Medicine พี่หมอปากร้ายกับยัยน้องสาวตัวแสบ

ตอนที่ 4 : เชือดเฉือน (ุ100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,197
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    30 ต.ค. 63



-------------------------------------------------------------------------

บทที่ 3

เชือดเฉือน


“ออมว่าไม่ดีกว่าค่ะ เพราะเหมือนคุณพ่อจะอยากคุยกับพี่ทิวตามลำพังมากกว่า” ฉันบอกแล้วหันไปมองทางพ่อของเขา ท่านไม่พูดอะไรเป็นการตอบ   กลาย ๆ ว่าอยากคุยกับเขาสองคนจริง ๆ

“ฝากไว้ก่อนเถอะ” เมื่อทำอะไรไม่ได้เขาก็กระชากฉันเข้าไปใกล้ก่อนจะก้มลงมากระซิบที่ข้างหูด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

กลัวตายแหละ!

ฉันเอียงคอมองหน้าเขาด้วยท่าทางยียวนแล้วสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของเขาก่อนจะเดินออกมาจากห้องรับแขกแล้วตรงเข้าไปที่ห้องครัวทันที

“สวัสดีค่ะคุณแม่” ฉันยกมือไหว้แม่ของทิวทันทีที่โผล่เข้ามา ท่านกำลังทำอะไรสักอย่างที่อยู่ในหม้อ

“อ้าว หนูออม มาแล้วหรอ”

“ค่ะ” ฉันตอบยิ้มแย้มพลางเดินเข้าไปหา “กำลังทำอะไรอยู่คะเนี่ย”

“แกงเขียวหวานน่ะ ทิวบ่นว่าอยากกิน” ท่านพูดพลางเทมะเขือที่หั่นเสร็จแล้วลงไปในหม้อ “แม่ทำอาหารที่ออมชอบไว้ด้วยนะ”

“ขอบคุณค่ะ” ฉันบอกแล้วเดินไปล้างมือกะว่าจะทำอาหารช่วยท่านสักหน่อย

“อ๊ะ ๆ ไม่ต้อง ๆ ไปนั่งรอที่ห้องรับแขกเลยลูก ทางนี้แม่จัดการเอง กลับมาจากมหาลัย เหนื่อย ๆ ก็ไปนั่งพักซะลูก”

“ไม่ดีกว่าค่ะ ตอนนี้คุณพ่อกำลังคุยเรื่องเครียด ๆ กับพี่ทิวอยู่ค่ะ”

“เรื่องไรอ่ะ” ท่านดูสนใจเรื่องที่ฉันพูดเมือกี้เลยทีเดียว

“ออมก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ เห็นคุณพ่อถามออมว่าพี่ทิวเข้าเรียนบ้างหรือเปล่า”

“แล้ว...” ท่านถามเมื่อฉันไม่พูดอะไรต่อ

สำหรับคำพูดแรง  ๆ ที่เขาสาดใส่ฉันวันนี้ฉันขอเอาคืนบ้างเถอะ พอฉันไม่ตอบโต้ทิวก็จะได้ใจเอาเรื่องพวกนี้มาพูดไม่หยุด

“ความจริงแล้วออมก็ไม่ได้รู้เรื่องราวของพี่ทิวมากมายเท่าไหร่หรอกค่ะ แต่   ได้ยินมาว่าวันนี้เข้าเรียนสาย”

“...” ท่านนิ่งไปเหมือนกำลังใช้ความคิด

“ออมได้ยินเขาลือ ๆ กันว่าพี่ทิวติดผู้หญิง” ฉันตั้งใจทิ้งระเบิดก้อนใหญ่ไว้ให้เขา

“แม่จะเข้าไปคุยด้วย” ท่านวางทัพพีก่อนจะเดินออกไป

“เดี๋ยวก่อนค่ะ” แต่ฉันห้ามไว้ก่อน “เรื่องนี้ออมว่าให้คุณพ่อจัดการดีกว่านะคะ เขาเป็นผู้ชายเหมือนกันน่าจะคุยกันได้”

“ก็มันน่าให้โมโหมั้ยล่ะลูก พ่อกับแม่อยากให้ทิวตั้งใจเรียนแต่ทิวกลับเอาเวลาเรียนไปสนใจเรื่องไร้สาระ”

“...” จู่ ๆ ฉันก็รู้สึกว่าตัวชาวาบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

“เพราะอย่างนี้แหละ แม่ถึงไม่อยากได้ลูกชาย”

“...”

“ทำไมทิวถึงทำอะไรไม่ได้ดั่งใจแม่เลยนะ”

“...” ฉันสะอึกกับคำพูดเหล่านั้นของท่านและเงียบไปเพราะรู้สึกจุกจนพูด  ไม่ออก

“...”

“แม่ไม่อยากให้พี่ทิวมีแฟนหรอคะ” ฉันแกล้งถามไปงั้นเพราะคิดว่าท่าทางท่านดูจะไม่พอใจเอามาก ๆ

จริงอยู่ที่ฉันตั้งใจจะแกล้งเขา แต่ไม่คิดว่ามันจะเป็นถึงขั้นนี้ ไม่คิดว่าพวกท่านจะโกรธจริงจังขนาดนี้

คำพูดเมื่อกี้มันเจ็บมากเลยนะ ฉันเข้าใจเพราะฉันกับทิวเราตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน เราได้รับความทุกข์ใจแบบเดียวกัน ขนาดท่านไม่ได้พูดถึงฉัน ฉันยังรู้สึกแย่เลย

ถ้าทิวมาได้ยินเข้าจะรู้สึกยังไง

“ขอโทษนะครับที่เป็นลูกที่ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจแม่เลยสักอย่าง” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นจากด้านหลังของฉันทำให้ฉันหันกลับไปมอง

“ทิว...” แม่ของทิวเหมือนจะตกใจมากที่เห็นเขา

ทิวมองหน้าแม่เขาก่อนจะเลื่อนสายตามายังฉัน มันเต็มไปด้วยความโกรธ ความผิดหวัง ความน้อยใจ

เขาไม่พูดอะไรต่อแล้วหันหลังเดินออกไปโดยมีพ่อของเขาพยายามที่จะคว้าแขนเขาเอาไว้

“ทิว เดี๋ยวก่อนลูก” แต่ท่านก็คว้าไว้ไม่ทัน

“ออมเองค่ะ” ฉันบอกแล้วรีบวิ่งตามเขาไปทันที

“พี่ทิวรอก่อนค่ะ” ฉันวิ่งตามเขาออกมาถึงหน้าบ้าน เขากำลังจะเลี้ยวเข้า  โรงจอดรถ

“ไม่ต้องตาม” เขาบอกก่อนจะเปิดประตูรถของเขา

หมับ!

แต่โชคดีที่ฉันคว้าแขนเขาไว้ได้ทัน

“ฟังก่อน”

“บอกว่าไม่ต้องตาม อย่ามายุ่ง” เขาพยายามสะบัดมือออก

“ไม่”

“บอกว่าอย่ามายุ่งไง!

ตึง!!

ทิวตะคอกใส่ฉันแล้วใช้มือจับไหล่ทั้งสองข้างของฉันไว้ก่อนจะกระแทกร่างฉันให้นาบกับตัวรถอย่างแรง

ฉันปวดร้าวไปทั้งแผ่นหลัง เมื่อกี้มันเจ็บมาก เจ็บจนจุก

ฉันพูดไม่ออกเพราะรู้สึกอึ้ง ถึงแม้เราสองคนจะไม่ชอบหน้ากัน ชอบทะเลาะหรือจิกกัดกันบ่อยครั้ง แต่ไม่มีครั้งไหนที่เขาจะทำร้ายร่างกายฉันจริง ๆ จัง ๆ เลยสักครั้ง ถ้าไม่นับเรื่องเมื่อวานที่เขาจะปล่อยให้ฉันตกบันได อย่างมากเขาก็แค่บีบแขนฉันเพื่อระบายความโกรธ

เขามองฉันด้วยสายตาวาวโรจน์ คงโกรธฉันจริง ๆ แต่ในแววตานั้นก็แฝงไปด้วยความตกใจระคนรู้สึกผิด เรายืนจ้องหน้ากันอยู่นานจนฉันเป็นฉันเองที่ทนความอึดอัดนี้ไม่ไหว

“ปล่อย...เจ็บ” ฉันบอกเขา แต่เขาก็ยังเฉย

ฉันไม่ใช่คนที่ไม่มีความรู้สึกอะไร ฉันรู้ว่าที่เรื่องมันเป็นแบบนี้มันเป็นเพราะเราทั้งคู่นั่นแหละ แต่ครั้งนี้มันเป็นความผิดของฉัน ฉันรู้สึกผิด

...ก็แค่อยากจะมาขอโทษ

ฉันอุตส่าห์ตามมาเพื่อขอโทษเขาเลยนะ ก็แค่ขอโทษในเรื่องนี้เท่านั้นแหละ

“ดี จะได้จำว่าไม่ควรทำแบบนี้อีก” เขาค่อย ๆ ปล่อยมือออกจากไหล่ของฉันแต่ไม่ได้ขยับไปไหน เขายังอยู่ตรงหน้าฉัน เราใกล้กันมากจนฉันรู้สึกอึดอัดอีกแล้ว

“จะไปไหน” ฉันถามเมื่อเห็นว่าเขาทำท่าเหมือนจะเปิดประตูรถ

“ยุ่ง!

“นี่!” ฉันเอ็ดเขาเพราะเห็นท่าทางเอาแต่ใจ นิสัยแบบนี้ไม่ว่านานแค่ไหนก็ยังเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน

ตอนแรกกะว่าจะมาขอโทษ แต่ตอนนี้ไม่แล้ว ปล่อยให้รู้สึกแย่ไปเลยทั้งอย่างนี้ยังจะดีซะกว่า

“ถอย!

“แม่นายทำกับข้าวไว้รออยู่นะ” ฉันบอกในสิ่งที่อยากจะบอกเขาด้วย และอีกอย่างมันคงเป็นสิ่งที่พอจะทำให้เขากลับเข้าไปในบ้านได้

“ไม่มีคำพูดอื่นดี ๆ ที่จะทำให้ฉันกลับไปหน่อยหรอ” คำพูดของคนตรงหน้าทำให้ฉันชะงักไปนิดนึง แต่ก็แค่นิดเดียว

“สำคัญตัวไปป่ะ ตามกลับเพราะคิดว่าควรทำต่างหาก” ฉันพูดในสิ่งที่ควรพูดและทำในสิ่งที่ควรจะทำต่างหาก แต่สุดท้ายก็อดที่จะเหน็บแนมประชดประชันเขาไม่ได้ “อีกอย่าง ใครกันแน่ที่ควรโดนตามกลับ”

“...” เขาเงียบ ไม่พูดอะไรออกมาอีกเลย

“...” และมันก็ทำให้ฉันเงียบตามไปด้วยเช่นกัน ความอึดอัดนี้ยังคงอัดแน่นอยู่ในอก ฉันไม่อยากอยู่ในสภาวะแบบนี้เลย เมื่อไหร่จะผ่านมันไปสักที

ร่างสูงตรงหน้าถอนหายใจเพื่อระบายความอึดอัดออกมาก่อนจะกลอกตาขึ้นลงเหมือนพยายามสะกัดกั้นความรู้สึกบางอย่างไว้

“แล้วไง แม่คงอยากกินข้าวกับลูกรักอย่างเธอมากกว่า” เขาพยายามพูดเสียงเบาเพราะกลัวคนอื่นจะมาได้ยินเข้า

“แต่แม่ทำแกงเขียวหวานของที่นายชอบด้วยนะ” ทิวชะงักไปทันทีที่ฉันพูด “กลับเข้าไปในบ้านเถอะ ท่านเป็นห่วง”

“ไม่ต้องมายุ่ง” น้ำเสียงเขาดูอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

“นายนี่ยังไง ฉันพูดดี ๆ ด้วยแล้วนะ” ฉันเริ่มจะโมโหแล้วนะ ทั้ง ๆ ที่พยายามจะใจเย็นแล้วแท้ ๆ

“ทำไม แคร์ด้วยหรอ” คนถามน่ะต้องการคำตอบแบบไหนกันแน่

เอาล่ะ จากตอนแรกรู้สึกผิด ตอนนี้กลายเป็นว่าฉันเริ่มจะโกรธบ้างแล้ว

“ตามใจ จะไปไหนก็ไป...เชิญ” ฉันพูดแค่นั้นก่อนจะหมุนตัวเดินออกมาจากเขา

เออ ไม่สนใจแล้ว ฉันทำดีที่สุดได้เท่านี้แหละ ช่วยไม่ได้ เขามันขี้น้อยใจเองต่างหาก ไม่ใช่ความผิดฉันสักหน่อย

“ทีหลังถ้าจะโกหกก็ให้มันเนียน ๆ หน่อย” ฉันได้ยินเสียงเขาไล่หลังมา

“โกหกไร” ฉันพูดโดยที่ยังคงเดินหน้าต่อ ฟังจากเสียงเท้าที่ไล่หลังมาเขาคงกำลังเดินตามหลังฉันอยู่

“เรื่องที่ฉันติดหญิงอ่ะ”

“ก็หรือไม่จริง?”

“ไม่จริง” เขาตอบทันทีทันควัน

“ใครสน”

“ก็ถ้าวันนี้ฉันติดหญิงอย่างที่เธอว่าจริง ผู้หญิงคนนั้นจะเป็นใครล่ะ...ถ้าไม่ใช่เธอ”

“...”

“วันนี้เกือบทั้งวันฉันก็เจอแต่เธอเนี่ยแหละ” ปลายเท้าฉันหยุดชะงักทันทีก่อนจะค่อย ๆ หันไปหาเขาด้วยสีหน้าเอือมระอา เขาเดินเข้ามาใกล้ฉันเรื่อย ๆ

“จะมาไม้ไหน”

ทิวไม่ตอบแล้วยักไหล่กวน ๆ ก่อนจะเดินเลยฉันไป ไม่ทันไรเขาก็หยุดแล้วหันกลับมามองฉันที่ยืนนิ่งอยู่

“จะกินไหมข้าว เร็ว ๆ ดิ”

อะไรของหมอนี่ ฉันทำหน้าไม่เข้าใจแต่ก็ยอมเดินตามเขาไปอยู่ดี

เราเดินเข้ามาในบ้านด้วยกัน คุณพ่อและคุณแม่ของเขานั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารพอดี ข้าง ๆ มีป้านุ่มที่เป็นแม่บ้านของที่นี่

“มาแล้วหรอ” พ่อของเขาพูดขึ้นก่อนใคร “ตอนพ่อห้ามไม่ฟัง พอน้องไปตามล่ะรีบกลับมาเลยเชียวนะ”

พ่อเขาพูดแซวขึ้นทำเอาฉันกับทิวชะงักปลายเท้าแล้วหันมามองหน้ากันโดยอัตโนมัติ

ฉันกับทิวรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ไปมาหาสู่กันก็บ่อย แต่ไม่มีทีท่าว่าพวกท่านจะพูดอะไรทำนองนี้เลย ไม่เลยสักครั้งเดียวจริง ๆ นะ

“คุณท่านอย่าแซวสิคะ ดูสิคุณทิวแกหน้านิ่งแล้วนั่น” ป้านุ่มพูดขึ้น

“เวลาพูดแบบนี้ทีไรก็มักเป็นแบบนี้แหละ”

“ก็มันไม่มีอะไรนี่ครับพ่อ พูดแบบนี้อยู่ได้” ฉันได้ยินเขาบ่นอุบ พูดแบบนี้แสดงว่าท่านคงพูดเรื่องนี้กับทิวบ่อยสินะ

“นี่โมโหจริงหรือแก้เขินวะ”

“ถ้ายังพูดไม่เลิกผมจะขึ้นห้องแล้วนะ”

“อ้าว ไอ้เด็กคนนี้นี่”

“เอาล่ะ ๆ พอกันทั้งพ่อทั้งลูกนั่นแหละ กินข้าวกันเถอะ หนูออมคงหิวจะแย่แล้ว” แม่ของทิวพูดขึ้นก่อนที่สองพ่อลูกจะต่อความยาวสาวความยืดไปมากกว่านี้

“อ่ะ นั่ง ๆ” พ่อของทิวเชิญให้ฉันและเขานั่งลงแล้วหันไปบอกป้านุ่ม “ป้านุ่มตักข้าวเลย”

“ทิว กินนี่สิลูก อร่อยนะ” แม่ของเขาตักแกงเขียวหวานให้เขาด้วยท่าทีเอาอกเอาใจ คงรู้สึกผิดที่พูดกับทิวแรงเกินไปหน่อย

“ครับ” เขาตักมันเข้าปากแล้วเคี้ยวด้วยท่าทางมีความสุข แม้จะไม่ได้ยิ้มแต่ฉันก็สัมผัสได้

นี่ฉันจะมานั่งสังเกตอาการเขาทำไมเนี่ย

“อร่อยมั้ย”

“ครับ” เขาพักหน้าไปด้วยเคี้ยวไปด้วย

“มองพี่เขาตาเป็นมันเลย อยากกินบ้างหรอลูก” แม่เขาทักขึ้นทำให้ฉันสะดุ้งนิดหน่อย

นี่ฉันเผลอมองเขานานจนแม่เขาสังเกตได้เลยเหรอเนี่ย

“อยากกิน?” เขาหันมาเลิกคิ้วถาม “เดี๋ยวพี่ตักให้” พูดจบทิวก็ตักแกงเขียวหวานให้ฉัน แต่...

แกงเขียวหวานในช้อนนั้นมีแต่มะเขือ ย้ำ! มะเขือ!

ฉันเกลียดมะเขือ ข้อนี้ทิวรู้ดี แต่...ที่บ้านของเขาไม่รู้

คือบ้านนี้ชอบกินผัก เพราะเห็นพวกเขาบอกว่ามันมีประโยชน์ ฉันรู้ แต่ฉันไม่ชอบกินแค่มะเขือเท่านั้น และด้วยความที่ฉันอยากเอาใจพ่อและแม่ของเขาฉันจึงไม่ยอมบอกพวกท่านว่าฉันไม่ชอบมะเขือ ด้วยเหตุผลที่ว่า

ข้อแรก...ทิวชอบแกงเขียวหวานและต้องใส่มะเขือเยอะ ๆ

ข้อสอง...ฉันต้องทำเป็นชอบเหมือนกับทิวเพราะพวกท่านจะได้เอ็นดูฉัน มันเป็นสิ่งเดียวที่ฉันจะทำให้ทิวเจ็บใจได้

ปกติเวลามากินข้าวที่บ้านเขา ฉันจะคอยหลีกเลี่ยงมะเขือตลอด กินแกงเขียวหวานบ้างแต่ไม่กินมะเขือ ถ้าไม่มีใครสังเกตจานข้าวของฉัน ก็จะไม่รู้

เวลาฉันกินฉันก็ตักของฉันเองหรือไม่ก็จะเป็นแม่ พ่อ หรือทิวตักให้บ้าง     แต่ทิวจะตักอาหารอย่างอื่นที่ไม่ใช่แกงเขียวหวานให้ฉัน เพราะเขาไม่ชอบให้ใครมาแย่งของที่ตัวเองชอบ รวมถึงอาหารด้วย

แต่ครั้งนี้ทิวตักมันให้ฉัน มิหนำซ้ำยังมีแต่มะเขือ

มันแกล้งฉัน ไอ้หมอหน้าหมามันแกล้งช้าน!

“กินเยอะ ๆ นะ จะได้แข็งแรง แผลจะได้หายไว ๆ ด้วย” เขายิ้มอย่างใจดีพร้อมกับมองเหล่ามะเขือที่อยู่บนจานฉันเรียบร้อยแล้ว

“ขอบคุณค่ะ” ฉันฉีกยิ้มให้เขา มันเป็นยิ้มที่เขาไม่เคยได้รับจากฉันมาก่อน

ฉันจะฆ่ามัน!

“ครับ” เขาตอบยิ้ม ๆ ก่อนจะหันไปยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม

“เห็นทั้งสองคนรักและเอ็นดูกันดีพ่อกับแม่ก็ดีใจ” ท่านพูดแล้วมองหน้าฉันสลับกับทิว “ทั้งสองคนก็ยังไม่มีแฟนนี่นา”

“...”

“ลองคบกันดูก่อนไหม”

แกร๊ง!!

แค่กๆๆ

ช้อนในมือฉันร่วงลงบนโต๊ะทันทีที่พ่อเขาพูดแบบนั้น พอดีกับทิวที่เหมือนจะสำลักน้ำด้วย

“เป็นอะไรกัน ดูตกใจใหญ่เลย”

เพราะว่าฉันตกใจอยู่เลยไม่ได้ตอบอะไรพวกท่านไป ทิวเองก็เหมือนจะยังพูดได้ไม่คล่องเพราะมัวสำลักน้ำอยู่

“ไม่ใช่ว่าไปแอบคบกันไม่ให้พ่อกับแม่รู้หรอกนะ”

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ” โอ้ย ไปกันใหญ่แล้ว ทำไมจู่ ๆ พวกท่านถึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมาเนี่ย ร้อยวันพันปีไม่เห็นพูด

“ก็เห็นทิวบอกพ่อว่าออมน้อยใจที่พี่เขาไม่ค่อยสนใจเลยฟ้องว่าพี่เขาติดหญิง” พ่อเขาว่า “แต่ทิวบอกพ่อว่าวันนี้ทั้งวันก็อยู่กับออมนะลูก”

ห๊ะ บ้าไปแล้ว น้อยใจไรวะ ไม่เห็นเคยรู้สึกแบบนั้นเลย

ฉันหันไปมองหน้าทิวด้วยสีหน้างุนงง เขาทำเหมือนไม่ได้ยินที่พ่อเขาพูดก่อนจะหันไปกินข้าวต่อ

วันนี้เจอฉันทั้งวันบ้าอะไร เจอกันก็แค่ตอนเที่ยงเหอะ เออลืมไป ตอนเย็นที่ร้านคาราโอเกะด้วย

“สงสัยจะติดพี่มาก” เมื่อเห็นว่าฉันเงียบแม่ของทิวก็พูดต่อ “ก็ตั้งแต่ตอนเด็กแล้วนี่เนอะ”

“ไม่ใช่อย่างที่ทุกคนเข้าใจนะคะ” ฉันพยายามแก้ต่าง แต่เหมือนจะไม่ได้ผล

“ไม่ต้องพูดหรอกลูก แม่เข้าใจ เวลาที่เราแอบชอบใครสักคน เราอยากอยู่ใกล้ ๆ เขา” แม่เขาพูดพร้อมกับหัวเราะออกมา

“ก็นะ เห็นกันมาตั้งแต่เล็ก ๆ จะมีความรู้สึกแบบนี้บ้างก็คงไม่แปลก”

“นั่นน่ะสิคะ แต่ถ้าทั้งสองคนชอบพอกันก็ยิ่งดีใหญ่เลย”

“พ่อครับ แม่ครับ พอเถอะ” ทิวพูดเสียงเข้มทำให้พ่อกับแม่เขาเงียบไปทันที

บรรยากาศเงียบเชียบขึ้นจนฉันรู้สึกอึดอัด ต่างจากเมื่อสักครู่นี้ลิบลับ ความรู้สึกนี้มันอะไรกันนะ

“พ่อกับแม่ก็แค่ล้อเล่นเอง” จู่ ๆ พ่อของเขาก็พูดขึ้นทำลายความเงียบ

“ล้อเล่นแบบนี้ผมไม่สนุกนะครับ” ฉันไม่รู้ว่าทิวทำสีหน้ายังไงตอนที่เขาพูดประโยคนี้ออกมา

“ก็อย่าไปคิดจริงจังสิลูก แม่แค่แหย่เล่นเอง”

“ผมแค่ไม่ชอบ ผมรักออมเหมือนน้องสาวคนนึง ไม่มีทางคิดแบบนั้นหรอกครับ”

รักเหมือนน้องสาวคนนึง หึ! ตอแหล ฉันได้แต่คิดในใจแต่พูดออกไปไม่ได้ แต่คำพูดเมื่อกี้มันทำให้ฉันรู้สึกบางอย่าง บางอย่างที่มันไม่โอเคเลย

“แล้วออมล่ะ” แม่เขาหันมาถามฉันหลังจากที่ทำท่าครุ่นคิดอยู่นาน “รู้สึกยังไงกับพี่เขา”

“ออม...ก็รักพี่ทิวเหมือนพี่ชายคนนึง...” ฉันค่อย ๆ พูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ แล้วหันไปมองเขา “ไม่มีทางที่ออมจะคิดแบบนั้นกับพี่ทิวหรอกค่ะ”

ทิวหันมามองหน้าฉันตอบ เขามองฉันนิ่งไม่พูดอะไรก่อนจะเบนสายตาไปทางอื่น

หึ! คิดว่าตัวเองทำได้คนเดียวหรือไง ฉันเองก็ทำได้เว้ย

“พวกปากแข็ง” ฉันได้ยินที่พ่อเขาพูดไม่ชัดเพราะมีเสียงแม่เขาขัดขึ้นมาก่อน

“ทิวอย่าเคาะโต๊ะ” ท่านเอ็ดทิวที่เอานิ้วชี้เคาะโต๊ะกินข้าวเสียงดัง

เสียมารยาท!

“เฮ้อ...ยุไม่ขึ้นเลยสองคนนี้” ฉันได้ยินแม่เขาบ่นก่อนจะหันไปกินข้าวต่อ

ก๊อกๆๆๆๆๆๆ

นี่ก็เคาะจั๊ง

“จะเลิกเคาะได้ยัง รำคาญ” ฉันหันไปกระซิบเขา

ก๊อกๆๆๆๆๆ

เออดี ฉันได้แต่ถอนหายใจแล้วหันไปกินข้าวต่อ พ่อกับแม่เขาก็ไม่พูดอะไรต่อเพราะคิดว่าเดี๋ยวสักพักก็คงหยุดเอง

แต่ไม่เลย...เขายังเคาะโต๊ะไม่หยุดและเสียงมันก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ

ทิวกำลังโมโหอะไรสักอย่างและโมโหมาก ๆ ด้วย

ฉันรู้เพราะเวลาที่เขาโมโหเขามักจะเคาะอะไรสักอย่างที่อยู่ใกล้ ๆ เช่น    โต๊ะกินข้าว เป็นต้น

สงสัยจะโมโหที่โดนฉันตอบกลับไปแบบนั้น หึ! ใครสน

ก๊อกๆๆๆๆๆ

นี่เขาจะรู้ไหมว่ามันน่ารำคาญ บางทีฉันก็คิดผิดนะว่าพวกท่านไม่ค่อยสนใจทิว จริง ๆ อาจเป็นเพราะตามใจเขาจนเคยตัวมากกว่าจนเหมือนไม่สนใจ

เพราะรำคาญมากและไม่อยากกินมะเขือที่เขาตักให้ด้วยฉันเลยหันไปตักข้าวกับมะเขือในจานของฉันก่อนจะยื่นมันไปจ่อปากทิว

“พี่ทิวกินข้าวค่ะ เดี๋ยวมันจะเย็นซะก่อน”

ได้ผล! ทิวหยุดเคาะโต๊ะแล้วหลุบตาลงมองช้อนที่อยู่ใกล้ ๆ กับริมฝีปากของเขา

คนตัวสูงเบนสายตามามองฉันก่อนจะเบนกลับไปมองหน้าพ่อกับแม่เขา

ทิวสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะอ้าปากงาบเอาข้าวและมะเขือเข้าไป ฉันชักช้อนออกจากปากเขา เห็นเขาเคี้ยวมันด้วยท่าทางนิ่ง ๆ แล้วยิ่งอยากแกล้งให้สมกับที่เขาตักมะเขือให้ฉัน

ฉันตักข้าวกับมะเขือให้เขาอีก เอาให้มะเขือในจานของฉันมันหมดไปเลยยิ่งดี หุหุ

เมื่อเห็นว่าเขาเคี้ยวข้าวจะหมดแล้วฉันก็ตักข้าวไปจ่อปากเขาอีก คนตัวสูงไม่ปฏิเสธ คงเพราะพ่อกับแม่เขานั่งอยู่

ทิวมองหน้าฉันนิ่ง ฉันรู้ เขาอยากปัดช้อนออกจากปากเขา แต่ทำไม่ได้มากกว่า

มีความสุขจัง...

คนเอาแต่ใจตรงหน้าค่อย ๆ กลืนข้าวลงคอแล้วหันมาจับมือฉันที่จับช้อนอยู่ก่อนจะบังคับให้มันกลับมาหาฉัน

“ออมก็กินบ้างสิ ป้อนพี่แบบนี้เราก็ไม่ได้กินข้าวพอดี” เขาพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น

ฉันกลืนน้ำลายลงคอดังอึกก่อนจะหลุบตามองเหล่ามะเขือที่อยู่บนช้อน ก่อนจะเบนสายตาขึ้นไปมองทิว

เรานั่งข้างกันและตอนนี้ก็ใกล้กันมาก ฉันเห็นเขาแสยะยิ้มอย่างร้ายกาจ

“แหม รักกันดีจังเลยนะพี่น้องคู่นี้” ฉันได้ยินเสียงแม่เขาแซวขึ้น

“กินสิ” เขาย้ำอีกครั้งก่อนจะบีบมือฉันแน่น

ฉันค่อย ๆ อ้าปาก ทิวดันช้อนเข้ามาในปากฉัน จากนั้นฉันก็งับเอาข้าวและมะเขือเข้ามาในปาก ค่อย ๆ เคี้ยวมันอย่างช้า ๆ

ฉันจะอ้วก...มันเป็นความรู้สึกแบบเหมือนมีอะไรลื่น ๆ เละ ๆ อยู่ในปาก

ฉันไม่ชอบมัน เพราะทุกครั้งที่กินเข้าไปฉันมักจะอ้วกและไม่มีแรง

ฉันพยายามกลืนมันเข้าไปให้ได้เยอะที่สุด รู้สึกพะอืดพะอม เหมือนน้ำตาซึมออกมายังไงไม่รู้

“หนูออมเป็นอะไรลูก หน้าตาดูซีด ๆ” แม่เขาถามขึ้น

“...” ฉันส่ายหน้าและพยายามเคี้ยวข้าวและก้มหน้าก้มตามองจานข้าวของตัวเอง

ทิวปล่อยมือฉันแล้ว ฉันจึงเอาช้อนมาเขี่ย ๆ ข้าวในจานเล่นพลางพยายามกลืนมะเขือลงไปในคอ

“พ่อกับแม่มีธุระต่อไม่ใช่หรอครับ ผมเพิ่งนึกได้ว่าบ้านใหญ่อยากให้ไปหาที่บ้าน” ฉันได้ยินเสียงทิวพูดอะไรสักอย่าง ฉันหูอื้อเลยได้ยินไม่ชัด

พ่อกับแม่เขาพูดอะไรกันสักพักก่อนจะลุกออกไป ฉันไม่ได้สนใจ ไม่เงยหน้าไปมองพวกท่านด้วยซ้ำ เพราะรู้สึกพะอืดพะอมอย่างหนัก

“ป้านุ่มช่วยไปซื้อ...” ฉันไม่ได้ฟังที่ทิวพูดต่อเพราะรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว

ข้าวก็ไม่ได้คำใหญ่อะไรมาก แต่ทำไมรู้สึกว่าตัวเองเคี้ยวนานจัง เมื่อไหร่มันจะหมดสักที

“คายออกมา” ได้ยินเสียงพูดอยู่ข้าง ๆ หู

----------------------------------------------------------------------------

อัลไลกันนนน


1 คอมเมนท์เท่ากับ 1 กำลังใจนะคะ





ฝากเพจเค้าหน่อยน้าาา ----> Maanyee


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,450 ความคิดเห็น

  1. #1420 narumon606 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 17:13
    น่าสงสารทั้งคู่เลย ชอบมากค่ะเรื่องนี้
    #1,420
    1
  2. #1269 Wan_asl3 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 20:50
    พี่ทิวชอบออมก็บอกกกก
    #1,269
    1
    • #1269-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 4)
      9 มกราคม 2560 / 12:37
      ชอบมากกกก
      #1269-1
  3. #1214 bubbleeer (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 11:36
    เขิงพี่ทิวววว โอ่ย
    #1,214
    1
  4. #1163 Praew1341 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 12:23
    แอบห่วงเบาๆ คายออกมา
    #1,163
    1
  5. #1028 Chalitaqwer (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 / 00:53
    น่ารักมากเลยอ่ะ แอบเขินน
    #1,028
    1
    • #1028-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 4)
      14 พฤศจิกายน 2559 / 09:04
      ขอบคุณค่าาา
      #1028-1
  6. #632 peempg.iD (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 12:59
    แอบน่ารักเบาๆ
    #632
    1
    • #632-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 4)
      24 ตุลาคม 2559 / 13:15
      อร๊ายยย
      #632-1
  7. #561 AnnyChonthicha (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 23:43
    ฟินอ่ะ
    #561
    1
  8. #554 bornhaterzzz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 21:46
    ทิวเหมือนแอบแคร์น้องอะ
    #554
    1
    • #554-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 4)
      21 ตุลาคม 2559 / 22:38
      รักนะแคร์ด้วยยยย
      #554-1
  9. #426 YulSica (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 23:02
    พี่ทิวคิดอะไรกับน้องเปล่าาาา
    #426
    1
    • #426-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 4)
      16 ตุลาคม 2559 / 09:32
      คิดไรไม่รู้
      #426-1
  10. #45 somsomjirapapa (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 22:01
    เหมือนจูบทางอ้อมปล่าวแว้้้้้้้้
    #45
    1
  11. #44 0880554760 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 20:40
    รอตอนต่อไปน้าาาาคะ
    #44
    1
    • #44-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 4)
      11 กันยายน 2559 / 21:31
      ขอบคุณค่าาา
      #44-1
  12. #43 ปลาส้วม (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 18:44
    อยากอ่านตอนต่อไปแล้วง้าาา รอน้าาา
    #43
    1
    • #43-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 4)
      11 กันยายน 2559 / 18:48
      ขอบคุณค่าาา
      #43-1
  13. #42 tawonrotanan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 17:38
    รอน้าาาาาา
    #42
    1
    • #42-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 4)
      11 กันยายน 2559 / 17:39
      ขอบคุณค่าาาา
      #42-1
  14. #41 SILVER CLOVER (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กันยายน 2559 / 23:36
    ชอบแกงเขียวหวานเหมือนเค้าเลย สงสัยจะเนื้อคู่กันแน่ๆ อะ แอร๊ยยยยย
    #41
    1
    • #41-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 4)
      8 กันยายน 2559 / 09:54
      แอร๊ยยยยยยยย
      #41-1
  15. #40 somsomjirapapa (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กันยายน 2559 / 23:08
    มีความกวนแบบฮาร์ทคอสุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆหมอแบบนี้หาซื้อได้ที่ไหนบอกเขาไปว่าเจ้อยากได้เจ้จะเอา555555
    #40
    1
    • #40-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 4)
      8 กันยายน 2559 / 09:54
      แอร๊ยยย เค้าก็อยากด้ายยยย
      #40-1
  16. #39 somsomjirapapa (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กันยายน 2559 / 09:40
    วันนี้ทั้งวันฉันก้อเจอแต่เธอเนี้ยะแหละยังไงหมอต้องการสื่อไรอย่าคิดนอกใจเจ้นะเเจ้มะยอมมมมมม#เยอะ5555
    #39
    1
    • #39-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 4)
      7 กันยายน 2559 / 19:59
      เรานี่สายมโนเหมือนกันเลอออออ
      #39-1
  17. #37 somsomjirapapa (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 13:23
    ปากหนอปากน้องออมต้องโดนตีปาก55555ตีด้วยไรดีน้าาาาาา
    #37
    1
    • #37-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 4)
      6 กันยายน 2559 / 00:22
      แอร๊ยยยยย มันน่านัก
      #37-1
  18. #36 somsomjirapapa (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กันยายน 2559 / 20:20
    อยากได้พ่อแม่แบบเน้้้้้้้
    #36
    1
    • #36-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 4)
      4 กันยายน 2559 / 22:10
      เค้าก็อยากดั้ยยยยยยยยยย
      #36-1
  19. #35 SILVER CLOVER (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กันยายน 2559 / 18:31
    5555 ขุ่นแม่อยากได้ลูกสะใภ้ เอาแล้วววว
    #35
    1
    • #35-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 4)
      4 กันยายน 2559 / 18:34
      แอร๊ยยยย
      #35-1