Medicine พี่หมอปากร้ายกับยัยน้องสาวตัวแสบ

ตอนที่ 8 : บทที่ 7 : ทิว (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,490
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    30 ต.ค. 63

เปิดให้โอนเงินรอบสองแล้วจ้าาาา
ใครสนใจติดต่อที่แฟนเพจเลยเด้อออ

-------------------------------------------------------------------------

บทที่ 7

ทิว


ผมไม่รู้ว่าเธอเป็นอะไรไป ถ้าให้เดาคงเพราะเลือดไหลออกมาเยอะกว่าปกติแล้วอีกอย่างภายในห้องนี้เย็นเฉียบ ออมที่ไม่ค่อยชอบที่หนาว ๆ อยู่แล้วอาจรู้สึกว่าไม่ไหว

เมื่อแก้มัดเธอเสร็จแล้วผมก็อุ้มเธอออกมาข้างนอกแล้ววางลงบนโซฟา ข้อมือของออมเลือดยังไหลออกมาไม่ยอมหยุด ขนาดในห้องอุณหภูมิต่ำจนพอจะทำให้เลือดที่อยู่ภายนอกแข็งตัวปิดบาดแผลได้แล้วแท้ ๆ

ผมเดินไปเอากล่องปฐมพยาบาลที่อยู่ในห้องออกมาแล้วนั่งลงเพื่อจะทำแผลให้เธอ พอสังเกตดูดี ๆ แล้วแผลของออมมันไปโดนเส้นเลือดใหญ่เข้าพอดี โดนแค่นิดเดียวเท่านั้นแต่ทำให้เลือดออกเยอะพอตัว

ผมเอามือไปอังจมูกออมเพื่อดูว่าเธอยังหายใจอยู่หรือเปล่า ตัวผมชาวาบเพราะก่อนหน้านี้ออมออกแรงตรงบริเวณข้อมือเยอะมาก เลือดเลยไหลออกมามากและเร็วกว่าปกติ ผมเกรงว่าออมจะช็อคเพราะเสียเลือด ถ้าคำนวณดูเวลาแล้วตั้งแต่ที่เธอได้แผลก็น่าจะผ่านไป 10 นาทีแล้ว

ดีนะที่แผลไม่โดนเส้นเลือดใหญ่ทั้งหมด ไม่งั้นคงไม่รอด

“ออม” ผมทำแผลให้เธอเสร็จแล้วเขย่าไหล่เธอเพื่อเรียกให้เธอรับรู้ ไม่อยากให้หลับไปแบบนี้เลย

ใจนึงอยากพาไปโรงพยาบาล แต่คงทำไม่ได้เพราะกลัวว่าจะมีคนรู้เรื่องเข้า

นั่นก็เพราะตระกูล พชรดนัยของผมเป็นตระกูลใหญ่ที่ทำธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนร่วมกับตระกูล กฤติเดช พวกนั้นเก่งทางด้านบริหารส่วนพวกเราเก่งด้านการแพทย์ พวกเราเรียนแพทย์เกือบทั้งหมดรวมทั้งพ่อผม ตัวผมเอง และพี่วุฒิด้วย มีเพียงบางคนที่เรียนบริหารเพื่อเข้ามาเป็นกรรมการบริหารร่วมกับพวกกฤติเดช

ขืนพาออมไปโรงพยาบาลรับรองเรื่องนี้ถึงหูพ่อแน่ แม้ว่าจะพาไปโรงพยาบาลของรัฐเรื่องก็ต้องถึงหูพ่ออยู่ดี

“วุ่นวาย” ผมพูดเบา ๆ พร้อมกับมองหน้าออมที่ตอนนี้ซีดจนหน้าจะเหมือนศพเข้าให้แล้ว

พอมองหน้าเธอแล้วทำให้นึกถึงวันแรกที่เจอกัน...

ตระกูลเราเป็นตระกูลใหญ่ที่สมาชิกทุกคนต้องอยู่รวมกันในบ้านที่ใหญ่   ราวกับคฤหาสน์ แต่พ่อผมเป็นพวกรักสันโดษ ไม่อยากต้องมาอาศัยอยู่ที่บ้านที่มีคนเยอะวุ่นวาย อาจเป็นเพราะแม่ผมด้วยที่ทำให้พ่อคิดแบบนั้น ท่านจึงขอออกมาสร้างบ้านอยู่เพียงลำพังแค่เรา ตอนแรกทุกคนก็ค้านเพราะไม่อยากเสียกำลังคนไปโดยเฉพาะคุณลุงพ่อของพี่วุฒิที่ไม่ยอมให้พ่อผมออกจากบ้าน แต่สุดท้ายพวกท่านก็ยอมให้พ่อออกมาเพราะพ่อจะไปช่วยงานที่บ้านใหญ่เหมือนเดิมและจะให้ผมเรียนหมอเหมือนพวกพี่ ๆ ตามความต้องการของคุณปู่

หึ! ก็แค่เรียนตามความต้องการของคนอื่น ไม่ได้เรียนตามความต้องการของตัวเอง

ผมจำได้ว่าตอนนั้นตัวเองอายุ 8 ขวบ วันแรกที่ย้ายเข้าบ้านหลังใหม่ผมเจอออมที่กำลังนั่งเล่นกับสุนัขตัวหนึ่งหน้าบ้านของเธอ เธอเอาอาหารให้มันแล้วลูบหัวมันด้วยท่าทางเอ็นดู แม่ที่กำลังขนของเข้าบ้านก็ผ่านมาเห็นเข้า คำแรกที่ท่านพูดออกมาคือ

ลูกใครน่ารักจัง อยากได้ลูกสาวแบบนี้แหละ

ท่านมองออมด้วยสายตาเอ็นดูมันทำให้ผมอิจฉา แม่อยากได้ลูกสาวไม่ใช่ลูกชายอย่างผม

เหมือนออมจะได้ยินเสียงใครสักคนเธอเงยหน้าจากสุนัขตัวนั้นแล้วหันซ้ายหันขวาก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ที่พวกเรายืนอยู่

ผมได้เห็นใบหน้าของเธอชัดขึ้น...ไม่เห็นจะน่ารักตรงไหนเลย

ในตอนนั้นผมรู้สึกไม่ชอบใจเธอเอามาก ๆ เพราะแม่เอาแต่ชมและแวะไปหาเธอที่บ้านบ่อยครั้ง บางครั้งก็ชวนมากินข้าวที่บ้าน บอกว่าเหงาไม่มีคนคุยด้วย ทั้ง ๆ ที่ผมก็อยู่

แต่ก็ช่างเหอะ ผมได้รู้จักกับไอ้ไผ่ พี่ชายของออม เราค่อนข้างสนิทกันเพราะอาจเป็นผู้ชายเหมือนกันด้วย มันชวนผมไปที่บ้าน วันนั้นเป็นวันที่ผมได้เอาคืนออมเพราะแม่ออมออกจะปลื้มผม อยากได้ผมเป็นลูกอีกคนบ้าง ออมเองก็เหมือนจะไม่พอใจที่ผมกลายเป็นคนโปรดของแม่เธอ

จากนั้นเป็นต้นมาเราเลยไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่ เพราะต่างคนต่างก็แสดงออกชัดเจนว่าไม่ชอบ เราทะเลาะกันบ่อยขึ้น และหนักมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้จะมีเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้เราเหมือนจะคุยกันดี ๆ ได้แต่สุดท้ายเราก็กลับมาทะเลาะกันเหมือนเดิม จนมาถึงทุกวันนี้

แค่อยากสั่งสอนไม่ได้คิดว่ามันจะเลยเถิดมาถึงขนาดนี้ ผมนั่งถอนหายใจเงียบ ๆ เพราะรู้สึกว่าเหนื่อยและเพลียมาก วันนี้ทั้งวันผมต้องโดดเรียนเพื่อมาตามหาออมเพราะไอ้ไผ่มันขอร้องมา

ความจริงผมไม่จำเป็นต้องทำขนาดนี้ก็ได้แต่เพราะรู้สึกผิดเรื่องที่เกิดขึ้นวันนั้นเลยออกมาตาม ดีที่พอจะเดาได้ว่าที่ที่เธอชอบไปมีที่ไหนบ้างเลยมาเจอที่ห้างสรรพสินค้าพอดี

ผมคิดอะไรไปเรื่อยก่อนจะเดินเข้าไปในห้องที่มีสภาพเละเทะแล้วทำการเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดลำลองสบาย ๆ แล้วคว้าเอาโทรศัพท์ที่ตกอยู่แถว ๆ นั้นขึ้นมาดู มีข้อความจากพี่วุฒิส่งมาเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว

พี่วุฒิ : วันนี้มึงโดดเรียนเพื่อมาทำเรื่องแบบนี้ใช่มั้ย

พี่วุฒิ : กูไม่ห้ามนะ แต่ระวังตัวเองหน่อย

พี่วุฒิ : พ่อกูจับตาดูมึงอยู่ มึงก็รู้

พี่วุฒิ : เรื่องวันนี้กูจัดการเอง จะไม่มีใครรู้เรื่อง

พี่วุฒิ : สบายใจได้ แต่อย่าให้กูเห็นอีกว่ามึงทำอะไรแบบนี้

“โธ่โว้ย!!” ผมขว้างโทรศัพท์ลงพื้นด้วยความโมโหจนหน้าจอมันแตก

ผมเดินออกมาข้างนอกแล้วมายืนค้ำร่างของออมที่นอนสลบอยู่

“เพราะเธอ มันเป็นเพราะเธอคนเดียว” ไม่รู้ว่ายืนจ้องเธอนานแค่ไหน พอมารู้ตัวอีกทีผมก็นั่งลงบนพื้นข้างล่างใกล้ ๆ กับโซฟาแล้ว

สำรวจร่างกายตัวเองก็พบว่ามีแผลอยู่ตรงข้อมือ ผมจัดการทำแผลให้ตัวเองแล้วหันมามองหน้าออมอีกครั้ง

ใบหน้าเธอไม่ได้ซีดแล้ว มีเลือดฝาดขึ้นมานิดหน่อย แต่ก็ยังดูไม่สู้ดีอยู่ดี

มองดูดี ๆ แล้วสภาพออมนี่ดูไม่ได้เลย ผมตัดสินใจอุ้มเธอขึ้นมาแล้วพาไปยังห้องนอนอีกห้องที่ผมไม่ได้ใช้ แต่เอาไว้ให้พวกเพื่อน ๆ ที่มาค้างกับผมใช้ เมื่อวางเธอลงบนเตียงแล้วผมก็เดินเข้าไปในห้องนอนของตัวเองอีกครั้งแล้วเปิดตู้เสื้อผ้าเลือกเอาเสื้อเชิ้ตออกมาตัวนึง กำลังจะเดินออกจากห้องแต่สายตาดันไปสะดุดอยู่ ที่กรอบรูปที่ตกอยู่บนพื้น

ผมเดินเข้าไปแล้วก้มลงมองรูปใบนั้นก่อนจะหยิบมันขึ้นมาแล้วฉีกมันออกเป็นชิ้น ๆ ขยำมันแล้วขว้างทิ้งลงบนพื้น

ความรู้สึกสับสนแล่นผ่านเข้ามาในหัว ทั้งรัก ทั้งเกลียด ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร ยังรักอยู่ทั้ง ๆ เธอไม่เคยเห็นค่าของผมเลยด้วยซ้ำ ไม่รู้จะเก็บมันไว้ทำไม

ผมส่ายหน้าเพื่อไล่ความคิดบ้า ๆ ออกไปแล้วเดินเข้าไปยังห้องนอนอีกห้อง ก่อนจะกดเพิ่มอุณหภูมิให้ห้องไม่เย็นมาก แล้วจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ออม เสื้อของผมตัวเดียวสามารถคลุมไปยังเข่าเธอได้เลย

“เตี้ย” ผมพึมพำแล้วมองเสื้อนักศึกษาและกระโปรงของเธอที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด คงต้องเอาไปซักก่อน

เมื่อจัดการห่มผ้าห่มให้เธอแล้วเดินออกมาจากห้อง ผมกดโทรศัพท์ที่อยู่ในห้องเรียกให้แม่บ้านขึ้นมาทำความสะอาดห้องนอนให้

กว่าแม่บ้านจะเข้ามาทำความสะอาดเสร็จก็กินเวลาไปเกือบ 1 ชั่วโมง

“เสร็จแล้วค่ะ” แม่บ้านพูดพร้อมกับยกถุงขยะออกมาด้วย

“เดี๋ยวก่อนครับ” ผมเรียกแม่บ้านไว้ “ขอผมหาของในนั้นหน่อยได้ไหมครับ  มีของสำคัญอยู่”

แม่บ้านทำหน้างง ๆ แต่ก็วางถุงให้ผมค้นดู ใช้เวลาอยู่นานกว่าจะหาเจอทั้งหมด

“ขอบคุณครับ” ผมยื่นถุงขยะคืนให้แม่บ้านแล้วรอให้พวกท่านออกไปก่อนจะเดินเข้าไปยังห้องนอนของตัวเองแล้วจับมันยัดเข้าไปในลิ้นชักที่อยู่หัวเตียง

ผมนั่งลงบนเตียงแล้วเปิดลิ้นชักอีกชั้นหนึ่ง หยิบเอาสร้อยเงินที่ห้อยจี้รูปหัวใจออกมายกขึ้นดู มันเคยเป็นของเธอ คนที่ผมรักหมดใจ หัวใจที่เป็นจี้สร้อยนั้นก็เหมือนหัวใจของผม ผมให้เธอและหวังว่าเธอจะดูแลรักษามันเป็นอย่างดี สุดท้ายเธอก็ไม่เห็นค่าทำเหมือนสิ่งที่ผ่านมาไม่ได้มีความหมายอะไรกับเธอสัดนิดเลย ทิ้งขว้างอย่างไม่ใยดี...ผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนคนแรกของผม

...และเธอยังเป็นรักแรกของผมด้วย

ไม่ว่าจะทำยังไงผมก็ไม่มีทางลืมเธอได้เลย เธอเป็นคนที่เปลี่ยนอะไรหลาย ๆ อย่างในตัวผม ข้อความที่เธอเขียนใส่กระดาษทิชชู่แล้วยื่นให้ผมในวันที่เป็นเดทแรกของเรายังอยู่ ผมเก็บมันไว้อย่างดี

รักนะ

ข้อความสั้น ๆ ที่ทำให้ผมยิ้มทุกครั้งที่ได้อ่าน แต่ก็เสียใจเพราะไม่มีเธอคนนั้นอีกแล้ว

ผมซบหน้าลงบนฝ่ามือ ไม่ได้ร้องไห้ ไม่ได้เสียน้ำตาให้เธออีกแล้ว เพียงแค่คิดถึง...คิดถึงคนที่เคยรักสุดหัวใจ

ผมเฝ้าบอกกับตัวเองเสมอว่าจะไม่รักใครอีก จะไม่ให้ความเชื่อใจใครอีก กลัวการหักหลังเพราะมันเจ็บ ครั้งหนึ่งเคยเจ็บเจียนตายมาแล้ว ผมจะไม่ยอมกลับไปเป็นแบบเดิมอีกแน่นอน

 

เราเลิกกันเถอะ

ไม่

เราแทบเข้ากันไม่ได้เลย ฝืนไว้ก็มีแต่จะเจ็บเปล่า ๆ เลิกกันไม่ดีกว่าหรอ

เข้ากันไม่ได้หรือเธอไปมีคนอื่นกันแน่

...

เงียบแบบนี้แสดงว่าพูดถูกใช่ไหม?!’

ก็แล้วแต่จะคิด

เฮือก!!

ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับหอบหายใจหนัก ๆ  ฝันร้ายหรือเนี่ย เผลอหลับไปตอนไหนวะ ทำไมรู้สึกว่าหนัก ๆ ตัวเหมือนมีอะไรมาทาบทับอยู่ด้านบน

ผมค่อย ๆ มองรอบ ๆ เมื่อสำรวจดูดี ๆ ก็เห็นออมกำลังนั่งคร่อมร่างผมอยู่ ในมือเธอถือมีดปลายแหลมคมที่ผมคิดว่าน่าจะไปเอามาจากห้องครัวแล้วยื่นมันมาจ่อที่ลำคอของผม

“นายทำอะไรฉัน” เธอถามผมเสียงแข็ง “ตอบไม่ดี ศพไม่สวยแน่”

“ทำไร” ผมถามกลับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด เมื่อกี้ยิ่งฝันไม่ดีด้วย

“รู้อยู่แก่ใจยังจะถามอีกหรอ”

“ก็แล้วทำอะไรล่ะ!” ผมตะคอกเธอกลับ ออมไม่ได้ตกใจแต่เธอกลับยื่นปลายมีดเข้ามาใกล้ ๆ ผมมากกว่าเดิม “เอาออกไป ไม่เล่น”

“ไม่ได้เล่น แต่เอาจริง”

“...” ผมมองใบหน้าเธออย่างเอาเรื่องก่อนจะหลุบตาลงมองปลายมีดแหลมคมที่จ่ออยู่ลำคอ

“ใครเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ฉัน”

“ฉันเอง”

“ใครใช้ให้นายทำ!” ออมขึ้นเสียงพร้อมกับเอื้อมมืออีกข้างมากำเส้นผมของผมไว้แล้วกระตุกมันแรง ๆ ทีนึง

“เฮ้ย ลามปามละ” ผมปัดมือของเธอออก แต่เธอไม่ยอมปล่อย มีดที่จ่ออยู่ตรงคอก็เกือบจะจิ้มผมอยู่แล้ว “แม่งเอ้ย!

“นายนี่มันอะไรกับฉันนักหนาวะ เลิกยุ่งเลิกแล้วต่อกันสักทีเถอะ”

“คิดว่าอยากยุ่งนักหรือไง ยัยตัวปัญหา”

“ปัญหาไร ฉันอยู่ของฉันเฉย ๆ นายนั่นแหละที่ลากฉันไปโน่นมานี่”

“จะลงไปได้ยัง...หนัก”

“ไม่ ตอบคำถามฉันมาก่อน”

“อะไรอีก” ผมพูดอย่างเบื่อหน่าย อยากผลักออกให้รู้แล้วรู้รอดไป รู้หรอกว่าออมไม่กล้าทำไรผมหรอก เธอเหมือนแข็งกร้าวแต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่

“นาย...” เธอพูดก่อนจะก้มลงมองร่างกายตัวเอง “ยังไม่ได้ทำอะไรฉันใช่มั้ย”

“...” ผมไม่ตอบเพราะต้องการกวนประสาทเธอ

“ตอบดิวะ!” ออมกระตุกเส้นผมของผมอีกครั้ง เล่นแรงไปละ

ผมอาศัยจังหวะที่ร่างเล็กไม่ทันระวัง เบี่ยงตัวหลบคมมีดแล้วใช้มือปัดมันออกไป แต่ออมเหมือนจะรู้ทันเธอกำมันไว้แน่นจนไม่หลุดจากมือ ก่อนจะตวัดมันกลับมาที่ผมอีกครั้ง แต่เหมือนเธอจะกะระยะผิดไปหน่อย

ฉึก!

ปลายมีดปักลงที่ต้นแขนของผม มีความรู้สึกเย็นวาบครู่นึงก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเจ็บปวด ได้กลิ่นคาวเลือดและรับรู้ถึงความเจ็บแสบที่อยู่บริเวณต้นแขน

ออมผละออกจากตัวผมแล้ว เธอเหมือนจะตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ร่างของเธอสั่นสะท้านอย่างเห็นได้ชัด วูบหนึ่งผมเห็นความรู้สึกผิดฉายวาบออกมาจากดวงตาของเธอ

ผมดึงมีดออกจากแขนก่อนจะกุมแผลของตัวเองไว้ ไม่มีเสียงต่อว่าเธอใด ๆ เพราะพูดไปก็ไม่มีประโยชน์

เธอยืนนิ่งอยู่นานเหมือนคิดอะไรอยู่ก่อนจะวิ่งเข้าไปในห้องน้ำแล้วออกมาพร้อมกับกระเป๋าของเธอ

หึ! คงคิดจะหนีสินะ

ผมปล่อยให้เธอวิ่งออกจากห้องของผมไปโดยไม่มีเสียงค้านใด ๆ ทั้งสิ้น      นี่เป็นโอกาสของเธอแล้วหลังจากที่หาทางหนีกลับมาตลอด

เธอทิ้งผมที่กำลังเจ็บไว้คนเดียว...อีกแล้ว

ผมลุกขึ้นจากเตียงเพื่อจะเดินไปหยิบเอากล่องพยาบาลที่อยู่ข้างนอกมา  ทำแผลเบื้องต้นให้ตัวเองก่อน แล้วค่อยว่ากันอีกที

แอด!

แต่จังหวะที่กำลังจะเปิดประตูห้อง ประตูก็ถูกเปิดจากด้านนอกแล้วผลักเข้ามา ออมยืนทำหน้าตกใจที่เห็นผม เธอนิ่งไปครู่นึงก่อนจะพูดประโยคหนึ่งออกมา

“ไปโรงพยาบาลกัน”

[End Tiw Talk]

 

นี่ฉันทำอะไรลงไปเนี่ย ตอนแรกก็โมโหที่จู่ ๆ ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองไม่ได้ใส่ชุดเดิมกลัวว่าฉันจะไปมีอะไรกับทิวเข้าให้แล้ว หวังแค่จะมาเค้นเอาความจริงจากเขาแต่เขาก็ทำให้ฉันโมโหเข้าจนได้ สุดท้ายเราเลยเป็นอย่างที่เห็น

ทิวมีแผลที่แขนเพราะฉัน ไม่สิ เพราะเขาต่างหาก ถ้าเขาไม่พยายามขัดขืนเรื่องก็คงไม่เป็นแบบนี้

ฉันแค่ตกใจมากและพยายามหาทางช่วยเขา ยังไงก็ต้องไปโรงพยาบาล ฉันเลยวิ่งเข้าไปในห้องน้ำเพื่อเอากระเป๋าของตัวเองที่คาดว่าจะอยู่ในนั้น และมันก็อยู่ในนั้นจริง ๆ แต่เมื่อมองเห็นสภาพตัวเองในกระจกแล้วดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ฉันจึงเดินออกมาจากห้องเขาเพื่อหาเสื้อผ้าของตัวเอง อย่างน้อยก็ใส่กระโปรงหน่อยก็ได้ คงจะดูดีกว่าเสื้อเชิ้ตตัวเดียว

ฉันเจอเสื้อผ้าของฉันกองอยู่ในห้องที่ตัวเองนอนอยู่ก่อนหน้าจึงหยิบกระโปรงขึ้นมาดู โชคดีที่มันเป็นสีดำเลยทำให้มองรอยเปรอะเปื้อนไม่เห็น ฉันจัดการสวมกระโปรงของตัวเองแล้ววิ่งกลับมายังห้องของทิว

จังหวะที่ฉันเปิดประตูก็เจอทิวเข้าพอดี เขามองมาทางฉันด้วยสายตาว่างเปล่ามันทำให้ฉันเกร็ง เขากำลังโมโห...ฉันรู้

“ไปโรงพยาบาลกัน” ฉันทวนซ้ำอีกรอบเพราะเห็นว่าเขาไม่ตอบ

“...” ทิวเดินเลยฉันไปแล้วตรงไปยังโซฟา ฉันเห็นเขาพยายามแกะกล่อง ปฐมพยาบาลเหมือนจะทำแผลให้ตัวเอง

“ไปโรงพยาบาล...เดี๋ยวนี้”

“...” เขาเงยหน้าขึ้นมามองแต่ไม่พูดอะไร

“เดี๋ยวก็ได้ตายหรอก เร็ว!” ฉันเดินไปคว้ามือของเขาแล้วดึงให้ลุกขึ้น

“...” ทิวลุกตามอย่างว่าง่ายแต่ก็ไม่ยอมขยับไปไหนต่อ

“จะกวนประสาทกันอีกนานไหม จะไปมั้ย...โรงพยาบาลอ่ะ”

“ไม่” เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

“อยากตายหรือไง ฉันไม่ยอมเป็นฆาตกรหรอกนะ”

“กลัวความผิดก็หนีไปซะสิ”

“...”

“หนี แล้วอย่ากลับมาให้เห็นหน้าอีก อยากไปนักก็ไปเลย”

อะไรของเขานะ พูดอย่างกับฉันคอยตามเขาตลอดเวลาอย่างนั้นแหละ

“รู้ว่าโมโห รู้ว่าโกรธ แต่เอาไว้ก่อนได้ป่ะ ไปทำแผลก่อน”

“ฉันทำเองได้”

“จะดื้อไปถึงไหนวะเนี่ย”

“คนที่ดื้อคือเธอต่างหาก บอกไม่ไปก็คือไม่ไปไงวะ” ร่างสูงสะบัดแขนออกอย่างรุนแรงจนฉันถึงกับผงะ

ฉันสูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามระงับความไม่พอใจไว้ก่อนจะมองดูเขานั่งลงแล้วพยายามทำแผลให้ตัวเอง เลือดของเขาออกเยอะมาก ฉันเห็นฉันยังทนดูไม่ได้เลยเลือกที่จะเดินไปนั่งที่เก้าอี้อีกฝั่ง

ฉันควานหาโทรศัพท์เพื่อมากดเล่นฆ่าเวลา ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมไม่ยอมออกไปจากที่นี่สักที

พี่ไผ่ : อยู่ไหน อยู่กับไอ้ทิวป้ะ

พี่ไผ่ : เห็นข้อความแล้วโทรกลับด้วย

ข้อความจากพี่ไผ่ที่ถูกส่งมาเมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว อยากโทรหาเขานะแต่ตอนนี้คงไม่เหมาะเท่าไหร่

ฉันนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่นานจึงเงยหน้าขึ้นไปดูทิวที่อยู่โซฟาอีกฝั่ง เขาไม่อยู่แล้ว สงสัยจะเข้าไปนอนในห้อง ฉันจึงถือวิสาสะเปิดประตูห้องนอนเขา จึงเห็นว่าเขานอนหลับอยู่

ทิวทำเหมือนฉันเป็นอากาศธาตุ เขาคงโกรธจริง ๆ แต่ไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงได้คิดว่าที่ทิวโกรธฉันไม่ได้มีแค่เรื่องที่ฉันแทงต้นแขนเขา

ทำไมฉันต้องมาแคร์เขาด้วยเนี่ย...

ฉันตัดสินใจคว้ากระเป๋าแล้วเดินออกจากห้องเขาโดยไม่ลืมหยิบคีย์การ์ดของเขาออกมาด้วย อย่างน้อยก็ควรทำอะไรไถ่โทษเขาบ้าง ฉันไม่ใช่คนใจร้ายถึงขนาดทำคนบาดเจ็บแล้วไม่ดูดำดูดีหรอกนะ

ขณะอยู่ในลิฟต์ฉันก็สำรวจร่างกายตัวเองไปด้วย ฉันเจอผ้าปิดแผลตรงข้อมือเมื่อสัมผัสดูก็รู้สึกเจ็บ มันเป็นแผลที่ฉันได้ตอนอยู่ในห้องทิว โชคดีที่แผลตรงหัวเข่าและข้อศอกของฉันมันหายดีแล้ว ไม่งั้นคงได้ระบมไปทั้งตัวแน่ ๆ เลย

ความรู้สึกสับสนแล่นผ่านเข้ามาในหัวของฉัน อะไรกัน...ความรู้สึกนี้อีกแล้วหรอ

ฉันพยายามไม่คิด ไม่สนใจอะไร เมื่อมาถึงลานจอดรถก็รีบขับรถออกไปซุปเปอร์มาเก็ตที่อยู่ใกล้ ๆ พลางโทรหาพี่ไผ่บอกไปว่าจะค้างบ้านเพื่อน

เมื่อซื้อของไว้ทำอาหารและซื้อยาเสร็จแล้วฉันก็กลับมายังห้องของทิวทันที ทิวยังคงหลับอยู่ ตอนนี้ก็เป็นเวลาสองทุ่มแล้ว ไม่รู้ว่าเขาจะกินข้าวหรือเปล่า แต่ทำไว้ดีกว่า กะว่าทำอาหารให้เขาทานเสร็จแล้วก็จะไปนอนที่บ้านของฟ้า เพราะยังไงฉันไม่ยอมนอนที่นี่เด็ดขาด

ฉันตั้งใจจะทำโจ๊กให้เขาพร้อมกับเครื่องเคียงที่เอาไว้ทานด้วยกัน ตอนนี้ฉันเตรียมทุกอย่างใกล้จะเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว ฉันพยายามจะเปิดตู้ที่อยู่ข้างบนเพราะคิดว่าในนั้นน่าจะมีเครื่องปรุงอยู่ แต่เพราะมันอยู่สูงเกินไปจึงทำให้ฉันเอื้อมไม่ถึง

“จะทำไร” เสียงทุ้มดังมาจากข้างหลังทำให้ฉันตกใจเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปดูก็เห็นว่าเขายืนพิงกรอบประตูมองมาทางฉัน

“โจ๊ก” ฉันตอบ

“ทำทำไม...หิว?”

“ทำให้หมากิน อย่าถามมาก” ฉันพูดแค่นั้นก่อนจะหันไปเอื้อมเปิดตู้ต่อ

“ปากหมา” ใครกันแน่ที่ปากหมา “ข้างบนไม่มีอะไร” ฉันได้ยินเหมือนเสียงอยู่ใกล้ ๆ

“จะเอาเครื่องปรุง” ฉันบอกโดยไม่หันกลับไปมองเพราะคิดว่าเขาคงยืนอยู่ข้างหลัง

“ตู้โน้น” ฉันเห็นมือเขาชี้ไปที่ตู้ที่อยู่ข้าง ๆ กัน แต่มันอยู่ไม่สูงมากนักฉันจึงเดินไปเปิดและหยิบเอาเครื่องปรุงที่ต้องการออกมา

ฉันยืนทำอาหารไปเรื่อย ๆ โดยมีทิวยืนมองอยู่ห่าง ๆ อึดอัดนิดหน่อยแต่ก็ไม่อยากไล่เขา ไม่อยากพูดมาก เสียเวลา

ไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ ฉันก็นึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา มันทำให้ฉันอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก ทิวคุยกับฉันก็เหมือนปกติ แต่ไม่รู้ทำไมฉัน...ช่างเถอะ

เมื่อทำเสร็จฉันก็จัดวางอาหารไว้บนโต๊ะ เตรียมน้ำ เตรียมยาที่ซื้อวางไว้ให้พร้อม ฉันก็ไม่รู้หรอกว่ายาอะไรกินตอนไหนเพราะไม่ค่อยใส่ใจตอนเภสัชกรแนะนำเท่าไหร่ เขาเรียนหมอน่าจะรู้ว่ายาตัวไหนกินตอนไหน มั้งนะ ถึงจะเพิ่งอยู่ปีสองแต่ก็ต้องรู้บ้างแหละ

“อาหารกับยาวางอยู่นี่ ทานข้าวเสร็จแล้วกินยาด้วย” ฉันบอกเขาก่อนจะเดินไปคว้าเอากระเป๋าเพื่อที่จะออกจากห้องเขา

“เดี๋ยว” เดินไปไม่เท่าไหร่ก็มีเสียงไล่หลังตามมา ฉันหันกลับไปมองก็เห็นว่าเขานั่งลงบนเก้าอี้ตรงโต๊ะอาหารแล้ว “ใครจะล้างจาน?”

อะไรนะ? หมอนี่พูดไรออกมาเนี่ย

“กินเสร็จก็ล้างเองสิ”

“เจ็บแผลอยู่ ไม่เห็นไง”

“แม่บ้านก็มี”

“...”

เขาไม่พูดอะไรแต่หลุบตามองแผลที่ข้อมือของฉัน ก่อนจะเลื่อนสายตามาสบตาฉัน เราจ้องหน้ากันอยู่อย่างนั้นโดยที่ไม่มีใครพูดอะไร ลมหายใจของฉันติดขัดเพราะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่แล่นผ่านสายตาของเขา

เป็นทิวเองที่เบนสายตาไปทางอื่นก่อนจะลงมือทานโจ๊กที่ฉันทำไว้ให้โดยไม่มองฉันอีกเลย ฉันชั่งใจอยู่นานว่าจะกลับดีไหม ใจก็กลัวว่าเขาจะยกถ้วยจานไปล้างเอง แต่...ช่างเหอะ

ฉันกับทิวเราก็ไม่ลงรอยกันมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว แต่ฉันว่าครั้งนี้เขาเล่นแรงเกินไป ฉันเองก็ผิดที่ทำเขาเป็นแผล แต่...ฉันเองก็ไม่ได้ตั้งใจนี่นา ยังไงซะการปะทะกันในครั้งนี้มันทำให้ฉันตัดสินใจอะไรบางอย่างได้

ถ้าคิดจะไปฉันก็ต้องไป ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม

สุดท้ายฉันเลยตัดสินใจเดินออกจากห้องของเขาไป

ปัง!

พอกันที อย่าได้เจอะได้เจอกันอีกเลย

 

1 ปีผ่านไป

ปีสองแล้วโว้ยยยยยยยย

กว่าจะผ่านคืนวันอันแสนโหดร้ายของช่วงชีวิตปีหนึ่งมาได้นี่โคตรลำบากเลย ขอบอก และวันนี้ก็เป็นอีกวันสำหรับการเรียนวันแรกของฉัน นี่วิ่งขึ้นบันไดด้วยความเหนื่อยหอบ ไม่น่าตื่นสายเลย ฉันว่าฉันควรพูดอย่างจริงจังกับแม่เรื่องย้ายมาอยู่หอพักบ้างแล้วล่ะ

ปึก!

“โอ้ย”

“ขอโทษค่ะ”

เพราะรีบมากฉันเลยวิ่งชนใครคนนึงเข้าตรงมุมโค้งของบันได เธอเอ่ยปากขอโทษฉันและน้ำเสียงของเธอคุ้นหูมาก

“ฟาง” ฉันอุทานชื่อของเธอออกมา ฉันรู้จักเธอ เธอคือฟางน้องสาวของฟ้า เพื่อนสนิทในกลุ่มของฉันเอง

“อ้าว พี่ออม” ฉันเห็นเธอยืนมองฉันพร้อมกับผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนซ้อนอยู่ข้างหลัง “เป็นไรมากมั้ยคะ”

“ไม่เป็นไร ๆ แล้วนี่เรียนไรอ่ะ” ฉันถามพร้อมกับส่งสายตาไปมองผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างหลัง รู้ว่าเสียมารยาทแต่ฉันอยากรู้นี่นา ฟ้ามันหวงน้องมาก ใช่แฟนหรือเปล่านะ

“เกาหลี 1 ค่ะ” เธอบอกพร้อมกับหันไปมองเพื่อนของเธอ “นี่เดียว เพื่อนฟางเองค่ะ เรียนคณะฯ เรา สาขาพัฒนาสังคม”

“อ๋อ” ฉันพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะโบกมือลา “พี่ไปก่อนนะ ไว้ค่อยคุยกัน พอดีรีบมาก”

“ไว้เจอกันค่ะ สวัสดีค่ะ”

ฉันรีบวิ่งขึ้นไปยังห้องเรียนทันที วิชานี้เป็นวิชาเสรีที่ฉันเลือกลงเรียนเป็นวิชาของภาคสารสนเทศ คณะฯ ของฉันเอง ได้ข่าวมาว่าอาจารย์โหดมาก ต้องทำเวลาหน่อยแล้ว

แอด

ฉันค่อย ๆ เปิดประตูเข้าไปภายในห้องเรียน ตอนนี้เลยเวลาเรียนมา 10 นาทีแล้ว ถือว่ายังไม่สาย ก็เลทได้ 15 นาทีนี่นา

“เวร...” ฉันสบถออกมาเบา ๆ เพราะดันมองไปเห็นผู้ชายคนนึงนั่งอยู่ตรงแถวหน้าสุด

ไอ้หมอหน้าหมา

---------------------------------------------------------------------------

วันนี้เปิดให้โอนเงินกันแล้วน้าาาาาา

หนึ่งคอมเมนต์หนึ่งกำลังใจ้นาาา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,450 ความคิดเห็น

  1. #1429 orpunnnmilk (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 09:40
    ทิวแม่งเลวชิบหายสัส นิสัยเสียว่ะ
    #1,429
    0
  2. #1428 Mee I'ya (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2560 / 07:10
    ตอนนี้เหมือนทิวไม่ห่วงความ ปลอดภัยของออมเลยนะ ห่วงแต่ตัวเองกลัวพ่อจะรู้หรอ
    #1,428
    0
  3. #1212 tbuykeid37 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 06:00
    ปล่อยเวลาให้ไปเฉยๆเลย
    #1,212
    1
    • #1212-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 8)
      30 ธันวาคม 2559 / 06:30
      เยสสสส
      #1212-1
  4. #796 srisud (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 11:08
    โห 1ปีผ่านไผเร็วมว๊ากกกก
    #796
    1
    • #796-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 8)
      30 ตุลาคม 2559 / 17:26
      เร็วสุดดดด
      #796-1
  5. #430 YulSica (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 23:47
    รักกันตอนไหนน้า หรือรักอล้ว
    #430
    1
    • #430-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 8)
      16 ตุลาคม 2559 / 09:31
      ต้องรอดูค่าาา
      #430-1
  6. #186 Ramphai21 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 06:47
    เมื่อไรจะรุ้ว่ารักน๊าาา
    #186
    1
    • #186-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 8)
      6 ตุลาคม 2559 / 07:21
      นั่นน่ะสิน้าาาา
      #186-1
  7. #185 Natthamon12 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 00:57
    รอฉากมุ้งมิ้งยุจร้า
    #185
    1
    • #185-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 8)
      6 ตุลาคม 2559 / 07:21
      เค้าก็รออออ
      #185-1
  8. #184 -----t----- (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 20:47
    1ปีผ่านไป ไวเหมือนโกหก555555
    #184
    1
    • #184-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 8)
      6 ตุลาคม 2559 / 07:20
      ไวมากกก
      #184-1
  9. #183 mtpply (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 20:24
    ถึงกับได้เลือด55555
    #183
    1
    • #183-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 8)
      6 ตุลาคม 2559 / 07:20
      โหดสุดดด
      #183-1
  10. #179 BeakTae (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 16:43
    มีฉากหวานไหมคะเนี่ย 5555
    #179
    1
    • #179-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 8)
      5 ตุลาคม 2559 / 16:49
      มีค่าาาา ต่อจากนี้แหละ หุหุ
      #179-1
  11. #178 Springday (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 14:45
    เมื่อไหร่จะมุ้งมิ้ง อยากอ่านนน
    #178
    1
    • #178-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 8)
      5 ตุลาคม 2559 / 15:56
      ต่อจากนี้แหละค่าา คือความมุ้งมิ้ง อิอิ
      #178-1
  12. #175 ทะเลคราม (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 11:11
    รออยู่นะคะ
    #175
    1
  13. #173 BeakTae (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 09:34
    จะรักกันได้ไงเนี่ย 5555
    #173
    1
  14. #172 samngamjan (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 17:40
    เมื่อไรคู่นี้จะลงรอยกัน
    #172
    1
    • #172-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 8)
      4 ตุลาคม 2559 / 07:06
      นั่นน่ะสิคะ 5555
      #172-1
  15. #171 Roschees94 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 23:09
    น้องออมไปไว้ มาไว เพิ่งออกไปแปปเดียว กลับมาล่ะ 5555
    #171
    1
    • #171-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 8)
      3 ตุลาคม 2559 / 09:45
      เร็วจริงอะไรจริง ฮ่าๆๆ
      #171-1
  16. #170 BeakTae (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 21:34
    มาแล้วววว
    #170
    1
    • #170-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 8)
      2 ตุลาคม 2559 / 21:49
      มาแล้วววววววววว
      #170-1
  17. #168 BeakTae (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 00:10
    เริ่มไม่อยากเชียร์อิพี่ทิวแหละ ดูผีเข้าผีออก ให้ออมคู่กับคนอื่นเหอะ กลัวใจจะมีดราม่าเรื่องถ่ายไฟเก่า 55555
    #168
    1
  18. #167 Natthamon12 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 00:09
    รอค้ารออออ
    #167
    1
  19. #166 -----t----- (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 22:48
    ออมมาโหดว่ะเห้ย
    #166
    1
  20. #165 FairyBr (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 22:22
    อยากอ่านใจจะขาดแล้วค่าา5555
    #165
    1
  21. #163 Roschees94 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 21:51
    ไรท์เค้าว่านะ. แต่งให้อิพี่ทิว ไม่ต้องคู่กับหนูออมหรอก สงสาร ขนาดนี้ยังไม่พาไปโรงพยาบาลเลย เกิดน้องช็อคเลือดหมดตัวขึ้นมางี้ 55555
    #163
    2
    • #163-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 8)
      1 ตุลาคม 2559 / 21:54
      อู้ววว สายโหดดด ฮ่าๆๆๆ
      #163-1
    • #163-2 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 8)
      1 ตุลาคม 2559 / 21:54
      สายโหดดดดดดดดดด
      #163-2
  22. #162 Roschees94 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 21:50
    นี้เดาผิดมั่วซั่วหมดเลยง่าาาา 55555
    #162
    1
    • #162-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 8)
      1 ตุลาคม 2559 / 21:52
      ยังมีให้เดาให้ลุ้นกันอีกค่ะ ฮ่าๆๆ
      #162-1
  23. #161 kulsinNattawadee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 21:17
    แอดมิ้นอัพอีกได้มั้ยค่ะ ?????
    #161
    2
    • #161-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 8)
      1 ตุลาคม 2559 / 21:31
      เป็นพรุ่งนี้นะคะ ^^
      #161-1
  24. #160 TheCheek (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 21:06
    รออยู่นะค่า >< //ไม่คิดว่าพี่ทิวจะเคยมีแฟนกับเขาด้วยแล้วน้องออมล่ะ U_U
    #160
    1
    • #160-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 8)
      1 ตุลาคม 2559 / 21:14
      ขอบคุณค่าาา
      #160-1
  25. #158 kulsinNattawadee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 13:04
    วันนี้แอดมิ้นอัพมั้ยค่ะ
    #158
    1
    • #158-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 8)
      1 ตุลาคม 2559 / 13:14
      อัพค่าาา
      #158-1