B-Prince :: กิจการอลวน ณ เมืองอลเวง

ตอนที่ 3 : -:-B-Prince-:-ตอนI::ข้อพิพาทมิควรเกิด 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 75
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    19 มิ.ย. 56

B-Prince
 

                       
                 
ตอน I : ข้อพิพาทมิควรเกิด



            แสงไฟสว่างไสวท่ามกลางเสียงเพลงเฉลิมฉลองวันคริสมาสต์ที่วนมาครบอีกปี  บ้านหลายหลังจุดเตาผิงแล้วกำลังลงมือทานไก่ง่วง ขณะเด็กๆมองต้นสนที่ประดับด้วยนางฟ้าตัวน้อย ลูกบอลหลากสี สายรุ้งและดาวสีทองอร่ามบนยอดสนอย่างสนใจ มีบ้างที่เริ่มคิดว่าจะเอาถุงเท้าไปแขวนไว้ที่ไหนดี  ทว่ามิได้เป็นทุกคนที่หัวเราะรื่นเริงกับเทศกาล เพราะมีผู้ที่ชอบงานสังสรรค์เป็นชีวิตจิตใจแต่กลับต้องมานั่งจับเจ่าอยู่ในห้องโถงของบ้านพักผู้ปกครองเลอวองวิล

            “นี่กี่โมงแล้ว! ทำไมถึงยังมากันไม่ครบ แล้วเมื่อไรท่านปู่จะประชุมเสร็จ” ชายหนุ่มผมเงิน นัยน์ตาสีครามกล่าวอย่างหัวเสีย ขณะยืนมองหน้าต่างที่เห็นถนนนอกเมืองซึ่งประดับประดาไปด้วยแสงไฟ ทำให้เขารู้สึกเศร้าที่ต้องยกเลิกงานเลี้ยงกับสาวงามแห่งเมือง

            “ขอประทานโทษขอรับท่านควอตซ์ แต่ประชุมนี้จำเป็นที่ท่านเจมส์ต้องเข้าร่วมด้วยจริงๆ แม้จะเป็นประชุมกะทันหันก็ตามขอรับ ส่วนท่านเจดกับท่านซิลเวอร์กำลังเดินทางมาขอรับ” ชายวัยกลางคนเอ่ยอย่างนอบน้อม แม้จะเป็นสิ่งที่เขาต้องพูดเกือบทุกสิบห้านาทีก็ตาม

            “ใจเย็นๆหน่อยสิควอตซ์ เห็นใจท่านรองเลขาฯบ้าง เขาตอบคำถามนายซ้ำๆมาหลายรอบแล้วนะ” ชายหนุ่มผมทอง นัยน์ตาสีอำพันปรารภขึ้นอย่างใจเย็นขณะปิดนิตยสารที่อ่านค้างอยู่

            “โธ่! พี่โกล์ด ผมอุตส่าห์รีบมาตรงเวลา แต่ท่านปู่กลับติดธุระกะทันหัน แล้วต้องมานั่งรออยู่ในนี้ทั้งวันแทนที่จะได้ร่วมงานคริสมาสต์ จะไม่ให้ผมหงุดหงิดได้ไง”

            “พี่ก็ชวนนายไปเที่ยว แต่นายเป็นคนปฏิเสธเองนี่” เสียงนุ่มกล่าว

            “จะให้ผมไปเที่ยวกับพี่เนี่ยนะ! ไม่เอาหรอก เดี๋ยวพี่ก็พาผมไปสถานที่ผมไม่อยากไป เช่นโบสถ์ หอสมุด ร้านหนังสือ” ควอตซ์หน้าง้ำ

            “ก็นายอายุยังไม่ถึงที่จะเข้าไปแหล่งเที่ยวได้นี่” โกล์ดปรารภ

            “ผมอายุ21แล้วนะ อีกแค่ปีเดียวก็ถึงเกณฑ์จะปล่อยผ่านไปสักคนไม่ได้หรือไง” ควอตซ์สบถ

            “ไม่ได้! สถานเริงรมย์อยู่ในการควบคุมของพี่ ยิ่งนายเป็นน้องพี่ เป็นหลานผู้ปกครองเลอวองวิลจะให้พี่ยอมทำแบบนั้นได้ไง” โกล์ดเริ่มเสียงแข็ง ทว่าก่อนที่ลูกพี่ลูกน้องคู่นี้จะเปิดศึก เสียงรองเลขานุการก็ดังขึ้น

            “ท่านเจมส์ประชุมเสร็จแล้วขอรับ ขอเชิญท่านโกล์ดกับท่านควอตซ์ไปพบที่ตึกใหญ่ขอรับ”

 


 

                 ปราสาทสีทองอร่ามสร้างบนพื้นที่ราคาแพงสุดในโซนกลางซึ่งถือเป็นทำเลดีสุดในเลอวองวิลก็ไม่ปาน กำแพงห้องรับรองสีขาวซึ่งสร้างจากทรายแก้วประดับด้วยอัญมณีเลอค่า โคมไฟระย้าที่สร้างจากคริสตัลแวววาว เตาผิงตบแต่งพลอยแดง พรมกำมะหยี่ประดับลายหินรัตนชาติชั้นเลิศ ผ้าม่านสานขึ้นจากแร่ทองคำ แล้วรูปปั้นเทพนิยายที่ตั้งอยู่ตามมุมห้องก็มีส่วนผสมของแร่เงิน จะมีเพียงชุดโซฟาแสนนุ่มขนแกะสีขาวที่ปราศจากอัญมณีใด

            “เชิญรอที่นี่ก่อนขอรับ” รองเลขานุการเอ่ย

            “ชักเบื่อคำว่า รอ แล้วสิ” ชายหนุ่มผมเงินบ่นกับแมวสีขาวเทาที่ใส่ชุดหล่อเหลาแต่อดไปอวดให้สาวๆได้เห็น ขณะเวอร์รัสได้แต่ทำตาปรือใส่แล้วหมอบลงข้างโซฟา

            “ไงควอตซ์! บ่นอะไรพึมพำกับแมวล่ะ” ชายหนุ่มผมสีเขียวส่อง นัยน์ตาสีมรกตร้องทักขณะเดินเข้ามาในห้อง

            “แค่เบื่อๆนะเจด” ควอตซ์ตอบ

            “เบื่อพี่โกล์ดรึเปล่า” เจดล้อเลียนลูกพี่ลูกน้องคนโตสุดของตระกูลที่ได้แต่ใช้ในนัยน์ตาสีอำพันมองรอยยิ้มทะเล้นของผู้กอดคอควอตซ์อยู่ ก่อนเอ่ยด้วยเสียงเรียบ

            “เจด นายอารมณ์ดีจังนะวันนี้”

            “ก็วันนี้วันคริสมาสต์ แถมได้พบกันพร้อมหน้าแบบนี้ ผมว่าไม่แน่ท่านปู่อาจจะเรียกพวกเรามาฉลองคริสมาสต์ก็ได้นะครับ” เจดเสนอความคิดเห็นที่ไม่น่าจะเป็นไปได้เลยในความคิดของควอตซ์กับโกล์ด

            “ผมว่าเปอร์เซ็นต์ของพี่เจดน้อยกว่า0.1อีกนะฮะ” เสียงเล็กกล่าวขึ้นขณะเดินเข้ามาในห้องโถง เขาได้ยินเสียงเจดลอดออกจากช่องประตูพอดี

            “โธ่! ซิลเวอร์ไม่เข้าข้างกันเลย” เจดบ่นขณะนัยน์ตาเหลือบเห็นบริกรกำลังจะเข็นถาดขนมกับน้ำชาเข้ามา จึงรีบเดินออกไปก่อนเอ่ยกับบริกร

            “มีอะไรที่เกี่ยวกับแครอทมั้ยครับ”

            “วันนี้มีเค้กแครอทขอรับ ท่านเจด”

            “ดีเลย งั้นฉันขอชิ้นหนึ่งนะ” เจดฉีกยิ้มให้บริกรก่อนจะกลับไปรวมกลุ่มกับสามหนุ่มที่ต่างคนก็ต่างมองออกไปนอกหน้าต่าง

            “ซิลเวอร์ แม้จะไม่ถึง0.1 แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปได้ใช่มั้ยล่ะ” นัยน์ตาสีมรกตสบกับนัยน์ตาน้ำเงินทะเลของซิลเวอร์ก่อนจะฉีกยิ้มน้อยๆแล้วเรียกบริกรให้ถือจานเค้กแครอทชิ้นพอดีคำเข้ามา เพียงแค่นั้นชายหนุ่มผมบลอนด์ก็เอ่ยถามบริกร

            “เค้กแครอทเป็นของว่างของทุกคนใช่มั้ยฮะ”

            “ใช่ขอรับท่านซิลเวอร์ แต่ของว่างอย่างอื่นก็มีนะขอรับ” บริกรตอบ

            “นั่นก็หมายความว่าเค้กแครอทมีไม่กี่ชิ้น” เจดสรุป

            “ผมเอาชิ้นอื่นก็ได้”

            “จริงหรอ? นายไม่เสียดายชิ้นนี้แน่นะ” เจดยียวนพลางถือจานเค้กแครอทขึ้นสูดดม

            “พี่มีอะไรว่ามาดีกว่าฮะ” ซิลเวอร์ลอบกลืนน้ำลาย ขณะเจดหันไปบอกบริกรว่าเขาขอชาเอิร์ลเกรย์แก้ว ก่อนจะหันมาตอบลูกพี่ลูกน้องคนเล็กสุดของตระกูล

            “ที่นายว่าความเห็นพี่มีเปอร์เซ็นต์ต่ำ”

            “ก็มันจริงนี่ฮะ” ซิลเวอร์พยายามตัดใจจากเค้กแครอทที่เจดถืออยู่

            “พี่รู้ดีว่านายแพ้แครอท จะอดกลั้นทำไมถ้าอยากกินขนาดนั้น”

            “แล้วพี่จะให้ผมเห็นด้วยกับพี่ เพื่อเค้กแครอทชิ้นนี้เหรอ?” ซิลเวอร์ถามขณะนัยน์ตาจ้องจานเค้กไม่กะพริบ

            “แน่นอน แม้จะไม่ถึง0.1เปอร์เซ็นต์ แต่มันก็มีความเป็นไปได้ใช่มั้ยล่ะ” เจดยกจานเค้กขึ้นสูดดมอีกครั้งขณะเอ่ยประโยคที่เขาเคยพูดไปแล้ว

            “มันก็ใช่ ผมยอมแพ้พี่ก็ได้” ซิลเวอร์ตอบในที่สุด แล้วเจดก็ยื่นจานเค้กให้ขณะปรารภ

            “ขอบคุณมากน้องชาย”

            จากนั้นเจดก็บอกบริกรให้ยกเค้กแครอททั้งหมดมาเสิร์ฟน้องชายคนเล็กแห่งเลเกลที่กำลังเอร็ดอร่อยกับเค้กชิ้นแรก โกล์ดกับควอตซ์มองเจดอย่างอ่อนใจที่มักจะเอาของโปรดซิลเวอร์มาล่อให้มีความเห็นตรงกับตนเองเสมอ เจดมองสายตาชายหนุ่มทั้งสองออกจึงกล่าวขึ้น

            “พวกนายก็ทำเหมือนกันนั้นแหละ”

            “แต่ไม่บ่อยเท่านาย” ควอตซ์เอ่ย

            “ซิลเวอร์ชอบกินทุกอย่างที่ทำจากแครอท นายก็ไม่น่าเอาจุดนี้มาบังคับน้อง” โกล์ดเสริม

            “พี่โกล์ดก็ชอบเอาแครอทมาต่อรองกับซิลเวอร์เหมือนกัน” เจดเอ่ยอย่างไม่ยอมแพ้

            “พี่ไม่ปฏิเสธ แต่นั่นเพราะบางครั้งมติเสียงส่วนใหญ่เป็นสิ่งจำเป็น ไม่ใช่เรื่องอยากเอาชนะซิลเวอร์แบบนาย”

            “พี่โกล์ด!” เสียงเจดดังลั่นจนเวอร์รัสตกใจตื่นทำให้ควอตซ์ต้องรีบมาปลอบขณะซิลเวอร์หยุดทานเค้กแครอทแล้วหันมามอง

            “เจด นายสงบสติอารมณ์หน่อยสิ” ควอตซ์เอ่ยเตือน เมื่อเวอร์รัสหลับในอ้อมแขนเขาแล้ว ก่อนชายหนุ่มผมเขียวส่องจะเดินไปนั่งที่โซฟาข้างซิลเวอร์แล้วยกถ้วยชาขึ้นจิบ

            จากนั้นประตูห้องรับรองก็เปิดออก เผยให้เห็นชายชราผมยาวสีดอกเลาใบหน้าเปื้อนยิ้มในอาภรณ์พลิ้วตัวยาวสีทอง ที่ด้านในเป็นเครื่องแบบสีขาวประดับเข็มเกียรติยศ

            “ว่าไงหลานๆทุกคน” ชายชรากล่าวอย่างยินดี

            “สวัสดีครับท่านปู่เจมส์” สี่หนุ่มกล่าวพร้อมกันขณะก้มหัวให้ผู้สูงวัยอย่างนอบน้อม

            “ขอโทษที่ปู่มาช้านะ โกล์ดกับเจดทะเลาะกันอีกแล้วหรอ” เจมส์คลี่ยิ้มขณะเลื่อนนัยน์ตาสีทับทิมมองใบหน้าหลานชายทั้งสอง

            “เราสองคนคงได้เลือดพวกปู่มามากสินะ” ชายชราหัวเราะเล็กน้อยก่อนเสริม

            “โกล์ดเหมือนปู่สมัยหนุ่มๆมาก ส่วนเจดก็ถอดแบบมาจากแพลตินั่มทีเดียว จะว่าไปแพลตินั่มก็อยากเจอหลานอยู่นะ” ชายชราคลี่ยิ้มให้เจดอย่างจริงใจขณะนั่งลงบนโซฟายาว

            “ปกติปู่แพลตินั่มไม่เห็นอยากพบผม” เจดเอ่ยถึงปู่ของเขาแล้วทรุดลงนั่งบนโซฟาเดี่ยว

            “หลานคิดไปเองมากกว่า เพียงแต่แพลตินั่มต้องวุ่นวายเพราะงานของปู่บ่อยๆเลยทำให้ไม่ค่อยมีเวลาพบใครมากนัก” ชายชราแก้ตัวให้น้องชาย ขณะนั้นเองควอตซ์ก็ถามขึ้น

            “พี่โกล์ดเหมือนท่านปู่ เจดเหมือนท่านปู่แพลตินั่ม แล้วผมเหมือนใครล่ะครับ”

            “เราก็ขี้อ้อนเหมือนเพิร์ล แม่ของเราไง ฮ่าๆ” เจมส์หัวเราะพลางมองหลานชายที่นั่งข้างเขา

            “โธ่! ท่านปู่ผมอยากเหมือนท่านพ่อเซอร์คอนที่เข้มแข็งบ้างนะครับ” ควอตซ์อ้อน

            “ผมว่าถ้าพี่ควอตซ์แต่เป็นผู้หญิงต้องสวยแบบท่านป้าเพิร์ลแน่ๆฮะ” ซิลเวอร์ออกความเห็น ทำให้ควอตซ์รู้สึกขัดใจ

            “พี่เป็นผู้ชายนะซิลเวอร์”

            “แต่ฉันก็เห็นด้วยนะ ถ้านายแต่งเป็นผู้หญิงคงสวยน่าดู” เจดเอ่ยขึ้นขณะแปะมือกับซิลเวอร์ที่นั่งเยื้องกัน

            “ทีแบบนี้เข้ากันดีเลยนะ” ควอตซ์ตีหน้ามุ่ย แล้วส่งสายตาไปหาโกล์ดซึ่งนั่งบนโซฟาเดี่ยวถัดจากเขาเพื่อหาคนช่วย ทว่าชายหนุ่มผมทองกลับเอ่ยขึ้น

            “พี่ก็ว่างั้นแหละ”

            “เยี่ยมไปเลยพี่โกล์ด” เสียงซิลเวอร์ดังขึ้นขณะเจดยิ้มพร้อมชูนิ้วโป้งให้โกลด์

            “พี่เข้าข้างเจดตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย” ควอตซ์เอ่ย

            “นายก็รู้ดีว่าพี่กับเจดไม่เคยติดใจอะไรกัน เมื่อเวลาผ่านไปเราก็ถือว่าทุกเรื่องที่ผ่านมาเป็นอดีต แล้วก็จบ” โกล์ดตอบ เขากับเจดมักเป็นแบบนี้เสมอแม้ทุกคนจะรู้สึกว่าเหมือนพวกเขาชอบหาเรื่องกัน แต่ความจริงแล้วเวลาที่เจดโมโหมักเป็นเรื่องที่เจดไม่อยากยอมรับต่างหาก ทว่าพอเวลาผ่านไปเจดก็รู้ว่าหาเรื่องไปก็เท่านั้น เพราะต่อให้ไม่อยากรับยังไง สิ่งที่โกล์ดพูดก็คือเรื่องจริง

            “ท่านปู่ช่วยผมหน่อยสิครับ” ควอตซ์อ้อนโดยไปบีบนวดตามไหล่ตามแขนของเจมส์

            “ปู่ก็เห็นด้วยนะ แต่เราก็มีความเข้มแข็งแบบพ่อและปู่เหมือนกัน” เจมส์ยิ้มให้หลานชายคนโปรด แค่นั้นควอตซ์ก็ยิ้มหน้าบานอย่างดีใจ ขณะทุกคนรู้ดีว่าเจมส์รักหลานคนนี้มากกว่าหลานทั้งหมด แต่ก็ไม่เคยปล่อยให้ควอตซ์ได้ทำผิดตามใจชอบสักครั้ง โดยเฉพาะเรื่องหนีเที่ยวที่ทุกคนในเลอวองวิลต่างรู้กิตติศัพท์กันดี

            “เอาล่ะ! เสียเวลามากแล้วเดี๋ยวจะเลยวันฉลองคริสมาสต์เสียก่อน” ชายชราเปิดประเด็น ทว่าเสียงควอตซ์ก็ขัดขึ้น

            “เดี๋ยวก่อนครับ ผมกลัวน้องเล็กจะเสียใจ ท่านปู่น่าจะบอกว่าซิลเวอร์เหมือนใครด้วยนะครับ”

            ซิลเวอร์ตีหน้านิ่งประมาณไม่ได้อยากรู้สักหน่อย ขณะควอตซ์ก็ยังคงยืนยันคำเดิม

            “ท่านปู่บอกหน่อยนะครับ” ควอตซ์อ้อนจนเจมส์ใจอ่อน ขณะชายหนุ่มอีกสามคนมองหน้ากันอย่างเหนื่อยใจ

            “ซิลเวอร์ก็เป็นส่วนผสมที่ลงตัวของไดมอนด์กับแซฟไฟร์ ความฉลาดมาจากไดมอนด์ ความสง่ามาจากแซฟไฟร์ แต่การที่ชอบแครอทเป็นชีวิตจิตใจคงมาจากคริสตัลมากกว่า” เจมส์หัวเราะเล็กน้อยขณะนึกถึงคนรักที่ตอนนี้คงรอเขาอยู่ที่ใดที่หนึ่งบนฟากฟ้า

            “คราวนี้ก็เข้าเรื่องของปู่ได้แล้วนะ” ควอตซ์พยักหน้าหงึกๆทันทีขณะชายชราลุกขึ้นแล้วหันมองไปทางหน้าต่าง

            “ปู่คิดว่าเราควรจะทบทวนแผนงานใหม่สักหน่อย” คำพูดของเจมส์ เลเกลทำให้หลานทั้งสี่ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบาก

            “ทำไมครับ” ควอตซ์รีบลุกถามขึ้นขณะซิลเวอร์เองก็สงสัยเหมือนกัน

            “ท่านปู่เปลี่ยนใจหรอฮะ”

            “พวกหลานมีปัญหาเหรอ?” ชายชราหันมาคลี่ยิ้มอย่างเอ็นดู

            “ผมไม่มีปัญหาหรอกฮะ แต่สำหรับพี่ควอตซ์ผมไม่แน่ใจ” ซิลเวอร์ชำเลืองลูกพี่ลูกน้องที่โตกว่าเขาสองปี แต่ไม่เคยทำอะไรให้เขารู้สึกนับถือเป็นพี่ด้วยใจได้สักครั้ง

            “อย่าโบ้ยมาที่คนอื่นสิ” ควอร์ตพึมพำให้ซิลเวอร์ได้ยินคนเดียว

            “ว่าไงควอตซ์ หลานมีปัญหาอะไร?

            “ผมแค่ตกใจเท่านั้นเองท่านปู่ ไม่มีอะไรหรอกครับ” ควอตซ์หัวเรา “แหะๆ” อย่างกริ่งเกรง

            “ไม่มีอะไรก็ดี พอดีเรามีปัญหาเรื่องสถานที่นิดหน่อย” ชายชราเอ่ย

            “เอ๋? ทั้งที่เราตกลงกับนายหน้าเรียบร้อยแล้วนะครับ” โกล์ดปรารภอย่างข้องใจ

            “ใช่ แต่เรายังไม่ได้ทำสัญญาแถมเจ้าของที่ดินที่นายหน้าติดต่อมาก็เป็นตัวปลอม”

            “ห๊า!!!” ควอตซ์ เจดและซิลเวอร์ร้องเสียงหลง

            “ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ” โกล์ดพึมพำ

            “แล้วเราจะหาสถานที่ทันเหรอครับ ทุกอย่างก็กำหนดไว้หมดแล้วด้วย” น้ำเสียงควอตซ์เป็นห่วงชัดเจน

            “ทันสิ ถ้าปู่จัดการ” คำตอบง่ายๆของเจมส์ ทำเอาหลานชายทั้งสี่หายใจไม่ทั่วท้อง ทุกคนในนี้รู้นิสัยของผู้ปกครองสูงสุดดี หากเขาต้องการอะไรจริงๆก็ไม่มีใครค้านได้ แล้วพวกเขาก็คงหนีไม่พ้นที่จะต้องทำตามคำสั่ง

            “เพียงแต่เราคงต้องเปลี่ยนสถานที่” ชายชรายิ้มอย่างภาคภูมิ

            “เป็นที่ไหนเหรอฮะ?” ซิลเวอร์สงสัย เพราะที่ดินที่พวกเขาจะเซ็นสัญญาซื้อขายนั้น ถือเป็นทำเลดีที่สุดในโซนกลาง หากไม่นับที่ดินของตระกูลเลเกล แต่ว่าคำถามนี้ดูจะถูกใจชายชราไม่น้อย

            “ฮะฮะฮ่าๆ ช่างเป็นคำถามที่ดีจริง แต่ต้องรอเวลาอีกนิด แล้วหลานจะรู้ว่าทำเลนี่แหละเหมาะที่สุดจะเป็นที่ตั้งบริษัทของพวกหลาน ฮ่าๆ” เสียงหัวเราะของเจมส์ทำให้ชายหนุ่มทั้งสี่สบตากันโดยอัตโนมัติ พวกเขารู้สึกได้ว่าแผนที่วางไว้เกือบปีนั้นจะล่มลงเพราะฝีมือชายชราตรงหน้านี้


BlackForest

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น