B-Prince :: กิจการอลวน ณ เมืองอลเวง

ตอนที่ 2 : -:-B-Prince-:-แรกเริ่ม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 60
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    19 มิ.ย. 56

B-Prince
 

                       
                             แรกเริ่ม
: ไดอารี่ของควอตซ์                         

                                                                    

                                                                                                                     24 ธันวาคม ปีสายลมที่58

                                                                                                 ณ ฟีนาเล่ เมือง 12 นาฬิกา

            แสงแดดยามเช้าปลุกผมให้ตื่นพร้อมกับเสียง “กุ๊กกู” จากนกตัวเล็กในนาฬิกาไม้ติดผนัง ผมควักน้ำในอ่างล้างหน้าลอยดอกไม้ที่ตั้งอยู่ข้างเตียง ก่อนจะเช็ดน้ำบนหน้าด้วยผ้าขนหนูสีขาวสะอาดตา ลมพัดอ่อนๆของยามเช้าผ่านเข้ามาทางหน้าต่างทำให้ผมสดชื่นจนอธิบายไม่ถูก

            เมื่อผมตื่นเต็มตาแล้ว สิ่งต่อไปที่ต้องทำ คือการปลุกเจ้าเวอร์รัส แมวสีขาวเทาแสนขี้เซาซึ่งขณะนี้มันยังคงหลับสบายอยู่บนพรมกำมะหยี่น้ำเงินเข้มในห้องผม ข้างๆกับกองของประดับต้นคริสมาสต์ แล้ววันนี้ผมก็มีนัดจัดงานที่บ้านกับเพื่อนๆด้วย ดังนั้นเวอร์รัสต้องรีบตื่นแล้ว

            ทุกคนที่นี่ต่างรู้ดีว่าการแกล้งเจ้าเวอร์รัสนะเป็นกิจกรรมโปรดอย่างหนึ่งของผมเลย โดยเฉพาะตอนปลุกมัน วิธีของผมจะแบ่งเป็นสามระดับ ระดับแรกจะต้องเริ่มด้วยการหาขนนกหรือก้านดอกหญ้ายาวๆมาแหย่จมูกมัน หากไม่ตื่นผมก็จะเปลี่ยนเป็นระดับสองคือเขี่ยบริเวณหูสองข้าง มันก็จะเริ่มสะบัดตัวไปมาอย่างรำคาญ แล้วสุดท้ายผมก็จะบิดหูมันไปมากับจับมันมาจั๊กกะจี้จนตื่น แต่วิธีนี้ผมไม่อยากแนะนำให้ใครเลียนแบบเท่าไร เพราะเมื่อมันตื่นมันจะอาละวาดใส่จนฝังเล็บยาวๆลงบนเนื้อได้เลย โชคดีหน่อยครั้งที่แล้วผมรอดมาได้อย่างหวุดหวิด

            เมื่อวันนี้ผมมีนัดกับเพื่อนๆซึ่งเป็นถึงคณะสาวสวยแห่งเมือง เวอร์รัสก็สมควรจะต้องแต่งหล่อสักหน่อยล่ะนะ เพราะมันดันเป็นแมวตัวโปรดของหนุ่มรูปงามอย่างผม

            เราเลือกชุดตั้งมากมายจนผมเริ่มมึน ก็เวอร์รัสนะสิ ติดจะเอาใจยากสักหน่อย ชุดแต่งละชุดที่ผมเลือกมันก็เมินเกือบทั้งหมด ขณะชุดที่ผมคิดว่ามันไม่ควรจะใส่ออกงาน เวอร์รัสก็ดันไปเดินด้อมๆมองๆอยู่ได้ แล้วด้วยนัยน์ตาออดอ้อนของมัน จึงทำให้ผมเลือกชุดที่มันเมินตั้งแต่แรกให้

            ผมแอบขำนิดหน่อยนะที่เห็นมันทำตาเขียวใส่ แต่ก็ทำอะไรผมไม่ได้ มิฉะนั้นมันจะโดนผูกไว้กับขาโต๊ะ ซึ่งผมรู้ดีว่าเวอร์รัสไม่เคยชอบ เนื่องจากมันจะคอยส่งเสียงดังและพยายามหาทางกระโจนออกขาโต๊ะให้ได้ตลอดเวลา

            ทว่าจู่ๆเสียงเคาะประตูห้องผมก็ดังขึ้น

            “ท่านควอตซ์ ตื่นรึยังเจ้าคะ?

            “ตื่นแล้วจ้ะแม่นม อีกสิบนาทีฉันจะตามลงไปนะ” ผมตะโกน

            “เจ้าคะ”

            ผมได้ยินเสียงฝีเท้าแม่นมไกลออกไปแล้ว ความจริงเธอรู้นะว่าผมตื่นก่อนเธอมาปลุกทุกที แต่ด้วยหน้าที่เธอจึงต้องมาปลุกผมตามเวลาที่บ้านผมกำหนดไว้ แล้วเพื่อทำให้หน้าที่แม่นมสุดรักของผมสมบูรณ์แบบ ผมจึงต้องขลุกตัวอยู่ในห้องอีกเล็กน้อยให้สมกับที่เพิ่งตื่นนอน

 

            บ้านของผมทุกคนว่าใหญ่ที่สุดในฟีนาเล่ เมืองตำแหน่ง12นาฬิกาแห่งเลอวองวิล แต่ผมกลับรู้สึกว่ามันก็ดูเหมือนบ้านทั่วๆไปนะ แค่บ้านผมมีหลังคาเป็นโดมและสร้างจากวัสดุที่ดีกว่าเท่านั้น แต่ถ้าการตบแต่งภายในคงดูอลังการเท่าบ้านท่านปู่ทั้งสองที่โซนกลางไม่ได้หรอก ส่วนห้องอาหารของบ้านผมก็ไม่ได้ใหญ่เท่าบ้านท่านปู่เจมส์เช่นกัน แถมวันนี้ผมก็ต้องนั่งทานข้าวเช้าคนเดียวบนโต๊ะไม้ยาวที่มีเชิงเทียนตั้งประดับ ขณะเจ้าเวอร์รัสละเลียดขอบจานนมอยู่มุมห้องอีกด้วย เพราะไม่มีใครยอมให้เจ้าเวอร์รัสมาทานบนโต๊ะ

            เรื่องนี้ผมก็เข้าใจดีอยู่หรอก แต่ที่ผมไม่ค่อยเข้าใจ ทำไมท่านปู่ชอบมีธุระด่วนเรียกพ่อแม่ผมให้เข้าโซนกลางแต่เช้าตรู่อยู่ร่ำไป ระยะทางจากฟีนาเล่ไปโซนกลางก็ไม่ใช่ใกล้ๆ แม้เราจะมีรถยนต์ใช้กันก็จริง แต่พ่อแม่ผมกลับชอบใช้รถม้ามากกว่าซึ่งพวกท่านมักให้เหตุผลกับผมว่า เพราะมันคลาสสิค  ผมก็เลยออกจะติดนั่งรถม้าจากพวกท่านมานิดหน่อย

            ทว่าเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อบุรุษไปรษณีย์มาส่งจดหมายที่บ้านผม แล้วแม่นมของผมก็ออกไปรับ แล้วสักพักผมก็ได้ยินเสียงคนมีอายุเล็ดลอดเข้ามา

            “สวัสดีครับ คุณเนิร์ซ”

            “สวัสดีจ้ะคุณแลงฟอร์ด วันนี้มีจดหมายเยอะมั้ยจ้ะ?

            “ไม่เลยครับ มีเพียงฉบับเดียวถึงท่านชายควอตซ์ครับ คุณเนิร์ซ

            “เอ๋?” ผมได้ยินเสียงแม่นมอุทาน ก่อนจะเห็นใบหน้ากลมๆของหญิงวัยกลางคนมีรอยย่นบนหว่างคิ้ว แม้ตัวเธอจะไม่สูงใหญ่เท่าไรแต่เมื่อยืนข้างผมแล้ว ผมว่าเธอควรหาเวลาไปลดน้ำหนักอย่างจริงจังสักที

            “มีจดหมายถึงผมหรือครับ?

            “ขอรับท่านชาย” ชายวัยเกือบห้าสิบโค้งให้ผมก่อนจะยื่นจดหมายสีทองอ่อนที่สลักสัญญาลักษณ์LVไว้ด้วย ผมรู้ได้ทันทีว่าเป็นจดหมายจากผู้มีอำนาจสูงสุดในเลอวองวิล หรือก็คือท่านปู่เจมส์ของผม

            ผมไม่อยากจะเปิดผนึกเลยด้วยซ้ำ แค่เห็นซองจดหมายผมก็รู้สึกได้ทันทีว่างานฉลองคริสมาสต์กับเพื่อนๆคงต้องเป็นอันยกเลิก เพราะจดหมายที่มายามเช้าแบบนี้มักจะเป็นจดหมายเรียกตัวเข้าพบ หากแค่แจ้งข่าวหรือคุยเรื่องสัพเพเหระ ท่านมักจะโทรศัพท์มาที่บ้าน แต่เมื่อใดที่ส่งจดหมายหรือม้าเร็วมา นั่นคือท่านต้องการพบตัวด่วน เพราะสาสน์แห่งผู้ปกครองสูงสุด ไม่เคยโดนกำหนดเวลารับให้เหมือนจดหมายด่วนปกติ หากท่านต้องการให้ถึงภายในหนึ่งชั่วโมงหรือน้อยกว่านั้นก็ย่อมทำได้

 

            แล้วจากนั้นสองชั่วโมง ผมก็มานั่งอยู่ในสถานที่ที่พวกลูกพี่ลูกน้องผม เรียกว่า กรอบสำเร็จสุดอลังการแห่งโซนกลาง ซึ่งมิใช่ที่อื่นใด นอกจากเรือนรับรองใหญ่ของท่านเจมส์ เลเกล ผู้ปกครองสูงสุดแห่งเลอวองวิล ดินแดนสายลม


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น