Your Boyfriend ผมเป็นแฟนคุณนะครับ

ตอนที่ 3 : [บทที่ 2] วุ่นวาย (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,765
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 206 ครั้ง
    18 ก.ย. 63

-----------------------------------------------------------

บทที่ 2

วุ่นวาย

 

คำบอกกล่าวของเขาทำฉันอ้าปากค้างก่อนจะเข้าใจความหมายนั้นอีกครั้งเพราะพี่ทอมโบกมือเป็นเชิงไล่อย่างไม่แยแสความรู้สึกใด ๆ

ทั้งที่คิดว่าไม่จำเป็นต้องพูดคุยหรืออะไรกับเขามากนักแต่ฉันก็ดันเก็บเรื่องของเขามาใส่ใจอยู่ดี

ในเมื่อเราอยู่บ้านเดียวกันแต่มาทำแบบนี้มันก็ทำให้ฉันอึดอัดเหมือนกันนะ

พอหันหลังเดินจากมาฉันก็พึงคิดได้ว่าเขาเป็นพวกโลดส่วนตัวสูงมากจริง ๆ แม้แต่ยามอ่านหนังสือก็ต้องอยู่คนเดียว มิน่าล่ะ...เขาถึงชอบหมกตัวอยู่แต่ในห้องช่วงที่พวกฉันมาถึง พอต้องย้ายไปอยู่กับพี่ปุณเลยรู้สึกว่าตัวเองไม่มีความเป็นส่วนตัวหรือเปล่านะ

นั่นคือเหตุผล...ที่ทำให้เขาไม่ชอบฉันขนาดนี้เลยอย่างนั้นหรอ ฉันเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะเข้ามาแย่งห้องนอนของเขาสักหน่อย

ใจฉันมันชักจะเริ่มรู้สึกไม่ดีซะแล้วสิ แต่ถ้าไปบอกพ่อกับแม่ตอนนี้ล่ะก็...มันคงทำให้แม่ฉันลำบากใจไม่น้อยเพราะท่านเองได้ฝากฝังฉันไว้กับคุณน้าเป็นอย่างดีแล้ว แถมยัง...ทะเลาะกับคุณพ่อด้วยตอนที่ดึงดันจะพาฉันมาอยู่ที่นี่

คงต้องรอดูไปสักระยะเผื่อว่าหลังจากนี้ระหว่างเราอาจจะดีขึ้นบ้างก็ได้ ถ้ามันไม่ดี อย่างน้อย...มันก็คงทำให้คุณพ่อสบายใจขึ้นมาเพราะยังไงเขาก็ไม่มีทางมายุ่งกับฉันแน่นอน

“อ้าว ให้มันแล้วหรอ” ขณะที่กำลังเดินไปยังห้องของตัวเองพี่ปุณที่จู่ ๆ ก็เปิดประตูออกมาได้เอ่ยถาม

“ค่ะ” ฉันหันไปตอบแล้วเพิ่งจะเห็นว่าเขาเปลี่ยนชุดเหมือนกำลังจะออกไปข้างนอก “แล้วนี่พี่ปุณจะไปไหนหรอคะ”

ฉันเห็นเขาสะพายกระเป๋าเป้ด้วยเลยคิดว่าต้องไปค้างที่อื่นแน่ ๆ

“พอดีเพื่อนพี่จะมารับไปทำอุปกรณ์สำหรับเตรียมรับน้องเข้าสาขาวันปฐมนิเทศ เลยว่าจะไปค้างที่หอเพื่อนเลย”

“อ้าว...”

“พี่บอกพ่อกับแม่ละ ไม่ต้องห่วง” เขายิ้มให้ก่อนจะเดินมายีผมฉัน “เดี๋ยวพี่ทิ้งกุญแจรถไว้ให้ไอ้ทอมพาเราไปมอพรุ่งนี้แล้วกัน จะได้ไม่ต้องลำบากขึ้นรถไฟฟ้าไป”

“...”

“ช่วงนี้อาจจะไม่ค่อยเจอพี่อยู่บ้านเท่าไหร่นะ กิจกรรมเยอะจริง ๆ”

“พี่ปุณหมายถึงพรุ่งนี้ก็จะค้างที่หอเพื่อนหรอคะ”

“ใช่” เขาตบบ่าฉันเบา ๆ สองที “พี่ไปนะ”

เขาบอกทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินลงบันไดไปอย่างเร่งรีบ ฉันหันขวับไปเกาะราวบันไดแล้วมองตามหลังเขาอย่างตกใจ

แย่แล้วสิ งั้นพรุ่งนี้พี่ปุณก็ไม่ได้กลับมาบ้าน แล้วฉันจะมีรถกลับมาหรอถ้าพี่ทอมไม่ยอมรอกัน

ตึก ๆ

ฉันรีบวิ่งตามพี่ปุณไปแต่พอลงมาถึงก็เห็นพี่ทอมนั่งโยนกุญแจรถเล่นโดยสายตามองไปยังหน้าบ้าน เขาปรายตามามองฉันแล้วยกยิ้มที่มุมปากอย่างมีเลศนัย ส่วนฉันก็รีบวิ่งไปส่องยังประตูหน้าบ้านก็พบว่าพี่ปุณกำลังขึ้นรถเพื่อนของเขาอยู่

ได้ยินเสียงของคนลุกขึ้นอยู่ด้านหลังฉันเลยหันไปมองก่อนจะพบว่าพี่ทอมเก็บหนังสือมาถือไว้ในมือแล้ว เขาเตรียมจะเดินขึ้นบนบ้าน

“พี่ทอมคะ พรุ่งนี้หนูคงไม่ได้กลับกับพี่ปุณแล้ว พี่ทอมช่วยรอ...”

“เธอคิดว่าฉันว่างถึงขนาดมารอเธอทั้งวันได้หรอ” เขาหันมาเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม “แค่ไปส่งก็น่าจะพอแล้วมั้ง”

“แต่หนู...”

“โตแล้ว หัดรับผิดชอบตัวเองซะบ้าง”

“นี่พี่ทอมไม่ชอบหนูขนาดนั้นเลยหรอคะ” ฉันถามไปเพราะเห็นถึงท่าทีของเขา ตอนแรกก็คิดว่าคงได้สู้รบปรบมือกันอยู่บ้างและฉันก็คงสู้ได้อย่างแน่นอน แต่ตัวเองดันไม่ใช่คนที่จะมีเรื่องกับใครได้ง่าย ๆ ขนาดนั้นนี่สิ ฉันไม่ใช่สายปะทะหรอกนะ

เขาหัวเราะในลำคอก่อนจะเดินสาวเท้าเข้ามาใกล้ฉัน

“เมื่อตอนเย็นเป็นเธอไม่ใช่หรอที่กล้าปากดีกับฉันน่ะ”

เมื่อตอนเย็นทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบเฉย ๆ แต่พอมาลองคิดดูแล้วถ้าฉันมีเรื่องกับเขาล่ะก็...แพ้ตั้งแต่คิดแล้วจริง ๆ

“หนูขอโทษค่ะ ตอนนั้นหนูแค่โกรธที่พี่ทอมพูดไม่ดีกับหนู”

“หึ! ทำเป็นปากเก่ง”

อา...ฉันอุตส่าห์ยอมอ่อนข้อให้เขาแล้วนะ ทำไมถึงยังใจร้ายแบบนี้อยู่อีก

“งั้นถ้าพรุ่งนี้หนูขอน้ามะปรางให้พี่ทอมอยู่รอ คงจะไม่ว่าอะไรใช่ไหมคะ” ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขา

“หยุด อย่าแม้แต่จะคิด”

“ในเมื่อเราคุยกันดี ๆ ไม่ได้ ก็คงต้องใช้วิธีนี้แล้วค่ะ”

“เธอนี่มันร้ายตาใสจริง ๆ” เขาชี้หน้าฉันก่อนจะกัดฟันกรอด “ไม่คิดบ้างหรอว่าถ้าพูดขอไปมันจะทำให้น้าของเธอลำบากใจขึ้นมา”

“...” ฉันยืนนิ่งหลังจากได้ยินคำนั้นจากเขา

“ฉันต้องไปรอเธอทั้งวันโดยเสียเวลาอ่านหนังสือ เธอคิดว่าน้าเธอจะลำบากใจเวลาเอ่ยปากขอร้องฉันหรือเปล่า”

ฉันเม้มปากแน่นอย่างคนไร้ความคิดเพราะตอนนี้ความรู้สึกมันเอนเอียงไปตามสิ่งที่เขาพูดแล้ว

ฉันเองก็ลืมนึกถึงเรื่องนี้ไปเลย แบบนี้เหมือนตัวเองเห็นแก่ตัวแถมยังไปบังคับเขาอีกด้วย

“หนูขอโทษค่ะ” สุดท้ายแล้วฉันคิดว่าคงต้องพึ่งพาตัวเองอย่างที่เขาบอก ฉันต้องรับผิดชอบตัวเองให้ได้สินะ “เดี๋ยวหนูกลับเองก็ได้ค่ะ”

พรุ่งนี้คงต้องขอที่อยู่กับคุณน้าไว้ว่าที่นี่มันอยู่ตรงไหน เผื่อว่าตอนกลับจะเรียกแท็กซี่แล้วให้เขาพามาแม้คุณพ่อจะบอกว่าไม่อยากให้นั่งแท็กซี่เท่าไหร่เพราะฉันเป็นเด็กหญิงตัวคนเดียว ท่านกลัวว่าจะเป็นอันตราย และฉันก็คิดว่ามันน่าจะอันตรายด้วย

ฉันเดินกลับขึ้นมาบนห้องโดยไม่ได้สนใจพี่ทอมอีก จะใจร้ายกับฉันยังไงก็เชิญเลย ไม่ง้อก็ได้

 

เช้าวันต่อมา

ฉันตื่นมาช่วยน้ามะปรางทำอาหารเช้าด้วยความอ่อนเพลียเนื่องจากมเอคืนกว่าจะได้นอนก็ปาไปเกือบตีหนึ่ง ฉันคอลคุยกับแม่ทั้งคืนเพราะรู้สึกคิดถึงท่านขึ้นมา แอบนอนร้องไห้ด้วยเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่จากบ้านมาไกล

“ไหวไหมบันได” น้ามะปรางถามแล้วหันมามองฉันด้วย

“ไหวค่ะ”

ฉันแต่งตัวเรียบร้อยพร้อมจะออกไปมหาวิทยาลัยแล้ว เหลือแค่รอทุกคนมาทานข้าวเช้าด้วยกัน

“ดีนะที่บ้านน้าไม่ได้ห่างจากที่ทำงานของน้าไผ่และมอของบันไดมาก ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้มานั่งกินข้าวเช้ากันสบายใจแบบนี้หรอก”

“ถ้าไกลกันมากต้องออกไปแต่เช้ามืดเลยใช่ไหมคะ” ฉันเคยเห็นคนบ่นกันเรื่องนี้ตลอดเลย

“ใช่ กินข้าวบนรถ” คุณน้าตอบอย่างขำขัน

ฉันได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังเดินจึงหันไปมอง น้าไผ่เดินลงมาจากชั้นสองพอดี ตามมาด้วยพี่ทอมที่ใบหน้าของเขาก็ยังคงเรียบนิ่งเช่นเดิม

ที่จริงพี่ทอมตื่นตั้งแต่เช้าแล้ว เขาลุกมาซ่อมประตูหลังบ้านให้คุณน้าด้วย เห็นว่ากลอนมันพังหรืออะไรสักอย่างนี่แหละ

“กลิ่นหอมไปถึงชั้นสองเลย” น้าไผ่พูดพร้อมกับนั่งลงตรงหัวโต๊ะ

“วันนี้มีผัดผักฝีมือบันไดด้วยนะคะ” น้ามะปรางโปรโมทกับข้าวของฉันอย่างเต็มที่

“ดีเลย เมื่อวานอร่อยมาก น้าชอบ” น้าไผ่หันมาคุยกับฉันอย่างใจดี

“งั้นก็ทานเยอะ ๆ นะคะ” ฉันบอกแล้วเริ่มลงมือตักข้าวให้ทุกคน

จากนั้นเราก็ร่วมทานข้าวด้วยกันสี่คนเนื่องจากพี่ปุณไม่อยู่ น้าไผ่มองฉันก่อนจะเอ่ยถาม

“รู้ใช่ไหมว่าตัวเองต้องไปตึกไหนของมอ”

“ไม่ค่ะ แต่พี่ทอมบอกว่าจะไปส่งที่ตึกเอง”

“แล้วขากลับล่ะ” น้าไผ่ถามก่อนจะเริ่มทำสีหน้าครุ่นคิด “ตอนแรกน้าว่าจะให้เรากลับกับเจ้าปุณ แต่พอปุณไม่อยู่แล้วจะกลับยังไง”

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูกลับได้ ไม่อยากรบกวนมากไปกว่านี้แล้วค่ะ” ฉันบอกอย่างเกรงใจเพราะรู้สึกว่าพวกน้าจะลำบากกับฉันเกินไปแล้ว

“งั้นทอมรอน้องได้ไหม หรือถ้าไม่อยากรอก็กลับมาบ้านก่อน ค่อยไปรับตอนน้องเลิกงานที่มอแล้ว” น้าไผ่ไม่ฟังฉัน ท่านหันไปหาพี่ทอมที่นั่งอยู่ถัดจากตัวไป

พี่ทอมตวักสายตามามองฉันแว้บเดียวแล้วหันกลับไปหาน้าไผ่อีกครั้ง

“เราว่างหรือเปล่า” น้าไผ่เอ่ยถามดูก่อน

“...” พี่ทอมไม่ตอบเหมือนกำลังครุ่นคิดหาทางเอาตัวรอด

ฉันเองก็ไม่อยากจะเป็นภาระของเขาเท่าไหร่นัก

“หนูนั่งแท็กซี่กลับก็ได้ค่ะ หนูขอที่อยู่กับน้ามะปรางแล้ว” พอบอกแบบนั้นน้าไผ่ก็หันไปมองหน้ามะปรางทันที

“คือ...เมื่อเช้าบันไดมาขอที่อยู่บ้านเราไปค่ะ บอกว่าจะเอาไว้เผื่อขากลับอาจได้นั่งแท็กซี่” น้ามะปรางอธิบายเสริมจากฉัน

“หลานเพิ่งจะมาอยู่ที่นี่ได้แค่วันเดียวเอง ให้ไปไหนมาไหนคนเดียวแบบนี้ไม่ได้” น้าไผ่เอ่ยขึ้นนั่นทำให้น้ามะปรางเงียบไปคล้ายกำลังโดนตำหนิที่ดูแลฉันไม่ดี

ฮือ...ฉันไม่ได้ต้องการให้มันเป็นแบบนี้นะ

“หนูอยากจะลองกลับเองแหละค่ะน้าไผ่ น้ามะปรางก็ห้ามแล้วแต่หนูก็ยังดื้อ หนูขอโทษนะคะ” ฉันเอ่ยออกไปด้วยความกังวล บรรยากาศบนโต๊ะทานข้าวเป็นไปด้วยความอึดอัด

“ผมไปรับบันไดกลับได้ครับ ไม่มีอะไรทำแล้วนอกจากอ่านหนังสือ” สุดท้ายพี่ทอมเลยยอมรับปากออกมา

น้ามะปรางคงไม่กล้าขอร้องพี่ทอมเพราะมาคิดดูแล้วเขาก็เป็นหลานของน้าไผ่ แต่คราวนี้น้าไผ่ออกหน้าเอง พี่ทอมคงยากที่จะปฏิเสธ

ฉันมองหน้าทั้งสามคนอย่างอึดอัดใจเพราะรู้สึกถึงความกดดันหลาย ๆ ด้าน ทั้งเกรงใจทุกคนมาก ๆ เหมือนตัวเองมาเป็นภาระของพวกเขาเลย

“อย่าคิดมาก เมื่อกี้พี่ขอโทษ” จู่ ๆ น้าไผ่ก็พูดขึ้นพร้อมกับหันไปหาน้ามะปรางที่นั่งเงียบอยู่ด้านข้าง

“น้ามะปรางไม่ต้องกังวลนะครับ ผมจะดูแลบันไดให้เอง” คล้ายกับว่าทั้งสองคนกลัวว่าน้ามะปรางจะลำบากใจเลยพูดมันออกไปเดี๋ยวนั้นเลย

น้ามะปรางยิ้มให้ทั้งคู่ก่อนที่บรรยากาศจะกลับมาเป็นปกติตามเดิม ฮือ...เมื่อกี้มันอึดอัดซะจนฉันไม่อยากจะกินข้าวเลย แต่ดีที่มันกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้วววววว

 

“น้าห่อข้าวให้ไปกินที่มอด้วยนะ เผื่อเราหาร้านข้าวไม่เจอแล้วกลัวว่าจะไม่มีเพื่อนกินข้าว” น้ามะปรางบอกพร้อมกับยื่นกล่องใส่ข้าวมาให้

“ขอบคุณค่า” ฉันรับมาแล้วเก็บเข้าถุงผ้าที่เตรียมมาเรียบร้อยก่อนจะเงยหน้ามองท่าน “หนูขอโทษนะคะที่ดึงดันจะกลับเองจนทำให้คุณน้าต้องลำบากใจ”

“ไม่เป็นไร น้าเข้าใจ เด็ก ๆ ก็งี้แหละ อยากไปไหนมาไหนด้วยตัวเอง” ท่านพูดอย่างเข้าอกเข้าใจทั้งที่ความจริงไม่ใช่แบบนั้นเลย

แต่ก็ดีแล้วล่ะ น้ามะปรางจะได้ไม่ต้องคิดมากเรื่องฉันกับพี่ทอมอีก

“งั้นหนูไปก่อนนะคะ” ฉันยกมือไหว้ท่านก่อนจะรีบเดินออกมายังหน้าบ้านที่ตอนนี้พี่ทอมสตาร์ทรถไว้รอแล้ว

ฉันขึ้นเข้ามานั่งในรถพร้อมกับคาดเข็มขัดนิรภัยอย่างรวดเร็วก่อนจะมองไปยังเขาที่กำลังเล่นโทรศัพท์อยู่

รู้สึกแปลกตานิดหน่อยที่พี่ทอมเล่นโทรศัพท์ ปกติจะเห็นเขาอยู่กับแต่หนังสือ

“แป๊บนะ” เหมือนเขารู้ว่าฉันมองจึงเอ่ยขึ้น

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูไม่รีบ” ฉันบอกแล้วหยิบเอาโทรศัพท์ขึ้นมาดูบ้าง

ตอนนี้ฉันติดตามข่าวสารของมหาวิทยาลัยผ่านแฟนเพจและหน้าเว็บ ดูเหมือนว่านักศึกษาปีหนึ่งเดินทางไปถึงสถานที่กันเยอะแล้ว

ขณะที่กำลังไล่ดูรู้ที่ทางเพจเอาลงอยู่นั้นพี่ไปป์ก็ทักมาหา

โห...ถึงเขาจะเรียนอยู่แถวบ้านฉันแต่เราก็ไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไหร่เพราะพี่ไปป์โลกส่วนตัวสูงมาก วันนี้พี่ท่านทักมาหาฉันด้วย ฉันนี่ดูเป็นน้องรักของเขาจริง ๆ

พี่ไปป์ : เป็นไงบ้าง เห็นปุณบอกว่าปฐมนิเทศวันนี้

บันได : กำลังจะออกจากบ้านค่ะ

บันได : หนูตื่นเต้นจังเลยพี่ไปป์

ฉันบอกแล้วหันไปจ้องมองพี่ทอมที่กำลังก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์อยู่

พี่ไปป์ : ไปยังไง ไอ้ทอมไปส่งไหม

บันได : ใช่ค่ะ

พอฉันตอบไปแบบนั้นก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ของคนข้างตัวดังขึ้น เขากดรับในทันที

“ว่าไงพี่ไปป์” ชื่อของพี่ไปป์ทำให้ฉันสนใจขึ้นมานิดหน่อยก่อนจะค่อย ๆ หันไปมองคนข้างตัว เป็นจังหวะเดียวกันกับที่พี่ทอมหันหน้ามามองฉันเหมือนกัน “ครับ ๆ รู้แล้ว”

อย่าบอกนะว่าเขาโทรมาหาพี่ทอมเรื่องของฉันน่ะ

“ครับ” เขาพูดแค่นั้นก่อนจะวางสายไป

ฉันรีบหลบสายตาคมของเขาทันที แบบนี้พี่ทอมจะเข้าใจว่าฉันบอกพี่ไปป์เรื่องนี้หรือเปล่าเนี่ย

แต่น่าแปลกที่พอวางสายแล้วพี่ทอมไม่ได้พูดอะไรเลย เขาหันไปขับรถออกจากบ้านในทันที

“ฉันว่าจะไม่กลับบ้านนะ เดี๋ยวรออยู่ที่มอเลย” เขาเอ่ยขึ้นขณะที่ขับรถไปส่งฉัน

“อ้าว ทำไมล่ะคะ”

“พี่ไปป์วานให้ช่วยรอ” เขาบอกก่อนจะพ่นลมหายใจออกมา

“ถ้าพี่ทอมไม่สะดวกรอก็ไม่เป็นไรนะคะ พี่ทอมไปส่งหนูแล้วกลับบ้านเลยก็ได้ หนูไม่บอกพี่ไปป์หรอกค่ะ” ฉันบอกอย่างเกรงใจ

“แน่ใจหรอว่าจะไม่บอก เมื่อกี้ก็เพิ่งบอกเขาไปนี่”

พอได้รับการตอบกลับแบบนั้นฉันก็รู้ในทันทีว่าพี่ทอมนั้นอคติกับฉันไปแล้ว

“พี่ไปป์ถาม หนูก็แค่ตอบค่ะ” ฉันบอกไปตามความจริงก่อนจะยื่นโทรศัพท์ให้เขาดู “ไม่เชื่อก็ลองดูสิคะ”

“ฉันขับรถอยู่ ไม่เห็นหรือไง” พอทำแบบนั้นแล้วโดนสายตาตำหนิตวัดมามองอย่างแรง

ทำอะไรก็ผิดมันเป็นแบบนี้สินะ

ฉันเก็บโทรศัพท์ไว้กับตัวเองดังเดิมก่อนจะนั่งเงียบ ๆ ไม่ได้พูดอะไรขึ้นมาอีก จะทำอะไรก็แล้วแต่เขาเลยละกัน

พี่ทอมใช้เวลาขับรถพาฉันเข้ามาในมอไม่นาน ฉันมองไปยังด้านข้างอย่างตื่นตาตื่นใจเพราะตอนนี้ผู้คนมากมายกำลังเดินกันให้ควั่กเต็มพื้นที่รอบบริเวณเลยด้วย

“ตึกไหน” เขาถามฉันถึงสถานที่ปฐมนิเทศ

“เขาบอกตึกนี้ค่ะ” ฉันยื่นหน้าจอโทรศัพท์ให้เขาดู

พี่ทอมปรายตามามองปราดเดียวช่วงที่รถติดสัญญาณไฟก่อนจะพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้

เขาพาฉันขับมายังพื้นที่โล่งที่ตอนนี้มีรถจอดเต็มไปหมด พอเข้ามาจอดเขาก็ลงจากรถไปโดยไม่รอฉันเลย

“ต้องไปที่ไหนหรอคะ” ฉันถามอย่างสงสัยตอนที่ลงจากรถมาแล้วเพราะมองไปทางไหนก็ล้วนเป็นอาคารสูงตระหง่านตั้งเรียงรายอยู่โดยรอบ

“เดี๋ยวพาเดินไป ที่จอดรถใกล้ ๆ มันไม่มี” พี่ทอมบอกแค่นั้นแล้วเดินนำฉันไปด้านหน้า

ฉันรีบเดินตามเขาอย่างรวดเร็วพร้อมหอบข้าวของพะรุงพะรัง ไหนจะกระเป๋าที่เป็นเอกสารสำหรับใช้หลังจากนี้อีก ข้าวกล่องของคุณน้าก็ด้วย

“อีกไกลไหมคะพี่ทอม” ฉันถามในตอนที่กำลังเดินแหวกผู้คนหลังจากเข้ามาในตัวอาคารแล้ว

ฉันต้องไปปฐมนิเทศของคณะก่อนแล้วตอนบ่ายค่อยไปรวมตัวของมหาวิทยาลัย

เขาจะพึ่งพาได้ใช่ไหมนะ เพราะเจ้าตัวเองก็เรียนแพทย์ อาจจะไม่รู้เส้นทางของคณะเกษตรดีก็ได้

“ไม่รู้อะ เดี๋ยวลองถามคนแถวนี้ดู” เขาหันมาตอบฉันก่อนจะหยุดเดินในทันทีนั่นทำให้ฉันเกือบชนกับเขาเข้าให้แล้วถ้าไม่ติดว่ายั้งปลายเท้าไว้ได้ก่อน

“มีอะไรหรอคะ” ฉันถามเพราะเห็นว่าเขามองไม่วางตา

พี่ทอมยืนครุ่นคิดอยู่นานก่อนที่พูดมันออกมาด้วยความยากลำบาก

“กระดุมหลุด” เขาตอบแค่นั้นแล้วหันหลังให้

ฉันรีบก้มมองชุดของตัวเองแล้วก็พบว่ากระดุมช่วงเม็ดที่สองและสามมันหลุดออกจากกันโดยไม่รู้ตัว

ฉันรีบติดมันกลับอย่างรวดเร็วก่อนจะมองไปรอบ ๆ แล้วก็พบว่าไม่น่าจะมีใครเห็น หรือคนที่เห็นก็คือคนที่เดินผ่านกันไปแล้วล่ะ

ฉันน่าจะเผลอกรีดตรงช่องกลัดกระดุมยาวไปหน่อยเลยทำให้มันหลวมบวกกับเมื่อกี้เทียวหอบของเดินตามเขาอย่างเร่งรีบด้วย

“เสร็จแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะพี่ทอม” ฉันบอกเพื่อให้เขาหันกลับมา

แต่ในจังหวะนั้นเองที่ฉันเห็นว่าผู้คนโดยรอบต่างมองเขาเป็นตาเดียวอย่างให้ความสนใจ ไม่แปลกที่มันจะเป็นแบบนี้เพราะพี่ทอมถือว่าเป็นผู้ชายที่หน้าตาดีมากคนหนึ่ง

“แล้วนี่หอบอะไรมานักหนา” เขาถามเมื่อเห็นว่าฉันถือของมาเยอะมาก สงสัยตอนอยู่ในรถไม่ทันสังเกตเพราะมัวเล่นแต่โทรศัพท์

“หนูห่อข้าวมากินที่มอด้วยค่ะ น้ามะปรางทำให้” ฉันบอกแล้วชูถึงใส่ข้าวกล่องให้เขาดู

“เอามานี่ ตอนจะย้ายไปปฐมนิเทศของมหาวิทยาลัยค่อยออกมาเอา” เขาแย่งของฉันไปถือด้วยท่าทางหงุดหงิด “แล้วก็เดินให้มันเร็ว ๆ ด้วย เดี๋ยวจะไม่ทัน”

“ค่า” ฉันขานรับแล้วรีบวิ่งตามเขาไป

พี่ทอมทำเพียงแค่ก้าวเท้ายาว ๆ ก็เดินไปได้ไกลแล้ว ส่วนฉันต้องรีบวิ่งตามเขาเพราะขาสั้นเหลือเกิน

เขาพาฉันขึ้นบันได้มายังชั้นสองก่อนที่เราจะมาหยุดอยู่หน้าห้องห้องหนึ่งที่มีนักศึกษาหลายคนยืนอยู่

“มาปฐมนิเทศครับ” เขาบอกรุ่นพี่คนนั้น

“น้องชื่ออะไรคะ” พวกเธอถามเขาก่อนจะจ้องมองด้วยดวงตาแวววาว

“ชื่ออะไร” แต่พี่ทอมกลับหันมาถามฉันแทน

“นรารัตน์ บรรณวิทย์ค่ะ” ฉันบอกชื่อกับพวกเธอไปก่อนจะค้นเอาใบรายงานตัวไปยื่นให้ ดูเหมือนพวกพี่จะเป็นคนที่ดูเรื่องลงทะเบียน “สาขาทรัพยากรที่ดินและสิ่งแวดล้อมค่ะ”

พี่ทอมขยับออกห่างเพื่อให้ฉันติดต่อกับทางพี่ ๆ เขาได้สะดวกขึ้น

“สักครู่นะคะ” เธอบอกฉัน ดังนั้นฉันจึงหันไปมองพี่ทอมที่กำลังยืนรอด้วยท่าทางเบื่อหน่าย

“พี่ทอมจะรอหนูใช่ไหมคะ”

“บอกว่าจะรอก็รอสิ” เขาตอบแค่นั้น

“งั้น...หนูเข้าไปปฐมนิเทศแป๊บนึง ถ้าเสร็จแล้วจะรีบออกมานะคะ”

“อือ เสร็จแล้วก็โทรมา” เขาบอกแล้วล้วงเอาโทรศัพท์ส่งมาให้ฉันกดเบอร์โทรให้

ฉันรับมากดเบอร์ของตัวเองแล้วกดโทรออกเพื่อให้เบอร์เขามันเข้ามาอยู่ในเครื่องของฉัน

นี่เป็นการถูกผู้ชายของเบอร์โทรด้วยท่าทางไม่ค่อยเต็มใจครั้งแรกเลยล่ะ

พอยื่นโทรศัพท์คืนให้เขาก็รับไว้แล้วเดินจากไปทันที แม้จะทำให้ฉันลำบากใจอยู่มากเรื่องที่เขาต้องมาคอยนั่งรอแต่ถ้าบอกให้กลับไปเขาก็ต้องตั้งแง่กับฉันอีกเลยคิดว่าปล่อยให้พี่ทอมเขาทำตามใจตัวเองเถอะ

ไม่ว่ายังไงในสายตาเขาฉันก็ดูเป็นเด็กไม่ดีไปซะแล้วล่ะ

ฉันหันมาสนใจเรื่องการลงทะเบียนและคำแนะนำจากรุ่นพี่ที่อยู่ตรงหน้า วันนี้เป็นการแนะนำสาขาและแนะนำอาจารย์ประจำชั้นปีด้วย

ใช้เวลากับการปฐมนิเทศในช่วงเช้าตั้งสามชั่วโมงกว่าจะเสร็จเรียบร้อย ช่วงที่นั่งอยู่ฉันก็ได้ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่เยอะแยะเลยล่ะ เรามีการแลกเบอร์และไลน์กันไว้ด้วย ตอนนี้ตัวฉันเองก็เข้าไปอยู่ในกรุ๊ปชั้นปีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“ตอนบ่ายแกจะไปยังไงหรอ” นุ่มนิ่ม เพื่อนคนที่นั่งข้างฉันเอ่ยถามขึ้น “ไปกับพวกเราไหม”

“นั่นสิ ไปด้วยกันไหมล่ะ” ภูผา เพื่อนอีกคนเสนอ

ทั้งสองคนทักฉันตั้งแต่เจอกันครั้งแรกเลย

“พอดีเรามีพี่มารออยู่อะ” ฉันบอกไป “พวกแกไปกันสองคนเลยก็ได้”

“โอเค งั้นเจอกันนะ ถึงแล้วโทรหาได้เลย เผื่อเราจะได้นั่งใกล้ ๆ กัน”

“อื้อ” ฉันพยักหน้าให้

จากนั้นพวกเราก็เก็บของเพื่อที่จะเตรียมตัวออกไปข้างนอกห้องกัน

เมื่อฉันเดินออกมาข้างนอกก็ได้ยินเสียงฮือฮากันอีกครั้งพร้อมกับผู้คนที่เริ่มมุงอะไรสักอย่างอยู่

ที่ตรงนั้นมันเป็นเส้นทางที่ฉันต้องเดินผ่านพอดี เมื่อเดินเข้าไปใกล้ก็เห็นว่าพี่ทอมกำลังโดนนักศึกษาสาวหลายคนยืนมุงมองดูเขาที่กำลังยืนเล่นโทรศัพท์อย่างไม่สนใจอะไรอยู่

ที่บอกว่าจะรอนี่คือรอแถวนี้หรอ แล้วรอมาตั้งสามชั่วโมงเนี่ยนะ

ฉันคิดอยู่นานว่าจะเข้าไปดีไหม กลัวตัวเองเป็นจุดสนใจอยู่เหมือนกัน ดังนั้นฉันเลยกดส่งข้อความไปหาเขา

บันได : หนูออกมาแล้วค่ะ

เนื่องจากพอเมมเบอร์โทร์แล้วแอพพลิเคชั่นไลน์มันก็เด้งแอคเคาท์ของพี่ทอมขึ้นมาให้เองโดยอัตโนมัติ

พอเขาเห็นข้อความเจ้าตัวก็เงยหน้าขึ้นมองหารอบ ๆ ก่อนจะหยุดสานตามามองที่ฉัน

เขาเก็บโทรศัพท์แล้วเดินตรงมาทางนี้โดยไม่รีรอ เมื่อมาถึงเจ้าตัวก็ยื่นถุงใส่ข้าวกล่องมาให้

“ถือเอา” เขาบอกสั้น ๆ อย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่

“ขอบคุณค่ะ” ฉันรับมาก่อนจะสัมผัสได้ถึงรังสีน่ากลัวที่อยู่รอบ ๆ ตัว

ดูจากสถานการณืในตอนนี้แล้วพี่ทอมน่าจะฮอตเหมือนกันนะ นี่คือเหตุผลที่เขาไม่อยากมารอฉันตั้งแต่แรกหรือเปล่านะ

“เหลือเวลาอีกสองชั่วโมง จะไปกินข้าวก่อนไหมคะ” ฉันถามอย่างเกรงใจในตอนที่เขาพาเดินลงมายังชั้นล่างท่ามกลางสายตาคนที่มองตามเขา

“อือ แต่ฉันจะไปคณะแพทย์นะ” เขาหันมาบอก

“ได้ค่ะ” ฉันยิ้มรับอย่างยินดี

พี่ทอมน่าจะติดรสชาติอาหารที่คณะของเขาเลยอยากไปกินที่นั่นล่ะมั้ง

ครืด...

ขณะที่กำลังเดินตามพี่ทอมอยู่นั้นก็มีโทรศัพท์เข้ามาพอดี ฉันรีบควานหามือถือแล้วมากดรับอย่างรวดเร็วด้วยท่าทางยากลำบาก

“ค่ะน้ามะปราง” ฉันกรอกเสยงใส่ปลายสายด้วยน้ำเสียงร่าเริง

[เป็นไงบ้างบันได เห็นทอมบอกว่าจะรอเราอยู่ที่มอหรอ]

“ใช่ค่ะ ตอนนี้หนูกับพี่ทอมก็กำลังจะไปกินข้าว” ฉันบอกพร้อมกับเดินโงนเงนเพราะของที่หอบมามันเยอะเหลือเกิน

[แบบนั้นก็ดีแล้ว น้าก็เป็นห่วงกลัวเราไปไม่ถูกที่]

ตุบ!

แฟ้มเอกสารที่ฉันถือมามันหล่นลงบนพื้นอย่างไม่ทันตั้งตัว

พี่ทอมเหมือนได้ยินเสียงจึงหยุดเดินแล้วหันกลับมามอง ฉันยิ้มแหย ๆ ให้เขาไปก่อนจะเอาไหล่หนีบโทรศัพท์แนบหูเพื่อที่จะให้มือว่างลงไปเก็บ แต่พี่ทอมเร็วกว่าเพราะเขาก้มลงไปเก็บให้ฉันแล้วถือเอาไว้ซะเอง

“น้าไม่ต้องห่วงนะคะ พี่ทอมดูแลหนูเป็นอย่างดีเลยค่ะ”

ร่างสูงตรงหน้าชะงักไปก่อนจะยื่นมือมาด้านหน้าเพื่อแย่งเอาถุงข้าวกล่องฉันไปถือไว้ ช่วยให้ฉันสามารถคุยโทรศัพท์กับคุณน้าได้ดีมากยิ่งขึ้น

[โอเค ไว้น้าบอกเรื่องของเรากับแม่ให้นะ ดูท่าวันนี้น่าจะยุ่งทั้งวันเลย]

“ได้ค่ะ ขอบคุณนะค้า”

[จ้า] ท่านบอกแค่นั้นแล้วก็กดวางสายไป

พอฉันคุยโทรศัพท์เสร็จเขาก็ส่งของที่ช่วยถือไว้คราแรกคืนกลับมาให้แล้วไม่ได้พูดอะไร

เมื่อกี้เขาจะเข้าใจว่าฉันพูดเพื่อเอาใจใครหรือเปล่า แต่ฉันไม่ได้มีเจตนาแบบนั้นเลยจริง ๆ นะ

ฉันไม่ได้อธิบายอะไรกับเขาเลยแม้แต่นิดเดียวเพราะไม่รู้ว่าพี่ทอมคิดแบบนั้นหรือเปล่า

-------------------------------------------------

- (ทอล์ก 100%)

น้องบันไดกับพี่ทอมมาแล้วค่าาา 

- (ทอล์ก 80%)

อัปแว้วววววว แลกเบอร์กันแล้วด้วยยยยยย

- (ทอล์ก 60%)

อย่าร้ายกับน้องงงงงง น้องกลัวล้าววววววว

- (ทอล์ก 40%)

มาแล้วค่าหลังจากหายไปหลายวัน 55555555 ช่วงติดงานยุ่งงานเยอะก็แบบนี้ แงงงง แต่หลังจากนี้จะมาทุกวันแล้วน้าเพราะเรื่องนี้จะเป็นเรื่องหลักที่เค้าใช้อัปหลังจากจบเรื่องอินท์กับวายุไปแล้วค่า

- (ทอล์ก 20%)

ทำเป็นอวดเก่งไปงั้น ที่จริงแล้วก็กลัวเขาอยู่ 5555555555 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 206 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

658 ความคิดเห็น

  1. #44 firstzy93 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 03:06
    แหนะ จะแกล้งไรอ่ะ
    #44
    0
  2. #43 tphee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 22:07
    จะแกล้งไรน้องอี๊กกกก
    #43
    0
  3. #42 ดาวที่หายไป (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 18:41
    ....^^
    #42
    0
  4. #41 tphee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 22:10
    ทำมชอบคู่นี้จัง อิอิ
    #41
    0
  5. #40 firstzy93 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 20:22
    หงุดหงิดอะไรนักคะ
    #40
    0
  6. #39 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 16:34

    น้องพูดอะไรก็ผิดเนอะ

    #39
    0
  7. #38 firstzy93 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 22:03
    อย่าใจร้ายกับน้อง
    #38
    0
  8. #37 tphee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 20:41
    อย่าอคติกับน้อง. พี่ไปป์ถามไงน้องก็แค่ตอบ 5555
    #37
    0
  9. #36 firstzy93 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 22:02
    ใจร้ายจัง
    #36
    0
  10. #35 tphee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 20:57
    ขำอ่ะ ทอมคิดว่าไง
    #35
    0
  11. #34 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 02:07

    5555บันไดสู้เค้า

    #34
    0
  12. #32 พราวแสงดาว (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 07:44
    น่าสนุก ทอมกะเจอรี่ ฮะๆๆ
    #32
    0
  13. #31 firstzy93 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 12:35
    พี่ทอมใจร้ายจัง
    #31
    0
  14. #30 พราวแสงดาว (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 23:20
    เจิมมมม
    #30
    0
  15. #29 natsuri09 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 22:22
    เจิมมม
    #29
    0
  16. #28 kaekae2526 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 20:01
    เจิมมมม
    #28
    0
  17. #27 Putari99999 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 17:20
    เจิมมมม
    #27
    0
  18. #26 wasana7749 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 16:55
    เจิมมมมม
    #26
    0
  19. #25 firstzy93 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 16:36
    เจิมมม
    #25
    0