Yakiimo Host Club คลับลับเฉพาะคนรักมันเผา [Fic C.N.BLUE]

ตอนที่ 8 : Yakiimo Host Club ::: ตอน6 เจิดจ้าดุจแสงตะวัน[2] 155%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 77
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    19 มิ.ย. 56


 

 

 

ตอน6 เจิดจ้าดุจแสงตะวัน[2]


            ยงฮวา มินฮยอก จองชินลงจากรถแวนแล้วเดินตามไคด์มาอยู่ที่หน้าซุ้มหนึ่งที่ประดับตบแต่งไว้อย่างเป็นเอกลักษณ์ เพราะทั้งซุ้มห้อยเลขหนึ่งไว้เต็มไปหมด แถมโต๊ะแต่ละตัวก็ยังมีเลขหนึ่งสีแดงประดับอีก

            “ความจริงคลับเราไม่ค่อยได้ออกซุ้มหรอก แต่ครั้งนี้ “เขา” ขอความร่วมมือมาเพื่อเป็นสีสันแก่งาน” แกรนดี้เดินออกมาจากซุ้มก่อนจะไล่มองแต่ละคนตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเพื่อดูความเรียบร้อย

            “แต่งออกมาไม่เลวเลยนี่” หญิงสาวกล่าวชม เธอไม่ได้เห็นตอนพวกเขาแต่งตัวเสร็จที่ร้าน เพราะต้องรีบมาดูแลงานที่ซุ้ม จึงส่งให้แนนนี่จัดการต่อ

            “ทำไมถึงให้พวกผมแต่งตัวแบบนี้ล่ะครับ?” ยงฮวาเอ่ยถาม

            “รึว่าจะให้พวกผมเป็นพรีเซ็นเตอร์มันเผาฮะ” มินฮยอกกล่าวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวัง ขณะจองชินมองหน้ามินฮยอกที่อยากเป็นพรีเซ็นเตอร์มันเผาอย่างมาก

            “ก็ประมาณนั้นล่ะจ้ะ” แกรนดี้คลี่ยิ้มให้มินฮยอกอย่างเอ็นดูก่อนจะเสริม “ส่วนที่ให้แต่งตัวแบบนี้ก็เพราะมันน่าจะเข้ากับงาน ก็แค่นั้นล่ะ ยงฮวา”

            คำตอบของแกรนดี้ทำให้หนุ่มตาโตกับหนุ่มร่างสูงมองหน้ากันอย่างสลด เพราะมันช่างเป็นคำตอบแบบกำปั้นทุบดินจริงๆ  ขณะมินฮยอกยังคงมองมาสเตอร์สาวด้วยนัยน์ตาเป็นประกาย  แกรนดี้จึงเอ่ยขึ้น

            “แต่คงเป็นพรีเซ็นเตอร์ที่ทำหน้าที่บาร์เทนเดอร์กับพาทิซิเย่ด้วยมั้ง”

            “โอ้ว!!!” ทั้งสามส่งเสียงอย่างประหลาดใจ

            “หรือว่าพวกเธออยากเป็นบาลิสต้าด้วย ฮ่าๆๆ” หญิงสาวหัวเราะร่าเมื่อเห็นสีหน้าสุดประหลาดใจของพวกเขา

            แกรนดี้ไม่เคยให้จองชิน มินฮยอก หรือยงฮวา ช่วยงานด้านนี้แม้แต่น้อย งานที่ผู้จัดการฝึกหัดอย่างพวกเขาได้ทำ มักเป็นการควบคุมการแสดงบนเวที ออกแบบตกแต่งร้านในวันพิเศษ ดูแลค่าใช้จ่าย และต้อนรับลูกค้า รวมทั้งงานจิปาถะอื่นที่จู่ๆมาสเตอร์สาวนึกอยากให้ทำ  เช่นล้างจาน

 

            ครั้นแล้วทั้งสามก็ยืนตั้งหน้าตั้งตาฟังมาสเตอร์สาวอธิบายพลางหยิบอุปกรณ์ทำครัวแต่ละอย่างมาวางบนโต๊ะซึ่งเริ่มจากเขียงพลาสติกขนาดเล็ก ชุดมีดหลายขนาด เครื่องปั่นแยกกากก่อนจะนำกระทะเคลือบแบนวางบนเตาไฟฟ้า

            “เมนูวันนี้เราจะใช้มันที่พวกนายแยกเมื่อเช้ามาเป็นวัตถุดิบทั้งหมด” แกรนดี้เอ่ยแล้วส่งที่ตักไอศกรีมให้ยงฮวา “เริ่มจากนายก่อนแล้วกัน”

            หนุ่มตาโตรับที่ตักไอศกรีมมาอย่างงงงวยแล้วหันมองน้องชายสองคนที่มีสีหน้าไม่ต่างจากเขาเท่าไร

            “เมนูของนายคือ...” มาสเตอร์สาวจ้องมองผลไม้สีจัดจ้านบนถาดที่อยู่ใกล้ๆอย่างพินิจก่อนปรารภ

            “เอาชื่อเป็น สวีทเลิฟฟองดูว์ แล้วกันนะ”

            “ว้าว! ชื่อฟังดูน่ากินมากๆเลยฮะ” มินฮยอกโพล่งขึ้นด้วยนัยน์ตาเป็นประกาย ขณะจองชินมองมือเรียวของมาสเตอร์สาวที่จับหยิบผลไม้แต่ละอย่างมาจัดวางบนจานอย่างคล่องแคล่วจนหนุ่มร่างสูงแปลกใจ เพราะเขาไม่เคยเห็นแกรนดี้ทำครัวเลย

            “มาสเตอร์ ทำครัวเป็นด้วยหรือครับ?

            “แน่นอนสิ ไม่งั้นคงจะสอนงานพนักงานในร้านไม่ได้” มาสเตอร์สาวตอบขณะสอนยงฮวาตักไอศกรีมมันหวานให้เป็นก้อนกลมแบบไร้ที่ติ

            “แล้วทำไมผมไม่เคยรู้มาก่อนล่ะ” จองชินพึมพำเบาๆแต่มินฮยอกที่ยืนติดกันได้ยิน จึงตอบให้

            “ก็นานๆมาสเตอร์จะทำเองสักทีนะสิ ฉันกับพี่ยงฮวาก็เห็นไม่กี่ครั้งเอง”

            มาสเตอร์สาวเริ่มขูดชีสสีขาวให้เป็นฝอยก่อนจะโรยบนไอศกรีมมันหวานสีเหลืองก้อนกลมโตซึ่งรายล้อมด้วยสตรอเบอร์รี่ผ่าซีกสีแดงสด แอพพลิคอท และกีวี โดยฐานเป็นแผ่นวาฟเฟิลกรอบสีเหลืองทอง ก่อนจะตามด้วยวิปครีมนมสดแล้ววางลูกสตรอเบอร์รี่สีแดงสดรูปหัวใจไว้บนสุด

            “สุดยอดเลยฮะ น่ากินมากๆฮะ” มินฮยอกมองจานไอศกรีมอย่างหลงใหล

            “เดี๋ยวได้ชิมแน่จ้ะ” แกรนดี้ยิ้มหวานขณะเรียกสติตนเองให้อยู่กับช็อกโกแลตข้นๆในหม้อต้มบนเตา ก่อนจะตักใส่ชามกระเบื้องสีขาวแล้วสั่งให้ยงฮวาจุดแอลกอฮอล์สีชมพูข้างใต้ จากนั้นก็สอนหนุ่มตาโตทำลาเต้อาร์ตลายหัวใจลงบนช็อกโกแลตร้อน ทำให้อีกสองหนุ่มได้แต่จ้องตาไม่กระพริบอย่างสนใจ

            “พี่ยงฮวาต้องทำลาเต้อาร์ทด้วยเหรอครับ” หนุ่มร่างสูงปรารภขึ้น ขณะมินฮยอกกล่าวอย่างตื่นเต้น

            “ว้าว! พี่ได้ใช้วิชาของบาลิสต้าด้วยนะฮะ”

            ครั้นแล้วจองชินกับมินฮยอกก็แย่งกันชิมสวีทเลิฟฟองดูว์ ขณะยงฮวาตั้งใจทำทุกขั้นตอนให้ออกมาเหมือนกับตัวอย่างของแกรนดี้ จนกระทั่งถึงการเทฟองนมให้เป็นรูปหัวใจ ซึ่งมิใช่เรื่องง่าย ทำให้เขาเสียเวลาอยู่กับการทำลาเต้อาร์ตนานพอควร แต่ก็แค่2-3ถ้วยเท่านั้นที่ออกมาไม่สวย จากนั้นทุกคนก็ได้แต่ปรบมือแล้วส่งเสียงร้อง “โอ้ว!!” อย่างประหลาดใจ เมื่อเห็นยงฮวายกเหยือกนมขึ้นสูงก่อนเทฟองนมลงบนถ้วยช็อกโกแลตเป็นลอนๆเพื่อให้เกิดรูปหัวใจ

            “ลีลาเยอะดีนะนาย สวยมาก” แกรนดี้เอ่ยชมก่อนหันไปมองมินฮยอกกับจองชิน

            “ต่อไปตา...” หญิงสาวชะงักเมื่อจู่ๆมินฮยอกก็แทรกขึ้น

            “ผมฮะ”

            ครั้นแล้วรอยยิ้มมินฮยอกก็ชนะใจมาสเตอร์สาวอีกครั้ง เธอได้แต่พยักหน้าอย่างใจอ่อน ก่อนพิจารณาหนุ่มตาหยีตรงหน้าเพื่อคิดว่าของหวานประเภทใดจะเข้ากับเสน่ห์ของเขา แล้วเธอก็พบคำตอบเมื่อมองนัยน์ตาที่มีประกายแวววาวกับรอยยิ้มละไมนั้น จนเธอเองยังอดหลงใหลไม่ได้

            “นายต้องทำสองเมนูนะ” แกรนดี้เอ่ยจริงจัง

            “ทำไมล่ะครับ” จองชินที่ยังไม่รู้ว่าตนต้องทำอะไรโพล่งขึ้นอย่างกังวล หากนับกันตามลำดับและจำนวนเมนูที่เพิ่มขึ้นแล้ว เขามิต้องทำสามอย่างเลยเหรอ

            “ก็มันไม่ยากมากนี่” คำพูดของมาสเตอร์สาวทำให้สามพี่น้องมองหน้ากันอย่างไม่วางใจ เพราะล่าสุดที่เธอบอกไม่ยาก มันเป็นงานที่สุดหินสำหรับพวกเขาทีเดียว

            แกรนดี้เห็นสีหน้าทุกคนก็หัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดีก่อนจะตบบ่าทุกคน

            “เชื่อสิว่ามันไม่ยากจริงๆ มินฮยอกทำได้สบายๆ”

            “ขนมหวานประเภทไหนเหรอฮะ?” มินฮยอกถามเสียงอ่อย เขาไม่ใช่คนถนัดทำอาหารเสียด้วย แถมยังต้องทำตั้งสองรายการอีก หนุ่มตาหยีคิดอย่างปลงตก

            “สบายใจได้ว่าไม่ใช่ทั้งขนมหวานหรืออาหาร” แกรนดี้ยิ้ม

            “แล้วอะไรล่ะครับ?” จองชินสงสัย

            “คงเป็นเครื่องดื่มล่ะมั้ง?” ยงฮวาปรารภ

            “ใช่แล้วจ้ะ เมนูของมินฮยอกมีชื่อว่า สไมล์วนิลา กับ เลิฟลี่ลาเวนเดอร์ สมูทตี้ส์”

            “ว้า! ผมอยากผสมเครื่องดื่มแบบบาร์เทนเดอร์จัง” มินฮยอกผิดหวังเล็กน้อย

            “นายจะให้เด็กๆดื่มเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์เหรอ?” ยงฮวาคลี่ยิ้มขณะมองเด็กๆถือไอศกรีมโคนวิ่งเล่นไปมา

            “ผมไม่อยากให้เด็กๆดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรอกฮะ แต่...” มินฮยอกเหลือบมองมาสเตอร์สาวเล็กน้อย ขณะจองชินพึมพำสิ่งที่มินฮยอกคิดให้ได้ยินแค่สามคน

            “พี่คิดว่าจะมีเด็กคนไหนกล้ามาซุ้มของมาสเตอร์เหรอ?” ทุกคนในเมืองต่างตั้งฉายาลับๆให้แกรนดี้ว่า หญิงแกร่ง(สุดโหด) แต่ไม่มีใครกล้าพูดคำว่าสุดโหดออกไป มิฉะนั้นคงได้โดนราวีไม่เลิกแน่ ผู้ปกครองทั้งหลายจึงไม่ค่อยอยากให้ลูกๆเข้าใกล้แกรนดี้ ทว่าพวกเขาหารู้ไม่ว่ากลับมีเด็กกลุ่มหนึ่งตั้งตนเป็นเกรทที่ใช้เรียกแทนแฟนคลับแกรนดี้อย่างลับๆ

 

 

            “วันนี้ท่านแกรนดี้จะมาออกบูธ ที่ตั้งคือทางทิศตะวันออกของงาน ใกล้กับเวทีกลางแจ้ง ดังนั้นพวกเราต้องเตรียมพร้อมให้ดี รับทราบนะ” เด็กสาวที่ยืนอยู่บนลังกระดาษประกาศกับบรรดาคนที่สมัครเป็นแฟนคลับแกรนดี้ร่วมกับเธอ

            “พี่ฮารุคะ แล้วหนูต้องทำอะไรบ้างคะ” เด็กหญิงคนหนึ่งยกมือขึ้นถาม

            “เฮ้อ! พี่บอกเธอไปหลายรอบแล้วนะอากิจัง” เด็กสาวมองใบหน้าเด็กหญิงที่แทบจะถอดออกมาพิมพ์เดียวกับเธออย่างอ่อนใจ ก่อนจะอธิบายให้น้องสาวและบรรดาเกรทนับสิบฟังอีกครั้ง

            “เป้าหมายของเรา คือ การทำให้ท่านแกรนดี้ประทับใจ”


 




 

            ครั้นแล้วมินฮยอกก็ได้น้ำมันหวานปั่นสีเหลืองอ่อนก่อนจะผสมกับนมวนิลากลิ่นหอมหวานและน้ำแข็ง เมื่อเครื่องปั่นทำหน้าที่เสร็จ หนุ่มตาหยีก็เทสมูทตี้สีเหลืองอ่อนลงในแก้วทรงสูงก่อนประดับด้วยตุ๊กตาที่มีรอยยิ้มละไมบนแท่งซินนามอนสีน้ำตาลเหลือง จากนั้นก็เริ่มเลือกมันม่วงหัวใหญ่มาปอกเปลือกก่อนปั่นแยกกาก เมื่อได้น้ำสีม่วง มินฮยอกก็นำน้ำแข็งและนมกลิ่นลาเวนเดอร์หอมๆเย็นๆเทผสมกันลงในเครื่องปั่นแก้ว ก่อนจะเทลงแก้วทรงสูงที่ตกแต่งด้วยร่มสีหวานคันเล็ก แล้วมาสเตอร์สาวก็นำหลอดรูปหัวใจปักลงบนแก้วทั้งสอง ในที่สุดสไมล์วนิลา สมูทตี้ กับ เลิฟลี่ลาเวนเดอร์ สมูทตี้ก็พร้อมเสิร์ฟ

            “ว้าว! รสชาติเยี่ยมเลย” จองชินชมจากใจหลังจากที่ชิมเครื่องดื่มทั้งสอง

            “ไม่น่าเชื่อว่านายจะทำได้” ยงฮวาหยอกล้อ

            “ผมก็ยังไม่อยากเชื่อเหมือนกันฮะ” มินฮยอกยิ้มอย่างเขินอาย ขณะแกรนดี้จ้องมองตุ๊กตายิ้มละไมที่ดูคล้ายรอยยิ้มมินฮยอกตอนนี้จริงๆ ทำเอาเธอต้องพยายามหุบปากที่จะคลี่ยิ้มทันที ทว่าดูเหมือนฟ้าตั้งใจแกล้งเธอ เพราะจู่ๆหนุ่มตาหยีก็เอ่ยขึ้น

            “มาสเตอร์ไม่ชิมหน่อยหรือฮะ ผมรอคำชมจากมาสเตอร์อยู่นะฮะ” มินฮยอกคลี่ยิ้มอย่างไม่ปิดบัง จนหัวใจมาสเตอร์สาวเริ่มเต้นผิดจังหวะอีกครั้ง แล้วเธอก็พยายามควบคุมตนเองด้วยการชิมสมูทตี้ทั้งสองแก้วหมดอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังไม่วายเมื่อเห็นประกายตาวิบวับที่รอคำตอบอย่างคาดหวังของมินฮยอก

            “ใช้ได้เลย อีกหน่อยฉันจะลองให้เธอฝึกเป็นบาร์เทนเดอร์ดูนะ สนใจมั้ย” แกรนดี้เปรยขณะที่พยายามคุมให้ใจตนเองเต้นถูกจังหวะเสียที

            “จริงเหรอฮะ ขอบคุณมากฮะมาสเตอร์” มินฮยอกดีใจมากจนคลี่ยิ้มละไมที่ทำเอาแกรนดี้แทบละลาย แต่แล้วเธอก็พยายามควบคุมตนเองอย่างสุดความสามารถด้วยการตะโกนเรียกหนุ่มร่างสูงที่ง่วนอยู่กับการช่วยพนักงานขนแก้วสมูทตี้จากด้านในมาตั้งหน้าซุ้ม

            “จองชิน!!” หนุ่มร่างสูงวิ่งมาหน้าตาตื่นทันที เพราะเสียงเรียกของมาสเตอร์สาวดังมากราวกับอยู่คนละฟากของภูเขา

            “มีอะไรครับ มาสเตอร์”

            “เอ่อ...” แกรนดี้รู้สึกผิดกับจองชินที่ต้องโดนลูกหลงจากการควบคุมใจไม่ให้หลงมินฮยอกมากกว่านี้ ทว่าที่สุดหญิงสาวก็หาข้ออ้างได้

            “เป็นคราวของเธอแล้วไง ฉันจะได้เปิดร้านเร็วๆ นี่ก็ใกล้เวลาเปิดงานมากแล้ว”

            “ผมต้องทำอะไรบ้างครับ?” จองชินเอ่ยอย่างกระตือรือร้นขณะยงฮวากับมินฮยอกก็ตั้งใจรอฟังคำตอบ ทำให้แกรนดี้โล่งใจมากที่ดูเหมือนทุกคนไม่เห็นพิรุธของเธอ

            “เริ่มด้วยปอกเปลือกมันม่วงก่อน เราจะใช้มันม่วงหัวใหญ่สองหัวต่อจาน แล้วนายก็หั่นตามยาว ชิ้นหนาพอสมควร จากนั้นก็วางลงบนกระทะเคลือบ พลิกไปมาให้สุกพอดีล่ะ” แกรนดี้อธิบายพลางทำให้จองชินดูด้วย

            “อย่าให้มันไหม้นะ” หญิงสาวกำชับเมื่อปล่อยให้หนุ่มร่างสูงทำเอง

            “ครับ” จองชินรับคำ ขณะดูมันม่วงในกระทะอย่างตั้งใจ เมื่อเขาเห็นว่ามันม่วงเริ่มเหลืองน่าทานก็จะตัดขึ้นใส่จาน ทำให้แกรนดี้ต้องร้องเสียงหลงทีเดียว

            “ไม่ๆๆๆ นายต้องตักใส่กระทงวัฟเฟิลกรอบแบบนี้” หญิงสาวแย่งตะหลิวจากจองชินมาตักมันม่วงย่างเรียงใส่กระทงวัฟเฟิลขนาดพอดีกับชิ้นมันย่างซึ่งวางอยู่บนจานแบนสีขาวให้ดูน่าทาน ก่อนจะบีบโฟมนมเป็นชั้นๆแล้วโรยผงโกโก้ สุดท้ายก็ประดับด้วยแผ่นน้ำตาลสีใสรูปร่างเก๋ๆ จากนั้นก็บีบซอสคาราเมลลงบนพื้นที่ว่างของจานไขว้ไปมาก่อนจะแต้มเป็นจุดสามจุดในระยะห่างที่เท่าๆกัน

            “เมนูนี้ฉันขอตั้งชื่อว่า ชิคคาราเมลพาร์เฟ่ต์”

            “ดูน่าทานมากๆเลยฮะ” มินฮยอกหยิบส้อมขึ้นมาชิมทันทีก่อนจะยกนิ้วให้มาสเตอร์

            “อร่อยจริงฮะ” หนุ่มตาหยีเอ่ยชมไม่ขาดปาก ขณะจองชินกับยงฮวาสบตากันก่อนกระซิบกระซาบ

            “มินฮยอกยังไม่เบื่อมันเผาอีกหรอ”

            “ท่าจะยากครับพี่ ขนาดเมนูนี้ไม่ได้เอาไปปิ้งกับเตาถ่าน ยังทานอร่อยขนาดนี้ ท่าทางวันนี้เราคงได้มันเผากลับบ้านเยอะอีกแน่”

            “เฮ้อ!!” ทั้งสองลอบถอนหายใจเมื่อนึกถึงว่าสองสามวันมานี้อาหารหลักของพวกเขามีแต่มันเผา

 



 

             จงฮยอนเดินไปเดินมาในซุ้มทาร์ตมันขณะเหลือบมองนาฬิกาข้อมือที่ใกล้ถึงเวลาครูประจำชั้นของเซโร่กับซายน์มาเยือน ครั้นแล้วเข็มยาวนาฬิกาข้อมือของหนุ่มผิวละออก็กระดิกที่เลขสิบสอง เขารีบสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนจะประมวลข้อมูลในสมองอย่างเตรียมพร้อม ทว่าพอเขาโผล่มาหน้าร้านเพื่อจะมาต้อนรับครูประจำชั้น บรรดาผู้หญิงที่ยืนต่อคิวซื้อทาร์ตมันก็แห่แหนมาหาเขากันหมด จงฮยอนรู้สึกตกใจก่อนจะฉีกยิ้มกว้างให้ผู้หญิงทั้งหลายอย่างประหม่าเล็กน้อย แล้วทันใดนั้นพนักงานทางร้านก็พยายามจะกันจงฮยอนออกจากลูกค้า ทว่าจู่ๆก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น

            “พวกเราจะซื้อขนมก็ต่อเมื่อผู้ชายคนนี้เป็นคนขายเท่านั้น”

            “ใช่ๆ” เสียงเซ็งแซ่ตอบรับดังขึ้นทันที พนักงานได้แต่มองหน้ากันอย่างจนปัญญา ขณะหญิงชราเดินออกมาหาจงฮยอน

            “ขอประทานโทษนะคะ ดิฉันขออนุญาตคุยกับหลานชายหน่อยนะคะ”

            “เชิญเลยจ้ะ คุณยาย” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นแล้วเปิดทางให้ฮาบาระ ครั้นแล้วจงฮยอนก็นั่งคุยกับฮาบาระโดยมีเซโร่และซายน์ร่วมฟังด้วย ขณะนอกซุ้มนั้นพนักงานทั้งหลายช่วยกันนำเก้าอี้มากั้นบรรดาลูกค้าผู้หญิงที่ดันกันเพื่อจะมองชายหนุ่มผิวละออ  โดยหารู้ไม่ว่าบรรยากาศพวกนี้อยู่ในสายตาหญิงสาวคนหนึ่งก่อนที่เธอจะสบตากับผู้ติดตามอย่างรู้กัน

 

            “คุณครูประจำชั้นของเซโร่กับซายน์มาถึงหรือยังครับ” จงฮยอนเอ่ยขึ้น

            “เธอเพิ่งโทร.มาเลื่อนจากเก้าโมงเป็นก่อนสิบโมงจ้ะ เพราะเธอรู้สึกไม่ดีที่จะเข้ามาเจอตอนร้านเพิ่งเปิด” ฮาบาระกล่าว

            “ทำไมต้องรู้สึกไม่ดีด้วยล่ะครับ” จงฮยอนถามอย่างไม่เข้าใจ

            “คุณครูคงอยากให้เราขายดีมั้งคะ” ซายน์แทรกขึ้น

            “ต้องเป็นแบบซายน์ว่าแน่เลย เพราะคุณป้านมเคยบอกว่า เวลาที่เพิ่งเปิดร้านใหม่ๆ แม่ค้าส่วนใหญ่จะชอบถือว่าถ้าลูกค้าคนแรกซื้อของเยอะ วันนั้นก็จะขายดี แต่บ้านเราไม่ถือเรื่องนี้ฮะ”เซโร่เอ่ย

            “มีแบบนี้ด้วยเหรอครับ!” หนุ่มผิวละออแปลกใจ

            “ส่วนใหญ่คนจะเชื่อแบบนั้นจ้ะ แล้วก็ไม่ค่อยอยากเจอลูกค้ามาด้อมๆมองๆแต่ไม่ซื้อตั้งแต่ตอนเปิด ส่วนคุณครูก็คงคิดว่าถ้าเธอมาพบเราตอนงานเพิ่งเปิดก็ดูออกจะรบกวนล่ะมั้งจ้ะ” หญิงชราอธิบายเพิ่มเติม

            “ครับ” จงฮยอนพยักหน้าเล็กน้อย

            “ถ้างั้น พี่ฮาร์เวิร์ดช่วยพวกเราขายขนมนะฮะ ผมอยากขายขนมกับพี่ชายฮะ” เซโร่จับมือจงฮยอน ขณะซายน์ก็ลุกจากเก้าอี้แล้วเดินมาจับมือชายหนุ่มอีกข้าง แล้วจงฮยอนก็ยิ้มละมุนก่อนเอ่ย

            “ได้สิครับ ช่วยสอนผมด้วยนะครับคุณฮาบาระ”

 

            จากนั้นร้านทาร์ตมันก็ได้พนักงานขายคนใหม่ที่ดูเหมาะจะเป็นเจ้าของร้านมากกว่า เพราะเพียงแค่เขายิ้มแล้วยื่นถุงทาร์ตมันให้ หญิงสาวทั้งหลายก็พร้อมใจไม่รับเงินทอนเพื่อจะได้ยืนอยู่กับเขานานหน่อย ถ้าจะรับเงินทอนจะต้องเดินออกจากแถวไปรับกับพนักงานคนอื่น ทว่าไม่ง่ายเลยที่หญิงสาวทั้งหลายจะหาทางถ่วงเวลายืนใกล้จงฮยอน  เนื่องจากเมื่อรับถุงทาร์ตแล้วไม่เดินออกจากแถวก็จะได้ยินเสียงเล็กๆสองเสียงดังขึ้น

            “หมดเวลาของพี่แล้วคะ”

            “พี่คนต่อไปเชิญฮะ”

            บอดี้การ์ดตัวน้อยยืนขนาบซ้ายขวาชายหนุ่มแล้วทำหน้าที่อย่างขมีขมัน ส่วนจงฮยอนก็รู้สึกเห็นใจแต่เป็นเพราะซายน์กับเซโร่ไม่ยอมถ้าพวกเขาไม่ได้ทำหน้าที่นี้จนฮาบาระใจอ่อน คิวลูกค้าก็ยิ่งยาวไปเรื่อยๆจนกระทั่งผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงก็ได้ยินเสียงลูกค้าในแถวดังขึ้น

           “พนักงานฮอตของร้านหมายเลขหนึ่งมาขายด้วยล่ะเธอ หนึ่งในนั้นคือสเตฟาน นายแบบชื่อดังด้วยล่ะ” เพียงแค่นั้นคิวที่ต่อแถวซื้อทาร์ตมันก็ลดลงแต่ก็ไม่เยอะเท่าไร จนถึงก่อนสิบโมง จงฮยอนก็ขอตัวเข้าไปในซุ้ม ลูกค้าจึงลดลงไปกว่าครึ่งทีเดียว

 

            ครั้นแล้วหญิงสาววัยสามสิบในชุดกางเกงยีนส์สีฟอก เสื้อคลุมแขนยาว รองเท้าผ้าใบผู้ได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับชายหนุ่มผิวละออก็ปรากฏตัวขึ้นหลังร้าน

            “สวัสดีค่ะ ดิฉันเคลเซ่น ครูประจำชั้นของเซโร่กับซายน์ค่ะ”            

            “สวัสดีจ้ะ คุณครูเชิญนั่งก่อนเลยจ้ะ” ฮาบาระต้อนรับหญิงสาวผู้ที่ดูไม่เหมือนครูแม้แต่น้อย หญิงชราพิจารณาจากการแต่งตัวก็รู้ดีว่าเธอคนนี้มีความมั่นใจในตนเอง และไม่ยอมแพ้ใครง่ายๆ ก่อนจะสั่งพนักงานให้ยกชากับทาร์ตมันมาเสิร์ฟหญิงสาว ขณะจงฮยอนและบอดี้การ์ดตัวน้อยทั้งสองเดินเข้ามาที่โต๊ะในสุด

            “สวัสดีครับ/สวัสดีคะคุณครู” เซโร่กับซายน์เอ่ยพร้อมกัน

            “สวัสดีจ้ะ” เคลเซ่นคลี่ยิ้มอย่างอ่อนโยนขณะฮาบาระขอตัวไปต้อนรับลูกค้า

            “สวัสดีครับ” จงฮยอนกล่าวพร้อมโค้งให้ผู้หญิงตรงหน้าก่อนนั่งลงบนเก้าอี้

            “สวัสดีค่ะ คุณคือพี่ชายนักเรียนของฉันใช่ไหมคะ” นัยน์ตาสีนิลของหญิงสาวสบมองหนุ่มผิวละออตรงๆราวกับคาดคั้นเอาความจริง จนเขาสะอึกไปเล็กน้อยก่อนจะสบตาหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน

            “ครับ” จงฮยอนกล่าวพลางครุ่นคิดว่าเขาไม่ได้พูดปด เพราะตอนนี้เขากำลังรับบทเป็นพี่ชายของเซโร่กับซายน์แม้จะไม่ใช่พี่ชายตัวจริงก็ตาม

            “ทำไมคุณครูถามแปลกจังคะ” ซายน์เอ่ยอย่างใสซื่อ

            “พี่ฮาร์เวิร์ดเป็นพี่ชายผมกับซายน์ฮะ” เซโร่กล่าวขึ้นบ้าง

            “ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ พอดีครูเพิ่งมาทำหน้าที่แทนครูประจำชั้นของพวกหนูไม่นาน เลยถามดูนะจ้ะ” เคลเซ่นมองเด็กน้อยทั้งสองอย่างเอ็นดู ขณะจงฮยอนรู้สึกได้ว่าผู้หญิงตรงหน้าไม่เหมาะจะเป็นครูสักนิด แล้วเมื่อพิจารณาใบหน้าหญิงสาวดีๆ เขาก็รู้สึกว่าเหมือนเคยเห็นหญิงสาวรูปร่างหน้าตาแบบนี้มาก่อน แต่ก็นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน

            “ต้องขอโทษด้วยนะคะ ถ้าถามอะไรแปลกๆออกไป” หญิงสาวกล่าวกับจงฮยอน เมื่อรู้สึกว่าเขาเงียบไปนาน

            “ไม่เป็นไรครับ แล้วพี่สาวของคุณครูเป็นไงบ้างครับ” ชายหนุ่มรู้จากฮาบาระและเด็กทั้งสองว่าเคลเซ่นเป็นน้องสาวของครูประจำชั้นคนก่อนซึ่งตอนนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเพราะโดนรถชน

            “ดีขึ้นมากแล้วคะ อีกไม่นานคงจะออกจากโรงพยาบาลและกลับมาทำงานเหมือนเดิมคะ”

            “ครับ” จงฮยอนรับคำ ขณะมองหญิงสาวหยิบสมุดพกของซายน์และเซโร่ออกจากกระเป๋าสะพาย

            “นี่เป็นคะแนนเทอมนี้ของซายน์ และเซโร่นะจ้ะ” เธอยื่นสมุดสีชมพูให้ซายน์ขณะสีฟ้าเป็นของเซโร่

            “ขอบคุณคะ/ขอบคุณครับ” เด็กทั้งสองรีบเปิดดูเกรดของตนเองทันที

            “พี่ฮาร์เวิร์ดฮะ ผมได้เอทุกวิชาเลยฮะ” เซโร่กล่าวอย่างดีใจพลางยื่นสมุดพกให้จงฮยอนดู

            “ซายน์ก็ได้เอทุกวิชาเหมือนกันคะ” ซายน์เอ่ยขึ้นบ้างแล้วแย่งสมุดพกเซโร่มาดูขณะยื่นของตนเองให้จงฮยอน

            “เซยื่นให้พี่ฮาร์เวิร์ดดูก่อนนะ” เด็กชายกล่าวอย่างน้อยใจ

            “ซายน์ก็อยากให้พี่ฮาร์เวิร์ดดูเหมือนกันนี่” เด็กหญิงหน้ามุ่ยนิดหน่อย

            “ถ้างั้นพี่จะดูสมุดพกของซายน์กับเซโร่พร้อมกันเลยดีมั้ย” ชายหนุ่มปรารภพลางหยิบสมุดพกของทั้งสองไปวางไว้บนโต๊ะแล้วเปิดดูพร้อมกัน ไล่ดูทีละวิชาซึ่งปรากฏว่าได้เอทุกวิชาจริงๆ

            “เก่งมากเลย” จงฮยอนคลี่ยิ้มละมุนให้เด็กน้อยทั้งสอง ขณะเคลเซ่นพิจารณาชายหนุ่มตรงหน้าอย่างครุ่นคิด เธอไม่นึกเลยว่าจะได้เห็นภาพจงฮยอนแบบนี้ ทว่าหญิงสาวก็ไม่คิดจะเอ่ยว่าเธอรู้จักเขา เพราะเมื่อเด็กสองคนนี้พยายามปกป้องชายตรงหน้า แถมยังพูดว่าพี่ฮาร์เวิร์ดสนิทปาก มันก็อาจดูไม่สมควรเท่าไรถ้าเธอคิดจะเผยตัวตนเขาตอนนี้ แล้วนั่นก็อาจทำให้เธอต้องเจอเรื่องยุ่งยากด้วย เมื่อหญิงสาวได้คำตอบของตนเองก็เอ่ยขึ้น

            “พวกคุณเป็นพี่น้องที่น่ารักมากเลยนะคะ”

            “ขอบคุณครับ” จงฮยอนคลี่ยิ้มอย่างจริงใจ

            จากนั้นเคลเซ่นก็เล่าวีรกรรมน่ารักๆของเด็กน้อยทั้งสองที่โรงเรียนให้จงฮยอนฟังอย่างเอ็นดู แล้วก็เรียกเสียงหัวเราะจากชายหนุ่ม เซโร่ ซายน์ได้อย่างดี แถมเซโร่กับซายน์ยังทำท่าให้ดูอีกที่พวกเขาพยายามจะจับปลาด้วยมือแทนการใช้กระดาษช้อนในงานโรงเรียน ทว่าเซโร่กลับพลาดเลยไปนอนแช่ในสระกับปลาแทน ทำให้เคลเซ่นกับจงฮยอนอดหัวเราะไม่ได้รวมทั้งฮาบาระและลูกค้าที่ผ่านไปมา และแล้วหน้าที่พี่ชายจำเป็นของจงฮยอนก็จบลง

  
 

             ขณะนั้นซุ้มร้านหมายเลขหนึ่งก็เต็มไปด้วยบรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ต่อแถวกันอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ไม่ว่าคิวจะยาวขนาดไหนพวกเธอก็รอได้ เพื่อให้ได้ซื้อของกับหนุ่มฮอตของร้านนี้

            “นานๆจะได้เห็นวินเซนทำอะไรแบบนี้ น่ารักจังเลย” หญิงสาวที่ต่อแถวซื้อสวีทเลิฟฟองดูว์เอ่ยขึ้นกับเพื่อนขณะซูมกล้องถ่ายรูปยงฮวาที่คลี่ยิ้มจนหญิงสาวทั้งสองเคลิบเคลิ้มทีเดียว แล้วแถวก็เลื่อนไปจนถึงคิวผู้หญิงตรงหน้าของพวกเธอ

            “สวีทเลิฟฟองดูว์ที่หนึ่งค่ะ”

            “ทานที่นี่หรือรับกลับครับ” ยงฮวาถามอย่างปกติ

            “รับกลับค่ะ” หญิงสาวตอบ

            “ครับ” ยงฮวารับคำขณะตักไอศกรีมลงถ้วยพลาสติกที่ตบแต่งไว้แล้ว และอุ่นช็อคโกแลตร้อนในถ้วยเคลือบก่อนจะใส่ถุงให้หญิงสาว

            “ระวังร้อนนะครับ แล้วก็ควรจะรีบทานทันทีนะครับ ไม่งั้นช็อคโกแลตจะแข็งตัวครับหนุ่มตาโตกล่าว

            “ขอบคุณคะ” หญิงสาวเอ่ยขณะจ่ายเงินให้ชายหนุ่มแล้วก็เดินออกจากแถวไป ขณะที่ยงฮวาก็ตักไอศกรีมมันหวานให้หญิงสาวคนถัดไป โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าหญิงสาวคนเมื่อกี้เป็นผู้ชื่นชอบมันหวานเป็นชีวิตจิตใจ จนถึงขั้นละเมิดกฎของพี่สาวเพื่อมาซื้อไอศกรีมมันหวานทีเดียว

 



 

             เมื่อเคลเซ่นเสร็จภารกิจคุณครูประจำชั้น เธอก็มุ่งไปยังลานจอดรถเพื่อจะได้ไปเยี่ยมอาการพี่สาวที่โรงพยาบาล ทว่าหญิงสาวยังเดินไม่ทันถึงไหนก็ถูกชายชุดดำสองคนล็อคแขนไว้

            “พวกนายจะทำอะไร” เคลเซ่นเอ่ยอย่างใจเย็น แต่ชายทั้งสองไม่ตอบ แล้วหญิงสาวก็เห็นชายคนหนึ่งก้าวลงจากรถตู้ที่จอดเทียบข้างหน้าเธอ ชายคนนั้นถอดแว่นตากันแดดออกขณะมองหญิงสาวตรงหน้าพร้อมเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน

            “ผมมีเรื่องจะขอร้อง”

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น