Senior's Section Love

ตอนที่ 2 : [part ศิวามะนาว] คำมั่นสัญญา (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,239
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 193 ครั้ง
    2 ส.ค. 63


----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทที่ 1

คำมั่นสัญญา

 

เวลาต่อมา

“เร็ว ๆ หน่อย อืดอาดเป็นเต่าเอ๋ออยู่ได้” ศิวาเร่งในตอนที่ฉันกำลังก้าวฝีเท้าฉับ ๆ ตามเขาไปขึ้นรถ

“มาเรียกฉันเต่าเอ๋อได้ไง!” ฉันร้องท้วงพลางวิ่งตามเขาไปด้วย หนอยแน่! ไอ้หมอนี่มันว่าฉันเป็นเต่าหรอ แถมไม่ใช่เต่าธรรมดา เป็นเต่าเอ๋อด้วย

“ทำไมจะเรียกไม่ได้ ก็เรียกมาตลอด” เขาตอบแต่ไมได้หันมามองฉัน

เห็นแล้วขัดใจแม่ยิ่งนัก นี่แสดงว่าเขาแอบเรียกฉันว่าเต่าเอ๋อไม่หยุดเลยสินะ คำเรียกนี้เคยได้ยินตั้งแต่ยังไม่คบกันเลยด้วยซ้ำมั้งนี่

ตอนนี้ศิวาดูอารมณ์ดีขึ้นแล้วล่ะ ไม่รู้ว่าอาการตึง ๆ หายไปเองหรือคิดจะเอาคืนฉันทีหลังกันแน่ก็ไม่รู้ แต่เอาเป็นว่าดีแล้วก็ขอให้ดีตลอดไปละกันเนอะ เพราะฉันไม่รู้ว่าเขางอนเรื่องอะไรเลยไม่รู้จะง้อยังไงด้วย เขาไม่ใช่พวกที่สามารถเอาของกินมาง้อได้เหมือนกันนี่

เอ๊ะ! นี่ฉันเป็นพวกง้อได้ด้วยของกินงั้นหรอ ทำไมมันง้อง่ายอย่างนี้ล่ะ

ไม่ได้ ๆ ครั้งหน้าถ้าฉันงอนเขา ฉันจะไม่หายงอนด้วยของกินแน่นอน! ปฏิญาณกับตัวเองไว้วันนี้เลย!

“เร็ว ๆ” พอฉันเริ่มคิกอะไรเรื่อยเปื่อยมันเลยทำให้ฉันเดินช้าลงและไอ้คนตรงหน้ามันก็เร่งฉันอีก

“ฮื้อ! เดินช้าแค่นี้ทำไมต้องดุด้วย” ฉันหยุดเดินแล้วกอดอกแน่นอย่างไม่พอใจ

นี่เราแต่งงานกันแล้วนะ ทำไมเขาชอบทำเหมือนฉันเป็นเด็กและเขาชอบทำตัวเป็นพ่อที่ต้องคอยดุฉันตลอดเวลาด้วย

พอฉันบอกแบบนั้นไปศิวาก็หยุดเดินแล้วหันหลังกลับมามองฉัน เขาอยู่ห่างจากฉันไปหลายก้าวเลยล่ะ บ้านของเขาหลังใหญ่โตมาก กว่าจะเดินถึงที่จอดรถก็ทำเอาเหนื่อยเหมือนกัน และฉันก็ไม่เข้าใจด้วยว่าทำไมเขาไม่ให้คนขับรถขับออกมาให้ ปกติก็เห็นทำแบบนั้นประจำ

“ก็บอกแล้วว่ารีบ” เขาพูดกับฉันแต่ยังไม่ยอมขยับเข้ามาอีก ง้อฉันสิ ๆ ฉันกำลังงอนนายอยู่นะ “เดี๋ยวก็ไปซื้อของไม่ทัน”

คืองี้นะ ศิวาจะพาฉันไปกินข้าวเย็นที่บ้านของฉันใช่ไหมล่ะ แล้วทีนี้เขาเลยจะพาฉันแวะไปซื้อของเพื่อเอาไปฝากพ่อกับแม่ฉันด้วย เลยค่อนข้างรีบเพราะช่วงนี้รถมันค่อนข้างติด แต่จะมาเร่งให้ฉันเดินตามขายาว ๆ ของเขาทันนี่มันก็ไม่ใช่ไหมอะ ขาฉันสั้นแบบนั้นจะเดินตามทันเขาได้ไงกัน พอช้าหน่อยก็มาเร่งด้วยน้ำเสียงดุ ๆ แบบนี้อีก ฉันก็น้อยใจเป็นนะ

“ก็พยายามเดินแล้วอ่ะ แต่มันเดินไม่ทันไง ขานายยาวขนาดนั้นกับขาอันสั้น ๆ ของฉันแบบนี้มันไม่มีทางเดินทันกันหรอก” ฉันบ่นยาวเหยียดอย่างน้อยใจ

ฉันเป็นภรรยาเขานะ เขาควรทะนุถนอมฉันหน่อยสิ ไม่ใช่ทำแบบเดิม

“เฮ้อ...” ฉันได้ยินเสียงศิวาถอนหายใจออกมายาว ๆ “ก็ได้ ๆ ฉันผิดเองแหละที่เร่งเธอ”

เขาบอกแค่นั้นแล้วเดินตรงเข้ามาหาฉันพร้อมกับยื่นมมือมาจับมือฉันที่กำลังกอดอกแน่นอยู่ นี่กำลังหลอกจับหน้าอกฉันใช่มะ

ฉันยอมปล่อยมือออกแล้วกุมมือเขาไว้ด้วย ตอนแรกก็ว่าจะไยม่ยอมหายงอนง่าย ๆ หรอกนะ แต่เพราว่าสงสารหรอก กลัวว่าเขาจะหงอเลยต้องยอมง่าย ๆ แบบนี้

เห็นมะ ฉันไม่หายงอนด้วยของกินแล้ว!

“ค่อย ๆ เดินไปพร้อมกันก็แล้วกัน” เขาบอกฉันแล้วพาเดินไปยังที่จดรถอย่างช้า ๆ

ฉันยิ้มออกมาอย่างดีใจก่อนจะเอามือไปเกาะแขนเขาไว้แน่น ฮื้อ...ฉันรักเขาจังเลย รักศิวาที่สุดในโลกเลย

“จะว่าไป...ฉันมีเรื่องอยากจะขอสักหน่อย” เขาเอ่ยขึ้นในตอนที่ฉันเอาหน้าแนบกับต้นแขนเขา

“อะไรหรอ”

“เลิกเรียกฉันว่านายได้แล้ว มันดูไม่ดี” เขาบ่นพึมพำ “เธอเป็นเมียฉันแล้วนะ จะมาเรียกเหมือนเด็ก ๆ ไม่ได้แล้ว”

“แล้วจะให้เรียกว่าไงล่ะ”

“พี่ศิวา” เขาตอบกลับมาแทบจะทันควันและมันก็ทำให้ฉันชะงักนิ่งไปเลย “ทำไม เรียกไม่ได้หรอ”

“ฉัน...”

“แล้วก็คำเรียกแทนตัวเองน่ะ เลิกแทนว่า ฉัน ได้แล้ว” ฉันเงียบไปเลยเพราะไม่คิดมาก่อนว่าศิวาจะพูดเรื่องนี้ และพอฉันเงียบเขาก็ถามกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ติดจะน้อยใจนิดหน่อย “ไม่ได้หรอ”

“ก็...ได้อยู่หรอก แต่จะให้เรียกยังไงนี่สิ”

“เรียกฉันว่า พี่ศิวา แล้วก็เรียกแทนตัวเองว่า หนู” เขาบอกเองเสร็จสรรพ

“ฮือ...ไม่เอาอะ มันกระดากปากมากเลย คือฉันยังไม่ชิน” ฉันบอกออกไปพร้อมกับค่อย ๆ คลายวงแขนของตัวเองออกจากเขา

“ถ้ามันทำให้เธอลำบากใจก็ไม่ต้องทำก็ได้” ศิวาตอบเสียงหงอยก่อนจะปล่อยมือจากมือของฉันแล้วเดินตรงไปยังรถของตัวเอง

พอเห็นแบบนั้นแล้วฉันก็รู้เลยว่าศิวากำลังงอนอยู่ แต่มันเป็นความงอนแบบเจือจางมาก ๆ

“นี่ โกรธหรือเปล่า” ฉันรีบวิ่งไปหาเขาพร้อมกับถามออกไป

“โกรธ แต่เธอไม่ผิดหรอก” เขาบอกตามความจริงแล้วเปิดประตูขึ้นไปนั่งบนรถ

พอเห็นเขาขึ้นรถไปแล้วฉันก็รีบเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถข้าง ๆ เขาพร้อมกับจ้องตาไม่กะพริบ ศิวากำลังนอยด์ฉันอยู่มากเลยสินะ

“ไม่มีอะไรหรอก ไม่ต้องมองแบบนั้นด้วย” เขาบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ได้ยังไง จะมางอนกันเพราะเรื่องแบบนี้ไม่ได้นะ เราเพิ่งจะแต่งงานกันเอง” ฉันบอกเขาด้วยท่าทางทุกข์ใจ

“มะนาว” จู่ ๆ เขาก็เรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง “พอแต่งงานกันแล้วเธอรู้สึกหรือเปล่าว่าไม่น่าแต่งงานกับฉันเลย”

คำถามนั้นทำเอาฉันหน้าเจื่อนไปเลย ไม่คิดมาก่อนว่าศิวาจะถามเรื่องแบบนี้ ฉันยังจำช่วงเวลาที่เขาขอฉันแต่งงานเมื่อปีที่แล้วได้ ในตอนนั้นมันสับสนมาก ๆ เลยว่าตัวเองจะลงเอยกับเขาจริงหรอ จะใช้ชีวิตไปกับเขาตลอดไปจริงหรือเปล่า แต่ฉันถามตัวเองได้ไม่นานหรอกเพราะที่จริงแล้วคำตอบมันมีมาตั้งแต่ต้นแล้ว

“ไม่เลย ฉันดีใจมาก ๆ ที่ได้แต่งงานกับนาย ได้ใช้ชีวิตที่เหลือกับนาย และสร้างครอบครัวที่อบอุ่นด้วยกัน” คำนี้ฉันเคยพูดกับเขาเมื่อคืนแล้ว และฉันก็คิดแบบนี้มาตลอดจนกระทั่งตอนนี้ “ทำไมถึงถามแบบนี้ล่ะ หรือว่า...นายคิดเสียใจที่แต่งงานกับฉันหรอ”

“ไม่” เขารีบตอบในทันควันราวกับกลัวว่าฉันจะคิดไปไกลมากกว่านี้ “ก่อนฉันจะขอเธอแต่งงานฉันคิดดีแล้ว”

“แล้วทำไมถึงถามแบบนั้นล่ะ”

“ฉันแค่รู้สึกกลัว กลัวว่ายิ่งเรารู้จักกันมากขึ้นเท่าไหร่ ฉันยิ่งกลัวว่าเธอจะไม่ชอบนิสัยบางอย่างของฉันมากเท่านั้น”

“ฉันสิควรกลัวเพราะรู้เลยว่าตัวเองงี่เง่ามาก ๆ”

“เธอไม่งี่เง่าเลย” เขาส่ายหน้าไปมา “สำหรับฉันแล้วเธอน่ารักมาก”

พอได้ยินคำชมจากปากของคนอย่างศิวาฉันก็หัวใจพองโตขึ้นมาทันที นี่มัน...ทำให้ฉันรู้สึกดีมาก ๆ เลยล่ะ

“ศิวาก็น่ารักที่สุดสำหรับฉันเหมือนกัน” ฉันบอกแล้วส่งยิ้มไปให้ก่อนจะพบว่าเขาก็ยิ้มตอบกลับมาดังนั้นฉันจึงเอาหน้าไปซบกับต้นแขนของเขาด้วย

อ้อน ๆ น้าศิวา

“เมื่อกี้ขอโทษด้วยละกันที่บังคับเธอไม่เข้าเรื่อง” คนตัวโตพูดพลางลูบหัวฉันไปด้วย

“อื้อ ฉันก็ขอโทษด้วยนะที่ตามใจนายไม่ได้เลย”

“ไม่เป็นไร แต่คืนนี้ห้ามขัดใจฉันนะ” น้ำเสียงเขานุ่มทุ้มชวนเคลิ้มมากเลยล่ะ

“อื้อ จะตามใจทุกอย่างเลย” ฉันตอบรับกลับไปเพื่ออยากให้เขาสบายใจแต่ดันลืมไปว่าตัวเองรับปากเรื่องที่ทำให้ต้องเสียใจในภายหลังเข้าซะแล้ว

 

เวลาต่อมา

หลังจากเราปรับความเข้าใจกันเรียบร้อยแล้วศิวาก็พาฉันมาเดินเลือกซื้อกระเช้าผลไม้และของฝากมากมายไปให้ทางบ้านฉันด้วย ยัยมะปรางดี๊ด๊าใหญ่เลยล่ะพอรู้ว่าศิวาจะซื้อของไปฝาก เห็นแล้วหมั่นไส้จริง ๆ เลย

ใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะซื้อของเสร็จ พอขับรถมาถึงบ้านฉันก็ปาไปเกือบจะทุ่มนึงแล้ว

“สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่” ศิวายกมือไหว้ท่านทั้งสองอย่างนอบน้อมพร้อมกับข้างของเต็มไม้เต็มมือ

“สวัสดีค่ะพี่ศิวา” มะปรางวิ่งหน้าระรื่นเข้ามารับของจากมือเขาแต่ดั๊นลืมไปว่าในมือของฉันก็มือถุงเยอะแยะเลยนะเว้ย ยัยน้องคนนี้นี่

แต่ฉันคิดน้อยใจได้ไม่นานพี่ไผ่ที่เป็นแฟนมะปรางก็ตรงเข้ามาช่วยฉันถือของในทันที

ฟึ่บ!

แต่ทว่าโดนศิวาดักไว้ก่อน สามีของฉันแย่งถุงในมือฉันไปถือในทันที ไม่ทันที่พี่ไผ่จะได้ช่วยถือเลย

“แต่งงานกันแล้วยังจะหวงไม่เข้าเรื่อง” ฉันได้ยินพี่ไผ่บ่นพี่ศิวาก่อนที่ทั้งคู่จะจ้องกันโดยไม่มีใครยอมใคร

ฉันไม่เข้าใจในสิ่งที่พี่ไผ่พูดหรอกและก็ไม่เข้าใจด้วยว่าอายุอานามก็ปูนนี้แล้วยังจะเขม่นกันเหมือนวัยเรียนอีก

เฮ้อ...

“แหม ๆ ดูรักกันดีจังเลยนะลูก” เสียงของแม่ฉันลอยมาพร้อมกับใบหน้าที่พริ้มอิ่มเอมใจซะไม่มี

ลูกเขยกับว่าที่ลูกเขยของพ่อกับแม่เขาจะตีกันตายอยู่ล้าวววว

“เราเข้าบ้านกันดีกว่าเนอะ” ฉันพูดออกไปในตอนที่เห็นลำแสงวิบวับจากร่างกายของทั้งสองคน

ไม่ได้ ๆ ฉันจะให้พวกเขามาเปิดศึกที่บ้านไม่ได้ แม้ว่าที่ผ่านมาศิวากับพี่ไผ่จะไม่เคยมีเรื่องต่อหน้าพ่อกับแม่ฉันก็เถอะ แต่พวกเขาก็มักจะออกไปนอกรอบกันเสมอ ศิวาเนี่ยกลับมามีแผลตลอดเลย แม้แผลไม่เยอะมากแต่ฉันก็ไม่อาจทนเห็นเขาเจ็บตัวได้ ครั้งจะห้ามพี่ไผ่ก็กลัวว่าจะโดนสวนกลับมาว่าต้องการปกป้องแฟนตัวเองซะอีก ดังนั้นฉันจึงปล่อยเลยตามเลยจนมาถึงทุกวันนี้

แต่ก็ถือว่ายังดีนะที่ช่วงนี้ต่างคนต่างมีการมีงานให้ทำและยุ่งมากจนไม่ค่อยสนใจอะไรแบบนี้แล้ว คงจะเพราะเรื่องอายุที่เพิ่มขึ้น เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นด้วยนั่นแหละ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเขม่นกันนะ ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมเพิ่มเติมแค่ไม่ตีกันเหมือนหมาแค่นั้นเอง

“พี่ไผ่เป็นไงบ้างคะช่วงนี้ เห็นปรางมันเล่าให้ฟังว่าได้โบนัสเยอะเลยน้า” พอเราเดินเข้ามาในบ้านฉันก็เอ่ยถามพี่ไผ่ทันที

ไม่ได้เจอเขานานมากแล้ว แม้จะเป็นแฟนกับน้องสาวฉันก็เถอะ

“ก็พอได้เก็บไว้เป็นค่าสินสอดของมะปิงอยู่นะ” พี่ไผ่ตอบขำ ๆ

มะปิง เป็นชื่อเรียกที่พี่ไผ่ชอบเรียกยัยมะปรางเองแหละ ได้ยินมาว่าเขาเอามาจากชื่อที่ติดอยู่กับป้ายชื่อของยัยนั่นสมัยรู้จักกันแรก ๆ

ฮั่นน่อว! แบบนี้แสดงว่าจริงจังมากเลยสินะ ฮี่ ๆ เขาอุตว่าห์ทำงานเก็บเงินเองเพื่อมาสู่ขอน้องสาวฉันเลยนะเนี่ย น่าภูมิใจ ๆ

แต่ก็ไม่ภูมิใจเท่าศิวาสามีของฉันหรอก รายนั้นทำงานแบบเอาเป็นเอาตายเหมือนกัน แม้ว่าครอบครัวของเขาจะรวยมากก็เถอะแต่เจ้าศิวาน้อยก็ทำงานเก็บเงินเองนะ เงินสินสอดและเงินจัดงานแต่งของเรามาจากน้ำพักน้ำแรงของเขาทั้งนั้นเลย

“แล้วเราล่ะ แต่งงานกันวันแรกเป็นยังไงบ้าง” พี่ไผ่ก้มมากระซิบถามฉันเพราะเขาคงสังเกตเห็นศิวาแน่ ๆ เลย

“ก็ปกติค่ะ ไม่มีอะไรพิเศษ” ฉันบอกไปตามปกติเพราะมันไม่มีอะไรน่าหวือหวาจริง ๆ นอกจากสถานะที่เปลี่ยนไปของเรา

“แล้วเมื่อไหร่จะมีหลานให้พี่อุ้ม”

“แค่ก ๆ” ฉันถึงกับสำลักน้ำลายเมื่อโดนถามถึงเรื่องนี้

โอ้ยยยย ทุกคนจะเอาหลานกันให้ได้เลยใช่มะ บางทีโดนถามบ่อยเข้าฉันก็อยากจะมีให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย จะได้จบ ๆ

“คุยอะไรกันหนักหนา” ศิวาที่เดินตามมาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เบามากคงเพราะกลัวว่าพ่อกับแม่ฉันที่เดินนำหน้าอยู่จะได้ยินสินะ

“นิด ๆ หน่อย ๆ น่า” พี่ไผ่หันไปตอบเขาคล้ายกำลังกวนตีน

แล้วพอโดนตอบกลับมาแบบนั้นศิวาก็เดินมาแทรกกลางระหว่างฉันกับพี่ไผ่จนตอนนี้กลายเป็นพี่ไผ่ได้เดินตามหลังพวกเราแทน

“คุยอะไรกัน” พอเรามาเดินข้างกันศิวาก็ถามเสียงเข้ม

“ก็ทั่วไปนั่นแหละ ถามสารทุกข์สุขดิบ” ฉันเลี่ยงที่จะตอบเรื่องที่พี่ไผ่ถามถึงหลานเพราะไม่อยากให้ศิวาหวนกลับมาคิดเรื่องวพกนี้อีก เราเพิ่งจะตกลงกันได้เองนะ

“ถามอะไร” พอฉันตอบกว้าง ๆ เขาก็ต้องการคำตอบที่เจาะลึก

“ไม่มีไรมากหรอก”

“ริอาจมีความลับกับฉันหรอ” พอฉันบ่ายเบี่ยงศิวาก็พูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเกรี้ยวกราดมากขึ้น “กลับบ้านไปเธอเจอดีแน่”

พอโดนเขาคาดโทษแบบนั้นฉันก็ต้องก้มหน้ารับกรรมต่อไป ไม่ยอมบอกเรื่องนั้นหรอก ตอนนี้ปล่อยให้เขาโกรธไปก่อนแล้วค่อยไปง้อทีหลังละกัน

จากนั้นเราก็เดินเข้ามาภายในบ้าน บ้านของฉันไม่ใหญ่มากหรอก พอให้อยู่กันได้สี่คนพ่อแม่ลูก พวกท่านทั้งสองก็ยังคงทำอาชีพเดิมอยู่แต่ไม่ได้ทำงานหนักเพื่อส่งฉันกับมะปรางเรียนเหมือนแต่ก่อนแล้ว เพราะฉันเรียนจบแล้วนั่นแหละ

ตอนนี้ฉันก็ยังมีแพลนอยากจะทำงานหาเงินส่งให้พ่อกับแม่ใช้อยู่นะ แต่ติดตรงที่ศิวาไม่ยอม เขาอยากให้ฉันอยู่บ้านเฉย ๆ พร้อมกับโอนเงินรายเดือนให้ใช้เป็นค่าจ้างฉันที่ช่วยดูแลบ้านให้ แม้หนึ่งปีที่ผ่านมาศิวาจะโอนเงินให้ฉันไม่น้อยแต่ฉันแทบจะไม่นำมาใช้จ่ายส่วนตัวเลย ฉันบอกกับเขาแค่ว่าจะเอาแบ่งไปเป็นค่าเทอมของมะปรางแทนละกัน แล้วฉันก็แอบรับงานพิสูจน์อักษรมาทำที่บ้านตอนศิวาไปทำงานด้วย เงินตรงนั้นก็ส่งให้พ่อกับแม่ใช้

แต่ว่าตอนนี้ฉันมีความคิดใหม่แล้ว ฉันอยากทำงานเป็นหลักเป็นแหล่งสักที ถ้าเขาไม่ยอมให้ทำที่อื่นฉันก็จะขอทำกับบริษัทของเขาแทนละกัน ไม่อยากนอนอยู่บ้านเฉย ๆ แล้วให้สามีเลี้ยงไปตลอดชีวิตหรอกนะ ฉันก็มีพ่อกับแม่ที่ต้องดูแลด้วย

ไม่รู้ว่าจะคุยเรื่องนี้กับเขาได้ลงตัวหรือเปล่าเพราะออมเคยมาปรึกษาฉันเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน

พี่ทิวเองพอจะแต่งงานแล้วก็ไม่อยากให้ออมทำงานด้วย แต่อย่างน้อยยัยนั่นก็โชคดีนะที่ยังได้ทำงานประจำมาแล้ว ฉันนี่สิ ยังไม่ได้สัมผัสการทำงานจริงจังเลยเพราะตลอดเวลาที่รอเตรียมงานแต่งงานศิวาไม่ยอมให้ฉันทำอะไรเลยสักนิด

แล้วดูเหมือนออมจะยังตกลงกับแฟนไม่ได้เลย ส่วนสามีของฉันนั้น...น่าจะพูดด้วยยากจริง ๆ นั่นแหละ

“มะนาว วันนี้เรากินปิ้งย่างกันนะ” มะปรางหันมาบอกขณะที่ฉันเพิ่งจะวางของลงบนโต๊ะ “พ่ออยากกิน”

“อื้อ ได้ดิ ให้ฉันช่วยอะไรไหม” ฉันถามแล้วเดินเข้าไปหวังจะช่วย

“หั่นผักละกัน ที่หั่นไว้น่าจะไม่พอ” น้องสาวของฉันตอบก่อนจะมองไปยังแฟนของตัวเองและพี่เขย “พี่ศิวากับพี่ไผ่ออกไปช่วยพ่อตั้งเตาข้างนอกแล้วกันค่ะ เดี๋ยวในครัวพวกหนูจะจัดการเอง”

ศิวาพยักหน้าให้ก่อนจะเดินเอาของมาวางไว้แล้วออกไปข้างนอกพร้อมกับพี่ไผ่ที่จ้องมองหน้ากันไม่วางตา

มองหน้ากันบ่อยขนาดนี้แอบคิดอะไรกันป่าวเตง

ไม่ใช่ว่าพอแต่งงานอยู่กินกันไปสักพักแล้วมาบอกฉันทีหลังนะว่าไปรักกับพี่ไผ่แล้วจะมาขอหย่าน่ะ ฉันไม่ยอมนะ

เฮ้อ...นี่ก็ว่าไป

ฉันนี่มันฟุ้งซ่านจริง ๆ เลย

“ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่สองคนนี้จะเลิกทะเลาะกันเนอะ” มะปรางพูดขึ้นตอนที่แม่เดินเข้าไปในครัวแล้ว ส่วนฉันกับน้องก็พากันจัดของที่ฉันซื้อมาอยู่

“นั่นสิ แต่คงอีกสักพักแหละ น่าจะแค่ไม่ค่อยลงรอยกันเฉย ๆ ตอนนี้คงไม่มีเรื่องอะไรแล้วล่ะ ไม่งั้นคงกินข้าวร่วมโต๊ะกันไม่ได้หรอก” ฉันบอกข้อสันนิษฐานของตัวเองไป

“ถ้าเป็นแบบนี้ก็ดีน่ะสิ”

“แล้วแกล่ะ กับพี่ไผ่เป็นยังไงกันบ้าง”

“ก็เรื่อย ๆ มีไปหากันบ้างช่วงวันหยุด” มะปรางบอก

“แต่พี่ไผ่ก็ทำงานอยู่ไกลจริง ๆ นั่นแหละ” ฉันเห็นแล้วอดเป็นห่วงน้องสาวของตัวเองไม่ได้ มะปรางกับพี่ไผ่ตอนนี้มันคือรักทางไกล แม้จะไม่ไกลกันข้ามประเทศแต่มันก็ไม่ได้เจอกันบ่อยกว่าแต่ก่อน “ไม่คิดถึงกันแย่หรอ”

“คิดถึงสิ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงปนเศร้าแต่ก็ยังมีรอยยิ้มจาง ๆ เผยออกมาอยู่ “แต่มันก็นะ พี่ไผ่ก็มีหน้าที่ที่ต้องทำ ฉันเองก็ยังต้องเรียนหนังสือด้วย”

“แสดงว่าถ้าเรียนจบจะไปทำงานใกล้ ๆ กับพี่ไผ่หรอ” ฉันถามอย่างใคร่รู้ รู้สึกว่าน้องสาวของตัวเองดูเป็นผู้ใหญ่ยังไงไม่รู้สิ มะปรางเริ่มคิดถึงอนาคตข้างหน้าของตัวเองแล้วในขณะที่ฉันยังคงอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน

“ก็ต้องไปที่นั่นแหละ แกก็เห็นว่าสายงานฉันมันมีแต่อยู่ที่นั่นทั้งนั้น”

“มันก็จริง” ฉันพึมพำก่อนจะถอนหายใจออกมา “ฉันเองก็อยากทำงานนะ อยากลองทำงานดูบ้าง”

“ชีวิตสบายแบบนั้นจะอยากมาลำบากทำไม พี่ศิวาก็ดูเลี้ยงแกดีออก”

“มันก็ดี แต่ฉันรู้สึกว่าตัวเองควรจะออกไปเจอโลกข้างนอกบ้าง” ฉันบอกอย่างรู้สึกเหงา

ในขณะที่เพื่อนของฉันได้เจอเพื่อนในที่ทำงานใหม่ ได้เจอสังคมใหม่ แต่ฉันยังคงอยู่ที่เดิม เจอทุกอย่างเดิม ๆ ตลอดระยะเวลาที่คบกับศิวามา

แต่ก่อนฉันนึกรักสบาย อยากใช้ชีวิตดั่งเจ้าหญิงโดยไม่ต้องทำงานเพราะตัวเองทำงานมาหนักแล้วช่วงที่เรียนปีหนึ่ง แต่พอได้มาใช้ชีวิตแบบนั้นจริงมันกลับทำให้ฉันเบื่อ แม้ว่าสิ่งเดียวที่ไม่เคยเบื่อเลยคือการอยู่กับเขาก็ตาม แต่ฉัน...ก็อยากออกไปใช้ชีวิตในแบบของตัวเองบ้าง

ไหนจะเรื่องที่ศิวาพูดว่าอยากมีลูกอีก ถ้าฉันมีลูกขึ้นมาฉันต้องทุ่มเทแรงกายและใจทั้งหมดเพื่อลูก เมื่อถึงตอนนั้นฉันคงไม่ได้ออกไปทำงานอย่างที่ใจหวังแล้ว

“ทำไมไม่ลองคุยกับพี่เขาดูล่ะ”

“ว่าจะลองดูเหมือนกัน แต่รอให้เขาอารมณ์ดี ๆ หน่อยแล้วค่อยคุย” ฉันบอกอย่างมุ่งมั่นก่อนจะแกะของอย่างสุดท้ายออกจากถุง

“แต่ฉันว่าแกอยู่กับพี่ศิวาน่ะดีแล้ว ถ้าอยากทำงานก็ขอทำที่บริษัทของเขาก็ได้”

ความคิดเห็นของมะปรางนั้นฉันเองก็เห็นด้วยเพราะคิดมาสักพักแล้วล่ะ ตอนนี้ศิวายังไม่ได้เตรียมที่จะไปอยู่ที่อื่นเพราะเขาต้องการเคลียร์งานให้กับคุณพ่อก่อน อีกอย่าง...ไม่แน่ว่าเขาอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้เพราะถ้าเขาไป พ่อของเขาก็ต้องอยู่คนเดียว

หลังจากคุยกันเสร็จฉันกับมะปรางก็เข้าไปช่วยแม่ที่อยู่ในครัว เราใช้เวลาเตรียมของอยู่พักใหญ่ก่อนที่จะเห็นศิวาเดินเข้ามาข้างใน

“แม่ครับ พ่อเรียกให้ออกไปหาข้างนอก” ศิวาพูดกับแม่ก่อนจะเดินเข้ามาหาฉัน

“ขอบใจจ้า” พูดจบแม่ก็รีบเดินออกไปหลังบ้านทันที

แหมเรียกพ่อเรียกแม่ซะเต็มปากเต็มคำเลยนะ ได้ยินแล้วมันหมั่นไส้ยังไงไม่รู้

“อะไร มองฉันตาขวางขนาดนั้นหมายความว่าไง” พอแม่เดินพ้นสายตาเขาก็พูดกับฉันด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง สามีผู้อ่อนโยนนั้นช่างหายากเสียจริง

“เปล่าสักหน่อย” ฉันปฏิเสธและเริ่มเอาผักที่ล้างไว้มาเตรียมหั่นใส่ถาด

“เดี๋ยวฉันช่วย”

“ไม่เป็นไร ออกไปรอข้างนอกเลย เดี๋ยวฉันกับปรางทำกันสองคนเอง”

“เธอทำอาหารไม่เก่ง เดี๋ยวก็มีดบาดมือ”

“บ้าน่า ฉันหั่นได้...”

ฉึก!

คมมีดหั่นลงที่ปลายนิ้วของฉันเข้าอย่างไม่ทันตั้งตัว

“นั่นไง พูดไม่ทันขาดคำ” ศิวาพุ่งเข้ามาดูนิ้วฉันที่ตอนนี้มีเลือดไหลออกมา

“ก็นายนั่นแหละมาชวนฉันคุย ฉันไม่มีสมาธิเลยเห็นไหม”

“อย่ามาโทษคนอื่น ตัวเองทำพลาดเอง” เขาบ่นไปด้วยพร้อมกับจับนิ้วฉันไปล้างที่อ่างล้างจาน

“เป็นไรมากไหมคะพี่ศิวา” มะปรางที่ได้ยินก็รีบพุ่งมาดูฉันด้วย

“เดี๋ยวพี่พามะนาวไปทำแผล”

“ไม่ต้องหรอก เอาพลาสเตอร์มาแปะไว้ก็พอ” ฉันบอกก่อนจะหยิบเอาทิชชู่มากอดแผลไว้ไม่ให้เลือดไหล

“เดี๋ยวฉันไปเอามาให้” มะปรางรีบออกไปเอาพลาสเตอร์มาให้ ทิ้งฉันให้อยู่กับศิวาสองคนในตอนที่เขากำลังอารมณ์คุกรุ่น

“ฉันไม่เป็นไรหรอก เลือดออกนิดเดียวเอง” ฉันบอกเขาไปแม้ว่าตัวเองจะเริ่มใจไม่ดีแล้วก็ตาม ฉันไม่ชอบให้ตัวเองมีบาดแผลเอาซะเลย

ศิวารู้จักนิสัยตรงจุดนี้ของฉันดีเขาเลยไม่ไว้วางใจและจ้องมองด้วยความรู้สึกเป็นห่วงปนกรุ่นโกรธนิด ๆ

“คราวหลังไม่ต้องทำละนะ ทำอาหารทีไรได้แผลทุกที” เขาเริ่มบ่นออกมาด้วยความเป็นห่วงในขณะที่ฉันได้แต่ยืนนิ่ง

“ไม่ทำได้ยังไงล่ะ ฉันจะปล่อยให้ปรางมันทำคนเดียวได้หรอ บ้านฉันไม่เหมือนบ้านนายนะ”

“ฉันถึงเข้ามาจะช่วยนี่ไง”

“ไม่เป็นไรศิวา ฉันรู้สึกว่านายโอ๋ฉันเกินไปแล้ว” พอได้ยินแบบนั้นเจ้าตัวก็ชะงักไป “ฉันโตแล้วนะ”

“ก็ฉันเป็นห่วง เมียฉันทั้งคน”

“ฉันรู้ว่านายเป็นห่วง และฉันก็ดีใจมากด้วย แต่ฉันอยากให้นายลองปล่อยให้ฉันทำอะไรด้วยตัวเองบ้าง...ได้ไหม” นี่คือประตูด่านแรกที่ฉันต้องฝ่ามันไป ถ้าตรงนี้ฉันพูดกับศิวาได้ ประตูถัดไปคงไม่อยากเกินเอื้อม

เขาไม่ตอบแต่ถอนหายใจออกมา นั่นทำให้ฉันเริ่มรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก ฮือ...อย่าเพิ่งโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเลยนะ ศิวาเบือนหน้าไปอีกทางและเป็นจังหวะเดียวกันกับที่มะปรางเดินเข้ามา

“มาแล้ว ๆ” มะปรางมาพร้อมพลาสเตอร์ก่อนที่เธอจะลงมือจัดการแปะมันทับบนแผลให้กับฉัน “แกไม่ต้องทำก็ได้มะนาว เดี๋ยวที่เหลือฉันทำเอง”

“แต่ว่า...”

“มือเป็นแผลแบบนี้ห้ามโดนน้ำนะ” มะปรางยิ้มให้กับฉันก่อนจะหันไปเตรียมของของตัวเองต่อ

“เดี๋ยวฉันช่วยมะปรางเอง เธอไปนั่งรอข้างนอกไป”

“พี่ศิวาไปดูแลมะนาวเถอะค่ะ เดี๋ยวแม่ก็กลับมาแล้ว” มะปรางบอกก่อนจะส่งยิ้มมาให้

“แค่มีดบาดเองทำไมต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่” ฉันบ่นอุบเพราะดูทุกคนจะซีเรียสกับเรื่องมีดบาดมือของฉันมาก

“มีเรื่องจะคุยกันไม่ใช่หรอ” มะปรางพูด นั่นทำให้ฉันนิ่งไป แสดงว่ายัยน้องคนนี้แอบฟังอยู่สินะ “เดี๋ยวที่เหลือจัดการเอง”

“อ่า แต้งกิ้วนะ” ศิวาพูดก่อนจะหันมามองฉันแล้วเอื้อมมือมาฉุดแขนให้เดินออกไปยังหน้าบ้าน

ทั้งที่ก่อนหน้าที่ทำเหมือนไม่อยากจะคุยแท้ ๆ แต่ตอนนี้ดันมาลากฉันออกมาซะได้

“ก่อนหน้านี้เธอพูดว่าอยากทำงานหรอ” ฉันพยักหน้าทันทีที่เขาเอ่ยถาม “ฉันได้ยินเธอพูดกับมะปรางเรื่องนี้ด้วย”

นี่เขาแอบฟังฉันกับมะปรางคุยกันหรอ แต่ก็ดีเหมือนกัน ฉันจะได้ไม่ต้องหาจังหวะคุยเพราะเจ้าตัวเอ่ยถามขึ้นมาเอง

“อื้อ ตั้งใจว่าจะหาโอกาสคุยอยู่เหมือนกัน”

“มาคิด ๆ ดูแล้วให้เธอทำงานก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่เหงา”

“จริงหรอ” ฉันมองเขาตาเป็นประกาย รู้สึกหัวใจมันพองโตขึ้นมาพอ ๆ กับตอนได้ยินประโยคขอแต่งงานจากเขาเลย “นายจะให้ฉันทำจริงหรอ”

“อือ แต่มาทำกับฉันนะ ไม่ให้ไปที่อื่น”

“ได้ ๆ ให้ทำอะไรก็ได้”

“แล้วบอกไว้ก่อนนะว่าฉันไม่ได้โอ๋เธอขนาดนั้น อย่าเข้าใจผิด” เขาพูดก่อนจะเบือนหน้าไปอีกทาง

“อื้อ ไม่โอ๋ก็ไม่โอ๋” ตอนนี้ฉันยอมเขาทุกอย่างเลย รู้สึกว่าตัวเองได้รับอิสระบางอย่างแบบที่ไม่เคยได้มาก่อน

“ดูดีใจจังเลยนะ” เขาหันมามองฉันแล้วยิ้มบาง ๆ ส่งมาให้ “ตอนฉันขอเธอแต่งงานยังไม่เห็นดีใจเท่านี้เลย”

“ก็ดีใจพอ  ๆ กันนั่นแหละ” ฉันบอกก่อนจะพุ่งเข้ากอดศิวาเต็มแรงแล้วเอาแก้มถูไถกับอกแกร่ง “รักศิวาที่สุดเลย”

เขาดูตกใจมากกับการแสดงออกของฉันเพราะเจ้าตัวนิ่งไปเลย แต่ไม่นานเขาก็กอดตอบกลับแล้วยกมือขึ้นลูบผมฉันด้วยความอ่อนโยน ฉันได้ยินเสียงเขาพึมพำออกมาอยู่คนเดียวท่ามกลางความดีใจที่สุดของฉัน

“ถ้ารู้ว่าให้ทำงานแล้วน่ารักขนาดนี้ ฉันปล่อยให้ทำตั้งนานแล้ว”

------------------------------------------------------------------------------------

- (ทอล์ก 100%)

มาแล้วง้าบบบบบบ

- (ทอล์ก 80%)

กลับมาแล้วค่าาา เรื่องของศิวากับมะนาวจะอยู่ในเล่มพิเศษที่กำลังจะออกนี้พอดีเลยน้า คือเค้าแต่งพาร์ทของคู่นี้ก่อนใครละรู้สึกว่ามันไม่พอจริง ๆ อะ อยากต่อไปอีกแต่ติดจำนวนหน้า 55555555 เดี๋ยวจะไปกินที่ของพาร์ทคู่อื่นอีก เนื้อหาที่เอามาลงแต่ละพาร์ทจะอยู่ที่ 50% ของคู่นั้น ๆ นะคะ ใครสนใจพรีหนังสือสามารถเข้าไปดูรายละเอียดที่เพจได้เลยค่าา

- (ทอล์ก 60%)

มาละจ้า มาแบบดึกมากเวอร์ ศิวากับพี่ไผ่นี่มันดีกันได้ยากจริง ๆ  555

- (ทอล์ก 40%)

พี่ไผ่กับพี่ศิวาเจอหน้ากันทีไรเป็นต้องพังกันไปข้าง 55555

แต่จะสงบขึ้นถ้าอยู่บ้านพ่อตาแม่ยาย กร๊ากกก

- (ทอล์ก 20%)

ศิวาพอแต่งงานแล้วก็เริ่มมีความคิดว่าฉันจะต้องเป็นผู้นำ นี่คงคิดจะทำให้มะนาวอยู่ในโอวาทเริ่มด้วยการใช้คำเรียกก่อนเลยใช่มะ 555555 แล้วมารอดูกันว่าแม่มะนาวเราจะยอมง่าย ๆ ป่าว หรือจะต้องเอาของกินมาเซ่นไหว้ก่อนนนนนน


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 193 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

131 ความคิดเห็น

  1. #51 firstzy93 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2563 / 21:35
    อ้อนนะ
    #51
    0
  2. #50 firstzy93 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2563 / 00:24
    รอค่าาา
    #50
    0
  3. #48 พราวแสงดาว (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 01:33
    Hello.....เจ้าศิวาน้อยหายไปนานจัง
    #48
    0
  4. #47 ดาวที่หายไป (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 19:02

    รอนานแว้ววว
    #47
    0
  5. #42 Nanny_Fhakathong (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:50
    เมื่อไหร่ศิาน้อยจะมานาาาา
    #42
    0
  6. #41 NNNNB_NINJANORAH (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:09
    อย่าตีกันเด้อพ่อตาแม่ยายอยู่เด้อ
    #41
    0
  7. #40 0858919470 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:26

    เมื่อไหร่พี่ไผ่กับศิวาจะสงบศึก 5555.
    #40
    0
  8. #39 heykeo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:26
    ศิวาดุขึ้นนะ
    #39
    0
  9. #38 Maymie's Mimi (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:32
    เจิมๆๆๆจ้าาา
    #38
    0
  10. #37 euy0807770000 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:41
    เจิมค่าาาา:)
    #37
    0
  11. #36 Nutty2008 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:30
    เจิมมมมรอ
    #36
    0
  12. #35 kaekae2526 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:12
    เจิมมม
    #35
    0
  13. #34 pimon9172 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:42
    เจิมมมม
    #34
    0
  14. #33 heykeo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:52
    เจิมมมมมมมมม
    #33
    0
  15. #32 minigirl_gg (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:51
    เจิมมมมม
    #32
    0