Senior's Section Love

ตอนที่ 8 : [Part วินทร์ฟ้า] ทดลองอยู่ร่วมกัน (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 513
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    11 ก.ย. 63

บทที่ 1

ทดลองอยู่ร่วมกัน

 

วันต่อมา

ฉันจัดการย้ายของบางส่วนเข้ามาอยู่ที่คอนโดของเขาเรียบร้อยแล้วโดยมีพี่ วินทร์มาช่วยขนของเข้า

ฉันเอาแต่ของที่จำเป็นอย่างเช่นเสื้อผ้าและพวกผลิตภัณฑ์ดูแลตัวเองเพราะพี่วินทร์บอกว่าให้เอามาแค่นั้นก็พอ

“เปลี่ยนผ้าปูที่นอนใหม่หรอคะ” พอเข้ามาในห้องนอนฉันก็เห็นว่าเขาเปลี่ยนผ้าปูจากสีเทาเป็นสีชมพูพาสเทล

“ใช่ครับ จะได้ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นห้องหอไง” เขาพูดอย่างหยอกล้อก่อนจะลากกระเป๋าเสื้อผ้าฉันเข้ามายังด้านใน

“แต่สีนี้พี่วินทร์จะนอนได้แน่หรอคะ” ปกติเห็นแต่เป็นสีโทนมืด ๆ

“ทำไมล่ะ ผ้าปูเตียงห้องฟ้าก็เป็นสีชมพูนี่ พี่ยังนอนได้เลย”

อ่า...จริงด้วยสิ เขาเคยไปนอนค้างที่บ้านฉันด้วยนี่นา ตอนนั้นก็งอแงจะนอนห้องเดียวกันกับฉันให้ได้เลยล่ะ

พอลากกระเป๋าเข้ามาในห้องให้เสร็จเขาก็เดินไปนั่งบนเตียงรอฉันที่กำลังจัดของเข้าตู้อยู่

พี่วินทร์รออยู่เงียบ ๆ โดยไม่ส่งเสียงรบกวนใด ๆ

หลังจากจัดเสร็จแล้วฉันก็หันไปหาเขาแล้วก็พบว่าที่คนตัวโตไม่ได้ส่งเสียงเอ่ยขึ้นมานั่นเป็นเพราะเขานอนหลับไปแล้ว

ช่วงนี้งานยุ่งมากจริง ๆ จนแทบไม่มีเวลาพักเลยสินะ

พอเห็นแบบนี้ฉันก็อดห่วงไม่ได้จึงเข้าไปหาใกล้ ๆ แล้วพยายามเอาผ้ามาห่มให้เขาก่อนจะนั่งมองเขาอยู่ข้างเตียงเงียบ ๆ

ใบหน้าหล่อร้ายที่อยู่ตรงหน้าฉันนั้นหลับพริ้มราวกับเด็กที่ไม่มีพิษมีภัยจริง ๆ ฉันเคยนอนตื่นมาพบกับเขา ความรู้สึกแรกนั้นมันดีมากจนฉันอยากจะเก็บมันเอาไว้ให้นานเท่านาน

แล้วทำไมกันล่ะ...ทำไมตอนนี้ฉันถึงมีความรู้สึกกังวลหลงเหลืออยู่ได้นะ

ฉันยื่นมือเข้าไปจับกลุ่มผมหนานุ่มของพี่วินทร์อย่างลืมตัวและยิ่งไปกว่านั้นฉันกำลังโน้มใบหน้าลงไปหาเขาอย่างหลงใหล

ริมฝีปากของฉันกดลงบนหน้าผากของเขาอย่างอ่อนโยนคล้ายต้องการอยากจะให้หายเหนื่อย

หมับ!

ในตอนที่กำลังจะเอนตัวกลับมานั่งดังเดิมฉันก็ถูกมือหนาคว้าร่างเอาไว้จนลงไปนอนอยู่ข้างเขา พี่วินทร์วาดวงแขนแข็งแกร่งมากอดรัดร่างของฉันไว้อย่างแน่นหนา

“ถ้าอยากจะจูบก็บอกพี่ดี ๆ ก็ได้ ไม่เห็นต้องแอบทำตอนพี่หลับเลย”

“ไม่ได้แอบสักหน่อยค่ะ พี่วินทร์ก็รู้ตัวอยู่นี่นา”

“ปากแข็ง”

“เปล่านะคะ”

“ยังจะเถียงอีก”

“ก็ฟ้าไม่ได้เป็นอย่างที่พูดนี่นา”

เขาไม่ได้พูดโต้ตอบอะไรกลับมานอกจากหัวเราะเบา ๆ ราวกับชอบใจ พี่     วินทร์นอนกอดฉันไว้อยู่นานจนเขาเอ่ยมันออกมาแผ่วเบาคล้ายยังไม่มั่นใจที่จะพูด

“ฟ้า...อยากแต่งงานกับพี่จริง ๆ หรือเปล่า”

“ทำไมถามแบบนั้นคะ”

แม้จะถามออกไปด้วยน้ำเสียงปกติแต่ในใจของฉันนั้นเต้นรัวราวกับคนที่เพิ่งโดนจับได้

แน่นอนว่าพี่วินทร์เองก็คงรู้เพราะเขากอดฉันไว้แน่นขนาดนี้ต้องสัมผัสได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจฉันแน่ ๆ

“ทุกครั้งที่เราพูดถึงเรื่องแต่งงาน แววตาของฟ้าดูไม่มีชีวิตชีวาเลย ไม่ว่าจะตอนไปเลือกชุด ตอนเลือกการ์ด หรืออะไรก็ตาม”

“ฟ้าก็เป็นแบบนี้...”

“ไม่ ถึงฟ้าจะเป็นคนไม่แสดงออกทางคำพูด แต่แววตาของฟ้ามันบอกชัดเจนว่ารู้สึกยังไง”

“...” ทั้งที่รู้ว่าฉันต้องมีความคิดอะไรบางอย่างที่ไม่สบายใจ แต่พี่วินทร์กลับนิ่งเฉยและไม่มีการเอ่ยถามก่อนเลย

ไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะเขาไม่เห็นฉันพูดหรือเปล่าถึงยังไม่ทำอะไรกับมันเลย

“แม้แต่ตอนที่พี่ขอแต่งงานก็เหมือนกัน แววตาของเราในตอนที่ตอบตกลงก็เหมือนจะสับสน”

เขารู้สินะ แต่กลับเงียบแบบนี้...

อ่า...หงุดหงิดชะมัดเลย

แต่พอได้ลองทบทวนดูแล้วมันก็เหมือนกำลังหงุดหงิดตัวเองเหมือนกัน

น่าแปลกที่ฉันคิดว่าจะเก็บทุกอย่างเอาไว้ไม่ยอมพูด และจะขอพูดก็ต่อเมื่อคิดว่าถึงเวลานั้นจริง ๆ โดยไม่ได้สนใจความรู้สึกของพี่วินทร์เลยสักนิด มาวันนี้ฉันโดนเขาทำแบบที่ตัวเองเคยทำบ้างฉันกลับไม่พอใจและนึกโกรธเขา

หน้าไม่อายจริง ๆ ขนาดตัวเองยังทำ แล้วมีสิทธิ์อะไรไปโกรธเขากันล่ะ

“แต่ถึงอย่างนั้นพี่ก็ไม่อยากจะพูดอะไร ขอแค่เราตกลงก็พอ” เขาถอนหายใจออกมาแต่ก็ยังไม่ยอมคลายวงแขนออกจากร่างของฉัน “ฟ้าว่าพี่เห็นแก่ตัวเกินไปไหม ทั้งที่รู้เหมือนว่าเราไม่อยากจะแต่งงาน แต่พี่ก็ถือโอกาสใช้ความไม่ยอมพูดของเรานั้นมาเป็นโอกาสในการมัดมือชกเราให้ตกลงมาในหลุมที่พี่ขุดไว้อย่างจงใจ”

อย่างนี้นี่เอง...เขารู้ว่าฉันยังไม่พร้อมและกำลังสับสันแต่เลือกที่จะไม่พูดเพราะเห็นว่าฉันตอบตกลงไปแล้ว

“แต่พอนานวันเข้าพี่ก็เริ่มไม่สบายใจแล้วล่ะ ตอนนี้ฟ้ากำลังพยายามอยู่หรือเปล่า ที่มาอยู่กับพี่เพราะกำลังพยายามจะทำให้ตัวเองรู้สึกอยากแต่งงานขึ้นมา...อย่างนั้นใช่ไหม”

“พี่วินทร์คิดว่าเราคบกันนานพอที่จะแต่งงานกันหรือยังคะ” ฉันโพล่งคำถามออกไปอย่างอึดอัดเช่นกัน

มันไม่ใช่แค่เขาที่รู้สึกแย่ ฉันเองก็คงไม่ต่าง และคิดว่าวันนี้คงต้องได้พูดคุยกันบ้างแล้วล่ะว่าจะเอายังไงต่อดี

“สำหรับพี่ระยะเวลามันไม่สำคัญขนาดนั้นหรอก บางคนยังไม่เคยคบกันแต่แต่งงานกันเลยก็มี” เขาตอบกลับมาทันควัน “พี่ว่ามันอยู่ที่ใจกันมากกว่า ถ้าใจเราพร้อม ไม่ว่าจะช้าหรือเร็วมันก็คือพร้อม”

“...”

“แล้วฟ้าล่ะ พร้อมที่จะแต่งงานกับพี่หรือเปล่า”

พอโดนถามตรง ๆ แบบนี้แล้วก็เหมือนรู้สึกโล่งใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก คล้ายกับว่า...เขาได้เปิดโอกาสให้ฉันได้พูดในสิ่งที่อยากจะบอกบ้างแล้ว ทั้งที่เป็นตัวเองแท้ ๆ ที่ปิดกั้นโอกาสนั้นไว้เอง

“พี่วินทร์ ฟ้าพูดตามตรงนะคะว่ารู้สึกเหมือนสับสนอยู่...” ฉันเงียบไม่ยอมพูดต่อเพื่อรอดูปฏิกิริยาจากเขา

“อือ พูดต่อสิ” เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไร้ชีวิตชีวา

ฉันจับมือของเขาไว้แน่นเพราะต้องการให้กำลังใจเขาและขอกำลังใจให้ตัวเองด้วย

“มันเหมือนฟ้ายังไม่พร้อม แต่ลึก ๆ แล้วฟ้าก็อยากจะแต่งงานกับพี่วินทร์อยู่นะคะ”

“อืม...”

“เหมือนมันยังกังวลอยู่ว่าพี่วินทร์จะเป็นคนที่ฟ้าจะฝากชีวิตไว้ได้หรือเปล่า”

พอพูดถึงประโยคนี้เขาก็เหมือนจะนิ่งไปเลย

“ฟ้า...ไม่มั่นใจในตัวพี่หรอ”

“คิดว่าเป็นแบบนั้นค่ะ” ฉันกอดเขาตอบกลับบ้างเพราะจู่ ๆ ใจมันก็กลัวว่าเขาจะปล่อยมือออกจากฉัน

“เพราะพี่เคยทำให้เราเสียใจหรือเปล่า”

“คิดว่ามีส่วนค่ะ”

“แล้วฟ้าจะให้พี่ทำยังไง เราถึงจะมั่นใจ” เขาเอ่ยถามมันออกมาอย่างไร้ทางออก

“ฟ้า...ไม่รู้เหมือนกันค่ะ”

และฉันเองก็ตอบไปอย่างไร้ทางออกเช่นกัน

ยิ่งได้พูดกับเขาตรง ๆ แบบนี้ฉันก็ดันเกิดความกลัวว่าจะสูญเสียเขาไปขึ้นมา ถ้าพี่วินทร์พูดว่าจะไม่มีงานแต่งงานขึ้นมาฉันจะทำยังไงดี

“เรารักพี่หรือเปล่า”

“รักสิคะ ฟ้ารักพี่วินทร์” ฉันตอบกลับไปโดยแทบไม่ต้องคิดอะไรเลย

เกิดความเงียบระหว่างเราขึ้นมาจนฉันเริ่มอัดอัด ตอนนี้หัวใจมันเต้นแรงไม่เป็นจังหวะเพราะกลัวคำพูดของพี่วินทร์หลังจากนี้มาก

ฉันอยากจะมีเขาในชีวิตต่อไปนะ ไม่ได้อยากจะเลิกกันหรืออะไรเลย แต่มันแค่...

“เอางี้แล้วกัน หลังจากนี้เราก็ใช้เวลาร่วมกันไปก่อนที่จะถึงวันแต่งงาน ถ้าถึงวันนั้นแล้วฟ้ายังรู้สึกว่าพี่ไม่ใช่ พี่จะยกเลิกงานแต่งงานให้เราเอง”

“...!!

ข้อเสนอของเขามันทำให้ฉันรู้สึกหนักอึ้งขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ทำแบบนี้แล้วพี่วินทร์เองก็คงจะเสียใจไม่น้อยเลย

“พี่วินทร์ ฟ้ารักพี่วินทร์นะคะ ไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้”

“พี่รู้ว่าเราเองก็ลำบากใจไม่น้อยเหมือนกัน แต่แบบนี้คงเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว พี่เองก็มีความผิดที่เคยทำให้ฟ้าเสียใจ มันไม่แปลกหรอกที่เราจะรู้สึกไม่สนิทใจที่ต้องใช้ชีวิตกับคนที่เคยทำร้ายตัวเองมาก่อน”

เขาพูดอย่างเข้าอกเข้าใจฉันทุกอย่าง

ยิ่งเป็นแบบนี้แล้วฉันก็ยิ่งรู้สึกผิดที่ทำให้เขาต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ แต่ฉันเองก็ไม่อยากจะปล่อยเขาไปด้วยเหมือนกัน

“ฟ้าขอโทษนะคะ”

“ไม่ต้องขอโทษหรอก ถ้าจะมีคนผิดก็คงเป็นพี่เองนี่แหละที่ผิดต่อฟ้า”

ฉันกอดเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าเขาจะหายไปจากตรงนี้ ในเมื่อพี่วินทร์ให้โอกาสฉันขนาดนี้แล้วฉันต้องรักษามันไว้ให้ได้

ฉันเชื่อว่า...ฉันจะต้องรู้สึกอยากแต่งงานกับเขาแน่นอน


หลายวันต่อมา

“นี่ภู ที่จะมาเป็นผู้จัดการของที่นี่” พี่วินทร์แนะนำเพื่อนของเขาให้กับน้องพนักงานในร้าน

ทุกคนทักทายกันพอประมาณก่อนจะแยกย้ายกันไปทำงานตามหน้าที่ของตัวเอง จากนั้นพี่วินทร์ก็แจงงานต่าง ๆ ให้พี่ภูทำ ส่วนฉันก็เข้ามาในครัวเพื่อหารือกับพ่อครัวที่ทำอาหารเรื่องเมนูใหม่ที่พี่วินทร์อยากจะได้ ฉันจะลองทำต้มยำไข่น้ำดูเพราะปกติเรามีแต่ต้มยำกุ้งขายกัน

“พี่ฟ้าคะ พี่วินทร์ให้มาตามค่ะ” ขณะที่กำลังทดลองทำอาหารตามที่ฉันบอกอยู่นั้นจู่ ๆ พราวก็โผล่เข้ามาเรียก

เธอคือเด็กพาร์ทไทม์ที่พี่วินทร์เพิ่งรับเข้ามาใหม่เมื่อสัปดาห์ก่อน

“จ้า เดี๋ยวพี่ออกไป” ฉันขานรับแค่นั้นแล้วทำงานกับพ่อครัวต่อจนเสร็จ

เพราะอยากให้เขาได้ชิมอาหารใหม่ด้วยเลยอยู่ต่ออีกสักพัก พอทำเสร็จแล้วฉันก็ยกออกมาข้างนอกด้วย มันเป็นเมนูต้มที่พี่วินทร์เคยขอมานั่นแหละ

ฉันถือมาด้วยความระมัดระวังเพราะมันร้อนมากและกลัวว่าจะหกเอาได้ แต่เมื่อเดินมาถึงด้านหน้าฉันก็ดันไม่ระวังแล้วเท้าก็เผลอสะดุดกับขาโต๊ะเข้า

“อ๊ะ!” ฉันร้องอย่างตกใจเพราะเริ่มควบคุมไม่อยู่แล้ว

ต้มยำไข่น้ำที่ร้อนได้ที่กำลังจะหกมาใส่ฉันแต่ในวินาทีนั้นก็มีมือของใครบางคนยื่นเข้ามาปัดมันออกไปอีกทาง

เคร้ง!

เสียงถ้วยกระทบกับพื้นพร้อมกับน้ำต้มยำที่หกเละเทะตามพื้นด้วยเช่นกัน

เมื่อกี้พี่ภูอยู่ใกล้ฉันที่สุดแล้วเขาก็ยื่นมือปัดมันออกให้จนน้ำร้อน ๆ นั้นโดนมือเขาไปด้วย

พอเงยหน้ามองก็เห็นว่าเขากำลังสะบัดมือไปมาอย่างร้อนจัด

“เป็นไรไหม” พี่วินทร์ที่ยืนอยู่ด้านหน้าประตูร้านรีบปรี่เข้ามาหาพวกเราสองคนพร้อมกับน้องพนักงานคนอื่น ๆ ด้วย

ลูกค้าหลายโต๊ะหันมามองอย่างตกใจก่อนที่น้องพนักงานคนหนึ่งจะเดินออกไปขอโทษลูกค้าและอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง

“พี่ภูโดนน้ำร้อนลวกค่ะ” ฉันพูดขึ้นมาก่อนจะเผลอไปคว้ามือเขามาดูอย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าจะเจ็บมาก “เดี๋ยวเอาเจลว่านหางทาให้ค่ะ”

“เดี่ยวพี่ทำให้ก็ได้” พี่วินทร์เดินเข้ามาแทรกกลางแล้วฉวยเอามือพี่ภูออกจากมือของฉันอย่างรวดเร็วก่อนจะยื่นมือมาจับมือของฉันด้วย “เราไม่เป็นไรใช่ไหม”

ในตอนนั้นเองที่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองได้ทำเรื่องที่ไม่เหมาะสมลงไป

“ฟ้าไม่เป็นไรค่ะ ขอโทษนะคะ” ฉันกล่าวขอโทษไปเพราะอยากจะเอ่ยมันกับพี่วินทร์ด้วย

“ไม่เป็นไร ๆ ฟ้าไม่เป็นไรล่ะดีแล้ว”

“เดี๋ยวไปทำแผลข้างหลัง” พี่วินทร์แค่นั้นก่อนจะลากพี่ภูออกไป

หลังจากนั้นน้องพนักงานก็มาทำความสะอาดให้ ส่วนฉันก็นั่งรออยู่ข้างหน้าเพราะไม่กล้าเข้าไปส่องดูตอนนี้เลยกลัวพี่วินทร์จะยังโกรธอยู่ที่ฉันเผลอไปจับมือผู้ชายคนอื่น

รออยู่สักพักทั้งสองคนก็เดินออกมายังด้านหน้า

“มาทำงานวันแรกก็เจอดีเข้าเลย” พี่ภูพูดอย่างขำขันในตอนที่เจอหน้าฉัน คงไม่อยากจะให้รู้สึกแย่สินะ “แต่ไม่เป็นไรนะ พี่ไม่ซีเรียส”

“ขอบคุณค่ะ” ฉันบอกพลางก้มมองมือของเขาด้วย

“แต่เราไม่เป็นไรแน่ใช่ไหม” พี่วินทร์เอ่ยถามแล้วเดินเข้ามายืนอยู่ข้าง ๆ

“ไม่เป็นไรค่ะ” ฉันชูมือทั้งสองข้างให้เขาดูด้วยเพื่อเน้นย้ำว่าฉันพูดจริง ๆ

“งั้นก็ดีแล้ว ว่าแต่เราถืออะไรออกมา ทำไมไม่ให้เด็กที่เขาชำนาญถือออกมาให้”

“ต้มยำไข่น้ำค่ะ เมนูใหม่ที่พี่วินทร์อยากได้เพิ่ม”

“อ๋อ...” เขาพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

“ตอนแรกว่าจะเอามาให้ชิมค่ะ แต่หกก่อน”

“ไว้วันหลังแล้วกัน วันนี้พวกเรามีธุระต้องไปต่อ” พูดจบเขาก็เอื้อมมือมาจับมือของฉันไว้ “ฝากที่เหลือด้วยนะ”

หลังจากสั่งงานผู้จัดการร้านเรียบร้อยแล้วพี่วินทร์ก็พาฉันเดินออกมาด้านนอกโดยไม่ยอมปล่อยมือกันง่าย ๆ เลย

“ปล่อยร้านให้พี่ภูดูแลแบบนั้นจะดีหรอคะ” ที่ถามเพราะเห็นว่าเพิ่งจะมาทำงาน ไม่คิดว่าพี่วินทร์จะไว้ใจขนาดนั้น

“มันเคยมาลองงานกับพี่ได้สามวันแล้วล่ะ แต่เพิ่งจะแนะนำให้รู้จักก็วันนี้” เขาอธิบายมาด้วยน้ำเสียงที่ดูขุ่นมัว

แม้จะทำทุกอย่างปกติแต่ฉันคิดว่าเขากำลังหงุดหงิดเรื่องที่ฉันจับมือของพี่ภูหรือเปล่านะ

แต่ในเมื่อเขาไม่ได้พูดมันออกมาตามตรงฉันจะถือซะว่าได้ไม่ได้คิดอะไรก็แล้วกัน

 

ธุระที่พี่วินทร์บอกไปนั้นมันคือการมาเลือกธีมจัดงานแต่งงานกับทางออแกไนซ์นั่นแหละ เขาบอกกับฉันว่าให้เลือกแบบที่ชอบเลยแม้ว่ามันอาจจะไม่ได้จัดขึ้นก็ตาม

พอเอาเข้าจริงฉันก็ดันรู้สึกสนุกกับการเลือกทุกอย่างซะอย่างนั้น เมื่อมาคิดดูแล้วหากจะยกเลิกงานแต่งจริง ๆ คงหนีไม่พ้นเรื่องที่คุณพ่อกับคุณแม่ของฉันที่ต้องเสียหน้าอยู่ดี แต่พี่วินทร์เองก็รับปากว่าจะจัดการทุกอย่างให้โดยที่ฉันจะไม่โดนคำตำหนิจากผู้ใหญ่อย่างแน่นอน

ยิ่งเห็นเขาออกตัวทุกอย่างให้ฉันขนาดนี้แล้วความรู้สึกที่ไม่อยากจะแต่งงานมันก็ดันเริ่มลดน้อยลงไปอย่างบอกไม่ถูก

ไม่ได้หายไปทั้งหมดแต่ไม่ได้มีอยู่เท่าเดิมแล้ว

พอเลือกและตกลงธีมงานแต่งกันได้แล้วเราก็เดินทางกลับมาที่คอนโดกันเลยโดยไม่ได้แวะเข้าไปร้านอีก

“วันนี้จะไม่เข้าไปร้านอีกแล้วหรอคะ” ฉันถามเพราะเห็นว่าพี่วินทร์เตรียมตัวจะอาบน้ำแล้ว

“อื้อ” เขาตอบมาแค่นั้นแล้วถอดเสื้อออกต่อหน้าฉันอย่างไม่รู้สึกเขินอาย

“พี่วินทร์กล้าปล่อยให้พี่ภูดูแลทั้งหมดเลยหรอคะ” ฉันถามพร้อมกับเบือนหน้าหนีเพราะไม่อยากโฟกัสที่กล้ามเนื้อหน้าท้องของเขาเท่าไหร่นัก

“เราไม่ไว้ใจมันหรอ”

“ไม่ได้จะกล่าวหาเพื่อนพี่วินทร์นะคะ แต่พี่เขาก็เพิ่งจะมาทำงาน”

“ไม่ต้องห่วงหรอก พี่เช็กกับมันตลอด ระบบคิดเงินของร้านมันออนไลน์เข้าเครื่องพี่อยู่แล้ว” เขาพูดเรื่องระบบที่เขาใช้จัดการในร้านซึ่งฉันเองก็ไม่ได้เข้าใจจุดนี้มากนักเพราะปล่อยให้พี่วินทร์จัดการไปแล้วเลยไม่เข้าไปยุ่ง

“ถ้าพี่วินทร์ไว้ใจฟ้าก็ไม่มีอะไรจะขัดค่ะ” ฉันบอกไปตามความจริงเพราะเชื่อว่าเขาจะจัดการมันได้

“อะไรกัน จะขัดพี่สักเรื่องก็ได้นะ ขนาดธีมงานแต่งพี่เสนออะไรไปก็เอาด้วยหมด” จู่ ๆ เขาก็พูดขึ้นแล้วตรงเข้ามาหาฉันที่นั่งอยู่ตรงโซฟา “ตั้งแต่คบกันมาเราก็ขัดพี่อยู่เรื่องเดียว...”

ร่างสูงโปร่งที่ท่อนบนเปลือยเปล่าเดินเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ แล้วค้ำมือกับพนักโซฟาก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้อย่างเย้ายวน

ฉันรู้ว่าเขาหมายถึงเรื่องอะไร

“เรื่องไหนฟ้าเห็นว่าดี ก็ไม่ขัดค่ะ” ฉันตอบแล้วหลบสายตาคมเข้มของเขา

“แล้วเรื่องนี้มันไม่ดีตรงไหน” ใบหน้าหล่อเหลานั้นเข้ามาใกล้มากก่อนจะกดจูบลงบนแก้มของฉันอย่างแผ่วเบา “ไม่ได้เสียหายอะไรสักหน่อย”

“...” ฉันไม่ตอบเพราะไม่อยากบอกเหตุผลนั้นกับเขา

ทุกครั้งที่โดนจู่โจมแบบนี้ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกดึงให้เข้าไปหาโดยไร้แรงต้านทานใด ๆ แล้วถ้าเผลอมองตาเมื่อไหร่ฉันจะต้องเกือบเผลอไผลไปกับเขาทุกครั้ง

“มองหน้าพี่แล้วตอบสิ” เขาเอ่ยอย่างเอาแต่ใจ น้ำเสียงนั้นมีความไม่พอใจปะปนมาอยู่ “หรือฟ้าไม่อยากจะแต่งงานกับพี่มากจริง ๆ ถึงขนาดไม่อยากอยู่ใกล้กันแบบนี้”

“ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ”

ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองคิดผิดที่พูดเรื่องนี้กับเขาไปซะแล้ว เพราะพี่วินทร์มักจะยกมันมาพูดทุกครั้งที่เขารู้สึกไม่พอใจการกระทำของฉัน

“ถ้าไม่ใช่ก็มองหน้าพี่” เขาเอ่ยอย่างออกคำสั่งก่อนจะใช้มืออีกข้างจับปลายคางของฉันเพื่อให้หันมามองเขาอย่างบังคับ

ฉันไม่ได้ขัดขืนและหันมามองเขาอย่างเต็มใจ

เมื่อสายตาของเราทั้งคู่ได้จ้องมองกันทุกอย่างก็หยุดนิ่ง เรื่องที่พูดอยู่เมื่อครู่ก็พลันนึกไม่ออกซะอย่างนั้นว่ากำลังพูดอะไรกันอยู่ ฉันรู้สึกเหมือนดวงตาคู่นั้น ค่อย ๆ เข้ามาใกล้เรื่อย ๆ จนกระทั่ง...ปลายจมูกของเราแตะกันพร้อมกับริมฝีปากที่สัมผัสกันอย่างเร่าร้อน

พี่วินทร์กดจูบอย่างหนักหน่วงพร้อมกับสอดมืออีกข้างมายังท้ายทอยฉันเพื่อให้เชิดหน้าขึ้นรับรสจูบของเขาได้อย่างเต็มที่

ปลายลิ้นเรียวร้อนค่อย ๆ สอดเข้ามาภายในโพรงปากอย่างเนิบนาบราวกับไม่ต้องการให้ฉันตกใจ

ยิ่งเขาอ่อนโยนกับฉันมากเท่าไหร่ร่างกายของฉันมันก็ยิ่งตอบสนองเขามากขึ้นเท่านั้น

มือเล็กเคลื่อนไปสัมผัสแผงอกอันเปลือยเปล่าของเขาอย่างไม่รู้ประสีประสา

พี่วินทร์เคลื่อนใบหน้าลงมาจูบที่ซอกคอของฉันอย่างช่ำชองและนั่นก็ทำให้ฉันได้สติขึ้นมาทันที

“พี่...วินทร์ อย่า...ค่ะ” ฉันเอ่ยห้ามเสียงสั่นเพราะเมื่อกี้อารมณ์มันพลุ่งพล่านซะจนฉันคิดอยากจะยอมให้เขาง่าย ๆ ซะได้

พอโดนเอ่ยห้ามเขาก็ชะงักไปเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่ยอมหยุด จนฉันต้องใช้ฝ่ามือเล็กดันอกของเขาไว้

พอโดนฉันห้ามอย่างจริงจังเขาก็ถอนหายใจออกมาราวกับไม่พอใจ แต่สุดท้ายก็ยอมหยุดให้อยู่ดี

“เมื่อกี้พี่ขอโทษ” เขาเอ่ยคำขอโทษออกมาทุกครั้งที่เรื่องมันจบแบบนี้ “พี่ไปอาบน้ำก่อนแล้วกัน”

พูดจบร่างสูงก็เดินหายเข้าไปในห้องนอนทิ้งให้ฉันนั่งเดียวดายกับความรู้สึกผิดที่เริ่มเกาะกินหัวใจขึ้นมาเรื่อย ๆ

ฉันนั่งทบทวนดูการกระทำของตัวเองแล้วก็ได้แต่นึกกร่นด่าในใจว่าทำไมถึงได้ทำแบบนั้น แต่เนื่องจากวันนี้ฉันคิดเรื่องพวกนี้เยอะมากจนปวดหัวไปแล้วเลยบอกตัวเองว่าให้เลิกคิดเรื่องนี้สักที

พี่วินทร์เข้าไปอาบน้ำอยู่นานก่อนจะออกมาพร้อมกับเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อยืดกางเกงขายาว ร่างสูงถือผ้าขาหนูเช็ดผมมาด้วย

“ฟ้า มานี่หน่อย” เขาออกมายืนอยู่ตรงหน้าประตูห้องนอนพร้อมกับเอ่ยเรียกฉันให้เข้าไปหา

ฉันเดินเข้าไปตามคำเรียกหาอย่างว่าง่าย เพื่อไปถึงมือหนาก็ยื่นผ้าขนหนูส่งมาให้ฉัน

“เช็ดผมให้พี่หน่อย”

พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินเข้าไปในห้องแล้วนั่งลงตรงหน้ากระจกที่เป็นโต๊ะเครื่องแป้งไว้ใช้แต่งตัว

เราสบตากันผ่านกระจกเงาแต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมาอยู่ดี

ฉันลงมือเช็ดผมให้เขาอย่างนุ่มนวลและเบามือ น้อยครั้งนักที่จะได้ทำแบบนี้เพราะพวกเราไม่ค่อยได้ใช้เวลาอยู่รวมกันตามลำพังในห้องเท่าไหร่ พอได้ทำให้เขาแบบนี้อีกครั้งมันก็ทำให้ฉันรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

บรรยากาศในห้องเงียบสงัดจนฉันได้เสียงหายใจของเราทั้งสองคน

“เรื่องเมื่อกี้ฟ้าขอโทษนะคะ” ฉันบอกไปอย่างรู้สึกผิดจริง ๆ

มันไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องเอ่ยขอโทษด้วยซ้ำ แต่พี่วินทร์ก็ยอมเป็นฝ่ายผิดเพื่อให้ฉันรู้สึกสบายใจขึ้นมา

“ขอโทษทำไม ฟ้าไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย”

“แล้วพี่วินทร์ล่ะคะ ทำอะไรผิด” ฉันย้อนถามเขากลับคืนบ้าง

“ก็พี่บังคับเราไง”

“ไม่ได้บังคับสักหน่อยค่ะ เราไม่ได้...” ฉันหมายถึงว่าเรายังไม่ได้ถึงขั้นเกินเลยจนมีอะไรกันไปแล้ว

“แสดงว่าเต็มใจอย่างนั้นหรอ” เขาโฉบสายตาขึ้นมองฉันผ่านกระจกเงา

พอโดนถามแบบนั้นมือที่กำลังเช็ดผมให้เขาอยู่นั้นก็พลันหยุดลง

ฉันตอบคำถามนั้นไม่ได้เพราะรู้สึกเขินอายมากเกินกว่าที่พูดมันออกมา

“ถ้าไม่ตอบพี่จะถือว่าเต็มใจนะ” เขายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์และนั่นก็ทำให้บรรยากาศระหว่างเรามันดีขึ้นกว่าตอนแรก

ฉันยิ้มตอบเขาไปอย่างขวยเขินก่อนจะเช็ดผมให้พี่วินทร์ต่อ

มือหยาบใหญ่เอื้อมมาจับมือของฉันไว้แล้วดึงไปจูบอย่างแผ่วเบา

“พี่ดีใจนะที่เราพูดถึงเรื่องเมื่อกี้ เพราะมันทำให้พี่ได้เข้าใจความรู้สึกของเราขึ้นมาบ้าง”

ฉันยืนมองการกระทำของเขาด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากเดิมเล็กน้อย ทำไมกันนะ ฉันรู้สึกว่าพี่วินทร์น่ารักมาก ๆ เลยล่ะ

เขาน่ารักซะจนฉันอยากจะ...

ฉันคิดว่านั่นเป็นเพียงแค่ความคิดภายในหัวของเองตัวเองเท่านั้นแต่รู้ตัวอีกทีก็เหมือนมันดันแสดงออกมาข้างนอกจนได้

ฉันก้มลงจูบเรือนผมที่เปียกหมาดของเขาอย่างโหยหา ยิ่งได้อยู่ใกล้ยิ่งรู้สึกว่าเราได้ขยับเข้ามาใกล้กันมากยิ่งขึ้นแล้ว

ไม่ใช่แค่ตัว แต่รวมถึงหัวใจของเราด้วย

----------------------------------------------------

- (ทอล์ก 100%)

มาแล้วค่าาา มาต่อกันแน้ววว

- (ทอล์ก 80%)

มาแย้ววว มีคนบอกว่าได้หนังสือกันแล้ว อีบุ๊กก็ลงแน้วววว ขอบคุณที่คุนที่คอยสนับสนุนเค้านะคะ ^^

- (ทอล์ก 60%)

มาแล้วค้าบบบบบบ

อีบุ๊กอัปลงแน้วน้า จิ้มที่รูปภาพเพื่อไปยังลิงก์อีบุ๊กได้เบย


เนื้อหาในเรื่องจะเรียงลำดับตามนี้นะคะ

เรื่องแรกจะเป็นพาร์ทของทิวกับออม เรื่องที่สองคือศิวากับมะนาว เรื่องที่สามคือเซนกับน้ำหวาน ส่วนเรื่องสุดท้ายคือวินทร์กับฟ้าที่เค้ากำลังอัปอยู่ค่ะ

- (ทอล์ก 40%)

ตอนนี้เค้าลงไฟล์อีบุ๊กแล้วนะคะ รอทางพี่เมพอนุมัติก็จะเปิดขายได้แว้วว ถ้าลงแล้วจะมาแจ้งทุกคนน้า

- (ทอล์ก 20%)

มาอัปแน้ววว หนังสือส่งแล้วเรียบร้อยนะคะ ส่วนใครที่อยากได้เล่มเค้ามีสต๊อกอยู่นิดหน่อยน้า ทักมาที่เพจได้เบยยย ส่วนอีบุ๊กจะลงพรุ่งนี้นะคะ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

131 ความคิดเห็น

  1. #103 firstzy93 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 กันยายน 2563 / 21:20
    ละมุนนนร
    #103
    0
  2. #102 firstzy93 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 23:13
    รอค่าาาา
    #102
    0
  3. #101 TonYah (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 12:16
    ได้หนังสือแล้วนะคะ
    #101
    0
  4. #100 firstzy93 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 14:49
    มีเคืองๆ
    #100
    0
  5. #99 firstzy93 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 20:53
    หวังว่าจะดีขึ้น
    #99
    0
  6. #98 Aices (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 09:36
    สายอีบุ๊คค้าบบบบ พน.ก็จะได้อ่านแย้ววว
    #98
    0
  7. #97 firstzy93 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 21:35
    พูดตรงๆ เลย
    #97
    0
  8. #96 Boots.K (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 00:45
    เจิมมมมมมมม
    #96
    0
  9. #95 kaekae2526 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 22:15
    เจิมมม
    #95
    0
  10. #94 firstzy93 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 17:17
    เจิมมมม
    #94
    0