Yakiimo Host Club คลับลับเฉพาะคนรักมันเผา [Fic C.N.BLUE]

ตอนที่ 7 : Yakiimo Host Club ::: ตอน5 เจิดจ้าดุจแสงตะวัน[1] 155%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 236
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    17 ธ.ค. 55


 

 

 

 

 

ตอน5  เจิดจ้าดุจแสงตะวัน[1]


            รถแวนสีขาวมุกชะลอตัวหน้าคลับหมายเลขหนึ่งจากนั้นประตูไฟฟ้าของรถแวนก็เลื่อนออกขณะหญิงสาวคนขับหันมายิ้มกับสามหนุ่มพี่น้อง

 

            “โชคดีนะคะ” ไคด์เอ่ย ทว่าสามชายหนุ่มได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ พวกเขาเริ่มรู้สึกหวาดหวั่นกับอนาคตตรงหน้า แล้วยงฮวาก็กล่าวขึ้น

            “ขอบคุณครับ”  ทำให้มินฮยอกและจองชินรีบเอ่ยตามขณะโค้งให้ไคด์อย่างนอบน้อม

            “ขอบคุณครับ คุณไคด์”

            ครั้นแล้วพวกเขาก็มุ่งหน้าไปยังทางเข้าร้าน ทว่าพอพนักงานในร้านเห็นชายหนุ่มทั้งสามก็ต่างรีบวิ่งออกมาอย่างตื่นตระหนก ก่อนจะขวางทางไม่ให้พวกเขาเข้าไปข้างใน

            “มาสเตอร์รอพบพวกคุณที่โกดังครับ” พนักงานชายที่ยืนอยู่หน้าสุดรีบกล่าว

            “พวกผมผ่านทางนี้ไม่ได้ใช่มั้ยครับ” ยงฮวาเอ่ยพลางชี้นิ้วไปยังประตูทางเข้าร้าน

            “ขอโทษด้วยครับ มาสเตอร์สั่งให้พวกคุณเดินอ้อมไปทางลานจอดรถครับ” พนักงานคนเดิมกล่าว

            “ถ้างั้นพวกผมไปก่อนนะครับ” ยงฮวาขอตัว แต่น้องชายสองคนของเขายังคงพยายามมองลอดเข้าไปในร้าน ยงฮวาจึงกระทุ้งสีข้างมินฮยอกและจองชิน

            “ไปกันได้แล้ว” หนุ่มตาหยีและหนุ่มร่างสูงหันมาทำหน้าเหลอหลาก่อนจะรีบสาวเท้าตามพี่ชาย

            พอถึงลานจอดรถที่ร้างผู้คนจองชินก็เปรยขึ้น

            “พี่ยงฮวา พี่ไม่สงสัยบ้างเหรอ?

            “สงสัยสิ แต่ถ้าเราพยายามเข้าไป ก็รังแต่จะทำให้พนักงานทุกคนลำบากใจ แถมดีไม่ดีอาจโดนมาสเตอร์ลงโทษด้วยอีก” ยงฮวาตอบ

            “นั่นสิเนาะ” จองชินพยักหน้าเห็นด้วย  ทว่าจู่ๆยงฮวาก็ถามขึ้น

            “ว่าแต่พวกนายเห็นอะไรบ้างล่ะ?

            “ไม่เห็นอะไรเลยฮะ พวกเขาแปะกระดาษบนกระจกทุกบานเลย” มินฮยอกปรารภ

            “ผมก็เห็นแต่กระดาษเหมือนกัน ฮ่าๆ” จองชินหัวเราะเล็กน้อย ทำให้มินฮยอกหัวเราะด้วย เพราะไม่ว่าพวกเขาจะพยายามมองเข้าไปหรือเอ่ยขอตัวอย่างนุ่มนวลแบบหนุ่มตาโตก็ไม่ได้รู้อะไรเพิ่มเติมเหมือนกัน


            โรงเก็บของสีเงินสองชั้นตั้งตระหง่านอยู่หน้าพวกเขาไม่กี่ก้าว ซึ่งหากเดินมาจากหลังร้านจะใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที แต่เมื่อต้องเดินอ้อมมาจากลานจอดรถด้านข้างจึงใช้เวลานานสมควร

            ตัวอาคารแบ่งเป็นสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งเป็นส่วนของห้องเย็นที่ไว้ใช้เก็บวัตถุดิบจำพวกของสด ขณะอีกฝั่งเป็นของแห้ง ส่วนชั้นใต้ดินเป็นห้องเก็บไวน์กับเครื่องดื่มชั้นเลิศ

            “มาถึงช้าไปหน่อยนะ” แกรนดี้เอ่ยเสียงขุ่นขณะมองนาฬิกา ทำให้สามชายหนุ่มตกใจไม่น้อย เพราะพวกเขาไม่รู้ว่ามาสเตอร์สาวมายืนอยู่ตั้งแต่ตอนไหน

            “เข้าไปข้างในกัน” เธอเสริมพลางยิ้มหวาน พวกเขาถึงกับยิ้มไม่ออกได้แต่ยืนมองหน้ากันอย่างหาทางหนี ทว่าแกรนดี้ก็หันมายิ้มหวานอีกครั้งก่อนจะเรียกให้พวกเขาตามเธอเข้าไป

            ชั้นแรกฝั่งของแห้งแบ่งเป็นห้องต่างๆซึ่งไม่ว่าจะเป็นห้องเก็บข้าว แป้งสาลี เครื่องปรุง ถั่วนานาชนิดและห้องพักผักผลไม้ที่ยังไม่ถึงเวลานำไปใช้ เช่นฟักทอง หัวไชเท้า แตง



            ยงฮวา มินฮยอกและจองชินต่างเดินไล่ดูป้ายชื่อห้องเก็บของทั้งสองฟากอย่างสนุกสนาน พวกเขาไม่นึกว่าจะมีห้องเก็บข้าวกับแป้งสาลีด้วย จองชินและยงฮวาเริ่มนึกอยากเข้าไปดูห้องเก็บข้าวว่าจะมีข้าวแบบไหนบ้าง แล้วถ้าได้เอากลับไปหุงกินก็คงดีไม่หยอก นัยน์ตาเป็นประกายของทั้งสองสบกัน จากนั้นยงฮวาก็คลี่ยิ้มให้น้องชาย

            “พี่รู้นะว่านายคิดอะไรอยู่ จองชิน”

            “อย่าคิดว่าผมไม่รู้ความคิดพี่นะครับ ฮ่าๆ” น้ำเสียงจองชินแฝงด้วยความขำขัน แล้วมินฮยอกก็เอ่ยขึ้น

            “พี่กับจองชินกำลังคิดจะเข้าไปในห้องเก็บข้าวใช่มั้ยฮะ” ยงฮวากับจองชินรีบหันมองมินฮยอกทันทีก่อนจะลอบมองมาสเตอร์สาวซึ่งยังคงเดินอยู่ข้างหน้าพวกเขา

            “นายก็อยากเข้าไปดูเหมือนกันใช่มั้ย?” ยงฮวาเอ่ยอย่างรู้ทัน

            “แน่นอนฮะ ข้าวมันเป็นอาหารหลักเลยนะฮะ” หนุ่มตาหยีเอ่ยขณะนัยน์ตาเป็นประกายวิบวับ ทว่าพอสิ้นคำของมินฮยอก เสียงแกรนดี้ก็ดังขึ้น แล้วคำประกาศิตของเธอก็ทำให้พวกเขาต้องยกเลิกความคิด เพราะไม่มีเวลาจะได้เข้าไปในห้องเก็บข้าวแน่นอน

            “หนึ่งชั่วโมง พวกนายต้องแยกมันม่วงกับมันหวานในห้องนี้ใส่เข่งให้เสร็จ”

            “ห๊า!!!” ชายหนุ่มสามคนร้องขึ้นพร้อมกัน ก่อนจะแหงนมองกองภูเขาหัวมันที่สูงจนไม่เห็นเพดาน แถมแทบจะไม่มีที่ให้พวกเขายืนด้วยซ้ำ ดังนั้นไม่ว่ายังไงก็ไม่มีทางแยกเสร็จภายในชั่วโมงเดียวแน่

            “ทั้งหมดนี่เลยเหรอครับ” หนุ่มร่างสูงถามขึ้น

            “ใช่!” แกรนดี้ตอบพลางพยักหน้า

            “ขอมากกว่าหนึ่งชั่วโมงได้มั้ยฮะ” มินฮยอกต่อรอง

             “ไม่ได้จ้ะ” มาสเตอร์สาวคลี่ยิ้มให้หนุ่มตาหยี ก่อนเสริมขึ้น

            “หนึ่งชั่วโมงนี้ ไม่ใช่แค่แยกมันอย่างเดียวนะ พวกนายยังต้องทำอย่างอื่นด้วย”

            “ยังมีอย่างอื่นอีกเหรอครับ” ยงฮวากล่าว ขณะมินฮยอกกับจองชินพยายามกลืนน้ำลายลงคอ หนึ่งชั่วโมงแค่แยกมันก็จะไม่พอแล้ว ยังมีงานอื่นอีก เฮ้อ!

            “ตามนั้นแหละจ้ะ ยงฮวา” แกรนดี้ยิ้มหวานก่อนจะเข้าไปในห้องเก็บหัวมัน แล้วสั่งให้พวกเขายืนอยู่แค่ภายในพื้นที่ว่างของห้องเท่านั้น จากนั้นเธอก็ปัดหยากไย่ที่หลังประตู จึงปรากฏให้เห็นปุ่มเล็กๆสีแดง แกรนดี้กดปุ่มนั้นทันทีแล้วพื้นที่ทั้งสี่คนยืนอยู่ก็ส่งเสียง “เอี๊ยดอ๊าด” ก่อนทะยานขึ้นไปจอดบนชั้นสูงสุดของอาคาร


            พอพวกเขาได้มาอยู่ชั้นบนจึงรู้ว่าหัวมันทั้งหมดถูกครอบด้วยกระจกใส แถมยังมีคันโยกและปุ่มบังคับแขนกลราวกับตู้คีบตุ๊กตาหยอดเหรียญ จึงทำให้ทั้งสามสนใจเครื่องจักรตัวนี้มาก

            “นี่คือเครื่องคัดแยกมัน เมื่อนายเลื่อนแขนกลไปแตะมันหัวไหน ชนิดและสีของมันหัวนั้นก็จะปรากฏบนจอแสดงผล เครื่องจักรนี้มีแขนกล4แขน มีจอแสดงผล4จอ พวกนายสามารถช่วยกันได้ ดังนั้นหนึ่งชั่วโมงก็คงจะพอใช่มั้ย มินฮยอก” แกรนดี้ปรารภ

            “พอครับ แถมยังน่าสนุกด้วยครับ” หนุ่มตาหยีส่งยิ้มละไมให้ จนเธอเผลอคลี่ยิ้มตามและเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังละลายเป็นน้ำทีเดียว


            ครั้นแล้วพวกเขาก็แยกกันไปยืนประจำที่แขนกลคนละตัวก่อนจะเริ่มลองใช้เครื่องคัดแยกมันอย่างสนุก มินฮยอกศึกษาคู่มือการใช้อย่างจริงจัง ขณะยงฮวานึกถึงตู้ตุ๊กตาหยอดเหรียญแล้วลองกดปุ่มเดินหน้าดู ส่วนจองชินก็นึกถึงเครื่องเล่นเกมเพลย์ เขาเลยลองกดปุ่มแบบเวลาเล่นเกม และแล้วเสียงหัวเราะของทั้งสามก็ดังขึ้น เมื่อจอแสดงผลเอ่ยจำนวนหัวมันที่พวกเขาแยกใส่เข่ง พร้อมกับขึ้นรูปมันเผา ทว่าหากเขาคีบมันลงผิดเข่ง เครื่องก็จะส่งเสียงเตือน แล้วก็จะอดได้รูปมันเผา ดังนั้นมินฮยอก ยงฮวา จองชินจึงแข่งกันว่าใครจะได้รูปมันเผามากที่สุด


            แล้วขณะนั้นเองแกรนดี้ก็สะกิดให้ยงฮวาเปลี่ยนตัวกับพนักงานชายคนหนึ่ง ยงฮวาจึงเดินตามมาสเตอร์สาวออกจากโรงเก็บของ ทันใดนั้นหนุ่มตาโตก็แปลกใจเมื่อแกรนดี้พาไปทางหลังร้านแทนที่จะเป็นลานจอดรถอย่างตอนเขามา และหน้าต่างประตูทุกบานของร้านก็ไม่ได้โดนปิดด้วยกระดาษอีกต่อไป แถมพนักงานในร้านยังต้อนรับเขาอย่างดี

            “เชิญครับ/คะคุณวินเซน”


            สภาพภายในร้านแทบจะไม่มีความเป็นคลับอยู่เลย หากเขาไม่ได้รู้ว่านี่เป็นคลับ ก็คงนึกว่าได้หลงเข้ามาในร้านเสริมสวย หรือแผนกเครื่องสำอางมากกว่า ฝั่งหนึ่งของร้านมีชั้นวางเครื่องสำอางอย่างครบครัน ขณะอีกฟากเป็นกระจกบานใหญ่และโต๊ะทำผมดูมีระดับพร้อมเก้าอี้น่านั่ง ทว่าพอเขาขึ้นไปข้างบนซึ่งวันก่อนใช้จัดงานเลี้ยงมันเผา ก็ยิ่งทำให้ยงฮวาประหลาดใจหลายเท่า ไม่ว่าหนุ่มตาโตจะมองไปทางไหนก็มีแต่ราวเสื้อผ้า ลังเสื้อผ้า ขณะมุมในสุดประดับด้วยผ้าม่านหนาๆโรยตัวลงมาจากเพดาน และมีตะขอแขวนไว้ด้วย ถ้าเขาเดาไม่ผิดนั่นคงเป็นห้องลองชุดชั่วคราว แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆมาสเตอร์ถึงทำชั้นบนเป็นฝ่ายคอสตูม

            “เอาล่ะ!” เสียงแกรนดี้ดังขึ้นก่อนจะหันมามองยงฮวาแล้วหันไปยังราวเสื้อผ้า จากนั้นหญิงสาวก็จ้าละหวั่นกับราวและลังเสื้อผ้าทั้งหมด ก่อนจะส่งให้พนักงานที่ผลัดกันวิ่งไปรับชุดจากเธอ

            สุดท้ายเสื้อผ้าทั้งหมดก็ถูกส่งให้ยงฮวาที่ได้แต่ยืนมองอย่างงุนงง

            “นายรีบๆไปลองได้แล้ว เราเหลือเวลาไม่มาก” แกรนดี้ออกคำสั่งเมื่อเห็นหนุ่มตาโตยังมีสีหน้าเป๋อเหลอ

            “ครับๆ” เขารับคำอย่างมึนงง แล้วรีบเดินไปยังห้องลองชุดทันที

            ครั้นแล้วเสียง “กรี๊ดกร๊าด” ของพนักงานก็ดังขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหญิงแท้ หญิงเทียมต่างแข่งกันส่งเสียงไม่หยุด จนแกรนดี้ต้องรีบเอามืออุดหู

            “กรี๊ดดดดด! ตัวนี้เหมาะมากๆคะ”

            “ตัวนี้ดูดีมากเลยคะ ท่านวินเซน” หญิงเทียมคนหนึ่งร้องขึ้น ซึ่งเขาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นสไตลิสต์ชื่อดังของเมืองนี้ ที่แกรนดี้ขอร้องแกมบังคับให้มาช่วยเธอ

            “ลองชุดอื่นต่อไปเลยนะคะ” สไตลิสต์กล่าวขณะส่งชุดอื่นๆให้ยงฮวา

            “พอเจอคนหน้าตาดีก็เรียกท่านเลยนะจ้ะ แนนนี่ ทีกับฉันยัยแกรนดี้อย่างนู้น ยัยแกรนดี้อย่างนี้” แกรนดี้อดล้อเลียนเพื่อนสนิทไม่ได้

            “ขอนิสนึงนะ” แนนนี่ขำขัน ก่อนจะส่งชุดให้ยงฮวาต่อไป

            ไม่ว่ายงฮวาจะสวมชุดไหนออกมา เสียงกรี๊ดกร๊าดก็ไม่มีลดลงสักนิด ไม่ว่าจะเป็นชุดสไตล์ไหน พอเขาใส่แล้วก็ออกมาดูดีทั้งนั้นจนแนนนี่ สไตลิสต์ชื่อดังยังเลือกไม่ถูก ครั้นแล้วไอเดียบางอย่างของแกรนดี้ก็ผุดขึ้น เธอยื่นกระดาษให้ยงฮวาหลายแผ่นขณะพนักงานชายช่วยเขาสวมสูทตัวนอก

            “นายลองถือนี่ดูซิ” หนุ่มตาโตรับกระดาษมาอย่างงุนงง แล้วใช้นิ้วชี้หมุนกระดาษเล่นราวกับเป็นลูกบาสเกตบอล

            “ไม่ใช่ๆ เอามาซ้อนกันแล้วคลี่กระดาษออกดู” แกรนดี้ปรารภพลางทำให้ดู ยงฮวาจึงลองทำตาม แล้วนัยน์ตาของหญิงสาวกับสไตลิสต์ก็สบหากัน

            ทันใดนั้นพนักงานชายคนหนึ่งก็พาจองชินเข้ามาหามาสเตอร์สาว ขณะสไตลิสต์จ้องเขาอย่างไม่วางตา แนนนี่จำได้นี่คือสเตฟาน นายแบบหน้าใหม่ที่สามารถก้าวสู่อันดับต้นๆของวงการได้อย่างสบายๆ หากไม่ติดกระแสนิยมยุโรปของเมืองตอนนี้


            เมื่อแกรนดี้หาชุดให้ยงฮวาได้แล้ว คราวนี้ก็ถึงตาหนุ่มร่างสูงที่เคยผ่านงานนายแบบมาแล้ว แถมแกรนดี้ก็ได้ปรึกษาซึงแท ผู้จัดการส่วนตัวจองชินมาแล้วด้วย จึงไม่ยากเลยที่เธอจะเลือกเสื้อผ้าให้เขา ประกอบกับมีสไตลิสต์ชื่อดังคอยช่วยก็ดูเหมือนทุกอย่างจะราบรื่น ทว่าพอจองชินได้ลองออกมาชุดหนึ่ง ชุดที่แกรนดี้ส่งให้เขากลับยิ่งเพิ่มมากขึ้น แล้วเสียงกรี๊ดกร๊าดของบรรดาพนักงานสาวก็ดังขึ้นทุกขณะที่เขาออกจากห้องลอง

             ไม่ว่าจะเป็นชุดของฤดูไหน หรือชุดกีฬา หนุ่มร่างสูงสวมออกมาก็ดูดีทั้งนั้น จนแนนนี่เริ่มอยากร้องไห้ เธอไม่คิดว่างานครั้งนี้ จะเป็นงานหินได้ถึงเพียงนี้ แต่แล้วจู่ๆแกรนดี้ก็เอ่ยขึ้น เสียงกรี๊ดกร๊าดของพนักงานสาวจึงหยุดลง

            “นายอยากลองตัดผมดูมั้ย?”  มาสเตอร์สาวไม่รอคำตอบของจองชิน ทันใดนั้นเธอก็ลากหนุ่มร่างสูงลงมายังโต๊ะทำผมที่ติดกับโต๊ะยงฮวา ขณะแนนนี่วิ่งตามมาติดๆ

            “แนนนี่ เธอช่วยออกแบบทรงผมให้ทีนะ”

            “จ้ะ” สไตลิสต์รีบรับคำเพื่อนสนิททันที ก่อนจะควงกรรไกรด้วยความชำนาญแล้วเริ่มลงมือแต่งผมจองชิน

           

            ขณะที่แกรนดี้กำลังเดินขึ้นบันไดเพื่อไปชั้นบนนั้น เธอก็เหลือบมองนาฬิกาข้อมือก่อนพึมพำขึ้น

            “เฮ้อ! ผ่านไปสองแล้ว น่าจะทัน”

            “มาสเตอร์พูดกับใครหรือฮะ?” แกรนดี้หันไปมองต้นเสียงก็เห็นมินฮยอกยืนยิ้มละไมอยู่หน้าบันได หญิงสาวแทบจะตกบันไดทันที แต่โชคดีที่เธอคว้าราวบันไดไว้ทัน

            “มาสเตอร์ระวังหน่อยสิฮะ” มินฮยอกรีบวิ่งลงมาด้วยความเป็นห่วง

            “ฉันไม่เป็นไร นายไปรอข้างบนเถอะ” แกรนดี้พยายามทำเสียงให้เป็นปกติ ทั้งๆที่หัวใจเธอแทบหยุดเต้นไปแล้วเมื่อเห็นรอยยิ้มของมินฮยอก

            ครั้นแล้วความหนักใจก็พุ่งเข้าหาแกรนดี้ เพราะแนนนี่กำลังออกแบบผมจองชิน ทำให้เธอไม่มีคนช่วยเลือกชุดให้มินฮยอก  แถมยิ่งเจอรอยยิ้มละไมและแววตาสดใสของมินฮยอกก็ยิ่งทำให้แกรนดี้เลือกชุดไม่ถูก แต่แล้วเธอก็นึกว่ามินฮยอกอาจจะเหมาะกับเสื้อผ้าน่ารักๆก็ได้ จึงลองหยิบชุดตุ๊กตาขึ้นมา แต่ก็นึกได้ว่ามันทั้งหนักทั้งร้อนและต้องสวมหัวตุ๊กตา จึงวางกลับไปทีเดิม ก่อนจะถอนหายใจแล้วไล่หาชุดตั้งแต่แนวเท่ เซอร์ ขี้เล่น ย้อนยุค ชุดสีหม่นๆ หรือแม้กระทั่งชุดเชฟก็ยังคงน่ารักดูมีเสน่ห์ แถมรอยยิ้มและแววตาของเขาก็เด่นกว่าเสื้อผ้ามาก ดังนั้นมาสเตอร์สาวจึงเอ่ยขึ้น

            “นายไปเปลี่ยนชุดเถอะ”

            “ชุดไหนฮะ?” มินฮยอกมองไปยังราวเสื้อผ้าทั้งหมด เพราะชุดที่แกรนดี้ส่งให้ เขาก็ลองจนหมดแล้ว

            “ชุดที่นายใส่มา” เธอเอ่ยอย่างจนปัญญา แต่ทว่าพอมินฮยอกที่ใส่ชุดเชฟอยู่หันหลังเพื่อจะไปยังห้องลองมาสเตอร์สาวก็นึกถึงชุดบางชุดขึ้นได้จนเผลอยิ้ม



            ครั้นแล้วสามหนุ่มพี่น้องก็เดินออกจากคลับ “หมายเลขหนึ่ง” อย่างไม่ค่อยถนัดนักพร้อมกับคำถามมากมาย ทั้งที่วานให้สไตลิสต์ชื่อดังมาช่วย และแต่ละชุดที่พวกเขาลองนั้นก็ทันสมัย แม้จะมีแบบย้อนยุคบ้างแต่ก็ไม่ใช่แบบนี้ แล้วทำไมสุดท้ายพวกเขาถึงได้สวมชุดโบราณที่ไม่ได้ลอง

            ยงฮวาก้มมองชุดขุนนางญี่ปุ่นโบราณ[1] สีทองอ่อนที่ต้องสวมหมวกทรงสูงสีดำ ทำให้เขาก้มศีรษะมากกว่าปกติขณะขึ้นรถแวนสีขาวมุก มินฮยอกซึ่งเดินตามหลังยงฮวามาจึงเอ่ยขึ้น

            “พี่ถอดหมวกออกก่อนดีมั้ยฮะ”

            “ก็ดีนะ” หนุ่มตาโตรับคำขณะฝากพัดพับจีบไว้กับมินฮยอกก่อนถอดหมวก ทำให้ยงฮวาเห็นว่ามินฮยอกสวมชุดยูคาตะสีขาวขลิบทองมีลายสีดำประปรายซึ่งดูสบายกว่าชุดเขามาก เพราะไม่ต้องมีอุปกรณ์อะไรมากมาย ทว่าสิ่งที่ทำให้นัยน์ตาของสองหนุ่มเบิกกว้างขึ้นอย่างตะลึงก็คือน้องเล็กสุดของพวกเขา

            จองชินที่เพิ่งจะก้าวขึ้นรถนั้น ดูแปลกตาไปมาก แม้ยงฮวาและมินฮยอกจะเห็นตอนที่จองชินโดนตัดผมสั้นก็จริง แต่ทั้งสองก็ไม่รู้ว่าจองชินบอกให้แนนนี่ ดัดผมให้เขาด้วย แล้วเมื่อชุดที่จองชินใส่เป็นชุดฮากามะ[2] แบบซามูไรญี่ปุ่น โดยกางเกงเป็นจีบซ้อนๆกันสีดำ แถมยังมีเสื้อคลุมกิโมโนสีดำทับอีกชั้น ยิ่งทำให้ดูเข้ากับเขามากจนน่าประหลาดใจจริงๆ จากนั้นยงฮวาก็ฮัมเพลงแล้วมินฮยอกกับยงฮวาก็หยอกล้อจองชินอย่างสนุกเรื่องทรงผมกับชุดขณะรถแวนสีขาวมุกเคลื่อนตัวออก



 






 

              ทางซุ้มขายทาร์ตมันที่เริ่มขายเป็นซุ้มแรกๆนั้น ลูกค้าก็ต่างทยอยเข้ามาซื้อ ซึ่งปกติทาร์ตมันของตระกูลพาทิซิเย่ก็ขายดีอยู่แล้ว ทว่าวันนี้ผ่านไปเพียงไม่กี่นาที ก็มีลูกค้าต่อคิวยาวเป็นหางว่าว เพียงเพราะอยากเห็นชายหนุ่มผิวละออที่ดูลึกลับอยู่หลังร้าน

            ความจริงจงฮยอนไม่ได้ต้องการกลายเป็นคนลึกลับอย่างที่ลูกค้าทั้งหลายเอ่ยถึง หากเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้า เขาไม่เสนอตัวไปช่วยถือถาดขนมและมิพบชายชราคนหนึ่งโดนขู่กรรโชกบริเวณลานจอดรถ ชายชราพยายามแย่งกระเป๋าเงินคืนจากคนร้ายจนจะหมดแรง จงฮยอนเห็นดังนั้นจึงรีบใช้ทักษะยูโดเข้าช่วย ทว่าก่อนที่เขาจะได้จับผู้ร้ายทุ่ม ตำรวจก็มาถึงพอดี หนุ่มผิวละออจึงเก็บกระเป๋าเงินที่คนร้ายทำตกไว้คืนชายชรา และพาชายชรามานั่งพักที่ซุ้มทาร์ตมัน แล้วนั่นก็ทำให้ข่าวลือว่ามีชายหนุ่มหน้าตาดี จิตใจเอื้ออาทรอยู่ที่ร้านทาร์ตมันแพร่สะพัด แต่เมื่อเขาต้องจำข้อมูลต่างๆของซายน์กับเซโร่เพื่อจะได้เป็นพี่ชายแบบสมจริง จงฮยอนจึงไม่ได้ออกไปหน้าซุ้ม ผู้คนที่แห่กันมาเลยตั้งให้เขาเป็นคนลึกลับไปในที่สุด


            บรรดาลูกค้าผู้หญิงที่ต่อคิวซื้อทาร์ตมันและพยายามมองเข้าไปหลังซุ้มเพื่อหวังจะได้เห็นชายหนุ่มที่ตกเป็นข่าวลือ แถมยังเก่งกาจสามารถจับผู้ร้ายได้ แต่พวกเธอก็ได้เห็นแค่ชุดยูคาตะสีน้ำเงินแวบๆ กับผิวขาวละออที่โผล่พ้นแขนเสื้อยูคาตะ เมื่อต้องแสงอาทิตย์ก็แสนเจิดจ้าดุจประกายเพชร เพียงแค่นั้นจิตใจพวกเธอก็สั่นไหวจนแทบละลาย แล้วเสียงกรี๊ดกร๊าดก็ดังขึ้น รวมทั้งต่างลงความเห็นว่าเขาช่างเป็นคนดูดี


            ความรู้สึกนี้ไม่เว้นแต่หญิงสาววัยสามสิบคนหนึ่งที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย แค่เพียงเธอต้องมาทำธุระที่นี่เท่านั้น หญิงสาวเองก็รู้สึกเช่นเดียวกันว่าชายหนุ่มคนนี้แตกต่างจากคนอื่นๆที่เธอเคยพบมา


 

                     



 

[1]    
kariginu-ชุดคาริงินุ ชุดข้าราชการที่นิยมใส่กันทั่วไปเนื่องจากสวมใส่ง่ายกว่า สวมคู่กับหมวกเอโบชิเพื่อความเป็นระเบียบแต่ก็ไม่ได้บังคับเรื่องหมวก(ชุดสมัยเฮอัน)

credit: http://writer.dek-d.com/masashiro/writer/viewlongc.php?id=676221&chapter=61
 

[2] 
ชุดฮากามะ ชุดซามูไรญี่ปุ่นซึ่งประกอบด้วยเสื้อตัวใน เสื้อคลุมและกางเกงฮากามะที่เป็นจีบ (สมัยเอโดะ)
 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น

  1. #15 จีร่า (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2555 / 02:02
    หนุ่มๆ แปลงโฉมกันใหญ่ เรียกว่าเสริมหล่อดีกว่า อิอิ
    #15
    0