แสนงามของบอส

ตอนที่ 2 : คนใจร้าย (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,844
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 413 ครั้ง
    17 ก.ย. 62

------------------------------------------------------

บทที่ 1

คนใจร้าย

 

“แล้วก็น่าจะรู้อยู่แล้วนะว่าฉันไม่เต็มใจให้เธอมาอยู่ด้วย” เขาตอบกลับมาด้วยท่าทางเฉยชา

“ทำไมล่ะคะ ก่อนหน้านี้พี่บอสยังดี ๆ อยู่เลย” ฉันถามเขาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง “แล้วหนูก็ทำหน้าที่ทุกอย่างให้ดีที่สุดแล้วไม่ใช่หรอคะ”

ฉันอาสาเป็นแม่บ้านทำความสะอาดบ้านให้เขา คอยดูแลเรื่องอาหารการกินและทำความสะอาดห้องให้เพื่อแลกกับการที่ฉันขออยู่ที่นี่ แม้เขาจะไม่เต็มใจแต่เขาก็ยอมให้อยู่ด้วยมาตั้งหนึ่งปีกว่า ๆ ทำไมจู่ ๆ วันนี้เขาถึง...

“ไม่ทำไม ฉันเองก็มีธุระ มีงานต้องไปทำเหมือนกัน” เขาตอบอย่างไม่ใยดี

“อย่างน้อยก็ช่วยบอกกันบ้างสิคะ หนูจะได้หาวิธีรับมือถูก”

“ลืม” เขาตอบกลับมาสั้น ๆ แค่นั้นแล้วขนของออกไปยังนอกห้อง

“งั้น...พี่บอสไปค่ายที่ไหนคะ เดี๋ยวหนูเลิกเรียนแล้วจะตามไป”

“ไม่ต้องตามมา” เขาเอ่ยห้ามทันควัน “รออยู่นี่แหละ เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว”

“แต่ว่า...” เขาไปนานเกินกว่าทีฉันจะรอได้

“ไม่มีแต่ เรื่องเมื่อวานเธอทำฉันไม่พอใจ นี่คือบทลงโทษ” เขากล่าวแค่นั้นแล้วปิดประตูใส่หน้าฉันเสียงดังลั่น

เขาโกรธเรื่องที่ฉันขึ้นเสียงใส่เขาเมื่อคืนจริงด้วยสินะ

แล้วฉันจะทำยังไงดีล่ะ ถ้าไม่มีพี่บอสอยู่ด้วยฉันต้องเจอเรื่องร้าย ๆ แน่เลย

 

เวลาต่อมา

ฉันขับรถออกจากคอนโดเพื่อมาเรียนในภาคเช้าอย่างหวาดระแวง แม้มันจะยังไม่ถึงเวลาที่กำหนดแต่ฉันก็กลัว คืนนี้ฉันจะข่มตาหลับได้ยังไงกัน

เรื่องที่ฉันอยู่กับพี่บอสนั้นไม่มีใครรู้เลยนอกจากพ่อแม่ของเขาและพ่อแม่ของฉัน มันเป็นเรื่องค่อนข้างละเอียดอ่อน เขาไม่อยากให้ทุกคนรู้เพราะคิดว่าน่าจะรู้สึกไม่ดีที่มีผู้หญิงที่ไม่ได้เป็นอะไรกันมานอนด้วยอยู่ที่ห้อง อีกทั้งถ้าพูดเหตุผลไปมันคงดูฟังไม่ขึ้นแน่ ๆ

เหตุผลนั้นก็คือ...ฉันอยู่กับเขาเพื่อแก้เคล็ด

เรื่องมันเกิดมาเมื่อเกือบสองปีก่อน จู่ ๆ ฉันก็ป่วยอย่างไม่ทราบสาเหตุ ไปหาหมอที่ไหนก็ไม่สามารถรักษาฉันให้หายได้ ทุกคนล้วนบอกกับฉันว่าฉันเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา แต่เมื่อนอนรักษาที่โรงพยาบาลมันกลับไม่ดีขึ้นเลย อาการไม่ทรุดลงมาก แต่ก็ไม่หายสักที

เป็นอยู่แบบนั้นนานกว่า 5 เดือนจนพ่อกับแม่ต้องพาฉันออกมารักษาตัวที่บ้าน ฉันไปโรงเรียนด้วยอาการป่วยแบบนั้นอยู่นาน จนกระทั่ง...ครอบครัวของพี่บอสได้ยินข่าวเลยแวะมาเยี่ยมฉัน

ครอบครัวของพวกเรารู้จักกันเลยทำให้ไปมาหาสู่กันอยู่เนือง ๆ

พอวันที่พี่บอสมาจู่ ๆ อาการของฉันก็ดีขึ้น พวกเขามาค้างคืนด้วยหนึ่งคืน พอเช้าวันต่อมาฉันก็หายเป็นปกติ แต่ก็ใช่ว่าจะหายดีเพราะพี่บอสต้องเดินทางไปต่างจังหวัดต่อ หลังจากที่พี่บอสไปได้สองวันฉันก็ทรุดหนักลงอีก พอขากลับจากต่างจังหวัดพวกเขาก็แวะที่บ้านฉันอีกครั้ง และตอนนั้นฉันก็เริ่มดีขึ้นเหมือนก่อนหน้านี้

ตอนนั้นพ่อกับแม่ฉันพูดว่าต้องเป็นเพราะพี่บอสแน่ ๆ ที่ทำให้ฉันหาย มันอาจดูเหมือนงมงายมากจนพวกเราแทบไม่อยากจะเชื่อ แต่จากการทดสอบหลายครั้งมันก็แสดงให้เห็นว่า...มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ

ถึงจะถูกมองว่างมงายหรืออะไรก็ตามแต่ แต่เพื่อความอยู่รอดของตัวเองฉันกับพ่อแม่ก็ต้องทำ พวกเราพยายามมานานมันไม่เป็นผลสักที ตอนที่ขอร้องครอบครัวของพี่บอสฉันรับรู้ได้เลยว่าพวกเขาลำบากใจ เนื่องจากพวกเราโตแล้ว มันดูไม่ดีถ้าจะต้องอาศัยอยู่ด้วยกัน อีกทั้ง...พี่บอสก็เรียนมหาวิทยาลัยแล้วไม่ได้อาศัยอยู่ที่บ้าน

เพราะไม่รู้ว่าพวกเราต้องอยู่ใกล้กันนานแค่ไหน มันดูเหมือนพวกเราดื้อด้านแต่ตอนนั้นพ่อของฉันเอ่ยปากขอร้องว่าให้ฉันมาอาศัยอยู่กับเขาที่คอนโดด้วย ตอนที่พวกเขาตั้งท่าจะปฏิเสธพ่อของฉันก็ยกเอาเรื่องเมื่อตอนฉันยังเด็กมาอ้างขึ้นมา

ตอนนั้นพี่บอสเองก็ป่วยหนัก รักษาเท่าไหร่ก็ไม่หายแล้วก็เกิดเหตุบังเอิญแบบในตอนที่ฉันป่วยเช่นกัน ครอบครัวของฉันไปเยี่ยมเขาแล้วเขาก็อาการดีขึ้น ในตอนนั้นพ่อแม่ของพี่บอสขอให้ฉันอาศัยอยู่กับพวกเขา ด้วยความที่เป็นเพื่อนกันมานานพ่อกับแม่ฉันจึงจำยอมปล่อยให้ฉันอาศัยอยู่ที่บ้านของพี่บอสทั้งที่ตอนนั้นฉันเพิ่งอายุได้แค่ 5 ขวบ โดยที่พวกท่านคอยมาเยี่ยมเป็นระยะ

พวกท่านต้องคอยทดสอบอยู่ตลอดว่าถ้าให้ฉันกลับบ้านไปแล้วพี่บอสจะยังอาการดีขึ้นอยู่หรือเปล่า แต่มันก็ไม่เป็นผลจนกระทั่งเวลาผ่านไป 3 ปีฉันถึงได้กลับไปอยู่ที่บ้านสักที

ฉันรู้แค่ว่าตอนนั้นพี่บอสหายดีแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องมีฉันอยู่

ตลอดเวลาที่อยู่ที่บ้านของเขา แม้ฉันจะจำเรื่องราวทั้งหมดไม่ได้ แต่ความทรงจำบางส่วนของฉันก็ยังอยู่ ความทรงจำที่ว่า...ฉันโดนเขาแกล้งทุกวัน

พอโดนเขาแกล้งฉันก็ร้องไห้ พ่อกับแม่ของเขาก็ดุและต่อว่าเขาตลอด นั่นยิ่งทำให้เขาแกล้งฉันหนักมากยิ่งขึ้น

ตอนนั้นฉันรู้สึกท้อแท้และหวาดกลัว ฉันคิดถึงพ่อกับแม่ทุกวัน ในช่วงที่ต้องอาศัยอยู่บ้านคนอื่นนั้นมันลำบากมากสำหรับฉัน ฉันต้องย้ายโรงเรียน ต้องจากเพื่อนที่ตัวเองชอบมาก ๆ ไป ฉันไม่กล้าแม้แต่จะร้องงอแงเพราะกลัวว่าเขาจะเกลียดเอาได้ พี่บอสก็เอาแต่แกล้ง เขาเป็นเด็กผู้ชายที่นิสัยไม่ดีมาก ๆ เลย

ตอนที่พ่อฉันพูดถึงเรื่องนี้ พ่อกับแม่ของพี่บอสไม่กล้าเอ่ยปากคัดค้านใด ๆ พวกเขาจำยอมให้ฉันมาอาศัยอยู่กับลูกชายของพวกเขาด้วยอาการที่เรียกว่ากลืนไม่เข้า คายไม่ออก

แต่ถึงอย่างนั้นพี่บอสก็ไม่ได้เต็มใจเลย ฉันมาอยู่กับเขาที่นี่ก็จริงแต่เขาก็ทำตัวเหมือนรังเกียจฉันอยู่เป็นประจำ แต่ช่างเถอะ...ขอแค่เขาให้ฉันอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นฉันก็พร้อมจะอดทน

ฉันตั้งใจสอบเข้าที่เดียวกันกับเขาเพื่อง่ายต่อการอาศัยอยู่ร่วมกัน แม้ว่าเราจะอยู่ด้วยกันมานานแล้วแต่ฉันก็ยังคงพยายามเช็กดูอาการของตัวเองตลอดว่าถ้าห่างจากเขานาน ๆ แล้วฉันยังปกติอยู่ไหม เพราะถ้าฉันหายเมื่อไหร่...ฉันไปจากเขาแน่

พี่บอสแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการให้ฉันมาอยู่ร่วมด้วย ช่างเป็นคนที่ไม่สำนึกบุญคุณคนอื่นเอาซะเลยนะ ทีตัวเองจะตายฉันยังต้องจากบ้านพ่อบ้านแม่ไปอาศัยอยู่กับเขาด้วยเลย พอมาวันนี้กลับทำตัวเหมือนฉันมาสร้างความเดือดร้อนให้เขาอย่างนั้นแหละ

คอยดูนะ ถ้าฉันไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเขาเมื่อไหร่ ฉันจะไปแล้วไม่หันหลังกลับมามองเลย!

แต่จะว่าไปแล้ว...ครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นโอกาสอันดีเหมือนกันนะ ฉันจะใช้โอกาสนี้ลองสังเกตดูอาการของตัวเองว่ามันจะดีขึ้นหรือเปล่า พี่บอสไปตั้งสัปดาห์นึง ถ้าฉันไม่เป็นอะไรแสดงว่าฉันน่าจะอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งเขาแล้ว

“แค่ก ๆ” ขณะที่กำลังนั่งเรียนอยู่นั้นจู่ ๆ ฉันก็เริ่มเจ็บคอแล้วก็อยากไอขึ้นมา

บ้าจริงเลย เขาไปไม่ทันไรฉันก็รู้สึกว่าตัวเองจะมีอาการป่วยซะแล้ว ต้องรีบหายามากินแล้วล่ะ เผื่อว่าอาการจะดีขึ้นบ้าง

 

วันต่อมา

ดูเหมือนฉันจะคิดผิดว่าอาการของตัวเองน่าจะดีขึ้นเมื่อได้กินยาและพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะนอกจากมันจะไม่ดีขึ้นแล้วยังมีทีท่าว่าจะทรุดลงหนักกว่าเดิมด้วยซ้ำ

วันนี้เป็นวันหยุดยาวฉันเลยได้โอกาสนอนพักต่ออีกสักวัน อาการปวดไปทั้งตัวมันทวีคูณมากยิ่งขึ้นจนฉันแทบขยับไปไหนไม่ได้เลย

ทั้งปวดหัว ทั้งตัวร้อนแบบนี้ฉันว่าฉันต้องช็อกตายอยู่ที่ห้องนี้แน่ ๆ

เพราะคิดว่าไม่มีทางอื่นนอกจากไปหาหมอฉันเลยพยายามกดโทรไปหายัยฟักทอง

รอสายอยู่นานมากกว่าจะกดรับ

“ฮัลโหล...แกอยู่ไหน พาฉันไปโรงพยาบาลหน่อย” น้ำเสียงแหบแห้งของฉันถูกเอ่ยออกไป “อาการมันไม่ดีขึ้นเลย”

ยัยฟักทองบอกกับฉันเมื่อวานว่าถ้าอาการไม่ดีขึ้นให้รีบโทรหาทันที

[โทรผิดหรือเปล่า] แต่เสียงของปลายสายที่ตอบกลับมาทำให้ฉันต้องชะงักไปเล็กน้อย [อีกอย่าง...บอกให้คนมารับที่คอนโดนี่อยากตายหรือไง ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าให้ใครรู้ว่าอยู่ด้วยกัน]

“หนูไม่ได้จะให้มารับที่หน้าห้องสักหน่อยค่ะ ให้มารับข้างล่างต่างหาก” ฉันรีบแก้ตัวไปก่อนที่จะโดนเขาดุไปมากกว่านี้

เป็นพี่บอสไม่ผิดแน่ เมื่อวานฉันตั้งใจจะโทรหาเขาแต่พอมานึกได้ว่าเขาไม่ชอบให้โทรหาถ้าไม่มีเรื่องจกเป็นฉันเลยต้องวางสายไป สงสัยมือมันไปกดโดนเบอร์ของเขาเพราะตาฉันมันพร่ามัวเหลือเกิน

[ไม่สบายหรอ] เขาถามฉันหลังจากที่เงียบไปสักพัก

“ค่ะ...” ฉันพยามตอบเขา

[ไปหาหมอ] พี่บอสน่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่าฉันไม่สบายเพราะอะไร แต่เขามักจะบอกให้ฉันไปหาหมอทุกครั้งเลย

“รู้แล้วค่ะ หนูกำลังจะไป” และฉันก็ตอบไปได้แค่นั้น

จากนั้นฉันก็กดวางสายไปในทันที โมโห ๆ ฉันไม่อยากคุยกับเขาตอนนี้เลยให้ตายเถอะ

“แค่นี้นะคะ” ฉันรีบตัดสายเขาทิ้งก่อนที่จะได้ยินสียงก่นด่าอะไรจากเขาอีก

พี่บอสไปรอบนี้น่าจะอาการหนักเอาเรื่องเลย แค่ผ่านไปวันแรกฉันยังขนาดนี้ กว่าจะครบหนึ่งสัปดาห์ฉันไม่ต้องนอนจมเตียงเป็นผักเน่าเลยหรือไงนะ

พอวางสายจากพี่บอสแล้วฉันก็โทรหายัยฟักทองทันที ยัยนั่นบอกจะรีบมารับฉัน แต่ตอนนี้ร่างฉันมันขยับยากลกบากเหลือเกิน ต้องลงไปรอรยัยฟักทองข้างล่างคอนโดด้วยเนื่องจากไม่สามารถให้ขึ้นมาที่ห้องได้

อยู่ห้องคนอื่นที่มันลำบากจริง ๆ เลย

ขณะที่กำลังพยายามพาร่างของตัวเองออกจากห้องอยู่นั้นยัยฟักทองก็โทรเข้ามาหาฉันอีกครั้ง

[แกลุกไหวไหม ให้ฉันขึ้นไปหาที่ห้องป่าว] ยัยนั่นถามด้วยความเป็นห่วง

เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ปีหนึ่ง ยัยฟักทองไม่เคยได้ขึ้นมาที่ห้องฉันเลย มีหลายครั้งที่งอแงอยากมานอนค้างด้วยแต่ฉันไม่สามารถให้ขึ้นมาได้จริง ๆ

“ไหว กำลังลงไป” ฉันตอบด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง

ตอนนี้ร่างกายมันร้อนเป็นไฟและอ่อนล้าเกินกว่าจะเดินไหวแล้วจริง ๆ

[ให้ตายเถอะ แกเป็นคนร่างกายแข็งแรงนะ นาน ๆ ที่จะป่วย แต่พอป่วยทีก็หนักเอาการเหมือนกัน]

ก็แหงสิ...ทุกครั้งที่ป่วยมันก็มีสาเหตุมาจากพี่บอสต้องไปค้างที่อื่นนี่แหละ คราวก่อนตอนปีหนึ่งฉันก็ต้องไปค่ายธรรมมะตั้งห้าวัน สุดท้ายคือไม่ได้ปฏิบัติธรรมเพราะจู่ ๆ ก็ไข้ขึ้นหนัก พอไปถึงโรงพยาบาลหมอบอกว่าฉันเป็นไข้เลือดออก ทุกคนบอกว่าคงเพราะไปนั่งสวดมนต์อยู่ในลานกลางแจ้ง

“ฉันก็ไม่อยากป่วยหรอกน่า” ฉันบอกไปแล้วเดินจนเกือบจะมาถึงประตูทางเข้าคอนโดก็มองเห็นยัยฟักทองพอดี

ยัยนั่นพอเห็นฉันก็รีบกดวางสายแล้ววิ่งเข้ามาหาฉัน

“โหย...รอบนี้ก็อาการหนักเหมือนกันนะเนี่ย แกน่าจะให้ฉันขึ้นไปรับที่ห้อง ดีนะที่ไม่สลบไปกลางทาง”

“อื้อ...” ฉันไม่มีแม้แต่แรงจะโต้ต้อบกับเพื่อนของตัวเองแล้ว

มันอ่อนแรง อ่อนล้าซะจนอยากหลับตาลงตรงนี้เลย

“เดี๋ยวสิ แกจะมาหลับตรงนี้ไม่ได้นะโว้ยยัยแสนงาม” เสียงนั่นมาพร้อมกับการเขย่าตัวฉันแรง ๆ

นั่นเป็นการรับรู้ครั้งสุดท้ายของฉัน

 

“อืม...” ฉันตื่นขึ้นมาด้วยอาการเพลียสุด ๆ เสียงรอบข้างดังเซ็งแซ่จนหูฉันอื้ออึงไปหมดเลย

“ตื่นแล้วหรอ?” พอลืมตาตื่นขึ้นคนที่ฉันเห็นหน้าเป็นคนแรกก็คือยัยฟักทอง “ฉันเป็นห่วงแทบแย่ จู่ ๆ แกก็เป็นลมล้มลงไป ฉันต้องเรียกแท็กซี่ให้เขาช่วยพาแกมา ตอนนั้นฉันกังวลมากเลยกลัวว่าแกจะเป็นอะไรไป”

ยัยฟักทองพูดยาวเหยียดซะจนฉันฟังแทบไม่ทัน

“อาการหนักขนาดนี้แต่หมอกลับบอกแค่ว่าแกเป็นไข้หวัดใหญ่ธรรมดาเอง” คำพูดนั้นมาพร้อมกับความกังวลอย่างเห็นได้ชัด

“อย่างงั้นหรอ”

“เสียงแกแหบมากเลย เจ็บคอมากไหม”

“อื้อ”

“เดี๋ยวฉันเอาน้ำให้กิน” จากนั้นยัยฟักทองก็หันไปหยิบเอาขวดน้ำที่อยู่ใกล้ ๆ มาให้ “ฉันซื้อข้าวมาให้แล้วนะ กินข้าวแล้วจะได้กินยา พยาบาลบอกว่าถ้าแกตื่นให้รีบกินยาเลย”

“ขอบใจนะฟักทอง” ทุกครั้งที่ป่วยก็ได้ยัยนี่แหละที่คอยดูแล “ขอโทษที่ทำให้ลำบากนะ”

ฉันรู้เลยว่ายัยนี่ต้องตกใจเบอร์ใหญ่แน่ ๆ ที่เห็นฉันสลบไป แล้วไหนจะอาการลนลานแบบยิ่งใหญ่อีก

“ไม่เป็นไรหรอกน่า ฉันน่ะสบายมาก แต่แกนั่นแหละ หัดดูแลตัวเองซะบ้างสิ ปล่อยให้ป่วยหนักขนาดนี้ได้ยังไง นี่ฉันจะขอคุณหมอให้ฉีดยาแกเลย จะได้หายไว ๆ”

ฉันยิ้มให้แค่นั้นเพราะไม่อยากขัดความเป็นห่วงของเพื่อน ฉันรู้ดีว่าแม้จะฉีดยาที่ดีมากแค่ไหนฉันก็ไม่สามารถหายได้หรอกถ้าพี่บอสยังไม่กลับมา

“ฟักทอง ถ้าฉันจะขอนอนที่นี่จะได้ไหม” ฉันถามหลังจากที่ยื่นมือไปรับแก้วน้ำจากเธอมา

“ก็ได้อยู่หรอกมั้งเพราะอาการไม่ดีเอามาก ๆ แต่ฉันกลัวเขาไม่ให้นอนนี่สิ”

ฉันกังวลมาก กว่าพี่บอสจะกลับมาน่าจะอีก 5-6 วัน กลัวว่าช่วงเวลาที่รอเขากลับมานั้นฉันจะแย่เข้าไปใหญ่

“แต่ไม่ต้องห่วงนะ ถ้าเขาไม่ให้นอนเราก็กลับหอก็ได้ เดี๋ยวฉันจะไปนอนเป็นเพื่อนแกเอง”

นี่แหละที่ฉันห่วงมาก ฉันไม่สามารถให้ฟักทองมานอนที่ห้องได้ ถ้าปฏิเสธอีกครั้งฉันจะต้องดูมีพิรุธแน่ ๆ อีกอย่าง...ฟักทองหวังดีกับฉันขนาดนี้ ฉันไม่อยากปฏิเสธน้ำใจของเพื่อนเลยจริง ๆ

“ช่วงนี้งานแกก็เยอะ ฉันไม่อยากให้แกมาลำบากเลย”

“โอ้ยยย ลำบากอะไรกัน ฉันหอบงานมาทำที่ห้องแกก็ได้ ไม่ต้องคิดมาก” ฟักทองโบกมือไปมาอย่าไม่ต้องการให้ฉันเป็นกังวล

พอได้ยินแบบนั้นฉันก็เงียบไปเพราะไม่รู้จะพูดยังไงต่อดี ถ้าได้นอนที่นี่ต่อสักคืนคงจะดีขึ้น พอพรุ่งนี้ฉันก็อ้างได้ว่าอาการดีขึ้นแล้วสามารถนอนคนเดียวได้

แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่เป็นอย่างนั้นเลย ฉันอาการทรุดหนักลงกว่าเดิม ยัยฟักทองตั้งท่าจะโทรบอกพ่อกับแม่ฉันแต่ฉันขอไว้ก่อนเพราะไม่อยากให้ท่านไม่สบายใจ

สุดท้าย...เพราะอาการไม่ดีขึ้นคุณหมอเลยให้นอนพักที่นี่หนึ่งคืนเพื่อสังเกตอาการ

ฉันโล่งใจมาก รู้สึกว่าแก้ปัญหาไปได้อย่างหนึ่ง ตอนนี้ฉันทำได้เพียงแค่รอพี่บอสกลับมา

 

หลายวันต่อมา

วันนี้เป็นวันที่พี่บอสต้องกลับมาจากค่ายแล้ว ฉันได้นอนอยู่โรงพยาบาลนานมากเพราะอาการไม่ดีขึ้น แล้ววันนี้ฉันเป็นฝ่ายขอหมดกลับมานอนพักที่หอเองเพื่อรอพี่บอสกลับมา

“แกนี่ก็นะ ตอนแรกหมอไม่อยากให้นอนก็ดึงดันจะนอน พอหมอไม่อยากให้กลับแกก็บอกจะกลับให้ได้” ฟักทองบ่นไปด้วยพลางพยุงฉันเดินไปด้วย

“ก็ฉันเบื่อโรงพยาบาลแล้วนี่นา”

“ดีนะที่เป็นวันหยุดยาว ไม่งั้นล่ะก็...ได้ลาเรียนเป็นว่าเล่นแน่เลย”

“ขอโทษด้วยนะฟักทอง ทั้งที่เป็นวันหยุดแต่แกไม่ได้พักเลย”

“ช่างมันเถอะน่า แกป่วยทั้งทีฉันจะทิ้งให้อยู่คนเดียวได้ยังไง”

ช่วงที่นอนที่โรงพยาบาลฉันได้ยัยฟักทองมานอนเฝ้าและคอยเดินเรื่องต่าง ๆ ให้ ถ้าหายดีเมื่อไหร่คงต้องเลี้ยงข้าวขอบคุณมื้อใหญ่ซะแล้ว

“แกส่งฉันตรงนี้ก็ได้” เมื่อเดินมาถึงประตูเข้าคอนโดฉันก็บอกกับฟักทอง “เดี๋ยวฉันเดินขึ้นไปเอง”

“ได้ไงอะ แกเดินเองแทบจะไม่ไหวเลยนะ”

“ไหว ฉันดีขึ้นแล้ว” ฉันบอกและปล่อยมืออกจากฟักทองเพื่อยืนให้เธอดู “เห็นมะ”

“ไม่ใช่มั้ง” ฟักทองส่ายหน้าก่อนจะหรี่ตาลงมองฉันอย่างจับผิด “ทำไมเวลาฉันขอขึ้นไปบนห้องแกต้องปฏิเสธทุกครั้งเลย มีอะไรปิดบังฉันอยู่หรอ”

“ฉันจะไปมีอะไรล่ะ แกอะคิดมาก”

“ไม่ให้คิดได้ยังไงล่ะ ขนาดจะตายอยู่แล้วยังไม่ยอมให้ขึ้นไปบนห้องเลย”

“แล้วแกเป็นอะไรกับห้องฉันขนาดนั้น จ้องจะขึ้นไปให้ได้เลย”

“ก็แกไม่ยอมให้ขึ้นไป ฉันก็ยิ่งอยากรู้นี่ว่าเพราะอะไร”

“เอาล่ะ ๆ ครั้งนี้ไม่ได้จริง ๆ ห้องฉันรกมาก ยังไม่ได้ทำความสะอาด ฉันถือเรื่องพวกนี้อะ” ยัยฟักทองรู้ดีว่าฉันเป็นพวกรักความสะอาดมาก “ไว้ฉันหายดีแล้วจะทำความสะอาดห้องรอแกเลยนะ”

ฉันพยายามพูดกับเพื่อนให้เป็นธรรมชาติที่สุดแม้ว่าร่างกายมันจะอ่อนเพลียเต็มทีแล้วก็ตาม

ขณะที่กำลังพูดคุยกับยัยฟักทองอยู่นั้นจู่ ๆ ฉันก็เห็นพี่บอสเดินมา เขามาพร้อมกับกระเป๋าใบใหญ่ที่ก่อนหน้านี้ขนไปค่ายด้วย

พี่บอสกลับมาแล้ว!

ฉันต้องข่มอาการดีใจเอาไว้เพื่อไม่ให้เพื่อนสงสัย ร่างสูงเดินผ่านหน้าฉันไปราวกับคนไม่รู้จักกันโดยไม่เหลือบสายตามามองกันเลยสักนิดเดียว

ช่างเถอะ ยังไงมันก็เป็นแบบนี้เป็นปกติอยู่แล้วนี่

“ให้มันจริงเถอะ วันไหนแกพาฉันเข้าห้องนะ ฉันจะฉลองเต็มที่เลย”

“ขนาดนั้นเชียว” ฉันหัวเราะให้กับความตื่นเต้นของยัยฟักทอง

“งั้น...ฉันส่งแกตรงนี้นะ ถ้ามีอะไรรีบโทรมาเลยนะรู้ไหม”

“อื้อ ขอบใจมากนะ” ฉันส่งยิ้มไปให้

“ว่าแต่...คอนโดแกนี่มีผู้ชายหน้าตาดีอยู่ด้วยหรอ ไม่เห็นเล่าให้กันฟังบ้างเลย” ยัยฟักทองเอ่ยขึ้นแล้วมองเข้าไปยังด้านใน

“ใครอะ”

“ก็คนที่เพิ่งเดินผ่านไปเมื่อกี้ไง เหมือนเขาเพิ่งกลับมาจากบ้านหรือเปล่า ของเยอะเลย”

อ่า...พี่บอสแน่ ๆ เลย

“ไม่ทันสังเกตเลย” ฉันบอกแค่นั้นแล้วทำทีอ้าปากหาว “ฉันง่วงแล้วอะ ต้องขึ้นไปนอนพักแล้ว”

“เออ ๆ ไม่กวนละ หายไว ๆ ก็แล้วกัน”

จากนั้นฉันก็โบกมือลายัยฟักทองแล้วเดินเข้ามายังด้านในเพื่อกดลิฟต์รอ พอคิดว่าเพื่อนของฉันกลับไปแล้วฉันก็เอนตัวพิงผนังก่อนจะค่อย ๆ ทรุดลงกับพื้นอย่างอ่อนแรง

ฉันต้องฝืนยืนคุยกับยัยฟักทองโดยพยายามไม่ให้แสดงความอ่อนแอออกไป มันลำบากมากเลยล่ะ ทั้งที่ขาไม่มีแรงจะทรงตัวแล้วแต่ฉันก็อดทนเพื่อให้เพื่อนสบายใจ

ติ๊ง!

ขณะที่ฉันกำลังหอบหายใจอยู่นั้นเสียงลิฟต์ก็เปิดออก ฉันพยายามจะลุกขึ้นเพื่อเข้าไปในลิฟต์แต่มันไม่มีแรงเอาซะเลย

“มานอนอะไรตรงนี้” น้ำเสียงคุ้นเคยของใครคนหนึ่งเอ่ยขึ้น

ฉันมองเห็นปลายเท้าของเขาที่ค่อย ๆ เดินออกมาจากลิฟต์ตัวนั้น

“พี่บอส” เมื่อเงยหน้าขึ้นฉันก็แทบอยากจะร้องไห้ เป็นเขาจริง ๆ ด้วย

“ไม่อยู่แค่อาทิตย์เดียว หนักขนาดนี้เลย” เขาย่อตัวลงมาคุยกับฉัน

ทั้งที่ปกติเป็นคนไม่ชอบให้ฉันคุยด้วยเวลาอยู่ข้างนอกแท้ ๆ แต่กลับเป็นฝ่ายเข้ามาคุยด้วยเองซะอย่างนั้น

อยากจะเยาะเย้ยฉันถึงขนาดนี้เลยหรอ

“ช่วย...หนู...ด้วย” ฉันบอกอย่างอ่อนแรง อุณหภูมิในร่างกายมันร้อนไปหมด ร้อนราวกับถูกไฟแผดเผา

“จะออกไปข้างนอกนะ” เขาไม่ฟังคำร้องของฉันแถมยังมีหน้ามาบอกว่าจะไปที่อื่นอีก

พูดจบเขาก็ลุกขึ้นเตรียมจะเดินออกไป

หมับ!

ฉันรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีคว้าหมับเข้าที่ปลายขากางเกงของเขา พี่บอสชะงักไปก่อนจะปรายตาลงมามอง สายตาที่มองมายังฉันนั้นช่างเยือกเย็นเหลือเกิน

ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงได้จงเกลียดจงชังฉันนักหนา รู้ทั้งรู้ว่าฉันเป็นแบบนี้แต่ก็ไม่มีน้ำใจเอาซะเลย

“ช่วย...” ฉันเอ่ยได้แค่นั้นเพราะหลังจากที่เปล่งเสียงนั้นออกไป ฉันก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย

 

ฉันตื่นขึ้นมาด้วยอาการงัวเงียสุด ๆ แถมยังมีอาการปวดตามเนื้อตามตัวตามมาอีก แต่น่าแปลกตรงที่มันดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก

พอลืมตาได้และปรับให้เขากับความมืดภายในห้องฉันก็ลุกขึ้นมานั่งเพื่อสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ

ตอนนี้ฉันอยู่ในห้องของตัวเองเพราะแสงไฟที่ส่องลอดเข้ามาภายในหน้าต่างมันทำให้ฉันเห็นบริเวณโดยรอบได้อย่างชัดเจน

ขอบตายังร้อนอยู่บ้างแต่ไม่มากเท่าแต่ก่อนแล้ว

ฉันจำได้ว่าตอนสุดท้ายก่อนจะสลบไปคือฉันพยายามรั้งพี่บอสไว้ที่หน้าลิฟต์ แล้วทำไมฉันถึงมาอยู่ตรงนี้ได้

อย่าบอกนะว่าพี่บอสเป็นคนพาฉันมา

แม้จะมีอาการปวดตัวอยู่บ้างแต่ฉันก็ยังพอเดินได้เลยออกมายังด้านนอกห้องของตัวเอง พอออกมาก็พบว่าข้างนอกมืดมากเลยเดินไปเปิดไฟ

พี่บอสไม่อยู่...เพราะรองเท้าของเขาก็ไม่อยู่ด้วย

เขาบอกว่าจะออกไปข้างนอก ตอนนั้นหลังจากที่ฉันสลบไปคงพาฉันขึ้นมาแล้วออกไปเลย

“เฮ้อ...” ฉันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

อย่างน้อยเขาก็กลับมาแล้วล่ะ ฉันไม่ต้องกังวลแล้ว

พอตื่นขึ้นมาฉันก็ชักจะหิวซะแล้วสิ แต่ดันโชคร้ายตรงที่ฉันยังไม่ได้ซื้ออะไรเข้าห้องมาไว้เลย คงต้องลงไปหาอะไรกินข้างล่างซะแล้วล่ะ ฉันยังต้องกินยาที่หมอให้มาอีกเยอะเลยด้วย

ฉันเข้าไปเอากระเป๋าสตางค์และเสื้อคลุมก่อนจะเดินออกมาข้างนอก ในตอนนั้นเองที่จู่ ๆ พี่บอสก็เปิดประตูเข้ามา

ฉันและเขาต่างนิ่งงันไปชั่วขณะก่อนที่ร่างสูงจะแทรกเข้ามาถอดรองเท้าที่หน้าประตู

“จะไปไหน” เขาเป็นฝ่ายถามขึ้นก่อน

“ไปซื้อข้าวค่ะ”

“ไม่ต้อง ซื้อมาให้แล้ว” เขาบอกแล้วเดินตรงไปยังโต๊ะกินข้าวที่อยู่ใกล้ ๆ ก่อนจะว่างถุงข้างที่ว่านั้นลง “กินโจ๊กไปก่อนแล้วกัน มันดึกแล้ว ไม่มีอะไรให้กิน”

พูดจบเขาก็เดินเลยไปยังห้องนอนของตัวเองแล้วปิดประตูลง

ทุกอย่างมันเกิดขึ้นรวดเร็วมากจนฉันปรับตัวตามเขาไม่ทัน สรุปคือพี่บอสซื้อโจ๊กมาให้ฉันแล้วอย่างนั้นหรอ

ฉันยิ้มออกมาอย่างดีใจก่อนจะเดินไปดูถุงที่เขาซื้อมา เป็นโจ๊กจริง ๆ ด้วย ฉันลงมือแกะมันใส่ถ้วยอย่างระมัดระวังเพราะมันร้อนมาก น่าจะเพิ่งซื้อมาเลยนะเนี่ย

พี่บอสถึงจะดูใจดำไม่สนใจใยดีแต่ก็ยังไม่ความสงสารฉันอยู่บ้างสินะ เห็นฉันจะตายต่อหน้าขนาดนั้นไม่สนใจก็ให้มันรู้ไปสิ

และถ้าฉันเกิดเป็นอะไรขึ้นมา เขาก็คงไม่กล้าสู้หน้าครอบครัวฉันแน่ แถมคงจะโดนพ่อกับแม่ของเขาตำหนิอีก

ที่จริงมันก็ไม่น่าจะเลวร้ายอะไรมากหรอกนะ ถ้าพี่บอสใจดีกับฉันบ้าง นี่เล่นเฉยชาซะเหลือเกิน ทั้งที่ตอนอยู่กับเพื่อนของเขาออกจะเป็นคนเฮฮา

คงจะเกลียดฉันมากเลยสินะ

---------------------------------------------------------------------------

- (ทอล์ก 100%)

ทำไมพระเอกของเราโผล่มาน้อยจังงงงง 5555

- (ทอล์ก 80%)

พี่บอสกลับมาแล้ววววววววว

- (ทอล์ก 60%)

พี่บอสเมื่อไหร่จะกลับมา น้องลำบากแล้วรู้ไหม ให้เพื่อนไปนอนเฝ้าที่ห้องก็ไม่ได้อีก

- (ทอล์ก 40%)

พี่บอสมาแล้วจ้าาาาา พี่บอสจากเรื่องพี่รามคือเป็นผู้ชายเฮฮามากเลยนะ แต่พอมาเป็นพระเอกเองทำไมดุจุงงงง

- (ทอล์ก 20%)

เรื่องนี้มีเรื่องขอความเชื่อมาเกี่ยวข้องด้วยนะคะ เป็นความเชื่อส่วนบุคคลของเหล่าครอบครัวพี่บอสและน้องแสนงามเจ้า 5555555555

เนื่องจากเค้าไมไ่ด้มาอัปให้อ่านกันหลายวัน เดี๋ยววันนี้ตอนเย็น ๆ จะแวะมาอีกนะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 413 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,368 ความคิดเห็น

  1. #1340 The_Bullet (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:27
    พี่บอสปากไม่ตรงกับใจสุดดดด
    #1,340
    0
  2. #401 Jenny (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 23:30

    ตอนนี้ เนื้อหาดี ไม่บรรยายยิบหย่อยรายละเอียดมากไป ชอบค่ะ

    #401
    0
  3. #129 Toywoohottest (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 10:20
    สงสารน้อง ต้องใจร้าย เย็นชากับน้องขนาดนี้ไหม
    #129
    0
  4. #26 Putari99999 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 15:55

    ถึงพี่บอสจะเฉยชาใส่น้อง..ก็ยังดีที่ยังซื้อโจ้กมาให้น้องกิน
    #26
    0
  5. #25 kung_mekaroon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 14:40
    ชอบค่ะ..รอตอนต่อไปอยู่นะค่ะ
    #25
    0
  6. #24 firstzy93 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 14:21
    พี่บอสดูแลน้องบ้าง
    #24
    0
  7. #23 Tankky (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 13:56
    พี่บอสนี่นะ
    #23
    0
  8. #22 Charlinda88 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 19:11
    เดี๋ยวพอถึงเวลาตัวเองเป็นบ้างนะบอส จะให้น้องไปเป็นเดือนๆ เลย
    #22
    0
  9. #21 firstzy93 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 19:11
    พี่บอสกลับมาแล้ว
    #21
    0
  10. #20 firstzy93 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 15:43
    อิพี่กลับมาด่วนไ
    #20
    0
  11. #19 firstzy93 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 23:56
    ใจร้ายมาก
    #19
    0
  12. #18 Charlinda88 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 23:11
    บอสใจร้ายมาก
    #18
    0
  13. #17 Putari99999 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 19:26

    พี่บอสทิ้งน้องไปได้งัย
    #17
    0
  14. #16 firstzy93 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 18:58
    น้องจะเป็นไรมั้ย
    #16
    0
  15. #15 Charlinda88 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 18:54
    บอสอย่าใจร้ายกับน้อง
    #15
    0
  16. #14 kajeab4792 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 17:51
    รออ่านจ้า
    #14
    0
  17. #13 wasana7749 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 17:03
    เจิมมมมม
    #13
    0
  18. #12 wasana7749 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 17:03
    เจิมมมมม
    #12
    0
  19. #11 Putari99999 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 16:04
    เจิมมมมม
    #11
    0
  20. #10 firstzy93 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 14:26
    เจิมมม
    #10
    0