B-Prince :: กิจการอลวน ณ เมืองอลเวง

ตอนที่ 4 : -:-B-Prince-:-ตอนII:ราตรีแสนยาว 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 43
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    1 ก.ค. 56

B-Prince
 

                     
   ตอนII : ราตรีแสนยาว



 

             แสงแดดยามเช้าปลุกแมวสีขาวเทาให้ตื่นก่อนจะปีนขึ้นไปนอนกับเจ้านายบนเตียง ขณะควอตซ์พลิกตัวมากอดหมอนข้าง ทว่าเขาก็ต้องสะดุ้งตัวตื่นเมื่อมีอะไรอุ่นๆอยู่ใต้ผ้าห่มเขา แล้วแน่นอนว่าไม่ใช่ผู้หญิงที่เขากำลังฝันถึง

            “เวอร์รัสมาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย” ควอตซ์เปิดผ้าห่มมองแมวขาวเทาหลับตาพริ้ม แล้วเขาก็แกล้งมันด้วยการจั๊กกะจี้เวอร์รัส

            “วันนี้ขอข้ามสเต็ปแล้วกัน โทษฐานมาปลุกให้ตื่นตอนกำลังฝันดี” เขาว่าแมวตัวดี แต่แล้วเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ขณะเวอร์รัสลืมตาอย่างงัวเงียก่อนจะเลียขนแล้วทำตาปรือเหมือนจะหลับต่อ ควอตซ์จึงต้องโยนมันลงจากเตียงแล้วแมวตัวดีก็พลิกตัวกลางอากาศลงด้วยท่าทีสวยงามก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ ครั้นแล้วเสียงแม่นมก็ดังขึ้น

            “ท่านควอตซ์ตื่นรึยังเจ้าค่ะ รถกำลังมาแล้วนะเจ้าค่ะ” เสียงแม่นมร้อนรนขณะควอตซ์เหลือบมองนาฬิกาที่นกตัวเล็กในประตูไม้ยังไม่โผล่มาร้องกุ๊กกู

            “รถอะไรกำลังมาจ๊ะ แม่นม” ควอตซ์สงสัย

            “รถที่จะมารับท่านควอตซ์ตอนเช้า เมื่อคืนท่านควอตซ์บอกดิฉันว่ารถจะมารับก่อนเจ็ดโมงนี่เจ้าค่ะ” เนิร์ซเตือนความจำ

            “อ๋อ! ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้” ควอตซ์ตะโกนบอกขณะรีบคว้าผ้าขนหนูเข้าห้องน้ำ ส่วนเวอร์รัสก็เดินออกมามองเสื้อผ้าที่อยู่ในตู้เล็กๆของมัน

 
 

            ควอตซ์นั่งในรถคันยาวสีครีมขณะจับเวอร์รัสใส่เสื้อนอกสีแดงเข้มขลิบลายดำทับเสื้อกั๊กสีขาวด้านในแล้วเสริมหล่อด้วยผ้าผูกคอสีดำ ทว่ามันกลับร้อง “เมี้ยว!” อย่างไม่พอใจก่อนจะจ้องตาเป๋งมาที่เจ้านาย แล้วค่อยๆใช้ขาหน้าเขี่ยผ้าผูกคอออกอย่างรำคาญ

            “เวอร์รัส ทำอย่างนี้ไม่ได้นะ” แมวขาวเทาหรี่ตามองเจ้านายก่อนจะแกะผ้าผูกคอออกจากคอสำเร็จ แล้วเขี่ยไปให้เจ้านาย จากนั้นก็หันหลังให้ควอตซ์ก่อนหาวแล้วหมอบลงนอนบนเบาะรถข้างเจ้านาย ขณะหางยาวๆของมันยังคงส่ายถูแขนควอตซ์ไปมา

            “จะนอนก็นอนดีๆสิ” ควอตซ์เอ่ย แล้วแมวขาวเทาก็สะบัดหางทีนึงก่อนจะเก็บหาง

            “วันนี้ดูเวอร์รัสอารมณ์ไม่ดีนะ” เจดปรารภ

            “มันไม่ค่อยชอบชุดนี้” ชายหนุ่มผมเงินตอบเสียงเรียบอย่างง่วงงุน ควอตซ์รู้นิสัยเวอร์รัสดี มันไม่ชอบใส่เสื้อผ้าหลายชั้น แต่วันนี้เป็นวันที่เวอร์รัสจะแต่งชุดธรรมดาไม่ได้ พวกเขาทั้งสี่ก็ต้องแต่งเต็มยศเหมือนกัน

            “พี่ควอตซ์สนใจของว่างบ้างมั้ยฮะ?” ซิลเวอร์เอ่ยพลางแบ่งคุกกี้แครอทของตนเองใส่จานก่อนยื่นให้ควอตซ์พร้อมชากลิ่นผลไม้เมืองร้อน

            “พี่ขอแค่ชาก็พอ” ควอตซ์ปรารภก่อนรับถ้วยชาจากซิลเวอร์ ขณะบริกรหญิงที่นั่งติดกับถาดเครื่องดื่มหลังคนขับก็รีบชงชาถ้วยใหม่ทันที

            ครั้นแล้วประตูฝั่งตรงข้ามกับควอตซ์ก็เปิดออกเผยให้เห็นชายหนุ่มผมสีทองในชุดเสื้อกั๊กชายสั้นสีทองอ่อน ทับด้วยเสื้อนอกสีน้ำเงินเข้มและผูกผ้าผูกคอสีขาวที่ติดเข็มกลัดตัวP อักษรแรกของชื่อเมือง 9 นาฬิกา ปาร์ตี้ ขณะที่ควอตซ์สวมเสื้อนอกสีบานเย็นทับเสื้อกั๊กชายสั้นสีขาว ผ้าผูกคอสีเงินมีเข็มกลัดอักษรFซึ่งเป็นอักษรแรกของฟีนาเล่ ส่วนอีกสองชายหนุ่มที่นั่งฝั่งตรงข้ามกับควอตซ์และโกล์ดก็แต่งตัวทำนองเดียวกัน เสื้อเจดเป็นสีเขียวเข้ม เสื้อกั๊กสีเงิน ผ้าผูกคอสีทองอ่อนที่ติดเข็มกลัดอักษรA อักษรแรกของแอกโกร ขณะน้องชายสุดท้องของตระกูลสวมเสื้อนอกสีทอง เสื้อกั๊กสีเขียวอมครีม ผ้าผูกคอสีขาวมีเข็มกลัดอักษรT อักษรแรกของทีไทม์

            “ควอตซ์ นายแกะของขวัญยัง?” จู่ๆเจดก็ถามขึ้นของขวัญที่ควอตซ์ได้รับเมื่อคืนขณะรถเคลื่อนออกจากเมืองเก้านาฬิกา

            “แกะแล้ว” ควอตซ์ตอบพลางหาว

            “ดูนายไม่ร่าเริงเลยนะเช้านี้” โกล์ดปรารภ

            “ผมโดนเจ้าเวอร์รัสปลุกแต่เช้านะสิ” ควอตซ์หันไปพิงกระจกรถแล้วมองชายหาดที่ไกลสุดลูกหูลูกตาก่อนจะหลับตา ทว่าเจดก็เอ่ยทำลายความเงียบ แถมไม่วายปลุกเวอร์รัสด้วยการเอาคุ๊กกี้แครอทจากจานซิลเวอร์ไปจ่อจมูกมัน แมวสีขาวเทาลืมตาตื่นทันทีก่อนจะแย่งคุ๊กกี้ไปละเลียดกิน

            “นายได้ของขวัญอะไร” เจดฉีกยิ้มกว้างขณะควอตซ์ลืมตามองเจดอย่างข้องใจ

            “ทำไมนายถึงอยากรู้จัง”

            “อ้าว! ก็มีนายคนเดียวที่ไม่ยอมแกะของขวัญจากท่านปู่ในงาน” นัยน์ตาสีมรกตจ้องอย่างมีเลศนัยก่อนเสริม

            “หรือว่านายรู้ก่อนว่าจะได้ของดีอะไร ถึงไม่กล้าเปิดต่อหน้าทุกคน”

            “ของดีอะไรล่ะ ก็พอเปิดต่อหน้าทุกคนทีไร ไม่เจอตุ๊กตาสีหวานแหววบ้าง ก็ชุดเสื้อผ้าผู้หญิงสวยๆ ฉันเป็นผู้ชายนะ” ควอตซ์เบ้หน้าอย่างไม่สบอารมณ์

            “อืม แต่ฉันก็ไม่นึกว่าเมื่อคืนท่านปู่จะจัดงานเลี้ยงด้วย” เจดฉีกยิ้มขณะชายหนุ่มทั้งสามต่างพยักหน้าเห็นด้วย แม้กระทั่งเวอร์รัสที่หูกระดิกอย่างตั้งใจฟัง แล้วทุกคนกับหนึ่งตัวก็ต่างนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนหลังจบประชุมที่ห้องรับรอง

 

 

            หลังจากสิ้นคำสั่งอันหาใครทัดทานของผู้ปกครองสูงสุดแห่งเลอวองวิล แม้ชายหนุ่มทั้งสี่จะมีข้อกังขา แต่ก็ไม่มีใครอาจหาญต่อรองกับชายชราตรงหน้า

            “พรุ่งนี้เช้าคนรถของปู่จะไปรับเจดก่อน แล้วค่อยเวียนไปรับหลานทวนเข็มนาฬิกาแต่ละคนที่เมือง”

            “ครับ” ชายหนุ่มทั้งสี่รับคำอย่างนอบน้อม

            “จากนั้นเราจะไปดูทำเลที่เหมาะเป็นที่ตั้งบริษัทกัน”ชายชราเสริม

            “ครับ” ทั้งสี่ยังคงรับคำอย่างพร้อมเพรียง

            “อืม! แล้วพรุ่งนี้ก็แต่งตัวให้เรียบร้อยด้วยล่ะ ไม่ใช่มาแบบลำลองอย่างวันนี้” เจมส์ปรายตามองหลานชายทีละคน แต่ละคนล้วนแต่งตัวสบายๆสไตล์ตนเองทั้งนั้น ควอตซ์สวมเสื้อยืดคอวีสีเข้ม ขณะเจดแม้จะดูเรียบร้อยหน่อยแต่ชายเสื้อเชิ้ตก็ปล่อยหลุดลุ่ย ส่วนโกล์ดอยู่ในเสื้อคอเต่าแขนยาวกับรองเท้าผ้าใบ แล้วนัยน์ตาสีทับทิมก็หยุดอยู่ที่หลานคนเล็กที่กำลังยืนหม่ำเค้กแครอท อย่างเอร็ดอร่อย ในชุดเสื้อฮู้ดแขนสั้นสีส้มอ่อนบนหมวกมีหูกระต่ายปุกปุยสีขาว ชายชราแทบจะทอดถอนใจทันที

            “ซิลเวอร์ พรุ่งนี้หลานอย่างแต่งน่ารักขนาดนี้นะ”

            “ครับ” ซิลเวอร์ขานรับแล้วรีบเช็ดปากทันที

            “เฮ้อ! กินเวลาวันสนุกมาเยอะแล้ว หลานๆรีบไปสนุกกันเถอะ”สายตาทุกคู่เหลือบมองนาฬิกาแขวนโบราณประดับเพชร ที่ตอนนี้เข็มสั้นกำลังตั้งฉากกับเข็มยาวบนเลขเก้าและสิบสอง

            จากนั้นรองเลขานุการก็นำพวกเขาออกจากห้องรับรอง ทว่าเส้นทางที่เดินไปนั้นไม่ได้ออกจากตัวตึกอย่างที่พวกเขาคิด

            “จะพาพวกผมไปไหนฮะ” ซิลเวอร์ถามขึ้นขณะชายวัยกลางคนใช้เส้นทางด้านหลังตึกใหญ่

            “นั่นมันทางไปบ้านปู่แพลตินั่มนี่ครับ ท่านรองฯ” เจดกล่าวเมื่อเห็นทางเชื่อมที่คุ้นเคย

            “ขอรับ แต่วันนี้ท่านแพลตินั่มติดภารกิจขอรับ” ชายวัยกลางคนเอ่ยอย่างนอบน้อมก่อนจะนำทางต่อ ขณะชายหนุ่มทั้งสี่ได้แต่มองหน้ากันอย่างงุนงง แล้วชายหนุ่มผมทองก็เข้าใจบางอย่างจึงปรารภขึ้น

            “เรากำลังไปเรือนปิดร้างใช่ไหมครับ”

            “ขอรับ” สิ้นคำตอบรับของชายวัยกลางคน ควอตซ์ก็ร้องก่อนจะกระโดดกอดโกล์ดอย่างหวาดกลัว ทำเอาเวอร์รัสสะดุ้งแล้วมองเจ้านายก่อนจะหันไปสนใจความสะอาดที่ขาหน้าแทน

            “ผมไม่ไปนะ!” ซิลเวอร์มองท่าทีควอตซ์อย่างเฉยเมย ขณะเจดเอียงคอมองอย่างไม่เข้าใจ ทุกคนในตระกูลเลเกลต่างรู้ดีว่าเรือนรับรองนี้ได้ปิดทิ้งไว้เป็นทศวรรษแล้วตั้งแต่ย่าคริสตัลจากไป แต่นั่นก็ไม่เคยทำให้ควอตซ์ตื่นตระหนกได้

            “มากอดพี่ทำไม” นัยน์ตาสีอำพันของโกล์ดจ้องมือควอตซ์ที่ยังกอดแขนเขา

            “โธ่! ไม่มีอารมณ์ร่วมเลย” ควอตซ์ทำหน้าเซ็งใส่พี่ชาย

            “พี่โกล์ด เขาไม่เล่นกับนายหรอก ฮ่าๆ” เจดพยายามกลั้นหัวเราะเมื่อโดนนัยน์ตาสีอำพันจ้องเขม็ง

            “เรารีบไปกันเถอะฮะ ผมง่วงแล้ว” เสียงเล็กๆของซิลเวอร์ปรารภขณะยกมือขึ้นปิดปากก่อนหาว

            ครั้นแล้วทั้งห้าคนก็มาหยุดหน้าเรือนไม้ชั้นเดียวหลังใหญ่ แม้ทั้งบริเวณจะมืดมิด แต่แสงจันทร์ก็ทำให้พวกเขาเห็นลายวิจิตรที่ช่างฝีมือดีแห่งฟีนาเล่แกะสลักไว้

            “ช่างเป็นเรือนงดงามจริงๆ” ควอตซ์ปรารภขณะนัยน์ตาสีครามจับจ้องงานศิลปะบนบานประตูไม้

            “เป็นไม้สักเสียด้วย” เจดกล่าวก่อนจะลูบแผ่นไม้อย่างทะนุถนอม

            “แต่ผมว่ามันน่าจะมีของน่ารักๆมาตบแต่งบ้างนะฮะ” ซิลเวอร์เสนอ

            “เฮ้อ! พวกนายจะไม่เปลี่ยนประโยคพูดบ้างเหรอ?” โกล์ดเอ่ยอย่างสุดทน เพราะสมัยที่ย่าคริสตัลยังอยู่ พวกเขาก็มักมาที่นี่ประจำแล้วทุกครั้งทั้งสามคนก็จะเอ่ยแบบนี้

            “ก็มันสวยจริงๆนี่” ควอตซ์ตอบ แล้วอีกสองคนก็ตั้งท่าเตรียมเอ่ยเหมือนกัน ทว่าโกล์ดรีบเปลี่ยนเรื่องโดยหันไปคุยกับชายวัยกลางคนแทน

            “พวกผมต้องเข้าไปข้างในใช่ไหมครับ”

            “ขอรับ ผมขออนุญาตส่งแค่นี้นะขอรับ” รองเลขานุการฯกล่าวอย่างนอบน้อมก่อนจะหายไปยังเส้นทางที่จากมา

            “อ้าว! ทิ้งกันเลยแฮะ” เจดหันไปมองยังที่ชายวัยกลางคนเคยยืนอยู่ ทว่ายังไม่ทันมีใครเอื้อมมือไปผลักประตู เสียงลูกบิดข้างในก็ดัง “คลิ๊ก!” ก่อนประตูไม้บานใหญ่จะเปิดกว้างเชื้อเชิญผู้มาเยือนให้เข้าไป แล้วควอตซ์ก็กระโดดกอดโกล์ดอีกครั้ง

            “นี่นายแกล้งอีกแล้วใช่มั้ย” โกล์ดหรี่ตาท่าทางหวาดกลัวของควอตซ์

            “เปล่า! ผมกลัวจริงๆ” ควอตซ์กอดโกล์ดอย่างหวาดหวั่น

            “ทิ้งพี่ควอตซ์ไว้ที่นี่เถอะฮะ” ซิลเวอร์เสนออย่างเฉยเมย

            “ไม่เอานะ!”ควอตซ์ร้องเสียงหลงขณะมองหน้าเจดกับโกล์ดอย่างอ้อนวอน

            “ควอตซ์! นายปล่อยพี่ได้แล้ว พี่ไม่ใช่ต้นมะพร้าวที่นายคิดจะกระโดดขึ้นเกาะตามใจชอบนะ” โกล์ดเสียงแข็ง

            “ฮ่าๆ พี่โกล์ดว่านายเป็นลิง” เจดหัวเราะร่า ทว่าเสียงหัวเราะของเขาก็ต้องหยุดลง เมื่อมีคนใส่หน้ากากขนนกเอาถุงดำมาครอบศีรษะ แล้วพาพวกเขากับแมวหนึ่งตัวผ่านประตูเข้าไป


 



…We wish you a Merry Christmas; We wish you a Merry Christmas;

We wish you a Merry Christmas…”
 

            ทันใดนั้นเสียงเพลงเฉลิมฉลองวันคริสมาสต์ก็ดังขึ้นต่อเนื่องก่อนชายหนุ่มทั้งสี่จะถูกจับใส่หน้ากากขนนก รวมทั้งเวอร์รัส แล้วแมวขาวเทาก็กระโจนขึ้นบนโซฟาโดยคาบมนุษย์ขนมขิงที่มีผ้าพันคอสีแดงไปด้วย จากนั้นก็นั่งละเลียดกินอย่างเงียบเชียบ

            เจดมองซ้ายขวาผ่านหน้ากากขนนกสีเขียวสด โต๊ะไม้ตัวยาวปูผ้าลูกไม้สีขาวเต็มไปด้วยขนม เครื่องดื่มมากมาย แล้วเขาก็เห็นซิลเวอร์กำลังมุ่งหน้าไปยังขนมปังสีส้มอ่อน แน่นอนว่ามันต้องทำมาจากแครอท เจดรู้ดีจมูกน้องคนเล็กไม่เคยจับกลิ่นของโปรดพลาด เจดจึงเดินตามซิลเวอร์ไปติดๆก่อนจะทันแย่งขนมปังในมือน้องเล็กไปกิน

            “ทำไมพี่เจด ทำแบบนี้ล่ะฮะ” ชายหนุ่มผมบลอนด์บ่นอุบอิบ ก่อนจะหยิบขนมปังชิ้นใหม่

            “มีตั้งเยอะจะหวงทำไม” เจดเอ่ยอย่างอารมณ์ดีขณะแย่งขนมปังจากมือซิลเวอร์ไปอีกชิ้น

            “พี่ก็หยิบเองสิฮะ” ทว่าก่อนคู่นี้จะได้เปิดศึกจริงจัง ควอตซ์ที่สวมหน้ากากขนนกสีครามก็มาแย่งขนมปังแครอทไปจากมือซิลเวอร์อีกข้าง

            “อะไรกันเนี่ย!” น้องเล็กเริ่มหมดความอดทน

            “อย่าทำให้เสียบรรยากาศสิ ซิลเวอร์” ควอตซ์ต่อว่าด้วยน้ำเสียงไม่จริงจัง

            “สนุกกันโดยแกล้งผมงั้นเหรอฮะ”

            “นั่นสินะ” ควอตซ์กล่าวอย่างครุ่นคิดขณะโยนขนมปังที่เหลือในมือเข้าปากก่อนเจดจะเดินมากอดคอแล้วหายไปพร้อมกับเสียงเพลง

            “เฮ้อ!” ซิลเวอร์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาเบื่อหน่ายกับนิสัยของสองคนนี้มาก ขณะนัยน์ตาสีน้ำเงินทะเลเหลือบมอง ชายหนุ่มผมทองที่ยืนอยู่ตรงหัวโต๊ะก่อนจะหยิบขนมปังแครอทขึ้นมากินอีกครั้ง ทว่าจู่ๆน้องเล็กก็ต้องชะงักอีกครั้งเมื่อเสียงนุ่มกล่าวขึ้น

            “ซิลเวอร์ ไม่เข้าไปร้องเพลงร่วมกับสองคนนั้นหรอ”

            “ไม่ฮะ แล้วพี่โกล์ดล่ะ”

            “พี่ไม่ถนัดร้องเพลง เราก็รู้ดี” โกล์ดกล่าวก่อนจิบน้ำชาสีเข้ม

            “ฮะ” ซิลเวอร์ยิ้มอย่างสบายใจขณะหยิบขนมปังแครอทอีกชิ้นใส่ปาก แล้วนัยน์ตาสีน้ำเงินทะเลกับนัยน์ตาสีอำพัน ก็มองดูชายหนุ่มผมเงินกับชายหนุ่มผมเขียวส่องที่กอดคอร้องเพลงคาราโอเกะอย่างมีความสุข

 

            ครั้นแล้วเสียงผู้อาวุโสสุดของครอบครัวเลเกลก็ดังขึ้น กิจกรรมทุกอย่างในเรือนจึงต้องชะงักลง บริกรชายหญิงรีบจัดทุกสิ่งให้เข้าที่ตามเดิม ขณะชายหนุ่มทั้งสี่ก็รีบสาวเท้ามานั่งข้างพ่อแม่ของพวกเขา โดยมีชายชราผมสั้นยืนข้างชายชราผมสีดอกเลายาวกลางหลังที่เพิ่งเดินเข้ามา

            “เป็นไงบ้างล่ะ ชอบงานเลี้ยงที่ปู่จัดมั้ย?

            “ขอบคุณมากครับ” หลายชายทั้งสี่โค้งอย่างนอบน้อม

            “ไม่ต้องเป็นพิธีหรอก วันนี้ปู่ก็จะเป็นซานตาคลอสให้หลานๆเหมือนทุกปี” ชายชราคลี่ยิ้ม

            “ขอบคุณครับ” ชายหนุ่มทั้งสี่กล่าวพร้อมกัน พลางรอสัญญาณผายมือจากชายชราที่อนุญาตให้ทุกคนนั่งลง

            “วันนี้ปู่มีของพิเศษให้หลานๆ ปีนี้ปู่อยากให้หลานรู้สึกอบอุ่นมากกว่าทุกปี ปู่รู้สึกผิดมาตลอดที่พอตั้งแต่คริสตัลจากไป เรือนหลังนี้เราก็ปิดทิ้งไว้ แทนที่จะนำมาทำประโยชน์อะไร หลานคิดว่าทุกปีเราจะมาจัดงานเลี้ยงที่นี่แทนตึกใหญ่ดีมั้ย?

            “ผมเห็นด้วยครับ เพราะเสียดายความสวยงามของเรือน” ควอตซ์ตอบ

            “อืม! งั้นต่อไปเราจะมาจัดงานเลี้ยงที่นี่ ทำให้เรือนคริสตัลกลับมาสว่างไสวอีกครั้ง” ทุกคนในตระกูลเลเกลต่างยิ้มกันแก้มแทบปริ พวกเขารู้ดีว่าเจมส์ไม่เคยลืมคริสตัล และเหตุที่ต้องปิดเรือนไว้ก็เพราะยังทำใจไม่ได้ ทว่าจู่ๆควอตซ์ก็เอ่ยอย่างหวาดกลัวก่อนจะมองไปรอบๆ

            “แต่ย่าคริสตัลไม่ได้วนเวียนอยู่ในนี้แล้วใช่มั้ยครับ”

            “อะไรกันเนี่ยควอตซ์!” หญิงวัยกลางคนนัยน์ตาสีมุกตีแขนลูกรักที่คิดอะไรพิเรนทร์

            “โธ่! ก็ผมกลัวนี่ครับ”

            “ฮ่าๆๆๆ” เจมส์หัวเราะชอบใจก่อนจะหันไปหาบริกรให้หยิบกล่องของขวัญที่เรียงรายอยู่ใต้ต้นคริสมาสต์มาให้เขา

            “เอาล่ะ! คงได้เวลาที่ปู่จะเป็นซานต้าแล้วสินะ”

            “ปู่ยังไม่มีกวางเรนเดียร์นำทางเลยนะครับ” เจดแซว

            “นั่นสิเนาะ! แพลตินั่มเป็นเรนเดียร์ให้ฉันที” เจมส์หันไปบอกชายสูงวัยผมสั้นก่อนจะยื่นเชอร์รี่สีแดงสดให้

            “แค่นี้ก็พอแล้วนะ” เจมส์กล่าว เมื่อแพลตินั่มถือเชอร์รี่สีแดงอย่างไม่เข้าใจ

            “โธ่! ผมแค่ล้อเล่นเองครับ ปู่แพลตินั่นไม่ต้องเป็นกวางเรนเดียร์จมูกแดงหรอกครับ” เจดรีบแก้ตัว เพื่อปู่เขาจะได้ไม่ต้องมาเล่นอะไรตามที่เขากล่าวไป

            “ฮ่าๆๆ ปู่หลานคู่นี้รักกันดีจริงๆ” เจมส์คลี่ยิ้มขณะแพลตินั่มฉีกยิ้มเล็กๆตามมารยาทเท่านั้น ส่วนเจดก็มีสีหน้าเจื่อนลง แล้วควอตซ์ก็รีบเอ่ยขึ้น

            “ผมว่าเรามาดูของขวัญกันดีกว่านะครับ ท่านปู่”

            “ถ้างั้นเริ่มจากโกล์ด พี่ชายใหญ่เลยแล้วกัน” เจมส์ยื่นของขวัญกล่องสีน้ำเงินเข้มให้โกล์ด แล้วต่อไปก็เป็นกล่องสีเงินของซิลเวอร์ ของเจดเป็นกล่องสีเขียวอ่อน และสุดท้ายเป็นกล่องสีชมพูหวาน ซึ่งแน่นอนว่าเป็นของชายหนุ่มที่เหลืออยู่

            “ทำไมของผมต้องเป็นสีชมพูด้วยล่ะครับ ท่านปู่” ควอตซ์เบ้หน้าเล็กน้อยก่อนเอื้อมมือไปรับ

            “ปู่ว่า สีชมพูออกจะเขากับหลานดี”

            “แต่ผมไม่ชอบสีชมพู”

            “ฮ่าๆ รับไปเถอะ ของข้างในเหมาะกับหลานมากนะ” เจมส์คลี่ยิ้มอย่างเอ็นดูขณะควอตซ์รู้สึกแคลงใจชอบกล

            ทันใดนั้นเสียงนุ่มก็เอ่ยขออนุญาตจากผู้ปกครองเลอวองวิลอย่างนอบน้อม

            “ผมขออนุญาตเปิดของขวัญพร้อมกับน้องๆเหมือนทุกปีนะครับ”

            “มันเป็นกฎของพวกเรานี่โกล์ด” ชายชรากล่าว แล้วโกล์ดกับชายหนุ่มอีกสองคนก็ต่างตั้งหน้าตั้งตาเปิดของขวัญตนเอง ยกเว้นควอตซ์ที่พยายามคิดหาวิธีเลี่ยงไม่เปิดของขวัญพร้อมกับคนอื่น แล้วเขาก็คิดแผนขึ้นมาได้ก่อนจะขอตัวเข้าห้องน้ำโดยแอบถือกล่องไปด้วย ทว่าพอพ้นห้องโถงมา ควอตซ์ก็ลอบมองของขวัญของแต่ละคนตรงมุมเสา โกล์ดได้นาฬิกาข้อมือประดับอัญมณีแสนแพง ของซิลเวอร์เป็นตุ๊กตากระต่ายขนปุยถือแครอท ส่วนเจดได้อุปกรณ์ปลูกต้นไม้ แล้วควอตซ์ก็เลื่อนนัยน์ตามามองกล่องสีชมพูในมือ พลางคิดว่าปีนี้ของขวัญเขาจะเป็นอะไร ปีที่แล้วได้ตุ๊กตาผู้หญิงสีชมพู ก่อนหน้านั้นก็ชุดหญิงสาวแสนงาม เฮ้อ! ควอตซ์ถอนใจอย่างปลงตก ก่อนจะค่อยๆแกะของขวัญ ทันทีที่รู้ว่าเป็นอะไรก็รีบอุ้มเวอร์รัสซึ่งกำลังจะไปหาที่กินคุ๊กกี้สีหวาน ก่อนจะลอบหนีออกจากเรือนแล้วมุ่งขึ้นรถม้ากลับบ้านทันที

 

        

เปลี่ยนชื่อตอนหน่อยน้า^w^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น