Senior's Section Love

ตอนที่ 3 : [part ศิวามะนาว] รางวัล (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 781
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 69 ครั้ง
    2 ส.ค. 63

บทที่ 2
รางวัล

หลายวันต่อมา

“วันนี้ฉันจะพาเธอมาดูหน้างานกันก่อนว่าต้องทำอะไรบ้าง” เขาพูดไปด้วยในตอนที่พาฉันเดินตรงไปยังห้องทำงานของตัวเองโดยมีคุณวิทย์เดินตามหลังมาติด ๆ “ปกติเธอเคยมาแต่ไม่เคยได้สัมผัสงานจริง ถ้าจะเป็นผู้ช่วยฉันต้องเรียนรู้งานจากวิทย์เข้าไว้”

“ผู้ช่วย?” ฉันทวนคำพูดของเขาออกมาอย่างไม่เข้าใจ “ฉันต้องมาทำงานเป็นผู้ชายนายหรอ?”

กึก!

ศิวาหยุดเดินทันทีแล้วหันขวับมามองฉัน

“ถ้าไม่มาเป็นผู้ช่วยฉันแล้วเธอจะทำงานอะไร” เขาถามพร้อมกับขมวดคิ้วมุ่น

“ทำงานอะไรก็ได้ที่ตรงกับสายที่ฉันเรียนมา ฉันไม่ถนัดเรื่องบริหารหรอกนะ” ฉันบอกแล้วมองไปยังคุณวิทย์เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่เขาทำเพียงแค่ส่งยิ้มแห้ง ๆ กลับมาให้

แง...จะทิ้งฉันแบบนี้ไม่ได้นะ ทั้งที่เขาเองก็พยายามจะเชียร์ฉันให้ได้ทำงานอยู่นี่นา

“เธอเป็นภรรยาผู้บริหารแต่ไม่อยู่ช่วยเป็นแขนเป็นขาให้สามีนี่มันใช้ได้ที่ไหน”

“นี่ ฉันเพิ่งจะอายุ 24 เองนะ งานแบบนี้ฉันรับไม่ไหวหรอก”

“ฉันก็อายุ 25 ไหมล่ะ ยังทำได้เลย”

“แต่นายทำมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้วนี่นา” ฉันเถียงคอเป็นเอ็น ไม่ใช่ว่าไม่อยากจะช่วยงานเขานะ แต่ฉันกลัวทำพลาดเพราะไม่เคยจับงานแนวนี้มาก่อน แล้วอีกอย่าง...เขามีคุณวิทย์คอยช่วยอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องมีฉันก็ได้ แต่เดินก็ไม่ได้ต้องการเพิ่มอยู่แล้วนี่นา “แต่ไม่ใช่การมาเป็นผู้ช่วยของนายเพิ่มอีกคน”

“นี่เธอจะเอายังไง อยากทำงานก็ให้ทำแล้ว ยังจะมาเลือกอีก”

“ก็...”

“คุณศิวาแค่อยากให้คุณหนูอยู่ใกล้ ๆ น่ะครับ” คุณวิทย์กระซิบกระซาบฉันแต่ศิวากลับตวัดสายตามามองด้วยความรู้สึกน่ากลัว

“ผมได้ยินนะ”

คุณวิทย์ยิ้มแห้ง ๆ ก่อนจะถอยไปยืนอยู่ฝั่งเดียวกันกับศิวา

“งั้นเอาแบบนี้ไหมครับ งานดูแลติวเตอร์ก็ดูเหมาะดีเหมือนกันนะครับ” คุณวิทย์เสนอและนั่นก็ทำเอาฉันหูผึ่งทันที “ที่จริงเท่าที่เห็นฝ่ายบุคคลส่งรายงานของเดือนนี้มาเหมือนจะมีประกาศรับสมัครพนักงานประสานงานและจัดหาอยู่นะครับ”

บริษัทของศิวาคือดูแลและจัดการสถาบันสอนพิเศษที่อยู่ในเครือ เห็นอย่างนี้บริษัทเขาโตเร็วมากเลย ช่วงที่เรียนอยู่เป็นคุณพ่อของเขาดูแลด้วยตัวเองและมีเขาเป็นผู้ช่วย ท่านเก่งมาก ๆ เลยล่ะ สามารถสร้างสถาบันสอนพิเศษเพิ่มขึ้นอีกตั้งหลายที่แถมยังมีชื่อเสียงพอตัวเลย แล้วไหนจะได้ตัวติวเตอร์ดัง ๆ มาอยู่ในความดูแลของตัวเองอีก

เด็กหลายคนที่เข้ามหาวิทยาลัยเดียวกันกับฉันล้วนผ่านการเรียนจากสถาบันนี้มาแล้วทั้งสิ้น

“แค่พูดปกติยังไม่รู้เรื่องเลย จะให้ไปประสานงาน” เขาพูดขัดขึ้นมา

“ทำได้ ฉันทำได้” ฉันรีบออกตัวแสดงเจตจำนงของตัวเอง

“ทำได้?” เขาทำหน้าอย่างกับไม่เชื่อหูตัวเอง “รู้หรือเปล่าว่าหน้าที่ตรงนี้มันสำคัญยังไง ถ้าเธอไม่สามารถดูแลและจัดการติวเตอร์ที่อยู่ในความดูแลได้จะเกิดอะไรขึ้น”

“ฉันสัญญาว่าจะทำให้ดีที่สุด ทำเต็มที่สุดความสามารถเลย” ฉันบอกอย่างแน่วแน่ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้แล้วเอื้อมมือไปจับมือของเขาไว้ “นะ ไม่ต้องเป็นตำแหน่งใหญ่โตก็ได้ แต่อย่างน้อยก็ขอแค่ได้ทำ ฉันไม่ได้ต้องการตำแหน่งหัวหน้าของฝ่ายไหน อยากเป็นลูกน้องที่ได้ช่วยงาน เท่านั้นเอง”

“เธอเป็นเมียของฉัน อันที่จริงไม่ต่างจากตำแหน่งคุณผู้หญิงเลยนะ ทำแบบนี้มันสมฐานะตัวเองหรือไง”

“พูดซะฉันแก่เลยนะ มาคุณผู้หญิงอะไรกันล่ะ” นี่ขนาดจดทะเบียนแล้วฉันยังใช้คำนำหน้าว่านางสาวเลยนะ

“เป็นลูกน้องเขา งานหนักก็ห้ามบ่น ฉันไม่โอ๋เธอหรอกนะ” เขาบอกฉันด้วยสีหน้าที่ดูดุเอามาก ๆ คงไม่ใช่ว่าไม่พอใจที่ฉันยืนยันจะทำงานนั้นหรอกนะเนี่ย

“อื้อ ฉันจะอดทน จะพยายาม” ฉันเริ่มเอามือไปเกาะแขนเขาอีกขั้นเพราะดูเหมือนศิวาจะเริ่มใจอ่อนขึ้นมาบ้างแล้ว “น้า~

“แล้วอย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน” เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“งี้ก็แสดงว่าได้แล้วใช่มะ”

“อือ เดี๋ยวให้วิทย์พาไปเขียนใบสมัครงาน”

“เย่!” ฉันโผเข้ากอดศิวาเต็มแรงอย่าลืมตัวจนเขาเซไปข้างหลังหลายก้าว “ดีใจที่สุดเลย”

ศิวาเป็นคนปากร้ายแต่ใจดีกับฉันมาก ๆ ข้อนี้ฉันรู้ดีที่สุด

ร่างสูงยกลมือขึ้นลูบหัวฉันเบา ๆ ก่อนจะกระแอมไอเป็นเชิงบอกให้หยุด

“พอได้แล้ว เธอไม่อายคนอื่นหรือไง” เขาพูดขึ้นนั่นทำให้ฉันเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองยืนอยู่ตรงโถงทางเดิน

“แหะ ๆ” ฉันหัวเราะแห้ง ๆ ก่อนค่อย ๆ ขยับตัวให้ออกห่างจากเขา

“ถ้าอยากกอด เข้าไปในห้องแล้วฉันจะให้เธอกอดได้เต็มที่เลย” พูดจบเขาก็จัดการลากฉันให้ตามเข้าไปในห้องทำงานโดยไม่ลืมหันไปบอกคุณวิทย์ที่เดินตามหลังมาติด ๆ “ถ้าผมไม่ได้เรียก อย่าให้ใครเข้ามารบกวน”

ปัง!

กริก!

“ปกติเข้ามาทำงานต้องล็อกห้องด้วยหรอ” ฉันถามอย่างไม่เข้าใจก่อนจะพยายามชะโงกไปดูมือที่กำลังล็อกกลอนประตูของเขา “แล้วทำไมไม่ให้คุณวิทย์เข้ามาอะ หรือว่าจะให้เขาไปเอาใบสมัครมาให้ฉันเขียน”

ฉันถามอย่างดีใจก่อนจะยิ้มอย่างมีความสุข

ฉัน! จะ! ได้! ทำ! งาน! แล้ว!

“อือ เธอก็รอไปก่อนละกัน เดี๋ยววิทย์ไปเอามาให้” ศิวาหันมาตอบพร้อมกับจ้องมองฉันด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ “ไม่คิดจะมีรางวัลให้ฉันหน่อยหรอ”

“รางวัล?”

“ใช่ ฉันอุตส่าห์อนุญาตให้เธอได้ทำงานแล้วนะ”

“แล้วอยากได้อะไรล่ะ บอกไว้ก่อนนะถ้าไม่แพงมากฉันพอซื้อให้ได้” เงินที่เขาเคยให้มาตลอดฉันยังมีเก็บอยู่ ถ้าเขาอยากได้อะไรฉันก็จะเอาเงินนั้นออกมาซื้อให้เอง

“ไม่แพงหรอก เธอให้ได้” ร่างสูงตรงเข้ามาหาฉันอย่างช้า ๆ ก่อนจะคว้าร่างฉันเอาไว้แล้วพุ่งเข้ามาซุกไซ้ซอกคอของฉัน

“ดะ เดี๋ยว...” ฉันร้องห้ามพร้อมกับยกมือขึ้นดันเขาออก สิ่งที่เขาต้องการคือเรื่องนี้เองหรอ “มะ เมื่อเช้าก็...”

“ไม่พอหรอก” เขาพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่าพร้อมกับหอบหายใจถี่

ฉันแต่งงานแล้วนะ รู้ด้วยว่าศิวาต้องการอะไร แต่ที่ฉันไม่เอะใจเพราะเมื่อเช้าฉันก็ทำไปแล้วก่อนจะออกมาทำงาน อีกทั้งเมื่อคืนก็...

เขายังจะบอกว่าไม่พออีกหรอ

“แต่ฉันเหนื่อยแล้วนะ” ฉันเริ่มหน้าง้ำงอเพราะรู้สึกว่าศิวาจะกินฉันบ่อยเกินไปแล้ว

ราวกับว่าพอได้แต่งงานกันแล้วก็เหมือนปลดล็อกอะไรหลาย ๆ อย่าง

“ฉันอุตส่าห์ใจดีกับเธอ เธอไม่เอาใจฉันหน่อยหรอ”

“งั้นเป็นคืนนี้...”

“ไม่ ต้องตอนนี้” เขาจ้องหน้าด้วยแววตาจริงจังและเว้าวอน

ให้ตายสิ เป็นแบบนี้ทีไรฉันก็ใจอ่อนทุกครั้งเลย พอโดนสายตายั่วยวนจากเขาจ้องมองมาฉันก็กำบ่าของเขาไว้แน่น

ศิวาเดินไปกดสวิตซ์เพื่อควบคุมไปทั้งหมดในห้องให้ดับลงพร้อมกับสั่งปิดม่านผ่านรีโมตอัตโนมัติก่อนจะเดินกลับมาหาฉันอีกครั้ง

“ตกลงแล้วนะ” สิ้นเสียงนั้นก็มาพร้อมสัมผัสอบอุ่นตรงข้างแก้ม

ใบหน้าของฉันเห่อร้อนอันเนื่องมาจากจุมพิตอันอ่อนโยนจากคนตัวโต ศิวาอุ้มฉันขึ้นแล้วก้มหน้าลงมาจูบไปพร้อมกับพาเดินไปยังที่ไหนสักที่

ปลายลิ้นเราแตะไต่กันอย่างหยอกเย้าก่อนที่เขาจะวางฉันลงบนเบาะหนานุ่มที่คาดว่าน่าจะเป็นโซฟาสำหรับพักผ่อนของเขา

เราจูบกันตลอดช่วงเวลาที่เขาพามานั่งลงที่นี่ มือใหญ่ดันร่างฉันให้เอนตัวลงจนแผ่นหลังจนกับพนักพิงที่เข้ามุมพอดิบพอดี

“ถ้าไปทำงานแล้วห้ามไปมองผู้ชายคนอื่นนะ” เขาพูดออกมาด้วยความหวงแหน ที่แท้...เพราะไม่อยากให้ฉันไปไกลหูไกลตาสินะ

เจ้าศิวาน้อยคนขี้หึง

“จะมองใครได้ยังไงล่ะ สามีที่อยู่ตรงหน้านี้ขี้หวงจะตาย” ฉันใช้มือทั้งสองข้างประคองใบหน้าของเขาเอาไว้แล้วจ้องมองด้วยสายตาที่แสดงถึงความรักเป็นที่สุด

“มันแน่อยู่แล้ว ถ้าฉันจับได้ว่าเธอแอบกิ๊กกั๊กกับพนักงานคนอื่นล่ะก็...ฉันไม่ปล่อยไว้แน่” มือหนาเอื้อมมาจับมือของฉันที่ประคองใบหน้าเขาอยู่ “ตอนนั้นอย่ามาหาว่าฉันใจร้ายก็แล้วกัน”

“ไม่มีหรอกน่า ฉันมีแค่นายคนเดียวก็เหนื่อยจะแย่แล้ว” พูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนก่อนจะเคลื่อนใบหน้าขึ้นมาจูบเขาเบา ๆ

ศิวาบดจูบตอบกลับมาอย่างเร่าร้อนก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนในที่สุด

เขาจับมือฉันให้มาวางอยู่ข้างลำตัวพร้อมกับสอดประสานนิ้วเข้ามากดตรึงไว้กับเบาะโซฟา

จากนั้นสามีสุดที่รักของฉันก็เริ่มบทรักอันเร่าร้อนขึ้นอีกครั้ง


[CUT 20+ มีเฉพาะในรูปเล่มและอีบุ๊ก]


เวลาต่อมา

“นี่ค่ะ” ฉันยื่นใบสมัครที่เขียนด้วยตัวเองให้กับคุณวิทย์ไป ก่อนหน้านี้เขาไปเอามาให้ฉันอย่างที่ศิวาบอกจริง ๆ “แล้ว...จะเริ่มงานได้ตอนไหนคะ”

“ก็คงต้องรอเรียกสัมภาษณ์ครับ” คุณวิทย์บอกก่อนจะลอบมองไปยังศิวาที่นั่งทำงานอยู่บนโต๊ะของเขา “คุณศิวาบอกว่าอยากให้เป็นไปตามเกณฑ์ของบริษัท”

“แล้ว...ฉันจะได้ไหมคะ” ฉันถามอย่างกังวล ตอนแรกคิดว่าจะได้ทำงานง่าย ๆ ซะอีก

“ได้ไม่ได้ก็อยู่ที่เธอแล้วล่ะ” ศิวาเอ่ยตอบมาแทน เขาเงยหน้าจากเอกสารแล้งจ้องมองฉันก่อนจะยกยิ้มที่มุมปาก “ได้ข่าวว่างานนี้หัวหน้าฝ่ายบุคคลกับหัวหน้าฝ่ายประสานงานเป็นคนสัมภาษณ์เองเลยนะ”

“ต้องถึงกับหัวหน้าฝ่ายบุคคลมาเองเลยหรอ?” ฉันกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เพราะเริ่มกังวลขึ้นมาบ้างแล้ว

“แน่นอนสิ”

“คุณวิทย์คะ ฉันต้องเตรียมตัวอะไรบ้างคะ พอจะมีแนวคำถามที่ใช้สัมภาษณ์ไหม” ฉันถามอย่างตื่นกลัวเพราะไม่คิดว่ามันจะกลายเป็นเรื่องจริงจังขนาดนี้ เอาจริงฉันก็คิดว่าตัวเองจะได้สิทธิพิเศษในการเข้าทำงานเนื่องมาจากเป็นภรรยาของผู้บริหาร แต่ที่ไหนได้...ศิวาจะไม่ปราณีฉันเหมือนที่พูดจริง ๆ

คราวนี้ต้องทำให้ได้ด้วยตัวเองสินะ แม้ว่าเขาไม่ให้ทำงานที่นี่แล้วต้องออกไปสมัครงานเอง ยังไงฉันก็ต้องเจอสถานการณ์แบบนี้อยู่ดี

“อันที่จริงตอนผมเข้ามาทำงาน คนสัมภาษณ์คือเลขาของคุณท่าน ไม่รู้ว่าจะเหมือนกับที่สัมภาษณ์ผมหรือเปล่านะครับ” เขาหัวเราะแห้ง ๆ ออกมา “ไว้เดี๋ยวผมจะไปถามมาให้แล้วกันนะครับ”

“วิทย์...” ศิวาเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “งานที่มีให้ทำยังเยอะไม่พอใช่ไหม”

“เอ่อ...”

“เสร็จธุระก็ออกไปได้ละ แล้วอย่าให้เห็นนะว่าแอบมาช่วยอะไรมะนาวอีก”

คุณวิทย์หงอยไปเลยก่อนจะเดินคอตกออกไปจากห้อง

นี่ศิวาเอาจริงหรอเนี่ย เขาจะให้ฉันลุยด้วยตัวเองจริง ๆ หรอ ดูเหมือนงานนี้จะไม่ง่ายซะแล้ว

“นั่นเธอจะไปไหน” เขาเอ่ยเมื่อเห็นว่าฉันลุกขึ้นยืน

“ก็อยู่ไปไม่เห็นได้เรียนรู้อะไรเลย ฉันว่าจะกลับแล้วล่ะ จะไปเตรียมตัวเผื่อโดนเรียกสัมภาษณ์”

“กลับ?”

“อื้อ!” ฉันพยักหน้าตอบพลางหยิบกระเป๋าของตัวเองขึ้นมาถือไว้ “เดี๋ยวไว้ไปอ้อนคุณพ่อให้ท่านช่วยแนะนำดีกว่า”

“เดี๋ยวนี้รู้จักเอาใจพ่อฉันเหลือเกินนะ”

“มันแน่อยู่แล้ว ฉันอ้อนเก่งจะตาย ใครอยู่กับฉันก็ต้องหลงรัก” ฉันพูดอย่างลำพองใจ รู้สึกว่าตัวเองเป็นที่เอ็นดูของผู้ใหญ่อยู่เหมือนกันน้า

“แล้วทำไม่มาอ้อนฉันบ้างละ ฉันอาจจะช่วยเธอก็ได้นะ”

“อ้อนเท่าไหร่นายก็ไม่พอใจหรอก ขนาดเมื่อเช้าเรา...” ฉันหยุดคำพูดไว้ตรงนั้นก่อนจะพบว่าตัวเองเขินจนหน้าแดงเมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อก่อนหน้านี้

“เราอะไรหรอ”

“ฮึ่ย! ไม่คุยด้วยแล้ว นายมันคนไม่เคยพอ!” ฉันพูดกระแทกเสียงก่อนจะเดินเตรียมจะออกจากห้องไป

แต่ทว่ากลับโดนศิวาที่รีบวิ่งมาคว้าตัวเอาไว้ก่อน

“เธอโกรธฉันหรือไงที่ไม่ยอมให้วิทย์ช่วย” เขาถามตรงประเด็นสุด ๆ จนฉันชะงักไป เมื่อกี้ไม่ได้แสดงพิรุธออกไปใช่ไหมนะ “จริงด้วยสินะ”

อ่า...ศิวาก็คือศิวานั่นแหละ เขารู้ทุกความคิดของฉันเป็นอย่างดี

“ก็เธอบอกเองว่าอยากจะทำงานด้วยตัวเอง ฉันก็ปล่อยให้ทำแล้วไง ไหนพูดว่าจะไม่เสียใจทีหลัง แล้วทำไมมาโกรธฉันเรื่องนี้ล่ะ”

“ก็...” ฉันกำลังจะปฏิเสธแต่คิดว่ายังไงก็คงโกหกเขาไม่ได้เลยพยายามไม่คิดเรื่องนี้อีกเพราะสิ่งที่เขาพูดมามันถูกต้องทั้งหมด

“เห็นหรือยังว่าการทำงานจริงมันไม่ได้ง่าย แค่ก้าวแรกเธอยังผ่านมันไปไม่ได้ ไม่ต้องพูดถึงที่เหลือเลย” เขาพยายามจะโน้มน้าวฉัน “ทีนี้จะเปลี่ยนใจกลับไปอยู่บ้านเฉย ๆ หรือยัง”

“ยัง!” ฉันตอบกลับเขาในทันที “นายให้โอกาสฉันแล้ว ฉันจะทำมันให้เต็มที่ แล้วนายคอยดูเลยนะว่าฉันเองก็ทำได้”

ในเมื่อเขาคิดว่าการคอยปกป้องฉันมันเป็นเรื่องดีที่สุดแล้ว ฉันก็จะทำให้เขาเห็นว่าแม้ไม่มีเขาคอยปกป้องฉันก็สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

นี่ไม่ใช่การทำเพื่อประชดแต่ฉันแค่อยากให้เขาได้ลองปล่อยให้ฉันทำอะไรด้วยตัวเองบ้าง แล้วเขาจะรู้ว่าฉันเองก็ทำได้เหมือนกัน

...และฉันเองก็ไม่อยากจะกลายเป็นคนอ่อนแอที่ต้องหวังพึ่งพาแต่เขาอยู่อย่างนั้นเรื่อยไป

“อย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน” เขายังคงพูดคำเดิมอยู่อย่างนั้น

ถึงจะพูดออกมาเหมือนไม่ใส่ใจกันนักแต่ศิวาก็ใช่ว่าจะปล่อยเลยผ่าน เขาบอกว่าถ้าฉันอยู่ด้วยในวันนี้จะให้คุณวิทย์พาไปเยี่ยมชมแผนกประสานงานที่ฉันต้องการสมัครเข้า

อ่า...ถึงจะบอกว่าไม่ช่วย แต่การให้คุณวิทย์พาไปแบบนี้มันก็เหมือนการแสดงตัวว่าฉันเป็นภรรยาของเขาทางอ้อมอยู่ดี ไม่ว่ายังไงคนที่สัมภาษณ์ฉันก็ต้องรับเข้าทำงานอยู่แล้ว

ไม่รู้ว่าศิวาจะทำให้มันดูยุ่งยากไปทำไมกัน หรืออยากจะข่มขู่ฉันก็ไม่รู้

แต่มะนาวคนนี้ไม่ยอมแพ้หรอก ฉันจะพยายามทำเต็มที่เลย

 

หลายวันต่อมา

ตอนแรกฉันกังวลมากเรื่องการสัมภาษณ์ แต่พอเอาเข้าจริงแล้วมันก็ไม่ได้ยากขนาดนั้นหรือเป็นเพราะศิวาเองก็ช่วยฉันอยู่ห่าง ๆ เหมือนกันก็ไม่รู้

วันนี้เป็นวันเริ่มงานวันแรก ฉันตั้งใจตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมตัวจะไปทำงานอย่างขยันขันแข็ง แต่ติดตรงที่...

“ศิวา...ตื่นสักทีสิ” ฉันพยายามปลุกร่างหนาที่นอนอยู่บนเตียงอย่างสบายใจ “ฉันจะสายแล้วนะ”

ศิวายังไม่ยอมลุกจากเตียงตั้งแต่ฉันตื่นยันอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยเขาก็ยังคงนอนอยู่ดังเดิม

“อย่ามากวนน่า เมื่อวานประชุมจนดึก” เขาพยายามยื้อแย่งผ้าห่มผืนหนากับฉัน “วันนี้ฉันจะเข้าบริษัทสายหน่อย”

เขาบอกแค่นั้นแล้วก็นอนต่ออย่างสบายใจ

“ได้ไงล่ะ วันนี้เป็นวันทำงานวันแรกของฉันนะ ฉันต้องไปทำงานนะรู้ไหม”

“สายหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอก” เขาบอกอย่างตัดรำคาญก่อนจะออกแรงกระชากผ้าห่มจากมือของฉันไป

“นายน่ะไม่เป็นไร แต่ฉันเป็น” ฉันบอกแล้วตรงเข้าไปทุบร่างของเขาที่อยู่ภายใต้ผ้าห่ม

ตุบ ๆ

ฉันทุบอย่างหมั่นไส้เพราะเราคุยกันตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่าจะออกจากบ้านตัวแต่เช้าเพื่อให้ฉันไปทำงานทันเวลา

ฟึ่บ!

“อ๊ะ!” จู่ ๆ เขาก็ลุกพรวดออกจากผ้าห่มขึ้นมานั่งบนเตียงด้วยสีหน้าหงุดหงิด ส่วนฉันที่ไม่ทันตั้งตัวก็เกือบจะหงายหลังตกเตียงซะแล้ว

หมับ!

แต่ดีที่มือหนาของศิวาเอื้อมมือมาจับไหล่ของฉันไว้ได้ก่อน

ใบหน้าบึ้งตึงราวกับหงุดหงิดที่โดนกวนเวลานอนนั่นไม่ได้ทำให้ความหล่อเหลาที่มีอยู่ของเขาลดน้อยลงไปเลย แม้กระทั่งเส้นผมที่ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงนั้นก็ยังดูดีในสายตาของฉันเสมอ

ภาพของศิวาที่เพิ่งตื่นนอนมันช่างดูดีมากจริง ๆ ผิดกับฉันที่เวลาตื่นมักจะเป็นยัยเพิ้ง ผมเผ้าไม่เป็นทรง ส่องกระจกทีไรก็ตกใจอยู่ทุกครั้ง

“เธอนี่มันชอบทำร้ายร่างกายฉันจริง ๆ” เขาบ่นอุบแต่ก็ยังช่วยประคองฉันให้นั่งอยู่บนเตียงกับเขาได้โดยไม่มีทางตกลงไปอย่างแน่นอน

“ก็นายไม่ทำตามที่พูดอะ คนไม่รักษาคำพูดต้องโดนลงโทษ” ฉันทวงคำมั่นสัญญาที่เขาให้ไว้เมื่อวานตอนเย็น เป็นคนพูดเองแท้ ๆ ว่าเราจะไปทำงานด้วยกัน

แต่เขากำลังจะทำฉันสายนะ

“อ้อหรอ?” เขาเอ่ยขึ้นอย่างสงสัยก่อนจะหันมายังฉัน “แล้วคนที่บอกว่าจะรอฉันกลับบ้านแต่ดันหนีมาหลับบนห้องก่อนนี่มันเรียกว่ารักษาคำพูดไหม?”

เขาเลิกคิ้วเป็นเชิงถามอย่างกวน ๆ ก่อนจะกระชับอ้อมแขนมากยิ่งขึ้นให้ฉันขยับเข้าไปใกล้เขาขึ้นไปอีก

ฉันสะดุ้งเล็กน้อยเพราะตัวเองก็มีชนักติดหลังอยู่เหมือนกัน

คือเมื่อวานน่ะ...ฉันอยากเอาใจเขาและขอบคุณที่ศิวาช่วยให้ฉันได้ทำงานเลยบอกเขาไปว่าจะรอทานข้าวเย็นด้วยกันที่บ้าน แต่เขาติดประชุมและกลับดึกมาก ฉันโทรไปก็ไม่รับเพราะยังอยู่ในห้องประชุม บวกกับคุณพ่อเห็นว่ามันดึกแล้วเลยบอกให้ฉันไปนอนได้แล้ว

และฉันเองก็ง่วงมากด้วย เลยตัดสินใจขึ้นไปนอน ไม่รู้ว่าเพราะตัวเองขี้เซาหรืออะไร แม้ศิวาจะกลับมาแล้วแต่ฉันก็ไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด รู้อีกทีก็ตอนเช้าเวลาที่ตัวเองต้องตื่นแล้วนั่นแหละ

“แบบนี้ต้องโดนลงโทษด้วยหรือเปล่า”

“ก็...ก็...” ฉันพูดติดขัดเมื่อรู้สึกว่าใบหน้าดุดันนั่นจ้องมองอย่างกับจะกลืนกินฉันเข้าไปให้ได้

“ก็อะไร”

“ก็...เมื่อวานมันดึกอะ พอดึกแล้วฉันก็ง่วงเพราะวันนี้ฉันต้องไปทำงานแต่เช้า ฉันก็เลย...”

“ก็เลยนอนก่อนฉัน?”

“แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ” ฉันรีบยกมือขึ้นปฏิเสธพัลวัน “ความง่วงมันบังคับฉันเอง”

“เธอเห็นฉันโง่ขนาดนั้นหรอ?” เขาตวัดสายตามามองอย่างดุดัน

“เปล่านะ” ฉันปฏิเสธตาใสก่อนจะหลุบตาลงต่ำเพื่อหลบสายตาคมของเขา “ฉันพูดจริง ๆ”

“ความง่วงบังคับ? หึ! บังคับให้เธอเดินขึ้นชั้นสอง บังคับให้เธอไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมนอน บังคับให้เธอปิดไฟ และบังคบให้เธอไม่ได้ยินแม้กระทั้งเสียงเรียกของฉันอย่างนั้นหรอ” เขาร่ายยาวอย่างน่าประหลาดใจที่คนอย่างศิวาจะพูดประชดประชันกันขนาดนี้

แง...คงจะโกรธฉันมากสินะ

“ชะ...ใช่” ฉันรีบบอกแล้วพยายามจับมือของเขาให้ออกจากตัวฉัน “ก็เหมือนนายตอนนี้ไง ที่ง่วงมาก ๆ”

“...” เขาหรี่ตามองฉันอย่างไม่ไว้ใจเมื่อเห็นว่าฉันจัดแจงที่นอนให้เขาอย่างดิบดี

“ที่จริงฉันเองก็ผิดแหละ เมื่อคืนนายกลับดึกมากเลยนี่เนอะ ฉันไม่น่ามาปลุกนายแต่เช้าเลย”

“บอกว่าฉันกลับดึก รู้หรอว่าฉันกลับกี่โมง”

“ก็...” ฉันชะงักมือที่กำลังจัดแจงเตียงนอนให้เขาใหม่ “ก็ดึกแหละ”

ฉันหยิบหมอนมาวางให้เขาดี ๆ แล้วดันร่างของศิวาให้นอนราบลงไปก่อนจะตามมาด้วยการห่มผ้าให้

เขามองตามฉันทุกการกระทำแต่ไม่ได้มีท่าทีต่อต้านหรือขัดขืนแต่อย่างใด

“งั้นนายนอนไปเถอะนะ จะตื่นกี่โมงก็ได้” ฉันบอกอย่างใจดีพร้อมกับลูบหัวของเขาเบา ๆ คล้ายอยากให้ผ่อนคลาย “จะเข้าบริษัทกี่โมงก็ได้”

สายตาคมกริบนั่นมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนพูดขึ้นมา

“ฉันแทบไม่เคยเห็นเธอใส่ชุดนี้เลย” เขาพูดพร้อมกับยื่นมือมาดึงร่างฉันให้ทรุดลงไปนั่งอยู่บนฟูกเตียงข้าง ๆ เขา “เพราะทำงานวันแรกหรอ”

ฉันใส่เดรสที่ศิวาเป็นคนซื้อให้ เขาซื้อให้ตั้งแต่เราเรียนมหาวิทยาลัยแล้วล่ะ แต่ฉันไม่ค่อยมีโอกาสได้ใส่เท่าไหร่เพราะไม่ค่อยชอบใส่กระโปรง เหมือนเขาเองก็คงจะลืมไปแล้วว่าเคยซื้อให้

“ก็ใช่น่ะสิ” ฉันตอบไปก่อนจะเอื้อมมือไปติดกระดุมเสื้อนอนของเขาที่เริ่มหลุดลุ่ยจากการต่อสู้ของฉันกับเขาเมื่อก่อนหน้านี้

เวลานอนนี่จะเซ็กซี่ขยี้ใจฉันแบบนี้ไม่ได้นะ

“นอนได้แล้ว ง่วงมากไม่ใช่หรอ” เขาพูดเสียงแข็งเมื่อเห็นว่ามือไม้ของศิวาเริ่มเลื้อยเป็นหนวดปลาหมึกเข้าให้ “หยุดเลยนะ”

“ทำไม ฉันทำไม่ได้หรอ” เขาถามอย่างเอาเรื่องเมื่อเห็นท่าทีขัดขืนของฉัน

“ไม่ใช่ไม่ได้ แต่ตอนนี้ไม่ได้...” ฉันบอกอย่างคนมีความผิด เพราะเรื่องที่ตัวเองผิดสัญญากับเขาเมื่อคืนมันเลยทำให้ไม่กล้าขัดขืนเต็มที่ เวลาเขาโกรธน่ะ...มันน่ากลัวมากเลยนะ 

----------------------------------------

- (ทอล์ก 100%)

มาแย้วววว พาร์ทของศิวากับมะนาวจะหยุดอัปแค่นี้นะคะ เรื่องต่อไปคือเซนกับน้ำหวานค่าา

- (ทอล์ก 80%)

มาแล้วค่าาา ขอโทษที่เมื่อวานไม่ได้มาอัปน้าาา

- (ทอล์ก 40%)

ฉากคัทในเล่มพิเศษจะไม่มีให้อ่านในกลุ่มนะคะ สามารถติดตามอ่านได้ในเล่มและอีบุ๊กค่า

- (ทอล์ก 20%)

มาต่อตอนใหม่แล้วค่าาาา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 69 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

131 ความคิดเห็น

  1. #58 firstzy93 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 00:13
    รอค่าาา
    #58
    0
  2. #57 kaekae2526 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 22:03
    ขอบคุณค่าา😙
    #57
    0
  3. #56 bylek96k (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 21:26
    ตรง เขาพูดเสียงแข็ง งงๆๆๆๆ
    #56
    0
  4. #55 firstzy93 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 22:47
    ห้องทำงานเด้อ
    #55
    0
  5. #54 firstzy93 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 14:48
    อร้ายยย เขิน
    #54
    0
  6. #53 firstzy93 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 / 09:16
    อ้อนเก่ง
    #53
    0
  7. #52 firstzy93 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 12:30
    เจิมมมม
    #52
    0