Senior's Section Love

ตอนที่ 7 : [Part วินทร์ฟ้า] บทนำ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 641
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    5 ก.ย. 63

บทนำ

 

แต่งงานกับพี่นะครับ ให้พี่ได้เป็นคนดูแลฟ้าไปตลอดชีวิต

นั่นคือประโยคที่เขาพูดกับฉันในวันที่นัดดินเนอร์ฉลองวันครบรอบที่เราคบกัน

หลังจากได้ยินประโยคนั้นฉันก็นั่งนิ่งและสมองแทบไม่ประมวลผลใด ๆ แต่ท้ายที่สุดแล้วฉันก็ตอบตกลงไปทั้งที่ในใจยังสับสนอยู่อย่างนั้น

หลังจากตอบรับคำขอแต่งงานพี่วินทร์ก็จัดการให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอฉันอย่างเป็นทางการ ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันตั้งตัว แม้กระทั่งเรื่องหาฤกษ์หรืออะไรก็ตามแต่เป็นผู้ใหญ่ที่จัดการให้ทั้งหมด

ตอนนี้ก็เป็นเวลาสามเดือนหลังจากที่คุยเรื่องแต่งงานกันแล้วล่ะ

“เป็นอะไรไป พักหลังมานี้ฟ้าดูเหม่อ ๆ นะ” พี่วินทร์เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงพร้อมกับยื่นมือมากุมมือของฉันไว้

“เปล่าค่ะ ฟ้าน่าจะเพลีย” ฉันตอบไปก่อนจะถอนหายใจออกมา

“ก็คงจะเพลียอยู่หรอก เราดูแลร้านมาตลอดตั้งแต่ยังเรียนไม่จบเลยนี่นา” เขาบอกอย่างเข้าใจ

“วันนี้ฟ้าขอกลับก่อนได้ไหมคะ”

ตอนนี้เราสองคนเข้ามาดูความเรียบร้อยของร้านกันตั้งแต่เช้าแล้วล่ะ ช่วงนี้ลูกค้าเยอะเป็นพิเศษพี่วินทร์เลยเข้ามาดูแทบทุกวันเลย

“ได้สิ เดี๋ยวพี่ไปส่ง”

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวให้ฟางมารับ” ทันทีที่บอกไปแบบนั้นคนตรงข้ามก็มองกลับมาด้วยสายตาเคลือบแคลง “พี่วินทร์จะได้ไม่ต้องเทียวไปเทียวมา”

ถึงจะอธิบายเหตุผลนั้นต่อแต่เขาก็ยังไม่เลิกมองด้วยสายตาแบบนั้นอยู่ดี

อย่าว่าแต่พี่วินทร์เลย ตัวฉันเองก็ยังไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองเป็นอะไรไป

 

“พี่ฟ้าดูไม่สดใสเลยนะคะ” ฟางเอ่ยถามทันทีที่ขับรถออกมาจากร้านแล้ว “ทะเลาะกับพี่วินทร์เปล่า”

“เปล่าหรอก”

“แล้วทำไม...” น้องสาวของฉันไม่กล้าเอ่ยถามอะไรต่ออีก คงเพราะเกรงใจและไม่กล้าถามฉันด้วยล่ะมั้ง

“ฟาง” ฉันคิดว่าตลอดระยะเวลาสามเดือนที่ผ่านมานั้นได้ทบทวนดูหลาย ๆ อย่างแล้วล่ะ

“คะ?”

“พี่...ไม่อยากแต่งงานเลย”

“ว่าไงนะคะ” เธอหันมาสนใจฉันอย่างรวดเร็วจนฉันต้องชี้นิ้วให้มองด้านหน้าเพราะไม่งั้นจะเกิดอุบัติเหตุเอาได้ “ขอโทษค่ะ”

“ระวังหน่อยสิ”

“แต่เรื่องที่ไม่อยากแต่งงานนี่พี่ฟ้าพูดจริงหรอคะ”

“อือ พี่คิดว่าตัวเองยังไม่พร้อม”

ฉันเพิ่งเรียนจบได้ไม่ถึงสองเดือนพี่วินทร์ก็มาขอแต่งงานซะแล้ว อันที่จริงเราก็เคยคุยเรื่องนี้กันไว้บ้างแต่ฉันไม่คิดว่ามันจะรวดเร็วขนาดนี้

ยอมรับว่าตอนโดนขอแต่งงานฉันสตั๊นไปเลย แต่หลังจากตั้งสติได้ฉันก็พบว่าตัวเองดีใจอยู่ไม่น้อยที่ได้รับความรู้สึกนั้นจากเขาเลยตอบตกลงไปทั้งที่ในใจก็ยังว้าวุ่นและสับสนอยู่

“แต่เรื่องนี้ผู้ใหญ่จัดการกันไปแล้วนะคะ” ฟางเอ่ยด้วยความกังวลใจอย่างเห็นได้ชัด

การตัดสินใจในครั้งนี้มันไม่สมกับเป็นฉันเอาซะเลย ทั้งที่ฉันเป็นพวกคิดรอบคอบอย่างถี่ถ้วนทุกอย่างแท้ ๆ

แต่ครั้งนี้มัน...

“เกิดอะไรขึ้นหรอคะ พี่ฟ้าเล่าให้ฟางฟังได้ไหม”

ฉันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะมองไปยังถนนด้านหน้าด้วยความสับสน

“พี่วินทร์ยังไม่ใช่สำหรับพี่ฟ้าหรอคะ”

“เปล่าหรอก” ฉันถอนหายใจอีกครั้ง “สำหรับพี่แล้วพี่วินทร์ก็ถือว่าเป็นแฟนที่ดีมากคนนึง แต่เพราะระยะเวลาที่คบกันมันน้อยไปพี่เลยยังไม่มั่นใจ”

“เพราะพี่วินทร์เคยทำให้พี่ฟ้าเสียใจด้วยหรือเปล่าคะ”

พอโดนถามแบบนั้นฉันก็ชะงักไปเลย ฟางนี่สมกับเป็นน้องสาวที่โตมาด้วยกันของฉันจริง ๆ

แม้ฉันจะบอกกับคนอื่นหรือแม้แต่ตัวเองก็ตามว่าฉันไม่โกรธและให้อภัยเขาหมดทุกอย่างแล้วกับเรื่องที่เขาเคยทำไว้ในอดีต แต่สุดท้าย...ฉันก็มักจะหวนคิดถึงเรื่องนี้อยู่เสมอ ราวกับมันกลายเป็นแผลเป็นที่ไม่เจ็บแต่ยังคงมองเห็นได้

เหมือนเป็นฝันร้ายซ้ำ ๆ ที่หวนกลับมาให้นึกถึงอยู่ตลอดเวลาเลย

“ฟางก็แค่สุ่มเดาไปงั้นแหละค่ะ แหะ ๆ” พอเห็นฉันเงียบเธอก็หัวเราะกลบเกลื่อน

“อาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้”

“พี่ฟ้า...” ฟางเรียกชื่อฉันอย่างเป็นห่วงจับใจก่อนที่เธอจะพูดเพื่อให้กำลังใจฉัน “ฟางเข้าใจความรู้สึกกังวลของพี่ฟ้านะคะ แต่ฟางคิดว่าน่าจะเกิดจากการที่พี่ฟ้ามีเรื่องเครียดเยอะแยะเต็มไปหมดมันเลยกลายเป็นแบบนี้ ไว้พี่ฟ้าผ่อนคลายแล้วลองทบทวนดูอีกทีก็ได้ค่ะ”

“...”

“อีกอย่าง...พี่วินทร์เองก็เปลี่ยนไปมากเลย พี่เขาใส่ใจพี่ฟ้ามาก ๆ เลยนะ แถมยังดูเหมือนจะแคร์พี่ฟ้ามากกว่าแต่ก่อนเลยด้วยซ้ำ”

ฟางน่ะอยู่ทีมพี่วินทร์มาตลอดนั่นแหละ เธอคอยช่วยเหลือเขาในยามที่เขาตามจีบฉันในช่วงแรกด้วย ไม่แปลกที่ฟางจะอยากให้ฉันแต่งงานกับเขาแบบออกนอกหน้าเลย

“พี่ไม่ได้จะยกเลิกงานแต่งหรอก” ฉันบอกไปเพราะกลัวว่าน้องสาวจะเข้าไปใจไปแบบนั้นเสียก่อน “แค่รู้สึกเหมือนมันยังกังวลเฉย ๆ”

“ก็กำลังจะแต่งงานกันแล้วนี่คะ เลยรู้สึกว่าชีวิตหลังจากนี้จะไม่เหมือนเดิมด้วยหรือเปล่า”

“น่าจะเป็นอย่างนั้น” ฉันบอกแล้วถอนหายใจออกมาอย่างอึดอัด

แต่เอาเถอะ ฉันคงต้องจัดการกับความรู้สึกนี้ของตัวเองซะแล้วล่ะ

ไม่อย่างนั้นมันจะทำร้ายชีวิตคู่ของฉันกับพี่วินทร์แน่ ๆ

“งั้นเอางี้ไหมคะ ลองไปใช้ชีวิตด้วยกันดีไหม” จู่ ๆ ฟางก็เสนอขึ้นมาอย่างร่าเริง

“ใช้ชีวิตด้วยกัน?”

“ใช่ค่ะ พี่เอกเคยบอกฟางว่าก่อนจะแต่งงานกันจริง ๆ เขาอยากให้ฟางไปทดลองการอยู่ร่วมกันก่อนว่าเราจะเข้ากันได้ไหม”

“แต่แบบนั้นมันก็ไม่สามารถบอกได้ทั้งหมดนี่ว่าเราจะอยู่กับเขาได้ พี่ว่าระยะเวลามันสั้นไป”

“แต่มันก็ดีกว่าเราปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ไม่ใช่หรอคะ”

“...” มันก็จริงอย่างที่ฟางว่านั่นแหละ

“ลองไปอยู่ด้วยกันสักเดือนสองเดือนก็น่าจะพอเห็นอะไรคร่าว ๆ บ้างแล้วนะคะ ช่วงเวลาที่รอเตรียมงานพี่ฟ้ากับพี่วินทร์ก็ลองใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไปก่อน ไหนจะเรื่องร้านที่ต้องมาช่วยกันดูแลด้วย ฟางว่าแบบนี้น่าจะโอเคนะคะ”

“ขืนทำแบบนั้นคุณพ่อกับคุณแม่คงไม่เห็นด้วยแน่” ถึงพวกท่านจะปล่อยให้พวกเราดูแลกันเองมาตั้งแต่เด็กแล้วก็ตาม แต่ถ้าจะต้องปล่อยให้ลูกสาวไปอยู่กับผู้ชายที่ยังไม่ได้แต่งงานกันแล้วก็คงไม่ยอมแน่

“ยังไงก็จะแต่งงานกันอยู่แล้วนี่คะ ฟางว่าไม่น่าจะมีปัญหา”

“...”

“หรือไม่ก็ไปแบบไม่ต้องบอก”

“ฟาง” ฉันเรียกชื่อเธอเพราะเดี๋ยวนี้ฟางชักจะเริ่มออกนอกกรอบเกินไปแล้ว

“ฟางพูดจริง ๆ นะคะ ตอนนี้ฟางกำลังหาทางออกให้พี่ฟ้าอยู่นะ”

ถึงจะกลัวโดนฉันว่าอยู่บ้างแต่เธอก็ยังยืนยันคำเดิม

แม้จะเอ็ดน้องสาวไปแบบนั้นแต่ฉันก็รับฟังข้อเสนอของเธอมาอยู่ดี ถ้าหากได้ลองใช้ชีวิตร่วมกันก่อนความรู้สึกที่ฉันไม่อยากจะแต่งงานนี้มันจะหายไปหรือเปล่านะ

แล้วถ้าฉันเป็นฝ่ายพูดแบบนั้นไปแล้วพี่วินทร์จะคิดยังไงล่ะเนี่ย

 

“ได้สิ” เขาตอบกลับมาด้วยหน้าตาปกติไม่ฉายแววตกใจแต่อย่างใด

“พี่วินทร์...ไม่มีอะไรจะแย้งหรอคะ”

ที่ถามแบบนั้นเพราะคิดว่าเขาจะปฏิเสธหรือไม่ก็ถามเหตุผลก่อนสักนิด แต่นี่ไม่ถามอะไรเลย แถมยังตอบตกลงอย่างง่ายดายซะด้วย

“ไม่ล่ะ พี่คิดว่าฟ้าคิดมาดีแล้วก่อนจะมาพูดกับพี่”

“แล้ว...ไม่ถามเหตุผลหน่อยหรอคะ”

“ถ้าฟ้าอยากพูด ก็คงพูดมันออกมาเองนั่นแหละ พี่จะไม่ถามให้เราลำบากใจหรอกนะ” เขาพูดพร้อมกับส่งยิ้มอย่างจริงใจมาให้

ฉันมองคนตรงหน้าอย่างรู้สึกผิดกับความคิดบ้า ๆ ที่มันเป็นอยู่นี้

พี่วินทร์แสนดีขนาดนี้ฉันยังหวนคิดแต่เรื่องเดิม ๆ อยู่ได้ มันน่าโมโหจริง ๆ

“ขอบคุณค่ะ” ฉันไม่รู้จะตอบอะไรกลับไปนอกจากคำพูดนั้น

หลังจากนั้นเราก็เก็บโต๊ะและเก็บจานเตรียมไปล้างกัน ทุกครั้งที่กินข้าวเสร็จพี่วินทร์จะช่วยฉันล้างจานอยู่เสมอ หรือไม่ก็เขาจะอาสาทำเองแต่ฉันก็ไม่เคยปล่อยให้เขาทำคนเดียวหรอกนะ

เพราะเอาจริง ๆ แล้วมันก็ควรจะเป็นหน้าที่ของฉันที่ต้องดูแลเขาในเรื่องนี้ คุณแม่สอนฉันมาแบบนี้เสมอเลย

ตอนนี้ฉันมาอยู่ที่คอนโดของเขาเพราะพี่วินทร์อยากให้ฉันมาทำอาหารให้เขากินสักหน่อย หลังจากกินข้าวเสร็จฉันก็เลยลองคุยเรื่องย้ายมาอยู่กับเขาดู

“ฟ้าว่าเราเพิ่มเมนูที่ร้านของเราดีไหม” ขณะล้างจานเขาก็ชวนปรึกษาเรื่องธุรกิจไปด้วย

“หมายถึงเมนูอาหารหรอคะ”

“ใช่ พี่ว่าเราน่าจะเพิ่มของคาวอีกหรือเปล่าเพราะลูกค้าประจำเขาก็เหมือนจะทานอาหารเดิม ๆ วนไปหมดแล้ว”

ด้วยความที่เราไม่ได้เรียนสายบริหารมาด้วยกันทั้งคู่มันเลยทำให้เราลองผิดลองถูกและบริหารกันเอาเองตามความสามารถทั้งหมดที่มี

โชคดีที่พี่วินทร์ก็มีประสบการณ์จากการเปิดร้านอาหารที่หุ้นกับพวกพี่ศิวามาก่อนมันเลยทำให้พอบริหารร้านกันไปได้ และตอนนี้ผลตอบรับมันก็ดีมากเนื่องจากได้เพื่อน ๆ ของเขาช่วยโปรโมท บวกกับตัวพี่วินทร์เองก็เป็นบุคคลมีหน้ามีตาในโซเชียลอยู่เหมือนกัน

แต่ที่ทำให้ร้านบูมขึ้นมาได้ก็คงไม่พ้นฝีมือพี่ทิวกับพี่เซนหรอก เพราะรายนั้นแค่เดินมานั่งที่ร้านและโพสต์รูปลงนิดเดียวคนก็แห่ตามมากันเยอะมาก ๆ เลย แล้วพอพี่ศิวาเห็นแบบนั้นก็คงกลัวน้อยหน้าเลยจัดการโปรโมทช่วยยกใหญ่

ต้องขอบคุณความไม่อยากน้อยหน้าของพวกแฟนเพื่อนฉันเองสินะ

“แล้วพี่วินทร์อยากเพิ่มอะไรหรอคะ”

“เมนูผัดกับต้ม”

“ไว้ฟ้าจะลองทำดูค่ะ”

ฉันรับข้อเสนอของเขามาเพราะอาหารในร้านส่วนใหญ่จะเป็นฉันที่ช่วยคิดสูตรแล้วคิดเมนูเองด้วย

“ฝากด้วยนะ”

หลังจากคุยกันเสร็จเราก็ช่วยกันล้างจานต่อจนกระทั่งทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว

พี่วินทร์เอาผ้ามาเช็ดมือให้กับฉันอย่างอ่อนโยน

“แล้วเราจะย้ายเข้ามาวันไหน”

“อาทิตย์หน้าค่ะ” ฉันคงต้องขอเวลาเก็บของก่อน “พี่วินทร์พอจะมีห้องให้ฟ้านอนไหมคะ”

“ห้องให้ฟ้านอน?”

“ใช่ค่ะ”

“เราจะแยกห้องกันนอนหรอ” เขาถามด้วยสีหน้างุนงง

“ใช่ค่ะ”

“คอนโดของพี่มีสองห้องนอนก็จริงแต่อีกห้องมันเล็กเกินไป” เขาบอกก่อนจะเดินนำฉันออกมานั่งตรงห้องนั่งเล่น “ฟ้าก็มานอนกับพี่นี่แหละ”

“นอนกับพี่วินทร์หรอคะ”

“ก็ใช่น่ะสิ ไหนบอกว่าอยากจะลองย้ายเข้ามาใช้ชีวิตร่วมกันดู มันก็ต้องนอนด้วยกันอยู่แล้วไม่ใช่หรอ”

อ๋อ...ฉันเข้าใจแล้วล่ะ ที่เขาไม่คัดค้านและไม่ถามหาเหตุผลเพราะแบบนี้เองสินะ

“มันก็จริงอยู่หรอกค่ะ”

“งั้นก็...มานอนกับพี่นี่แหละ จะได้ชินเวลาที่ต้องนอนร่วมเตียงกันทุกวัน”

เขาพูดด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์พร้อมกับขยับตัวเข้ามาใกล้ ฉันสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกดึงตัวเข้าไปกอดอย่างง่ายดาย

ตั้งแต่คบกันมาได้ปีกว่า...ฉันกับเขาเรายังไม่เคยมีอะไรกันเลย

มากสุดก็จูบกันและเกือบจะมีแล้วแต่ฉันก็ห้ามไว้ก่อน

ตอนนั้นฉันอยากจะลองพิสูจน์ใจเขาดูว่าถ้าฉันยังไม่ยอมมีอะไรกับเขา เขาจะแอบไปหากินกับผู้หญิงคนอื่นอีกหรือเปล่า แต่สุดท้ายพี่วินทร์ก็ไม่ได้ทำแบบนั้นหรอก

ลืมคิดเรื่องนี้ไปเลย รู้งี้ไม่น่าหลวมตัวเชื่อคำพูดของฟางซะก็ดีหรอก

“อะไรกัน นิ่งแบบนี้คือคิดจะเปลี่ยนใจหรอ” เขาคลอเคลียกับไหล่ของฉันอย่างเอาอกเอาใจ

“ถ้าเปลี่ยนใจ...”

“ไม่ได้ครับ” คนตัวโตตอบกลับมาทันทีแม้ฉันจะพูดมันไม่จบด้วยซ้ำ

“แต่ฟ้า...”

“แค่นี้เล็กน้อยน่า พี่คิดว่าฟ้าคงจะไม่กลัวอะไรแบบนี้หรอกใช่ไหม” พอเห็นท่าทางกังวลของฉันเขาก็พูดมันออกมาคล้ายอยากจะหยั่งเชิงฉันดูด้วยเหมือนกัน “นอนกับพี่ก็ไม่เสียหายอะไรนี่ ยังไงก็จะแต่งงานกันอยู่แล้ว”

พูดจบเขาก็หอมแก้มฉันฟอดใหญ่อย่างถือวิสาสะ ฉันสะดุ้งเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ห้ามปรามการกระทำของเขา

“ดูสิ ตัวสั่นใหญ่เลย” ได้ทีเขาก็เอ่ยแซวยกใหญ่

ฉันไม่ตอบแต่หันกลับไปมองเขาอย่างงอน ๆ เพราะพี่วินทร์จะพูดเรื่องนี้มากเกินไปแล้ว

“โอเค ๆ พี่ไม่ล้อแล้วก็ได้”

“ไม่ล้อแล้วก็ปล่อยด้วยค่ะ ฟ้าหายใจไม่ออก” ฉันบอกพลางก้มมองมือของเขาที่กอดรัดร่างกายฉันไว้แน่น

“โทษที สงสัยมันอยาก กอดมากเกินไปหน่อย”

ฉันมองเขาด้วยสายตาห้ามปรามเพราะรู้ดีว่าคำว่ากอดของเขานั้นหมายถึงอะไร

ฟางเคยสารภาพกับฉันว่าพี่เอกก็มักจะใช้คำว่ากอดมาขอมีอะไรด้วยอยู่บ่อย ๆ ไม่รู้ว่าพี่วินทร์จะหมายถึงแบบนั้นด้วยหรือเปล่า แต่เมื่อกี้เขาเน้นคำว่ากอดเป็นพิเศษเลยล่ะ

“มองแบบนั้นอีกแล้ว” 

พอโดนทักฉันก็ปรับเปลี่ยนสีหน้าทันที ช่วงนี้คงต้องระวังตัวเองเป็นพิเศษสินะ ไม่อย่างนั้นคงได้พลาดท่าให้พี่วินทร์เข้าสักวัน

“จริงสิ พี่ลืมบอกว่าได้พนักงานใหม่มาแล้วนะ” เขาจับโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดรูปพนักงานใหม่ให้ฉันดู “รับมาใหม่สามคน”

ช่วงนี้เด็กพาร์ทไทม์เข้าออกกันให้ว่อนเพราะตารางเรียนและเวลาที่ต้องปรับเปลี่ยนกันด้วย

“ผู้ชายสอง หญิงหนึ่งหรอคะ”

“อื้อ ช่วงนี้คนเยอะเลยว่าจะเพิ่มจำนวนคนมาช่วยกันสักหน่อย”

“แล้วที่ว่าจะหาผู้จัดการร้านนี่ได้หรือยังคะ”

เรื่องพนักงานฉันให้พี่วินทร์เป็นคนดูแลเองเลยเพราะฉันพูดคุยกับคนไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่

“ที่จริงพี่มีคนรู้จักที่ไว้ใจได้อยู่เหมือนกัน เป็นเพื่อนที่สมัยมัธยมนี่แหละ ตอนนี้กำลังตกงานอยู่”

“ถ้าเข้าเกณฑ์ที่ตกลงกันไว้ก็รับมาได้เลยนะคะ”

“ไว้รอให้เราย้ายมาอยู่กับพี่ก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที ตอนนี้คงต้องเอาเวลาไปเคลียร์กับพาร์ทไทม์ที่รับมาใหม่ก่อน”

“เหนื่อยไหมคะ” เพราะรู้ดีว่าเขาทุ่มเทกับร้านนี้มากแค่ไหนจึงถามไปแล้วส่งยิ้มบาง ๆ ให้

ถึงจะบอกว่าเปิดร้านนี้เพื่อเป็นของขวัญวันเกิดให้ฉันก็ตาม แต่ฉันก็ยังอยากจะให้เขามาดูแลช่วยอยู่ดีเพราะฉันบริหารงานไม่เก่ง

“ตอนแรกก็เหนื่อยอยู่หรอก แต่พอโดนฟ้าถามแบบนี้แล้วพี่หายเหนื่อยเลย” พูดจบเขาก็ซบหน้าลงบนไหล่ของฉันอย่างเหนื่อยอ่อน “ถ้าวันข้างหน้าพี่มีฟ้าอยู่ข้าง ๆ คอยเป็นกำลังใจให้แบบนี้ไปเรื่อย ๆ ก็ดีน่ะสิ”

“พูดอะไรแบบนั้นคะ ฟ้าก็ต้องอยู่ตลอดไปอยู่แล้วนี่”

“นั่นน่ะสินะ”

ไม่รู้ว่าพี่วินทร์อ่านความคิดของฉันได้หรือเปล่าถึงได้พูดแบบนั้นออกมา ยิ่งเห็นว่าเขาเกริ่นคล้ายกังวลถึงเรื่องนี้ฉันก็ยิ่งต้องทำให้ตัวเองกลับมามั่นใจกับเขาเหมือนเดิมให้ได้

 

หลายวันต่อมา

“แกรู้สึกแบบนั้นจริงหรอฟ้า” มะนาวเอ่ยถามพร้อมกับงับขนมเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย

“คิดว่า”

“บ้าน่า จะแต่งงานกันอยู่แล้วจะมาคิดแบบนี้ไม่ได้นะ”

“แล้วแก...ไม่มีความรู้สึกแบบนั้นบ้างหรอ” ฉันถามเพราะเห็นว่ามะนาวเองก็กำลังจัดเตรียมงานแต่งด้วยเช่นกัน

เหมือนฤกษ์ที่ได้มะนาวจะจัดงานก่อนฉันด้วยซ้ำ

“ไม่นะ ฉันคิดว่าศิวานี่แหละคือผู้ชายที่ฉันจะอยู่ด้วยไปตลอดชีวิต” เธอตอบออกมาทันทีโดยไม่มีอาการลังเลเลยแม้แต่น้อย

พอได้ฟังแบบนั้นแล้วฉันก็มานึกทบทวนกับความรู้สึกของตัวเองอีกครั้ง แม้แต่ตอนโดนขอแต่งงานฉันยังลังเลเลย ตอนนี้ไม่ต้องพูดถึงหรอก

“แต่ไม่สมกับเป็นแกเลยนะ ปกติทำอะไรเด็ดขาดเลยนี่”

นั่นน่ะสินะ ทำอะไรไม่สมกับเป็นฉันเลย

“แต่เอาจริงแกจะลังเลก็ไม่แปลกหรอก ก็เพิ่งคบกันได้ปีเดียวเองนี่นา”

ถ้านับเวลาจริง ๆ คือฉันเริ่มคบกับเขาช่วงที่ฉันอยู่ปีสาม แต่คบกันได้ไม่ถึงปีก็ต้องเลิกกันเพราะฉันจับได้ว่าพี่วินทร์ไปมีคนอื่น หลังจากนั้นเราก็กลับมาคบกันอีกครั้งหลังจากที่เขาเรียนจบแล้ว นั่นก็คือช่วงที่ฉันอยู่ปีสี่พอดี ถ้านับตามเวลาจริงก็ปีนิด ๆ นั่นแหละ

“แต่ฉันก็เข้าใจพี่วินทร์นะ คงกลัวว่าแกจะเปลี่ยนใจจากเขาล่ะมั้งถึงได้มัดมือชกกันแบบนั้น”

ฉันรู้ว่าที่เขารีบขอฉันแต่งงานมันก็มีสาเหตุมาจากตรงนี้แหละ ฉันไม่ยอมมีอะไรกับเขา และดูเหมือนตัวฉันเองก็ยังมีกำแพงบางอย่างปิดกั้นเขาไว้อยู่เหมือนกัน

พี่วินทร์คงมองออกและอยากจะทำให้ฉันเป็นของเขาโดยสมบูรณ์

เขาเคยพูดว่าจะไม่บังคับถามฉันเพราะคิดว่าถ้าฉันอยากจะพูดก็คงพูดมันออกไปเอง

“อันที่จริงก็ไม่ได้มัดมือชกหรอก”

“แล้วถ้าแกไม่มั่นใจแกจะตอบตกลงไปทำไมอะ ทำไมไม่บอกว่าขอคิดดูก่อน” มะนาวพูดมันออกมาอย่างตรงไปตรงมา

ฉันชอบมาปรึกษายัยนี่ก็เพราะจุดนี้แหละ ไม่มีการพูดอ้อมค้อมหรือรักษาน้ำใจกันไว้เลย

“ไม่รู้สิ ตอนนั้นเหมือนมันคิดแค่ว่าต้องตอบตกลง”

พอบอกไปแบบนั้นมะนาวก็หยุดกินขนมแล้วเลือกที่จะจ้องมองฉันนิ่ง ๆ แทน

“มีอะไร” ฉันถามอย่างสงสัย

“แกก็รักเขานะ และดูเหมือนอยากจะฝากชีวิตไว้กับพี่วินทร์ด้วย แต่ที่เป็นแบบนี้คงเพราะยังไม่มั่นใจนั่นแหละ ฉันว่าทำตามที่ฟางบอกก็ถูกแล้วล่ะ ถ้าลองไปอยู่ด้วยกันแล้วมันทำให้แกกับพี่วินทร์ได้ลดช่องว่างระหว่างกันด้วยก็ถือว่าเป็นเรื่องดีไม่ใช่หรอ”

“แกก็เห็นด้วยหรอมะนาว”

“อื้อ ที่ฉันไม่ลังเลที่จะตอบตกลงแต่งงานกับศิวาคงเป็นเพราะได้ลองอยู่ด้วยกันมาก่อนด้วยล่ะมั้ง”

จริงด้วยสิ มะนาวเคยย้ายไปอยู่กับพี่ศิวานี่นา

“พอได้ลองใช้ชีวิตคู่ด้วยกันแล้วมันดีมาก ๆ เลยล่ะ ต่างคนต่างช่วยเหลือกันและกันในเรื่องต่าง ๆ มันเหมือนทำให้เราได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น รู้ตัวอีกทีก็เหมือนไม่อยากอยู่ห่างกันแล้วอะ”

คำตอบของมะนาวก็ทำให้ฉันอุ่นใจขึ้นมา ถ้าเพื่อนบอกแบบนี้ฉันก็คงไม่ลังเลที่จะย้ายไปอยู่กับเขาแล้วล่ะ

“แต่บอกไว้ก่อนเลยนะ ถ้ามีความรู้สึกไม่สบายใจและรู้สึกว่าไม่อยากอยู่ร่วมกับคนนี้แล้วต้องหาสาเหตุนะว่าเกิดจากอะไร แล้วลองคุยกันดู ถ้าปรับกันได้ก็ดี แต่ถ้าไม่ได้คงไปต่อกันยาก”

จากที่ตอนแรกยัยนี่เหมือนพวกไม่ประสีประสาเรื่องความรักแต่ตอนนี้กลับเป็นที่ปรึกษาชีวิตคู่ให้กับเพื่อน ๆ ในกลุ่มไปซะแล้วล่ะ นั่นก็เพราะมะนาวเป็นพวกคิดบวกและมีแฟนที่ดูแลเธอดีมาก ๆ ยังไงล่ะ

“แล้วก็...แกอะ เวลามีปัญหาหรือเรื่องไม่สบายใจฉันอยากจะให้คุยกับพี่      วินทร์นะ แกเป็นคนไม่ค่อยพูด มันเลยทำให้พี่วินทร์เองก็ต้องมานั่งเดาใจแกเหมือนกันว่าคิดอะไรอยู่ แบบนี้เขาเองก็คงจะลำบากเหมือนกัน”

“งั้นหรอ...” ฉันพึมพำอย่างคนไร้ข้อโต้แย้งใด ๆ เพราะไม่รู้วิธีรับมือกับปัญหาแบบนี้มันเลยทำให้ฉันไปต่อไม่ถูก

“แกไม่เห็นคู่ออมกับพี่ทิวหรอ ไม่สบายใจเรื่องอะไรก็พูดกันไปตรง ๆ เลย ถ้าจะทะเลาะก็ทะเลาะกันตอนนั้นเลย ดีกว่าเก็บเอามาเครียดเองแบบนี้ แล้วอีกฝ่ายก็ไม่รู้ว่าแกเป็นอะไรอีก แบบนี้จะแย่เอานะ”

“...”

“ถ้าจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกันต้องเปิดใจคุยกันในทุกเรื่องน้า ฉันเชื่อว่าพี่วินทร์ไม่ใช่พวกชอบก้าวข้ามเข้ามายุ่งกับพื้นที่ส่วนตัวของใครขนาดนั้นหรอก ไม่ต้องกลัวว่าเขาจะแทรกเข้ามามากเกินไปขนาดนั้น หรือถ้าเข้ามาจริงยังไงซะเขาก็กำลังจะเป็นคู่ชีวิตของแกแล้วนะ”

“...”

“ถ้าตัดสินใจเลือกเขาไปแล้วก็ต้องให้โอกาสทั้งเขาแล้วก็ให้โอกาสตัวเองด้วย อย่าปิดกั้นแบบนี้”

“พูดมากจังนะวันนี้” ฉันยิ้มและเอ่ยออกไปแค่นั้น

“ก็พูดมากเป็นปกติอยู่แล้วนี่” และมะนาวก็ยิ้มตอบกลับมาอย่างภูมิอกภูมิใจ

ฉันเก็บเอาทุกคำพูดของมะนาวมาคิดและหลังจากนี้คงต้องปฏิวัติตัวเองซะใหม่

ฉันคิดมาตลอดว่าฉันฉลาด เดาใจคนได้ มันก็คงจริงแค่นิดหน่อย สุดท้ายแล้วฉันคงไม่ต่างจากพวกที่คิดไปเอง

พอฉันไม่ได้พูดคุยปัญหากับพี่วินทร์มันเลยทำให้เราไม่ได้เคลียร์กันเท่าที่ควร แล้วฉันก็มักจะคิดไปเองว่าเขาคิดแบบนี้นะ เขารู้สึกแบบนี้ ทั้งที่ความจริงแล้วเขาคิดแบบนั้นหรือเปล่า...ฉันก็ยังไม่รู้เลย

---------------------------------------------------------

- (ทอล์ก 100%)

มาแล้วค่าา ขอโทษที่ให้รอน้าา พอดีสัปดาห์นี้งานเยอะมาก ๆ เลย 

- (ทอล์ก 80%)

มาแล้วค่าาาา 

หนังสือจะออกจากโรงพิมพ์วันที่ 4 นี้นะคะ ใครที่อยากเปลี่ยนที่อยู่แจ้งเค้าได้เลยน้า เปิดให้แจ้งได้ถึงวันที่ 4 ค่าาาา

- (ทอล์ก 60%)

มาอ่านนิยายแก้เครียดจากผลสลากกันค่ะ ว่าแต่มีใครถูกหวยไหม ต้องซื้อยังไงหนิ 55555555

- (ทอล์ก 40%)

มาต่อแย้วน้าาาา 

- (ทอล์ก 20%)

มาแย้วววว เค้าเพิ่งเลิกงานตอนเที่ยงคืนเลยเพิ่งได้มาอัปน้า ขอโทษด้วยจริง ๆ ค่าาา ใครยังไม่นอนก็อ่านได้เบย อิอิ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

131 ความคิดเห็น

  1. #93 firstzy93 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 17:11
    อย่างนี้สิ
    #93
    0
  2. #92 firstzy93 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 11:28
    คนเคยมีความหลังอะเนอะ
    #92
    0
  3. #91 firstzy93 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 19:31
    แหมมม ไม่ค่อยเลย
    #91
    0
  4. #90 SalinCH (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 23:02
    รอน้าาาา
    #90
    0
  5. #89 firstzy93 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 14:09
    ลองดูอาจจะดีก็ได้
    #89
    0
  6. #88 TonYah (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 10:24
    เรื่องของวินทร์ฟ้าคือ เรื่องที่เราเฟลเลยนะ แต่ก็ชอบค่ะ
    #88
    0
  7. #87 firstzy93 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 01:06
    รอค่าาาา
    #87
    0
  8. #86 SalinCH (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 22:26
    เจิมมมมมม
    #86
    0
  9. #85 firstzy93 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 02:22
    เจิมมมม
    #85
    0