึ้นกอดอก ใช้สายตาบอกเป็นเชิงให้ร่างสูงพูดมาโดยไม่ได้สนใจสภาพของตนเองว่าท่าทางนั้นมันสวนทางกับรูปร่าง ทำทีราวกับว่าตนให้เปรียบในทุกทาง ทั้งๆที่เพียงคริสโอบก็แทบจะมิดร่างเล็กนั้น ยิ่งประกอบกับเครื่องหน้าสวยที่กำลังพยายามทำให้ดูเครียดขึง จริงจังเคร่งขรึมนั่นกลับยิ่งขับให้ร่างเล็กนี้ดูน่ารักน่าถนอมมากกว่าเดิมเสียอีก รวมไปถึงการทิ้งขาลงข้างหนึ่ง ขับให้เอวสอบบางชัดเจนขึ้นก็ยิ่งทำให้คริสรู้สึกอยากจะคว้าร่างนั้นเข้ามากอดอีกครั้งและอีกครั้ง...

แต่สุดท้ายแล้ว ต่อให้ร่างตรงหน้าจะทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายลงได้ แต่ก็ไม่อาจจะช่วยขับความห่วงกังวลของเขาไปได้ทั้งหมด อาจเป็นเพราะความห่วงกังวลนั้น เกินกว่าครึ่งล้วนแล้วแต่มีให้กับร่างเล็กตรงหน้านี้ ร่างเล็กที่เขาสัญญากับตนเองว่าจะปกป้องทนุถนอมให้ถึงที่สุด

ลมหายใจถูกระบายออกหนักๆผ่านจมูกโด่งเข้มชัดของคริส ตัดสินใจแล้วว่าอย่างน้อยหากเขาเอ่ยเตือนร่างเล็กนี้สักหน่อยก็คงจะช่วยลดความกังวลของเขาและทำให้ร่างเล็กนี้สามารถดูแลตนเองได้มากขึ้นไปด้วย

“นายจำได้มั้ย ผู้หญิงที่ฉันคุยด้วยก่อนหน้านี้น่ะ?”

เมื่อลู่หานเห็นว่าร่างสูงยอมเอ่ยปากเล่าแล้วจึงตัดสินใจดึงร่างสูงให้นั่งลงบนเตียงพร้อมกับตนเองที่ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ใช้ดวงตาสวยบนดวงหน้าหวานสบมองดวงตาคู่นั้นที่มองสบมา แสดงความห่วงกังวลลึกซึ้งมาถึงเขาจนแม้จะหลับตาหัวใจก็ยังสัมผัสรับรู้มันได้อย่างชัดเจน

ลู่หานส่งเสียงในลำคอตอบรับ รอให้เสียงทุ้มนั้นเอ่ยต่ออย่างใจเย็น ปล่อยให้คริสได้เรียบเรียงคำพูดออกมาให้ชัดเจนกระชับความ เพราะเพียงแค่อีกฝ่ายยอมเล่าออกมาลู่หานก็ทั้งดีใจและเบาใจแล้ว

ครู่หนึ่ง คริสจึงได้เอ่ยปากบอกเล่าถึงความกังวลของตนเอง ทั้งเรื่องที่ว่าหญิงสาวคนนั้นเป็นนักล่าปีศาจเช่นเดียวกับเขาและเลย์ เรื่องที่ว่าหญิงสาวคนนั้นบอกว่าในองค์กรในที่สุดก็ได้ชาวแวมไพร์มาเข้าร่วม รวมไปถึงขอสันนิษฐานและความห่วงกังวลที่มีต่อร่างเล็กบางนี้ของลู่หาน...

“ฉันกังวลเพราะเธอเห็นนายแล้ว เธอแยกออกแน่ว่านายไม่ใช่มนุษย์ และอาจจะคิดว่าที่ตัวฉันมีกลิ่นอายของแวมไพร์ก็เพราะนาย ถ้าหากว่าเธอแจ้งเรื่องนี้ให้ส่วนกลางล่ะก็ นายอาจจะถูกเพ่งเล็งก็ได้นะลู่หาน”

ได้ฟังดังนั้นลู่หานก็ขมวดคิ้วมุ่น แต่สิ่งที่เขากังวลกลับต่างจากคริส แม้จะรู้ว่าหากองค์การนักล่าปีศาจรู้คงไม่พ้นจะพยายามจับเขากลับไปแน่ แต่เรื่องที่เขากังวลมากกว่ากลับเป้นเรื่องของคริส หากว่าหญิงสาวคนนั้นแยกกลิ่นอายของแวมไพร์ได้ขนาดนั้นคงไม่พ้นสามารถรับรู้ได้เนกันว่าคริสเองก็ไม่ใช่มนุษย์อีกแล้ว...อย่างน้อยๆก็ไม่หลงเหลือกลิ่นอายของมนุษย์อยู่บนร่างมากพอที่จะเป็นเพียงครึ่งแวมไพร์อย่างแต่ก่อน แล้วหากเป็นแบบนั้น แล้วหญิงสาวคนนั้นแจ้งเรื่องนี้กลับไปล่ะ คริส...คริสจะเป็นอย่างไร...

คริสจะถูกตามล่า ถูกจับไปทรมานและใช้เป็นตัวทดลองอย่างที่เขาเคยต้องเผชิญมาหรือเปล่า จะต้องทนทรมานแบบที่เขาเคยพบเจองั้นหรือ แล้วหาก...หาก...

ไม่ได้นะ หากคริสจะต้องตกที่นั่งลำบากแบบนั้นแล้วล่ะก็ เขาก็ควรที่จะทำอะไรสักอย่าง...แต่...ทำอะไรล่ะ...ตัวเขา...จะทำอะไรได้บ้าง...

ดวงตากลมโตกลอกกลิ้งไปมาอย่างช้ความคิด ยิ่งเมื่อคิดไปว่าคริสอาจจะต้องเผชิญสิ่งเดียวกับที่เขาเคยพบเจอลู่หานก็ยิ่งร้อนลน เพียงแค่คิดภาพก็เจ็บปวดไปทั้งทรวงราวกับมีใครเอามีดเป็นสิบๆเล่มมาจ้วงแทงเข้าใส่ร่าง ร่างกายโหวงวูบจนหากเขาสามารถหายใจ ลมหายใจของเขาคงจะติดขัดจนหอบโยน

“ลู่หาน?” คริสมองดูร่างเล็กที่มีแต่สีหน้าร้อนรนจนสังเกตเห็นได้ชัดเจน เข้าใจไปว่าลู่หานอาจจะกลัวที่จะถูกทางองค์กรจับไป อาจเพราะเขาไม่ได้รู้เรื่องที่ว่าลู่หานเคยถูกจับไปใช้ทดลอง ทนทรมานอยู่ในกำมือของนักล่ามานานจึงได้คิดไปเสียเช่นนั้น และไม่แน่ หากคริสรู้ก็คงจะไม่เอ่ยเรื่องนี้ออกมาให้ร่างเล็กยิ่งรู้สึกกังวล

ลู่หานได้สติ รีบเก็บท่าทีประหลาดของตนเอง ก่อนจะส่ายหน้าเป้นเชิงว่าตนนั้นไม่เป็นอะไร ก่อนจะรีบผุดลุกขึ้นจนดวงตาคู่คมมองตามด้วยความสงสัยมึนงงว่าอีกฝ่ายจะไปไหนจนลู่หานต้องเผยยิ้มให้ กลบเกลื่อนอาการของตนก่อนหน้านี้

“ฉันจะคุยกับพวกเซฮุนและจงอินน่ะ สงสัยว่าบางทีพวกเขาคงต้องระวังตัวมากขึ้นในการมาที่นี่”

คริสมองร่างเล็กที่ถูกจบก็รีบก้าวยาวสุดช่วงลำขาพาตัวเองตรงไปหาสองแวมไพร์ที่อยู่ด้านบน ปล่อยให้ร่างสูงเลิกคิ้วมองตามจนลับสายตาเท่านั้น

หลังจากเข้าไปในห้องของเลย์ ดึงเอาเซฮุนบรรเทาบรรยากาศเงียบเชียบน่าอึดอัดระหว่างหนึ่งแวมไพร์หนึ่งหมาป่าออกมาได้ ก็รีบเลี้ยวพาอีกฝ่ายเข้ามาในห้องของชานยอลที่น่าจะเหมาะและสะดวกคุยด้วยที่สุด ให้ทั้งสองคนที่อยู่ในห้องก่อนหน้านี้มองมาด้วยสีหน้าสงสัย แต่กลับได้รับเพียงการยักไหล่เบาๆจากร่างสูงโปร่งสง่าของแวมไพร์ลอร์ดอย่างเซฮุน ก่อนจะเลื่อนดวงตาไปมองร่างเล็กข้างกายที่รีบเดินตรงเข้าไปทางหน้าตา จับมันงับปิดมิดชิดทั้งสองบานแล้วหันสีหน้าเคร่งเครียดร้อนรนที่ไม่อาจจะปกปิดบดบังมันได้อีกมาทางทั้งสามคน

“ลู่หาน มีอะไรหรือเปล่า?” ชานยอลที่เห็นสีหน้าเช่นนั้นของลู่หานเอ่ยขึ้นมาทันที สีหน้าของเขาเริ่มเคร่งเครียดตามไปด้วย ขณะที่ปล่อยขาของตนเองให้เลื่อนลงมาจากเตียงเพื่อให้อีกสองคนที่เหลือได้จับจองพื้นที่ด้านข้าง จ้องมองลู่หานที่จำต้องประมวลผลจากความกังวลของตนเอง กลั่นออกมาเป็นคำพูด

“เมื่อกี้ คริสบอกว่านักล่าที่มาหาเมื่อกี้เห็นฉันแล้วอาจจะรู้ก็ได้ว่าเป็นแวมไพร์ แล้วถ้าแบบนั้น เธออาจจะรู้แล้วก็ได้ว่าพวกนายเองก็อยู่ที่นี่”

ลู่หานไม่ได้เอ่ยความกังวลเกี่ยวกับคริสออกไป หากเขาเอามันมาพูดตรงนี้เขาคงถูกมองว่าเป็นคนเห็นแก่ตัวก็ได้ ในเมื่อมันไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับส่วนรวมเลยสักนิด

หลังจากที่ทั้งสามคนได้ยิน สีหน้าก็เริ่มตีเครียดขึ้นมาทันที โดยเฉพาะเซฮุนที่เหลือบมองลู่หานด้วยสีหน้าไม่สู้ดี แน่ล่ะว่าเขาเองก็กังวลเรื่องที่ลู่หานพูดมา แต่เขากลับเป็นห่วงร่างเล็กนี้เสียมากกว่า เขาที่รับรู้มาแล้วว่าลู่หานเคยต้องประสบพบเจออะไรมา เป็นห่วงกังวลว่าลู่หานจะหวาดหวั่นหวาดกลัว นึกย้อนไปถึงสิ่งที่ได้เคยเผชิญมา หวาดกลัวว่ามันจะย้อนกลับมากลายเป็นอนาคตอันใกล้ของตนเองหรือเปล่า

ยิ่งกว่านั้น ที่ว่านักล่าปีศาจที่มาเมื่อกี้นั่น เห็นได้ชัดเลยว่าข่าวที่เขาได้มาคริสอาจจะรู้อยู่แล้ว

“ถ้าเป็นแบบนั้นก็ลำบากแล้วล่ะ” เป็นจงอินที่เอ่ยด้วยสีหน้าเครียดขึง ที่พวกเขารู้ข่าวแล้วยังคงวางใจมาที่นี่ก็เพราะคิดว่าทางนั้น่าจะยังไม่รู้ตัวว่ามีแวมไพร์มาอยู่ใกล้เพียงปลายจมูกเช่นนี้ แต่เหมือนว่าที่พวกเขาคาดคะเนจะผิดพลาดไปถนัด แม้ว่าเพียงได้เห็นลู่หานแล้วรับรู้ได้ว่าเป็นแวมไพร์จะไม่ได้สามารถทำให้นึกเชื่อมโยงมายังพวกเขาได้โดยตรง แต่ก็เรียกได้ว่าสุ่มเสี่ยงสูงเสียจนไม่ควรที่จะก้าวไปข้างหน้าต่อ

“พวกนายคงต้องหยุดมาที่นี่สักพัก” เป็นชานยอลที่เข้าใจสถานการณ์เช่นนี้ดีเอ่ยขึ้นพลางเลื่อนดวงตากลมโตของตนเองมองไปทางแวมไพร์ทั้งสองที่มีสีหน้าเครียดขึงไม่ต่างกัน แม้ในใจจะอยากให้จงอินมาที่นี่บ่อยๆ ให้เซฮุนมามีเวลาร่วมกับอี้ชิงเพิ่มขั้นสักวินาทีสักแค่ไหน แต่เรื่องนี้กลับเป็นเรื่องใหญ่จนจะมามองข้ามเช่นนั้นไม่ได้ ไม่เช่นนั้นก็คงจะกลายเป็นการละเลยอย่างไม่น่าให้อภัยกับความปลอดภัยของแวมไพร์ในอาณัติของเซฮุนหลายสิบตนที่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้รู้เรื่องนี้กันเลย และบางทีอาจจะยังไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจรับมือกับเรื่องไม่คาดคิด ส่วนพวกเขาก็ควรที่จะคำนึงถึงส่วนรวมมาก่อน จะมาเอาความสุขเข้าตัวโดยไม่สนคนอื่นๆก็ไม่ได้

เซฮุนพยักหน้ารับ สุดท้ายดวงตาสีทับทิมก็เลื่อนไปมองผนังตรงหน้าที่คั่นกลางระหว่างห้องของชานยอลและอี้ชิง จดจ้องมันราวกับว่าจะสามารถมองทะลุผ่านกำแพงตันตรงหน้า มองเห็นร่างแบบบางของหมาป่าที่ทำให้เขาเอาแต่คิดถึงจนแทบจะเป็นบ้า ไม่เป็นอันทำงานเมื่อคิดว่าป่านนี้ร่างบางจะอาการดีขึ้นหรือยัง บาดแผลจะเป็นยังไงบ้างจนแทบจะพุ่งออกมาจากห้องตรงดิ่งมาที่นี่แทบทุกวินาที

ลู่หานมองสายตาของเซฮุนแล้วก็ได้แต่ส่งสายตาเห็นใจไปให้ เขาคิดว่าเขาเข้าใจความรู้สึกของเซฮุนในตอนนี้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว เขารู้ดีว่าความรู้สึกของเซฮุนในตอนนี้คงจะทั้งเป็นห่วงกังวลและอยากจะรีบสะสางเรื่องระหว่าตนเองกับเลย์ให้จบ แต่เมื่อสถานการณ์ไม่อำนวยแล้ว ทุกอย่างก็คงจะต้องถูกปล่อยให้ยืดเยื้อต่อไปจนกว่าเรื่องที่ใหญ่กว่าจะจบหรือซาลงไปเสียก่อน

“พอจะมีทางให้พวกเราติดต่อกันได้เรื่อยๆไหม เผื่อว่ามีอะไรจะได้ปรึกษากันได้” แม้จะไม่อยากเอ่ยนัก แต่ลู่หานก็อดเสนอไม่ได้ แม้จะรู้ดีว่าการหลงเหลืออะไรไว้ให้ติดต่อกันได้จะไม่ต่างจากการทิ้งเบาะแสของตนเองเอาไว้ แต่มันก็น่าจะยังดีกว่าปล่อยให้เรื่องหลายๆเรื่องคาราคาซังอยู่แบบนี้ โดยเฉพาะเรื่องของเซฮุนกับเลย์ ลู่หานไม่ชอบเลยสักนิดเมื่อเห็นเลย์มีท่าทีแปลกไป

จงอินและชานยอลมองไปทางเซฮุนเป็นตาเดียว มอบการตัดสินใจทั้งหมดให้ร่างสูงโปร่งของแวมไพร์ชั้นสูงตรงหน้า มองดูใบหน้านิ่งคมนั้นนิ่งไปครู่ ก่อนที่ฝ่ามือใหญ่จะหยิบเอากระดาษแผ่นเล็กๆแผ่นหนึ่งออกมา ตั้งสมาธิใส่พลังเวทลงไปครู่หนึ่งก็ส่งมันให้กับลู่หานที่รับมันมามองอย่างงงๆ

แต่แล้วความสงสัยของลู่หานก็หายไปเมื่อเห็นวงเวทเปล่งแสงสีม่วงดำออกมาปรากฏอยู่บนกระดาษ โดยไม่ทันรู้ตัวเลยว่าดวงตาของตนกลายเป็นสีทับทิมทันทีให้สามารถมองเห็นวงเวทล่องหนที่คนอื่นไม่อาจมองเห็นได้ชัดถนัดตา

“นั่นเป็นวงเวทสื่อสาร” เซฮุนว่าอย่างมั่นใจว่าร่างเล็กนี้จะต้อมองเห็นวงเวทที่ปรากฏอยู่เต็มแผ่นกระดาษแน่ “ใช้ได้สามครั้ง แค่นายส่งพลังเวทเข้าไปกระตุ้นมัน หลังจากครบสามครั้ง มันจะทำลายตัวเองทันที เท่านี้ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องจะมีใครใช้มันสาวมาถึงพวกเราได้”

และอีกอย่าง ต่อให้อีกฝ่ายได้กระดาษแผ่นนั้นไป นอกจากจะมองไม่เห็นวงเวทแล้ว นอกจากคนที่เซฮุนกำหนด ใครก็ตามที่แตะต้องกระดาษแผ่นนี้จะทำให้วงเวทซ้อนอีกวงทำงาน ทำลายวงเวทและลบพลังเวททั้งหมดออกไปทันที

ถือว่าเป็นการป้องกันหลายชั้นจากเซฮุนเพื่อความมั่นใจว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาด และถือว่าเป็นการสอนลู่หานไปในตัว แม้จะไม่ได้รู้จักกับลู่หานดีพอจนมั่นใจได้เต็มร้อย แต่เซฮุนเชื่อว่าลู่หานหัวไวพอที่จะจดจำรายละเอียดของเวทบทนี้ได้ อย่างน้อยๆก็เพื่อเอาไว้ใช้ในอนาคตเวลาถึงคราวคับขันจำเป็นขึ้นมา

“วงเวทนี่มีระยะในการติดต่อไม่จำกัด ต่อให้อยู่คนละซีกโลกก็ยังติดต่อกันได้ ต่อให้อยู่ในอาณาเขตปิดกั้นก็ยังติดต่อกันได้ แต่ข้อเสียของมันเองก็มี เพราะจำนวนครั้งในการใช้ติดต่อได้มันมีน้อย สูงสุดได้แค่ห้าครั้ง แต่ครั้งนี้ฉันกำหนดไว้ที่สาม คิดว่าคงไม่มากไม่น้อยจนเกินไป” เซฮุนเอ่ยอธิบาย ปล่อยให้อีกสองคนมองอย่างงงงวยว่าจะอธิบายไปเพื่ออะไร ต่างกับลู่หานที่รับฟังมันอย่างตั้งใจพลางใช้ดวงตาดุจกวางป่านั้นจดจ้องวงเวทจนเริ่มจะจดจำมันได้บางส่วน สร้างรอยยิ้มบางๆบนมุมปากบางเฉียบของเซฮุนได้โดยไม่มีใครทันสังเกตเห็น “ฉันอยากให้นายจำมันไปใช้ให้ได้ มันมีประโยชน์มากถ้าหากว่าจะติดต่อกันด้วยระยะทางไกล แค่ว่าคู่ติดต่อของเจ้าของเวทต้องมีของที่ถูกตีเวทไว้แล้วติดตัวเท่านั้น แล้วมันก็ไม่ได้ใช้พลังอะไรมากด้วย”

ลู่หานพยักหน้ารับเบาๆอย่างเข้าใจและเพื่อยืนยันว่าตนจดจำคำอธิบายของเซฮุนได้หมดจนขึ้นใจ

เซฮุนลุกขึ้นยืนและก้าวเข้ามาประชิดร่างเล็กก่อนที่ฝ่ามือหนาใหญ่จะยกขึ้นแตะสัมผัสลูบลงบนเส้นผมนุ่มแผ่วเบา สบมองดวงตาคู่สวยนั้นครู่หนึ่งจึงได้ผละฝ่ามือออกไป และไม่รู้ว่าลู่หานคิดไปเองหรือเปล่า แต่แวมไพร์ไม่น่าจะมีสัมผัสที่อบอุ่นราวกับเป็นมนุษย์ได้เลย ทว่าเมื่อครู่ วูบหนึ่งตอนที่ฝ่ามือใหญ่นั้นแตะลงมา หัวใจของลู่หานกลับอุ่นวาบราวกับผูกพันกับสัมผัสแบบนั้น ทั้งๆที่ไม่เคยที่จะเคยได้สัมผัสกับความรู้สึกประหลาดแบบนี้มาก่อนเลยสักครั้ง...

“เอาไว้ฉันจะติดต่อมาถ้าหากว่ามีข่าวอะไร”

ลู่หานพยักหน้ารับเบาๆ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แม้สมองจะอดสงสัยไม่ได้ว่าอีกฝ่ายจะติดต่อกลับมายังไง เพราะไม่ว่าจะฟังมุมไหน วงเวทที่เซฮุนเพิ่งให้มาก็ดูจะเป็นวงเวทที่ติดต่อได้จากทางคนที่มีวงเวทอยู่กับตัวไปหาคนสร้างชัดๆ แต่ในใจกลับมั่นใจว่าเดี๋ยวอีกฝ่ายก็คงจะหาทางติดต่อมาได้เองอย่างแน่นอน

“อันที่จริงแล้วฉันอยากจะให้นายกลับไปกับฉันด้วย” เซฮุนว่าพลางใช้ดวงตาของเขาจ้องมองลู่หาน แม้อยากจะให้อีกฝ่ายกลับไปไม่ใช่อยู่ที่นี่เผชิญกับภาวะเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ แต่ไม่ว่าจะท่าที คำพูด การแสดงออก ทุกอย่างของลู่หานนั้นแสดงชัดเจนว่าจะไม่ไปที่ไหน จะอยู่ที่นี่...จะอยู่กับคริส

“นายรู้คำตอบของฉันอยู่แล้วนี่เซฮุน” ว่าพลางลู่หานก็เผยยิ้มบางๆ “ฉันไปไม่ได้ ฉัน...ปล่อยให้คริสเผชิญกับคนพวกนั้นคนเดียวไม่ได้”

มันชัดเจนตั้งแต่ต้น เซฮุนรู้ดีอยู่แก่ใจ สุดท้ายแล้วร่างสูงโปร่งนั้นจึงขยับลุกขึ้น ไม่ได้พยายามจะดันทุรังเกลี้ยกล่อมให้ลู่หานทำตามที่เขาบอก เหลือบมองไปทางจงอินเป็นสัญญาณให้จงอินลุกขึ้นตามมา ไม่ได้เอ่ยเร่งและปล่อยให้อีกฝ่ายขยับเข้าไปดีดหน้าผากชานยอลเบาๆด้วยรอยยิ้มก่อนจะจากไปอย่างเงียบๆโดยไม่มีใครอื่นรับรู้นอกจากสองคนที่เหลืออยู่ในห้อง


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เลย์อุตส่าห์เริ่มใจอ่อนแล้วแท้ๆ แต่สุดท้ายก็ยังคงต้องปล่อยให้คาราคาซังต่อไป

ทางคริสกับลู่หานก็คิดถึงแต่อีกฝ่าย ถึงจะไม่ค่อยมีโมเมนต์ออกมาเยอะ แต่ไรท์จะพยายามใส่ให้จ้า

ตอนนี้มหาลัยไรท์เปิดเทอมแล้ว แต่กำหนดการอัพยังคงเหมือนเดิม พบกันทุกวันพุธนะคะ #ficThatNight

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

246 ความคิดเห็น

  1. #142 แบม (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 18:24
    เคราะห์ซ้ำกรรมซัดเว่อ เมื่อไหร่จะได้รักกันนะ เซฮุนกับอี้ชิง แต่ห่างกันบ้างเผื่ออี้ชิงจะได้คิดถึงเซฮุนสักนิด สงสารเซฮุนที่อยากเจอตลอด แต่หน้าที่ของตัวเองก็ต้องทำ จะเปนไงต่อไปนะ ตอนนหน้าขอยาวๆเลยนะไรต์ ลุ้นมาก แฮ่ๆ
    #142
    0
  2. #141 kkoy (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 17:30
    งือๆๆๆ เลย์กับเซฮุนยังไม่ถึงไหนเลยอะ แต่ก็สู้ๆๆ รอค่ะ
    #141
    0