Medicine พี่หมอปากร้ายกับยัยน้องสาวตัวแสบ

ตอนที่ 12 : รู้ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,208
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    6 ต.ค. 60


-------------------------------------------------------------------------

บทที่ 11

รู้



ฉันกดปิดโทรศัพท์ก่อนจะคว้ากุญแจรถแล้วเดินออกจากห้องลงไปข้างล่างก็เห็นพี่ไผ่นั่งอยู่ตรงโซฟา

“จะไปไหน” ร่างสูงเอ่ยถามขึ้นด้วยท่าทีสงสัย

“ไปกินข้าวกับมะนาว”

“หายดีแล้วหรอถึงได้ออกไปข้างนอก”

“ยัง แต่เบื่อ ๆ อยู่แต่ในห้อง”

“เออ ๆ รีบไปรีบกลับล่ะ”

“แล้วนี่ไม่มีเรียนหรอ”

“ถ้าใส่ใจกันสักนิดจะรู้ว่าพี่ไม่มี” อ้าว พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง “จำได้แต่ของไอ้ทิวแต่ของพี่ตัวเองกลับจำไม่ได้”

“เป็นไรเนี่ย ร้อยวันพันปีไม่เห็นพูดแบบนี้” ฉันเดินเข้าไปนั่งลงข้าง ๆ พี่ไผ่ก่อนจะจ้องหน้าเขาด้วยความอยากรู้

“เมื่อเช้านี้ตอนกลับมาบ้าน พี่เห็นไอ้ทิวมันเดินออกจากบ้านเรา” ฉันตัวชาวาบทันทีที่เขาพูดแบบนั้น “มันมาทำไม”

“ไม่รู้ดิ ไม่เห็นนะ” ฉันพยายามอย่างมากที่จะไม่ให้เสียงของตัวเองสั่น “สงสัยแวะเข้ามาดูหรือเปล่าว่ามีคนอยู่บ้านไหม”

“อืม” พี่ไผ่พยักหน้าหงึกหงักก่อนจะเบนสายตามามองหน้าฉัน “มีไรจะบอกพี่ไหม”

“มี” ฉันกระพริบตาปริบ ๆ “วันนี้ไม่นอนบ้านนะ จะไปนอนห้องเพื่อน”

“เพื่อนคนไหน”

“มะนาวนั่นแหละ”

พี่ไผ่นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจออกมา ฉันไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ แต่ที่แน่ ๆ ฉันว่าพี่ไผ่เริ่มเคลือบแคลงในความสัมพันธ์ของฉันกับทิวแล้วล่ะ

“ไปนะ” ฉันลุกขึ้นยืน “แล้วก็อย่าทำกิจกรรมหนักนักล่ะ ไม่ค่อยกลับมานอนบ้านเลย”

“อือ”

ฉันหันหลังเดินออกจากบ้านมายังโรงรถ ความคิดหลาย ๆ อย่างเล่นผ่านหัวฉัน ความจริงไม่ได้อยากปิดพี่ไผ่หรอก แต่เพราะขี้เกียจเล่าว่าอะไรเป็นอะไร เพราะเรื่องมันยาวมากแล้วอีกอย่างถ้าเขารู้ว่าฉันกับทิวเราทำอะไรเกินเลยกันบ่อยมาก เขาอาจโกรธ

พอนานวันเข้าเลยปล่อยเลยตามเลย กลายเป็นเก็บเงียบทั้งสองคน ไม่มีใครรู้เรื่องของเรา

 

คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

            ฉันขับรถมานั่งรอมะนาวตั้งแต่บ่ายสองจนตอนนี้ก็ใกล้เวลาเลิกเรียนแล้ว มะนาวไลน์มาบอกว่าอีกสิบนาทีก็จะออกจากห้องละ

            เย่! จะได้ไปกินข้าวสักทีหลังจากที่รอมานาน

            ตื้อดึ่ง!

            ไอ้หมอหน้าหมา : ขอโทษ รับสายหน่อย

            ออม : ไม่ว่าง จะไปกินข้าวละ

            ก่อนหน้านี้เขาส่งข้อความมาขอโทษฉันรัว ๆ แถมด้วยการโทรเข้ามาอีกหลายสาย

            ไหนบอกไม่ว่างไง แล้วตอนนี้ว่างแล้วหรอ?

            ไอ้หมอหน้าหมา : กินไหน ว่างแล้วจะไปรับ

            ออม : ไม่ต้องหรอก ไปกับเพื่อน

            ไอ้หมอหน้าหมา : เพื่อนคนไหน

            ถามมาก ขอแกล้งสักหน่อยละกัน โทษฐานที่ทำให้ฉันรอด้วย

            ออม : ตั้ง

            ไอ้หมอหน้าหมา : อยากตายหรอถึงตอบแบบนี้

            ออม : แล้วให้ตอบไง

            ไอ้หมอหน้าหมา : เอาความจริง

            ออม : นี่แหละความจริง

            ขณะที่พิมพ์โต้ตอบกับทิว มะนาวก็มาถึงพอดีฉันเลยได้วางโทรศัพท์ไว้ก่อนจะหันไปคุยกับเธอ

            “นาน รอนานมาก” ฉันเอ่ยขึ้นหลังจากที่เธอเข้ามานั่งข้าง ๆ ฉันแล้ว

            “นานอะไร นี่เร็วสุด ๆ แล้วนะ”

            ฉันไหวไหล่ก่อนจะสตาร์ทรถแล้วขับออกไป ฉันตกลงกับมะนาวแล้วว่าเราจะไปทานข้าวร้านที่เพิ่งเปิดใหม่อยู่ตรงหน้ามหาวิทยาลัย

            ตลอดทางที่ฉันขับรถและขณะที่กำลังกินข้าวทิวโทรมาหาฉันบ่อยมาก ฉันก็แค่อยากให้เขารู้ว่าฉันไม่ได้เป็นของตายที่เขานึกอยากจะมา นึกอยากจะไปก็ไปหรอกนะ

            กลับมาคบกันก็ใช่ว่าเรื่องเก่า ๆ ที่เคยทะละกันมันจะหายไปนะ ฉันเป็นพวกเจ็บแล้วจำ และจะจำจนกว่าเขาจะทำให้ฉันมั่นใจว่าจะไม่ทำแบบนั้นอีก

            “วันนี้ไปนอนด้วยนะ ไม่ได้ไปนอนห้องแกนานแล้ว” ขณะขับรถไปส่งมะนาวที่คณะฯ เพื่อแวะเอารถมอเตอไซค์ของเธอที่จอดทิ้งไว้

            “ได้ ๆ อยากไปนอนห้องน้ำหวานเหมือนกันเนอะ แบบไปด้วยกันทุกคนอ่ะ” พอมะนาวพูดแล้วก็นึกถึงช่วงเวลาไฟนอลของปีหนึ่งที่พากันอพยพร่างไปนอนที่น้องน้ำหวานเกือบทุกวัน

            “นั่นสิ แต่ช่วงนี้หวานดูยุ่ง ๆ นะ เพิ่งเปิดเทอมแท้ ๆ แต่แลดูงานโคตรเยอะ”

            “น้ำหวานก็แบบนี้แหละ แรงกดดันจากครอบครัวเยอะเลยต้องตั้งใจเป็นพิเศษ” มะนาวพูดแบบไม่คิดอะไรแต่มันทำให้ฉันนึกถึงตัวเองขึ้นมาทันที

            ฉันเองก็โดนครอบครัวกดดันในหลาย ๆ เรื่องเหมือนกัน คิดแล้วก็เครียดนิดนึงแฮะ ช่วงนี้แม่ก็พูดเรื่องซิ่วกับฉันอยู่เหมือนกัน เพราะเห็นเกรดที่ออกมาแล้วดูไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ แต่สำหรับฉันแล้วมันถือว่าดีมาก ๆ เลยนะ แต่แม่ไม่เข้าใจ

            “เฮ้ย อย่านิ่ง ไม่เอาดิ แค่น้ำหวานคนเดียวฉันก็ปวดหัวจะแย่แล้ว” มะนาวเหมือนจะรู้ว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่เลยพูดเพื่อให้คลายความเครียดลง

            “ไม่เครียด ๆ แค่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยเฉย ๆ” ฉันหันไปตอบยิ้ม ๆ เพราะไม่อยากให้มะนาวเครียดตามไปอีกคน

            “แล้วนี่โทรศัพท์แกจะสั่นอีกนานไหม รับสักทีเถอะ เห็น ไอ้หมอหน้าหมาโทรมาหลายรอบแล้วเนี่ย” ฉันเกือบหลุดขำตอนที่มะนาวเอ่ยชื่อของทิวที่ฉันเมมไว้ในโทรศัพท์ออกมา

            “ขับรถอยู่ เดี๋ยวไปถึงหอแกแล้วค่อยโทรกลับก็ได้” ฉันพูดแล้วจอดเทียบใกล้ ๆ กับประตูทางเข้าคณะฯ เพื่อให้มะนาวลงไปขับเอารถของเธอ “เจอกันที่หอนะ”

            เธอพยักหน้าก่อนจะลงจากรถไป ฉันจึงขับมุ่งตรงไปยังหอของเธอ ใช้เวลาไม่นานก็มาถึง ขณะเดียวกันโทรศัพท์ของฉันก็มีสายเข้าทันทีที่ฉันจอดรถ

            ไอ้หมอหน้าหมา

            [อยู่ไหน] น้ำเสียงแข็งกร้าวถามขึ้นทันทีที่ฉันกดรับสาย

            “หอเพื่อน”

            [เพื่อนคนไหน ถ้าบอกว่าไอ้ตั้ง ฉันจะฆ่าทั้งเธอทั้งมันเลย]

            “ทำเป็นโกรธกลบเกลื่อนความผิดตัวเอง”ฉันพูดอย่างหงุดหงิดทีเขาเอาแต่พูดทำนองนี้

            [กลบเกลื่อนอะไร]

            “ต้องให้พูดด้วยหรอ น่าจะรู้ตัวอยู่นะ”

            [มีไรก็พูดกันดี ๆ ดิ ไม่เห็นต้องประชดกันแบบนี้เลย แค่ผิดนัดครั้งเดียวเอง ก็ขอโทษไปแล้วไง] ฉันกำโทรศัพท์ไว้แน่นที่เขาพูดเหมือนไม่พอใจที่ฉันทำแบบนี้

            ผิดนัดแค่ครั้งเดียวหรอ กี่ครั้งแล้วที่เขาเอาแต่พูดแบบนี้

            “เออ งั้นฉันก็ขอโทษเรื่องที่ฉันออกมากับเพื่อนด้วยละกัน ถือว่าหายกันละนะ”

            “มันไม่เหมือนกะ...” ฉันกดตัดสายก่อนที่จะได้ยินเขาพูดอะไรทีทำให้ฉันรู้สึกแย่ไปมากกว่านี้

            อีกแล้ว เป็นแบบนี้อีกแล้ว แค่เขามาทำดีด้วย พูดดีด้วยฉันก็ให้อภัยเขาแล้ว แล้วตอนนี้เป็นไงล่ะ ต้องมานั่งทุกข์ใจกับเรื่องเดิม ๆ

            อุตส่าห์พยายามทำใจแล้วแท้ ๆ กลับมาขอคืนดีทำไม โกรธตัวเองที่ใจไม่แข็งพอด้วย 

“เป็นไรอ่ะ หน้าเครียด ๆ” ขณะที่กำลังคิดอะไรบ้า ๆ มะนาวก็โผล่หน้าเข้ามาในรถ

“ไม่มีไร” ฉันบอกแล้วเปิดประตูรถลงไป “เพิ่งนึกได้ หอหวานก็อยู่แถวนี้นี่นา”

“ใช่ ถึงจะอยู่ใกล้กันก็ใช่ว่าจะได้เจอกันบ่อย ๆ แปลกดี ฮ่าๆ”

“ป่ะ ไปกันเถอะ” ฉันออกปากชวน

พวกเราเดินเข้ามายังหอของมะนาวโดยที่โทรศัพท์ของฉันก็ยังสั่นเรื่อย ๆ ฉันทำเป็นไม่สนใจก่อนจะกดปิดเครื่องทันที

เมื่อมาถึงห้องของมะนาวแล้วก็จัดการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ฉันเอาทิ้งไว้ที่ห้องของเธอในคราวก่อน

ฉันมานอนที่ห้องมะนาวบ่อยครั้งเลยเก็บเสื้อผ้าไว้ที่นี่ประมาณสองสามชุด

“เป็นไรอ่ะ มีไรบอกได้นะ” เธอเอ่ยถามขึ้นในตอนที่ฉันกำลังนั่งเช็ดผมอยู่

“...” สุดท้ายฉันก็ทำได้เพียงแค่ส่ายหน้า

“เออ วันก่อนฉันเห็นชินแฟนเก่าน้ำหวานที่คณะฯ เราด้วย” มะนาวพูดพลางเล่นโทรศัพท์ไปด้วย

“คงจะมาเรียนมั้ง”

“ก็คงงั้น แต่ฉันก็ไม่ได้เจอชินนานมากเลยนะ ตั้งแต่เขาสองคนเลิกกัน”

“ไม่รู้ว่าหวานจะทำใจได้ยัง”

“โอ้ย รายนั้นน่ะไม่อะไรหรอก เสียใจแป๊บเดียว นี่ฉันยังคิดเลยว่าน้ำหวานกับชินนี่รักกันจริงหรือเปล่า หรือแค่ชอบ”

“ยังไง” ฉันหันไปถามมะนาวด้วยความสงสัย เธอพูดแบบนี้มันต้องมีอะไรสักอย่าง

“ก็สองคนนั้นอ่ะเลิกกันเพราะชินไม่มีเวลาให้น้ำหวานเลยทะเลาะกัน ถูกมะ” ฉันพยักหน้าหงึกหงัก “แต่ในตอนที่บอกเลิกกันอ่ะ ทั้งคู่ไม่มีใครรั้งกันไว้เลยนะ สำหรับฉันแล้วถ้าคนเรารักกันอ่ะมันจะต้องพยายามเพื่อรั้งอีกฝ่ายไว้ให้ถึงที่สุดสิ”

“...” มือฉันที่กำลังเช็ดผมอยู่หยุดชะงักทันที

“แต่ก็นะ มันก็เรื่องของเขาสองคนนั่นแหละ เราคนนอกไม่รู้อะไรหรอก”

“แล้วถ้าชินกลับมาขอหวานคืนดีล่ะ แกคิดยังไง”

“ไม่รู้ดิ สำหรับฉันหวานกับชินก็จบโอเคนะ ไม่ได้ลงเอยด้วยการนอกใจกันอ่ะ ถ้าเขาจะกลับมาก็...ต้องดูว่ายังรักกันอยู่มั้ย”

“...”

“นิยามความรักของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แกอย่ามาถามฉันสิ”

“ก็ถามดู แล้วตอนแกเลิกกับพี่คุณแกรู้สึกยังไง” ฉันเอ่ยถามถึงเรื่องแฟนเก่าของมะนาวซึ่งเคยคบกันตอนอยู่มัธยม

“ก็...” เธอนิ่งไปพักนึง ฉันเดาได้เลยว่ามันคงกระทบจิตใจเธอไม่น้อย

“ขอโทษนะ ไม่ต้องตอบก็ได้” ฉันเห็นเพื่อนเป็นแบบั้นแล้วก็รู้สึกแย่ ไม่น่าถามออกไปเลย

“ไม่เป็นไร ฉันไม่คิดอะไรแล้ว” เธอส่ายหน้าแต่ฉันไม่เชื่อ “ตอนนั้นมัน         ก็เจ็บนะ อยากร้องไห้แต่ร้องไม่ออก คำที่พี่คุณพูดและเจ็บสุด ๆ คือ...เขาบอกฉันว่าเขาไม่ได้รักฉันแล้ว ฉันผิดเองแหละที่คะยั้นคะยอถามเขาว่ายังรักฉันอยู่หรือเปล่า ผิดเองที่อยากรู้ ฉันรักเขาแต่เขาไม่รักฉันมันก็คงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะคบกันต่อไป ฮึ่ก”

“มะนาว” ฉันตกใจมากที่เห็นเธอร้องไห้ก่อนจะรีบลุกแล้วถลาเข้าไปกอดร่างอันสั่นไหวของเธอไว้ “ไหนบอกไม่คิดไรไง”

“มะ...ฮึ่ก ไม่คิด” เหมือนเธอจะพยายามส่ายหน้าในอ้อมแขนของฉัน

จะว่าไปแล้วช่วงวัยมัธยมนี่กลุ่มพวกฉันก็มีแฟนกันเกือบทุกคนยกเว้นฟ้า แต่ดู ๆ แล้วมันก็เหมือนความรักของเด็ก ๆ มั้งนะ

และเท่าที่รู้ทุกคนเลิกกันเพราะอีกฝ่ายไม่มีเวลาให้

“แต่ก็ดี...อย่างน้อยฉันก็ได้รู้ว่าเขาไม่รักฉันแล้ว” มะนาวพยายามจะพูดโดยไม่ให้เสียงตัวเองสั่น ฉันรู้

“เอาน่า อย่างน้อยแกก็ได้มาคบกับเก่ง” ฉันพูดถึงแฟนที่มะนาวเคยคบตอนอยู่ปีหนึ่ง

“รายนั้นก็อีกคน บอกว่าดูแลเราได้แต่กลับ...ทำไม่ได้เหมือนพูด”

จากที่ฉันดู ๆ มาเหมือนมะนาวคบเก่งเพื่อให้ลืมพี่คุณ แต่เก่งเขาก็ดูแลไม่นาวไม่ดีอย่างที่พูดด้วยนั่นแหละ สุดท้ายเลยไปกันไม่รอด

“เคยคบแฟนมาหลายคนก็ใช่ว่าจะดี อย่างน้อยฉันก็อยากได้คนที่รักฉันคนเดียวและยอมฉันบ้าง” มะนาวเงยหน้าขึ้นมาคุยกับฉันโดยที่ยังจับมือฉันไว้อยู่ เธอไม่ได้ร้องไห้แล้ว “ถ้าแกจะมีแฟนนะ ฉันบอกไว้เลยว่าแกต้องลองใจก่อน”

“ลองใจ?”

“ใช่” เธอสุดหายใจเข้าลึก ๆ “ฉันเคยใช้แผนลองใจกับพี่คุณตอนเราคบกันอยู่ เขาทำให้ฉันรู้เลยว่าเขาไม่จริงใจกับฉันเลย”

“ยังไง” ฉันถามแล้วบีบมือเธอแน่น

“ก็ตอนนั้นอ่ะ พี่คุณดูเหมือนไม่ค่อยสนใจฉัน ไม่มีเวลาให้ ฉันแค่อยากรู้ว่าเขายังแคร์ฉันอยู่หรือเปล่า”

“...”

“ก็เลยให้มะปรางโทรไปหาพี่คุณ แล้วบอกว่าแอบชอบพี่เขามานาน”

“แต่เสียงแกกับมะปรางตอนคุยโทรศัพท์นี่เหมือนกันมากเลยนะ พี่คุณไม่สงสัยเลยหรอ” เสียงของสองคนนี้เหมือนกันมากจริง ๆ นะ ฉันคุยด้วยบางทีก็ยังสับสน

“ก็เขาไม่ใส่ใจฉันไง แค่เสียงในโทรศัพท์ยังจำไม่ได้เลย” มะนาวพูดด้วยท่าทางโกรธแค้นระคนผิดหวัง

“อ่า...” ฉันพยักหน้าอย่างเข้าใจเพราะถ้าคนที่ใส่ใจกันจริง ๆ เรื่องแค่นี้ต้องรู้บ้างแหละ

“แกรู้มั้ยเขาตอบว่ายังไง”

“...”

“เขาบอกมะปรางว่ายังไม่มีแฟน แล้วขอคุยกันเพื่อดู ๆ ไปก่อน”

“...”

“ตอนนั้นอ่ะ ฉันได้ยินเต็มสองหูเลย แต่ฉันรักเขาฉันเลยยอมให้เขาหลอกลวงฉันต่อไป”

“...”

“ตอนที่แฟนของเราพูดว่ายังไม่มีแฟนนี่แม่งโคตรเจ็บอ่ะ”

“ทำไมไม่เคยเห็นเล่าเรื่องนี้ให้ฟังเลย”

“ใครจะไปกล้าเล่าล่ะ...” เธอเว้นจังหวะหายใจก่อนจะคลายมือออกจากมือของฉัน “สักวันถ้าแกตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับฉัน แกจะเข้าใจ”

เข้าใจสิ บางอย่างเราก็ไม่ได้อยากเล่าให้ใครฟังหรอก ถ้าพอทนและเก็บไว้ได้ก็เก็บ เรื่องของฉันกับทิวก็เช่นกัน

“เอาล่ะ” ฉันตบบ่าเธอเบา ๆ “อย่าไปคิดถึงเรื่องที่ทำให้รู้สึกแย่อีกเลย เริ่มต้นใหม่นะ”

“อื้อ” เธอพยักหน้าก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อผ้าแล้วเข้าห้องน้ำไป

ขณะที่รอมะนาวอาบน้ำฉันก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดเครื่อง ทันทีที่เครื่องเปิดติดก็มีแจ้งเตือนมากมายเด้งขึ้นมาบนหน้าจอ ทั้งข้อความ ไลน์

ฉันเปิดไล่ดูทีละอย่าง มันเป็นของทิวที่ส่งมา

[ข้อความ]

ไอ้หมอหน้าหมา พยายามติดต่อคุณ (30)

ไอ้หมอหน้าหมา

               ปิดเครื่องทำไม

[ไลน์]

   ไอ้หมอหน้าหมา : อย่าปิดเครื่องหนีดิ มีไรคุยกัน

   ไอ้หมอหน้าหมา : อย่าทำให้ฉันโมโหนะออม

   ไอ้หมอหน้าหมา : เห็นข้อความแล้วโทรกลับด้วย

   ไอ้หมอหน้าหมา : ไม่งั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน

ก็เป็นซะแบบนี้แหละฉันถึงไม่อยากคุยกับเขา ตอนเขาโมโหเขาก็พาลไปหมด สำหรับเขาแล้ว...ฉันเป็นอะไร ไม่เคยสนใจ ไม่ใส่ใจ

กริ้ง!!

ไอ้หมอหน้าหมา

เขาโทรเข้ามาหาฉันหลังจากที่เปิดเครื่องได้ไม่นาน ชั่งใจอยู่นานว่าจะรับดีไหม สุดท้ายฉันก็...

[หอมะนาวอยู่ที่ไหน] เขาเอ่ยถามขึ้นทันทีที่ฉันรับสาย [จะไปรับกลับบ้าน]

“ไม่ต้อง ฉันจะนอนที่นี่” เขาคงถามเรื่องฉันจากพี่ไผ่แล้วแน่ ๆ

[อย่าดื้อ]

“ไม่ได้ดื้อ”

[นี่แหละที่เรียกว่าดื้อ]

“ถ้าจะโทรมาพูดแค่นี้ก็จะวางละนะ” ฉันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ตอนนี้เราร้อนกันทั้งคู่ ไม่มีใครยอมใครหรอก

[รออยู่นั่นแหละ จะไปรับกลับ]

“ฉันเอารถมา กลับเองได้ และวันนี้ไม่กลับบ้าน โอเคมั้ย ไม่ต้องโทรมาตามแล้วนะ” ฉันตะคอกเสียงใส่ปลายสายก่อนจะกดวางทันที

โมโห! คนอะไรเอาแต่ใจเป็นที่หนึ่ง

ปึง!

ฉันปาโทรศัพท์ลงบนเตียงนอนของมะนาวด้วยความรุนแรง โชคดีที่มะนาวอาบน้ำอยู่ ไม่งั้นคงได้มาเจอฉันที่สภาพอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่

ฉันพยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเองให้เย็นลง จนมันค่อย ๆ ผ่อนคลายขึ้น พอกันที ไม่อยากคิดอะไรอีกแล้ว

“หน้าแกนี่ดูไม่ได้เลยนะ โกรธไรใครมาเนี่ย” มะนาวที่เพิ่งเปิดประตูห้องน้ำออกมาก็ทักขึ้น

“เปล่า”

“รู้ตัวมั้ย...” เธอเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้งก่อนจะจัดการทาครีมบนใบหน้า “แกอ่ะ เป็นพวกชอบเก็บทุกอย่างไว้ในใจ ไม่ยอมพูด”

“...”

“มีไรก็พูดได้ เพื่อนกัน”

“ขอบใจนะ” ฉันพูดคั้นแล้วไม่พูดอะไรต่อจนมะนาวต้องถอนหายใจออกมา

เธอเคยบอกฉันเองว่าเรื่องบางเรื่องเราก็ไม่ได้อยากเล่าให้ใครฟังหรอก เพราะเรื่องของมะนาวเองฉันก็ไม่ได้รู้ไปทั้งหมด

“แล้วนี่เป็นไงบ้าง ทำไมไม่กินยา” เธอคงหมายถึงอาการป่วยของฉัน

“เหมือนจะหายละ”

“ได้ไง ต้องกินยาให้ครบตามที่หมอสั่งสิ”

“ไม่ได้ไปหาหมอสักหน่อย ซื้อมากินเอง”

“เฮ้อ...แกนี่น้า” เธอหันมาทำหน้าเหนื่อยหน่ายกับฉัน “ว่าแต่...คนที่มีแฟนเป็นหมอนี่คงโชคดีเนอะ เวลาไม่สบายเขาก็ดูแลเราได้”

“หึ!” ฉันเค้นหัวเราะในลำคอ ฝันเหอะ ทำไมฉันไม่เห็นได้รับสิทธิ์นั้นเลย

“ทำไมทำหน้าแบบนั้น” เธอมองฉันด้วยความสงสัย

“เปล่า” ฉันพูดก่อนจะนอนกลิ้งไปบนเตียง

มะนาวแต่งตัวเสร็จแล้วก็ลุกเดินมานอนเล่นที่เตียงด้วย ฉันเหลือบไปมองโทรศัพท์ของตัวเองที่วางอยู่ ทิวไม่ได้โทรหาฉัน เขาไม่ได้ติดต่อมาตั้งแต่ฉันตัดสายเขาทิ้งไป

รู้สึก...ไม่ชอบใจเอาซะเลย

ไม่รู้ว่าฉันคิดอะไรไปนานเท่าไหร่ ผล็อยหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ ตื่นขึ้นมาอีกทีคือเวลาตีสองกว่า ๆ ฉันเห็นมะนาวกำลังนั่งทำอะไรสักอย่างอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ของเธอ

“ตื่นละหรอ” เธอหันมาถามฉัน คงเพราะได้ยินเสียงขยับตัว

“อื้อ หิวอ่ะ” ฉันตอบเสียงงัวเงียพร้อมกับปรับสายตาให้เป็นปกติ

“ไม่มีไรให้กินเลยอ่ะ” เธอพูดก่อนจะทำท่าครุ่นคิด “ไปเซเว่นกันมะ ใกล้ ๆ เอง”

“อือ ๆ” โชคดีที่หอของมะนาวอยู่ใกล้ ๆ กับเซเว่นทำให้ลงไปหาไรกินง่ายหน่อย

ฉันเดินลงมาซื้อของกับมะนาว เมื่อเลือกซื้อและจ่ายเงินเรียบร้อยแล้วก็เดินกลับหอที่อยู่อีกฝั่งของร้านสะดวกซื้อ

“เออใช่ ตอนเที่ยงคืนอ่ะมีคนโทร...”

เพล้ง!

“เฮ้ย! ตามมันไป”

ขณะที่มะนาวกำลังจะพูดอะไรฉันก็ยินเสียงเอะอะโวยวายขึ้นใกล้ ๆ กับร้านสะดวกซื้อ พวกเราสองคนมองหน้าเป็นเชิงถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“รีบขึ้นห้องเถอะ เสียงคนมีเรื่องกันอีกแล้ว”

“อือ ๆ”

พวกเราเร่งฝีเท้ารีบก้าวเข้าไปในเขตรั้วของหอพัก ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายตามมาอีกระลอกหนึ่ง แถวนี้ใกล้กับร้านเหล้าและผับ ไม่แปลกที่จะมีคนมีเรื่องกัน กินเหล้าเสร็จก็หาเรื่องทะเลาะมันคือเรื่องปกติ

กริ้ง!!

ไอ้หมอหน้าหมา

จู่ ๆ ทิวก็โทรเข้ามาในขณะที่ฉันกำลังจะก้าวเข้าห้องของมะนาว

“มีไร” ฉันกรอกเสียงใส่ปลายสาย ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงรับสายเขาทั้ง ๆ ที่โกรธเขาอยู่

[กำลังจะไปหา]

“ห๊ะ!

[เออ กำลังจะไปหา รออยู่ที่หอเพื่อนนั่นแหละ กำลังเดินไป]

“มาได้ไง”

[ก็ขับรถมาสิ]

“แล้วเอารถจอดไว้ไหน ตอนนี้อยู่ไหน” น้ำเสียงฉันเริ่มร้อนรนขึ้นเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งไปเจอมา “อย่าเพิ่งมา”

[ทำไม จะทำอะไร] เขาถามกลับเสียงแข็ง

“เมื่อกี้มีเสียงคนทะเลาะกัน เดี๋ยวโดนลูกหลง”

[ทำไม เป็นห่วงหรอ] ฉันนิ่งไปทันทีที่เขาพูดแบบนั้น ลืมไปว่าโกรธเขาอยู่ [ไม่โกรธแล้วหรอ]

“โกรธก็ส่วนโกรธดิ ตอนนี้มันใช่เวลาจะมาพูดแบบนี้มั้ย”

[ก็เนี่ย กำลังจะไปง้อ อยู่ให้ง้อด้วยล่ะ] เขาพูดติดตลกแต่ฉันไม่ตลกด้วย เกิดเป็นไรขึ้นมาทำไง

“บอกว่าอย่าเพิ่งมานี่ฟังไม่รู้เรื่องใช่ป่ะ” ฉันที่กำลังจะเข้าห้องถึงกับชะงักปลายเท้าทันที เห็นมะนาวมองอยู่ก่อนหน้านี้ก็พอจะเดาได้แล้ว “อยู่ไหน จะออกไปเจอเอง”

[รู้ว่ามันอันตรายแล้วจะออกมาทำไม อยู่นั่นแหละ เดี๋ยวไปหา]

“ถ้านายมาฉันจะโกรธ”

[ยอมให้โกรธ]

“...”

[ถ้ามันทำให้ฉันได้เจอหน้าเธอ...ฉันยอม] ไม่รู้ว่าเพราะอะไรหัวใจฉันดันเต้นแรงเพียงเพราะคำพูดไม่กี่คำของเขา

“ทิว...”

[เฮ้ เซน มาทำไรที่นี่วะ...] ขณะที่ฉันกำลังจะพูดบางอย่างกับเขา ทิวเหมือนจะคุยกับคนรู้จักที่เขาเจอ ได้ยินเขาพูดอะไรกันต่อไม่รู้ ฟังไม่ถนัด สักพักเสียงพูดนั้นก็เงียบไป [พอดีเจอไอ้เซนน่ะ]

“พี่เซนหรอ” ฉันจำได้ว่าเขาเคยมาที่บ้านฉัน พี่เซนเป็นเพื่อนกับพี่ไผ่ เรียนคณะฯ เดียวกัน

[อือ มากับใครไม่รู้ ผู้หญิงหน้าตาคุ้น ๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหน] เขาเว้นจังหวะพูดเหมือนกำลังคิดอยู่ [หน้าตาน่ารักดี]

“...” ฉันนิ่งงันทันทีเพราะเขาชมผู้หญิงคนอื่นให้ฉันได้ยิน มันเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำไม่ใช่หรอ

[อ้าว เงียบ]

“จะถึงยัง” ฉันถามเพราะเริ่มอยากเจอหน้าเขาขึ้นมาแล้วล่ะ

[ใกล้ละ เห็นน้องมะนาวบอกว่าอยู่ใกล้ ๆ เซเว่น] เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ เขาคงถามที่อยู่หอพักจากมะนาว และเขาก็คงไปเอาเบอร์มะนาวมาจากพี่ไผ่อีกนั่นแหละ

“เดี๋ยวลงไปรอข้างล่าง” ฉันใจร้อน อยากเจอเขาเร็ว ๆ เมื่อหันไปมองมะนาวอีกครั้งเธอก็พยักหน้าหงึกหงักเหมือนเข้าใจก่อนจะพูดประมาณว่ากลับมาต้องมาเล่าให้เธอฟัง

ฉันพยักหน้าให้เธอก่อนจะเดินกลับลงไปข้างล่างหอพักอีกครั้ง ไม่นานฉันก็เห็นทิวกำลังเดินตรงมาทางนี้จึงกดวางสายแล้วยัดโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกงขาสั้น

“มาแล..โอ้ย” ทันทีที่ทิวเดินมาใกล้ฉันก็ฟาดฝ่ามือลงบนอกของเขาอย่างแรง

ตุบตับ ๆ ปึก!

ตามด้วยการกระหน่ำทุบตีเขาไม่หยุด

“อยากมาเจอนักใช่ไหม อยากมาก็ต้องเจอแบบนี้แหละ” ฉันทุบตีเขาไม่หยุด ร่างสูงไม่ได้ตอบโต้และก็ไม่ได้ห้าม เขาปล่อยให้ฉันทำจนกว่าจะพอใจ

ฉันอยากเจอเขาเร็ว ๆ เพราะต้องการจะทำแบบนี้แหละ เขาเป็นบ้าอะไรทำไมชอบทำให้ฉันโมโหอยู่เรื่อยเลย ทำให้ฉันโกรธเรื่องเดียวไม่พอเขายังทำ     เรื่องที่สอง เรื่องที่สามเพิ่มขึ้นอีก

ฉันออกแรงทุบตีเขาเรื่อย ๆ ทั้งจิก ทั้งข่วนร่างกายของเขา

“พอใจยัง” เขาพูดในตอนที่ฉันหยุดทุกอย่างแล้ว

“...” ฉันไม่ตอบแล้วเอาแต่จ้องลำคอของเขาที่มีรอยข่วนของฉันเป็นทางยาวแล้วมีเลือดซึมออกมา

“ถ้าพอใจแล้วก็กลับบ้านกัน”

“...” ฉันจ้องเขาพร้อมกับหอบหายใจเพราะเหนื่อย เมื่อกี้ใช้แรงเยอะเกินไปหน่อย

“กลับบ้านกันนะ”

“...” คิดว่ามาให้ฉันทำร้ายร่างกายแล้วจะหายโกรธหรอ

“พี่ขอโทษ” เขาเอ่ยคำว่าพี่กับฉันเฉพาะตอนที่อยากอ้อน มันทำให้หัวใจของฉันเต้นแรงอีกครั้ง

“...” หยุดนะ อย่าใจเต้น เดี๋ยวเขาได้ยิน ฉันต้องโกรธเขาสิ

“พี่ขอโทษ กลับบ้านกัน” เขาย้ำคำอีกครั้งที่เห็นฉันเอาแต่นิ่ง ไม่ยอมพูดจา

“บอกพี่ไผ่แล้วว่าจะนอนกับมะนาว” สุดท้ายฉันก็ต้องยอมเอ่ยปากอยู่ดีเมื่อเห็นสายตาเว้าวอนของเขา

“งั้นไม่ต้องกลับบ้าน” เขาพูดแล้วค่อย ๆ ก้มหน้าลงมากระซิบที่ใบหูของฉัน “ไปนอนห้องพี่ก็ได้”

ปึก!

ฉันทุบไหล่กว้างของเขาทีนึง ที่มาตามฉันกลับนี่คิดอะไรกับอกุศลกับฉัน    ใช่ไหม มันยิ่งทำให้ฉันโมโหขึ้นไปอีก

แทนที่จะสำนึกผิดเขากลับทำกลบเกลื่อนความผิดของตัวเอง ไม่รู้ว่าเพราะอยากให้ฉันอารมณ์ดีหรือเพราะอะไร แต่ฉันไม่ชอบที่มันเป็นแบบนี้ เขาควรอธิบายให้ฉันฟังว่าอะไรเป็นอะไร ไม่ใช่มาบอกแค่ว่าจะไม่ทำอีก แถมยังขอโทษซ้ำแล้ว    ซ้ำเล่า พอเห็นฉันยอมอ่อนข้อลงหน่อยเขาก็เปลี่ยนเรื่อง

“รู้มั้ยว่าฉันรอกินข้าวกับนายทั้งวัน ถ้าไม่มาก็ไม่ต้องบอกให้รอสิ!

“...” ทิวนิ่งอึ้งไปทันทีที่ได้ยินแบบนั้น คงไม่คิดสินะว่าฉันจะทำแบบนี้

“กี่ครั้งแล้วที่มันเป็นแบบนี้ ต้องให้ฉันผิดหวังกับคำพูดของนายกี่ครั้งถึงจะพอใจ”

“...”

“ถ้าทำไม่ได้ทีหลังก็อย่าพูด!

“ขอโทษ”

“ขอโทษๆๆๆ อยู่นั่นแหละ รู้ไหมว่าฉันเบื่อที่จะฟังแล้ว”

“...”

“แล้วอีกอย่าง รู้ใช่ป่ะว่าไม่ควรชมผู้หญิงคนอื่นให้แฟนตัวเองได้ยิน”

“รู้”

“รู้แล้วทำทำไม รู้มั้ยว่าไม่ชอบ”

“รู้”

“...”

“ก็แค่อยากรู้ว่าออมยังรักพี่อยู่หรือเปล่า”

“ก็ถ้าไม่รักอ่ะ จะยอมกลับมาคบด้วยหรอ!” เพราะโมโหจึงทำให้พูดอะไรออกไปแบบไม่คิด “ถามอะไรโง่ ๆ”

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

หนังสือเหลือ 3 เล่ม ใครสนใจทักเค้ามาได้เบยยย


หนึ่งคอมเมนท์เท่ากับหนึ่งกำลังใจ ไมสะดวกเมนท์ก็กดโหวตให้ได้นะคะ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,450 ความคิดเห็น

  1. #1439 Blue'naruk (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 22:59
    รอค่าา
    #1,439
    0
  2. #1438 baiyapimmada (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 01:38
    เกิดอะหยังขึ้นน้อ55555
    #1,438
    0
  3. #1437 minor_minor (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 22:58
    ลุ้นมากกกก
    #1,437
    0
  4. #1216 tbuykeid37 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 14:55
    ติดตามมมมมม
    #1,216
    1
  5. #1215 bubbleeer (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 12:49
    เขิงแรงมากๆค่ะ ฮื่ออออ
    #1,215
    1
  6. #1130 hamill (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 21:16
    เออ จริง ผู้ชายไม่เคยเข้าใจไรเล้ยยยยย
    #1,130
    1
    • #1130-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 12)
      28 พฤศจิกายน 2559 / 17:29
      เนอะๆๆๆๆ
      #1130-1
  7. #994 YulSica (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 14:49
    เออถามไรโง่ๆ
    #994
    1
    • #994-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 12)
      7 พฤศจิกายน 2559 / 23:30
      นั่นสิๆๆ
      #994-1
  8. #608 Minrt (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 07:23
    เอออิพี่ทิว ถามไรโง่ๆ ถ้าไม่รักไม่ชอบไม่คบหรอก
    #608
    1
  9. #592 R46461678 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 19:43
    อีพี่ทิวเล่นซะคิดไกลนิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายแล้ว
    #592
    1
    • #592-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 12)
      22 ตุลาคม 2559 / 21:46
      ฮ่าๆๆๆ เกือบไปละ
      #592-1
  10. #590 somsomjirapapa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 19:26
    เออผู้ชายชอบถามไรโง่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆเป็นไรกันมากไหมก่อนถามไม่รู้จักคิด#อิน
    #590
    1
    • #590-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 12)
      22 ตุลาคม 2559 / 21:45
      ใช่ ๆ พี่ิทิวนี่ใช้ไม่ได้เลย
      #590-1
  11. #569 kulsinNattawadee (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 12:15
    สปอยร์หน่อยๆๆๆๆๆ
    #569
    1
  12. #568 MaiiMintt (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 12:09
    มาต่อเร็วๆน้าาาา
    #568
    1
    • #568-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 12)
      22 ตุลาคม 2559 / 13:19
      ขอบคุณค่าาาา
      #568-1
  13. #567 MaiiMintt (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 12:09
    มาต่อเร็วๆน้าาาา
    #567
    1
  14. #566 iammu_meen (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 09:36
    มาต่อไวๆนะคะ
    #566
    1
  15. #564 มิน มิน (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 06:48
    อิลุบตุ้บตั้บ เป็นว่าที่หมอน่าจะใจเย็นนะ
    #564
    1
  16. #563 Jumjim11 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 02:25
    รออ่านต่ออยู่น้า รีบๆๆมานะ
    #563
    1
  17. #562 องค์หญิงขี้อิจฉา (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 00:06
    เวลาทะเลาะกันทีคือรุนแรงมากอ่ะ ร้อนทั้งคู่ด้วยเหมือนไม่มีใครยอมใคร อยากให้เข้าใจกันเร็วๆ
    #562
    1
  18. #560 ssploy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 23:21
    โอ๊ยยยน่ารักกกก><
    #560
    1
  19. #559 dreamsan (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 23:12
    น่ารัก
    #559
    1
  20. #558 Keecha (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 22:34
    จะไปกันรอดไหม555555
    #558
    1
    • #558-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 12)
      21 ตุลาคม 2559 / 22:40
      ต้องรอดสิคะ ฮ่าๆๆๆ
      #558-1
  21. #557 Minrt (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 22:31
    ผู้หญิงก็แบบนี้แหละ อารมณ์ผีเข้าผีออก ต้องใส่ใจเยอะๆ นะอีทิว
    #557
    1
    • #557-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 12)
      21 ตุลาคม 2559 / 22:39
      ใช่ ๆ พี่ทิวต้องใส่ใจน้องเยอะ ๆ
      #557-1
  22. #556 R46461678 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 22:07
    อยากบอกว่าเข้าใจอารมณ์ออมอ่ะ 555 เพราะตอนนี้ก็เป็นอยู่ เกิดเป็นผู้หญิงอารมณ์มาก่อนหัวใจเสมอ 
    #556
    1
    • #556-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 12)
      21 ตุลาคม 2559 / 22:39
      ผู้หญิงอารมณ์เดายาดจริง ๆ นะ
      #556-1
  23. #555 Mina (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 21:51
    ต่างคนต่างใจร้อน จะไปกันรอดมั้ยเนี่ย555555

    สู้ๆนะคะไรต์
    #555
    1
    • #555-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 12)
      21 ตุลาคม 2559 / 22:39
      ร้อนทั้งคู่
      #555-1
  24. #553 0845544046 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 21:42
    พี่ทิววว ออมนอยแล้วว
    #553
    1
    • #553-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 12)
      21 ตุลาคม 2559 / 22:38
      ต้องง้ออออออ
      #553-1
  25. #552 My Runway. (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 21:37
    คนนึงก็เก็บ คนนึงก็ซ่อน เอ้อ! เอาเข้าไป มันก็คงจะไปรอดแหละนะคะนู๋ออม
    #552
    1
    • #552-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 12)
      21 ตุลาคม 2559 / 22:38
      ต้องเปิดใจคุยกันถึงะถูก
      #552-1