แสนงามของบอส

ตอนที่ 7 : ไขว้เขว (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,898
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 565 ครั้ง
    25 ต.ค. 62

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทที่ 6

ไขว้เขว

 

“ไม่ใช่อะไร ก็เห็น ๆ อยู่ว่าเธอรู้สึกแบบนั้น” เขายังคงยืนยันแบบเดิม

“พี่บอสอย่ามาแกล้งหนูหน่อยเลย หนูจะเขินพี่บอสได้ยังไงกันคะ”

“จะไปรู้หรอ เรื่องแบบนี้จู่ ๆ มันก็รู้สึกขึ้นมาเองได้ทั้งนั้นแหละ” เขายืดตัวขึ้นก่อนจะจ้องมองฉันอีกครั้ง “ปกติแล้วฉันไม่ค่อยคุยกับเธอ เธอเลยไม่รู้สึกเขินฉันเท่าไหร่ แต่พักหลังมานี้เราคุยกันบ่อยขึ้น ผู้ชายกับผู้หญิงน่ะ ถ้ายิ่งใกล้ชิดกันมากเท่าไหร่มันต้องมีความรู้สึกแบบนี้กันบ้างแหละ”

ร่างสูงตรงหน้าพูดไปด้วยพลางขยับเข้ามาใกล้ฉันมากขึ้น

“แล้วถ้ายิ่งใกล้ในระดับนี้ ใจไม่เต้นแรงก็ให้มันรู้ไปสิ” น้ำเสียงนั้นทุ้มต่ำและแผ่วเบามากจนทำให้ฉันรู้สึกแปลก ๆ

ใบหน้าของพี่บอสอยู่ห่างแค่นิดเดียวเท่านั้น ถ้าขืนฉันขยับล่ะก็...ปลายจมูกเราต้องจนชนกันแน่

ดวงตาเรียวรีจดจ้องมายังใบหน้าของฉัน เมื่อหลุบตาลงมองก็พบว่ามุมปากของเขายกยิ้มขึ้นอย่างพอใจ

แบบนี้ขี้โกงนี่นา มันไม่ใช่แค่ฉันหรอกนะที่จะใจเต้นแรง เขาเองก็ต้องรู้สึกเหมือนฉันด้วยสิ อยู่ใกล้ขนาดนี้เป็นใครก็ต้องใจเต้นแรงเหมือนกันนั่นแหละ

“ถ้าใกล้ขนาดนี้ยังไงก็ใจเต้นแรงอยู่แล้วสิคะ” ฉันเอ่ยขึ้นอย่างมาดมั่นก่อนจะขยับเข้าไปใกล้อีกนิดพร้อมเคลื่อนฝ่ามือไปทาบกับอกด้านซ้ายของเขา “มันไม่ใช่แค่หนูหรอกนะที่ใจเต้นแรง พี่บอสเองก็ด้วย”

ฉันสัมผัสได้ถึงก้อนเนื้อที่เต้นแรงกระหน่ำอยู่ภายในอกของเขา

“...”

“ไม่ได้เกี่ยวหรอกค่ะว่าชอบหรือไม่ชอบ ใจเต้นแรงมันเกิดจากความตื่นเต้นต่างหาก แล้วในระยะแบบนี้ยังไงก็ต้องใจเต้นแรงอยู่แล้ว ต่อให้คนตรงหน้าไม่ใช่พี่บอสหนูก็แสดงอาการแบบนี้ออกมาอยู่ดีนั่นแหละค่ะ”

กึก!

จู่ ๆ คนตรงหน้าของฉันก็นิ่งไป เขานิ่งไปนานมากพร้อมกับจังหวะของหัวใจที่เริ่มกลับมาเต้นเป็นปกติ

พี่บอส...ไม่ใจเต้นแรงแล้วอ่า

“อ๋อ...จะบอกว่าเป็นใครก็ได้อย่างนั้นสินะ?” หลังจากที่เงียบไปนานเขาก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกก่อนจะปัดมือฉันที่ทาบอยู่บนอกของเขาออกอย่างไม่ใยดี “ต่อให้ไม่ใช่ฉันเธอก็ต้องใจเต้นแรงอยู่แล้ว? อย่างนั้นใช่ไหม”

“...” ฉันเริ่มหวาดกลัวเขาจนพูดไม่ออก แววตาที่มองมายังฉันของพี่ยอสเปลี่ยนไป ตอนนี้ฉันรับรู้ได้เลยว่าเขากำลังโกรธมาก แต่สาเหตุมาจากอะไรนั้นฉันไม่รู้เลย

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็เหมือนจะดีขึ้นแท้ ๆ และมันควรเป็นฉันไม่ใช่หรอที่ต้องโกรธเขาน่ะ

พอเห็นท่าไม่ดีฉันก็รีบกระถดตัวถอยออกให้ห่างจากเขา แต่ทว่า...

ฟึ่บ!

พี่บอสกลับคว้าไหล่ทั้งสองข้างของฉันไว้ไม่ให้หนีไปไหนได้อีก

ฮือ...แม่จ๋า ช่วยหนูด้วย

“ยังไม่ตอบคำถามฉันเลยนะ” เสียงของเขากดต่ำจนดูน่ากลัว ทำเอาฉันขนลุกซู่ไปทั้งตัวเลย

“พะ พี่บอสเลิกแกล้งหนูสักทีเถอะค่ะ” ฉันพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ “หนูต้องไปทำกับข้าวช่วยแม่แล้วนะคะ”

“ฉันไม่ได้แกล้ง ฉันจริงจัง” เขาบีบไหล่ฉันแรงขึ้นจนเริ่มเจ็บไปทั้งตัวแล้ว “ตอบคำถามฉันมาสิ”

“คะ คำถามอะไรคะ” ฉันถามไปพลางตัวสั่นไปด้วย

“ต่อให้ไม่ใช่ฉันเธอก็ต้องใจเต้นแรงอยู่แล้ว? อย่างนั้นใช่ไหม” เขาทวนคำถามเดิมที่เคยถามไปเมื่อก่อนหน้านี้

“พี่บอสหมายถึงอะไรคะ”

“...”

“ฮือ...อย่ามองหนูแบบนั้นนะ หนูกลัวล้าว” เพราะความกลัวของฉันทำให้เริ่มทำตัวไม่ถูก

ในตอนที่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของพี่บอสจู่ ๆ เสียงบางอย่างมันก็วิ่งผ่านเข้ามา...

ทำไมเอาแต่ร้องไห้ล่ะ พี่เองก็อยากเล่นกับเราเหมือนกันนะ

ฮึก...ฮือ...

เลิกร้องไห้สักทีได้ไหม ชักจะรำคาญแล้วนะ

นะ...นี่มันอะไรกัน เป็นครั้งแรกเลยที่จู่ ๆ ฉันก็นึกถึงความทรงจำในวัยเด็ก แถมมันยัง...เป็นความทรงจำที่เลือนรางเอามาก ๆ ด้วย

บรื้น!

ขณะที่ฉันกับพี่บอสกำลังเล่นสงครามประสาทอยู่นั้นฉันก็ได้ยินเสียงรถวิ่งเข้ามาภายในบ้าน น่าจะเป็นรถของพ่อที่เพิ่งกลับมา

พอเห็นว่ามีคนจะเข้ามาพี่บอสเลยปล่อยฉันอย่างง่ายดายก่อนจะกลับไปนั่งกินแก้วมังกร ทำตัวเป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ส่วนฉันก็ได้แต่พยายามทำตัวให้เป็นปกติ นั่งสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ อยู่สักพักก่อนจะเดินออกไปข้างนอกก็เห็นว่าพ่อเดินเข้ามาพอดี

“หนูกำลังจะออกไปรับพอดีเลยค่ะ”

“เป็นอะไร ทำไมหน้าเป็นงั้น” พ่อฉันหัวเราะพลางเดินเข้ามาในบ้าน

“เปล่าค่ะ” ฉันตอบไปแค่นั้นแล้วเดินตามท่านกลับเข้ามาในบ้านเหมือนเดิม

พอเดินเข้ามาก็เห็นว่าพี่บอสยังคงนั่งอยู่ตรงโซฟา เขามองมายังพ่อฉันก่อนจะเบนสายตามามองฉันนิดหน่อย

“คุณลุงกลับมาแล้วหรอครับ”

“อื้อ คนงานชวนคุยด้วยนิดหน่อยเลยกลับมาช้ากว่าที่คิด” พ่อตอบแล้วนั่งลงบนโซฟา สายตาของพ่อมองไปยังจานที่ใส่แก้วมังกรอยู่ “แล้วนี่อะไร แสนงามเอามาให้กินแล้วหรอ?”

“ครับ” พี่บอสตอบแค่นั้น

“อร่อยไหม”

“อร่อยครับ”

“ดีเลย ขากลับเดี๋ยวลุงสั่งคนงานเก็บให้ เอาไปฝากพ่อกับแม่เราด้วย”

พอเห็นว่าทั้งสองคนคุยกันอยู่ฉันเลยปลีกตัวเข้ามาในครัวด้วยอารมณ์คุกรุ่น มาแลก้งฉันแล้วก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นซะได้นะพี่บอส แต่เอาเถอะ ฉันเป็นคนมีเหตุผลพอ ครั้งนี้จะยกโทษให้อีกก็ได้

“เป็นอะไรลูก ทำไมทำหน้าแบบนั้น” แม่ถามฉันเรื่องแสดงสีหน้าเหมือนกับพ่อเลย

ทำไมอะ ฉันทำหน้าแบบไหนกันทำไมมีแต่คนถามจังเลย

“เปล่าค่ะ” และฉันก็ตอบไปเหมือนที่เคยตอบพ่อ “เหลืออะไรบ้างคะ หนูจะได้ช่วยทำต่อ พอดีพ่อกลับมาแล้วค่ะ”

“เหลือแต่ผัดผักบุ้งของลูกนั่นแหละจ้ะ” แม่บอกฉันพลางตักอาหารใส่ถ้วย “แม่เตรียมไว้ให้แล้วนะ ลงมือผัดได้เลย”

“ค่ะ”

หลังจากนั้นฉันก็จัดการผัดผักบุ้งและเตรียมจัดโต๊ะช่วยแม่ ในตอนนั้นเองที่จู่ ๆ พี่บอสก็เดินเข้ามาในครัวอีกครั้ง

“บอสจะเอาอะไรลูก” แม่ฉันเอ่ยถาม

“ผมช่วยนะครับ” เขาตอบแม่ฉันแค่นั้นแล้วเอื้อมมือมารับเอาถ้วยใส่แกงไปถือไว้

“ไม่เป็นไร ๆ เราไปนั่งรอเลย เดี๋ยวป้ากับน้องจัดการเอง” แม่ฉันเอ่ยอย่างเกรงอกเกรงใจ

“ไม่เป็นไรครับ ผมเองก็อยู่เฉย ๆ น่าเบื่อแย่”

“งั้นก็...ตามใจเราก็แล้วกัน” แม่ฉันตอบไปพลางยิ้มไปด้วย

คงไม่ใช่ว่าปลื้มปริ่มที่เขามาช่วยงานหลังบ้านหรอกนะ ปกติไม่เห็นทำไรเลย ทำไมวันนี้มาแปลกจัง

ฉันมองการกระทำของเขาอย่างประหลาดใจก่อนจะทำงานของตัวเองต่อ พอจัดโต๊ะใกล้จะเสร็จแล้วฉันเลยเดินเข้ามาเอาข้าวที่หุงไว้ในหม้อเพื่อตักใส่โถ

“เดี๋ยวยกให้ มันร้อน” พี่บอสเดินเข้ามาซ้อนจากทางด้านหลังแล้วกระซิบกับฉันด้วยน้ำเสียงแหบต่ำ

ฉันขนลุกซู่เมื่อได้ยินเสียงเขาจนต้องย่นคอหดตัวแล้วลอดออกมาจากทางด้านใต้ท้องแขนของเขา

“งั้นพี่บอสตักข้าวไปก็แล้วกันค่ะ เดี๋ยวหนูยกน้ำไป” ฉันบอกแค่นั้นแล้วหันไปเปิดตู้เย็นเอาน้ำออกมา

“เรื่องเมื่อกี้...ถือซะว่าฉันไม่ได้พูดอะไรละกัน” จู่ ๆ เขาก็พูดขึ้น

มือที่กำลังหยิบแก้วของฉันชะงักไปเลย

“หนูไม่ได้ใส่ใจหรอกค่ะ ปกติพี่บอสก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว”

“แบบนี้นั่นมันแบบไหน”

“ก็แบบว่า...อารมณ์แปรปรวน เข้าใจยาก ประมาณนี้มั้งคะ”

“ในสายตาเธอ ฉันเป็นแบบนั้นหรอ?” เขาถามกลับมาตามปกติ

แต่ทำไมกัน...ทำไมฉันถึงรู้สึกได้ว่าคำถามนั้นแฝงไปด้วยความเศร้าหมองอย่างอธิบายไม่ถูก

จากตอนแรกที่โกรธเขาเรื่องที่ดูถูกโจ้กลับกลายเป็นว่าฉันไม่ได้รู้สึกแบบนั้นแล้ว ฉันนี่มันใช้ไม่ได้เลยนะ อารมณ์ไม่คงที่เอาซะเลย ทำไมทุกความคิดและความรู้สึกของฉันมันต้องขึ้นอยู่กับการกระทำของพี่บอสด้วยล่ะเนี่ย

“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ” ฉันไม่รู้จะพูดอะไรตอบไปดีเลยทำได้เพียงตอบแค่นั้นแหละ “ส่วนเรื่องที่หนูพูดไม่ดีด้วยวันนี้...ขอโทษนะคะ”

ฉันรู้แหละว่าตัวเองทำตัวต่างจากปกติไปพี่บอสคงไม่คิดว่าฉันจะเริ่มต่อต้านเขาเลยแสดงอาการแบบนั้นออกมา

ก็อย่างที่บอกแหละว่าเมื่อกลับมาอยู่ในถิ่นของตัวเองฉันก็เริ่มพยศมากขึ้น แต่ฉันก็ต้องคำนึงถึงความเป็นจริงด้วยว่าฉันสามารถอยู่ที่นี่ได้นานหรือไม่มันขึ้นอยู่กับเขา

พอใจเย็นลงแล้วฉันก็เพิ่งเริ่มคิดได้นี่แหละ

หลังจากที่ฉันพูดออกไปแบบนั้นแล้วพี่บอสก็ไม่ตอบอะไรกลับมาอีก เขาเดินเอาโถข้าวออกไปด้านนอกโดยไม่ได้สนใจฉัน ส่วนฉันก็เดินถือน้ำพร้อมกับแก้วน้ำตามเขาไปติด ๆ

“กับข้าววันนี้น่ากินทั้งนั้นเลยน้า” พ่อฉันมองกับข้าวที่อยู่บนโต๊ะแล้วยิ้มออกมาอย่างมีความสุข “นาน ๆ จะได้กินข้าวเย็นพร้อมหน้าพร้อมตากันแบบนี้”

“ถ้าอะไรมันดีขึ้นแล้ว หลังเรียนจบหนูจะกลับมาอยู่บ้านยาว ๆ เลยค่า” ฉันบอกพลางยิ้มร่า

พี่บอสวางโถข้าวลงบนโต๊ะส่วนฉันก็จัดการเทน้ำใส่แก้วแล้วยกไปให้แต่ละคนด้วยความระมัดระวัง

หลังจากนั้นเราทั้งสี่คนก็ลงมือกินข้าว บรรยากาศบนโต๊ะเต็มไปด้วยความเฮฮาเพราะพ่อฉันมีเรื่องเล่าให้ฟังเยอะแยะเลย ส่วนพี่บอสพอพ่อฉันถามอะไรเขาก็ตอบและดูท่าจะเข้ากับท่านได้ดีเลยทีเดียว

ก็แหงสิ เล่นตัวติดกันตั้งแต่มาถึงแล้วนี่นา นี่ยังไม่คิดเลยว่าถ้าพ่อไม่พาฉันเข้าสวนพวกเขาคงคุยกันยาวเลย

“ผัดผักบุ้งฝีมือเรานี่ยังอร่อยเหมือนเดิมเลยนะ” พ่อเอ่ยชมฉันหลังจากกินไปได้หลายคำแล้ว

“ผักบุ้งมันสดด้วยแหละค่ะ โจ้บอกว่าเพิ่งเก็บมาสด ๆ เลย” ฉันบอกไปพลางตักผัดผักบุ้งไปใส่จานให้พี่บอสอย่างลืมตัว “ลองชิมดูสิคะ อร่อยไหม”

เขาเงยหน้าขึ้นมามองฉันด้วยสายตานิ่งเรียบก่อนจะมองผัดผักบุ้งที่อยู่บนจานของตัวเอง

สายตาที่มองมามันบ่งบอกได้ว่าไม่อยากจะกินเอามาก ๆ แต่เพราะบนโต๊ะมีพ่อกับแม่ฉันอยู่เขาเลยเลือกที่จะไม่พูดอะไร

“ลองกินดูสิบอส ไอ้แสนงามมันทำอร่อยมากเลยนะ” พ่อฉันได้ทีก็ยอกันใหญ่เลย

เขาอึกอักเล็กน้อยจนแม่ฉันเอ่ยถามขึ้น

“บอสไม่ชอบหรอลูก”

“นิดหน่อยครับ” เขายอมตอบออกมา

แต่คำตอบของเขามันยิ่งทำให้ฉันงงเข้าไปใหญ่ พี่บอสเคยกินผัดผักบุ้งที่ฉันทำให้นะ แถมกินจนหมดด้วย หรือว่าตอนนั้นเขาหิวจนไม่สนใจอะไรแล้วก็ไม่รู้เหมือนกัน

“งั้นก็ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องกินก็ได้” เพราะกลัวว่าเขาจะลำบากใจฉันเลยบอกไปแบบนั้น แม้ในใจมันจะยังสับสนก็ตามที

“กินนี่ก็ได้ลูก” แม่ฉันก็แก้สถานการณ์ด้วยการตักผัดพริกแกงให้เขา

“ขอบคุณครับ”

 

หลังจากทานข้าวกันเสร็จแล้วฉันก็เก็บโต๊ะและเอาถ้วยจานมาเตรียมล้าง ตอนแรกแม่จะทำเองแต่ฉันอยากให้ท่านพักผ่อนบ้างเลยอาสาทำให้

ขณะที่กำลังล้างจานอยู่นั้นก็เหมือนได้ยินเสียงคนเดีนเข้ามาในครัวอีกครั้ง ไม่ใช่ว่าแม่ฉันจะเข้ามาหรอกนะ

“หนูบอกแล้วไงคะว่าจะทำเอง แม่ไปนั่งพักดูทีวีกับพ่อเถอะ” ฉันบอกแต่ไม่ได้หันหลังกลับไปมอง

“ไม่ใช่แม่ แต่เป็นฉันนี่ช่วยได้ไหม” น้ำเสียงนั้นดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่แทรกเข้ามายืนอยู่ด้านข้าง

เป็นพี่บอสที่เข้ามา

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวหนูทำเอง” ฉันแย่งถ้วยจากเขามาหนึ่งใบ “พี่บอสไปนั่งพักเถอะ”

“นั่งนอนมาทั้งวันแล้ว” เขาบ่นอุบอิบก่อนจะถอนหายใจออกมา “เบื่อ”

จะว่าไปมันก็จริงแฮะ เขาไม่ได้ทำอะไรเลยนี่นา มาบ้านฉันแบบนี้พี่บอสก็ไม่มีเพื่อนซะด้วยสิ จะออกไปเที่ยวไหนก็ไม่ได้ แล้วฉันก็ไม่ค่อยรู้ด้วยว่าปกติแล้วเขาใช้ชีวิตประจำวันแบบไหนเพราะส่วนใหญ่เห็นแต่หมกตัวอยู่ในห้อง หรือไม่ก็ออกไปข้างนอกกับเพื่อน

แต่จะว่าไป...ฉันคิดว่าเขาจะไปนั่งจิบไวน์กับพ่อท่ามกลางเสียงจั๊กจั่นเรไรแล้วซะอีก

ฉันตั้งใจว่าจะแซวเขาเรื่องนี้แต่ดูท่าแล้วเหมือนอารมณ์ไม่ดีฉันเลยเงียบไว้

“ถ้างั้นก็ตามใจพี่บอสเลยค่ะ” ฉันวางถ้วยอันเก่าคืนให้เขาก่อนจะจัดการล้างอย่างอื่นต่อ

เราล้างถ้วยจานด้วยกันอยู่พักนึงฉันก็หาเรื่องชวนเขาคุย และหัวข้อสนทนาในครั้งนี้ก็คือ...

“พี่บอสไม่ชอบผักบุ้งหรอคะ” ฉันถามเพราะไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ เหมือนจะเคยเห็นเขากินอยู่นะ

“เปล่า”

“อ้าว...” ฉันเหวอเล็กน้อยเมื่อคำตอบไม่เป็นอย่างที่คิด “แล้ว...ไม่ชอบผัดผักบุ้งหรอคะ”

“เปล่านิ”

“อ้าว แล้วทำไมไม่กินที่หนูตักให้ล่ะคะ” ฉันหันไปถามอย่างไม่เข้าใจ

“ไม่ใช่ไม่ชอบ แค่วันนี้ไม่อยากกินเฉย ๆ” คนข้างตัวตอบกลับมาหน้าตาย

คำตอบของเขาทำเอาฉันอึ้งหนักมาก สรุปคือไม่ใช่ว่าไม่ชอบกินผักบุ้งแต่วันนี้ไม่มีอารมณ์จะกิน ว่างั้นเถอะ

“อ๋อ...” ฉันพยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วไม่ได้ถามอะไรเขาอีก พี่บอสก็คงมีเหตุผลของเขานั่นแหละ ถามไปก็มากความ เดี๋ยวเจ้าตัวจะรำคาญเอา

ฉันตั้งหน้าตั้งตาล้างถ้วยจานต่อโดยมีพี่บอสช่วยด้วยอีกแรง แต่บรรยากาศรอบตัวเขามันกลับดูน่ากลัวขึ้น ไอเย็นจากคนข้างตัวแผ่ซ่านมายังฉันจนขนลุกซู่

เป็นอะไรอีกล่ะเนี่ย...

ฉันทำอะไรผิดหรอ?

“เอ่อ...พี่บอสคะ ถ้าเบื่อ ๆ เดี๋ยววันหลังเข้าไปสวนกับหนูไหมคะ” ฉันลองหาเรื่องชวนคุยอีกครั้ง

“จะใช้ฉันทำงานหรือไง”

“เปล่านะคะ แค่เข้าไปเล่นเฉย ๆ ก็ได้ เห็นบอกว่าเบื่อนั่ง ๆ นอน ๆ” ฉันรีบแก้ตัวทันที เดี๋ยวเขาจะเข้าใจผิด “แต่ถ้าไม่อยากไปก็ไม่เป็นไรค่ะ”

“คิดว่ามาทำแบบนี้แล้วฉันจะหายโกรธเรื่องที่เธอกล้าต่อปากต่อคำกับฉันหรอ?”

“ไม่ใช่นะคะ หนูไม่ได้คิดจะทำแบบนั้นเลย”

“แล้วจู่ ๆ มาทำดีด้วยทำไมล่ะ” เขาถามเหมือนระแวง นี่คิดว่าฉันมาทำดีกับเขาเพื่อให้หายโกรธแล้วไม่กลับคอนโดก่อนจริงดิ?

ฉันก็ทำดีกับเขาเป็นปกติอยู่แล้วไหมอะ หรือว่ามันไม่ใช่แบบที่ฉันคิด

คำถามนี้ฉันควรเป็นคนถามมากกว่าไหมว่าทำไมจู่ ๆ เขาถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ ไหนจะช่วยจัดโต๊ะ ล้างถ้วยล้างจาน ดูก็รู้ว่าทำเพราะมีพ่อแม่ฉันอยู่

โถ่...ใครมันจะไปทำดีหวังผลแบบพี่บอสกัน เอานิสัยของตัวเองเป็นตัวชี้วัดการกระทำของคนอื่นสุด ๆ

“หนูก็ทำแบบนี้ของหนูเป็นปกติอยู่แล้วนี่คะ” ฉันตอบอย่างไม่ใส่ใจมากนัก

เอาเถอะ ถ้าเขาจะคิดไม่ดีกับฉันขนาดนั้นก็ไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้ว

หลังจากนั้นพวกเราก็เงียบแล้วไม่ได้คุยอะไรกันอีกจนกระทั่งล้างทุกอย่างเสร็จ

“พี่บอสไปพักเลยก็ได้ค่ะ เดี๋ยวที่เหลือหนูจัดการเอง”

“เหลืออะไรอีก”

“เช็ดจานให้แห้งแล้วเก็บเข้าตู้ค่ะ” ฉันบอกแล้วหาผ้าเช็ดจานมาเตรียมไว้

“เดี๋ยวช่วย” เขาเดินมาแย่งผ้าเช็ดจานจากมือฉันไป

“ไม่เป็นไรค่ะ พี่บอสไปเตรียมตัวดื่มไวน์กับพ่อเลย”

“คุณลุงเขาไม่กินแล้ว เหมือนจะเหนื่อยจากไปสวนเลยบอกว่าจะกินวันหลัง”

“ถ้างั้นพี่บอสก็ไปอาบน้ำนอนเถอะค่ะ”

“อย่าขัดได้ไหม คนจะทำงานช่วย” เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังจนทำให้ฉันไม่กล้าพูดอะไรอีก

“ตามใจพี่บอสก็แล้วกันค่ะ” สุดท้ายฉันก็ต้องยอมเขาช่วย

บรรยากาศภายในห้องครัวกลับมาเงียบอีกครั้ง นั่นทำให้ฉันเริ่มทำตัวไม่ถูกอีกแล้ว ที่จริงที่พยายามไล่เขาออกไปนั่นก็เพราะแบบนี้แหละ ฉันรู้สึกว่าอยู่กับพี่บอสแล้วมันชวนอึดอัดยังไงก็ไม่รู้

“เสร็จกันหรือยังลูก” จู่ ๆ แม่ของฉันก็ชะโงกหน้าเข้ามาในครัว

“ใกล้เสร็จแล้วค่ะ เหลืออีกนิดเดียว”

“รีบทำแล้วรีบไปนอนพักซะนะ พรุ่งนี้พ่อกับแม่จะพาไปธุระแต่เช้า” แม่กำชับฉันอีกครั้ง ท่านหมายถึงเรื่องที่จะพาไปหาอาจารย์หมอชื่อดังนั่นแหละ

“ค่า”

“จริงด้วยสิ พรุ่งนี้บอสไปด้วยกันกับพวกป้าไหม พ่องามเขาจะพาไปหาอาจารย์หมอชื่อดัง เผื่ออาการที่เป็นอยู่ตอนนี้มันจะมีทางแก้บ้าง”

“...” พี่บอสเงียบไปแต่ไม่กี่วินาทีต่อมาเขาก็ตอบกลับ “ผมว่าไม่ดีกว่าครับ เผื่ออยากไปกันแบบครอบครัวมากกว่า”

คำตอบของเขาทำเอาแม่ฉันนิ่งไปเลย ทำไมมันฟังดูเหมือนห่างเหินแบบนี้ล่ะ หรือฉันจะคิดมากเกินไป

“เอางั้นก็ได้จ้ะ แต่ถ้าเราเปลี่ยนไปเมื่อไหร่ก็ไปด้วยกันได้นะ” แม่ฉันเลือกที่จะตอบแบบนี้เพื่อเป็นการรักษาน้ำใจพี่บอสที่สุด

แต่ดูจากสถานการณ์แล้วแม่ฉันน่าจะชวนตามมารยาทมากกว่า พอเขาไม่ไปแม่ฉันเลยไม่คะยั้นคะยอตามต่อ

“ขอบคุณครับ”

พอพี่บอสบอกแบบนั้นแม่ก็ส่งยิ้มมาให้แล้วเดินออกจากห้องครัวไป บรรยากาศกลับมาอึมครึมอีกครั้ง แล้วดูท่าเหมือนจะหนักกว่าเดินด้วย

ฉันยืนเช็ดจานด้วยความอึดอัดพลางคิดว่าควรจะคุยเรื่องนี้กับเขาดีไหม พี่บอสดูไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ แต่ว่า...เรื่องที่จะไปทำมันก็เกี่ยวกับเขาอยู่นี่นา ถึงจะดูไม่ชอบและดูไม่พอใจที่ฉันไปอาศัยอยู่ด้วยแต่ช่วงพักหลังมานี้พี่บอสก็ดูใจดีมากขึ้น ฉันหมายถึงมากกว่าแต่ก่อน แม้จะนิดนึงก็เถอะ 

เรื่องจะไปฝึกงานเขายังบอกกับฉันเลย บอกให้เตรียมตัวเตรียมใจ แล้วเรื่องนี้มันก็เป็นเรื่องสำคัญเหมือนกัน

“พ่อกับแม่จะพาหนูไปหาหมอเพื่อดูดวงค่ะ ไม่แน่ว่าท่านอาจจะช่วยเรื่องที่หนูเป็นแบบนี้อยู่ก็ได้” ในที่สุดฉันก็ตัดสินใจพูด

“ก็ดีแล้วนี่ ถ้าหายก็จะได้ไม่ลำบาก” เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ถ้าครั้งนี้ไปแล้วช่วยได้จริงก็คงดีนะคะ” ฉันบอกพลางก้มหน้าก้มตาเช็ดจาน “พี่บอสจะได้ไม่ต้องมาลำบากเรื่องของหนูแล้ว”

“อืม” เขาไม่แก้ต่างเรื่องที่ฉันทำให้เขาลำบากแล้วตอบกลับมาแค่นั้น ราวกับยอมรับกลาย ๆ ว่าฉันสร้างความเดือดร้อนให้กับเขาจริง ๆ จะพูดให้ฉันไม่ต้องคิดมากหน่อยก็ไม่ได้นะ

เราไม่ได้คุยอะไรกันอีกจนกระทั่งทำทุกอย่างเสร็จ พวกเราสองคนเดินออกมาด้านนอกก่อนจะพบว่าพ่อกับแม่ฉันอยู่ในชุดเตรียมนอนแล้ว

ช่วงที่พวกฉันล้างจานน่าจะไปอาบน้ำกันมาเรียบร้อย

พ่อกับแม่บอกให้ฉันกับพี่บอสอาบน้ำแล้วก็เข้านอนได้แล้วเพราะพรุ่งนี้มีธุระต้องไปแต่เช้า อีกอย่างท่านเองก็อยากให้พี่บอสพักผ่อนแล้วด้วย

เรานั่งคุยกันไม่นานก็แยกย้ายกันเข้าห้องนอนของตัวเอง

ในตอนที่ฉันอาบน้ำเสร็จแล้วเพื่องเดินออกจากห้องน้ำก็พลันฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าห้องของตัวเองนั้นมีห้องน้ำในตัวเลยค่อนข้างสะดวกสบายแต่ห้องนอนแขกของพี่บอสนั้นต้องออกมาใช้ห้องน้ำที่อยู่ด้านนอก

ตอนนี้เหมือนกับว่าฉันและพี่บอสสลับการใช้ชีวิตกันยังไงก็ไม่รู้ พอมาคิดแบบนี้แล้วฉันก็เริ่มกังวล กลัวพี่บอสจะมองว่าฉันพาเขามาลำบาก

พูดตามตรงเลยว่าบ้านของพี่บอสนั้นรวยมาก รวยชนิดที่ว่าทางบ้านสามารถซื้อรถหรูให้เขาขับ ซื้อคอนโดให้เขาอยู่ แถมยังมีกิจการที่รอให้เขากลับไปบริหารหลังจากเรียนจบอีก ชีวิตคุณชายในนิยายก็ไม่ปาน

แล้วดูตอนนี้สิ ต้องมาใช้ชีวิตกลางสวนกลางเขาแบบนี้

ถ้าเกิดว่าฉันไปหาหมอดูแล้วท่านช่วยไม่ได้ ฉันก็ต้องพึ่งพาเขาต่อ แล้วถ้าช่วงที่เขาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มันลำบากมาก เขาคงไม่อยากกลับมาบ้านกับฉันอีกแน่ ๆ เลย

ฉันควรจะไปเคาะห้องเขาดีไหมนะ ฉันย้ายไปนอนห้องของเขาแล้วให้เขามานอนห้องของฉันน่าจะได้อยู่นะ

แต่นี่มันบ้านฉันนี่นา ฉันควรจะได้นอนห้องของตัวเองสิ

ฉันเดินวนไปวนมารอบห้องของตัวเองอย่างคิดหนัก พ่อคุณชายบอสนั่นคงไม่กำลังคิดว่าฉันกลั่นแกล้งเขาอยู่หรอกนะ

เอาวะ เป็นไงเป็นกัน!

ฉันตัดสินใจโทรไปหาเขาเพราะตอนนี้ไม่กล้าออกจากห้องไปเคาะห้องของเขาแล้ว พ่อกับแม่ฉันน่าจะยังนอนไม่หลับ ถ้าท่านได้ยินท่านต้องสงสัยแน่ว่าฉันออกมาทำอะไร

รอสายไม่นานเขาก็กดรับ

[มีอะไร] เขาถามด้วยน้ำเสียงเนือย ๆ

กดรับด้วยแฮะ นึกว่าจะตัดสายทิ้งแล้วซะอีก

“พี่บอสอาบน้ำหรือยังคะ”

[ยัง กำลังเตรียมออกไปอาบ]

“คือ...”

[มีอะไรก็พูดมา]

“พี่บอสลำบากไหมคะ แลกห้องกับหนูไหม ห้องของหนูมีห้องน้ำในตัวนะ มันน่าจะสะดวกกับพี่บอสมากกว่า” ฉันบอกในสิ่งที่ตัวเองคิดไป

ตอนนี้ฉันต้องดูเป็นผู้หญิงจิตใจดีสุด ๆ ไปเลย

[ทำไม]

“ก็อย่างที่บอกไปอะค่ะ หนูกลัวว่าพี่บอสจะลำบาก บ้านของหนูก็ไม่ได้ใหญ่โตเหมือนบ้านพี่บอสด้วย” เพราะอยู่ด้วยกันมานานฉันเลยรู้ว่าเขาค่อนข้างจุกจิกในหลาย ๆ เรื่อง

[ฉันในสายตาเธอนี่คือยังไง เป็นผู้ชายเรื่องมากขนาดนั้นเลย?]

โหย...ไม่น่าถามเลย ตัวเองแสดงออกมาแบบนั้นยังจะมีหน้ามาถามอีก

[อีกอย่าง...ถ้าฉันแลกห้องกับเธอแล้วพ่อแม่เธอจะมองฉันยังไง] เขาถามกลับมาอย่างตรงประเด็นโดยไม่อ้อมค้อม

ตอนนี้มันกลับกลายเป็นว่าฉันต้องมาพะวงเรื่องของพี่บอสแทนการเสพความสุขที่ได้กลับมาอยู่บ้านซะอีก

“หนู...”

[ไม่ต้องมาคิดอะไรมากมาย ถ้าฉันอยากได้อะไรไม่รอให้เธอต้องมาถามแบบนี้หรอก น่าจะรู้จักฉันดีอยู่แล้วนี่]

จะว่าไปมันก็จริงอย่างที่เขาพูด ถ้าพี่บอสอยากได้แบบนั้นจริงเขาต้องสั่งและบังคับขู่เข็ญฉันแล้วล่ะ 

-----------------------------------------------

- (ทอล์ก 100%)

ตอนนี้สรุปว่าใครเป็นนางเอก แล้วใครเป็นพระเอกกันแน่ นางเอกของเราแมนมากค่ะ ยอมแลกห้องกับผู้ชายเพราะกลัวว่าเขาจะลำบาก 555555555555555

แวะมาแปะร่างปกคร่าว ๆ ค่า ปกจะมาแล้วแต่แพลนเปิดพรียังไม่มีนะคะ อ่านในนี้กันไปก่อนน้า อิอิ


- (ทอล์ก 80%)

นี่ถ้าพี่บอสรู้ความคิดของแสนงามว่าด่าตัวเองในใจตลอดคงได้ทะเลาะกันตายไปข้าง 555

- (ทอล์ก 60%)

เอาใจยากสุดเลยคนนี้ เป็นพระเอกที่เอาแต่ใจที่สุด แล้วเรื่องนี้นางเอกก็ไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวมากที่สุดด้วยค่ะ 555555555555 

- (ทอล์ก 40%)

แบบนี้คือมาง้อใช่ไหมอะ ง้อแบบเนียน ๆ ไรงี้พี่บอส 555555

- (ทอล์ก 20%)

พอเขาพูดว่าจะกับใครก็ใจเต้นหน่อยก้ออกอาการเลยน้าาาา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 565 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,368 ความคิดเห็น

  1. #620 ดาวที่หายไป (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 23:37
    ตกลงเฮียบอสมาเริ่มประทับใจแสนงามตอนไหนเนี่ย ดูสับสน
    #620
    0
  2. #306 Jakkaran55 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 04:36
    อิพี่บอสเป็นไบโพล่ารึวัยทอง
    #306
    0
  3. #178 Toywoohottest (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 05:43
    เข้าใจน้องเลยอะ เพราะตอนอยู่ด้วยกันอิพี่เอาแต่ใจโคตรๆ
    #178
    0
  4. #177 firstzy93 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 01:46
    ซึนมาก
    #177
    0
  5. #176 Putari99999 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 14:09
    พี่บอสงอนน้องใช่ป่ะ..
    #176
    0
  6. #175 firstzy93 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 13:25
    ตึงมากค่าาา
    #175
    0
  7. #174 firstzy93 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 10:52
    ไม่ชอบของที่ศัตรูเอามาให้สินะ 5555
    #174
    0
  8. #173 Toywoohottest (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 05:20
    สงสารคนที่จะมาเป็นเมียพี่เค้าในอนาคตนะคะ

    ทำไมเอาแต่ใจและขี้งอนแบบนี้
    #173
    0
  9. #172 nantika_chalee (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 22:03
    ก็ผัดจานนี้มันมีก้าง????????????
    #172
    0
  10. #171 sangbombeast (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 21:52
    เป็นคนที่เอาใจยากจริงๆเลยน้าาาา
    #171
    0
  11. #170 Charlinda88 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 21:51
    ขำบอสไม่ยอมกินผัดผักบุ้ง
    #170
    0
  12. #169 firstzy93 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 19:04
    พี่บอสนี้ยังไง
    #169
    0
  13. #168 Toywoohottest (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 18:33

    ถ้าเป็นแสนงามก็ต้องไม่เข้าใจการกระทำพี่บอสจริงๆ นั่นแหละ อารมณ์เหวี่ยงไปมา
    เหมือนจะสนใจ แต่ก็พูดจาไม่ดีกับน้อง เป็นใครจะคิดว่าพี่มันรู้สึกดีด้วย

    #168
    0
  14. #167 iinm (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 18:25
    พี่บอสเริ่มรู้สึกกับน้องแล้วใช่มั้ยยยยยยยน
    #167
    0
  15. #166 sangbombeast (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 16:50
    นางเอกความจำเสื่อมหรอ 555555
    #166
    0
  16. #165 firstzy93 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 15:42
    พี่บอสออกอาการละ
    #165
    0
  17. #164 Toywoohottest (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 14:46

    ออกอาการมากเว่อร์พี่บอส

    #164
    0
  18. #163 25390217 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 14:25

    เอาน้ำให้พี่บอสดับไฟโมโหหน่อยเร็ว....

    #163
    0
  19. #162 Putari99999 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 14:23
    พี่บอสหวงน้องใช่มั้ย..อยากให้น้องใจเต้นแรงกับตัวเองคนเดียวใช่ป่ะ
    #162
    0
  20. #161 Rosedream (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 14:22

    พี่บอส ขนาดแสนงามแค่พูดว่าใครก็ได้ยังออกอาการขนาดนี้ ยังไม่ได้เป็นแฟนกันเลยนะ

    #161
    0
  21. #158 yeenyyn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 11:52
    เจิมมมม
    #158
    0
  22. #157 Putari99999 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 20:48
    เจิมมมมม
    #157
    0
  23. #156 อทก. (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 20:06
    เจิมฮาฟฟฟฟฟฟฟ
    #156
    0
  24. #155 fernzii16 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 19:50
    เจิมมม
    #155
    0
  25. #154 l027 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 19:46
    เจิมมมมมมม
    #154
    0