Your Boyfriend ผมเป็นแฟนคุณนะครับ

ตอนที่ 2 : [บทที่ 1] เริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ (ไม่ค่อย) ดี (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,434
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 205 ครั้ง
    18 ก.ย. 63

------------------------------------------

บทที่ 1

เริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ (ไม่ค่อย) ดี

 

“พี่ทอมมาอยู่กับคุณน้านานหรือยังคะ” ฉันเอ่ยถามหลังจากที่เราเดินออกจากบ้านมาได้สักพักแล้ว

อา...พอเดินออกมาแล้วก็รู้สึกว่าอากาศมันร้อนอบอ้าวซะเหลือเกิน ทั้งที่นี่ก็เป็นเวลาพลบค่ำแล้วด้วย อยู่ที่นี่ร้อนกว่าอยู่ที่บ้านซะอีก

“ปีกว่า” เขาตอบโดยไม่หันกลับมามองฉันเลย

พี่ทอมเดินนำฉันไปหลายก้าวโดยที่ไม่สนใจว่าฉันจะเดินตามเขาทันหรือเปล่า ตอนนี้ฉันต้องกึ่งเดินกึ่งวิ่งเพื่อที่จะตามร่างสูงใหญ่นั้นทัน

“โห...ก็นานแล้วเหมือนกันนะคะ” ฉันหอบเอาถุงผ้าไว้แนบอกก่อนจะก้าวขาฉับ ๆ ให้ทันเขา

ฉันอยากจะสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับพี่ทอมไว้นะ ยังไงเราก็อยู่บ้านเดียวกัน

“...”

แต่ดูเหมือนพี่ทอมจะไม่อยากสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับฉันเลยสักนิดเดียว

“อะ...อากาศร้อนจังเลยนะคะ” ฉันชวนเขาคุยเรื่องอื่นแทนเพราะบรรยากาศระหว่างเรามันเงียบมากเลย

พี่ทอมพาฉันเดินไปเรื่อย ๆ ไม่ยอมพูดยอมจา

“อือ ร้อนจนไม่ควรเดินออกมาซื้อของ” แต่สุดท้ายเขาก็ตอบกลับมาด้วยถ้อยคำที่ทำเอาฉันเจ็บแสบไปจนถึงทรวงใน

ฉันไม่น่าพูดแบบนั้นไปเลย เหมือนจุดไฟเผาตัวเองชัด ๆ

พอรับรู้ได้ถึงบรรยากาศอึมครึมรอบตัวเขาฉันเองก็เงียบไปเลย ทั้งที่ปกติเป็นคนร่าเริง พูดเก่ง แต่คราวนี้เจอความเย็นชาของพี่ทอมเข้าไป ฉันถึงกับเป็นใบ้ขึ้นมาทันที

เราเงียบกันตลอดทางจนกระทั่งเขาพาเดินมาถึงร้านสะดวกซื้อที่อยู่หน้าหมู่บ้าน ฉันเดินไปเลือกเอาของที่คุณน้าสั่งซื้อมาใส่ตะกร้าโดยที่พี่ทอมเดินแยกไปอีกทาง คงไปหาซื้ออะไรที่ตัวเองจะเอาแหละมั้ง

พอเลือกเสร็จแล้วฉันก็เดินตามหาเขาก่อนจะพบว่าพี่ทอมกำลังยืนอยู่ตรงหน้าตู้เครื่องดื่ม

“เอาอะไรไหมคะ เงินเหลืออยู่นะ คุณน้าบอกว่าจะซื้อขนมไปกินก็ได้ค่ะ” ฉันบอกแล้วมองไปยังสิ่งที่เขายืนจ้อง

มันเป็นโซนน้ำผลไม้แบบกล่อง

สุดท้ายแล้วพี่ทอมก็ไม่ได้เลือกว่าจะเอาอะไรเพราะเจ้าตัวเดินเลี่ยงออกไปทันทีที่ฉันเข้ามาพูดด้วย

เห็นแบบนี้แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ ดูเขาจะสร้างกำแพงไว้สูงมากจริง ๆ แต่พี่ทอมไม่ได้ทำท่าทีรังเกียจหรือไม่ชอบฉันนะ เขาทำเหมือนฉันไม่มีตัวตนเลยต่างหาก

ฉันมองตามแผ่นหลังของเขาที่ตรงปรี่ไปยังช่องจ่ายเงินโดยไม่เอ่ยเรียกใด ๆ ฉันรีบเปิดตู้เอาน้ำผลไม้ทุกกล่องออกมาแล้วตามเขาไปอย่างรีบร้อน

พอจ่ายเงินเสร็จเรียบร้อยฉันก็เตรียมหอบเอาของที่ใส่ในถุงผ้ามาถือ พี่ทอมออกไปข้างนอกก่อนแล้วล่ะ เมื่อเดินออกมานอกร้านก็เจอเข้ากับร่างสูงที่กำลังยืนเล่นโทรศัพท์อยู่ เขาเงยหน้าขึ้นมามองฉันก่อนจะเดินมาคว้าเอาถุงผ้าไปถือไว้

ถึงจะดูเย็นชาแต่ก็ใจดีอยู่บ้างแหละนะ

“ให้หนูช่วยถือไหม มีของในถุงที่พอแบ่งออกมาถือได้นะคะ”

“ไม่เป็นไร”

“แต่มันหนักนะคะ กว่าจะถึงบ้านก็ปวดแขนกันพอดี”

“ไม่หนัก” เขาตอบกลับมาแล้วเตรียมจะหมุนตัวเดินกลับบ้าน

“ให้หนูช่วยหน่อยนะคะ ถืออันเดียวก็ยังดี” ฉันรู้สึกเกรงใจเขายังไงไม่รู้ คงเพราะบรรยากาศรอบตัวพี่ทอมมันดูอึมครึมล่ะมั้ง

คนตรงหน้าถอนหายใจออกมาก่อนจะเปิดดูของในถุงแล้วหยิบเอาซอสขวดใหญ่ส่งมาให้

มันเป็นขวดแก้วที่คาดว่าคงจะเป็นของที่ทำให้น้ำหนักภายในถุงผ้าเยอะพอตัว

ฉันรับเอามากอดแนบอกไว้ นี่ถ้าฉันอ้วนและตัวใหญ่กว่านี้คงมีท่าทางเหมือนกับโลโก้ของซอสดังกล่าวแน่ ๆ

พอได้ของมาถือแล้วพี่ทอมก็พาเดินกลับบ้าน

เหมือนเขาจะแค่เอามาให้ฉันถือพอเงียบปากไม่พูดอะไรอีก แต่นั่นก็ทำให้ฉันรู้สึกดีกว่าการเดินตัวเปล่ากลับบ้านนั่นแหละนะ

พอเดินกลับมาถึงบ้านก็พบว่าน้าไผ่กลับมาแล้ว เหมือนเพิ่งจะกลับมาถึงด้วย

“กลับมากันแล้วหรอ” น้ามะปรางหันมามองฉันกับพี่ทอมที่เพิ่งเข้ามาในบ้าน

“สวัสดีค่ะ” ฉันรีบยกมือไหว้น้าไผ่อย่างนอบน้อม

“หวัดดีลูก ไปซื้อของกลับมาเป็นไงบ้าง” น้าไผ่เอ่ยถามก่อนจะนั่งลงบนโซฟา

“สนุกดีค่ะ/ร้อนครับ” เราพูดมันพร้อมกันจนน้าทั้งสองต้องมองหน้าก่อนที่น้าไผ่จะหัวเราะออกมา

“ฮะฮ่า อย่างนั้นหรอกหรอ” ท่านหัวเราะอย่างชอบใจ

คนข้างตัวหันมามองฉันเหมือนกับสงสัยว่าการไปซื้อของมันสนุกขนาดนั้นเลยหรอทั้งที่เขาทำหน้าเบื่อโลกอยู่ตลอดเวลา

แต่ไม่ทันจะได้พูดอะไรต่อพี่ทอมก็เดินเอาของไปเก็บในครัว ฉันเดินตามเข้าไปเพราะจะเอาซอสไปเก็บด้วย

แม้จะเป็นผู้ชายแต่ดูเหมือนเขาเองก็ช่วยงานบ้านของคุณน้าเหมือนกันนะ เพราะเมื่อเข้ามาในครัวพี่ทอมก็จัดการยกของเอาไว้ตามที่ต่าง ๆ บางอย่างก็เอาเก็บไว้ในตู้เย็น

ร่างสูงชะงักไปเมื่อเห็นน้ำผลไม้หลายกล่องอยู่ในถุงตอนที่กำลังจะเก็บเข้าตู้เย็น

“หนูเห็นพี่ทอมยืนจ้องอยู่เลยคิดว่าน่าจะอยากกินเลยซื้อมาไว้ค่ะ” ฉันบอกแล้วยิ้มจนตาหยี

เขาหันมามองแต่ไม่ได้พูดอะไร ทำเพียงแค่จัดของเข้าตู้เย็นเงียบ ๆ โดยไม่ได้สนใจฉันอีก

น้ามะปรางเดินเข้ามาในครัวหลังจากที่พูดคุยกับน้าไผ่เสร็จเรียบร้อยแล้วเป็นจังหวะเดียวกันกับที่พี่ทอมเดินออกไปพอดี

คงจะกลับขึ้นไปอ่านหนังสือบนห้องตามเดิม

ฉันช่วยคุณน้าทำกับข้าวที่จะทานกันตอนเย็นวันนี้อย่างขยันขันแข็ง แม้คุณน้าจะบอกให้ฉันขึ้นไปเก็บของให้เรียบร้อยก่อนแต่ฉันไม่อยากจะให้คุณน้าทำคนเดียว มีคนรอทานข้าวตั้งเยอะ ฉันเองก็อยากช่วยแบ่งเบาภาระท่านด้วย

พอเราช่วยกันทำจนเสร็จก็ยังตั้งโต๊ะอาหารไม่ได้หรอก เพราะน้าไผ่บอกว่าจะรอพี่ปุณกลับมาก่อนค่อยกินข้าวพร้อมกัน

น้ามะปรางบอกว่าช่วงเวลานี้รถติดซะด้วย อาจจะนานมาก ๆ กว่าจะกลับมาถึงบ้าน แม้พี่ปุณจะบอกว่าไม่ต้องรอแต่น้าไผ่ก็อยากจะรอเขากลับมาอยู่ดี

ท่านบอกให้ฉันขึ้นไปเก็บของที่ห้องก่อน ถ้าพี่ปุณกลับมาแล้วจะเรียก ดังนั้นฉันจึงเดินขึ้นไปข้างบนอย่างว่าง่ายเพราะอยากจะเก็บของให้เข้าที่เข้าทางด้วย

คุณน้าบอกว่าห้องของฉันคือห้องเก่าของพี่ไปป์ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นพี่ทอมอาศัยอยู่ แต่พอฉันมาเขาถึงได้ย้ายไปนอนกับพี่ปุณแทน แบบนี้หรือเปล่านะที่ทำให้เขาดูไม่ค่อยชอบหน้าฉันเท่าไหร่

ก๊อก ๆ

ขณะที่กำลังเอาพวกเครื่องเขียนออกมาวางเรียงอยู่นั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น หรือว่าพี่ปุณจะกลับมาแล้ว!

“ค่า” ฉันรีบเปิดประตูด้วยท่าทางดีใจสุด ๆ

แต่พอบานประตูแง้มออกเต็มที่เสียงอันสดใสของฉันก็ขาดหายไปเพราะคนที่มาเคาะห้องของฉันคือพี่ทอม!

“ลืมของ” เขาบอกแค่นั้นก่อนจะส่องเข้ามายังด้านใน

“อ๋อ...งั้นเข้ามาเอาเลยก็ได้ค่ะ” ฉันตอบอย่างติดขัดก่อนจะขยับตัวออกจากประตูให้เขาได้เดินเข้ามายังด้านใน

พี่ทอมแทรกตัวเข้ามาอย่างรีบร้อนก่อนจะเดินตรงไปยังตู้ลิ้นชักที่อยู่ติดกับประตูห้องน้ำ

ฉันว่าพี่ทอมน่าจะชอบห้องนี้เพราะมันมีห้องน้ำในตัวนี่แหละ เขาดูเหมือนต้องการความเป็นส่วนตัวเอามาก ๆ เลย

ร่างสูงเปิดดูลิ้นชักทีละตัวก็ดูเหมือนจะไม่เจออะไร

“พี่ทอมหาอะไรงั้นหรอคะ ถ้าหนูเจอจะเก็บเอาไว้ให้”

“เปล่า”

เปล่าอะไรล่ะ ก็เห็น ๆ กันอยู่ว่าหาของไม่เจอ

เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูงก่อนจะมองไปรอบ ๆ ห้องเพื่อหาของที่ต้องการ ถึงนี่จะเป็นห้องเก่าของเขาก็เถอะ แต่ตอนนี้มันกลายเป็นห้องของฉันแล้วนะ ทำแบบนี้เหมือนเขากำลังรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของฉันอยู่เลย

นึกจะเดินไปมุมไหนก็เดิน นึกจะเปิดตรงไหนก็เปิดโดยไม่ได้สนใจเลยว่าฉันยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้

เห็นฉันเด็กกว่า มาทีหลัง แถมเป็นผู้หญิงด้วยเลยทำอะไรไม่ไว้หน้ากันเลยนะ บันไดจะโมโหแล้ว!

“พี่ทอมคะ ถ้าหาในนี้ไม่เจอลองไปหาที่อื่นดูไหมคะ เผื่อเผลอเอาไปวางที่อื่น” ฉันบอกไปด้วยอารมณ์ที่เริ่มหงุดหงิดขึ้นมา

ในเมื่ออยากเป็นมิตรกับเขาแต่เขาไม่ได้อยากเป็นด้วย ฉันก็จะไม่แคร์แล้ว

“เธอคิดว่าฉันจะจำผิดงั้นหรอ”

“เปล่าค่ะ หนูก็แค่เห็นพี่เดินหาทั่วห้องแล้ว มันก็ไม่เจอไง เลยคิดว่าน่าจะไปอยู่ที่อื่นมากกว่าค่ะ”

ทั้งที่ก่อนฉันจะย้ายมาน้ามะปรางก็มาทำความสะอาดให้แล้ว ท่านน่าจะเห็นอะไรบ้างนะ

“ทำไม ฉันจะเดินหาไม่ได้หรอ ห้องนี้วันก่อนฉันยังนอนอยู่เลย”

พูดแบบนี้แสดงว่าต้องการประกาศกร้าวว่าห้องนี้สมควรเป็นของเขาไม่ใช่ของฉันอย่างนั้นใช่ไหม

“อย่ามาทำตัวเหมือนตัวเองเป็นเจ้าของห้องนี้มาตั้งแต่แรกสิ”

“นั่นมันวันก่อนค่ะ แต่วันนี้มันเป็นของหนู” ฉันตอบกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว

พี่ทอมมองหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองว่าฉันจะกล้าพูดแบบนี้ ก็เอาสิ เพิ่งจะรู้จักกันแท้ ๆ แต่ทำเหมือนต้องการเป็นศัตรูกับฉันมากขนาดนั้นก็จะจัดให้

เห็นแบบนี้ฉันเป็นลูกสาวคนเดียวของคุณพ่อคุณแม่นะ พี่ชายทั้งสองคนของฉันยังไม่มีใครกล้าพูดแบบนี้เลย แล้วไหนจะพวกพี่ปุณพี่ไปป์ที่ดูรักฉันเอามาก ๆ อีก เขาเป็นใคร ถึงได้กล้ามาพูดแบบนี้กับฉัน

“หึ!” เขาเค้นหัวเราะออกมาด้วยท่าทางเย้ยหยันแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ

ฉันไม่เข้าใจในอาการที่เขาสื่อออกมาเลยสักนิด แต่รับรู้ได้ว่ามันคือการแสดงความไม่พอใจที่มีต่อฉันแน่ ๆ

ตอนแรกก็คิดแค่ว่าพี่ทอมน่าจะเป็นพวกโลกส่วนตัวสูงเกินไปเลยทำให้ฉันเข้าไม่ถึงเขา ที่ไหนได้...เขาต่างหากที่ไม่ยอมเปิดใจให้ฉันเลย

แต่เอาเถอะ ไหน ๆ ก็อยู่บ้านหลังเดียวกันแล้ว ถ้าเขาไม่ทำตัวนิสัยเสียจนเกินไปฉันก็คงพอทนได้

 

“พรุ่งนี้เป็นวันปฐมนิเทศใช่ไหมบันได” ขณะที่กำลังนั่งทานข้าวด้วยกันอยู่นั้นน้าไผ่ก็ถามขึ้น

“ใช่ค่ะ”

“งั้นปุณพาน้องไปหน่อยนะ” น้าไผ่หันไปบอกลูกชายของท่านที่กำลังกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย

“พรุ่งนี้ผมไปทำกิจกรรมที่มอแต่เช้าเลย ให้ไอ้ทอมพาไปก็แล้วกัน” พี่ปุณโบ้ยไปให้พี่ทอมที่กำลังนั่งกินข้าวด้วยหน้าตาอมทุกข์

แหม...คงจะทุกข์ใจมาก ๆ เลยสินะที่ได้นั่งร่วมโต๊ะอาหารกับฉันอะ

“ทอมว่างไหมลูก”

“ทำไมจะไม่ว่างพ่อ มันน่ะว้าง ว่างงงง”

พี่ทอมที่โดนพูดขัดก็หันไปมองเขาตาเขียว แต่พอโดนสายตาของน้าไผ่จ้องมองอยู่เขาก็ถอนหายใจออกมา

“ได้ครับ เดี๋ยวผมพาไปเอง”

“ยังไงก็ฝากดูแลน้องด้วยนะทอม” น้ามะปรางเอ่ยฝากฝังอย่างมั่นอกมั่นใจ

คนตรงข้ามมองมายังฉันก่อนจะยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ไอเย็นแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณอย่างน่ากลัว

“ครับ ผมจะดูแลน้องให้ดีที่สุดเลย”

ฉันรับรู้ได้ถึงลางร้ายที่กำลังจะมาเยือนตัวเองในวันพรุ่งนี้ได้ในทันที พี่ทอมคงไม่ทำอะไรแปลก ๆ กับฉันหรอกนะ

“วันนี้ปุณดูกินข้าวได้เยอะเลยนะลูก” น้ามะปรางเอ่ยถามพี่ปุณที่เอาแต่ยัดข้าวเข้าปากโดยไม่ได้สนใจใคร

“อร่อยอะแม่ โดยเฉพาะผัดผัก” พี่ปุณบอกพลางตักใส่จานให้พี่ทอมด้วย “มึงชิมดู อร่อยจริง”

พี่ทอมตักผัดผักพร้อมข้าวเข้าปากหนึ่งคำ แต่ยังไม่ทันได้เคี้ยวคุณน้าก็เอ่ยขึ้นมาซะก่อน

“น้องเป็นคนทำนะ อร่อยกันใช่ไหม” คุณน้าดูภูมิถูมิใจมาก ส่วนพี่ปุณนั้นก็ยิ้นจนตาหยีพร้อมข้าวที่เต็มกระพุ้งแก้ม

แต่พี่ทอมนั้น...ทำท่าพะอืดพะอมเหมือนอยากจะคายออกมาแต่จำต้องเคี้ยวและกลืนลงไปอย่างเลือกไม่ได้

เห็นแบบนั้นแล้วฉันก็แอบขำอยู่คนเดียว แต่ดูเหมือนเขาจะเห็นเพราะสายตาดุดันนั้นจ้องไม่วางตาเลย

“อร่อยครับแม่” พี่ปุณตอบหลังจากลืนข้าวลงคอจนหมดแล้วหันไปหาพี่ทอม “เนอะมึง อร่อยดี”

“อือ” เขาจำต้องตอบด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแต่ฉันรู้ว่านั่นคือฝืนทำสุด ๆ

ไม่รู้ว่าเพราะอะไรพี่ทอมถึงดูไม่ชอบฉันนักทั้งที่ฉันไม่ได้ทำอะไรให้เลย แค่เรื่องที่ฉันไปแย่งห้องนอนของเขามันจะทำให้ไม่ชอบกันได้มากขนาดนี้เลยหรอ

“แล้วสรุปมึงหาสร้อยที่อาออมให้มาเจอไหม” จู่ ๆ พี่ปุณก็ถามขึ้น

“ไม่” เขาส่ายหน้าไปมาก่อนจะทำสีหน้าเคร่งเครียด

“สร้อยอะไรอะทอม” น้าไผ่เอ่ยถาม

“พอดีแม่ผมท่านให้สร้อยเงินเส้นนึงติดตัวมาด้วยน่ะครับ” เขาอธิบายไปก่อนจะถอนหายใจออกมา

“หาดีหรือยังลูก” น้ามะปรางถามอย่างกังวล “ให้ป้าช่วยหาไหม”

“ผมว่าน่าจะลืมไว้ที่ห้องพี่ไปป์อะครับ” เขาโยงเข้ามาเรื่องห้องที่ฉันอยู่อีกแล้ว “แต่ขอบันไดเข้าไปแล้วมันดูไม่เหมาะเท่าไหร่”

อ้าว...พูดแบบนี้เหมือนทำให้ฉันกลายเป็นคนเรื่องมากเลยอะ ทั้งที่ตัวเองก็ได้เข้ามาหาแล้วแท้ ๆ

“หนูให้พี่ทอมเข้ามาหาแล้วนะคะ แต่พี่เขาหาไม่เจอ พอถามว่าหาอะไรแกก็ไม่ได้บอก” ฉันรีบแก้ต่างไปก่อนที่จะโดนเข้าใจผิด

“คงลืมไว้ที่อื่น” น้ามะปรางพึมพำกับพี่ทอมก่อนจะหันมาคุยกับฉัน “แต่ถ้าบันไดเห็นก็เก็บไว้ให้พี่เขาหน่อยนะลูก”

“ได้ค่ะ” ฉันรับคำด้วยท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูจนคุณน้าต้องยิ้มแก้มแทบปริเลย

หลังจากนั้นพวกเราก็กินข้าวด้วยกันพร้อมกับพูดคุยเรื่องการที่ฉันต้องไปมหาวิทยาลัยพรุ่งนี้ด้วย

แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกถึงความโชคร้ายที่กำลังจะมาเยือนตัวเองในวันพรุ่งนี้กันนะ คงไม่ใช่ว่าพี่ทอมกำลังหาทางแก้เผ็ดฉันอยู่ใช่ไหม ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ แค่ประกาศกร้าวว่าห้องนอนนั้นเป็นของฉันเท่านั้นเอง

 

หลังจากกินข้าวแล้วล้างจานเสร็จเรียบร้อยฉันก็ขอตัวขึ้นมาเตรียมของที่จะต้องนำไปพรุ่งนี้ ทั้งต้องรีดชุดนักศึกษาไว้ด้วยอีก

ก๊อก ๆ

ขณะที่กำลังเตรียมเอกสารและชุดนักศึกษาอยู่นั้นก็มีเสียงเคาะประตูจากด้านนอก

ฉันเดินออกไปเปิดให้ก็พบว่าเป็นน้ามะปรางที่มาพร้อมกับผ้าห่มผืนหนา

“น้าเพิ่งนึกได้ว่ายังไม่ได้เอาผ้าห่มให้เรา”

ฉันหันไปมองเตียงแล้วจึงเห็นว่ายังไม่มีผ้าห่มจริง ๆ

“จริงด้วยค่ะ” ฉันยิ้มแล้วรับมาถือไว้

“แล้วเรากำลังทำอะไรอยู่” คุณน้าส่องเข้ามายังด้านในฉันเลยเอี้ยวตัวหลบให้ท่านเดินเข้ามา

“กำลังรีดผ้าค่ะ”

“นี่เราพกเตารีดมาด้วยหรอเนี่ย ที่จริงเอาไปให้น้ารีดให้ก็ได้นะ น้าดูแลเรื่องพวกนี้ให้เจ้าปุณกับเจ้าทอมอยู่แล้ว”

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูเกรงใจ แค่ให้หนูได้พักด้วยก็ถือว่าดีมากแล้วค่ะ” ฉันบอกในตอนที่เอาผ้าห่มไปวางลงบนเตียง “ที่จริงเรื่องงานบ้านให้หนูช่วยอีกแรงนะคะ คุณน้าจะได้ไม่เหนื่อยมาก”

“ขอบใจจ้ะ เอาที่เราทำไหวก็แล้วกัน สำคัญที่สุดคือเรื่องเรียนนะ”

“ค่า...” ฉันยิ้มจนตาหยีให้กับน้ามะปราง

“แล้วพรุ่งนี้อยากกินอะไรเป็นพิเศษ เดี๋ยวน้าทำเผื่อห่อไปกินที่มหาวิทยาลัยด้วย”

“อะไรก็ได้ค่ะ กับข้าวฝีน้าคุณน้าอร่อยที่สุดในโลกเลย”

“แหม..ปากหวานจังเด็กคนนี้”

ฉันพูดตามความจริงเพราะฝีมือแม่ของฉันนั้นแม้จะไม่ได้แย่แต่มันก็ไม่ได้อร่อยเท่าที่น้ามะปรางทำให้

แง...ฉันคิดแบบนี้แล้วรู้สึกผิดกับแม่จัง

“เอาล่ะ น้าไม่กวนแล้ว พรุ่งนี้เราต้องตื่นแต่เช้าอีก” คุณน้าบอกแล้วเดินตรงไปยังประตูห้อง

“ขอบคุณนะคะ ฝันดีค่า” ฉันเดินตามไปแล้วกล่าวขอบคุณท่าน

จะว่าไปแล้วก็คิดถึงแม่จัง ไม่รู้ว่าถึงบ้านหรือยังนะ รีดผ้าเสร็จแล้วค่อยโทรคุยกับแม่ดีกว่า

ฉันใช้เวลาไม่นานก็ทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยพร้อมกับจัดเสื้อผ้าเข้าตู้ แต่ในขณะที่กำลังจะปิดประตูตู้ฉันก็เห็นของบางอย่างที่สะท้อนกับแสงไฟอยู่ตรงมุมลึกด้านใน

พอก้มลงไปหยิบมาดูก็พร้อมว่าเป็นสร้อยเงินเส้นเล็ก ๆ อย่าบอกนะว่า...เป็นของพี่ทอม

ฉันกำสร้อยไว้ในมือก่อนจะออกจากห้องไปเพื่อที่จะนำมันไปคืนให้พี่ทอม

ก๊อก ๆ

ฉันเคาะนิ้วลงบนประตูห้องของพี่ปุณ รอไม่นานก็มีคนออกมาเปิด เป็นพี่ปุณนั่นเอง

“มีอะไรหรอบันได”

“พี่ทอมอยู่ไหมคะ”

“มันอ่านหนังสืออยู่ข้างล่าง” เขาตอบอย่างงุนงงเล็กน้อย “มาหาทำไมหรอ”

“พอดีหนูเจอสร้อยแล้วค่ะ” ฉันชูมันให้พี่ปุณดู “ว่าจะเอามาคืน หนูฝากพี่ปุณคืนพี่ทอมให้หน่อยนะคะ”

“ของสำคัญขนาดนี้เราไปคืนมันเองเถอะ มันอยู่ข้างล่าง” พี่ปุณบอกแล้วยิ้มบาง ๆ

ฉันลังเลเล็กน้อยเพราะเอาจริง ๆ ไม่ค่อยอยากจะพูดคุยกับเขาเท่าไหร่ อีกอย่าง...คุณพ่อก็ห้ามนักห้ามหนาว่าอย่ายุ่งกับเขา

“ไปเถอะ มันอาจจะดูดุแต่มันใจดีนะ” เหมือนพี่ปุณจะดูออกจึงได้พูดให้กำลังใจ

ใจดีกับผีน่ะสิ

ฉันนึกแย้งในใจแต่ก็ทำได้เพียงยิ้มตอบกลับไปให้พี่ปุณเท่านั้น

“งั้นหนูเอาลงไปให้พี่เขาข้างล่างก็ได้ค่ะ”

พูดจบฉันก็เดินลงบันไดมายังด้านล่าง พี่ทอมกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาตัวใหญ่เพียงคนเดียว

ดูเหมือนพวกคุณน้าจะขึ้นไปนอนกันหมดแล้ว แต่ทำไมเขาถึงได้มานั่งอยู่ข้างล่างคนเดียวอย่างนี้ล่ะ

พอฉันเดินลงมาถึงเขาก็หันขวับมามองคงเพราะรับรู้ได้ถึงการมาเยือนของฉัน แต่เมื่อเห็นว่าเป็นใครเขาก็หันกลับไปตั้งใจอ่านหนังสือดังเดิม

ฉันหยุดยืนอยู่เยื้องด้านข้างเขามาเล็กน้อย

“มีอะไร” เขาเอ่ยถามโดยไม่ยอมละสายตาจากหนังสือนั่น

“หนู...เจอสร้อยของพี่ทอมแล้วค่ะ” ฉันบอกแล้วแบมือที่มีสร้อยวางอยู่ไปตรงหน้าเขา

พี่ทอมละสายตาจากหนังสือขึ้นมามองยังของที่อยู่บนมือฉัน

เขายื่นมือข้างหนึ่งมาหมายจะหยิบเอาสร้อยนั้นไปแต่ฉันกลับกำมือเอาของนั้นเก็บไว้ก่อน

พอโดนทำแบบนั้นพี่ทอมก็เงยหน้าขึ้นมามองฉันด้วยสายตาดุดัน

“พรุ่งนี้ตอนที่ไปส่งหนูไปปฐมนิเทศ พี่ทอมจะรอรับหนูกลับมาบ้านด้วยไหมคะ” ฉันถามเพราะรู้สึกได้ถึงความอาฆาตของเขา พี่ทอมต้องทิ้งฉันไว้ที่มอแน่ ๆ

“ป้าไม่ได้บอกให้รอนี่” เขาตอบแล้วทำทีจะเอื้อมมือมาจับข้อมือฉัน

แต่มีหรอที่ฉันจะรอเขาจับได้เพราะทันทีที่เห็นท่าทางแบบนั้นฉันก็รีบวาดมือที่กำสร้อยของเขามายังด้านหลัง

ตอนแรกก็ตั้งใจว่าจะคืนให้เลยนั่นแหละแต่พอเดินลงมามันก็ทำให้ฉันนึกทบทวนอะไรหลาย ๆ อย่าง พี่ทอมน่าจะยังหาทางแกล้งฉันอยู่ แม้จะดูเหมือนนิ่งและดูไม่มีอะไร แต่น้ำนิ่งมันย่อมน่ากลัวเสมอ

“งั้นพี่ทอมรอหนูได้ไหมคะ”

“รอ? ทำไมฉันต้องรอ”

“หนูเพิ่งจะมาอยู่ที่นี่ หนูไม่รู้ว่าต้องเดินทางยังไง หนูคิดว่าน่าจะยังกลับบ้านไม่เป็นค่ะ”

“พรุ่งนี้พาไปเธอก็จำเอาสิว่าต้องไปยังไง ขากลับก็กลับเหมือนเดิม”

จากที่พูดคุยกันบนโต๊ะอาหารเย็น พี่ทอมจะเป็นคนพาฉันไปมอโดยใช้รถไฟฟ้าเพื่อให้คุ้นชิ้นกับการเดินทาไปเรียน เนื่องจากที่นี่มันรถยนต์สองคัน คันนึงน้าไผ่ใช้ขับไปทำงาน อีกคันเป็นของพี่ปุณที่พวกน้าซื้อให้ใช้ไปเรียน แล้วพี่ปุณจำเป็นต้องเอารถไปแต่เช้าด้วย

เท่าที่ฟังมาเหมือนพี่ทอมเองก็อยากเอารถมาใช้แต่ที่บ้านไม่มีที่ให้จอดรถเพิ่มแล้ว

“บ้านไม่ได้อยู่ไกลมอขนาดจะจำทางกลับไม่ได้หรอก”

“แต่ว่าการขึ้นรถไฟฟ้ามันไม่ใช่ว่าจะจำทางได้เลยตั้งแต่ครั้งแรกนะคะ” ฉันเคยเห็นคนพูดกันว่ามันต้องจำทางเข้าออกให้ได้ บางทีเข้าออกผิดช่องก็คือไม่ได้แล้วเหมือนกัน

“งั้นขากลับ...ก็รอกลับมาพร้อมไอ้ปุณละกัน” เขายังคงหาทางที่จะไม่รอฉันอยู่ดี

ยิ่งเห็นแบบนี้ก็รับรู้ได้ถึงความรังเกียจของเขาที่มีต่อฉัน

แต่อย่างน้อยก็ดีที่เขาได้คิดลู่ทางเสริมให้ฉัน เอางั้นก็ได้ ฉันจะรอกลับกับพี่ปุณดีกว่า ไว้พี่ปุณว่างเมื่อไหร่ค่อยขอให้เขาพาเดินทางดูอีกรอบ

“จะคืนได้ยัง” เขาตวัดปลายนิ้วเข้าหาตัวเองเหมือนเป็นการบ่งบอกให้ฉันเอาสร้อยออกมาให้เขา

“พรุ่งนี้ต้องไปส่งหนูที่มอนะคะ” ฉันถามย้ำดูอีกรอบเพราะกลัวจะโดนเขาแกล้ง

“บอกจะไปส่งก็จะไปส่งสิ ถามอะไรมากความ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

ฉันยืนเม้มปากแน่นก่อนจะถอนหายใจออกมาแล้วเอาสร้อยยื่นคืนให้เขา

ตอนแรกกะว่าจะเอาไว้ขู่สักหน่อยแต่กลัวว่าพี่ทอมจะเอาเรื่องสร้อยไปบอกคุณน้าเพราะพี่ปุณก็รู้ว่าฉันหาเจอแล้ว

พอได้สร้อยคืนไปเขาก็สำรวจมันอย่างพินิจพิเคราะห์ก่อนจะตวัดสายตาขึ้นมามองฉัน

ฉันยืนนิ่งจดจ่อรอฟังคำพูดบางอย่างจากเขาแต่พี่ทอมก็เงียบไปแล้วเลือกที่จะอ่านหนังสือต่อโดยไม่สนใจฉันอีก

อะไรกัน! แค่คำว่าขอบคุณก็ยังไม่ยอมพูดกับฉันเลยหรอ รู้งี้ไม่เอามาคืนให้ง่าย ๆ ซะก็ดี

แม้ฉันจะเป็นพวกทำดีไม่ต้องการผลตอบแทนแต่อย่างน้อยก็น่าจะขอบคุณกันบ้างสิ

“มีอะไรอีกงั้นหรอ” พอเห็นว่าฉันยังไม่ยอมจากไปเขาจึงเงยหน้าขึ้นมาถามราวกับไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด

“เปล่าค่ะ”

“งั้นก็ไปสิ ยืนอยู่ทำไม”

น้ำเสียงของเขานี่มันช่างเย็นชาเหลือเกิน ตั้งแต่เกิดมาฉันไม่เคยถูกใครเมินได้อย่างน่าใจหายเท่าเขามาก่อนเลยจริง ๆ

เมื่อพูดถึงขนาดนั้นฉันจะยอมไปก็ได้แต่ดูเหมือนมันจะไม่ทันใจเขาเท่าไหร่เพราะเจ้าตัวเงยหน้าขึ้นมามองอีกครั้ง

“ถ้าเธอยังยืนอยู่ ฉันจะไม่มีสมาธิอ่านหนังสือนะ”

-----------------------------------------

- (ทอล์ก 100%)

ความเฉยชาของพี่ทอมกับความร้ายกาจของน้องบันได 5555555

- (ทอล์ก 80%)

อัปนิยายแล้วค้าบบบบบ หลังจากหายไปนานมากเวอร์ ยังไม่ลืมเรื่องนี้กันใช่ไหมคะ 555555

พี่ทอมเป็นพวกโลกส่วนตัวสูงมากนะคะ เขาถึงไม่ค่อยอยากจะแชร์ห้องร่วมกับใครเท่าไหร่เลยรู้สึกขัดใจที่จู่ ๆ น้องบันไดก็เข้ามาอยู่ที่บ้านด้วยจนตัวเองต้องยกห้องนั้นให้น้องไปแล้วต้องย้ายไปนอนกับปุณแทน

- (ทอล์ก 60%)

รอบโปรมาแล้วค่าาา อย่าเพิ่งตีกันลูกกกกกก

- (ทอล์ก 40%)

จะทะเลาะกันเพราะแย่งห้องนอนไม่ได้นะลูก 5555555555

วันนี้เปิดโปรนะคะ คอมเมนต์มาเลยเน้ออ เดี๋ยวมาอีกทีตอนเย็น ๆ 

- (ทอล์ก 20%)

พระเอกที่ตอนแรก ๆ ไม่สนใจนางเอกเท่าไหร่นี่เวลารักขึ้นมาคือโงหัวไม่ขึ้นกันทุกรายยย คนนี้ก็เช่นกัน แม่จะจัดหนักจัดเต็มให้ทอมต้องขาดใจตายถ้าไม่ได้เจอหน้าน้องงงงงงง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 205 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

658 ความคิดเห็น

  1. #33 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 02:03

    แค่เรื่องห้องเอง

    #33
    0
  2. #24 ดาวที่หายไป (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 14:07

    มาเจิมเร้ววววว รออยู่น้า
    #24
    0
  3. #23 tphee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 05:47
    หงุดหงิดน้องทำไมนัออออ
    #23
    0
  4. #22 firstzy93 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 23:24
    เมินให้ได้ตลอดนะ
    #22
    0
  5. #21 พราวแสงดาว (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 19:09
    น้องบันไดต้องร้ายให้ทันเฮียทอมนะ น่าจะเอาสร้อยเป็นตัวประกันให้รับกลับบ้านด้วยเลย หึหึหึ
    #21
    0
  6. #20 firstzy93 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 18:56
    มาแล้ววว
    #20
    0
  7. #19 firstzy93 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 21:27
    อย่าแกล้งกัน
    #19
    0
  8. #18 tphee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 21:26
    ก็บอกน้องแต่แรกก็ได้นี่ทอมว่าหาสร้อย
    #18
    0
  9. #17 ดาวที่หายไป (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 04:38

    ดีๆๆ จัดไปเรย มีให้ฟินแร้น
    ช่วงนี้สถานการณ์เครียดๆ มีไรให้อ่านฟินๆนี่ดีขึ้นเยอะเรย
    #17
    0
  10. #16 tphee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 20:14
    ทอมไม่พอใจจริงๆใช่มะเนี๊ยะ ระวังใจตัวเองไว้ดีๆนะพี่ทอม
    #16
    0
  11. #14 พราวแสงดาว (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 19:38
    เจิมมมม
    #14
    0
  12. #13 rakvarin (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 17:31
    เจิมมมมม
    #13
    0
  13. #12 พราวแสงดาว (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 13:37
    เจิมมม
    #12
    0