I just a normal one ( ผมก็แค่คนธรรมดา )

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 4 พายุ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,268
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 204 ครั้ง
    7 พ.ย. 62

ตอนที่ 4 พายุ 

"กัปตันครับ พวกมันเอาอีกแล้ว" เสียงของหนึ่งในลูกเรือกล่าวขึ้น 

"เออ เห็นแล้ว" ยอร์นที่มองไปเห็นเรือหาปลาจำนวนมาก ก็กล่าวขึ้น 

"ไอพวกบัดซบ มันเอาปลาในเขตสีเขียวไปหมด" ลูกเรือคนที่สองกล่าวต่อ เขามีชื่อว่า วาร์ช 

วาร์ชที่ตอนี้กล่าวอย่างหัวเสียก็มองไปกลับไปที่กัปตันยอร์น แต่เขากลับสบตาเข้ากับผม ก่อนจะผมจะเห็นว่าในแววตาของเขาเหมือนจำตัดสินใจบางอย่าง 

"กัปตันครับ เราเข้าเขตสีเหลืองดีไหมครับ" วาร์ชกล่าวขึ้น 

ยอร์นเมื่อได้ยินก็หันมามองหาหน้าวาร์ชเหมือนจะถามว่าเอาจริง? 

"จำได้ไหมครับว่าเราเคยหลงเข้าไปแล้วเกิดอะไรขึ้น" วาร์ชเริ่มต้นเกลิ่น 

ใช่แล้วพวกเราเคยข้ามจากเขตสีเขียวไปเหลืองหนึ่งครั้ง 

โดยความแตกต่างก็คือ ปลาในเขตสีเหลืองนั้นมีปริมาณมาก แต่ก็ต้องแรกมาด้วยความเสี่ยงที่สูง เพราะ ถึงแม้ปลาจะเยอะ แต่สัตว์วิเศษก็อาศัยอยู่ในเขตนั้นเช่นกัน ซึ่งมันไม่ชอบเรืออย่างมาก 

"ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่า" ยอร์นปฎิเสธ เขาเป็นกัปตันไม่ใช่นักเสี่ยงโชค เขาจะไม่เอาชีวิตลูกเรือไปเสี่ยง 

วาร์ชที่เห็นเช่นนั้นก็เงียบไป 

ผมมองดูกัปตันที่พาเรือออกไปทั่วเขตสีเขียว แต่ไม่ว่าจะไปจุดไหน ก็มักจะมีเรือของบริษัทวารีอยู่ ซึ่งมันเป็นบริษัทของพ่อลูอิสนั้นและ 

โดยพวกเขากวาดซื่อเรือไปจำนวนมากและจ้างคนงานหาปลาเข้ามาจากภายนอก พวกคนที่รู้หนังสือ ทำให้คนหาปลาในพื้นที่ต้องหนีจากเขตสีเขียวออกไป และแน่นอนว่าที่เขตสีเหลืองนั้น อันตรายมีมากมาย 

ช่วงหลังจึงมีเรือหาไปลึกลับหลายลำ คาดว่าพวกเขาเข้าไปในเขตทะเลเหลืองงานนั้นก็ไม่ได้กลับออกมาอีกเลย 

"กัปตัน เราไปแค่ใกล้ๆก็ได้ พวกมันไม่กล้าไปแน่" วาร์ชกล่าว เมื่อเห็นว่า จุดหาปลาตีๆโดยพวกบริษัทวารีเอาไปหมดแล้ว 

ยอร์นชั่งใจเล็กน้อย เพราะ รายได้พวกเขานั้นเป็นรายได้รายวัน ถ้าวันนี้หาปลาไม่ได้ ก็ต้องอด 

"แค่ใกล้ๆเท่านั้น เราจะไม่ข้ามไป" ยอร์นตัดสินใจ 

ช่วงนี้เขาได้ยินเกี่ยวกับการหายตัวไปของกัปตันและลูกเรือหาปลาของคนในพื้นที่ โดยพวกเขาเหล่าว่า เพราะบริษัทวารีกวาดทั่วทะเลเขียวไปหมด จึงต้องข้ามไป และไม่ได้กลับมาอีก เขาจึงไม่ต้องการข้ามไปนั้นเอง 

ผมมองไปยังแผ่นหลังของกัปตัน ผมรู้สึกได้ว่าเขานั้นเป็นกังวล เพราะ ข่าวช่วงนี้เกี่ยวกับทะเลเหลือมันรุนแรงมาก 

เท่าที่ผมได้ยินมา ลูอิสมักโม้ให้เซลิน่าฟังว่า พ่อของเขา ได้เรือเปล่ามาเยอะจากพวกที่แอบเข้าไปในทะเลเหลือง โดยมีเพียงเรือเท่านั้นที่ได้กลับมา ช่วงลูกเรือหายตัวไปอย่างลึกลับ และนี้เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ บริษัทวารีนั้นรุ่งเรืองอย่างรวดเร็ว 

หลังปรึกษาหารือกัน เรือหาปลาของกัปตันยอร์นก็ไหลผ่านห้วงทะเล จากเรือมากมายค่อยๆจางหายไปจนเหลือเพียงพวกเขา 

หมอกหนาที่อยู่ในทะเลเบื้องหน้าคือความต่าง 

โดยหมอกที่ปรากฎนี้จะเกิดขึ้นในเขตทะเลสีเหลืองเท่านั้น ทำหน้าที่เป็นเส้นแบ่งเขตระหว่าง เขตทะเลเขียว ทะเลเหลือง และทะเลที่อันตรายที่สุดอย่างทะเลแดงเอาไว้ 

"ลงมือกันเถอะ" ยอร์นที่ตาขวาของเขากระตุกรั่วๆ กล่าวขึ้น 

"โอ้!" แต่วาร์ชและลูกเรือไม่ได้รู้สึกแบบนั้น 

เหล่าชาวประมงลงมือหาปลาในน่านน้ำที่เงียบสงบนี้ โดยไม่ทันสังเกตุเลยว่า หมอกมันได้ขยับมาใกล้พวกเขา 

"เชี่ย ดูปลานี้สิ" 

"อ่า ตัวมันใหญ่มาก" 

"แน่นอน นี้มันตรงเส้นแข่งเขตเลยนะ จะบอกให้ ข้าเคยเข้าไปในทะเลเรื่องครั้งหนึ่งด้วย"

"ขี้โม้" 

"ไม่ได้โม้ ที่นั้นนะ มีปลาที่แม้แต่ผู้วิเศษหรือนักล่ายังต้องน้ำลายไหลเลยจะบอกให้" 

"เหอะ" 

ความรื่นเริงเกิดขึ้นเมื่อพวกเขาจับปลาได้จำนวนมาก 

ผมที่อยู่คอยช่วยพวกเขาก็รู้สึกหนาวขึ้นมา 

"เห้ย ข้ารู้สึกไปเองป่าวว่ะว่าหนาวขึ้น"

"หมอกพวกนี้ด้วย" 

"เชี่ย กัปตัน เราเข้ามาเขตทะเลเหลือง" เสียงของวาร์ชดังขึ้น 

ยอร์นรีบกลับไปคุมเรือเพื่อนำออกไป แต่มันก็สายไปแล้ว เรือไม่สามารถขยับได้ แม้แต่เสียงน้ำที่กระทบเรือก็หายไป 

ผมก้มลงมอง

"น้ำแข็ง?" ใช่แล้ว เรือไม่สามารถขยับได้ เพราะน้ำทะเลกลายเป็นน้ำแข็ง

"นี้มันบ้า..."

"ลางร้าย..." 

แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้โวยวาย สติของพวกเขาก็เลือนลางพร้อมกับล้มลง 

'นี้มันยาสลบ' ร่างกายของผมตอบสนองทันที 

ถ้านับความชำนาญในการต่อสุ้หรือว่าร่างกายผมอาจไม่มั่นใจ แต่สำหรับด้านการปรุงยาและรักษาแบบฝังเข็ม ผมจัดว่าไม่เป้นสองรองใครแน่นอน 

ด้วยเพราะผมต้องการรักษาแม่ให้หาย แต่สุดท้าย มันก็ต้องอาศัยโชคอยู่ดี ถึงแบบนั้น ผมก็ได้ลองทุกการรักษา ปลูกทุกสมุนไพร และชิมทุกยาที่ปรุง ทำให้แม้เพียงสัมผัสร่างกายของผมก็สามารถจำตัวสมุนไพรหรือตัวยาชนิดนั้นได้ทันที 

ซึ่งสิ่งที่สัมผัสได้ มันคือ ยาสลบแบบไร้สีไร้กลิ่น 

"นึกว่าจะไม่มีใครมาสะแล้ว คิคิ" เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งดังมาก่อนที่เงาของชายสองคนจะปรากฎขึ้นที่หมอก 

ผมที่เห็นเช่นนั้นก็รีบแกล้งเป็นสลบทันที โดยแอบเปิดตาไว้เล็กน้อย 

"ข้าบอกเองแล้วว่า แผนนี้ใช้ได้ผล" เจ้าของเสียงหัวเราะกล่าวต่อ 

"เออ รีบทำงานให้เสร็จเถอะ" กล่าวจบมันก็หยิบลูกแก้วสีแดงสดราวเลือดออกมา 

"นี้ใกล้จะครบ 100 ดวงแล้ว งานของเราก็ใกล้จะได้เรียบสะที" มันกล่าวพึมพัม 

แต่ในจังหวะนั้นเองก่อนที่มันจะเอาลูกแก้วเข้าไปแตะกัปตันยอร์น เงาของบางสิ่งก็พุ่งเข้ามา มันคือราอูนั้นเอง 

ราอูที่ระเบิดพลังของทักษะแมมมอธออกมาทำให้ตัวเขาใหย่ขึ้นมากกว่า 2 เมตรครึ่ง เข้าพุ่งชนชายที่ถือลูกแก้วจนกระเด็นออกไป ลูกแก้วที่ลอยอยู่ในออกาษก็ถูกเขาจับเอาไว้ 

"เห้ย มึงเป็นใครว่ะ" ผู้หัวเราะมันกล่าวพร้อมเอามีดออกมา แววตาประกายฆ่ารุงแรง 

"พวกคุณกำลังทำอะไร" เป็นผมที่สงสัยจึงถามออกไป เมื่อครู่ผมเพียงสัมผัสได้ถึงอันตรายจึงพุ่งเข้ามา 

ลูกแก้วที่อยู่ในมือ ผมจ้องมองมัน ลูกแก้วที่ให้ความรู้สึกเหมือนแหล่งร่วมวิญญาณ 

"ฮ่าๆ แสดงว่ามึงไม่รู้จักเจ้าสิ่งนี้สินะ~" มันกล่าวพร้อมเลียริมฝีปาก แต่ก่อนที่จะได้กล่าวอะไร ชายที่ควรนอนจมเลือดจากการพุ่งชนของราอูกฌลุกขึ้น 

"แรงใช้ได้ แต่พลังเวทย์ในร่างกายไม่มี หมายความว่านี้คือทักษะนักล่าสินะ" มันกล่าว ก่อนจะเดินลากขาและแขนที่บิดไปมา 1 ก้าว แขนที่บิดก็กลับมาเหมือนเดิม 2 ก้าว ขาที่บิดก็กลับเหมือนเดิม จนกระทั้งมันเดินมาถึงเบื้องหน้าราอู ร่างกายของมันก็ราวกับว่าไม่เคยถูกราอูโจมตี 

"สิ่งนั้นเรียกว่าลูกแก้วสะสมวิญญาณ" มันกล่าวออกมา พร้อมกับมองราอูด้วยแววตาเปล่งประกาย 

"ลูกแก้วสะลมวิญญาณ?" ผมกล่าวออกมา นอกจากความรู้เรื่องอาหารและการรักษา ผมมีความรู้อย่างอื่นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น 

มันพยักหน้า 

"โลกนี้กว้างใหญ่เด็กน้อย เจ้าสนใจเข้าร่วมกับพวกเราไหม" มันกล่าวชวนออกมา 

"อ่า~" ผมร้องออกมา 

"เจ้ามีความกังวลใจอยู่ใช่ไหม อาจเป้นพลังเวทย์ในตัวของเจ้า" มันกล่าวพร้อมเดินเข้ามาใกล้ราอู 

"ดูจากอายุของเจ้า คงสัก 16-17 ใช่ไหม นี้คงเป็นปีสุดท้ายในโรงเรียนธรรมดา หลังจากนี้จะเป็นตัวตัดสินชีวิตทั้งชีวิตของเจ้า ข้ายังจำได้ถึงการตรวจสอบพรสวรรค์ อ่า~" มันกล่าวราวกับมีความหลังอันเจ็บปวด 

"สถาบันไม่รับผู้ที่มีพลังเวทย์เป็น 0 แบบเจ้า เจ้ามีทางเลือก 1 คือเข้าร่วมโรงเรียนทหาร ซึ่งอาจต้องใช้เวลา 3 ปี ก่อนจะจบออกมา ทางเลือกที่ 2 ก็คือสมัครทหารออกไปลุยกับพวกปีศาจในทวีป ไม่ต่างอะไรกับมดปลวกวิ่งเข้าหาช้าง" มันกล่าวออกมา 

นักฆ่าก็ดูเหมือนจะเข้าใจว่าเพื่อนของมันต้องการอะไรก็จ้องไปยังราอู 

"แต่สำหรับเจ้า ในวันนี้ วันที่เจ้าพบข้า เจ้าได้มีอีกทางเลือกหนึ่ง เข้าร่วมกับพวกเรา มาเป็นลูกศิษย์ของข้า" มันกล่าวพร้อมมองมาที่ราอูด้วยแววตาเปล่งประกาย 

"ทำไมผมต้องเชื่อคุณด้วย" ผมถามกลับ 

"เพราะข้าเห็นศักยภาพของเจ้า!" มันตอบด้วยความมั่นใจ 

"งั้นผมถาม ทำไมคุณต้องทำแบบนี้ ผมเดาว่าที่มีคนหายไปก็เพราะฝีมือพวกคุณ" ราอูถามต่อ 

"ใช่ แต่ก็เพียงช่วงคราว เมื่อจบ ข้าก็ปล่อยพวกเขา" มันกล่าวพร้อมมองไปยังลูกแก้วในมือของราอู 

ผมคิดเล็กน้อย "คุณต้องปล่อยพวกเขาไป" ผมมองไปยังยอร์นและเพื่อนร่วมงานของผม 

"แน่นอน ไม่งั้นจะต้องมีคนสงสัยเจ้า" มันกล่าวด้วยรอยยิ้ม 

"งั้นผมตกลง" ผมตอบรับ บ้างทีเส้นทางที่แตกต่างอาจทำให้ผมค้นพบวิธีรักษาแม่ของผม 

"ดีมาก!" มันกล่าวด้วยเสียงมีความสุข 

***







 








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 204 ครั้ง

117 ความคิดเห็น

  1. #98 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 10:56
    หนทางเติมทรู
    #98
    0
  2. #8 chayen1243 (@ayanokira) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 19:32
    ไว้ใจคนแปลกหน้าหรอไม่ดีเลยนะ
    #8
    0
  3. #5 nawnom (@lkamonwan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 16:43
    เกียมเติมทรู
    #5
    0