[Fic EXO] That Night คืนหนึ่งครานั้น... [KrisLu HunLay] SS1 END

ตอนที่ 15 : That Night 15

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 372
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    26 เม.ย. 60



That Night 15

 

ร่างโปร่งบางกำลังสั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บจากฝนที่กำลังตกอยู่ด้านนอก ร่างกายของเขากำลังถูกทรมานด้วยการให้ทนกับอากาศหนาวเย็นโดยไร้เสื้อผ้าอาภรณ์ติดกาย ความเย็นบาดผิวกำลังจะพรากสติของเลย์ไป แต่ดวงตาปรือปรอยอ่อนล้ากลับไม่ยอมที่จะปิดลง เขากำลังฝืนทนให้ร่างกายของตนเองยังคงมีสติ แม้จะรางเลือน แต่ยังคงพยายามใช้สมองสั่งการณ์ร่างกายให้ซุกเข้าหามุมและกอดตนเองเพื่อรักษาความอบอุ่น เหลือบมองเตียงหลังใหญ่ที่ขึ้นไปนอนกลิ้งกันสบายๆได้สามสี่คนกำลังถูกจับจองด้วยร่างสูงโปร่งที่ไม่ได้หลับอย่างที่คิด ดวงตาคู่คมกำลังมองจ้องมาทางเขา และมันก็ยิ่งทำให้เลย์สะดุ้งเมื่อร่างสูงขยับจากท่านอนลุกขึ้นมานั่ง ไม่พอ ยังขยับลุกขึ้นเดินเข้ามาหาเขา ความรู้สึกเหมือนถูกคุกคามกำลังเล่นงานเลย์จนเขาไม่อาจจะควบคุมร่างกายอันอ่อนล้าของตนเอง มั่นสั่นและกำลังค่อยๆคลายออก ความเหน็บหนาวกำลังแทรกซึมเข้าไปทั่วทุกอณูร่างกาย เย็นเสียดผิวจนแสบไปหมด

โอเซฮุนขยับเข้ามารั้งลำแขนเล็กบางที่กำลังกอดตนเองแน่น สัมผัสได้ถึงความร้อนผิดปกติที่กำลังขับให้ผิวขาวของหมาป่าตรงหน้าขึ้นสีระเรื่อ เขาไม่รู้ว่าสาเหตุที่เลย์มีอาการแบบนี้คืออะไร แต่ด้วยท่าทางและสีหน้า ความทรมานคงกำลังเล่นงานรุมเร้าร่างโปร่งบางจนสั่นไม่หยุด ร่างแบบบางอ่อนปวกเปียกเกินกว่าที่จะลุกได้เอง ถึงขนาดที่ว่าเขาดึงรั้งแรงขนาดนี้ร่างของเลย์ก็ยังไม่อาจจะลุกขึ้นมาตามแรงดึง ทำได้เพียงไถลมาตามแรงดึง ปล่อยให้แขนส่งเสียงลั่นอย่างน่าสงสาร ขณะที่ร่างกายยังอยู่ติดกับพื้นหินเย็นเฉียบ

เซฮุนส่งเสียงจิปากอย่างนึกรำคาญ แต่ก็ยอมก้มลงไปรั้งต้นแขนบางนั้นขึ้นมาแล้วเหวี่ยงส่งๆไปทางเตียงโดยไร้ซึ่งการขัดขืน เสียงไม้เอี๊ยดอ๊าดดังขึ้นเมื่อร่างของเลย์ฟุบลงบนฟูกนุ่มบนเตียง ไม่มีเสียงร้องหรือใดๆทั้งสิ้นนอกจากอาการพยามจะพลิกตัวที่นอนคว่ำลงไปบนเตียงให้ตะแคงข้างอย่างยากลำบากและทุลักทุเล ร่างกายรู้สึกหนักอึ้งเกินกว่าจะขยับไปไหน เลย์กำลังต้องการยาและการรักษารวมไปถึงความอบอุ่น ทั่วตัวของเขาร้อนจัด แต่ความรู้สึกกลับหนาวเย็นราวกับนั่งเปลือยอยู่ท่ามกลางพายุหิมะ ฝ่ามือบางกำผ้าห่มบนเตียงแน่น แต่กลับไร้เรี่ยวแรงจะขยับมันเข้ามาคลุมกาย เปลือกตาหนักอึ้งจนไม่อาจจะทนลืมตาอยู่ได้นาน ลมหายใจร้อนผ่าวถูกเป่าออกมาเป็นไอสีขุ่นร้อนๆแสนทรมาน ขณะที่ร่างกายไร้เรี่ยวแรงเกินกว่าจะดูแลตัวเอง...

เลย์เกลียดเวลาตนเองป่วย มันทรมาน และทุกครั้ง เลย์ที่ไม่ค่อยจะป่วยก็มักจะป่วยหนักจนต้องมีคนคอยดูแล เขาไม่มีใคร อยู่ตัวคนเดียวมาโดยตลอด ส่วนมากแล้วเมื่อเป็นแบบนี้เลย์ก็จะไปอยู่ในศูนย์พยาบาลขององค์กร รู้ดีว่าคริสรับเขาไว้เป็นตัวถ่วงไม่ได้ แต่ก็อ่อนแอเกินกว่าจะดูแลตนเอง ทางเลือกที่ดีที่สุดก็คือศูนย์พยาบาล แต่ในตอนนี้ไม่มีอะไรเลย ไม่มีใครช่วยดูแลเขาได้ ไม่มีแม้กระทั่งยา มีเพียงแวมไพร์ที่เป็นต้นเหตุให้เขาต้องทนรับอุณหภูมิเย็นจัดและร้อนจัดอันแปรปรวนของอาณาเขตพวกแวมไพร์ ทนรับกลิ่นอายและบรรยากาศของแวมไพร์จนร่างกายอ่อนแอ แล้วยังทำร้ายทรมานเขาจนเกือบตาย อยู่ที่นี่มาไม่กี่วัน แต่เขาเกือบตายมาไม่ต่ำกว่าสี่ครั้งด้วยน้ำมือของโอเซฮุนเพียงคนเดียว...

ดวงตาคู่คมมองดูท่าทีของเลย์ครู่หนึ่ง สุดท้ายแล้วฝ่ามือใหญ่ก็เข้าไปดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้ร่างโปร่งบางที่สั่นระริกจนดวงตาปลาตายต้องเลื่อนขึ้นมามองแวมไพร์ตรงหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกตื่นตระหนก ไม่เข้าใจ และอะไรก็ตามที่น่าจะเรียกได้ว่าความรู้สึกด้านลบ สมองกำลังคิดไปในแง่ลบแล้วว่าโอเซฮุนกำลังต้องการอะไรจากเขา มองดูท่าทีแปลกประหลาดของแวมไพร์ตรงหน้าที่หันไปมองทางอื่นทั้งหน้านิ่งๆเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น เดินอ้อมไปทางเตียงอีกด้านแล้วขยับขึ้นนอนเงียบๆจนเลย์ที่มองตามได้แต่เลิกคิ้วขึ้น แม้จะอยากถามอยากพูด แต่เมื่อคิดว่าทำอะไรไปก็คงจะมีแต่ขัดใจโอเซฮุนไปเสียทุกอย่าง สุดท้าย เลย์จึงปิดหนังตาที่หนักอึ้งของตนเองลง ไม่ทันรู้ตัวเลยว่าดวงตาคู่คมของแวมไพร์กำลังเหลือบมองอยู่

เขาก็แค่กลัวของเล่นชิ้นใหม่จะพังไปเสียก่อนเท่านั้น ไม่ได้อยากจะทำดีด้วยเสียหน่อย

เซฮุนรีบหาเหตุผลมาแก้การกระทำประหลาดของตนเองโดยไม่รู้ตัว สุดท้ายจึงปิดตาลงเงียบๆ แต่น่าแปลกที่เขากลับไม่อาจจะสลัดภาพร่างบอบบางของเลย์ได้หลุดจนไม่อาจจะข่มตาหลับได้ ยิ่งปลายจมูกได้กลิ่นเรือนกายที่หอมประหลาดอย่างที่หมาป่าไม่ควรมีก็อดไม่ได้ที่จะพลิกร่างกลับไปมองร่างที่นอนหันหลังให้ ฝ่ามือหนายื่นออกไปรั้งร่างที่ร้อนรุ่มราวกับไฟให้พลิกนอนหงายและดึงรั้งให้นอนเข้ามาใกล้ป้องกันการร่วงลงไปจากเตียง มองสังเกตด้วงหน้าเรียวสวยให้ชัดตาอีกครั้งราวกับจะจดจำทุกสัดส่วนบนดวงหน้านี้ให้ได้ขึ้นใจไปฝัน

ในตอนแรก วันนี้โอเซฮุนกะจะกอบโกยเอาสิ่งที่ตริตรองมาตลอดจากอี้ชิง ไม่นึกฝันว่าพอกลับเข้ามากลับพบว่าร่างบางนั้นเอาแต่ซุกตัวอยู่ในซอก นั่งขดตัวนิ่งขณะที่ซุกหน้าห่อเข้าหาตัวจนกลมทั้งสภาพเปล่าเปลือยอย่างที่เขาเริ่มจะชินตา เป็นเหตุให้เขาต้องพับเก็บความคิดอกุศลทั้งหลายลงไปก่อนด้วยอยากจะสังเกตท่าทีไปอีกหน่อย เพราะหากเผลอทำอะไรไปเกิดอีกฝ่ายตายขึ้นมา ของเล่นชิ้นใหม่ที่เพิ่งได้มาไม่นานก็คงจะพังเกินกว่าจะซ่อมได้ไปเสียก่อน

จะว่าอีกฝ่ายโชคดีดีไหมนะ เพราะการร่วมประเวณีกับโอเซฮุน ไม่ใช่อะไรที่น่าจดจำและน่าอภิรมย์เท่าใดนัก กลับกันแล้วยังเหมือนเอาชีวิตที่ก้าวเข้าใกล้ความตายไปแล้วครึ่งหนึ่งไปแขวนบนเส้นด้ายซ้ำสองเสียอีก

เซฮุนถอนใจเฮือกด้วยความรู้สึกหลากหลายหลังจากจดจ้องมองร่างคนป่วยจนพอใจ สุดท้ายก็ล้มตัวลงนอนอย่างเงียบเชียบ รอคอยให้วันใหม่มาเยือน แต่ก็ไม่นึกฝันอีกนั่นล่ะว่าเขาจะต้องลุกขึ้นมากลางดึกด้วยร่างข้างกายเกิดระสับระส่ายส่งเสียงหนวกหูรบกวนการพักผ่อนของตนเองขึ้นมา

“ฮื้อ...”

เสียงครางราวกับทรมานทำให้คนที่ลุกขึ้นมาด้วยอารามโมโหชะงักนิ่ง มองดูดวงหน้าเรียวที่ชื้นไปด้วยเหงื่อกาฬที่แตกพลั่ก ร่างกายอยู่ไม่สุข ขยับระสับระส่ายจนเซฮุนต้องรีบขยับลงจากเตียง เดินอ้อมมาอีกทางเพื่อให้สังเกตท่าทีประหลาดของอีกฝ่ายให้ชัดตา

โอเซฮุนที่ไม่เคยป่วยไม่อาจจะเข้าใจได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ฝ่ามือใหญ่แตะลงตามเนื้อตัวที่ร้อนรุ่มราวกับอยู่ท่ามกลางเปลวไฟของเลย์ด้วยท่าทีเคร่งเครียด ไม่เข้าใจและสับสน สุดท้ายก็ได้แต่ตะโกนเรียกให้คนสนิทที่มักจะอยู่หน้าห้องรอคำสั่งแม้ยามกลางดึกให้ไปตามหมอเพียงคนเดียวมา

จะตลกไหม หากเขาจะบอกว่าหมอของแวมไพร์เป็นมนุษย์ เป็นคนในตระกูลมนุษย์ที่ทำหน้าที่รับใช้เป็นแพทย์ประจำตัวมาหลายสิบชั่วอายุคนตั้งแต่รุ่นบิดาของเขา

ไม่นานเกินรอ ร่างของหมอหนุ่มในชุดนอนก็ปรากฏเข้ามาในห้อง เห็นได้ชัดจากเสื้อและกางเกงนอนลายทางที่ถูกคลุมทับด้วยเสื้อผ้าแพรง่ายๆเพื่อให้ความอบอุ่นกับรองเท้าแตะสำหรับเดินในบ้าน แม้แต่แว่นตาก็ยังถูกถือไว้ในมือ ไม่ได้ใส่ไว้ติดใบหน้าอย่างทุกที

“ชานยอล รีบตรวจอาการเขาเดี๋ยวนี้!” คำสั่งกราดเกรี้ยวพาให้ร่างของหมอหนุ่มสะดุ้งตัวโยน รีบสวมแว่นตากรอบดำใหญ่กว่าครึ่งหน้าลงบนใบหน้าที่ปรากฏความงงงันและรีบตะลีตะลานเข้ามาตรวจร่างที่ร้อนรุ่มราวกับไฟ ฝ่ามือเรียวแตะสำรวจตรวจอุณหภูมิน่าเป็นห่วงของร่างที่ระสับระส่ายไม่หยุด จำต้องหันไปทางคนสนิทของจ้าวชีวิตที่ยืนอยู่ไม่ห่าง

“จงอิน น้ำเย็นกับผ้า ด่วนๆเลยนะ แล้วค่อยไปเอากล่องยามาให้ฉัน!” น้ำเสียงที่ใช้เต็มไปด้วยความร้อนรนและจริงจังอย่างที่ไม่เข้ากับท่าทีก่อนหน้านี้เลยแม้แต่น้อย ดวงหน้าที่จัดได้ว่าน่ารักเมื่อเคร่งเครียดก็กลับทำให้คนอื่นสามารถเคร่งเครียดตามไปด้วยได้ คนที่รับคำสั่งจึงได้รีบหายตัวออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว

ชานยอลเลิกผ้าห่มขึ้นดูสภาพของร่างบางตรงหน้าให้ชัดตา แต่แล้วก็ต้องยื่นมือไปทางเซฮุนโดยไม่กลัวเกรงว่าหัวของตนอาจจะหลุดออกจากบ่าได้ง่ายๆ

“ผมขอกุญแจด้วยครับ” คำขอแกมสั่งนั้นเรียกให้คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ดวงตาคมหรี่ลง เจ้ามนุษย์นี่กล้าออกคำสั่งกับเขาด้วยความไม่กลัวเกรง คงจะไม่กลัวตายเลยสินะ!

ชานยอลที่ตอนนี้จรรยาบรรณแพทย์มีมากเกินกว่าจะมานั่งรักษากิริยาให้อ่อนน้อมยิ่งย้ำเสียงห้วนเมื่ออีกฝ่ายยังคงนิ่งไม่ยอมส่งสิ่งที่เขาต้องการมา เขาจำเป็นต้องตรวจให้ทั่ว แต่โซ่เส้นหนาพวกนี้ก็เกะกะเกินกว่าเขาจะทำงานได้สะดวก ที่สำคัญ เขาจำเป็นต้องสวมเสื้อผ้าให้ร่างนี้ ไม่อย่างนั้นอาการที่น่าเป็นห่วงอยู่แล้วอาจทรุดลง แค่อุณหภูมิร้อนจัดนี้ก็พาให้น่าเป็นห่วงอยู่แล้ว หากอุณหภูมิเพิ่มขึ้นอีกหน่อย ร่างนี้คงจะชักอย่างไม่ต้องสงสัย หากเป็นแบบนั้นจะรักษาก็ลำบากแล้ว

จะว่าโชคดีก็ได้ที่ร่างของคนสนิทลอร์ดผู้นำแห่งแวมไพร์กลับมาพร้อมน้ำในมือพอดี เมื่อเห็นเจ้านายของตนเองกำลังอารมณ์คุกรุ่นได้ที่จึงรีบวางกะละมังในที่ที่น่าจะสะดวกต่อการทำงานของร่างโปร่งของผู้เป็นหมอ เข้าไปรั้งร่างของทั้งเจ้านายและเพื่อนให้ใจเย็นลง จนในที่สุด ฝ่ามือใหญ่ก็จัดการโยนส่งกุญแจไปให้ตามที่ชานยอลต้องการ จงอินจึงรีบลากเอาร่างของคนอารมณ์ไม่คงที่ให้ออกมาจากห้องเพื่อไม่ให้รบกวนการรักษาของชานยอล

“ใจเย็นๆหน่อยสิ” จงอินเตือนสติด้วยฐานะเพื่อน เขายกมือขึ้นตบไหล่เซฮุนเพื่อให้อีกฝ่ายใจเย็นลง แต่สุดท้ายก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองไปทางประตูห้อง อดสงสัยไม่ได้ว่าเหตุใดเซฮุนจึงได้ให้ความสนใจกับหมาป่าตนนี้นัก จงอินไม่เคยเห็นเซฮุนจะพาหมาป่าตนไหนมาขังไว้ในห้องแบบนี้ ปกติเห็นจับมาได้ก็จับยัดเข้าตาราง ทรมานเล่นสี่หรือห้าวันแล้วก็ฆ่าทิ้ง แต่หลังจากที่ไม่ได้ออกไปโลกมนุษย์มานาน อยู่ๆก็ลากหมาป่ากลับมาด้วยตนหนึ่ง ทั้งยังเอามาเก็บไว้ข้างตัว ทั้งยังกำชับทุกคนว่าไม่ให้แตะต้องอีกฝ่ายเด็ดขาด

อีกอย่างคือ หมาป่าตนนี้อยู่ในอาณาเขตของแวมไพร์มานานกว่าตนอื่นๆมากแล้ว

“จงอิน กล่องยา!!!” เสียงตะโกนร้อนรนจากในห้องเรียกให้เจ้าของชื่อต้องสะดุ้งและรีบผลุบหายไปจากตรงนี้ทันทีเมื่อนึกได้ว่าตนลืมของสำคัญอีกสิ่ง ปล่อยให้เซฮุนยืนอยู่ตรงนั้นเงียบๆมองดูประตูห้องของตนเองที่ปลายหูได้ยินเสียงการขยับเคลื่อนไหวดังแว่วๆออกมา

ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นกอดอกก่อนจะพิงร่างเข้ากับกำแพงด้านหลัง อุณหภูมิเย็นเยียบไม่ได้ทำให้แวมไพร์สะทกสะท้าน ดวงตาสีทับทิมคู่คมมองนิ่งไปยังบานประตู ภาพร่างของหมาป่าที่ระสับระส่ายยังติดอยู่ในหัว แต่แทนที่เขาจะรู้สึกสะใจและสนุก แวบหนึ่ง เขากลับรู้สึกว่าอยากให้ความทรมานของร่างนั้นหยุดลง...

เขาแปลกไปยังไงกันแน่? ทำไมในสมองถึงมีความคิดแปลกประหลาดแบบนี้โผล่ขึ้นมา เขารังเกียจพวกหมาป่ามากจนถึงขนาดที่เห็นมันเป็นเนื้อร้ายที่ต้องทำลายทิ้งให้สิ้นซากไปจนถึงต้นตอ แต่ตอนนี้ แม้แต่จะปล่อยทิ้งๆขว้างๆให้หมาป่าตนนี้ตายไปก็ยังไม่อยากจะทำ

เมื่อจมอยู่กับห้วงความคิด เซฮุนจึงไม่แม้กระทั่งจะรู้ตัวว่ามีใครเดินผ่านไปผ่านมาบ้าง หรือแม้แต่เวลาได้ไหลผ่านไปนานเท่าไหร่ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่จงอินมายืนอยู่ตรงหน้าพร้อมกับชานยอลที่ยืนหลบอยู่ด้านหลัง เหมือนจะรู้ตัวแล้วว่าตนได้ทำอะไรลงไป

เซฮุนถอนหายใจเฮือก มองข้ามร่างโปร่งที่ยืนหลบอยู่หลังเพื่อนของตนเอง มุ่งความสนใจไปยังจงอินเป็นเชิงให้ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงแทนหมอชาวมนุษย์ที่ไม่กล้าแม้กระทั่งจะสบตาเขา

จงอินถอนหายใจพลางเหลือบมองชานยอล สุดท้ายจึงหันมาเผชิญหน้ากับเซฮุนที่ดูจะสงบลงมากแล้ว บอกเล่าอาการเท่าที่ชานยอลได้เอ่ยอธิบายมาก่อนหน้านี้ด้วยสีหน้าที่ติดจะจริงจัง

“ตอนนี้ไข้ลดลงแล้ว แต่นายห้ามปล่อยให้เขาอยู่ในสภาพแบบเมื่อกี้อีก พวกฉันใส่เสื้อผ้าให้เขาไปแล้ว อากาศของที่นี่ไม่คงที่ ควรจะมีเสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่นได้ติดตัวตลอด ต้องให้กินยาตามที่ชานยอลจัดเอาไว้ที่หัวเตียง สองสามวันก็คงจะหายดี” จงอินพูดรวดเดียวจนจบ ยังไม่ทันจะสำทับเสริมคำพูดเตือนเพื่อนของตนเอง ร่างสูงโปร่งนั้นก็เดินลิ่วๆกลับเข้าห้องไปเสียแล้ว

“เขาดูรีบร้อนนะ” เสียงของชานยอลเรียกความสนใจจากจงอินที่มองตามเซฮุนเข้าไปในห้องให้หันไปมอง แล้วก็ได้สายตาใสซื่อกลับมา

“นายนี่นะ...” จงอินเอ่ยด้วยน้ำเสียงหน่ายใจ ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นยีเส้นผมของร่างที่อยู่ข้างๆจนได้รับเสียงท้วงพร้อมการปัดฝ่ามือใหญ่ออก

“ฉันไม่ใช่เด็กนะ!

“จะเถียงเหรอว่านายอายุมากกว่าฉันน่ะ?”

“อะ...”

สิ้นคำพูด จนปัญญาจะเถียงเมื่อตัวเขาที่อายุยี่สิบกว่าไม่อาจจะเอาไปเทียบกับแวมไพร์ที่นี่ที่มีอายุอย่างต่ำก็ร้อยกว่าปีเข้าไปแล้ว เขากลายเป็นเด็กน้อยในหมู่แวมไพร์ ทั้งยังต้องคอยป้องกันตนเองจากปีศาจที่นี่เพื่อความอยู่รอด หากไม่เพราะมีเซฮุนและจงอินคอยคุ้มหัว คอของเขาก็คงจะมีรูไปหลายรู รวมไปถึงอาจจะเป็นโรคโลหิตจาง หรืออาจจะตายไปแล้วก็ได้

ชานยอลหนอชานยอล เมื่อครู่ที่ออกคำสั่งกับเซฮุนไป โชคดีเท่าไหร่ที่ไม่ถูกกุดหัวไปเสียก่อน หากตอนนั้นไม่มีจงอินอยู่ด้วย เขาคงตายไปแล้ว

“เอาล่ะ กลับไปนอนได้แล้ว อย่าลืมห่มผ้าล่ะ” จงอินเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะ พาให้หน้างอๆของชานยอลยิ่งอูมเข้าไปอีก จะตลกไหมหากจะบอกว่าการกระทำแบบนั้นช่างน่ามองอย่างน่าประหลาด เจ้าเด็กน้อยที่มักจะมีปฏิกิริยาน่าสนใจแบบนี้ หากปล่อยให้ตายไปก็คงน่าเสียดาย ยิ่งประกอบกับวิชาแพทย์ที่ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าบิดาที่เสียไปแล้วก็คงจะน่าเสียดายน่าดูหากจะปล่อยให้ตายไป แม้แวมไพร์อย่างพวกเขาจะแทบไม่จำเป็นต้องใช้วิชาแพทย์ของชานยอล แต่บางครั้ง การที่ถูกอาวุธที่ทำจากเงินจู่โจมจนได้รับบาดเจ็บ การมีชานยอลอยู่ด้วยคือเรื่องที่ดีที่สุด เด็กน้อยคนนี้สามารถทำแผลให้พวกเขาได้ทันที ทั้งยังมีวิธีในการดึงผงเงินออกจากร่างกายของพวกเขาจนอัตราเร็วการรักษาตัวของพวกเขาเพิ่มขึ้นได้ในระยะเวลาสั้นๆ ทั้งๆที่หากปล่อยให้มันรักษาเอง กว่าร่างกายจะขับผงเงินออกมาได้หมดก็คงจะใช้เวลาไปเป็นอาทิตย์

ชานยอลยอมเดินกลับห้องของตนเองแต่โดยดีโดยมีจงอินไปส่งถึงหน้าห้อง

ลองปล่อยให้คลาดสายตาดูสิ แป๊บๆก็คงจะโดนดึงไปดูดเลือดจนตายพอดี แวมไพร์ที่นี่ไม่ได้ควบคุมตัวเองได้ดีแบบพวกเขาหรอกนะ


--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ในที่สุดก็ปลีกตัวมาอัพได้แล้วววว

ไม่ทันไรปีหนึ่งก็จะจบแล้ว ยังรู้สึกเหมือนเพิ่งเข้ามหาลัยได้ไม่นานนี้เอง ฟฟฟ

ต่อจากนี้ไปไรท์จะยืดเวลาในการอัพเป็นอาทิตย์ละครั้งนะคะ ต้องขอโทษรีดทุกคนที่รออ่านด้วย ต่อจากนี้ไปคงจะหาเวลามาอัพยากขึ้นแล้ว

ถามว่าจะปิดเทอมแล้วทำไมถึงอัพได้ช้าขึ้น?

พอดีว่าตอนในสต๊อกไรท์หมดค่ะ ต้องขอเวลาแต่งหน่อยเนอะ แถมไรท์เองก็มีเรียนพิเศษด้วย ช่วงเปิดเทอมที่ผ่านมาแทบไม่ได้ไปเรียนเลย พอปิดเทอมก็ต้องรีบคว้าเวลาเอาไว้ แต่ไรท์จะไม่ทิ้งรีดทุกคนไปไหนแน่นอนค่ะ!

ชานยอลก็โผล่มาแล้ว เราก็แต่งแบบกลางๆอ่ะเนอะ(?) ไม่ได้แต่งให้มันส่ออะไรเลย เขาแค่เพื่อนกั๊นนนน(?)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

246 ความคิดเห็น

  1. #90 $+[SkY]+$ (@Sky_WT) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 01:03
    อย่ามาหลงรักเขาก็แล้วกันนะฮุน
    #90
    0
  2. #74 hawk192 (@Hawk19) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 11:27
    ซึนเหรอฮุน ฟฟฟฟฟ
    #74
    0
  3. #69 แบม (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 01:05
    ชอบค่ะชอบมากกกกก มาแต่งต่อนะ เป็นกำลังใจให้
    #69
    0
  4. #68 แนนนี่ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 22:41
    ดีต่อใจมากๆเลย
    #68
    0
  5. #67 ununchuahong (@ununchuahong) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 22:11
    เซฮุนคะ....อาการแบบนี้เขาเรียกว่า "เป็นห่วง" นะคะ55555
    #67
    0
  6. #66 Trisiara (@trisia) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 22:09
    เลย์น่าสงสาร ท่านฮุนก็ถนอมกันหน่อยเถอะ เดี๋ยวจะตายซะก่อน ถึงจะเห็นเป็นแค่ของเล่นก็ตาม แต่เลย์ไม่ได้ผิดอะไรเลยนะ ทำไมต้องมาเจอเรื่องโหดร้ายแบบนี้ แต่ดูท่าว่าท่านฮุนจะสนใจเลย์มากขึ้นแล้ว ดูเป็นห่วงแบบไม่รู้ตัว ^_^
    #66
    0